11/08/2026
Fresh Me จากธุรกิจเด็ก 18 สู่แฟรนไชส์ร้านชานม 100 สาขา จ่อเปิดเพิ่ม 50 แห่ง-ลุย ตปท. ครั้งแรก ปักธงรายได้ 200 ล้านบาท ภายในปี 70
จากเด็กอายุ 18 ปี ที่เริ่มต้มชาขายจากครัวที่บ้าน ด้วยเงินลงทุนหลักหมื่นบาท สู่การสร้าง “Fresh Me” แบรนด์ชานมที่มีมากกว่า 100 สาขา
วันนี้ “แพร - กวิสรา จันทร์สว่าง” ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เฟรชมี จำกัด กำลังพาแบรนด์ร้านชาสัญชาติไทย สยายปีกสู่ต่างประเทศอีกราย และตั้งเป้ารายได้ทะยานสู่ 200 ล้านบาท ในปีหน้า
📌จากเด็ก 18 ผู้เป็นชานมเลิฟเวอร์ กับฝันอยากมีธุรกิจทุนตั้งต้นหมื่นบาท
ย้อนกลับไปปี 2555 จุดเริ่มต้นของ Fresh Me ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจขนาดใหญ่ แต่เริ่มจากความชอบส่วนตัวของเด็กวัย 18 ปี ที่กำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แพร กวิสรา เล่าว่า ตอนนั้นเธอเป็นคนชอบกินชานมไข่มุกมาก ถึงขั้นดื่มวันละ 3 แก้วจนน้ำหนักขึ้น เมื่อสอบติดธรรมศาสตร์และมีเวลาว่างก่อนเปิดเทอม จึงคิดว่าอยากลองทำธุรกิจของตัวเอง
จากนั้นเริ่มทดลองต้มชาที่บ้าน มีทั้งเงินเก็บของตัวเองและเงินสนับสนุนจากครอบครัว "รวมเงินลงทุนครั้งแรกอยู่ที่หลักหมื่นบาท" ก่อนจะเดินไปเจรจาขอทำเลจากเจ้าของหอพักบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต และเปิดร้าน Fresh Me สาขาแรก
จากเด็กที่อยากลองทำธุรกิจ กลายเป็นนักศึกษาที่ต้องเรียนไปด้วย ขายชาไปด้วย
ส่วนชื่อ Fresh Me เองก็เกิดขึ้นจากแนวคิดง่ายๆ คืออยากให้คนที่ดื่มรู้สึกสดชื่น
แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเริ่มเห็นโอกาสเร็วขึ้น คือการลงไปทดสอบตลาดด้วยตัวเอง กวิสรานำชาไปให้เพื่อนและรุ่นพี่ชิมในช่วงกิจกรรมรับน้อง ทำ Market Research ก่อนเปิดร้านจริง ทำให้ได้เห็นว่าสินค้าได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก
หลังจากนั้นไม่นาน Fresh Me ขยายเป็น 4 สาขาในโซนรังสิต และภายในเวลา 1 ปีกว่า เริ่มมีผู้ปกครองที่มารับลูกเห็นร้านขายดี จึงอยากนำแบรนด์ไปเปิดในต่างจังหวัด
กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะจากเดิมที่คิดเพียงว่าอยากเปิดร้านของตัวเอง กวิสราต้องเริ่มศึกษาว่า “แฟรนไชส์” คืออะไร ก่อนพัฒนาระบบสัญญา, SOP, Operation และคู่มือการทำงาน จนกลายเป็น "โมเดลแฟรนไชส์ธุรกิจหลักของ Fresh Me" ในเวลาต่อมา
วันนี้ Fresh Me เดินทางมาถึงปีที่ 14 และมีสาขามากกว่า 100 แห่ง โดยประมาณ 7 สาขาเป็นร้านที่บริษัทลงทุนเอง ส่วนที่เหลือเป็นสาขาแฟรนไชส์
📌ตลาดชานมแข่งเดือด แบรนด์ต่างชาติตีตลาด จะรอดต้อง Positioning ชัด
ปัจจุบันตลาดชานมยังคงแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างชาติ ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน ไม่ได้มี Brand Loyalty สูงเหมือนในอดีต หากมีแบรนด์ใหม่หรือสินค้าที่กำลังเป็นกระแส ก็พร้อมทดลอง ขณะที่การทดลองไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาซื้อซ้ำเสมอไป
สำหรับ แพร - กวิสรา นี่ทำให้ธุรกิจเครื่องดื่มมีลักษณะคล้าย “แฟชั่น” มากขึ้น การทำสินค้าหรือรูปแบบร้านหนึ่งแล้วประสบความสำเร็จ จึงไม่สามารถใช้เป็นสูตรสำเร็จได้ตลอดไป
ทำให้ Fresh Me ปรับ Brand Positioning เปลี่ยนจากการพยายามเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม มาเป็นการเลือกให้ชัดว่าแบรนด์ต้องการยืนอยู่ตรงไหน โดยเลือกวางตำแหน่ง Fresh Me เป็นเจาะกลุ่ม Premium Mass พร้อมกำหนดกลุ่มลูกค้าและพื้นที่เป้าหมายให้ชัดขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
📌ขยาย 50 สาขาไทย-ตปท. จ่อแตก 2 แบรนด์ใหม่ ดันเป้ารายได้ 200 ล้านในปี 70
ยุทธศาสตร์ใหญ่ในช่วง 2 ปีนี้ (พ.ศ. 2569 - 2570) ของ Fresh Me จะเน้นไปที่ 2 ด้าน ได้แก่
1.การขยายสาขา 50 แห่ง (รูปแบบแฟรนไชส์ 100%)
เบื้องต้นจะเป็นการขยายในไทย 30 สาขา และต่างประเทศ คือ ลาว 20 สาขา โดยช่วงที่ผ่านมากลุ่มโคลาว (Kolao Group) ได้ซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์ Fresh Me ไปเปิดในลาว ปัจจุบันเร่งขยายไปแล้ว 7 สาขา เหลือขยายต่อีก 13 สาขา
ทั้งนี้ ต้นทุนการขยายสาขา Fresh Me มีค่าแฟรนไชส์อยู่ที่ราว 390,000 บาท หากรวมค่าก่อสร้าง ค่าอุปกรณ์ และการตกแต่ง เบ็ดเสร็จจะอยู่ที่ 700,000 - 1,000,000 บาท/สาขา
นอกจากนี้ Fresh Me ได้ทำการสำรวจตลาด "อินโดนีเซีย" และ "ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีวัฒนธรรมการดื่มชาคล้ายไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่า และเตรียมเข้าร่วมงานแฟรนไชส์ที่อินโดนีเซียในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อหาโอกาสในการขยายตลาด
สำหรับ แพร - กวิสรา การพา Fresh Me ออกไปต่างประเทศไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มจำนวนสาขา แต่เป็น “ความฝัน” ที่ต้องการเห็นแบรนด์ไทยเติบโตในตลาดต่างประเทศ
2.เปิด 2 แบรนด์ใหม่เติมพอร์ตฯ (เปิดตัวปลายปี 69)
บริษัทวางเป้าหมายเป็น “House of Favorite Brand” โดยต้องการมีแบรนด์อื่นเข้ามาอยู่ภายใต้เครือ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่ Fresh Me โฟกัสลูกค้ากลุ่มเดียว
เบื้องต้น บริษัทเตรียมปั้นแบรนด์ใหม่เอง 2 แบรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์ Specialty Drink และมีแผนเปิดตัวภายในปี 2569 โดยจะเริ่มทดสอบตลาดผ่าน Pop-up ในเดือนกันยายน 2569 พร้อมกันทั้ง 2 แบรนด์
การแตกแบรนด์ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหมากของ Fresh Me ในการลดการพึ่งพารายได้จากแบรนด์เดียว และใช้ความเชี่ยวชาญที่สะสมจากการทำธุรกิจเครื่องดื่มและแฟรนไชส์มาตลอด 14 ปี มาต่อยอดเป็นพอร์ตธุรกิจใหม่
"จากแผนทั้งหมดทั้งหมดทำให้เราวางเป้ารายได้ปี 2569 อยู่ที่ 70 ล้านบาท จากปีที่แล้วอยู่ที่ 60 ล้านบาท เนื่องจากยังมีผลกระทบเรื่องกำลังซื้อชะลอตัวจากเศรษฐกิจ ส่วนเมื่อเปิดทุกแบรนด์เต็มที่ในปี 2570 คาดว่าจะทำรายได้ทะยานถึง 200 ล้านบาท"
📌บทเรียน 14 ปี แนะผู้ประกอบการอดทน คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึงเป้าเพราะ "ล้มเลิก" ไม่ใช่ "ล้มเหลว"
แพร กวิสรา สรุปบทเรียนสำคัญในธุรกิจตลอด 14 ปีของ Fresh Me จากการทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุ 18 ปี สิ่งสำคัญที่ต้องมี คือ “ความอดทน” เพราะทุกธุรกิจมีปัญหา แม้กระทั่งคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด
"เรามองว่า สิ่งที่ทำให้หลายคนไปไม่ถึงความสำเร็จอาจไม่ใช่เพราะล้มเหลว แต่เป็นเพราะล้มเลิกก่อน แต่หากอดทน เชื่อว่าสักวันจะต้องมีวันของเราแน่นอน"