AEC Connect by Bangkok Bank

AEC Connect by Bangkok Bank AEC Connect ให้คำปรึกษาด้านการค้าและการลงทุน ช่วยคุณเปิดโอกาสทางธุรกิจใน AEC
(1)

ธนาคารกรุงเทพ นำเสนอแง่มุมที่น่าสนใจทั้งเศรษฐกิจ กฎระเบียบการค้าการลงทุน และความเคลื่อนไหวต่างๆ ใน 10 ประเทศอาเซียนเพื่อประโยชน์กับนักลงทุนและนักธุรกิจไทย

‘อาเซียน’ จะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ได้หรือไม่?🏃‍♀️‍➡️🏃‍➡️🏃‍♂️‍➡️เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่...
29/08/2026

‘อาเซียน’ จะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ได้หรือไม่?

🏃‍♀️‍➡️🏃‍➡️🏃‍♂️‍➡️

เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายประเทศสามารถยกระดับสถานะรายได้ของประเทศได้ แต่ก็มีเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถก้าวจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางไปเป็นกลุ่มประเทศรายได้สูง ซึ่งสะท้อนว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990

ในปัจจุบัน มีเพียงสิงคโปร์และบรูไนที่อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้สูง ขณะที่กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และติมอร์-เลสเต อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ ส่วนไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง โดยฟิลิปปินส์และเวียดนามเพิ่งได้รับการปรับสถานะขึ้นเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในปี 2569 นี้ หลังจากติดอยู่ในสถานะประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำมาเป็นเวลาหลายทศววรษ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจตั้งคำถามว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางหรือไม่ โดยธนาคารโลกได้ให้คำนิยามปรากฎการณ์นี้ไว้ว่าเป็นการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ซึ่งเกิดจากการที่ไม่สามารถปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้รองรับการก้าวเข้าสู่รายได้ระดับสูงได้อย่างยั่งยืน

โครงสร้างดังกล่าวประกอบด้วยการมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ การมีสถาบันที่เข้มแข็ง การคอร์รัปชันอยู่ในระดับต่ำ และมีนโยบายที่เอื้อต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี และที่สำคัญยังรวมถึงการมีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและระบบนิเวศด้านการวิจัยและพัฒนาที่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นจุดอ่อนของหลายประเทศในอาเซียน

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศในอาเซียนหลายประเทศได้มีการขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การพัฒนาดังกล่าวไม่ได้มาพร้อมกับการยกระดับคุณภาพ โดยหนึ่งสัญญาณที่บ่งชี้คือผลการประเมินระบบการศึกษาระดับนานาชาติ เช่น PISA PIRLS TIMSS ที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง ราชการ และภาคธุรกิจที่แสวงหาแต่ผลประโยชน์ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป โดยผลประโยชน์หลักของกลุ่มคนเหล่านี้คือการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การหาประโยชน์จากแรงงานราคาถูกและแรงงานที่ไม่มีทักษะ รวมถึงควบคุมหรือได้รับสิทธิในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก งบประมาณ การแต่งตั้งตำแหน่ง สัญญา และสัมปทานต่างๆ จากภาครัฐ และในบางครั้งระบบการศึกษาก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสะสมทรัพยากร สร้างระบบอุปถัมภ์ เพิ่มแรงสนับสนุนทางการเมือง และรักษาอำนาจมากกว่ามุ่งผลิตแรงงานที่มีทักษะ ส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์และการตั้งคำถาม หรือกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความคิดเชิงนวัตกรรม

ดังนั้น ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจึงจำเป็นต้องหาวิธีเพิ่มบทบาทและอิทธิพลของผู้กำหนดนโยบายที่มีความรู้ความสามารถ รวมถึงกลุ่มที่มีแนวคิดก้าวหน้า ให้สามารถให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาและการวิจัยและพัฒนาได้มากกว่ากลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง ราชการ และภาคธุรกิจที่ยึดแต่ผลประโยชน์เดิม ซึ่งถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำได้ยาก แต่ก็ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหากับดักรายได้ปานกลางของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้เรียบเรียง: ณภัสสร มีไผ่แก้ว

‘ข้าวไทย’ ทวงแชมป์ ครองใจตลาด ‘มาเลเซีย’🍚🍚🍚นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่ามาเลเซียนำเข้าข้าวไทยเ...
27/08/2026

‘ข้าวไทย’ ทวงแชมป์ ครองใจตลาด ‘มาเลเซีย’

🍚🍚🍚

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่ามาเลเซียนำเข้าข้าวไทยเป็นอันดับที่ 1 ในช่วงครึ่งปีแรก แซงหน้าเวียดนามและอินเดีย ถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่งสำหรับข้าวไทย

จากข้อมูลของ Padiberas Nasional Berhad (BERNAS) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิในการนำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียวของมาเลเซีย พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยกลับขึ้นมาเป็นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับที่ 1 ของมาเลเซีย ด้วยปริมาณ 327,995 ตัน จากปริมาณนำเข้าข้าวทั้งหมด 710,656 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 46% รองลงมาคือเวียดนามที่ 232,416 ตัน อินเดีย 62,115 ตัน และกัมพูชา 57,602 ตันตามลำดับ ที่สำคัญคือปริมาณข้าวไทยที่มาเลเซียนำเข้าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ สูงกว่าปริมาณนำเข้าจากไทยตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 264,605 ตันแล้ว สะท้อนการกลับมาขยายตัวอย่างชัดเจนของข้าวไทยในตลาดมาเลเซีย

โดยส่วนใหญ่ข้าวที่มาเลเซียนำเข้าจากไทยเป็นข้าวขาว เนื่องจากผู้บริโภคในคาบสมุทรมาเลเซียนิยมข้าวที่มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งและหุงขึ้นหม้อ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของข้าวขาวไทย ขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทยอื่น ๆ ยังคงมีโอกาสขยายตลาดในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากบรรดาประเทศคู่แข่ง

ทั้งนี้ การพิจารณาจัดซื้อข้าวของ BERNAS ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความต่อเนื่อง และความตรงต่อเวลาในการส่งมอบ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของผู้ส่งออกไทย โดย BERNAS ต้องการให้ไทยรักษาคุณภาพไว้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคมาเลเซีย

จากแนวโน้มความต้องการของตลาดมาเลเซีย กรมการค้าต่างประเทศคาดว่าปี 2569 ยอดส่งออกข้าวไทยไปมาเลเซียจะทะลุ 700,000 ตัน ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับผู้ส่งออกเพื่อรักษามาตรฐานและขยายตลาดข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง

‘สิงคโปร์’ หนุนมีลูก จ่ายให้คนละเกือบ 2 ล้านบาท👶👶👶นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศมาตรการสนับสนุนครอบครัวค...
26/08/2026

‘สิงคโปร์’ หนุนมีลูก จ่ายให้คนละเกือบ 2 ล้านบาท

👶👶👶

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศมาตรการสนับสนุนครอบครัวครั้งใหญ่ ท่ามกลางบริบทที่ประเทศกำลังเผชิญกับอัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยรัฐบาลคาดว่าจะใช้เงินเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปีงบประมาณนี้ เพื่อสนับสนุนมาตรการด้านครอบครัวและการมีบุตร

ภายใต้มาตรการดังกล่าว เด็กแรกเกิดชาวสิงคโปร์ทุกคนจะได้รับ Child Credit ปีละ 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และจะได้เงินช่วยเหลือเริ่มต้นอีก 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ รวมถึงเงินสนับสนุนอื่น ๆ ตลอดช่วงวัยเด็ก เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว เด็กแต่ละคนจะได้รับความช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐบาลเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 1.8 ล้านบาท ไปจนถึงอายุ 17 ปี

มาตรการนี้ยังรวมถึงการเพิ่มเงินอุดหนุนบริการดูแลเด็กแบบเต็มวัน การขยายวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร และอีกหนึ่งมาตรการสำคัญเกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย โดยครอบครัวที่สมัครซื้อแฟลต Build-to-Order (BTO) จะได้รับสิทธิ์จับสลากเพิ่มเติม 1 สิทธิ์ต่อบุตร 1 คน เพื่อให้ครอบครัวที่มีลูกมีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยง่ายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ YouGov ซึ่งเผยแพร่ก่อนการประกาศมาตรการดังกล่าวเพียงไม่กี่วัน พบว่าเกือบ 1 ใน 3 ของชาวสิงคโปร์อายุ 18-44 ปี ระบุว่าไม่มีมาตรการใดของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขาอยากมีลูกมากขึ้น โดยมาตรการที่ถูกมองว่าจะช่วยสนับสนุนการมีบุตรได้มากที่สุด คือการทำให้ค่าใช้จ่ายด้านโรงเรียนอนุบาลและบริการดูแลเด็กถูกลง

ทั้งนี้ อัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้สิงคโปร์เผชิญความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบและความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานในอนาคต โดยประเทศกำลังมุ่งสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งนอกจากการสนับสนุนให้ประชาชนมีบุตรแล้ว สิงคโปร์ยังจำเป็นต้องเปิดรับผู้อพยพต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสัดส่วนพลเมืองสิงคโปร์ให้เป็นประชากรส่วนใหญ่ด้วย

‘ลาว’ พบแหล่งแร่หายากแห่งใหม่ หนุนอุตสาหกรรมไฮเทค🇱🇦🇱🇦🇱🇦กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของ สปป.ลาว เปิดเผยผลการสำรวจ พบพื้นที่...
25/08/2026

‘ลาว’ พบแหล่งแร่หายากแห่งใหม่ หนุนอุตสาหกรรมไฮเทค

🇱🇦🇱🇦🇱🇦

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของ สปป.ลาว เปิดเผยผลการสำรวจ พบพื้นที่เป้าหมายศักยภาพสูงสำหรับแร่หายากจำนวน 2 แห่ง ครอบคลุม 4 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ พื้นที่รอยต่อระหว่างแขวงบอลิคำไซและแขวงคำม่วน และพื้นที่บริเวณแขวงเซกองและแขวงอัตตะปือ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับแร่หายากถือเป็นกลุ่มโลหะพิเศษที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีสมัยใหม่หลากหลายประเภท เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นำแร่เหล่านี้มาใช้ในการผลิตชิปขั้นสูง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เลเซอร์ และวัสดุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง

ทั้งนี้ สปป.ลาว ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแร่หายากเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้แล้ว โดยในปี 2566 สปป.ลาว ได้ร่วมมือกับบริษัทและผู้เชี่ยวชาญจากจีนจัดตั้งศูนย์วิจัยรวมถึงห้องปฏิบัติการกำกับดูแลและทดสอบคุณภาพแร่หายาก ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านดงหมากคาย เมืองไชยธานี นครหลวงเวียงจันทน์

นอกจากนี้ รัฐบาลลาวยังได้เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมแร่หายากอย่างต่อเนื่อง โดยอนุมัติสัมปทานให้บริษัทจีนเข้าไปพัฒนาเหมืองแร่หายากแห่งแรกในแขวงเชียงขวาง รวมถึงได้เปิดตัวโครงการขุดค้นและพัฒนาแร่หายากในแขวงหัวพัน ซึ่งมีพื้นที่รวม 50 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ทำเหมือง 5 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่สำรวจ 45 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Lao-China Northern Rare Earth Development

ตามรายงานของสื่อมวลชนเมื่อปี 2566 พบว่า สปป.ลาว มีโครงการพัฒนาและทำเหมืองแร่หายากที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานทั่วประเทศประมาณ 15 โครงการ

EEC ครองแชมป์ ‘ฐานการผลิตชั้นนำของอาเซียน’🏅🏅🏅ปัจจุบัน การแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้...
24/08/2026

EEC ครองแชมป์ ‘ฐานการผลิตชั้นนำของอาเซียน’

🏅🏅🏅

ปัจจุบัน การแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่เรื่องต้นทุนแรงงาน ที่ดิน หรือระบบโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ความพร้อมด้านไฟฟ้าได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของนักลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากและต้องการระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ และโรงงานที่ใช้ระบบอัตโนมัติ

SEAsia Stats Research ได้จัดอันดับศูนย์กลางการผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพิจารณาจากศักยภาพกำลังไฟฟ้ารองรับการลงทุน พบว่าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยอยู่ในอันดับที่ 1 มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 13,000 เมกะวัตต์ ตามมาด้วยเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรมเวียดนาม-สิงคโปร์ (VSIP) ของเวียดนาม ซึ่งมีฐานการผลิตกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 10,000 เมกะวัตต์ และเขตอุตสาหกรรมบินตูลู (Bintulu) ของมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยกำลังไฟฟ้ารองรับประมาณ 8,000 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจคืออินโดนีเซียและไทยมีพื้นที่ติด 10 อันดับแรกถึง 3 แห่ง โดยอินโดนีเซียมีกลุ่มอุตสาหกรรมจาบาเบกา-ซิการัง (Jababeka-Cikarang) กลุ่มอุตสาหกรรมคาราวัง (Karawang) และเขตอุตสาหกรรมบาตัม (Batam) ขณะที่ไทย นอกจาก EEC แล้ว ยังมีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในจังหวัดระยอง และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ที่จังหวัดชลบุรีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลขกำลังการผลิตไฟฟ้าของ EEC มาบวกรวมกับนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่งนี้ เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มีความเกี่ยวเนื่องกันและอาจมีนับที่ทับซ้อนกันอยู่

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันกันระหว่างแต่ละประเทศที่เร่งพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ ๆ และการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในภูมิภาค

อย่างไรก็ดี ความท้าทายในระยะต่อไปไม่ได้อยู่ที่การมีไฟฟ้าเพียงพอเท่านั้น แต่ปัจจัยเรื่องต้นทุนค่าไฟฟ้า ความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า และการเข้าถึงพลังงานสะอาด มีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทต่างชาติและธุรกิจในภาคเทคโนโลยีกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่าไทยจะสามารถรักษาสถานะการเป็นฐานการผลิตชั้นนำของภูมิภาคนี้ได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต

‘เวียดนาม’ เร่งเครื่องส่งออกโค้งสุดท้าย ใช้แต้มต่อ EVFTA กดดันไทย🏗️🏗️🏗️เวียดนามกำลังเดินหน้าผลักดันภาคการส่งออกอย่างเข้ม...
22/08/2026

‘เวียดนาม’ เร่งเครื่องส่งออกโค้งสุดท้าย ใช้แต้มต่อ EVFTA กดดันไทย

🏗️🏗️🏗️

เวียดนามกำลังเดินหน้าผลักดันภาคการส่งออกอย่างเข้มข้นในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 2569 โดยตั้งเป้ามูลค่าส่งออกรวมทั้งปีที่ 5.46-5.51 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ 15-16% แต่เวียดนามยังคงเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุลการค้าราว 2.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลต้องผลักดันทั้งการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและลดการขาดดุลไปพร้อมกัน โดยอุตสาหกรรมหลักที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งมาตรการภาษีสหรัฐฯ ต้นทุนการผลิต และการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อาหารทะเล และไม้

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เวียดนามเร่งกระจายตลาดส่งออกและใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) มากขึ้น โดยมุ่งขยายโอกาสในสหภาพยุโรป รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการพัฒนาเครือข่ายการค้าใหม่ ๆ

อย่างไรก็ตาม เวียดนามกำลังได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากความตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหภาพยุโรป (EVFTA) ซึ่งช่วยให้เวียดนามเข้าถึงตลาด EU ได้โดยปลอดภาษีถึง 99% ส่งผลให้สินค้าของเวียดนามมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและการแข่งขันในตลาดยุโรปมากขึ้นอย่างชัดเจน

ข้อมูลจากหน่วยงานศุลกากรเวียดนามระบุว่า มูลค่าการค้ารวมระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2538 ถึงกลางปี 2569 มีมูลค่าเกิน 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 42.6% เกิดขึ้นหลัง EVFTA มีผลบังคับใช้ สะท้อนบทบาทสำคัญของข้อตกลงในการเร่งขยายการค้าระหว่างสองฝ่าย นอกจากนี้ EVFTA ยังช่วยดึงดูดการลงทุนจากยุโรปมากขึ้น เนื่องจากบริษัทในยุโรปเห็นข้อได้เปรียบจากต้นทุนและการเข้าถึงตลาดภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประเมินว่าความได้เปรียบดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร สิ่งทอ รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องแข่งขันโดยตรงกับสินค้าเวียดนามในตลาด EU โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยลดการแข่งขันด้านราคา และหันมาเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผ่านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความยั่งยืน และระบบตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบแทน

นอกจากนี้ บริษัทไทยที่มีฐานการผลิตในเวียดนามอาจใช้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการส่งออกไปยุโรป เพื่อใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีของ EVFTA และเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของยุโรปได้มากขึ้น

21/08/2026

‘เวียดนาม’ พร้อมนําหลักสูตร AI มาใช้ในโรงเรียนแล้ว กำหนดเรียนอย่างน้อย 12 คาบต่อปี เริ่มปีการศึกษา 2026-2027 ตั้งเป้าให้นักเรียนมีทักษะด้าน AI ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อรองรับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานในอนาคต

‘มาเลเซีย’ ชูจุดแข็งฐานเซมิคอนดักเตอร์โลก ดึงเกาหลีใต้ร่วมลงทุน🤝🤝🤝มาเลเซียมุ่งยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับเกาหลีใต้ใ...
20/08/2026

‘มาเลเซีย’ ชูจุดแข็งฐานเซมิคอนดักเตอร์โลก ดึงเกาหลีใต้ร่วมลงทุน

🤝🤝🤝

มาเลเซียมุ่งยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับเกาหลีใต้ให้ก้าวไกลกว่าการผลิตและการค้าแบบดั้งเดิม โดยวางตำแหน่งตนเองเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานหมุนเวียน และเศรษฐกิจฮาลาลระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมการลงทุนมาเลเซีย (MIDA) และกรรมาธิการการค้าของบรรษัทพัฒนาการค้าต่างประเทศมาเลเซีย (MATRADE) กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ โดยบริษัทเกาหลีใต้มีโอกาสเพิ่มขึ้นในการใช้มาเลเซียเป็นทั้งจุดหมายปลายทางการลงทุนและประตูสู่ตลาดอาเซียนในวงกว้าง

ตามข้อมูลของ MIDA บริษัทเกาหลีใต้ได้ดำเนินการลงทุนในมาเลเซียรวมมูลค่า 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการมากกว่า 400 โครงการ ณ ปี 2568 สร้างงานเกือบ 50,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ขนส่ง ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และโลหะพื้นฐาน

ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของทั้ง 2 ชาติมีความสอดคล้องและส่งเสริมกันอย่างมาก โดยขณะที่เกาหลีใต้ยังคงเดินหน้านำในด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI การผลิตขั้นสูง ระบบการขนส่งสมัยใหม่ แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีสีเขียว มาเลเซียก็กำลังผลักดันแผนอุตสาหกรรมใหม่แห่งชาติ 2030 ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ และแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายคือการเร่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสู่ภาคการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และมีความยั่งยืน

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้ มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศพุ่งขึ้น 52.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกของมาเลเซียไปยังเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 44.2% ขณะที่การนำเข้าจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 58.9%

นอกจากนี้ การผสานศักยภาพด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชกรรมขั้นสูงของเกาหลีใต้ให้เข้ากับระบบการรับรองฮาลาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลของมาเลเซีย จะช่วยเปิดโอกาสมหาศาลในตลาดยา อาหารเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอางฮาลาล และหลายคนยังเข้าใจผิดว่าฮาลาลเกี่ยวข้องเฉพาะอาหารเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง เศรษฐกิจฮาลาลครอบคลุมเครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ การดูแลสุขภาพ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และอีกหลายภาคส่วน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

AI จ่อกระทบแรงงานใน ‘อาเซียน’😓😓😓ถึงแม้ว่าความกังวลเรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่จากการที่มี AI เข้ามาแทนที่ยังไม่เก...
19/08/2026

AI จ่อกระทบแรงงานใน ‘อาเซียน’

😓😓😓

ถึงแม้ว่าความกังวลเรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่จากการที่มี AI เข้ามาแทนที่ยังไม่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กลุ่มพนักงานออฟฟิศควรเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ที่เผยแพร่ในเดือนกรกฎาคมระบุว่า แรงงานเกือบ 1 ใน 4 ของภูมิภาคมีแนวโน้มได้รับผลกระทบหรือต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในการทำงานจาก Generative AI (GenAI)

ในรายงานระบุว่า ตำแหน่งงานด้านธุรการ งานบริหาร และงานวิชาชีพมีความเสี่ยงมากที่สุด ขณะที่งานช่าง งานฝีมือ และงานภาคเกษตรยังได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย โดยผลกระทบจาก AI จะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และนโยบายแรงงาน

อย่างไรก็ดี ตำแหน่งงานที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก GenAI สูง ไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งนั้นจะถูกแทนที่ทั้งหมด แต่อาจพัฒนาไปสู่งานที่สร้างมูลค่าสูงขึ้นหรือเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมได้ โดยสิงคโปร์มีแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบจาก GenAI สูงที่สุดอยู่ที่ 42.2% ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากโครงสร้างการจ้างงานที่เน้นสายงานที่ใช้ความรู้สูง ขณะที่ ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 28.1% จากการพึ่งพาภาคบริการ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริหารกระบวนการทางธุรกิจ ส่วนอินโดนีเซียอยู่ที่ 21.7% เวียดนาม 20.8% และไทย 20.6%

นาย Huynh ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจาก ILO กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียนอย่างชัดเจน แต่ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานอายุน้อยในประเทศที่เติบโตช้าลงหรือที่มีการจ้างงานในตำแหน่งงานธุรการและงานระดับเริ่มต้นบางประเภทลดลง ซึ่งในภูมิภาคนี้มีการใช้ GenAI มากกว่า Agentic AI โดยมักใช้ช่วยร่างเนื้อหา แปลภาษา เขียนโค้ด รวมถึงงานธุรการและงานบริหารต่างๆ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งนี้จะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานและลักษณะของงานมากกว่าจะทำให้แรงงานถูกแทนที่โดยตรง ดังนั้น การทำให้แรงงานสามารถใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการยกระดับเศรษฐกิจและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิภาค

นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุว่า สิงคโปร์มีความพร้อมมากที่สุดในการคว้าโอกาสจากการใช้ AI เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และได้รับการดูสนับสนุนจากภาครัฐ ขณะที่มาเลเซีย ไทย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม มีความพร้อมรองลงมา ส่วนกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และติมอร์-เลสเต อยู่ในกลุ่มที่มีความพร้อมน้อยกว่า จากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศักยภาพของสถาบัน และความสามารถด้านเทคโนโลยี

สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสการเติบโตในระยะยาว 'อินโดนีเซีย' นับเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจ ด้วยขนาดตลาด การเติบโตข...
18/08/2026

สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสการเติบโตในระยะยาว 'อินโดนีเซีย' นับเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจ ด้วยขนาดตลาด การเติบโตของชนชั้นกลาง การขยายตัวของเมือง และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ติดตามอ่านบทความ “4 อุตสาหกรรมแห่งโอกาสในอินโดนีเซีย” 🇮🇩🇮🇩 ได้ที่นี่เลย👇https://moneyandbanking.co.th/2026/263352/

ที่อยู่

Silom Road
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+6622302758

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AEC Connect by Bangkok Bankผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง AEC Connect by Bangkok Bank:

ทางลัด

แนะนำ

แชร์