CoralKiss ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์

“ประเทศไทย” ก้าวสู่ภายใต้ยุคการเปลี่ยนแปลงทุกมิติทั้ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิ...
30/07/2022

“ประเทศไทย” ก้าวสู่ภายใต้ยุคการเปลี่ยนแปลงทุกมิติทั้ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตใหม่จากสถานการณ์โควิด-19
หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะกระทบในระยะยาว ส่งผลกระทบต่อการวางแผนด้านนโยบายพลังงานของประเทศไทย ให้มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานมีการเปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้จัดทำ “แผนพลังงานชาติ" (National Energy Plan 2022) ซึ่งรวมทั้ง 5 แผนพลังงานไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย
1.แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP)
2.แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP)
3.แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP)
4.แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan)
5. แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan)
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายที่ไทยจะบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net-zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ.2065
ที่ผ่านมาไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 350 ล้านตัน สูงอันดับต้นของโลก โดยภาคที่ต้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญคือ ภาคพลังงาน ภาคครัวเรือน และภาคขนส่ง เพราะปล่อยก๊าซคาร์บอนรวมกันปีละราว 250 ล้านตัน
ดังนั้น รัฐบาลได้ผลักดันการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น โดยเพิ่มพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างสมดุลที่มาจากพลังงาน ลม ชีวมวล และแสงอาทิตย์ ซึ่งต้องปรับเป้าหมายการทำแผนใหม่ โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นผู้จัดทำแผน ประกอบด้วย
1. #ด้านไฟฟ้า เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) ไม่น้อยกว่า 50% ให้สอดคล้องแนวโน้มต้นทุน RE ที่ต่ำลง โดยพิจารณาต้นทุนของระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ร่วมด้วย และไม่ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าระยะยาวสูงขึ้น
2. #ด้านก๊าซธรรมชาติ จะเน้นการเปิดเสรีและการจัดหาเพื่อสร้างความมั่นคงให้ระบบพลังงานประเทศ และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็น Regional LNG Hub
3. #ด้านน้ำมัน ต้องปรับแผนพลังงานภาคขนส่ง และพิจารณาการบริหารการเปลี่ยนผ่าน สร้างความสมดุลระหว่างผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio Fuel) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
4. #ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จะส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนทุกภาคมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากทุกภาคส่วนให้เข้มข้นขึ้น
ทั้งนี้ สนพ.เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็น “กรอบแผนพลังงานชาติ” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำความเห็นไปประกอบการทำแผน ซึ่งมุ่งสู่พลังงานสะอาด เตรียมรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการดึงนักลงทุนต่างประเทศ และคำนึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะภายใน 1-10 ปีข้างหน้า จะเร่งพลังงานสะอาดมากขึ้นและเป็นแผนที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น
ทั้งนี้ แต่ละแผนย่อยจะต้องรวบรวมมาผนวกแล้วเสร็จช่วงปลาย มิ.ย.-ก.ค.2565 เพื่อเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คาดจะประกาศใช้ปี 2566

"เอกลาภ ยิ้มวิไล "แจง ข่าวการยื่นขอพักชำระหนี้เป็นการดำเนินการของบริษัทแม่ (Zipmex Asiaในสิงคโปร์ )-บริษัทในเครือ Zipmex...
29/07/2022

"เอกลาภ ยิ้มวิไล "แจง ข่าวการยื่นขอพักชำระหนี้เป็นการดำเนินการของบริษัทแม่ (Zipmex Asiaในสิงคโปร์ )-บริษัทในเครือ Zipmex Pte ยันไม่ส่งผลกระทบกับZIPMEX เผยความคืบหน้าเจรจากับนักลงทุนหลายรายเป็นในทิศทางที่ดี
วานนี้ (28 ก.ค. 65) นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ZIPMEX) โพสต์เฟซบุ๊ก แจงกรณีที่มีประเด็น Zipmex ยื่นศาลสิงคโปร์ขอพักชำระหนี้ ที่ปรากฏในข่าวนั้น เป็นการยื่นขอพักชำระหนี้ (moratoriums relief) เป็นการดำเนินการของ Zipmex Asia Pte. Ltd (บริษัทแม่ของซิปเม็กซ์ซึ่งดำเนินการในประเทศสิงคโปร์) และ Zipmex Pte. Ltd. (บริษัทในเครือของซิปเม็กซ์ในประเทศสิงคโปร์)
โดยมีวัตถุประสงค์รวมไปถึงเพื่อให้ Zipmex Asia Pte. Ltd และ Zipmex Pte. Ltd. ยังคงสามารถดำเนินการเจรจาทางธุรกิจและบรรลุกระบวนการการลงทุนในกลุ่มบริษัท โดยนักลงทุนหรือบุคคลภายนอกอย่างปราศจากเหตุขัดข้องใด ๆ อันจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนในกลุ่มบริษัท เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ทั้งนี้กระบวนการยื่นขอพักชำระหนี้ดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมายประเทศสิงคโปร์ และไม่มีผลกระทบทางกฎหมายหรือมาตรการการควบคุมมายัง ZIPMEX รวมถึงบริษัทในเครือในประเทศอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)
ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บริการได้ตามปกติ และในการให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ในประเทศไทย รวมถึงบรรดา Zipsters ให้มีความเข้าใจอันดีถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ Z Wallet
ทั้งนี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินการแก้ไขปัญหา และเรียกคืนความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและนักลงทุน ซึ่งในขณะนี้ ซิปเม็กซ์ มีความคืบหน้าในทางที่ดีจากการเจรจากับนักลงทุนหลายราย โดย ซิปเม็กซ์ หวังว่ากลยุทธ์ในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้สถานการณ์ของซิปเม็กซ์ เป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น

“บีอีเอ็ม” ยื่นซองข้อเสนอชิงรถไฟฟ้าสายสีส้มรายแรก ยืนหนึ่งชิงในนามกลุ่มบีอีเอ็ม มอบ ช.การช่างลุยเดี่ยวงานโยธาผู้สื่อข่าว...
27/07/2022

“บีอีเอ็ม” ยื่นซองข้อเสนอชิงรถไฟฟ้าสายสีส้มรายแรก ยืนหนึ่งชิงในนามกลุ่มบีอีเอ็ม มอบ ช.การช่างลุยเดี่ยวงานโยธา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ค.) เวลาประมาณ 9.09 น. นายวิทูรย์ หทัยรัตนา รองกรรมการผู้จัดการปฏิบัติการและวิศวกรรมระบบราง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM นำทีมเดินทางมายื่นข้อเสนอประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยยื่นข้อเสนอในนาม BEM มีผู้รับเหมางานโยธาคือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) มีเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอรวมกว่า 300 กล่อง
สำหรับการเปิดรับซองข้อเสนอในวันนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะเปิดรับข้อเสนอตั้งแต่เวลา 9.00 – 15.00 น. หลังจากนั้นจะเปิดซองข้อเสนอในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในปลายปี 2565 โดยมีข้อกำหนดผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับคะแนนประเมินในแต่ละหมวดไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 และได้รับคะแนนการประเมินรวมทุกหมวดไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของคะแนนรวมทั้งหมด จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอซองที่ 2 และจะได้รับการพิจารณาข้อเสนอในซองที่ 3 ด้านการลงทุนและผลตอบแทน

เปิดความเห็นอนุกรรมการฯทั้ง 4 ชุด กรณี ดีลทรูควบดีแทคเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช. 27 ก.ค.นี้ ระบุไม่ชี้ขาด ควร "อนุญาต" หรือ...
22/07/2022

เปิดความเห็นอนุกรรมการฯทั้ง 4 ชุด กรณี ดีลทรูควบดีแทคเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช. 27 ก.ค.นี้ ระบุไม่ชี้ขาด ควร "อนุญาต" หรือ "ไม่อนุญาต" ให้ควบรวม พร้อมส่งข้อมูลดิบให้บอร์ดตัดสินใจเอง
หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีมติลงวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ จำนวน 4 คณะ ประกอบด้วย
1. อนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง
2. อนุกรรมการด้านกฎหมาย
3. อนุกรรมการด้านเทคโนโลยี
4. อนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์
โดยมีกรอบเวลาให้หาข้อสรุปเพื่อทำรายงานเสนอมายังบอร์ด กสทช.เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะ "อนุญาต" หรือ" ไม่อนุญาต" ให้ดำเนินการหรือไม่
ล่าสุดวันนี้ (22 ก.ค.) หลังจากที่อนุกรรมการฯ ได้ประชุมกันในชั้นของตัวเองเป็นเวลากว่า 2 เดือน ผลสรุปที่เสนอส่งเป็นรายงานให้แก่คณะทำงานประสานงานคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจของทรูและดีแทคที่มี นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการกสทช.และรักษาการเลขาธิการกสทช.นั้น จะถูกนำเสนอไปยังบอร์ดกสทช.พิจารณาในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ตามกรอบเวลาที่สำนักงานฯได้ขอขยายเวลาต่อบอร์ด 15 วัน โดยขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลรายงานจากอนุกรรมการฯทั้ง 4 ชุด โดยอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด ไม่ได้มีการลงความเห็นสรุปแนบท้ายแต่อย่างใด เพียงแต่เสนอรายงานเป็นแนวทางให้บอร์ดพิจารณาเองว่า หากอนุญาตให้ควบรวมจะเป็นอย่างไร และหากไม่อนุญาตให้ควบรวมจะเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ บอร์ดกสทช.ยังมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 2 ชุด ประกอบด้วยคณะทำงานเพื่อประสานงานกับอนุกรรมการฯทั้ง 4 ชุด โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการกสทช.และรักษาการเลขาธิการกสทช.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน และคณะทำงานเพื่อกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันผลกระทบจากกรณีการรวมรวมธุรกิจด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อกับนายไตรรัตน์ถึงความคืบหน้า กรณีสรุปความเห็นของอนุกรรมการฯทั้ง 4 ชุด ว่าจะแล้วเสร็จทันเข้าวาระบอร์ดกสทช.ในวันที่ 27 ก.ค.นี้หรือไม่ และอนุกรรมการฯได้ลงความเห็นเกี่ยวกับดีลการควบรวมนี้เช่นไร ผลปรากฎว่า #ไม่สามารถติดต่อได้

'เทสลา'เทขาย'บิตคอยน์' 75% ดึงตัวเลขเงินสดในงบดุลไตรมาส 2/65 เพิ่มอีก 936 ล้านดอลลาร์ ‘อีลอน มัสก์’ เผยมีความจำเป็นต้องใ...
21/07/2022

'เทสลา'เทขาย'บิตคอยน์' 75% ดึงตัวเลขเงินสดในงบดุลไตรมาส 2/65 เพิ่มอีก 936 ล้านดอลลาร์ ‘อีลอน มัสก์’ เผยมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด หลังไม่สามารถคาดการณ์สถานการณืในจีนได้ ย้ำยังคงซื้อบิตคอยน์ต่อในอนาคต
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า บริษัท "เทสลา" (TESLA) กล่าวในแถลงการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2ปี2565ว่า บริษัทได้ขายบิตคอยน์ออก 75% เพื่อถือเงินสด
เมื่อไตรมาส 1 ปี 2564 เทสลาได้ลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ในบิตคอยน์ ซึ่งเป็นเงินที่เทสล่าเรียกว่าเป็นการลงทุนในระยะยาวของสกุลเงินดิจิทัล แต่บริษัทได้ขายการถือครองบิตคอยน์ไปแล้ว 3 ใน 4 จากทั้งหมด ซึ่งยอดขายเหล่านั้นเพิ่มเงินสด 936 ล้านดอลลาร์ในงบดุล
แม้ว่าบริษัทระบุราคาขายออกของบิตคอยน์ แต่เมื่อต้นไตรมาสบิตคอยน์มีราคาในไตรมาสที่ 2 ปี2565 ราว 46,000 ดอลลาร์และสิ้นสุดไตามาส 2 ปี2565 ที่ระดับต่ำกว่า 19,000 ดอลลาร์
อีลอน มักส์ ประธานบริหารบริษัทเทสลา สนับสนุนคริปโทอย่างต่อเนื่อง และทวีตเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลต่างๆบ่อยครั้ง จนกระทั่งราคาของบิตคอยน์ ได้ปรับตัวลดลงท่ามกลางตลาด “คริปโท วินเทอร์”
“เหตุผลที่ขายบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่นั้น เป็นเพราะเราไม่แน่ใจว่าการล็อคดาวน์ของโควิด-19 ในประเทศจีนจะบรรเทาลงเมื่อใด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะเพิ่มสถานะเงินสดให้สูงสุด และสิ่งนี้ไม่ควรถือเป็นคำตัดสินของบิตคอยน์ และ เทสลาจะเพิ่ม

ราคาบิตคอยน์วันนี้ ปรับขึ้น +3.72% ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 21,793 เหรียญสหรัฐ หรือราว 798,891 บาท เปลี่ยนแปลง ...
19/07/2022

ราคาบิตคอยน์วันนี้ ปรับขึ้น +3.72% ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 21,793 เหรียญสหรัฐ หรือราว 798,891 บาท เปลี่ยนแปลง +8.23% ในช่วงเวลา 7 วัน ตามข้อมูลล่าสุด เมื่อ 6.00 น.



ขณะที่เหรียญดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซีชนิดอื่น Ethereum +11.21% Tether -0.01% และ BNB +3.68% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา



ข่าวบิตคอยน์
Bitcoin ( BTC ) อยู่ในสีเขียวเพื่อเริ่มต้นสัปดาห์ เนื่องจากโมเมนตัมขาขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ยังคงดำเนินต่อไปในเซสชั่นของวันนี้ โดยส่งราคาไปมากกว่า $22,000

หลังจากระดับต่ำสุดในวันอาทิตย์ที่ 20,778.18 ดอลลาร์ BTC /USD พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 22,430.62 ดอลลาร์ในวันนี้

การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ Bitcoin หลุดจากระดับแนวต้านสำคัญเป็นครั้งที่สองในเวลาไม่ถึง 10 วัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่

ในช่วงที่บรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยความผันผวน จากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงปรี๊ด ดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะ...
18/07/2022

ในช่วงที่บรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยความผันผวน จากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงปรี๊ด ดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย “หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า” ดูเป็นหลุมหลบภัยที่ดีในสถานการณ์เช่นนี้ เนื่องจากรายได้มั่นคงเพราะมีการทำสัญญาซื้อขายไฟไว้ล่วงหน้า จึงมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ แทบไม่อิงกับภาวะเศรษฐกิจ

เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือตก มีผู้โดยสาร 15 คน เสียชีวิตคาที่ 14 คน หลังปฏิบัติการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ราฟาเอล คาโร ค...
17/07/2022

เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือตก มีผู้โดยสาร 15 คน เสียชีวิตคาที่ 14 คน หลังปฏิบัติการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ราฟาเอล คาโร ควินเตโร
ทางกองทัพเรือรายงานว่า (15 ก.ค.) เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์กเม็กซิโกตก บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐซีนาโลอา ประเทศเม็กซิโก หลังปฏิบัติการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกัน ราฟาเอล คาโร ควินเตโร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตทันที 14 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และถูกนำตัวไปโรงพยาบาลทันทีหลังเกิดเหตุ
แหล่งข่าวรายงานว่า เป็นอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน และยังไม่ทราบสาเหตุ
ด้านอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย ว่าเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียเจ้าหน้าที่ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ นายราฟาเอล คาโร ควินเตโร เป็นคนอยู่เบื้องหลังการสังหารเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอเมริกัน ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา (DEA) เมื่อปี 2528 สะเทือนความสัมพันธ์สหรัฐและเม็กซิโกอยู่หลายปี เคยถูกจับและได้ปล่อยตัวเมื่อปี 2556 จากนั้นถูกจับอีกครั้งในคดียาเสพติดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ก.ค.)
การจับกุมเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีเม็กซิโกพบไบเดนเมื่อวันอังคาร (12 ก.ค.)
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเม็กซิโกและ DEA มีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด หลังจากที่เม็กซิโกออกกฎหมายจำกัดการทำงานของหน่วยงานของสหรัฐฯ
แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ หัวหน้าคนใหม่ของหน่วยงาน DEA ในเม็กซิโกได้รับวีซ่า ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เป็นสัญญาณดี บ่งบอกถึงความคืบหน้าในความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ

เงินเฟ้อสหรัฐที่พุ่งสูงจนตลาดอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดความกลัวว่าเศรษฐกิจจะถดถอยแท้จริงแล้วมาจากหลายสาเ...
16/07/2022

เงินเฟ้อสหรัฐที่พุ่งสูงจนตลาดอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดความกลัวว่าเศรษฐกิจจะถดถอยแท้จริงแล้วมาจากหลายสาเหตุ แต่นักลงทุนชื่อดังรายหนึ่งกล่าวว่า เป็นเพราะคนรุ่นมิลเลนเนียล
ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือน มิ.ย. พุ่งขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน จนเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังกล่าวว่า เงินเฟ้อสูงจนไม่อาจยอมรับได้ เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงานว่า สาเหตุเบื้องหลังเงินเฟ้อพุ่งมีทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานสูงเพราะอุปทานขาดแคลน สงครามของรัสเซียในยูเครน รัฐบาลใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดอกเบี้ยต่ำช่วงโควิด-19 ระบาด แรงงานขาดแคลนต่อเนื่อง และปัญหาซัพพลายเชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ แต่มีนักลงทุนรายหนึ่งโต้ว่า ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยทำให้เกิดเงินเฟ้อ นั่นคือ คนรุ่นมิลเลนเนียล
“ดูสิ สิ่งที่ทุกคนไม่ได้พูดถึงว่าอะไรกันแน่ที่เป็นสาเหตุของเงินเฟ้อ ซึ่งก็คือมีคนมากเกินไป มีเงินมากเกินไป ไล่ซื้อสินค้าน้อยเกินไป” บิล สมีด ประธานคณะเจ้าหน้าที่ลงทุน Smead Capital Management กล่าวในรายการ Squawk Box Europe ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี เมื่อวันพฤหัสบดี (14 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐ
สมีดอธิบายว่า ในสหรัฐมีคนรุ่นมิลเลนเนียลราว 92 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 27-42 ปี
"ครั้งสุดท้ายที่เราเห็นเงินเฟ้อแบบวูฟเวอรีน ที่ผู้กำหนดนโยบายยากจะหยุดยั้งได้ ก็ตอนที่คนรุ่นเบบี้บูม 75 ล้านคนขึ้นมาแทนที่คนรุ่น silent generation ในทศวรรษ 70 ดังนั้นสหรัฐทั้งประเทศจึงมีแต่คนอายุ 27-42 ปี ที่เลื่อนการซื้อบ้าน ซื้อรถ ช้ากว่าคนรุ่นอื่นๆ ส่วนใหญ่เจ็ดปี แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา พวกเขาทุกคนพร้อมใจกันซื้อ นี่แค่ช่วงเริ่มต้นของวงจร 10-12 ปีเท่านั้น ที่คนต้องการสิ่งต่างๆ เหล่านี้มากกว่าคนรุ่นก่อนหน้าราว 50%"
“เฟดสามารถควบคุมสินเชื่อได้ แต่ไม่สามารถลดจำนวนคนที่อยากได้สิ่งจำเป็นเหล่านี้เมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนหน้าได้” สมีดกล่าว
แท้จริงแล้วนักเศรษฐศาสตร์เห็นพ้องกันว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐพิมพ์เงินออกมาปริมาณมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดเป็นสาเหตุหลักของเงินเฟ้อ อีกทั้งสมีดไม่ได้กล่าวถึงราคาพลังงานพุ่งสูงผลจากเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาอุปทาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะโทษคนรุ่นมิลเลนเนียลไม่ได้
คนรุ่นนี้จำนวนมากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า พวกเขาต่างมีเงินมากมายและตอนนี้กำลังไล่ซื้อสินทรัพย์ ผลสำรวจความคิดเห็นจำนวนหนึ่งทำเมื่อสองปีที่ผ่านมา พบว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลกว่า 60% ชะลอการซื้อบ้านเพราะหนี้ กยศ.หรือราคาบ้านแพงมากเมื่อเทียบกับค่าจ้าง คนรุ่นนี้ยังเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ภาระหนี้สินเพิ่มเร็วที่สุดด้วย
แม้แต่หลายคนที่มีเงินทุนพอก็ยังลังเล ผลสำรวจมหาเศรษฐีของซีเอ็นบีซีเมื่อเดือน มิ.ย. พบว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลมีแนวโน้มลดการซื้อของชิ้นใหญ่มากกว่าคนรุ่นเบบี้บูมถึงสามเท่า
“44% ของผู้ให้ข้อมูลรุ่นมิลเลนเนียลกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นทำให้พวกเขาชะลอการซื้อบ้านใหม่ เทียบกับคนรุ่นเบบี้บูมตัวเลขอยู่ที่ 6% เท่านั้น มหาเศรษฐีมิลเลนเนียลเกือบครึ่งกล่าวว่า เลื่อนการซื้อรถออกไปเพราะดอกเบี้ยสูง สัดส่วนสูงกว่าเบบี้บูมเมอร์กว่าสองเท่า”
อย่างไรก็ตาม คนรุ่นมิลเลนเนียลยังคงเป็นกลุ่มใหญ่สุดในตลาดผู้ซื้อบ้านจำแนกตามเจนเนอเรชัน โดยคิดเป็น 43% ของผู้ซื้อบ้านเพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี 2564 ทั้งยังเป็นเจนเนอเรชันใหญ่สุดในสหรัฐจำแนกตามประชากร

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแตะระดับ 1.000 เทียบยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกั...
15/07/2022

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแตะระดับ 1.000 เทียบยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยูโรโซน
เมื่อเวลา 20.15 น.ของวันพฤหัสบดี(14ก.ค.)ตามเวลาไทย ดอลลาร์ดีดตัวขึ้น 0.57% สู่ระดับ 1.000 เทียบยูโร ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.8% สู่ระดับ 108.82
นักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่กังวลว่ายูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นหลังราคาน้ำมันทะยานขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดจากการที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน
ทั้งนี้ ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน ขณะที่รัสเซียเริ่มยุติการส่งก๊าซธรรมชาติผ่านทางท่อส่ง Nord Stream 1
บริษัท Nord Stream AG ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการท่อส่ง Nord Stream 1 ประกาศว่า ทางบริษัทได้ปิดท่อส่งดังกล่าว ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมายังเยอรมนีผ่านทางทะเลบอลติก เพื่อทำการซ่อมบำรุงจนถึงวันที่ 21 ก.ค.
อย่างไรก็ดี มีความวิตกกันว่ารัสเซียจะยังคงตัดการส่งก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรป แม้ Nord Stream 1 เสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงในวันที่ 21 ก.ค.
ด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนมองว่าตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่พุ่งขึ้นเกินคาด จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 1% ในเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการแข็งค่าของดอลลาร์

14/07/2022

โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ 3 ตัวคือ CPF ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 26.00 บาท เป้าหมาย 32.00 บาท ตัวต่อมาคือ EGCO ราคาปัจจุบัน 184.00 บาท ราคาเป้าหมาย 198.00 บาท และ TTB ราคาปัจจุบัน 1.15 บาท ราคาเป้าหมาย 3.15 บาท

14/07/2022

ที่อยู่

สาธร
Bangkok
20110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CoralKissผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์