01/10/2026
‘เวียดนาม’ ขึ้นแท่นทุนใหญ่อันดับ 2 ใน ‘ลาว’
💸💸💸
กระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาว เปิดเผยว่าเวียดนามขยับขึ้นเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการที่ได้รับการอนุมัติกว่า 400 โครงการ เป็นรองเพียงแค่จีนเท่านั้น โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 สปป.ลาว ได้อนุมัติโครงการใหม่จากเวียดนามจำนวน 6 โครงการ มูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน พลังงาน และระบบโลจิสติกส์ทางทหาร
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว และนายฝั่ม ซา ตุก รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้หารือและทบทวนผลการดำเนินงานความร่วมมือแบบทวิภาคีในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พร้อมวางกรอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่จะเร่งรัดดำเนินการในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี รวมถึงผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานขนาดใหญ่หลายโครงการ ได้แก่ โครงการทางด่วนเวียงจันทน์-ฮานอย โครงการรถไฟเวียงจันทน์-หวุงอ๋าง กรอบความร่วมมือซื้อขายไฟฟ้า ตลอดจนโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันและคลังจัดเก็บเชื้อเพลิงข้ามพรมแดน
ในภาคพลังงาน สปป.ลาว ส่งออกไฟฟ้าไปยังเวียดนามสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.92 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เมื่อปี 2568 ผ่านการจ่ายกระแสไฟฟ้าโดยตรงจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งใน สปป.ลาว เข้าสู่ระบบสายส่งของเวียดนาม รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการท่อส่งน้ำมันเชื่อมตรงระหว่างสองประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานระยะยาวอีกด้วย
สำหรับโครงการทางด่วนเวียงจันทน์-ฮานอย ระยะที่ 2 มีแผนงานที่จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2573 โดยทางด่วนเส้นนี้จะมีความยาวรวมกันราว 700 กิโลเมตร เชื่อมพื้นที่ของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งเส้นทางฝั่ง สปป.ลาว จะตัดผ่านแขวงไชยสมบูรณ์ เชียงขวาง และหัวพัน ก่อนจะข้ามพรมแดนตรงเข้าสู่กรุงฮานอย
หนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ โครงการรถไฟเวียงจันทน์-หวุงอ๋าง ระยะทาง 562 กิโลเมตร ทางรถไฟสายนี้มีความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมตรงจาก สปป.ลาว ไปยังท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง ในจังหวัดห่าติ๋ญของเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ สปป.ลาว สามารถส่งออกสินค้าสู่เส้นทางเรือระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ตั้งเป้าเปิดให้บริการเดินรถไฟอย่างเป็นทางการในปี 2573 ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่า เส้นทางรถไฟสายนี้จะกลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจสำคัญที่รองรับการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเชื่อมต่อทางเรือไปยังตลาดหลัก ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และตลาดการค้าสำคัญทั่วโลก