14/06/2020
รู้ไว้ก่อนไม่โดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
📌 ทำไมถึงโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง? สันนิษฐานได้ว่ามาจาก 2 กรณี คือ 1. ยังไม่ได้จ่ายภาษี 2. จ่ายภาษีไม่ถูกต้อง ซึ่งข้อ 2 นั้นจะมีความซับซ้อนกว่า เพราะอาจจะเป็นไปได้หลายกรณี ทั้งการจ่ายภาษีไม่ครบ การระบุรายได้ไม่ถูกต้อง การโดนเรียกจ่าย VAT ย้อนหลัง หรือกรณีที่ตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี
📌 สรรพากรมีวิธีตรวจสอบภาษีย้อนหลังยังไง
1. ออกไปตรวจเยี่ยมผู้เสียภาษีประจำปี ส่วนมากสุ่มตรวจตามประเภทอุตสาหกรรม ซึ่งกรมสรรพากรกลางจะเป็นผู้กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมให้แต่ละพื้นที่ออกตรวจ อย่างในปีที่ผ่านมาได้ทยอยสุ่มตรวจ ร้านทอง กลุ่มผู้ขายของออนไลน์ กลุ่มสื่อสาร เป็นต้น
2. ตรวจคืนภาษี วิธีนี้ใช้ตรวจภาษีกับผู้ที่ขอคืนภาษีประจำปี ไม่ว่าจะเป็น บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล โดยรายการที่จะโดนตรวจสอบคือ
1) เอกสารประกอบการจ่ายเงินทั้งหมด รายละเอียดที่ถูกต้อง >> https://bit.ly/30yRv5W
2) เอกสารประกอบภาษี ถูกหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งหากยอดที่นำส่งสรรพากรกับยอดที่ผู้อื่นส่งให้ถูกต้องตรงกันโดยมากจะไม่เป็นปัญหาค่ะ
3) การกระทบยอดรายละเอียดบนงบการเงินและภาษีที่ยื่นต่อกรมสรรพากร คือ รายได้ที่ยื่นใน ภงด. 50 รายได้ที่ยื่นบน ภพ. 30 / รายจ่ายที่จ่ายให้พนักงาน รายจ่ายที่ยื่น ภงด. 1 และประกันสังคม / รายจ่ายที่อยู่บนงบการเงิน กับรายการค่าใช้จ่ายที่ยื่นต่อ ภงด. 3, 53 เป็นต้น
อื่น ๆ ที่สรรพากรตรวจสอบอาจมีเพิ่มลดตามประเด็นที่พบเพิ่มเติม #โดยหากสรรพากรพบข้อไม่ถูกต้องตรงกันของข้อมูล ทางผู้ประกอบการ หรือผู้เสียภาษีเงินได้ #ไม่สามารถตอบคำถามหรือหาสาเหตุได้ ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้โดนประเมินภาษีย้อนหลัง
📌 ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง มีอายุความเท่าไหร่?
1) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอายุความตามหมายเรียก ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ยื่นภาษี แต่ถ้ามีหลักฐานว่าบุคคลนั้นจงใจ หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีจริง จะสามารถขยายเวลาขออายุความไปได้ถึง 5 ปี นอกจากนั้นสำหรับผู้ที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเลยและถูกตรวจพบภายหลัง ก็จะมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเช่นกัน โดยจะยึดเอาตามระยะเวลาอายุความทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระยะเวลา 10 ปี
2) ภาษีธุรกิจ สามารถเรียกเก็บย้อนหลังได้มากถึง 10 ปี ตามมาตรา 193/31 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกแต่อย่างใด ซึ่งอายุความเรียกเอาหนี้ภาษีอากรคืน จะนับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดการยื่นแบบภาษีค่ะ
📌 ไม่อยากโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังทำอย่างไร
1. ศึกษาภาษีที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ / ประเภทเงินได้ที่ตนได้รับ
2. ทำเอกสารในส่วนของรายจ่ายให้ถูกต้องตามที่สรรพากรกำหนด เพื่อให้ค่าใช้จ่ายทุกอย่างสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้อย่างครบถ้วน
3. ยื่นภาษีให้ครบถ้วนถูกต้อง
4. เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง และหลักฐานการชำระภาษีต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ไว้เพื่อเป็นหลักฐานเผื่อโดนตรวจสอบ (การเก็บเอกสารต้องเก็บอย่างน้อย 5 ปี ตามกฎหมายธุรกิจ และเก็บอย่างน้อย 10 ปี เผื่อกรณีต้องยื่นเอกสารต่อกรมสรรพากร เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกหรือประเมินภาษีอากรได้ภายใน 10 ปี)
5. หาผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบความถูกต้องในการจัดทำรายการทางบัญชีและคำนวณภาษีอีกครั้ง
เท่านี้คุณก็สามารถเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง และไม่ต้องโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังแล้วค่ะ #ภาษี #เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง