The Icon Group บริษัทชั้นนำ เปิดรับตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศ

The Icon Group บริษัทชั้นนำ เปิดรับตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศ รับสมัครตัวแทนทั่วประเทศ ไม่สต๊อก? ID.Line: kuktom

EP.1 : สอนยิงแอด TikTok (TikTok Ads) โปรโมทสินค้า โฆษณาแบรนด์ของคุณTikTok Ads คืออะไร TikTok Ads คือการทำการตลาดด้วยการย...
20/11/2022

EP.1 : สอนยิงแอด TikTok (TikTok Ads) โปรโมทสินค้า โฆษณาแบรนด์ของคุณ

TikTok Ads คืออะไร

TikTok Ads คือการทำการตลาดด้วยการยิงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งเป็น Social Media อีกตัวหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา โดยการยิงแอด TikTok นั้นมีการกำหนดการแสดงผลและวัตถุประสงค์ของการยิงแอดได้หลายรูปแบบคล้ายกับการยิงแอด Facebook

ถ้าย้อนไปในช่วงแรกที่ TikTok Ads หรือการยิงแอด TikTok เปิดให้ใช้งานนั้นการซื้อพื้นที่โฆษณาบน แพลตฟอร์มนั้นยังจำกัดให้เฉพาะธุรกิจที่เป็น Official Brand เท่านั้น แต่ในตอนนี้ TikTok Ads มีการเปิดให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SMEs) ไปจนถึง Account บัญชีรายบุคคลก็ยิงแอดได้เองแล้ว

ทำไมเราควรยิงแอด TikTok ?

ยิงแอด TikTok หรือการทำโฆษณา TikTok นั้นต้องบอกเลยว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการทำ Social Media Marketing ในปัจจุบันสืบเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มมองหาคอนเทนต์ที่สนุกสนาน เบาสมอง สร้างความบันเทิงได้ง่าย ๆ ผ่านการเข้าถึงด้วยสมาร์ทโฟน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเรียล สมจริง ช่วยสร้างการรับรู้ให้แก่ตัวผู้ใช้งานได้เหมือนกัน ซึ่ง TikTok นั้นถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่อย่างแท้จริง

โดยมีการสำรวจข้อมูลจาก SensorTower พบว่า 29% ของประชากรทั่วโลกมีการดาวน์โหลด TikTok ในสมาร์ทโฟนและใช้มันเป็นประจำทุกวัน โดยตัวเลขนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจและทำให้ TikTok เป็นช่องทางที่ธุรกิจและนักการตลาดหลายรายเลือกใช้การยิงแอด TikTok การทำโฆษณา TikTok ที่เริ่มมีผู้ใช้งานมากขึ้นอยู่ทุกวันทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ประกอบกับการมีฟีเจอร์ TikTok Shop ที่ทำให้แบรนด์สามารถสร้างการซื้อ-ขายสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ผ่านแพลตฟอร์ม จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การยิงแอด TikTok เป็นเรื่องที่สำคัญในการทำการตลาดดิจิทัลในยุคปัจจุบัน

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltip

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

Ep.5 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณาคำถามที่พบบ่อย LINE Official Account (LINE...
19/11/2022

Ep.5 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย

LINE Official Account (LINE OA) คืออะไร

LINE Official Account หรือเรียกย่อ ๆ ว่า LINE OA คือบัญชี LINE สำหรับธุรกิจ ที่มีวิธีการใช้งานคล้ายกับ LINE ส่วนตัวที่สามารถแชท ส่งรูปภาพหรือวิดีโอไปยังผู้ติดตาม (Followers) ได้ แต่จะมีฟีเจอร์การใช้งานอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาสำหรับการใช้งานสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะเช่น การ Broadcast ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ ถึงผู้รับได้หลายคนพร้อมกันในครั้งเดียว, การสร้างข้อความตอบกลับอัตโนมัติ หรือการสร้าง Rich Menu ที่เป็นตัวช่วยในการสร้าง Conversion หรือส่ง Traffic ไปยังเว็บไซต์ Landing Page ที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว

โฆษณา LINE Official Account (LINE OA) ฟรีหรือไม่

โฆษณา LINE Official Account (LINE OA) สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรีในฟีเจอร์ของการ Broadcast ข้อความและการสร้าง Rich Menu แต่จำนวนในการ Broadcast ที่จำกัดไม่เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีผู้ติดตามในบัญชี LINE OA เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าบัญชี LINE OA ของธุรกิจคุณต้องการ Broadcast ข้อความมากขึ้นในแต่ละวันก็ต้องเสียเงินในการสมัครแพ็กเกจต่าง ๆ ซึ่งก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไปตามขีดความสามารถในการใช้งาน

สรุปเนื้อหา “ยิงแอด LINE”

การยิงแอด LINE ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) ให้กับธุรกิจของคุณแต่ยังช่วยในการสร้างยอดขายสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจได้ด้วย และนอกจากนั้นในแพลตฟอร์ม LINE ยังมีฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ เช่น LINEOA ที่จะคอยช่วยให้การสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นบนแพลตฟอร์ม Social Media ที่ผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศและต้องใช้งานกันทุกวัน

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltip

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

Ep.4 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณาโฆษณาผ่าน LINE Ads Platform ราคาเท่าไหร่กา...
19/11/2022

Ep.4 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา

โฆษณาผ่าน LINE Ads Platform ราคาเท่าไหร่

การโฆษณาผ่านไลน์นั้นใช้รูปแบบของการประมูลหรือ Bidding โดยระบบจะเลือกโฆษณาซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายและเสนอค่าโฆษณาสูงสุด ไปแสดงบนตำแหน่งที่ดีที่สุดก่อน จากนั้นค่อยเลือกโฆษณาตัวอื่น ไปแสดงในตำแหน่งโฆษณาที่ดีรองลงมาซึ่งจะคล้ายกับการทำโฆษณาผ่าน Google Ads

โดยคุณสามารถกำหนดงบประมาณต่อวันและราคาเสนอได้เอง ซึ่งวิธีการเสนอราคาซื้อโฆษณาใน LINE มี 2 รูปแบบดังนี้

การตั้งราคาเสนอด้วยตนเอง (Manual Bidding)

Manual Bidding คือการที่ผู้ซื้อโฆษณาสามารถกำหนดราคาซื้อโฆษณาได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะมีหลักการอยู่ 2 วิธีดังนี้

ตามที่ระบบแนะนำ : เป็นการกำหนดราคาตามที่ LINE Ads Platform แนะนำ ซึ่งเป็นราคาที่เพิ่มโอกาสทำให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นโฆษณาของคุณได้

ตามข้อมูลเก่า : เป็นการกำหนดราคาตามข้อมูลเก่าที่เคยลงโฆษณากับ LINE ไว้ เหมาะกับ Agency หรือผู้เคยมีประสบการณ์ลงโฆษณามาแล้ว ที่รู้วิธีว่าต้องกำหนดราคาโฆษณาเท่าไหร่ในแต่ละแคมเปญ
การตั้งราคาเสนอแบบอัตโนมัติ (Automatic Bidding)

เป็นวิธีที่ให้ LINE Ads Platform ตั้งราคาซื้อโฆษณาให้โดยอัตโนมัติที่ผู้ซื้อโฆษณาสามารถกำหนดกรอบราคาหรือข้อกำหนดอื่น ๆ ได้ โดยคุณสามารถกำหนดรูปแบบการตั้งราคาได้ 4 รูปแบบดังนี้

กำหนดลิมิตราคาเสนอ

ผู้ซื้อโฆษณาจะต้องกำหนด ราคาโฆษณาต่อครั้ง (CPA) สูงสุดที่รับได้ เพื่อเป็นกรอบให้ระบบรู้ว่า ผู้ซื้อพร้อมจะจ่ายค่า CPA สูงสุดกี่บาท

กำหนดลิมิตราคาต่อ Conversion

เป็นรูปแบบที่จะทำให้โฆษณาปรากฏในตำแหน่งที่ดีหรือตำแหน่งที่คุณต้องการ แม้ผู้ลงโฆษณาจะกำหนดราคา CPA สูงสุดไว้ แต่ความเป็นจริง ระบบอาจเสนอราคา CPA สูงกว่ากำหนดไว้เล็กน้อย เพื่อแลกกับโอกาสที่โฆษณาปรากฏในตำแหน่งที่ต้องการ

กำหนดเป้าหมายราคาต่อ Conversion

เป็นรูปแบบที่ทำให้ราคาเฉลี่ยของ CPA ใกล้เคียงกับราคา CPA ที่กำหนดไว้ให้มากที่สุด โดยระบบจะเสนอราคาประมูลสูงกว่าหรือต่ำกว่า ราคา CPA ที่กำหนดไว้ก็ได้ แต่เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ราคาเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงของ CPA จะใกล้เคียงกับราคา CPA ที่กำหนดไว้

งบประมาณสูงสุดต่อวัน

เป็นรูปแบบที่จะไม่กำหนดลิมิตราคา CPA เป็นการ Bidding สู้ทุกราคาเพื่อหวังผลชนะเป็นหลัก รูปแบบนี้จึงเหมาะกับแคมเปญโฆษณาที่ต้องการเร่งใช้งบให้ครบกับงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltip

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

Ep.3 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณาทำไมเราควรใช้ LINE Ads Platform 1. Campaig...
18/11/2022

Ep.3 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา

ทำไมเราควรใช้ LINE Ads Platform

1. Campaign Objectives

การใช้ LINE Ads Platform ในการยิงแอดไลน์และทำโฆษณาผ่าน LINE นั้นจะได้เปรียบในเรื่องของ Campaign Objectives หรือวัตถุประสงค์ของแคมเปญซึ่งมีให้คุณเลือกหลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ เช่น

Brand Awareness

ด้วยการเลือกวัตถุประสงค์นี้ Algorithm ของ LINE จะช่วยให้คุณวางแบนเนอร์โฆษณาในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งคุณสามารถได้รับการคลิกมากที่สุดและเป็นที่ที่ผู้ชมเป้าหมายของคุณมองเห็นได้มากที่สุดเรียกได้ว่าเหมาะมาก ๆ สำหรับธุรกิจที่กำลังต้องการสร้าง Brand Awareness ให้กับสินค้าของคุณ

Increase Customer Base

การเพิ่มฐานลูกค้าใหม่เป็น ข้อดีการยิงแอดไลน์ด้วย LINE Ads Platform ที่มีความสามารถในการช่วยโปรโมตลิงก์ที่นำไปสู่หน้าดาวน์โหลดแอปหรือหน้าของการสร้าง Conversion ของธุรกิจคุณ หรือใช้ในการเพิ่มเพื่อนบน LINE ให้กับบัญชีธุรกิจเพื่อส่งโปรโมชั่นในอนาคต ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น

Increase Sales

‘เพิ่มยอดขาย’ การยิงแอดไลน์ด้วย LINE Ads Platform สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้ด้วยผ่านการกำหนดเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายใหม่ในการสร้างแคมเปญซึ่งแน่นอนว่าวิธีนี้จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณได้ยอดขายเพิ่มขึ้น

Maintain Existing Customer Base

การรักษาฐานลูกค้าเก่าให้อยู่กับธุรกิจของคุณต่อไป เป็นการเลือกวัตถุประสงค์แคมเปญที่เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้าง Customer Relationship ด้วยรูปแบบการแสดงผลของโฆษณาที่ทำให้ลูกค้ายังเห็นโฆษณาของแบรนด์คุณอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาไม่ลืมสินค้าหรือบริการของคุณและเพิ่มโอกาสการสร้าง Customer Retention หรือการกลับมาใช้ซ้ำในอนาคตได้เป็นอย่างดี

2. Cost Per Friend

Cost Per Friend หรือฟีเจอร์ราคาต่อเพื่อน คือฟีเจอร์ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือธุรกิจที่ต้องการมีส่วนร่วมกับฐานลูกค้าเป้าหมายได้ดีขึ้น เนื่องจาก Cost Per Friend นั้นจะเป็นระบบเก็บเงินที่จะคิดตามจำนวนของเพื่อนในบัญชี LINE ธุรกิจที่คุณมี ทำให้งบประมาณในการทำโฆษณาจะไม่บานปลายเท่ากับการใช้แพลตฟอร์มหรือเครื่องมืออื่น ๆ ช่วยควบคุมงบประมาณต้นทุนในการทำการตลาดให้ธุรกิจได้เป็นอย่างดี

3. Target Lookalike Audience

ในการยิงแอดไลน์ด้วย LINE Ads Platform นั้นจะมีฟังก์ชันในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของการทำโฆษณาแบบ Lookalike Audience ที่มีความคล้ายคลึงกับการยิงแอด Facebook ด้วย Facebook Business Manager หรือก็คือการกำหนดเป้าหมายที่คล้ายกับลูกค้าที่มีอยู่ของบริษัทของตนเองซึ่งเป็นการทำให้การยิงแอดไลน์ของคุณได้กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่มีโอกาสในการเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าได้สูงโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาในการทำ Market Research เพื่อหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง

4. Precise Targeting

ข้อดีข้อสุดท้ายของการใช้งาน LINE Ads Platform นั้นก็คือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำด้วยความละเอียดในการ Setting แคมเปญโฆษณาที่ระบบ Algorithm ของ LINE ทำออกมาได้เป็นอย่างดีทำให้การยิงแอดไลน์ของธุรกิจคุณมั่นใจได้เลยว่าโฆษณาจะถูกส่งตรงไปหากลุ่มเป้าหมายที่คุณคิดไว้ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltip

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

Ep.2 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา4 รูปแบบการแสดงผลโฆษณา Line Ads Platform โ...
18/11/2022

Ep.2 : LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา

4 รูปแบบการแสดงผลโฆษณา Line Ads Platform

โดยในการยิงแอดไลน์หรือการทำโฆษณาผ่าน LINE ด้วยเครื่องมือ LINE Ads Platform นั้นจะมีรูปแบบการแสดงผลอยู่ทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่

บริเวณ Chat โดยจะแสดงผลเป็น Pop-Up ด้านบนในหน้าแชท

บริเวณหน้า Timeline จะมีการขึ้นกำกับว่า Sponsored อยู่

บริเวณหน้า LINE Today (ฟีดข่าวของ LINE) จะมีการขึ้นกำกับว่า Sponsored เช่นกัน

บริเวณหน้า Wallet ของ LINE ที่แสดงผลเป็น Pop-Up

วิธีใช้ LINE Ads Platform ฉบับมือใหม่ อัปเดตปี 2022

1. สร้างแคมเปญสำหรับลงโฆษณาบน LINE Ads Platform

ขั้นตอนแรกของการยิงแอดไลน์บน LINE Ads Platform ต้องเริ่มต้นที่การสร้างแคมเปญใหม่ ซึ่งไม่ว่าคุณต้องการจะสร้างโฆษณาอะไรก็ตาม คุณต้องสร้าง Campaign เพื่อกำหนดทิศทางและวัตถุประสงค์สำหรับการยิงแอดไลน์ จากหน้าแรกของ LINE Ads Platform คุณสามารถเริ่มได้จากกด ‘แคมเปญใหม่’ เพื่อพาคุณมายังหน้าของการสร้างแคมเปญใหม่

โดยภายในหน้านี้คุณจะพบกับ 4 คำสั่ง ได้แก่

1. กำหนดวัตถุประสงค์แคมเปญ แบ่งออกเป็น

การเข้าชมเว็บไซต์ ช่วยในการเพิ่มจำนวน Traffic ไปยังเว็บไซต์ของคุณ
เว็บไซต์ Conversion ช่วยกระตุ้นการสร้าง Conversion ให้ธุรกิจเช่น การกดลงทะเบียน หรือการซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ ฯลฯ
ติดตั้งแอป เพื่อช่วยให้มีจำนวนการติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มมากขึ้น
มีส่วนร่วมในแอป กระตุ้นให้ผู้คนเปิดเข้าใช้งานแอปพลิเคชันมากขึ้น
ดูวิดีโอ เพิ่มจำนวนการเปิดดูวิดีโอของคุณ
เพิ่มเพื่อน เพื่อช่วยให้คุณมีจำนวนเพื่อนบน LINE OA สำหรับธุรกิจมากขึ้น

2. ข้อมูลทั่วไป

กำหนดชื่อแคมเปญ
กำหนดสถานะแคมเปญ ว่าพร้อมใช้งานหรือหยุดชั่วคราว

3. กำหนดระยะเวลา

กำหนดระยะเวลาให้แสดงผลต่อเนื่องตั้งแต่วันที่เริ่มแคมเปญ
กำหนดระยะเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดโฆษณา

4. กำหนดงบประมาณ

กำหนดงบประมาณ สามารถเลือกได้ว่าจะเป็น Unlimited หรือจำกัด (เริ่มต้นที่ 3,000 บาทขึ้นไป)
เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ

2. สร้างกลุ่มโฆษณาบน LINE Ads Platform

จากนั้นระบบจะเข้าสู่หน้า การสร้างกลุ่มโฆษณา โดยจะเป็นการช่วยกำหนดโฆษณาของคุณให้แคบลงกว่า ระดับแคมเปญ เป็นขั้นตอนที่คุณสามารถกำหนดได้ว่าคุณต้องการสื่อสารโฆษณาตัวนี้กับใคร ด้วยจำนวนเงินเท่าไหร่หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและกำหนดงบประมาณนั่นเอง

1. ข้อมูลทั่วไป

ชื่อแคมเปญโฆษณา
ชื่อกลุ่มโฆษณาที่ต้องการตั้ง
สถานะของโฆษณา ซึ่งส่วนนี้คุณเลือกได้ว่า พร้อมใช้งาน หรือ หยุดชั่วคราว

2. กำหนดเป้าหมาย

เลือกแบบ Core Audience คือเลือกตาม Demographic เช่น ประเทศ พื้นที่ เพศ อายุ ระบบปฏิบัติการ และความสนใจ เป็นต้น
เลือกแบบ Custom Audience คือสามารถเลือกดึงข้อมูลตามนี้มาได้เลย
กลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือ App
กลุ่มเป้าหมายจาก IDFA หรือ AAID
กลุ่มเป้าหมายจากเบอร์โทรและอีเมล
กลุ่มเป้าหมายจาก LINE OA
กลุ่มเป้าหมายที่เคยดูวิดีโอบน LINE Ads Platform
กลุ่มเป้าหมายแบบ Lookalike Audience

3. เพิ่มประสิทธิภาพและการเสนอราคา

ตั้งค่าราคาเสนอ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะตั้งค่าอัตโนมัติหรือตั้งค่าด้วยตนเอง
กำหนดวิธีชำระเงิน สามารถเลือกได้ตามวัตถุประสงค์ที่ LINE Ads Platform มีเช่น Cost Per Click, Cost Per Impression, Cost Per Friend, Cost Per Video View, Cost Per Action, Cost Per Install เป็นต้น
ราคาเสนอ หรือราคาที่คุณต้องการเสนอเพื่อแลกกับผลลัพธ์ของโฆษณานั่นเอง (เริ่มต้นที่ 1 บาท)

4. งบประมาณรายวัน สำหรับการกำหนดว่าต้องการใช้งบการยิงแอดไลน์สูงสุดกี่บาทต่อวัน

3. ลงโฆษณาใน LINE Ads Platform

เป็นขั้นตอนที่จะให้คุณได้เริ่มลงโฆษณา ยิงแอดไลน์กันแล้วซึ่งเป็นเหมือนขั้นตอนที่จะให้คุณกำหนดรูปแบบการสื่อสารรวมถึงลักษณะของสื่อที่คุณต้องการ โดยให้คุณเลือกระบุข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วน

1. ข้อมูลทั่วไป

ชื่อแคมเปญที่กำหนดไว้ตอนแรก
ชื่อกลุ่มโฆษณาที่กำหนดไว้
ชื่อโฆษณา
สถานะของโฆษณา โดยสามารถเลือกได้ว่า พร้อมใช้งาน หยุดชั่วคราว หรือ ร่าง

2. รูปแบบโฆษณา มีให้เลือก 4 ประเภท

รูป
วิดีโอ
ภาพสไลด์ (Slideshow)
รูปขนาดเล็ก เหมาะกับแบนเนอร์ Pop-up

3. โฆษณา

เลือกสื่อที่ต้องการใส่ลงโฆษณา เช่นรูปภาพ สไลด์หรือวิดีโอต่าง ๆ
ตั้งชื่อ และเขียนคำอธิบาย
เลือกคำสั่งปุ่ม Call-To-Action เช่น เรียนรู้เพิ่มเติม ซื้อเลย สมัครใช้งาน ดาวน์โหลด เพิ่มเพื่อน เป็นต้น
เลือก Landing Page ที่ต้องการให้ผู้คนกดไปหา
เลือก URL เว็บไซต์ปลายทาง (Optional)
เลือก URL ติดตาม Impression (Optional)

ซึ่งเมื่อคุณใส่และระบุข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนแล้วก็เท่ากับว่าโฆษณาของคุณนั้นพร้อมที่จะเผยแพร่ในแพลตฟอร์ม LINE ที่จะไปปรากฏบนหน้าแอปพลิเคชันของกลุ่มเป้าหมายแล้ว

4. วัดผลการลงโฆษณาใน LINE Ads Platform

การวัดผลการลงโฆษณาใน LINE Ads Platform นั้นก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การลงโฆษณาเพราะจะเป็นส่วนที่ทำให้รู้ว่าแคมเปญในการทำโฆษณาของคุณนั้นมีผลลัพธ์อย่างไรบ้างเมื่อได้เผยแพร่ออกไปแล้ว และผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพอใจหรือไม่เพื่อนำไปเป็นสมมติฐานในการทำโฆษณาผ่าน LINE ของแคมเปญในอนาคต

โดยการวัดผลโฆษณาของ LINE Ads Platform สามารถวัดค่าได้ 2 แบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความ ต้องการของคุณ ได้แก่

วัดผลโฆษณาจากการดูรายงาน – การสร้าง Report สรุปผลที่ได้หรือดูใน Dashboard เพื่อเห็นความเคลื่อนไหวแบบ Real Time

วัดผลโฆษณาจาก LINE Tag – เป็นการติดตั้งโค้ดไว้ในเพจที่ต้องการวัดค่า (คล้ายกับการติดตั้ง Facebook Pixel) ซึ่งจะประกอบไปด้วย Base Code คือโค้ดที่จะต้องนำไปวางในทุกเพจที่คุณต้องการวัดผลผู้ใช้และ Conversion Code คือโค้ดที่จะต้องนำไปวางในเพจที่ต้องการวัด Conversion

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltip

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

Ep.1: LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณาLINE Ads Platform ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร...
17/11/2022

Ep.1: LINE Ads platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา

LINE Ads Platform ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถช่วยให้คุณลงโฆษณาเพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการของธุรกิจคุณได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้ช่องทางออนไลน์อื่น ๆ เช่น page, Instagram หรือ TikTok เลย

ซึ่งในปัจจุบันคนไทยมากกว่า 47 ล้านคนนั้นใช้ LINE เป็นช่องทางการพูดคุยในชีวิตประจำวัน ตัวเลขนี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณของ LINE เลยว่าเป็นช่องทางทำโฆษณาและ Social Media Marketing ของธุรกิจที่ทรงพลังแค่ไหน

ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้นักการตลาดและธุรกิจที่ต้องการจะใช้ช่องทางออนไลน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจต้องหันมาสนใจการทำโฆษณายิงแอดไลน์กันให้มากขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราเลยขอมาอธิบายถึงเครื่องมืออย่าง LINE Ads Platform (LAP) เริ่มต้นยิงแอดไลน์ต้องทำอย่างไร พร้อมแชร์ 6 เทคนิคการทำโฆษณา ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์กับธุรกิจได้กัน!

LIND Ads เวอร์ชันอัปเดตปี 2022

LINE Ads Platform หรือ LAP ในปัจจุบันได้มีการอัปเดต เนื่องจากทาง LINE มีการเปลี่ยนชื่อแพลตฟอร์ม เป็น LINE For Business แต่ฟีเจอร์การใช้งาน ฟังก์ชันการทำโฆษณา LINE ยังมีความคล้ายคลึงกับ LINE Ads Platform อยู่เกือบทุกประการ ดังนั้นถ้าใครที่ลองค้นหาคำว่า LINE Ads Platform ใน Google แล้วไม่เจอก็อย่าเพิ่งตกใจ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมแค่มีการเปลี่ยนชื่อของแพลตฟอร์มเฉย ๆ

LINE Ads Platform (LAP) คืออะไร ?

LINE Ads Platform หรือ LAP คือผลิตภัณฑ์ด้านการทำโฆษณา ยิงแอด จาก LINE ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นตัวช่วยในการทำโฆษณาสำหรับร้านค้าและธุรกิจในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบนช่องทางของ LINE เหมือนกับการทำโฆษณา ยิงแอด ผ่านช่องทาง Social Media ตัวอื่น ๆ เช่น Facebook, Twitter หรือ TikTok

โดยจุดเด่นและข้อดีของการยิงแอดไลน์ด้วยการใช้ LINE Ads Platform คือการช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะทักมาสอบถามหรือสั่งซื้อสินค้ากับธุรกิจของคุณได้เพราะ LINE นั้นเป็นแพลตฟอร์มสื่อสารที่เป็นที่นิยมและใช้งานกันอย่างแพร่หลายในไทย ซึ่งถ้าคุณมีการกำหนดเป้าหมายได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับธุรกิจและมีการออกแบบสื่อที่ใช้ในการทำโฆษณาได้ดี ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายและแปรเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างไม่ยากเย็น

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltip

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

ยิงแอดคืออะไรมาดูความแตกต่างระหว่างการยิงแอด และ ยิงแอดเฟสบุ๊ค กันก่อนว่าทั้ง 2 คำแม้จะดูเหมือนกันแต่ความเป็นจริงความหมา...
16/11/2022

ยิงแอดคืออะไร

มาดูความแตกต่างระหว่างการยิงแอด และ ยิงแอดเฟสบุ๊ค กันก่อนว่าทั้ง 2 คำแม้จะดูเหมือนกันแต่ความเป็นจริงความหมายก็มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เจาะลึกการยิงแอด ด้วยบทความ “ยิงแอดคืออะไร” เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจพื้นฐานการยิงแอดมากขึ้น
ยิงแอด (Advertising)

การยิงแอด หรือ ยิงแอดโฆษณา คือ การซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทสินค้า/บริการ ให้ไปปรากฏยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการทำ Digital Marketing ในสมัยปัจจุบันการยิงแอดสามารถทำได้หลายช่องทาง โดยเฉพาะใน Social Media ต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter, TikTok, LinkedIn ฯลฯ หรือช่องทาง Search Engine

ยิงแอดเฟสบุ๊ค (Facebook Advertising)

การซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทสินค้า/บริการ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ผ่านช่องทาง Facebook โดยการยิงแอด นั้นแตกต่างจากรูปแบบการทำโฆษณาประเภทอื่น ๆ ตรงที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้โฆษณาไปปรากฏ และยังสามารถเลือกรายละเอียดอื่น ๆ เช่น ​​ การตั้ง campaign , การกำหนด budget ของการทำโฆษณาได้อย่างละเอียด โดยคุณสามารถยิงแอด facebook ได้ผ่านเครื่องมือ facebook ads manager

ทำให้การยิงแอด facebook เป็นวิธีอันดับต้น ๆ ที่นักการตลาดจะเลือกใช้ในการทำโฆษณาบน facebook ให้ประสบความสำเร็จและช่วยในการโปรโมทเพจได้อีกด้วย

วิธียิงแอด ลงโฆษณา Facebook อัพเดตปี 2022

ในการ การยิงแอดเฟสบุ๊ค นั้นคุณจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือเพื่อการยิงแอดของ facebook โดยเฉพาะอย่าง Facebook Business Manager ซึ่งเป็นเครื่องมือในการยิงแอด ที่เราสามารถปรับแต่งได้ตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการทำโฆษณาได้ตามที่คุณต้องการ ซึ่งคุณสามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณาทั้งหมด 3 แบบได้แก่ การรับรู้ (Awareness) การตัดสินใจ (Consideration) และ การกระทำที่ต้องการ (Conversion) โดยแต่ละประเภทก็จะสามารถเลือกรูปแบบการยิงแอดได้อย่างหลากหลาย และยังสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด
โดยวิธีการ ยิงแอด facebook แบบเต็ม ๆ นั้น จะมีวิธีการดังต่อไปนี้

สร้าง Campaigns Ads

Campaigns คือ การกำหนดวัตถุประสงค์ใหญ่ของการยิงแอด facebook ของคุณว่าต้องการให้การทำโฆษณาของคุณนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร โดยให้เลือกเพียงแค่ 1 จากทั้งหมด 3 แบบได้แก่ การรับรู้ (Awareness) การตัดสินใจ (Consideration) และ การกระทำที่ต้องการ (Conversion) ซึ่งในแต่ละ Objective ก็จะมีตัวเลือกเพิ่มเติม ถึงลักษณะของการทำโฆษณา 11 แบบ ได้แก่

Awareness

Brand Awareness เป็นการยิงแอดที่ช่วยในเรื่องของการ เพิ่มการจดจำและการรับรู้ให้กับแบรนด์ ซึ่ง Facebook จะยิงโฆษณาไปที่คนที่คิดว่าจะเข้าถึงแบรนด์ของเราได้ เปลี่ยนมาเป็นลูกค้าได้ในอนาคต
Reach เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่จะทำให้โฆษณาของคุณมาปรากฏที่หน้าฟีดของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

Consideration

Traffic เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายไปที่เว็บไซต์ธุรกิจของเรา หรือช่องทางที่ต้องการปิดการขาย

Engagement เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการให้คนเข้ามามีส่วนร่วมบน Facebook ไม่ว่าจะเป็น การไลค์ คอมเมนต์ แชร์ เหมาะสำหรับเวลาที่ธุรกิจของคุณกำลังมีแคมเปญร่วมสนุก หรือ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำผ่าน Facebook

App Installs เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายมาดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งโฆษณาประเภทนี้จะแสดงบนการเข้า Facebook ผ่านโทรศัพท์เท่านั้น

Video Views เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายมาดูวิดีโอของเรา ในกรณีที่คุณต้องการใช้สื่อในการโฆษณาที่เป็น Video

Lead Generation เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊ค สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บข้อมูลของลูกค้า ซึ่งคุณสามารถสร้าง Lead Form เพื่อให้คนมากรอกข้อมูลที่คุณต้องการได้ เช่น ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ช่องทางการติดต่อ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการติดต่อลูกค้าที่สนใจเพื่อปิดการขายผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Facebook เช่น E-mail Marketing

Messages เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการให้มีผู้เข้ามาทัก Inbox แชทสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อปิดการขาย เหมาะสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้า/บริการ ที่ต้องให้ผู้ซื้อทำความเข้าใจกับผลิตภัณฑ์ก่อน

Conversion

Conversions เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายทำ Action บางอย่างตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจที่วางไว้ เช่น สั่งซื้อสินค้า เพิ่มสินค้าลงตะกร้า เป็นต้น

Catalog Sales เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่ต้องการโปรโมทสินค้าในรูปแบบ Catalog สำหรับการขายสินค้าที่ต้องการให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้ามากกว่า 1 รายการ โดยการทำโฆษณารูปแบบนี้คุณต้องมีหน้าร้านออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หรือ E-Marketplace Platform เช่น Shopee, Lazada ก่อน

Store Traffic เป็นการยิงแอดเฟสบุ๊คที่จะยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่ที่กำหนดไว้ ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักและอยากเข้ามาหา หน้าร้านจริงของเราได้มากยิ่งขึ้น เหมาะกับธุรกิจที่มีหน้าร้านจริง ๆ และต้องการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าแบบออฟไลน์ โดยใช้ Facebook เป็นช่องทางในการยิงแอดเฟสบุ๊ค

จากนั้นกดเลือก Campaigns ที่คุณต้องการใช้ในการยิงแอดโฆษณาแล้วกด Create New Campaign และตั้งชื่อ Campaign ของคุณให้เรียบร้อยได้เลย

จากนั้นระบบจะพาคุณมายังหน้า Campaign details หรือรายละเอียดแคมเปญ ซึ่งคุณต้องใส่ข้อมูลในการยิงแอดเฟสบุ๊คให้ละเอียด โดยจะมีสิ่งที่คุณต้องโฟกัสเป็นพิเศษคือเรื่องของ Budget ที่ใช้ในการโฆษณา ที่จะมีให้เลือกเป็น Campaign budgets คือค่าใช้จ่ายของทั้งแคมเปญ , Ad set budgets ค่าใช้จ่ายของเฉพาะแค่ ad set แต่ละตัว

เมื่อเลือกเรียบร้อยแล้ว คุณเองก็ยังสามารถเลือกได้อีกว่า จะใช้งานเป็น Daily budget หรือการกำหนดงบประมาณต่อวัน (จ่ายทุกวัน) หรือ Lifetime budget (จ่ายครั้งเดียว)

เมื่อเลือก Budget ที่คุณต้องการ เรียบร้อยแล้ว คุณยังสามารถเลือกวิธีการแสดงผลโฆษณาแบบ A/B Testing ได้อีกด้วย ซึ่ง A/B Testing คือการทดลองทำโฆษณา 2 แบบ ที่อาจจะมีองค์ประกอบของโฆษณาที่แตกต่างกัน เช่น ภาพแตกต่าง แคปชันไม่เหมือนกัน ฯลฯ เพื่อใช้ในการทดลองสมมติฐานบางอย่าง โดยจะแบ่งงบประมาณ และการแสดงผลในการทำโฆษณาเท่า ๆ กัน แล้วนำโฆษณานั้นไปสุ่มปรากฏ เพื่อหาว่า โฆษณาแบบไหน จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้มากกว่ากัน

AD Set

1. Ad set name และ Budget & schedule

เมื่อคุณกำหนดรายละเอียดของแคมเปญในการยิงแอด facebook เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการกำหนด ad set name หรือชื่อของโฆษณาแต่ละตัว ซึ่งสามารถตั้งได้อย่างอิสระ

และต่อมาให้คุณกำหนดงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณาแต่ละตัวให้เรียบร้อย ตามเนื้อหาที่เราได้อธิบายไปข้างต้น จากนั้นให้กำหนด schedule หรือวัน-เวลา เริ่มต้นและสิ้นสุด การปรากฏของโฆษณา

2. Audience

ต่อมาคือการกำหนด Audience หรือกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการให้โฆษณาไปปรากฏ ซึ่งข้อดีของการยิงแอด facebook คือคุณสามารถกำหนดลักษณะของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด โดยคุณสามารถเลือกรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายได้ ดังนี้

Location : ที่อยู่ของกลุ่มเป้าหมาย จังหวัดไหน ประเทศอะไร โซนไหน
Age : อายุของกลุ่มเป้าหมาย
Gender : เพศของกลุ่มเป้าหมาย
Tips : คุณสามารถเลือกรายละเอียดการระบุกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 3 แบบคือ core audience คือกลุ่มเป้าหมายที่คุณระบุเอง กำหนดเองในทุกอย่าง, custom audience คือ กลุ่มเป้าหมายที่คุณมีข้อมูลของพวกเขาอยู่แล้ว เช่น เบอร์โทร อีเมล หรือเป็นผู้ที่เคยกดถูกใจเพจคุณ เคยเข้ามาเยี่ยมชมเพจคุณ ฯลฯ และ lookalike audience คือ การให้ facebook หากลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายคลึงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการ

3. Detailed targeting

Detailed targeting หรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการหากลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด facebook ให้กับคุณ โดยจะมีให้เลือก 2 หมวดหมู่ได้แก่

Demographics : ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ เช่น เพิ่งแต่งงานไม่ถึง 6 เดือน, เพิ่งเรียนจบไม่เกิน 1 ปี ฯลฯ

Interests : ความสนใจ ความชื่นชอบ (คิดว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ จะมีความชื่นชอบในเรื่องอะไรบ้าง ต้องเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของ

4. Audience Size

Audience Size คือ ขนาดของกลุ่มเป้าหมาย ที่โฆษณาของคุณจะไปปรากฏ ซึ่งสามารถดูได้ที่มุมขวาของหน้าจอ คุณสามารถสังเกตขนาดของ Audience ได้จาก สี ของ Chart ดังนี้

สีเขียว – ขนาดกลุ่มเป้าหมายอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่เจาะจงเกินไป และไม่กว้างไป มีโอกาสทำโฆษณาได้ดีที่สุด

สีเหลือง – กลุ่มเป้าหมายมีขนาดกว้างเกินไป ซึ่งอาจทำให้โฆษณาของไปปรากฏกับกลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเยอะ และเสียค่าโฆษณาเยอะด้วย

สีแดง – กลุ่มเป้าหมายเจาะจง ช่วยให้คุณได้กลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ แต่จำนวนการมองเห็น (Reach) อาจไม่เยอะ เพราะมีผู้ที่พบเห็นโฆษณาของเราน้อย

5. Placement

การจัดวาง ตำแหน่งของโฆษณา ซึ่งคุณสามารถเลือกสถานที่ที่ โฆษณาของคุณจะไปปรากฏได้

Device : เครื่องมือที่ใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต

Platform : เลือกได้ทั้ง Facebook และ Instagram โดยมีพื้นที่ให้เลือกมากมายทั้ง Feeds , Stories , In-stream , search , messages , In-article , apps

🙏ขอบคุณ Cr.by.thedigitaltips

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

🎊 ใกล้จะสิ้นปีแล้ว สายออกแบบขอซาวน์เช็กทางนี้หน่อยยยย !!วันนี้มาแชร์เทรนด์สีปี 2️⃣0️⃣2️⃣3️⃣ ที่ฮิตมาแรงซึ่งทาง TCDC ได้ป...
16/11/2022

🎊 ใกล้จะสิ้นปีแล้ว สายออกแบบขอซาวน์เช็กทางนี้หน่อยยยย !!
วันนี้มาแชร์เทรนด์สีปี 2️⃣0️⃣2️⃣3️⃣ ที่ฮิตมาแรง
ซึ่งทาง TCDC ได้ปล่อยข้อมูลออกมาให้ แต่ละสีเป็นเทรนด์ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ เรื่องเลยทีเดียว!
จะมีสีอะไรที่เหมาะกับแบรนด์ และกราฟิกดีไซน์บ้าง ลองมาดูกันเลยยย 👍
ขอบคุณ🙏 Cr.by.: Creative Thailand

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

Facebook Shop ใช้งานได้อย่างไร? 1. พ่อค้าแม่ค้าที่มีโปรไฟล์ Facebook หรือ Instagram สามารถเปลี่ยนไปใช้งานร้านค้าโดยอัตโน...
15/11/2022

Facebook Shop ใช้งานได้อย่างไร?

1. พ่อค้าแม่ค้าที่มีโปรไฟล์ Facebook หรือ Instagram สามารถเปลี่ยนไปใช้งานร้านค้าโดยอัตโนมัติ ก่อนตั้งค่าร้านค้า ผู้ใช้จะได้รับอีเมลหรือการแจ้งเตือนในการใช้งาน Facebook Shop

2. ผู้ใช้สามารถสร้างร้านค้าในตัวจัดการการค้า ทั้งบนโปรไฟล์ Facebook และ Instagram

3. คุณสามารถสร้างคอลเลกชันเพื่อปรับแต่งร้านค้าและดึงดูดลูกค้าได้ผ่านตัวจัดการการค้า โดยสามารถปรับแต่ง สร้าง และจัดเรียงคอลเลกชัน ซึ่งจะมีทั้งชื่อ คำอธิบาย สื่อหน้าปก และสามารถเพิ่มสินค้าได้ตั้งแต่ 6-30 รายการเลยทีเดียว

4. ฟีเจอร์ Facebook Shop สามารถนำเสนอได้บนแอปพลิเคชันที่รองรับกับมือถือ ทำให้ผู้ใช้งานที่เข้ามายังเพจสามารถรับประสบการณ์ได้ตามที่พ่อค้าแม่ค้าอยากให้เป็น ทั้งธีม อารมณ์ และความสวยงามของสินค้า

5. ฟีเจอร์ Facebook Shop ยังตอบโจทย์ของการทำให้แพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram เป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้การทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ของพ่อค้าแม่ค้า หรือแบรนด์ธุรกิจง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง

🙏ขอบคุณ Cr.by.nipa

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

มีเทคนิคสร้างสรรค์ Facebook Video Content อย่างไรให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น ?ลองมาเช็คดูกันครับว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้า...
14/11/2022

มีเทคนิคสร้างสรรค์ Facebook Video Content อย่างไรให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น ?

ลองมาเช็คดูกันครับว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้างที่จะทำให้ Video Content ของคุณดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น

1. ปรับไซส์ของ Video Content ให้เป็นแนวตั้ง (Vertical Video)

สิ่งแรกที่คุณต้องโฟกัสในการสร้างสรรค์ Video Content ที่ชวนดึงดูดได้ก็คือการใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตด้วยการ ลองปรับขนาดของ Video ให้เป็นแนวตั้ง

คุณน่าจะเคยเห็น Video Content ใน Facebook ที่ถูกปรับเป็นไซส์แนวตั้ง แม้ฟุตเทจของวิดีโอจะมาเป็นแนวนอนก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมาใส่กรอบหรือมาปรับให้เป็นแนวตั้งอยู่ดี สิ่งนี้ไม่ใช่กระแสหรือแฟชั่นครับ แต่เป็นสิ่งที่ Creator ตั้งใจจะให้เป็นเพื่อดึงดูดผู้ชมโดยเฉพาะ

สาเหตุก็เพราะการแสดงผลของ Video Content ในแนวตั้งจะอยู่ในระดับสายตาของผู้ชม และผู้ชมไม่ต้องหมุนโทรศัพท์ไปมา สามารถกดและรับชมได้เลยนั่นเอง

2. ทำให้ความยาวของ Content อยู่ที่ 2 - 5 นาที
จากการสำรวจของ Socialinsider พบว่าความยาว Video Content ใน Facebook ที่ดึงดูดผู้ชมได้ดีที่สุดอยู่ที่เวลาเพียง 2-5 นาทีเท่านั้น

โดยจากข้อมูลที่ทาง Socialinsider แบ่งออกมาเป็น 2 ชุดโดยแบบที่ 1 วัดจากจำนวนผู้ติดตามใน page ไม่เกิน 10,000 คนพบว่า เวลาที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุดอยู่ที่ 10 นาที

และแบบที่ 2 (ตามรูป) คือจำนวนผู้ติดตามใน page ตั้งแต่ 10,000 - 100,000 คน เวลาที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุดกลับลดลงมาเหลือเพียงแค่ 2-5 นาที

แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการนำเทคนิคนี้มาปรับใช้ นอกจากเรื่องเวลาก็ต้องคำนึงถึงเนื้อหาของ Content ด้วยครับ เพราะการที่จะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาเป็นลูกค้าของคุณได้นั้น ก็ต้องเกิดจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาเช่นกัน

3. Video Description และ Thumbnail ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ Content ได้
เมื่อคุณสร้างสรรค์ Video Content ที่มีขนาดและความยาวเป็นที่พอใจแล้ว ต่อมาก็คือการนำเข้าสู่แพลทฟอร์มซึ่ง 2 สิ่งที่จะช่วยดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายหันมาสนใจกับคอนเทนต์ของคุณได้ มีอยู่ 2 อย่างได้แก่ Video Description และ Thumbnail

เริ่มจาก Video Description หรือก็คือคำอธิบายว่าคอนเทนต์ของคุณเกี่ยวกับอะไร แน่นอนว่าเรารู้อยู่แล้วว่ามันสำคัญกับการทำคอนเทนต์ของคุณเพียงใด แต่เทคนิคที่คุณต้องรู้ก็การใส่ช่องทางการติดต่อเพิ่มหรือ CTA ไปให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักแบรนด์ของคุณมากขึ้นด้วย

และอย่างต่อมาก็คือ Thumbnail หรือรูปภาพหน้าปกของวิดีโอ สิ่งนี้ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาชมคอนเทนต์ของคุณ

ซึ่ง Thumbnail ที่ดีนั้น คุณควรจะต้องทำรูปภาพให้น่าสนใจ และเขียนชื่อเรื่องคอนเทนต์สั้นๆ หรือบอก Benefits ของคอนเทนต์ของคุณที่พวกเขาจะได้รับลงไป เช่น “อบเค้กอย่างไร ไม่ง้อเตาอบ” , “สิวหาย ภายใน 3 วัน” เป็นต้นครับ

4. ทำให้ผู้ชมรู้ว่าคุณคือใคร ภายใน 4 วินาทีแรก
“4 วินาทีแรกของวิดีโอ คือ Golden Time ของ Video Content ใน Facebook”
จากการสำรวจเชิงจิตวิทยาของ Post Planner พบว่าช่วงแรกของวิดีโอหรือไม่เกิน 4 วินาทีแรก จะเป็นช่วงที่พฤติกรรมของผู้ชมจะเปิดรับสารมากที่สุด ทำให้พวกเขาสามารถจดจำแบรนด์ได้ดีกว่าช่วงอื่นๆ

ของคอนเทนต์ และถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณไม่ได้สนใจในตัวคอนเทนต์ที่คุณต้องการนำเสนอ พวกเขาจะกดปิดวิดีโอทันที ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที

เพราะฉะนั้นคุณควรต้องรวบรัด ทำให้กลุ่มเป้าได้ทำความรู้จักว่าคุณ/แบรนด์เป็นใคร หรือทำการยก Key Messages ที่คุณต้องการจะสื่อสารมาไว้ตั้งแต่ภายในช่วงแรกๆ ของวิดีโอให้ได้ครับ

5. Native Video ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าแพลทฟอร์มอื่นๆ

แม้ว่า Facebook จะไม่ใช่แพลทฟอร์ม Video Content เต็มรูปแบบเหมือนกับ Youtube แต่ถ้าคุณต้องการจะทำ Video Content เพื่อการเผยแพร่ใน Facebook คุณไม่ควรใช้การแปะวิดีโอจากแพลทฟอร์มอื่นครับ

คำว่า Native Video ก็คือการลงวิดีโอใน Facebook ตรงๆ โดยไม่ผ่านแพลทฟอร์มอื่นเช่น Youtube

เพราะจากการสำรวจของ Quintly พบว่า Facebook Native Video สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ถึง 89% ชนิดที่เทียบไม่ติดกับการเอาลิงก์ Youtube มาแปะเลยครับ
🙏ขอบคุณ Cr.by.thegrowthmaster

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

มองภาพการขายใน Facebook ให้ออก เพื่อเป้าหมายที่ชัดเจนอันที่จริง Facebook ถูกออกแบบสำหรับการขายให้เหมือนตลาดนัดขนาดใหญ่ ท...
13/11/2022

มองภาพการขายใน Facebook ให้ออก เพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน

อันที่จริง Facebook ถูกออกแบบสำหรับการขายให้เหมือนตลาดนัดขนาดใหญ่ ที่รวบรวมสินค้าและบริการมาให้ผู้บริโภคได้เลือกหาตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าขนาดเล็กอย่างของใช้ประจำวัน อาหาร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมถึงการขายที่มีมูลค่าอย่างรถยนต์ ที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์มาไว้อย่างลงตัว โดยเป็นพื้นที่เปิดที่ใครก็สามารถมาโพสขายสินค้าและบริการได้ สามารถใส่รูปภาพ ราคา รายละเอียดสินค้าและบริการ โดยเฉพาะการโพสลงใน Facebook Market Place ที่ใครก็ตามที่มีความต้องการตรงกับสินค้าและบริการที่คุณโพสลงรายละเอียด สามารถเข้ามาชมและติดต่อผ่านผู้ขายโดยตรง ไม่ใช่แค่เพื่อนใน Facebook ของคุณเท่านั้น ถือเป็นการเปิดตัวสินค้าออกสู่ตลาดอย่างทั่วถึงและกระจายไปในวงการ ที่แหล่ะเป็นอีกหนึ่งข้อที่สามารถช่วยให้คุณสามารถ ขายของใน facebook ยังไงให้ปัง โดยไม่จำกัดแค่คนรู้จักหรือในกลุ่มเพื่อน นอกจากนั้นข้อดีของการขายสินค้าใน Market Place ยังสามารถสรุปให้เห็นภาพชัดเจนได้ดังนี้คือ

สามารถหาสินค้าได้ในที่เดียว ตลอดจนเปรียบเทียบกับร้านค้าอื่นสำหรับสินค้าที่ใกล้เคียง
สามารถใส่ตัวเลือกของสินค้า ระยะทาง และประเภทสินค้าอย่างง่ายดายและสะดวก
ติดต่อผ่านผู้ขายผ่านระบบ Massenger ได้อย่างรวดเร็ว
สามารถลงประกาศขายได้ฟรี และไม่จำกัดการโพสสำหรับผู้ขาย
สามารถลิ้งค์ไปยังกลุ่มที่ผู้ขายเป็นสมาชิกได้แบบอัตโนมัติ

6 ขั้นตอนการขายของออนไลน์บน Facebook

การเข้าไปอยู่ในกลุ่ม ที่มีสินค้าในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายกัน

อีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้คุณสามารถ ขายของในfacebook ยังไงให้ปัง คือการเป็นสมาชิกหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกลุ่มที่เปิดให้โพสขายสินค้าหรือบริการอย่างเสรี และมีสมาชิกอยู่ในจำนวนมาก เช่น คุณสามารถค้นหากลุ่มจากช่องทางการสืบค้นใน Facebook จากนั้นขอเข้าไปรวมกลุ่ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการโพส หรือการขาย จะมีกฎเกณฑ์แต่ละกลุ่มที่บอกไว้ คุณต้องเรียนรู้และปฎิบัติตามกติกา มารยาทของแต่ละกลุ่มนั้นอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการถูกบล็อกหรือการถูกเตะออกจากกลุ่ม หรือในกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงอาจจะมีการสมัครค่าสมาชิก หรือ Member เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อ ซึ่งทางกลุ่มจะต้องขอหลักฐานเพื่อให้ในการทำธุรกรรมและการจัดส่งสินค้าเป็นไปอย่างแน่นอนและมั่นใจได้ อันส่งผลต่อาพลักษณ์ของกลุ่มและเครดิตของกลุ่ม ตลอดจนสมาชิกในกลุ่มแบบระยะยาว

การสร้างเพจ และ การทำให้น่าสนใจตลอดจนติดอันดับในช่องทางการค้นหาของ Facebook

อีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่จะทำให้ ขายของในfacebook ยังไงให้ปัง อีกวิธีหนึ่งคือการสร้างเพจ แน่นอนว่าการสร้างเพจมีขั้นตอนที่ไม่ยากสามารถค้นหาและศึกษาวิธีการได้ทั่วไปตลอดจนใช้เวลาไม่นาน แต่การสร้างเพจออกมาแล้วจะทำอย่างไรให้น่าสนใจ และติดอันดับสำหรับช่องทางการค้นหาใน Facebook เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในปริมาณมาก

การซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมทกับ Facebook เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้เพจของคุณได้รับการโชว์หรือการมองเห็นอย่างชัดเจน แต่ฟีเจอร์ของ Facebook ก็มีเงื่อนไขในการลงโฆษณา และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพคุณควรเรียนรู้เช่น

การลงภาพสำหรับโฆษณาต้องมีพื้นที่ตัวอักษรไม่เกิน 20% จากภาพ
ไม่ใช้คำหรือการโฆษณาที่เกินจริงในการขาย ไม่ใช้ภาพ Before-After ที่ดูไม่สมเหตุผลและเกินจริง
เขียน หรือ สะกดคำว่า Facebook ให้ถูกต้อง
ตรวจสอบหลักเกณฑ์การโปรโมทโพส ที่มีการ Update อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์
การให้ความสำคัญกับ Facebook SEO

อีกหนึ่งความสำคัญที่จะช่วยให้คุณ ขายของในfacebook ยังไงให้ปัง แบบระยะยาว และมีค่าใช้จ่ายที่น้อย สามารถทำได้เอง แต่ต้องอาศัยระยะเวลาที่สม่ำเสมอคือการทำ Facebook SEO สรุปโดยคร่าว ๆ คือ การใส่ Keyword เริ่มต้นตั้งแต่การตั้งชื่อ เช่นถ้าร้านค้าของคุณขายผ้าไหม และมีชื่อแบรนด์ว่า SUPA Design ควรขยายรายละเอียดของชื่อโดยการใส่คำเพื่อการสืบค้นตั้งแต่เริ่มต้นเช่น SUPA Design ผ้าไหมไทย เดรส เสื้อผ้าไหมแฟชั่น เพื่อให้เพจร้านค้าเราโชว์เมื่อมีผู้สืบค้นคำเหล่านี้

ลอดจนมีการโพสอย่างสม่ำเสมอ และเขียนบทความที่แทรก Keyword อย่างถูกต้องและมีศิลปะ ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาชมสินค้าในเพจเกิดความเพลิดเพลิน และเจ้าปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial intelligence – AI ระบบอัจฉริยะของ Facebook จัดประเภทของเพจ บทความ และการโพสของคุณเป็นโพสที่มีคุณภาพ อันจะส่งผลดีในระยะยาวสำหรับเพจและบทความให้มีผู้เข้าถึงตรงตามกลุ่มในปริมาณมาก โดยไม่ต้องใช้งบประมาณการโฆษณา

อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่เทคนิคบางส่วนที่นำเสนอ เพราะ ขายของใน facebook ยังไงให้ปัง คุณจะต้องเป็นคนที่เสมือนน้ำไม่เต็มแก้วหรือเป็นแก้วเปล่า พร้อมเปิดรับความรู้ ขยันศึกษาฟีเจอร์และลูกเล่นใหม่ ๆ ถึงยังไงตลาดออนไลน์ก็เป็นตลาดที่ลงทุนน้อยและเป็นอนาคตสำหรับทุกคนแน่นอน

🙏ขอบคุณ Cr.by.fillgoods

✍🏻

#ครูกุ๊กออนไลน์พันล้าน💰🛒
#พี่กุ๊กกุ๊ก_the_richness
#พี่กุ๊กกุ๊กแบ่งปัน💯%
#ครูกุ๊กออนไลน์หมื่นล้าน💰🛒
#ครูกุ๊กสอนออนไลน์มืออาชีพ🏆

ที่อยู่

รามอินทรา
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Icon Group บริษัทชั้นนำ เปิดรับตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์