Diversity M Club รู้เรื่องคนสำเร็จเรื่องงาน

Diversity M Club รู้เรื่องคนสำเร็จเรื่องงาน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Diversity M Club รู้เรื่องคนสำเร็จเรื่องงาน, บริการด้านธุรกิจ, 304/1041 การเคหะบางบัว หลักสี่, Bangkok.

พื้นที่แบ่งปันความรู้และพัฒนาศักยภาพมนุษย์ สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุข
ส่งเสริมทักษะการทำงานและบริหารความหลากหลายที่มีผลให้องค์กรพัฒนาคนสร้างความมั่นคงยั่งยืนในองค์กรสามารถรับมือการเปลี่ยนแปลงและมีความสามารถในการแข่งขันได้

🚀 เปิดตัวหลักสูตรใหม่FA-Role: Facilitation with AI“เปลี่ยนบทบาทวิทยากร สู่ผู้นำกระบวนการยุคใหม่ที่ชาญฉลาดด้วย AI”ในวันที...
28/04/2026

🚀 เปิดตัวหลักสูตรใหม่
FA-Role: Facilitation with AI
“เปลี่ยนบทบาทวิทยากร สู่ผู้นำกระบวนการยุคใหม่ที่ชาญฉลาดด้วย AI”

ในวันที่โลกไม่ได้ต้องการแค่ “คนสอนเก่ง” อีกต่อไป
แต่ต้องการ “คนที่พากระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง”
หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบขึ้นสำหรับคนที่อยากขยับจากบทบาท Trainer ไปสู่ *Facilitator ที่เข้าใจคน เข้าใจกระบวนการ และใช้ **AI** เป็นผู้ช่วยได้อย่างมีพลัง

FA-Role ไม่ได้สอนแค่เครื่องมือ
แต่จะชวนคุณมองบทบาทใหม่ของการเป็นผู้นำการเรียนรู้ในยุคนี้ว่า...

? เมื่อไหร่ที่ควรสอน
? เมื่อไหร่ที่ควรถาม
? และเมื่อไหร่ควรฟังอะไร
!!! เมื่อไหร่ควร “ออกแบบพื้นที่” ให้คนเรียนรู้ร่วมกัน

ภายในหลักสูตร คุณจะได้เรียนรู้ทั้ง
✨ การใช้บทบาท Trainer vs Facilitator
✨ การใช้ AI เป็น Co-Facilitator
✨ การออกแบบกิจกรรมและ flow การเรียนรู้
✨ การสร้างประสบการณ์แบบ Head-Heart-Hand
✨ การฝึก facilitation จริง พร้อม feedback เพื่อการเติบโต

นี่ไม่ใช่หลักสูตรที่ให้แค่ความรู้
แต่นี่คือพื้นที่สำหรับ “ทดลองบทบาทใหม่” ของตัวเองในฐานะผู้นำกระบวนการ

สำหรับคนทำงานในองค์กร
สำหรับวิทยากรรุ่นใหม่
และสำหรับคนที่เชื่อว่า การเรียนรู้ที่ดี ต้องไม่ได้จบแค่การพูดจบหน้าห้อง

แล้วพบกันใน -Role
หลักสูตรที่พา “การ facilitation” ไปไกลกว่าที่เคย
และทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ทำงานกับคุณได้จริง

เจอกันวันที่ 20-21 มิถุนายน 2569










สนใจติดต่อ
Sukanda Phongkachen ( Jang )
Mobile : 099 163 3555
Line ID : egtraining
Email : [email protected]

ไอเทมที่ยุคนี้ต้องการ
12/04/2026

ไอเทมที่ยุคนี้ต้องการ

หนังสือบางเล่ม…ไม่ได้มีไว้ให้แค่อ่าน
แต่มีไว้เพื่อ “เปลี่ยนวิธีคิดของเราไปตลอดชีวิต”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา
คำถามหนึ่งที่เจอบ่อยมากคือ
“ทำไมบางคนพัฒนาเร็ว
แต่บางคนติดอยู่ที่เดิม…ทั้งที่เก่งพอ ๆ กัน”
คำตอบไม่ใช่ความรู้
แต่คือ “วิธีการกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ของชีวิต”

วันนี้ อุ๋ยอยากชวนคุณมารู้จัก
หนังสือ 2 เล่มที่เกิดจากการลงมือทำงาน
และฝึกฝืน-ฝึกฝนของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง
เล่มหนึ่งช่วยให้เข้าใจ อีกเล่มช่วยให้ลงมือทำได้จริง
📘 Curiosity Culture
→ สำหรับคนที่อยาก “ปลุกวิธีคิดใหม่”
📗 Curiosity Crafting
→ สำหรับคนที่อยาก “เปลี่ยนความคิดนั้นให้กลายเป็นการลงมือทำจริง”

หนังสือ 2 เล่มนี้
ไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จรูป
แต่จะทำให้คุณ
“ได้วางแผนการพัฒนาได้ดีขึ้น…กับชีวิตของตัวเอง”
และบางครั้ง
การกระตุ้น + คำถามที่ดี
อาจเปลี่ยนทุกอย่าง

ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต
หรือรู้สึกว่า “ยังมีบางอย่างที่คุณยังไม่ได้ใช้”
หนังสือเล่มนี้
อาจกำลังรอคุณอยู่


ราคา Flash Deal ภายใน 30 เมษา 2569
ราคา Early Bird ภายใน 31 พค 2569
ส่งหนังสือภายใน 31 พค 2569

สนใจ สามารถลงทะเบียนสั่งจอง และโอนเงินได้ที่ Link : https://forms.gle/Pba4M4Fap7gtJmD78

ปล. ลงตาม Link นี้เท่านั้น และประสานงานผ่าน line@ : เท่านั้น
(โปรดระวังพี่มิจ หากสงสัยอย่าเพิ่งโอนเงิน ถามอุ๋ยก่อนนะคะ)

“Facilitation is not a technique, it's a way of being.” “การเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมื...
18/03/2026

“Facilitation is not a technique, it's a way of being.”

“การเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือหรือเทคนิค แต่คือ ‘วิธีการเป็น’ หรือ ‘ภาวะภายใน’ ของคนคนนั้น”

ลองแยกให้เห็นชัดขึ้น 👇

🔧 ไม่ใช่แค่ “เทคนิค” (Technique)

หลายคนเข้าใจว่า Facilitation คือ

การตั้งคำถามเก่ง

การใช้เครื่องมือ เช่น brainstorming, post-it, workshop tools

การบริหารเวลาในห้องประชุม

สิ่งเหล่านี้ “สำคัญ” แต่ยังเป็นแค่ “เปลือกนอก”

🌱 แต่คือ “วิธีการเป็น” (Way of Being)

สิ่งที่ลึกกว่าคือ “ภาวะภายใน” ของ Facilitator เช่น

การฟังอย่างแท้จริง (ไม่รีบตัดสิน)

การอยู่กับปัจจุบัน (presence)

ความเป็นกลาง (neutrality)

ความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้เข้าร่วม

การเปิดพื้นที่ปลอดภัย (psychological safety)

👉 คนที่ “เป็น” แบบนี้
แม้ไม่ใช้เทคนิคมาก ห้องก็ยังไหลลื่น

แต่คนที่มีเทคนิคเยอะ
ถ้า “ภายในไม่พร้อม” ห้องจะตึง เครียด หรือไม่เกิดการมีส่วนร่วม

🧭 เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
มุมมอง เน้นอะไร ผลลัพธ์
Technique ทำ “อะไร” ได้กระบวนการ
Way of Being เป็น “อย่างไร” ได้พลัง + ความไว้วางใจ
💡 แก่นสำคัญ

Facilitator ที่แท้จริงคือคนที่

“สร้างพื้นที่ให้คนอื่นได้คิด ได้รู้สึก และได้เติบโต”

ไม่ใช่คนที่ “ควบคุมกระบวนการให้สำเร็จตามแผน”

23/12/2025

สร้างเป้าให้มีความหมาย
ไม่เป็นเป้าหาย

หลักการสร้างเป้าหมายที่ดี (SMART Goals)

Specific (เจาะจง): เป้าหมายต้องชัดเจนว่าต้องการอะไร เช่น "เก็บเงินให้ได้ 100,000 บาท" แทนที่จะ "อยากมีเงินเยอะๆ".

Measurable (วัดผลได้): มีตัวชี้วัดชัดเจนว่าสำเร็จหรือไม่ เช่น "เก็บเงินเดือนละ 2,000 บาท".

Achievable (ทำได้จริง): เป้าหมายต้องเป็นไปได้ตามทรัพยากรและเวลาที่มี ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน.

Relevant (สมเหตุสมผล): เป้าหมายต้องสอดคล้องกับชีวิตและสิ่งที่สำคัญกับคุณจริงๆ และส่งผลดีไปต่อเนื่อง

Time-bound (มีกำหนดเวลา): กำหนดเส้นตายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเร่งด่วน เช่น "ภายใน 1 ปี".
ขั้นตอนการสร้างและบรรลุเป้าหมาย

เริ่มต้นด้วยเป้าหมายใหญ่แล้วซอยย่อย: กำหนดเป้าหมายหลัก แล้วแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นที่จัดการได้ เพื่อสร้างกำลังใจเมื่อทำสำเร็จ.
เขียนเป้าหมาย: การเขียนลงบนกระดาษหรือในที่ที่เห็นบ่อยๆ ช่วยให้จำและมีโฟกัส เห็นบ่อยๆ ทำเรื่อยๆ

ใช้ภาษาเชิงบวก: เขียนในสิ่งที่จะทำ (ทำ) แทนที่จะเขียนสิ่งที่ไม่ทำ (ไม่ทำ) เช่น "ฉันจะกินผักทุกวัน".

ประเมินและปรับแผน: ทบทวนความคืบหน้าเป็นประจำ และปรับเป้าหมายให้เข้ากับสถานการณ์จริง.
ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ: ความต่อเนื่องสำคัญกว่าความเร็วในการทำ.

ให้รางวัลตัวเอง: เมื่อบรรลุเป้าหมายย่อยๆ เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง.

พัฒนาตนเองเสมอ: ตั้งเป้าหมายให้ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงทำได้จริง.

การตั้งเป้าหมายที่ดีเหมือนการเร่งรัดความสำเร็จ
ยิ่งเห็นผลลัพธ์บ่อยๆ ความสำเร็จและการพัฒนายิ่งเพิ่มขึ้น

เป้าที่เราเห็นคุณค่าและพลักดันจนสำเร็จ
ยิ่งทำยิ่งภูมิใจ ทำให้เราไปต่อ

แต่หากไม่สำเร็จก็เรียนรู้แยกย่อยปิดข้อบกพร่อง
เป็นการพัฒนาตัวเองและเข้าใจสิ่งต่างๆมาขึ้น

ความสำเร็จมาจากการส่งแรงเชียร์ให้ลงมือทำและโฟกัสอยู่ตลอดเวลา พัฒนาจนเกิดความสำเร็จ
เรียนรู้เพื่อที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อ
ความสำเร็จและสร้างความสุขความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

11/12/2025

ฟาเป็นเห็นผลลัพธ์ใหม่ของทีม

ช่วนวางแผนการเงินธุรกิจด้วยเกมกลยุทธ์การเงินการลงทุน สอนการจัดการและการลงทุนในธุรกิจhttps://youtu.be/cT2p1Xe8yEU?si=t5uc...
21/11/2025

ช่วนวางแผนการเงินธุรกิจด้วยเกมกลยุทธ์การเงินการลงทุน

สอนการจัดการและการลงทุนในธุรกิจ

https://youtu.be/cT2p1Xe8yEU?si=t5uczGw1pYh1kF6

Enjoy the videos and music you love, upload original content, and share it all with friends, family, and the world on YouTube.

การโค้ชชิ่งด้วยโฮแกนคืออะไร ?Hogan Assessment คือ ชุดการประเมินบุคลิกภาพที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อใช้ประเมินพฤติกรรม...
02/11/2025

การโค้ชชิ่งด้วยโฮแกนคืออะไร ?
Hogan Assessment คือ ชุดการประเมินบุคลิกภาพที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อใช้ประเมินพฤติกรรม จุดแข็ง ความท้าทาย และค่านิยมในที่ทำงาน โดยองค์กรต่างๆ ใช้เพื่อคัดเลือกและพัฒนาบุคลากร รวมถึงวางแผนผู้บริหารในองค์กร การประเมินนี้จะวัดจากสามส่วนหลัก คือ บุคลิกภาพปกติ (HPI), จุดที่อาจเป็นอุปสรรค (HDS) และ ค่านิยมที่ขับเคลื่อน (MVPI)
รายละเอียดของการประเมิน
บุคลิกภาพปกติ (Hogan Personality Inventory: HPI): ประเมินว่าบุคคลจะทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างไรและจุดแข็งด้านบุคลิกภาพใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร
จุดที่อาจเป็นอุปสรรค (Hogan Development Survey: HDS): สำรวจ "ด้านมืด" ของบุคลิกภาพ เพื่อดูว่ามีพฤติกรรมใดบ้างที่อาจสร้างปัญหาหรือเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
ค่านิยมที่ขับเคลื่อน (Motives, Values, Preferences Inventory: MVPI): ตรวจสอบแรงจูงใจหลัก ค่านิยม และสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคคลในแต่ละวัน
ประโยชน์ของ Hogan Assessment
การคัดสรรบุคลากร (Talent Acquisition): ช่วยคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานและวัฒนธรรมองค์กร
การพัฒนาบุคลากร (Talent Development): ช่วยให้พนักงานเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองเพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น
การสร้างทีม (Team Building): ช่วยให้เข้าใจพลวัตของทีมและสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ
การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): ช่วยระบุและพัฒนาผู้ที่มีศักยภาพสูงเพื่อเป็นผู้นำในอนาคต

สนใจโค้ชหรือทำความเข้าใจทำให้องค์กร ก็ติดต่อได้ครับ

ความสามารถของคนแตกต่างกันด้วยประสบการณ์และประสิทธิภาพของการรับรู้
18/08/2025

ความสามารถของคนแตกต่างกัน
ด้วยประสบการณ์
และประสิทธิภาพของการรับรู้

ช่วงนี้ผมทำกระบวนการแก้ไขปัญหาบ่อยๆ เลยนำแนวคิดการวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการทำงานมาฝากโดยพิจารณาจาก 4 มิติ ได้แก่ คน (Peo...
07/06/2025

ช่วงนี้ผมทำกระบวนการแก้ไขปัญหาบ่อยๆ เลยนำแนวคิดการวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการทำงานมาฝาก

โดยพิจารณาจาก 4 มิติ ได้แก่ คน (People), เทคโนโลยี (Technology), กระบวนการ (Process) และ บริบท (Context) เป็นกรอบการคิดที่ช่วยให้สามารถระบุและวิเคราะห์ปัญหาได้รอบด้านมากขึ้น โดยมีรายละเอียดและตัวอย่างดังนี้:

1. มิติของคน (People)
คำอธิบาย:
หมายถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทำงาน ทั้งในแง่ของทักษะ ความรู้ ความสามารถ เจตคติ วิธีการสื่อสาร และพฤติกรรมการทำงานร่วมกัน

ตัวอย่างปัญหา:

พนักงานไม่มีทักษะเพียงพอในการใช้เครื่องมือใหม่

การสื่อสารภายในทีมไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง

2. มิติของเทคโนโลยี (Technology)
คำอธิบาย:
หมายถึงเครื่องมือหรือระบบต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงาน การเก็บข้อมูลจนถึงการนำข้อมูลไปใช้ เช่น ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ระบบสารสนเทศ หรือเทคโนโลยีที่สนับสนุนการผลิตและบริการ

ตัวอย่างปัญหา:

ระบบคอมพิวเตอร์ล่มบ่อย ทำให้การทำงานสะดุด

เครื่องจักรล้าสมัย ใช้งานยาก และเกิดความผิดพลาดบ่อย

ไม่มีการฝึกอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์ใหม่ ทำให้ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ

3. มิติของกระบวนการ (Process)
คำอธิบาย:
หมายถึงขั้นตอนการทำงาน วิธีการทำงาน การไหลของงาน การประสานงาน และแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ

ตัวอย่างปัญหา:

ขั้นตอนการอนุมัติล่าช้า ทำให้เกิดคอขวดในกระบวนการ

ไม่มีมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ทำให้ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ

การจัดเก็บเอกสารไม่มีระบบ ทำให้ค้นหาข้อมูลได้ยาก

4. มิติของบริบท (Context)
คำอธิบาย:
หมายถึงสภาพแวดล้อมภายนอกหรือเงื่อนไขที่มีผลต่อการทำงาน เช่น วัฒนธรรมองค์กร กฎระเบียบ ข้อบังคับ สถานการณ์เศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบาย รวมถึงการจัดการความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ

ตัวอย่างปัญหา:

การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐทำให้ต้องปรับแผนงานใหม่

วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดแรงต้าน

สถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ยอดขายลดลงและมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน

การวิเคราะห์จากทั้ง 4 มิติจะช่วยให้เห็นภาพรวมของปัญหาชัดเจนขึ้น และสามารถวางแผนปรับปรุงหรือแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้นครับ

ชอบหรือสนใจในเนื้อหาเพิ่มเติมช่วยกด Like กด แชร์เป็นกำลังใจกันและกันด้วยนะครับ เพื่อให้ผม อธิบายเละยกตัวอย่างเพิ่มเติม
ขอบคุณครับ

ดร.ป้อม

การทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มกระบวนการสำคัญนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจิตใจที่สงบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสำเร็จได้ง่...
26/04/2025

การทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มกระบวนการสำคัญนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจิตใจที่สงบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

1. ช่วยเพิ่มสมาธิและโฟกัส
จิตใจที่สงบช่วยลดความคิดฟุ้งซ่าน ทำให้สามารถจดจ่อกับกระบวนการหรืองานที่กำลังทำได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความแม่นยำและประสิทธิภาพ

2. ลดความเครียดและความกังวล
ความสงบช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น และไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์เชิงลบ

3. ปรับทัศนคติให้เป็นเชิงบวก
การทำจิตใจให้สงบช่วยให้มีมุมมองที่ชัดเจนและสมดุล มองปัญหาเป็นโอกาส และพร้อมรับมือกับความท้าทายอย่างมีสติ

4. เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์
เมื่อจิตใจปลอดโปร่ง จะเกิดการเชื่อมโยงความคิดใหม่ๆ ได้ดีขึ้น ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

5. ปรับพลังงานและความตั้งใจ
ความสงบภายในช่วยให้รู้สึกมีพลัง พร้อมเริ่มกระบวนการด้วยความตั้งมั่น และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

วิธีง่ายๆ...
เพื่อสร้างความสงบก่อนเริ่มกระบวนการสำคัญ

1. หายใจลึกๆ กำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ

2. นั่งสมาธิหรือฝึกสติ แม้เพียง 5-10 นาที ก็ช่วยให้จิตใจนิ่งขึ้น

3. ทบทวนเป้าหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจและลดอาการวิตก

4. ฟังเพลงหรือเสียงธรรมชาติ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอยู่ในที่ปลอดภัย สบายใจ

การฝึกจิตใจให้สงบเป็นประจำจะทำให้คุณพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการตัดสินใจสำคัญในชีวิต

ที่อยู่

304/1041 การเคหะบางบัว หลักสี่
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Diversity M Club รู้เรื่องคนสำเร็จเรื่องงานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์