FV Trading ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

บมจ.สยามเทคนิคคอนกรีต (STECH) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี สถานีไฟฟ้าแรงสูงหนองหาน (การ...
20/03/2023

บมจ.สยามเทคนิคคอนกรีต (STECH) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี สถานีไฟฟ้าแรงสูงหนองหาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) จังหวัดอุดรธานี – สถานีไฟฟ้าสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ตามโครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 2 แผนงานที่ 1 กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่าสัญญาทั้งสิ้น 86,200,000.00 บาท ( รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ) ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณ 360 วัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มี.ค. 66)

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร แม้มีรายงานว่ายูบีเอส...
20/03/2023

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร แม้มีรายงานว่ายูบีเอส (UBS) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ตกลงเข้าซื้อกิจการธนาคารเครดิต สวิส ในวงเงิน 3 พันล้านฟรังก์สวิส (3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 27,253.73 จุด ลดลง 80.06 จุด หรือ -0.30%
ดัชนีฮั่งเส็งเปิดภาคเช้าที่ระดับ 19,352.90 จุด ลดลง 165.69 จุด หรือ -0.84% และ
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,253.93 จุด เพิ่มขึ้น 3.38 จุด หรือ +0.1%
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกในวันนี้ หลังธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีไว้ที่ระดับ 3.65% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีที่ 4.30% ในวันนี้ ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ตลาดหลักทรัพย์เผย กำไร บจ.ปี 65 9.74 แสนล้านบาท ลดลง 1.9% เผยหดตัวจากต้นทุนกดดัน   นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัว...
19/03/2023

ตลาดหลักทรัพย์เผย กำไร บจ.ปี 65 9.74 แสนล้านบาท ลดลง 1.9% เผยหดตัวจากต้นทุนกดดัน

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท จดทะเบียน (บจ.) จำนวน 798 บริษัท คิดเป็น 98.6% จากทั้งหมด 809 บริษัท (รวม SET และ mai และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บจ. ในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC) นำส่งผลการดำเนินงานงวดปี 2565 สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2565 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 619 บริษัท คิดเป็น 77.6% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ผลการดำเนินงานงวดปี 2565 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 17,680,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.4% บจ. มีต้นทุนการผลิต 13,916,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.8% กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) 1,832,029 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% และมีกำไรสุทธิ 974,759 ล้านบาท ลดลง 1.9% อย่างไรก็ดี ปี 2565 มีรายการพิเศษค่อนข้างสูง หากไม่รวมรายการดังกล่าวจะทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 5% สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ 31 ธันวาคม 2565 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ระดับ 1.59 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.53 เท่า เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน

“บจ. ในธุรกิจพลังงาน อาหาร บริการ และอสังหาริมทรัพย์มียอดขายดีขึ้น จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง การเปิดประเทศ และมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง อีกทั้งเศรษฐกิจที่ขยายตัวทำให้ธุรกิจธนาคารขยายตัวได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนและต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ทำให้อัตราการเติบโตของกำไรชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี หลายธุรกิจที่มีกำไรสุทธิลดลง อาทิ ธุรกิจปิโตรเคมี ยางพารา เหล็ก และประกันภัย แม้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งคาดว่านโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ บจ. จะยังมีความท้าทายจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงและการเพิ่มขึ้นของค่าพลังงาน” นายแมนพงศ์ กล่าว

SPONSORED

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างหนัก ความวิตกต่อปัญหาวิกฤตขาดสภาพคล่องของธนาคารในสหรัฐฯของนักลงทุนทั่วโลก หลัง Silicon ...
18/03/2023

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างหนัก ความวิตกต่อปัญหาวิกฤตขาดสภาพคล่องของธนาคารในสหรัฐฯของนักลงทุนทั่วโลก หลัง Silicon Valley Bank (SVB) ถูกสั่งปิดกิจการ เพราะเกิดภาวะล้มละลายและส่อลุกลามไปยังธนาคารอื่นๆ จึงให้เกิดแรงเทขายออกมาในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย



โดยตลาดหุ้นไทยล่าสุด ลงมาที่ระดับ 1,552.70 จุด (ปิดเช้าวันที่ 14 มี.ค.66) ลดลง 20.37 จุด หรือ -1.29% ซึ่งถือว่าทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือนนับจากวันที่ 3 ต.ค.65 ที่ปิดระดับ 1,558.05 จุด



โดย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้รวบรวมข้อมูลกรอบราคาเป้าหมายและอัพไซด์ราคาหุ้นของกลุ่ม SET100 ใหม่ หลังสภาวะตลาดหุ้นปรับตัวร่วงแรง ซึ่งส่งผลให้หุ้นส่วนใหญ่โดยเฉพาะใน SET100 ต่างมีอัพไซด์เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมาย โดยพบว่ามีถึง 49 หุ้น ที่มีอัพไซด์เพิ่มขึ้นมากว่า 40% เมื่อเทียบกับราคาปิดในช่วงเช้าวันที่ 14 มี.ค.66 และมีหุ้นที่มีอัพไซด์ระดับ 100% อยู่ 2 บริษัท



ทั้งนี้ อัพไซด์ดังกล่าวเทียบกับราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ ที่ประเมินออกมาหลังจากประกาศผลประกอบการปี 65 โดยรวบรวมจากโปรแกร efinStockPickup และ SETTRADE



หุ้น
ราคาเป้าหมาย

(บาท/หุ้น)

% อัพไซด์
BANPU 11.9 - 23 11.21 ถึง 114.95
BTS 8.7 - 13.6 27.94 ถึง 100
CKP 5.6 - 7.7 40.7 ถึง 93.47
BLA 40 - 56 37.93 ถึง 93.1
IVL 40 - 66 15.11 ถึง 89.93
BCPG 11.6 - 17 28.89 ถึง 88.89
JMART 34 - 43 47.19 ถึง 86.15
ONEE 8.8 - 11.8 36.43 ถึง 82.95
GUNKUL 4.6 - 6.8 21.05 ถึง 78.95
RATCH 41 - 68 7.89 ถึง 78.95
TIPH 73 - 75 71.76 ถึง 76.47
NEX 22 - 24 59.42 ถึง 73.91
TU 12.72 - 25 -11.67 ถึง 73.61
BAM 16 - 23 20.3 ถึง 72.93
CK 26 - 33.34 34.72 ถึง 72.75
BGRIM 44 - 64.5 17.33 ถึง 72
BCP 34.5 - 52.5 11.29 ถึง 69.35
OR 19 - 34 -5.94 ถึง 68.32
SCB 111 - 160 12.69 ถึง 62.44
EGCO 192 - 247 25.49 ถึง 61.44
PTT 28 - 48 -6.67 ถึง 60
KCE 36 - 74 -22.58 ถึง 59.14
BEM 9.5 - 14 7.95 ถึง 59.09
MTC 28 - 50 -11.11 ถึง 58.73
PSL 15.5 - 23 6.16 ถึง 57.53
JMT 39.75 - 66 -6.47 ถึง 55.29
TOP 51 - 80 -1.92 ถึง 53.85
KBANK 159 - 198 23.26 ถึง 53.49
BEC 9.8 - 13 14.62 ถึง 52.05
FORTH 52 - 52 49.64 ถึง 49.64
KKP 74 - 95 16.54 ถึง 49.61
MEGA 49 - 65 12 ถึง 48.57
SCGP 48.5 - 74 -3.48 ถึง 47.26
CPF 24 - 31.2 13.21 ถึง 47.17
IRPC 2.6 - 3.9 -2.26 ถึง 46.62
KTB 19.1 - 24 16.46 ถึง 46.34
EA 64 - 108 -13.8 ถึง 45.45
PTTGC 42 - 66 -7.69 ถึง 45.05
ESSO 8.8 - 12.5 1.73 ถึง 44.51
PTG 14 - 19.5 3.7 ถึง 44.44
AAV 2.34 - 3.8 -11.36 ถึง 43.94
SPALI 24.5 - 31 13.43 ถึง 43.52
EPG 9.1 - 11.6 12.35 ถึง 43.21
COM7 36 - 45 14.29 ถึง 42.86
SPRC 11 - 15 4.76 ถึง 42.86
TIDLOR 25 - 34.25 4.17 ถึง 42.71
PTTEP 163 - 206 12.41 ถึง 42.07
MINT 37 - 44 18.4 ถึง 40.8
KTC 52 - 75 -2.8 ถึง 40.19
ข้อมูล : ราคาเป้าหมาย efinStockPickup - SETTRADE
อัพไซด์ เทียบกับราคาปิด ครึ่งเช้าวันที่ 14 มี.ค.66

หลังจากเฟดตั้งกองทุนสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านดอลล์ขึ้นมาได้ราว 1 สัปดาห์ เพื่อต่อชีวิตให้กับธนาคารที่มีปัญหาสภาพคล่อง ล่าสุ...
18/03/2023

หลังจากเฟดตั้งกองทุนสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านดอลล์ขึ้นมาได้ราว 1 สัปดาห์ เพื่อต่อชีวิตให้กับธนาคารที่มีปัญหาสภาพคล่อง ล่าสุด มีธนาคารนำพันธบัตรมาแลกเงินกู้ออกไปแล้ว 50% ของกองทุนสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านดอลล์



อ้างอิงข้อมูลจาก Fed Balance Sheet เผยถึงยอด สินเชื่อถูกใช้ไปแล้ว 50% หรือ 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์ จากกองทุนที่ตั้งขึ้นโดยเฟดมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท



โดยทางเพจ Dr.KOB ของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังในไทย ได้อธิบายว่า



“สินเชื่อหมวด Bank Term Funding ที่ตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อให้สถาบันการเงินเอาพันธบัตรมาแลกเป็นสภาพคล่อง หมวดนี้ ใช้ไปแล้ว 11,943 ล้านดอลลาร์ จากที่ตั้งไว้ 25,000 ล้านดอลลาร์ หรือใช้ไปแล้วประมาณ 50% ของเงินที่ตั้งเอาไว้”



[ข่าวที่เกี่ยวข้อง : มาเร็วเคลมเร็ว! Fed ตั้งกองทุนสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านดอลล์ พยุงแบงก์ที่กำลังวิกฤต]



อนึ่ง เฟดได้ตั้งโครงการ Bank Term Funding Program (BTFP) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เสนอการปล่อยสินเชื่อแก่เหล่าธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ เป็นเวลาสูงสุด 1 ปี โดยนำพันธบัตรรัฐบาลที่มีอยู่ในมือมาค้ำประกันเพื่อแลกกับเงินกู้ไปหมุนเวียนธุรกิจได้ แทนที่จะต้องจำใจตัดขายพันธบัตรออกไปทั้งที่ยังขาดทุนอยู่



อย่างไรก็ตาม หากรวมเงินทั้งหมดที่เฟดอัดฉีดออกไปในระบบเพื่อกอบกู้วิกฤตสภาพคล่องในระบบธนาคารนั้นมากถึง 3.18 แสนล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์



หลักๆ มาจาก 1.การปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินที่ยังพอไปได้ ยังไม่โดนปิด (หมวด Primary Credit) มูลค่า 152,853 ล้านดอลลาร์ 2.การปล่อยกู้ให้กับแบงก์ที่มีปัญหา (หมวด Other Credit Extension) เช่น Silicon Valley Bank, Signature Bank เป็นต้น รวม 142,800 ล้านดอลลาร์ และ 3.สินเชื่อในโครงการ Bank Term Funding มูลค่า 11,943 ล้านดอลลาร์

InfoQuest - ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,560.25 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด (+0.36%) มูลค่าซื้อขายราว 31,475.14 ล้านบา...
17/03/2023

InfoQuest - ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,560.25 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด (+0.36%) มูลค่าซื้อขายราว 31,475.14 ล้านบาท

การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีปรับตัวขึ้น ทำระดับสูงสุดที่ 1,571.36 จุด และต่ำสุด 1,555.24 จุด

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ดี จากนักลงทุนรับรู้ข่าวการล่มสลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) ไปแล้ว และล่าสุด ธนาคารขนาดใหญ่ต่างๆ ของสหรัฐได้อัดฉีดเงินเข้าสู่เฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์ (First Republic Bank : FRB) จำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยให้ FRB พ้นจากวิกฤตที่ขยายออกวงกว้าง ซึ่งเกิดจากการล่มสลายของธนาคารปล่อยกู้ขนาดกลางของสหรัฐ 2 แห่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่ปัญหาของสถาบันการเงินในยุโรป ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ก็ได้ออกมาระบุว่าจะให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่เครดิต สวิส ส่งผลให้นักลงทุนคลายกังวลต่อปัญหาธนาคารล่มมากขึ้น

แนวโน้มช่วงบ่ายคาด ดัชนีฯ น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกได้ต่อ ให้กรอบแนวรับไว้ที่ 1,550 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,321.28 ล้านบาท ปิดที่ 994.00 บาท เพิ่มขึ้น 22.00 บาท

PTT (BK:PTT) มูลค่าการซื้อขาย 1,413.03 ล้านบาท ปิดที่ 29.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

KBANK (BK:KBANK) มูลค่าการซื้อขาย 1,319.08 ล้านบาท ปิดที่ 131.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

CPALL (BK:CPALL) มูลค่าการซื้อขาย 907.65 ล้านบาท ปิดที่ 61.25 บาท เพื่มขึ้น 0.50 บาท

SCB มูลค่าการซื้อขาย 836.20 ล้านบาท ปิดที่ 101.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานวันนี้ (17 มี.ค.) ว่า ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวานนี้ (16 มี.ค.) ปรับตัวสูงขึ้น 1% ก่อนหน้านี้ปรับลด ...
17/03/2023

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานวันนี้ (17 มี.ค.) ว่า ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวานนี้ (16 มี.ค.) ปรับตัวสูงขึ้น 1% ก่อนหน้านี้ปรับลด 3 วันติดต่อกัน โดยมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย พบกันเพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มเสถียรภาพของตลาด



ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 68.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ เบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดเพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 74.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



สื่อของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียรายงานว่า เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของประเทศ และรองนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ โนวัค ของรัสเซีย พบปะกันที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือเกี่ยวกับความพยายามของกลุ่มโอเปกพลัส ในการรักษาสมดุลของตลาด



ทั้งสองประเทศ ยังคงยึดมั่นต่อการตัดสินใจของโอเปกพลัส เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ในการปรับลดเป้าหมายการผลิตลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปจนถึงสิ้นปี 2566



ในช่วงต้นของการซื้อขาย ราคาน้ำมันทั้ง 2 สัญญา ขยับลงมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับใกล้ๆ ต่ำสุดรอบ 15 เดือนโดยก่อนหน้านี้ ในวันพุธ (15 มี.ค.) ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564



พร้อมกันนี้ ราคาน้ำมัน ยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวในวงกว้างในตลาดการเงิน หลังจากธนาคารเครดิต สวิส ถูกควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสวิตเซอร์แลนด์ และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกมาให้คำมั่นกับฝ่ายนิติบัญญัติว่าระบบธนาคารของสหรัฐฯยังคงแข็งแกร่ง



ทั้งนี้ โอเปกและสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันจะแข็งแกร่งขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานส่วนเกิน จะยังคงส่งผลกระทบต่อตลาด

สำนักข่าวรรอยเตอร์ รายงานวันนี้(17มี.ค.)ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดสูงในวานนี้(16มี.ค.)จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ของหุ้นทางก...
17/03/2023

สำนักข่าวรรอยเตอร์ รายงานวันนี้(17มี.ค.)ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดสูงในวานนี้(16มี.ค.)จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ของหุ้นทางการเงิน ช่วยให้ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง หลังธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ เข้ามาช่วยเหลือธนาคาร First Republic ที่กำลังมีปัญหา ช่วยคลายกังวลวิกฤตลุกลาม



ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 371.98 จุด หรือ 1.17% ปิดที่ 32,246.55 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 68.35 จุด หรือ 1.76% ปิดที่ 3,960.28 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 283.23 จุด หรือ 2.48% ปิดที่ 11,717.28 จุด โดยภาคส่วนเทคโนโลยี ก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มขึ้นของดัชนี ดันดัชนีแนสแดค ให้แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว



ในวันพฤหัสบดี (16 มี.ค.) ธนาคารกลางยุโรปขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลวิกฤตภาคธนาคาร



อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินต่างๆ รวมถึง JP Morgan Chase & Coและ Morgan Stanley ยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ธนาคาร First Republic สูงสุด 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของธนาคาร หุ้นของ JP Morgan และ Morgan Stanley ดีดตัวเพิ่มขึ้น 1.94% และ 1.89% ตามลำดับ ในขณะที่ธนาคาร First Republic เพิ่มขึ้น 9.98%



ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตภาคธนาคาร ทำให้ตลาดหุ้น สั่นคลอนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากการล่มสลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ นาง Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า ระบบธนาคารของสหรัฐฯ ยังคงมีเสถียรภาพ และชาวอเมริกันสามารถรู้สึกมั่นใจว่าเงินฝากของพวกเขาจะยังคงปลอดภัย



ขณะเดียวกัน หุ้นของธนาคารเครดิต สวิส (Credit Suisse) ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ขยับขึ้นเช่นกัน หลังได้รับเงินช่วยเหลือจากธนาคารกลางสวิส จำนวน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของนักลงทุน



ขณะที่ ข้อมูลแสดงจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นคำร้องใหม่เพื่อขอรับสวัสดิการการว่างงาน ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจโน้มน้าวให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยคาดว่าเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนนี้

InfoQuest - ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากธนาคารเครดิต สวิสประกาศว่าจะกู้ยืมเงินจาก...
16/03/2023

InfoQuest - ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากธนาคารเครดิต สวิสประกาศว่าจะกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์เพื่อพยุงสถานะการเงิน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร

ณ เวลา 09.05 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้น 106 จุด หรือ +0.33% แตะที่ 32,201 จุด

ธนาคารเครดิต สวิส ประกาศในวันนี้ (16 มี.ค.) ว่า เครดิต สวิสจะกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์เป็นวงเงินสูงถึง 5 หมื่นล้านฟรังก์สวิส (5.368 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายใต้โครงการจัดหาเงินกู้แบบครอบคลุมและการจัดหาสภาพคล่องในระยะสั้น (Covered loan facility and a short-term liquidity facility)

"การกู้ยืมดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนธุรกิจหลักของเครดิต สวิส และลูกค้าของธนาคาร ในขณะที่เครดิต สวิสเองก็จะดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า" เครดิต สวิสระบุ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเครดิต สวิส เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ และ FINMA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ให้คำมั่นว่าจะจัดหาสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือธนาคารเครดิต สวิส หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็น

BCP ปรับประมาณการซื้อกิจการ ESSO เป็น 20,956 ล้านบาท หรือ 9.18 บาท/หุ้น หลังการประกาศงบปี 65 และมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเ...
16/03/2023

BCP ปรับประมาณการซื้อกิจการ ESSO เป็น 20,956 ล้านบาท หรือ 9.18 บาท/หุ้น หลังการประกาศงบปี 65 และมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติม ด้าน IFA ชี้กลไกลการปรับราคาเหมาะสม และอยู่ในช่วงที่ประเมินไว้



บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับการกำหนดราคาซื้อขายของการซื้อหุ้น บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ว่า เนื่องจาก ESSO ได้ประกาศงบการเงินปี 65 และการจ่ายปันผลเพิ่มเติมสำหรับผลการดำเนินงานปี 65 บริษัทจึงได้จัดทำประมาณการราคาซื้อขายโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยเป็นการทั้งไป และประมาณการ (1) ข้อมูลสินค้าคงเหลือไฮโดรคาร์บอน และ (2) สินค้าคงเหลือของกิจการนำเข้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและสารละลายเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นกิจการที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรม



ภายใต้สมมติฐานดังกล่าวพิจารณาร่วมกับการอ้างอิงข้อมูลจากงบการเงินปี 65 และการประกาศจ่ายปันผลเพิ่มเติม ทำให้มูลค่ารวมของหุ้นที่จะซื้อขายที่คำนวณได้ตามกลไกการปรับราคาจะเท่ากับ 20,956 ล้านบาท หรือ 9.18 บาท/หุ้น โดยคำนวณจาก มูลค่ากิจการ 55,000 ล้านบาท หักด้วยหนี้สินสุทธิและรายการเทียบเท่าหนี้สิน บวกรายการปรับปรุงทางการเงิน การปรับเงินทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้อง และการปรับปรุงรายการอื่นที่กำหนดในสัญญาซื้อขายหุ้น



ทั้งนี้มูลค่ารวมของหุ้นที่ซื้อขาย 20,956 ล้านบาท หรือ 9.18 บาท/หุ้น ยังไม่ใช่ราคาสุดท้ายสำหรับธุรกรรมซื้อขายหุ้น ที่อาจเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้



ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ในฐานที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เห็นว่ากลไกลการปรับราคาดังกล่าวเหมาะสม ภายใต้สมมติฐานที่นำข้อมูลบริษัทมาใช้คำนวณที่มีความถูกต้องและตรงกับความเป็นจริง และเป็นช่วงราคาเหมาะสมในการประเมินมูลค่าของ ESSO โดยวิธีคิดลดกระแสเงินสดตามที่ที่ปรึกษาคำนวณไว้ที่ 8.13-12.36 บาท/หุ้น



ทั้งนี้ BCP จะซื้อหุ้น ESSO จำนวน 2,283.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 65.99% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด จากผู้ถือหุ้นเดิม พร้อมทำเทนเดอร์ฯ รับซื้อหุ้นทั้งหมดส่วนที่เหลือ

พิชิตเงินล้านจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป 💬รับคำปรึกษาจากเราเพื่อทำกำไรในการลงทุนของท่าน 💯✅ คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดหุ้น...
14/03/2023

พิชิตเงินล้านจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป 💬
รับคำปรึกษาจากเราเพื่อทำกำไรในการลงทุนของท่าน 💯
✅ คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดหุ้น
✅ ทำกำไรในตลาดหุ้น
✅ ช่วยแก้ไขปัญหาที่ท่านพบในการลงทุน
👇🏻👇🏻👇🏻ตอดต่อเพื่อพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา FV Trading

ที่อยู่

Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FV Tradingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์