Scaleup Consulting

Scaleup Consulting Recruitment Consultant

Inbox ข้อความ : https://m.me/scaleupconsult1

Line@ : https://lin.ee/U0oVDSP

คุณเป็นวิทยากร หรือเจ้าของคอร์สออนไลน์แต่ยังฝากคอร์สไว้ใน Facebook Group หรือแพลตฟอร์มของคนอื่นอยู่หรือเปล่า?ปัญหาคือ…❌ ...
11/05/2026

คุณเป็นวิทยากร หรือเจ้าของคอร์สออนไลน์
แต่ยังฝากคอร์สไว้ใน Facebook Group หรือแพลตฟอร์มของคนอื่นอยู่หรือเปล่า?

ปัญหาคือ…
❌ ข้อมูลลูกค้าไม่ได้อยู่กับคุณ
❌ ติดตามการเรียนรู้ไม่ได้
❌ วัดผล Engagement ไม่ได้
❌ ดูไม่ Professional
❌ ขยายธุรกิจยากในระยะยาว

ถึงเวลาสร้าง “Learning Ecosystem” ของตัวเอง
Looma ช่วยให้คุณ:

✨ มีแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ของตัวเอง
✨ จัดการคอร์ส เนื้อหา และผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ
✨ ติดตาม Progress และพฤติกรรมการเรียนได้จริง
✨ สร้าง Community และ Engagement ได้ง่ายขึ้น
✨ เก็บ Data ลูกค้าเพื่อนำมาวิเคราะห์และต่อยอดธุรกิจ
✨ เพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ระดับมืออาชีพ

เพราะวันนี้…
คนที่เป็นเจ้าของ “Platform + Data”
จะได้เปรียบมากกว่าคนที่เป็นแค่ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มคนอื่น

สนใจขอรับข้อมูลเพิ่มเติม : [email protected]

องค์กรของคุณกำลัง “เสียเวลา” กับการส่งต่อความรู้แบบเดิมอยู่หรือเปล่า?ทุกครั้งที่มีพนักงานใหม่ทุกครั้งที่ต้อง Training หน...
11/05/2026

องค์กรของคุณกำลัง “เสียเวลา” กับการส่งต่อความรู้แบบเดิมอยู่หรือเปล่า?

ทุกครั้งที่มีพนักงานใหม่
ทุกครั้งที่ต้อง Training หน้างาน
ทุกครั้งที่คนเก่งลาออก
ความรู้สำคัญขององค์กรกำลังหายไป พร้อมต้นทุนและเวลาที่เพิ่มขึ้นในทุกวัน

Looma ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กร
- สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริง
- มีระบบการเรียนรู้ที่ชัดเจนและวัดผลได้
- ติดตามความคืบหน้าและมาตรฐานการทำงานได้แบบ Real-time
- ลดภาระการอบรมหน้างาน และลดการพึ่งพาคนเก่ง
- รองรับองค์กรที่ต้อง Audit และควบคุมมาตรฐานการทำงาน

พร้อมบริการให้คำปรึกษา และวางระบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความรู้ (Knowledge Management)

เพราะ “การเรียนรู้” ไม่ควรเป็นแค่กิจกรรม
แต่ต้องเป็นระบบที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน

สนใจขอรับข้อมูลเพิ่มเติม :
[email protected] / 0965479997 คุณแบงค์

วันนี้ผมจะพูดแบบ ไม่เป็นกลางกับคนทำงานที่อยากโตเรื่องเงินเดือนให้ไว ๆก่อนอื่น ผมบอกเลยนะมันไม่ผิดเลย ที่คุณอยากโตไวอยากไ...
16/12/2025

วันนี้ผมจะพูดแบบ ไม่เป็นกลาง
กับคนทำงานที่อยากโตเรื่องเงินเดือนให้ไว ๆ

ก่อนอื่น ผมบอกเลยนะ
มันไม่ผิดเลย ที่คุณอยากโตไว
อยากได้เงินเดือนขึ้นเร็ว
อยากก้าวกระโดด
อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น

แต่สิ่งที่ผมอยากให้จำไว้ให้ดีมาก ๆ คือ
ทุกการตัดสินใจในวันนี้ มันสะท้อนตัวคุณในอนาคตเสมอ

อย่าคิดว่า
ย้ายงานถี่ ๆ แล้วจะไม่กระทบอะไร
เรซูเม่ดูสวย
ตัวเลขเงินเดือนดูโต
แต่เบื้องหลัง…
มีคน “ตกม้าตาย” จากเส้นทางนี้มาแล้ว เยอะมาก

หลายคนเก่งนะ
หลายคนฉลาด
แต่พัง เพราะคิดสั้น
คิดแค่ “ที่ใหม่ให้มากกว่า”
โดยไม่ถามตัวเองว่า
ที่เก่า เราทิ้งอะไรไว้บ้าง

คุณจะโตไม่ผิด
โตเร็วไม่ผิด
แต่ขออย่างเดียว
อย่าโตแบบทิ้งรอยแผลไว้ข้างหลัง

เพราะการทำงาน
มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
มันคือเรื่อง “ชื่อเสียง”
“ความน่าเชื่อถือ”
และ “สิ่งที่คนพูดถึงคุณตอนคุณไม่อยู่”

อย่ามาแล้วก็ไป
โดยทิ้งไว้แต่คำติเตียน
ทิ้งไว้แต่ปัญหา
ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกว่า
“คนนี้ไม่รับผิดชอบ”

เพราะเมื่อมันสะสมมากพอ
วันหนึ่ง…
คุณจะย้อนกลับมาเสียใจ
ในวันที่คุณอยากก้าวไปไกลกว่านั้น
แต่ไม่มีใครอยากพาคุณไป

#นี่เตือนแล้วนะ #อย่าหาว่าพี่สอน

สัมมนาแบ่งปันความรู้เรื่องเทคนิคการสัมภาษณ์ด้วยหลัก STAR Model เพื่อการสัมภาษณ์ที่แม่นยำขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่เข้า...
14/12/2025

สัมมนาแบ่งปันความรู้เรื่องเทคนิคการสัมภาษณ์
ด้วยหลัก STAR Model เพื่อการสัมภาษณ์ที่แม่นยำ

ขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่เข้ารับฟังบรรยายและร่วมกิจกรรม workshop หวังว่าจะได้รับมุมมองและไอเดียที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการกลับไปบริหารธุรกิจของตัวเองให้เติบโตยิ่งๆขึ้นไป

เคยรู้สึกไหมว่า…ทำงานกับบางคนแล้วเหมือนคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ทั้งที่ต่างฝ่ายก็ตั้งใจดีเหมือนกันพี่อยากบอกแบบตรง ๆ เลยว่...
08/12/2025

เคยรู้สึกไหมว่า…ทำงานกับบางคนแล้วเหมือนคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ทั้งที่ต่างฝ่ายก็ตั้งใจดีเหมือนกัน

พี่อยากบอกแบบตรง ๆ เลยว่า
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจาก Generation Gap หรอก
แต่มาจาก Position Gap หรือ ช่องว่างระหว่าง “มุมที่เรากำลังยืนดูงาน” มากกว่า

หัวหน้ามองภาพรวม
ลูกทีมมองงานเฉพาะหน้าตัวเอง
พอความคาดหวังไม่ตรง ก็สะดุดกันง่ายมาก

วันนี้พี่เลยจะมาสรุปให้ว่า ถ้าอยากทำงานร่วมกันให้ราบรื่นขึ้น ต้องปรับตรงไหนบ้าง (แบบใช้ได้จริง)

---

1) คุยกันให้ชัดว่า “งานนี้ทำไปเพื่ออะไร”

หลายครั้งคนทำงานไม่ได้งงเพราะไม่เก่ง…แต่เพราะไม่รู้ว่าภาพใหญ่คืออะไร
พอรู้ว่ามันสำคัญยังไง เขาจะโฟกัสมากขึ้นเยอะ

บอกเป้าหมายให้ชัด เล่าเหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไมต้องทำ
แค่นี้งานก็เดินเร็วขึ้นกว่าครึ่งแล้วนะ

---

2) ฟีดแบ็กไว แต่ไม่ต้องเยิ่นเย้อ

คนทำงานยุคนี้อยากรู้ว่า “พี่ แบบนี้โอเคไหม?” มากกว่าอยากได้คำชมยาว ๆ เขาแค่ไม่อยากทำผิดซ้ำ

---

3) ให้ขอบเขตงานที่ชัด แล้วเปิดพื้นที่ให้เขาได้คิดเอง

หัวหน้าบางคนตั้งใจดีแต่เผลอไปคุมละเอียดเกิน (พี่ก็เคย ฮ่า ๆ)มันทำให้ทีมรู้สึกอึดอัด ทั้งที่งานก็ทำได้อยู่แล้ว

วิธีทำให้ลื่นขึ้น คือ ตกลงกันก่อนว่าต้องการผลงานแบบไหน ส่วน “ทำยังไง” ให้เขาเลือกเองบ้าง และ
เช็กงานเป็นจุด ๆ แทนการดูตลอดเวลา

---

4) บอกเส้นทางเติบโตให้ชัด

ไม่มีใครอยากทำงานแบบไม่รู้ว่าตัวเองควรไปทางไหน บางคนเก่งมาก แต่ไม่มั่นใจเพราะไม่รู้ว่าองค์กรอยากเห็นอะไร

พี่แนะนำว่าลองวางเส้นทางคร่าว ๆ ว่าถ้าทำได้ระดับนี้จะได้ไปต่อแบบไหน ใช้เกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น ทักษะ ผลงาน พฤติกรรม มาเป็นตัวชี้วัด พอรู้เป้าหมาย ทีมจะตั้งใจขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลย

---

5) สื่อสารตรงได้ แต่ต้องสุภาพและมีเหตุผล

บางทีเราตรงไป หน่อย บางทีเขาอ้อมไปนิด มันเลยคลาดกันบ่อย

พี่แนะนำว่า ถ้าตรง ให้ใส่เหตุผลไปด้วย แต่ถ้าฟังแล้วไม่โอเค บอกได้เลยแบบสุภาพ ตกลงกันเรื่องโทนการคุยตั้งแต่ต้น จะช่วยลดดราม่าไปได้เยอะ

---

สรุปให้แบบง่าย ๆ เลย

ปัญหาการทำงานร่วมกันไม่ได้เกิดจากอายุ แต่เกิดจาก “บทบาทที่เห็นงานกันคนละแบบ”
ถ้าคุยกันให้ชัด เปิดใจฟัง และบอกความคาดหวังกันตั้งแต่ต้น งานจะราบรื่นขึ้นทันทีแบบจับต้องได้เลย

เคยไหม…สัมภาษณ์น้องเข้าทีมแล้วรู้สึกว่า“เอ๊ะ คนนี้ตอบดีนะ แต่ยังไม่รู้เลยว่าทำงานจริงได้รึเปล่า?”พี่บอกเลย… อันนี้ HR เจ...
07/12/2025

เคยไหม…สัมภาษณ์น้องเข้าทีมแล้วรู้สึกว่า
“เอ๊ะ คนนี้ตอบดีนะ แต่ยังไม่รู้เลยว่าทำงานจริงได้รึเปล่า?”
พี่บอกเลย… อันนี้ HR เจอประจำ ฮ่า ๆ

และนี่แหละคือเหตุผลที่หลายบริษัท รวมถึงพี่ด้วยในสมัยที่ทำงาน HR—ใช้ หลัก STAR Interview
เพราะมันช่วยให้ “ฟังแล้วเห็นภาพ” ว่าผู้สมัคร เคยเจอสถานการณ์จริงอะไรมา และรับมืออย่างไร

วันนี้พี่ขอแชร์แบบง่าย ๆ เลย พร้อม ตัวอย่างหลายตำแหน่ง เอาไว้ใช้งานได้ทั้งฝั่ง HR และหัวหน้าทีม

-------------------------------------------------------------------------

หลัก STAR คืออะไร (แบบไม่ต้องจำเยอะ)

S – Situation : สถานการณ์เกิดอะไรขึ้น

T – Task : หน้าที่หรือเป้าหมายที่ต้องทำ

A – Action : ลงมือทำอะไร

R – Result : ผลลัพธ์เป็นยังไง

พูดกันตรง ๆ นะ—HR อยากได้ยิน “A กับ R” มากที่สุด เพราะมันคือของจริงที่บอกว่าเขาทำงานได้จริงไหม

-------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างคำถาม STAR พร้อมคำตอบ (หลายตำแหน่ง)
---

1) ตำแหน่ง Admin / Coordinator

คำถาม:
“เล่าเหตุการณ์ที่คุณต้องจัดการงานหลายอย่างพร้อมกัน แล้วคุณทำยังไงให้งานเสร็จตรงเวลา?”

ตัวอย่างคำตอบ (STAR):

S: เคยต้องเตรียมเอกสารประชุม + ออกใบสั่งซื้อ + ตอบอีเมลลูกค้าภายในวันเดียว

T: ต้องส่งเอกสารประชุมก่อนเที่ยง และ PO ก่อน 3 โมง

A: จัดลำดับงานใหม่, ใช้ To-Do list, ตั้ง Reminder, ขอข้อมูลที่ขาดจากทีมตั้งแต่เช้า

R: งานเสร็จตรงเวลา 100% และหัวหน้าชมว่าวางแผนดีขึ้น

---

2) ตำแหน่ง HR / Recruiter

คำถาม:
“เคยมีกรณีที่ต้องปิดตำแหน่งด่วนมาก ๆ ไหม? จัดการยังไง?”

คำตอบ STAR:

S: บริษัทเปิดสาขาใหม่ ต้องหาพนักงานหน้าร้านให้ทันภายใน 5 วัน

T: ปิดอย่างน้อย 5 อัตรา

A: เร่งประกาศหลายช่องทาง, เปิด Walk-in, Filter ผู้สมัครวันต่อวัน, นัดสัมภาษณ์ทันที

R: ปิดได้ครบ 6 คนภายใน 3 วัน และสาขาเปิดตามแผน

---

3) ตำแหน่ง Graphic / Content Creator

คำถาม:
“เคยทำโปรเจกต์ที่ต้องแก้งานหลายรอบไหม? จัดการความคาดหวังของลูกค้ายังไง?”

คำตอบ STAR:

S: ลูกค้าขอแก้แบรนด์ไกด์หลายครั้งเพราะยังไม่ตรงโทน

T: ต้องส่งงานภายใน 7 วัน

A: ขอ Brand Moodboard ชัด ๆ, สร้าง 3 ตัวเลือกสี+ฟอนต์, ทำพรีวิวก่อนลงดีเทล

R: ลดรอบแก้เหลือ 1 รอบ ส่งงานทันเวลา และลูกค้ารีเทิร์นงานรอบใหม่ให้ต่อเนื่อง

---

4) ตำแหน่ง Sales / Business Development

คำถาม:
“เล่าเหตุการณ์ที่คุณปิดดีลยาก ๆ สำเร็จได้หน่อย”

คำตอบ STAR:

S: ลูกค้ารายใหญ่ลังเลเพราะงบจำกัด

T: ต้องเสนอทางเลือกที่ปิดดีลได้

A: วิเคราะห์ Pain point ของลูกค้า, ปรับแพ็กเกจเป็น Phase-by-Phase, เสนอ ROI ที่ชัด

R: ปิดดีลได้ 1.2M และลูกค้าต่อสัญญาปีถัดมาเพิ่มอีก 30%

---

5) ตำแหน่ง Engineer / IT Support

คำถาม:
“เคยเจอปัญหาระบบล่มด่วน ๆ ไหม? รับมือยังไง?”

คำตอบ STAR:

S: ระบบล่มช่วงพีค ทำให้ทีมขายออกใบเสนอราคาไม่ได้

T: ต้องกู้ระบบให้กลับมาใช้ได้เร็วที่สุด

A: แยกสาเหตุจาก Log, รีสตาร์ตเซิร์ฟเวอร์บางส่วน, ตั้งระบบสำรองชั่วคราว

R: ระบบกลับมาใน 15 นาที ลดความเสียหาย และทำ SOP ป้องกันซ้ำ

---

6) Customer Service / Call Center

คำถาม:
“เคยมีลูกค้าที่โกรธมาก ๆ ไหม? คุณจัดการยังไงให้เขาสงบลง?”

คำตอบ STAR:

S: ลูกค้าได้รับสินค้าช้า 5 วัน จนโมโหมาก

T: ต้องแก้ปัญหา และทำให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้น

A: ฟังแบบไม่ขัด, ขอโทษอย่างตรงไปตรงมา, เสนอส่งด่วน + คูปองส่วนลด

R: ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ และให้คะแนนหลังบริการ 5/5

---

7) Marketing / Performance

คำถาม:
“เคยต้องปรับแคมเปญที่ผลลัพธ์ไม่ดีไหม? ทำยังไง?”

คำตอบ STAR:

S: แคมเปญยิง Ads เกินงบ แต่ Lead ต่ำ

T: ต้องเพิ่มคุณภาพ Lead ภายในสัปดาห์

A: วิเคราะห์ Audience, เปลี่ยนครีเอทีฟ, แยกกลุ่มทดสอบ A/B, ปรับ Landing Page

R: CTR เพิ่ม 40% ภายใน 5 วัน และ CPC ลดลงครึ่งหนึ่ง

-------------------------------------------------------------------------

เคล็ดลับพี่เพิ่มให้อีกนิด (แบบง่าย ๆ แต่โคตรได้ผล)

ถามคำถามที่ให้ผู้สมัครเล่า “เคสจริง” ไม่ใช่ “คิดว่าควรทำยังไง”

ฟังคำว่า “เรา” หรือ “ทีม”— คนเก่งจริงจะเล่า Action ของตัวเองได้

ถ้า R ไม่มีผลลัพธ์ชัด ให้ถามเสริมว่า “แล้วสุดท้ายเกิดผลยังไงนะ?”

อันนี้บอกเลย HR ชอบมาก เพราะเห็นภาพการทำงานจริงแบบไม่ต้องเดา

พี่ยินดีช่วยเสมอ เพราะอยากให้ทีมได้คนที่ใช่จริง ๆ!

Resume Checklist ต้องใส่อะไร HR ถึงเลือกเราเคยไหม…ทำเรซูเม่เสร็จแล้วมีเสียงในหัวถามว่า“พี่ แต่บางที่เขาก็ขอเพศ ขอรูป ขอว...
06/12/2025

Resume Checklist ต้องใส่อะไร HR ถึงเลือกเรา

เคยไหม…ทำเรซูเม่เสร็จแล้วมีเสียงในหัวถามว่า
“พี่ แต่บางที่เขาก็ขอเพศ ขอรูป ขอวันเกิดนะ…ต้องใส่มั้ยอะ?”

พูดกันตรง ๆ นะ น้อง—แม้ในเชิงมาตรฐานสากลมันไม่บังคับ แต่ ความจริงในตลาดงานไทย คือ หลายบริษัทก็ยังดูข้อมูลพวกนี้อยู่
พี่ทำงาน HR มา 10 ปี บอกเลยว่า บางตำแหน่งถ้าไม่ใส่…HR จะตามถามอยู่ดี ฮ่า ๆ

งั้นพี่สรุปแบบชัด ๆ เลยว่า ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรใส่ยังไงให้ดูโปร ไม่ล้ำเส้น และไม่ทำให้เราดูเสียเปรียบ

‐----------------------------------------------------------------------------

องค์ประกอบสำคัญที่ต้องใส่ (เวอร์ชันปรับเข้าตลาดงานไทย)

1) เพศ / รูปถ่าย / วันเดือนปีเกิด (ใส่ได้ แต่ให้ดูมืออาชีพ)

ทำไมต้องใส่?
เพราะหลายบริษัทใช้เพื่อคัดเบื้องต้น เช่น งานบริการ งานที่ต้องยูนิฟอร์ม งานที่ต้องการอายุ/เพศเฉพาะเพื่อเหมาะกับ Nature ของงาน (พูดกันตรง ๆ นะ อันนี้เจอมาแล้ว)

ข้อแนะนำแบบไม่เสียลุค:

ใช้รูปหน้าตรง พื้นหลังเรียบ ยิ้มสุภาพ

วันเกิดเขียนเป็น “อายุ xx ปี (เกิด พ.ศ.…)” จะอ่านง่ายกว่า

เพศระบุแบบสั้น ๆ ไม่ต้องลงรายละเอียดอื่น ๆ

‐----------------------------------------------------------------------------

2) ที่อยู่ — สำคัญกว่าที่คิด

หลายคนคิดว่าไม่จำเป็น แต่จริง ๆ HR ดูเรื่องนี้ตลอด เพราะต้องประเมินว่า
“เดินทางได้ไหม?” “ต้องย้ายที่พักไหม?” “จะมาทันเข้างานหรือเปล่า?”

พี่แนะนำให้เขียนแบบนี้:

เขต/อำเภอ + จังหวัด

ถ้าสามารถย้ายที่พักได้ ให้เขียนชัด ๆ เลย เช่น
“ปัจจุบันพักอยู่ที่… (สามารถย้ายที่พักใกล้บริษัทได้)”
อันนี้ช่วยเพิ่มโอกาสมาก เพราะส่งสัญญาณว่า Flexible

‐----------------------------------------------------------------------------

3) เบอร์ + อีเมล + ลิงก์ผลงาน (ถ้ามี)

อย่าลืมเช็กว่าอีเมลดูโปรนะ เช่น
lovelygirl123@gmail
✔️ nicha.s@…

‐----------------------------------------------------------------------------

4) ประสบการณ์ทำงานแบบ “วัดผลได้”

เน้นผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่เล่าหน้าที่
อันนี้คือจุดที่ HR ใช้ตัดสินใจจริง ๆ

‐----------------------------------------------------------------------------

5) ทักษะที่ตรงตำแหน่ง

เขียนเป็นหมวด จะดูเป็นระบบและอ่านง่ายกว่า

‐----------------------------------------------------------------------------

รวบให้จำง่าย ๆ เลย

ตลาดงานไทย = ข้อมูลพื้นฐานบางอย่างยังจำเป็น
แต่เราคุม “ความโปร” ได้ ด้วยการเขียนแบบกระชับและตรงประเด็น

‐----------------------------------------------------------------------------

ถ้าน้องยังไม่แน่ใจว่าเรซูเม่ตอนนี้โอเคไหม
ส่งมาให้พี่รีวิวได้เลย ไม่ต้องเขิน
หรือถ้าบอกว่า “พี่ หนูอยากให้ทำให้เลย จะได้จบ ๆ สวย ๆ”
พี่ก็มีบริการ ทำ Resume แบบมืออาชีพ ให้ด้วยนะ

อยากให้น้องได้งานที่ใช่จริง ๆ

อยากสมัครงานที่ใช่ แต่ไม่มี Resume ดีๆ ?เคยไหม…เปิดไฟล์เรซูเม่ตัวเองแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ มันยังไม่ดูดีเหมือนคนอื่นเลยอะ” ...
05/12/2025

อยากสมัครงานที่ใช่ แต่ไม่มี Resume ดีๆ ?

เคยไหม…เปิดไฟล์เรซูเม่ตัวเองแล้วรู้สึกว่า
“เอ๊ะ มันยังไม่ดูดีเหมือนคนอื่นเลยอะ” 55555
ไม่ต้องเครียดนะ นี่เป็นเรื่องปกติมาก และผมจะบอกเลย…อันนี้เจอมาแล้ว เจ็บมาเยอะเหมือนกันตอนสมัยสมัครงานแรก ๆ ก็เป็น

วันนี้ผมเลยเอาวิธีการเตรียมเรซูเม่แบบง่าย ๆ แต่เวิร์กจริงๆ มาฝากทุก ๆ คนนะครับ เพราะอยากให้ได้งานที่ใช่จริง ๆ

-----------------------------------------------------------------------

นี่คือ 4 ขั้นตอนในการเตรียมเรซูเม่ให้พร้อมสำหรับการสมัครงานแบบมืออาชีพ

1) เริ่มจากการตั้ง “เป้าหมายงาน” ให้ชัดก่อน
พูดกันตรง ๆ นะ เรซูเม่ที่ดีที่สุดไม่ใช่อันที่ยาวที่สุด แต่เป็นอันที่ ตรงงานที่สุด

- ต้องเลือกสายงานและตำแหน่งที่ตรงกับประสบการณ์
- ลองเช็ก JD ว่าต้องการสกิลแบบไหน ต้องใช้ทักษะอะไร ตรงกับที่เรามีไหม
- ไปให้ถูกที่ เลือกให้ถูกทาง มีโอกาสได้งานแน่นอน

----------------------------------------------------------------------

2) เลือกประสบการณ์ที่ “ขายจุดแข็ง” เราได้จริง
อันนี้หลายคนพลาด เพราะชอบใส่หมดทุกอย่างที่รู้ที่ทำ จริง ๆ แล้ว Recruiter อ่านแค่ 10–15 วินาทีแรก ถ้าไม่ใช่ เขาข้ามทันที ดังนั้นให้เลือกเฉพาะงาน/โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น ๆ

-----------------------------------------------------------------------

3) เขียนผลลัพธ์ให้ชัด ไม่ใช่แค่ลิสต์หน้าที่ เพราะหน้าที่คือ “ทำอะไร” แต่สิ่งที่ช่วยให้ได้งานคือ ทำแล้วได้ผลอะไร
ตัวอย่างง่ายๆ
❌ “ดูแลเพจบริษัท”
✔️ “ทำคอนเทนต์เพิ่ม Reach 3 เท่าใน 2 เดือน”
แบบนี้จะเห็นภาพและประเมินศักยภาพเราได้ง่ายขึ้น

-----------------------------------------------------------------------

4) ปรับรูปแบบให้สะอาด อ่านง่าย ไม่รกตา
มินิมอลชนะทุกวงการจริง ๆ 555

- ใช้ฟอนต์เดียว
- มีหัวข้อชัด
- ใช้ Bullet แยกเป็นข้อ
- PDF เท่านั้นนะ! ไม่เอาเป็นไฟล์รูปภาพ Excell Word

-----------------------------------------------------------------------

ผมหวังว่าทุกคนจะเตรียมเรซูเม่ได้แบบมั่นใจขึ้นแต่ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “ยังไม่มั่นใจเลยอะ” หรือ “ไม่รู้ว่าของเราดีพอยัง” มาปรึกษาผมได้เลยนะ ผมช่วยรีวิวให้ได้ หรือถ้าอยากให้จัดเต็มให้ตั้งแต่ศูนย์ เราก็มีบริการช่วยทำ Resume แบบมืออาชีพ ทักมาได้เลย ผมยินดีช่วยเต็มที่นะครับ

SME ไม่มีคนทำงาน ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดี?เคยเป็นไหม… บริษัทก็มี งานก็มา แต่ “ไม่มีคนทำ”สุดท้ายเจ้าของก็กลายร่างเป็น HR ...
04/12/2025

SME ไม่มีคนทำงาน ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดี?

เคยเป็นไหม… บริษัทก็มี งานก็มา แต่ “ไม่มีคนทำ”
สุดท้ายเจ้าของก็กลายร่างเป็น HR + เซลส์ + แอดมิน + คนขับรถส่งของ ในร่างเดียว
บอกเลยครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เวรกรรม… แต่มันเป็นเรื่อง “ระบบ” ล้วน ๆ

ถ้าเป็น SME แล้วกำลังไม่มีคนทำงานจริง ๆ
พี่แนะนำให้เริ่มจาก 3 ขั้นนี้ก่อน ไม่ต้องรีบประกาศหาคนเลยนะ เดี๋ยวจะเหนื่อยฟรี

------------------------------------

ขั้นที่ 1: ตอบให้ได้ว่า “เราต้องการคนทำอะไร ไม่ใช่ตำแหน่งอะไร”

หลายธุรกิจเริ่มต้นด้วยประโยคว่า

“ขอแอดมินค่ะ”
พอถามต่อว่า “ทำอะไรบ้าง?”
ก็ได้ลิสต์ที่ยาวจนดูเหมือนเปิดบริษัทใหม่อีกหนึ่งบริษัท

ให้เขียนความต้องการแบบนี้แทน

ต้องการคนที่รับออเดอร์ + ติดตามชำระเงิน

ไม่จำเป็นต้องเก่งกราฟิก

ขอพูดกับลูกค้าได้แบบสุภาพ

คิดเป็นงาน ไม่ใช่ชื่อตำแหน่ง
แบบนี้หาคนง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

------------------------------------

ขั้นที่ 2: แยกงานให้เหมาะกับ “คน 1 คน” จริง ๆ

หลาย SME มีปัญหาเพราะ เอางาน 3 คนมารวมในคนเดียว
แบบนี้ใครก็หนีครับ… ไม่ใช่เขาไม่เก่ง แต่เขาไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่

ลองแบ่งงานเป็น 3 กลุ่มง่าย ๆ

งานเอกสาร/ระบบ

งานคุยกับคน/ลูกค้า

งานคิดสร้างสรรค์/วางแผน

คนเก่งไม่ได้เก่งทุกด้าน
หาคนให้เหมาะกับงาน ไม่ใช่ยัดงานให้เหมาะกับคน

------------------------------------

ขั้นที่ 3: ตั้งเงินเดือนให้เหมาะกับ “งานและตลาด” ไม่ใช่ความรู้สึก

บางบริษัทอยากได้คนเก่ง แต่ให้เรทแบบ “ค่าแรงรายวันบวกน้ำใจ”
พูดกันตรง ๆ เลยนะครับ… คนดี ๆ เขาก็ต้องกินข้าวเหมือนกัน

วิธีง่าย ๆ คือ
✔ ดูเรทเงินเดือนตำแหน่งคล้ายกันในตลาด
✔ ถ้างบน้อย ให้ชัดเจนเรื่องโบนัส/ค่าคอม/วันหยุด
✔ บอกได้ว่า “เราให้ได้เท่านี้ และเราดูแลแบบนี้”

เงินเดือนอาจไม่ต้องสูงสุด แต่ต้องชัดเจนและแฟร์

------------------------------------

สรุปสั้น ๆ แบบคนทำจริง

SME จะหาคนได้เร็วขึ้น ถ้า…

✔ โฟกัสงาน ไม่ใช่ชื่อตำแหน่ง
✔ แบ่งงานตามความจริง ไม่ใช่ความหวัง
✔ จ่ายแบบแฟร์ตามตลาด ไม่ใช่ตามอารมณ์

เริ่มจากตรงนี้ก่อน ไม่ต้องรีบเปิดประกาศงาน
เพราะ “หาคนไม่ยาก… แต่ห่างานที่เหมาะกับเขายากกว่า”

และเมื่อเจอกันลงตัว… ทีมเล็กก็โตได้สวยมากเลยนะครับ

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Scaleup Consultingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Scaleup Consulting:

แนะนำ

แชร์