โรงเรียนสอนออนไลน์ by โค้ชอุ

โรงเรียนสอนออนไลน์ by โค้ชอุ ธุรกิจออนไลน์ มีสินค้าตรงความต้องการตลาด และ ติดตลาดแล้วให้เลือกทำกว่า 20 รายการ

📢📢 เปิดแล้ว หลักสูตร "𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸 𝗦𝗵𝗼𝗽 ครีเอเตอร์ 𝗔𝗜 รุ่นที่ 𝟲𝟭" (สำหรับ 𝗨𝗦𝗘𝗥 ขึ้นไป)📲 ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็น 𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸 ครีเอเต...
21/01/2026

📢📢 เปิดแล้ว หลักสูตร "𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸 𝗦𝗵𝗼𝗽 ครีเอเตอร์ 𝗔𝗜 รุ่นที่ 𝟲𝟭" (สำหรับ 𝗨𝗦𝗘𝗥 ขึ้นไป)

📲 ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็น 𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸 ครีเอเตอร์ และต้องการเรียนรู้การใช้เครื่องมือ 𝗔𝗜 แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?

👉 คุณเป็นคนหนึ่งใช่มั้ยอยากสร้างรายได้จากการเป็นนายหน้า 𝗔𝗳𝗳𝗶𝗹𝗶𝗮𝘁𝗲 จาก 𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸 และเรียนรู้ 𝗔𝗜

🔥 กระแส 𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸 𝗦𝗵𝗼𝗽 ครีเอเตอร์ และ กระแส 𝗔𝗜 กำลังมาแรง ถ้าไม่เริ่มตอนนี้...จะเริ่มตอนไหน?

👉 วันเสาร์ที่ 𝟯𝟭 มกราคม 𝟮𝟱𝟲𝟵
👉 ลงทะเบียน เวลา 𝟬𝟵:𝟬𝟬 น. เป็นต้นไป
👉 เริ่มเรียน เวลา 𝟬𝟵:𝟯𝟬 - 𝟭𝟳:𝟯𝟬 น.
👉 ณ อาคารวาฬทอง มีนบุรี กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่ 👇084-109-3098 โค้ชอุ๊

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบ...
25/10/2025

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ข้าพระพุทธเจ้า
ธนภร อินทุมาร และทีมงานเพจ

🎯 คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี รวมเทคนิค สอนขายของออนไลน์ เทคนิคขั้นเทพ สอนทำธุรกิจออนไลน์ฟรี💸💸🎯 สนใจเรียนฟรี ยินดีให้คำปรึกษาค่...
27/11/2023

🎯 คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี รวมเทคนิค สอนขายของออนไลน์ เทคนิคขั้นเทพ สอนทำธุรกิจออนไลน์ฟรี💸💸
🎯 สนใจเรียนฟรี ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ 084 109 3098 โค้ชอุ๊_ธนภร
👉 หรือทักแชทมาได้เลยค่ะ

27/11/2023
18/10/2023

💥 คอร์สฟรี มีอยู่จริง !! 💥

สอนจริง !! ฟรีจริง !!
🎯 คอร์สเรียน TikTok Shop สอนแบบ Workshop จับมือพาทำ..

✅️ ทำไม่เป็นไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้
✅️ เนื้อหาครบจบในวันเดียว
✅️ มีโค้ชคอยประกบแก้ปัญหาทันท่วงที
✅️ มีที่ปรึกษาให้ ในการทำธุรกิจขายออนไลน์
🎯 สนใจทักอุ๊มาค่ะ
084 109 3098

9 เกร็ดความรู้ สำหรับมือใหม่หัดขาย ธุรกิจออนไลน์ธุรกิจออนไลน์กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการหารายได้ ทั้งเลือกเป็นอาชีพเสร...
30/07/2020

9 เกร็ดความรู้ สำหรับมือใหม่หัดขาย ธุรกิจออนไลน์
ธุรกิจออนไลน์กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการหารายได้ ทั้งเลือกเป็นอาชีพเสริมและการทำเป็นอาชีพหลัก โดยมีผู้ใช้บริการก็คือบุคคลทั่วไปที่สามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้ นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีหากคิดจะทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ แต่การทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้นยากนัก ทำให้หลายธุรกิจถึงกับปิดกิจการไปแล้วก็มี เพราะมีการแข่งขันกันสูง
ซึ่งก็มีวิธีลัดในการทำให้ธุรกิจของตนนั้นเป็นที่นิยมก็คือ การทำ SEO และการโฆษณาสินค้า
สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่หัดขาย เรามีเกร็ดความรู้ 9 อย่าง ที่ควรรู้และก่อนจะดำเนินกิจการ

1. ชื่อร้าน
ชื่อร้านจำเป็นต้องมีความสอดคล้องกับสินค้าที่ขาย เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ

2.สินค้า
สำหรับมือใหม่หัดขาย อาจจะต้องเริ่มจากสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ หากสินค้าชนิดนั้นเป็นที่นิยมแล้วค่อยขยายกิจการ และป้องกันการขาดทุน นอกจากนั้นสินค้าที่นำมาขายอาจจะมาสิ่งที่รัก เพื่อสามารถให้รายละเอียดให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง

3.เงินทุน
ทุกกิจการหากไม่มีเงินลงทุนก็ไม่สามารถเกิดสินค้าขึ้นมาได้ เงินจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ต้องมีการวางแผนการใช้เงินให้เป็นไปตามที่ได้จำกัดวงเงิน เพื่อไม่ให้มีการใช้เงินอย่างสูญเปล่า

4.ช่องทางจำหน่าย
การทำธุรกิจออนไลน์มีหลายทางเลือก ให้คุณนำสินค้าไปจำหน่ายเช่น Facebook website เป็นต้น 2 อย่างนี้เป็นทางเลือกที่นิยมและได้ผลที่สุดในปัจจุบัน

5.จุดยืนของร้าน
จุดยืนของร้านถือว่าเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มีจุดเด่นและมีจุดขายให้กับธุรกิจ ต้องมีความมั่นคงไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จะก่อให้เกิดความสับคนแก่ลูกค้า และส่งผลเสียต่อรายได้

6.แผนการตลาด
หัวใจหลักของการทำธุรกิจ ทุกอย่างต้องมีการวางแผน การตลาดจำเป็นอย่างยิ่ง ช่วงที่ต้องโปรโมท การจัดโปรโมชั่น และต้องทำให้เป็นตามแผนที่ได้กำหนดไว้เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ

7.ช่องทางการชำระเงิน
สำหรับมือใหม่หัดขายในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่จะนิยมเป็นการชำระเงิน ด้วยการโอนผ่านธนาคาร ซึ่งต้องเปิดบัญชีแยกจากบัญชีส่วนตัวและควรเลือกธนาคารที่ไม่เป็นที่นิยมและให้ดอกเบี้ยดี

8.ความอดทนและมุ่งมั่น
การขายของบนโลกออนไลน์ จำเป็นต้องมีความอดทนสูง เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจสินค้าเรา วันนี้ขายได้ วันนี้ขายไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา ฉะนั้นต้องมีความอดทนสูงมุ่มมั่นที่จะทำ ไม่ท้อแท้หรือเสียกำลังใจ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ล้มเลิกธุรกิจได้

9.เวลา
ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น การทำธุรกิจออนไลน์บางคนทำเป็นอาชีพเสริม บางคนทำเป็นอาชีพหลัก การตอบข้อความลูกค้าหรือเมื่อลูกค้าอยากได้รายละเอียดของข้อมูล ควรตอบให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เสียลูกค้าไป
หากทำเป็นรายได้เสริม ควรแบ่งเวลาและระบุไว้ชัดเจนว่าสอบถามได้ในเวลาใดบ้าง

10 สาเหตุ ธุรกิจออนไลน์ เจ๊งคามือ !!1. ไม่มีแผนการโจมตี ไม่จำเป็นต้องมีแผนธุรกิจอย่างเป็นทางการให้ยุ่งยาก เพียงแต่คุณต้อ...
28/07/2020

10 สาเหตุ ธุรกิจออนไลน์ เจ๊งคามือ !!

1. ไม่มีแผนการโจมตี ไม่จำเป็นต้องมีแผนธุรกิจอย่างเป็นทางการให้ยุ่งยาก เพียงแต่คุณต้องมีแผนการโจมตีในใจ ใครที่ มองแผนธุรกิจเป็นการบ้านที่ดูวุ่นวายจนไม่อยากคิดวางแผน ถามว่าเมื่อเกิดปัญหาจนสติไม่อยู่กับตัว อะไรจะเป็นตัวกลางดึงสติกลับมาได้บ้าง หากไม่ใช่แผนการที่วางไว้ ? คุณไม่จำเป็นต้องมีแผนธุรกิจหนาเป็นสิบหน้ากระดาษ แต่เพื่อความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ คุณจำเป็นต้องมีแผนการ เพื่อรู้ว่าใครเป็นลูกค้าของคุณ , สินค้าของคุณคืออะไร และทำอย่างไรเขาจึงจะยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ

2. โฟกัสเรื่องเล็กน้อยมากเกินไปจนเหนื่อย ธุรกิจออนไลน์ จะไปรอดไหม? คุณไม่ควรดำน้ำหาเข็มในมหาสมุทรมาเย็บผ้าขาย การลงรายละเอียดในส่วนไม่ก่อประโยชน์จะทำให้คุณเหนื่อยล้าในการทำธุรกิจ เช่น ออกแบบโลโก้ร้าน , ออกแบบหน้าเพจ ,ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลานั้งออกแบบเองในส่วนที่ตนเองไม่ถนัด คุณควรเอาเวลาไปโฟกัสส่วนหลักของธุรกิจ เช่น การเข้าถึงลูกค้า , บริหารต้นทุนสินค้า เป็นต้น มีสมาธิกับงานที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ก้าวไปอีกระดับดีกว่า

3. ไม่เคยกังวลเรื่องเงิน ยอมรับว่า ธุรกิจออนไลน์ ช่วยลบข้ออ้างเรื่องเงินทุนในการทำธุรกิจส่วนตัวได้ แต่การทำธุรกิจออนไลน์โดย ไม่รู้ต้นทุนและจุดคุ้มทุนเป็นตัวนำไปสู่การล้มเหลว เพราะคุณไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณจะได้รับเงินคืนกลับมา ขายดีจนเจ็งก็มีให้เห็นกันแล้ว คุณควรวางแผนทางการเงินไว้บ้าง รายละเอียดความคืบหน้าและการใช้เงินทุนสอดคล้องกันมากน้อยเพียงใด กรอบระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้

4. เน้นขายถูกจนขายไม่ออก ไม่ว่า ธุรกิจออนไลน์ ของคุณจะขายสินค้าหรือบริการใด อย่าลืมกำหนดราคาสินค้าตามที่มันควรจะเป็น และมันควรสร้างกำไรที่คุ้มค่าเหนื่อยให้คุณได้ ด้วยลักษณะสินค้าออนไลน์นั้น ผู้ซื้อไม่สามารถจับต้องได้ก่อนจะสั่งซื้อสินค้า สิ่งที่เขาพิจารณาจึงเป็นความน่าเชื่อถือของเพจ และความคาดหวังในคุณภาพสินค้าตามราคาที่จ่ายไป สินค้าคุณภาพดีแต่ขายถูกกว่าระดับที่ควรจะเป็น จะถูกมองว่าเป็นสินค้าต่างเกรด นอกจากส่วนต่างกำไรน้อยแล้ว สินค้าคุณอาจผิดกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เพราะระดับราคาที่คุณกำหนดไว้ก็ได้

5. ไม่สนใจตอบข้อซักถามของลูกค้า กระแสซื้อสินค้าออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หากคุณทำให้ลูกค้าถูกใจ ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ และมีการบริการที่ดี ย่อมมีแนวโน้มที่จะกลับไปยังเพจนั้นซ้ำ เมื่อไหร่ก็ตามที่ คุณไม่อดทนกับการปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งช่องทาง inbox , โทรศัพท์ ,E-mail เช่น เขาสอบถามสิ่งที่คุณได้อธิบายไว้แล้วหน้าเพจ ,เขาสอบถามขอเปลี่ยนสินค้าครั้งแล้วครั้งเหล่า , เขาสอบถามวันที่สินค้าจะมาถึง เป็นต้น อาจนำไปสู่การบอกต่อในแง่ลบต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณได้

6. ให้ฟรี แจกฟรี แต่ไม่สร้างผลตอบแทน ก่อนที่คุณจะได้สร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้ขายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง การเปิดตัวด้วยความรู้ฟรีดึงผู้สนใจเข้ามาเป็นแฟนเพจได้ แล้วเป็นลูกค้าได้หรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจออนไลน์ประเภทความรู้เฉพาะด้าน มุ่งเน้นไปที่การให้บริการฟรี กลายเป็นตัวธุรกิจนั้นมีรายได้ไม่มากพอจะอยู่รอด คุณต้องตีโจทย์นี้ให้แตกว่าธุรกิจคุณจะมีจุดแข็งใดที่จะนำไปสู่การสร้างรายได้จริง

7. เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย เมื่อคุณเริ่มต้น ธุรกิจออนไลน์ ใจความสำคัญคือการทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงมากพอก่อนที่จะลงงบประมาณโฆษณา ประเภทสินค้าต่างกัน การสื่อโฆษณาต่างกัน เช่น Facebook กับการสื่อประเภทบทความ , Instragram กับสินค้าเน้นรูปภาพ ,Google กับการเสิร์ชไปยังหน้าเว็บเพจ เป็นต้น

8. ก้าวกระโดดเกินตัว ผู้เริ่มต้น ธุรกิจออนไลน์ ที่รีบเร่งจัดการกระบวนการทำงานด้วยการ ว่าจ้าง Outsource เพื่อขยายธุรกิจเร็วเกินไป ไม่สอดคล้องกับสเกลธุรกิจ รวมทั้งการว่าจ้างไม่ตอบสนองกับ mission ธุรกิจ ย่อมเกิดปัญหาเรื่องการควบคุมต้นทุนและการบริหารธุรกิจ

9. คิดว่าสำเร็จแล้วในช่วงเวลาที่เร็วเกินไป คุณอาจจะได้อ่านบทความมากมายเกี่ยวกับการสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต จงลืมสิ่งเหล่านั้นไปก่อนอย่างน้อยก็ในปีสองปีแรกในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ อย่ามัวแต่กังวลเรื่องการ Balance ชีวิต คุณควรระลึกไว้ว่า ตอนนี้คุณยังมือใหม่ ยิ่งคุณเรียนรู้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์และเป็นประสบการณ์ในอนาคต อย่าหยุดไอเดียที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะคุณอยากพักผ่อน การแบ่งเวลาทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ยังไม่ควรเกิดขึ้นในตอนนี้ คุณน่าจะโฟกัสเอาเรื่องธุรกิจให้อยู่ตัวเสียก่อน อย่าก้าวไปหยุดไป

10.เลืยนแบบสูตรสำเร็จ ไม่มีเหตุผลเลยว่า สินค้าหรือกลยุทธ์หนึ่งใดที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว จำเป็นจะต้องประสบความสำเร็จซ้ำในทุกครั้งที่เอามาใช้ มัวแต่มองหาวิธีการสูตรสำเร็จ ไม่เคยดูวิธีคิด คุณจะไม่มีวันเข้าใจ ธุรกิจออนไลน์ จริงๆ ลองมองหาต้นเหตุให้เจอ เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์วิธีการ เช่น ทดสอบสินค้าโดยใช้เงินทุนต่ำที่สุดหรือความเสี่ยงน้อยที่สุดก่อนจะลงทุนเปิดหน้าร้านจริง เป็นต้น

กรุงไทย เผย 5 เทรนด์​ ชนะใจผู้บริโภคออนไลน์ ในปี 20201. ชีวิตติดเน็ต : คนไทยกว่า 85% จะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในปี 20202. GE...
26/07/2020

กรุงไทย เผย 5 เทรนด์​ ชนะใจผู้บริโภคออนไลน์ ในปี 2020

1. ชีวิตติดเน็ต : คนไทยกว่า 85% จะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในปี 2020

2. GEN C : เมื่อผู้บริโภคเชื่อมต่อกันมากขึ้น

3. สูงวัยแต่ใจออนไลน์ : เมื่อกลุ่ม Baby Boomer อยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น

4. โสดพร้อมเพย์ : คนโสดพร้อมในการจ่ายมากกว่ากลุ่มอื่น

5. อยากกินต้องได้กิน : Online Food Delivery เติบโตสูง

ชิปปิ้งจีน ในยุคที่ทุกคนบนโลกสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต โลกใบกว้างถูกย่อให้เล็กลงเท่ากับจอมือถือ สื่อดิจิทัลกลายเป็นส่วนห...
24/07/2020

ชิปปิ้งจีน ในยุคที่ทุกคนบนโลกสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต โลกใบกว้างถูกย่อให้เล็กลงเท่ากับจอมือถือ สื่อดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และธุรกิจออนไลน์ก็กลายเป็นหนทางสร้างรายได้ให้กับคนขยัน ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน
5 ประเภทที่น่าสนใจ ใครๆ ก็ทำได้ และสามารถเริ่มทำได้ทันที โดยใช้เวลาหลังเลิกงานหรือช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์

1. Drop Shipping (ตัวแทนขายของออนไลน์ แบบไม่สต๊อกสินค้า)
เบื้องหลังไอเดียนี้ก็คือการเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีโรงงานผลิตสินค้าหรือจัดการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าให้วุ่นวาย เพียงแค่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำสินค้าจากโรงงานไปขายต่อ โดย Dropship ทำหน้าที่เหมือนเป็นพ่อค้าคนกลางหรือนายหน้าขายที่ดิน กำไรก็จะได้จากค่าส่วนต่างที่คำนวณไว้จากราคาขายที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ เมื่อมีลูกค้าสนใจซื้อสินค้า Dropship จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังผู้ขายเพื่อให้ผู้ขายจัดส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้าภายใต้ชื่อร้านของคุณ ข้อดีคือ หากขายได้มาก ก็จะได้กำไรมาก แต่ข้อเสียคือคู่แข่งสูง ใครๆ ก็ทำได้ และคุณไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับธุรกิจประเภทนั้นได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 7 เหตุผล ไปไม่รุ่งในธุรกิจ Dropship

2.Affiliate Marketing (การตลาดแบบช่วยขาย)
ลักษณะคล้ายๆ กับ Drop shipping แต่มีความต่างกันอยู่เล็กน้อย คือด้วยลักษณะของโมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนสต๊อกสินค้า และไม่ต้องกังวลใจในการจัดส่งสินค้า เพียงแค่เป็นคนนำทางให้ลูกค้าที่สนใจในสินค้า ซึ่งลูกค้าอาจจจะเสิร์ชหาเว็บหรือบล็อกของคุณผ่านทาง Search Engine จากนั้น คุณก็แนะนำลูกค้าต่อ ให้ไปซื้อสินค้ากับเว็บไซต์พันธมิตรที่คุณแนะนำไว้ เพียงเท่านี้ Affiliate Marketing ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้านั้นๆ จากเว็บไซต์พันธมิตร ปัจจุบัน เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ มักจะเปิดรับคนสมัครทำ Affiliate หรือผู้ร่วมทำธุรกิจ เพื่อเป็นการกระจายให้คนเห็นสินค้าได้กว้างขวาง

3.Blogging (เขียนบล็อก)
หากคุณมีพรสวรรค์หรือสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้ง คุณก็สามารถที่จะหาเงินได้จากการทำบล็อกแล้ว เช่น ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของการขายของออนไลน์หรือแนะนำวิธีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศหรือชิปปิ้งจีน โดยปัจจุบันมีบริการฟรีจาก www.blogger.com ซึ่งคุณสามารถทำบล็อกของตัวเองได้เลย โดยออกแบบหน้าตาบล็อกและจดทะเบียนเป็นเจ้าของบล็อกได้ในราคาไม่แพง สิ่งสำคัญคือเนื้อหา ต้องเป็นการทำใหม่ เนื้อหาต้องดีมีประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย โดยบล็อกเกอร์ไม่จำเป็นต้องสื่อสารเนื้อหาผ่านการเขียนเท่านั้น อาจจะโพสต์เป็นรูปภาพ วิดีโอ ลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ตลอดจนรีโพสต์ข่าวหรือบทความที่เกี่ยวข้องก็ยังได้ หากเนื้อหาดี นำเสนอถูกช่องทาง บล็อกของคุณจะกลายเป็นที่รู้จัก และเมื่อติดอันดับ Search engines ก็จะมีโฆษณาเข้ามาโดยคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

4.Online Video (วิดีโอออนไลน์)
การผลิตวิดีโอออนไลน์ในยุคนี้ ถือเป็นหนึ่งในช่องทางของสื่อดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยจำนวนผู้เข้าชม Youtube มากกว่า 1 พันล้านในแต่ละวัน ทำให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากจำนวนที่คนเข้าถึงได้อย่างสบายๆ โดยขั้นตอนแรกคือเปิดบัญชีผู้ใช้ Youtube และเริ่มดาวน์โหลดวิดีโอ เมื่อเจ้าของสินค้าสนใจวิดีโอของคุณ จะติดต่อลงโฆษณากับ Youtube โดย ad โฆษณามี 4 รูปแบบคือ Youtube ค้นหาวิดีโอ ซึ่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกับสินค้านั้น แล้วแบ่งรายได้ให้ 55% เจ้าของวิดีโอจะได้เงินก็ต่อเมื่อโฆษณาแสดงเวลาตามที่กำหนดหรือคนดูคลิกโฆษณาที่แสดงขึ้นมา การประมาณรายได้เฉลี่ยคือยอดวิวเพิ่มขึ้น 100 วิวจากของเก่า จะได้ประมาณ 1 บาท เป็นต้น

5.Information Products (สินค้าในรูปแบบของข้อมูล)
หากคุณมีพรสวรรค์หรือความสามารถด้านใดด้านหนึ่งแบบเฉพาะทาง คุณก็สามารถที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ได้ไม่ยาก เช่น เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ถนัดด้านการทำเว็บไซต์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขายของออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งรูปแบบการขายความรู้/ข้อมูลในสิ่งที่คุณมี ผ่านช่องทางดิจิทัลในยุคนี้นั้น สามารถทำเงินได้แม้กระทั่งขณะที่คุณนอนหลับ เช่น เปิดคอร์สอบรมทางออนไลน์, คอร์สอบรมเรื่องการขายของออนไลน์, คอร์สสอนเรื่องธุรกิจ ชิปปิ้งจีน, สัมมนาผ่านเว็บไซต์, ให้ข้อมูลทาง E-book ฯลฯ เป็นต้น

9 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มขายของออนไลน์9 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มเปิดร้านออนไลน์ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายสนใจอยากเริ่มทำธุรกิจอ...
22/07/2020

9 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มขายของออนไลน์
9 อย่างที่ควรมีก่อนเริ่มเปิดร้านออนไลน์
ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายสนใจอยากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์หรือ ขายของออนไลน์ เพราะดูเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนักแต่แท้จริงแล้วการเปิดร้านขายของออนไลน์หรือทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพราะไม่อยากนั้นแล้วอาจจะขาดทุน จนต้องล้มเลิกไปก็ได้

วันนี้ พิมเพลินเลยอยากขอนำ 9 อย่างที่ควรมี ก่อนเริ่มเปิดร้านออนไลน์มาบอกคุณผู้อ่าน เพื่อให้ได้เตรียมตัวก่อนเริ่มเปิดร้านออนไลน์กันค่ะ

1. ชื่อร้าน
ขายของออนไลน์ ชื่อร้านต้อง อ่านง่าย จำง่าย คุ้นหู ค้นหาเจอ
หลายคนคิดว่าการต้ังชื่อร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง จะตั้งชื่อร้านอะไรก็ได้ตามใจชอบ ยิ่งถ้าแปลกไม่ซ้ำใครยิ่งดี (บางทีถึงกับเปิดดิกชันนารีหากันด้วยซ้ำ) แต่หารู้ไม่ การตั้งชื่อร้านต้องมีเทคนิคนั่นก็คือ ต้องอ่านง่าย จำง่าย คุ้นหู และต้องค้นหาเจอง่าย

อ่านง่าย ชื่อที่ออกเสียงยาก ไม่คุ้นหูคนไทย มีผลทำให้ลูกค้าไม่จดจำร้าน หรือบางทีก็ไม่กล้าแนะนำร้านคุณกับคนรู้จัก เพราะกลัวออกเสียงผิด! เท่ากับคุณเสียโอกาสได้ลูกค้าใหม่ไปอีกคน

จดจำง่าย คุ้นหู ชื่อร้านที่ดีควรทำให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย เห็นปุ๊บจำปั๊บยิ่งดี ข้อนี้ก็แล้วแต่ความครีเอทของแต่ละคนเลยค่ะว่าจะใช้ไม้ไหน ไม่ว่า ตั้งชื่อร้านให้สัมพันธ์กับสินค้าที่ขาย เช่น ถ้าคุณขายนาฬิกาและตั้งชื่อให้มีคำว่า Time หรือ Watch ลูกค้าก็จะสามารถจดจำและหาร้านของคุณเจอได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือใช้เทคนิคใช้ศัพท์ที่เรียกความสนใจ เช่น ‘คนอะไรเป็นแฟนหมี’ (นั่นดิ..คนอาร๊ายเป็นแฟนหมี อยากรู้ไหมล่ะ)

ค้นหาเจอง่าย สมัยนี้ไม่ใครจะหาอะไรก็ต้องถามอากู๋ Google หรือ Facebook กันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ ยิ่งถ้าเราคิดชื่อได้ตรงกับคำศัพท์ที่ลูกค้าใช้ค้นหา (Search) ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้ลูกค้าหาร้านเราเจอง่ายขึ้น

2. สินค้า
เลือกจากสิ่งที่ชอบ เลือกจากสิ่งที่ใช่
เลือกจากสิ่งที่ชอบ เลือกจากสิ่งที่คุณชอบ เพราะ เวลาขายคุณจะสามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้อย่างชัดเจน นี่ยังไม่นับไปถึงความสุขที่คุณจะได้ทำสิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบ จนรู้สึกมีความสุขจนเหมือนไม่ได้ทำงานเลยนะ

เลือกจากสิ่งที่ใช่ แต่ถ้าคุณไม่ได้ชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากมีร้านค้าเป็นของตัวเอง คุณอาจจะเริ่มโดยการสำรวจตลาดว่าสินค้าอะไรกำลังเป็นที่ต้องการและน่าจะทำกำไรได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่คนส่วนมากหันมาใช้สมาร์ทโฟน การขายแบตสำรองหรือเคสโทรศัพท์มือถือก็เป็นความคิดที่ไม่เลว หรือจะหาไอเดียได้ที่ ขายอะไรดี ? รวมไอเดียสินค้าน่าขายออนไลน์

3. เงินทุน
ต้นทุนการขายของออนไลน์ ไม่ได้มีแค่ค่าสินค้าเพียงอย่างเดียว
เงินที่คุณจะนำมาลงทุนในการเริ่มร้านออนไลน์ไม่ควรจะครอบคลุมแค่ค่าสินค้าที่คุณจะสั่งมาขาย แต่ควรรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คุณอาจต้องเสีย เช่น ค่าจัดส่ง ค่าแพ็กสินค้า ค่าโฆษณา ฯลฯ ดังนั้น คุณควรวางแผนให้ดี ว่าเงินทุนของคุณนี้จะสามารถทำให้คุณดำเนินการได้แบบไม่ต้องไปขอยืมคนอื่นทีหลัง ยิ่งถ้าคุณคิดจะลาออกจากงานประจำมาขายของออนไลน์ด้วยแล้ว คุณยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ

4. จุดยืนของร้าน
วางแผนร้านให้ชัดเจน
เมื่อมีสินค้าแล้ว ก็ถึงเวลาคิดว่าสินค้าของคุณเหมาะที่จะขายส่งหรือขายปลีกมากกว่ากัน บางครั้งการเลือกขายสินค้าส่งในราคาถูก เอากำไรน้อย อาจทำให้คุณรวยแบบไม่รู้เรื่องก็ได้ ในขณะที่สินค้าบางอย่าง เช่น สินค้าแฟชั่น ก็เหมาะที่จะขายปลีกแบบเอากำไรสูง

5. ช่องทางขายสินค้า
ขายที่ไหนบ้าง? FACEBOOK, INSTAGRAM หรือ LINE@
ช่องทางการขายว่าเราจะเปิดร้านออนไลน์และขายสินค้าของเราบนไหน ก็เป็นอีกปัจจัยที่มีต่อผลต่อความสำเร็จของร้าน เพราะแต่ละช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แตกต่างกัน

ขายบนเพจ Facebook เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด คนขายนิยมสูงสุด และก็เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเราได้มากที่สุดเช่นกัน เพราะสมัยนี้ใครๆก็เล่น Facebook กันทั้งนั้น ทำให้สินค้าเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายมาก ยิ่งปัจจุบัน Facebook เปิดให้ลงโฆษณา (Facebook Ads) ที่สามารถตั้งงบที่ใช้ลงโฆษณาและกำหนดกลุ่มเป้าหมายเองด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เปิดเพจขายของบน Facebook ยิ่งฮอตฮิตเข้าไปใหญ่ ทำให้คนหายกลายเป็นเศรษฐีมาแล้วมากมาย

ขายบน Instagram เป็นอีกช่องทางที่เริ่มนิยมเป็นอันดับถัดมา โดยจะเน้นการขายผ่านรูปภาพ ลงรายละเอียดได้ไม่มากเหมือน Facebook ดังนั้นหากจะขายผ่านช่องทางนี้ คุณต้องมีฝีมือในการถ่ายภาพสินค้าในระดับนึงเลยแหล่ะถึงจะปัง แต่ถ้ายังฝีมือไม่เข้าขั้นก็ฝึกฝนกันได้นะคะ

ขายผ่าน LINE และ LINE@ ช่องทางนี้ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจและควรมี แต่นั่นต้องหลังจากที่คุณมีเพจ Facebook หรือ ร้านบน Instagram แล้วนะคะ เพราะช่องทางนี้เป็นช่องทางที่ร้านสามารถแชทตรงกับลูกค้าได้เลย ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนได้คุยกับคนเป็นๆ มากกว่า ร้านค้าส่วนใหญ่จึงใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเก่า เช่น การอัพเดตสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ โปรโมชั่นล่าสุด ฯลฯ

6. แผนการตลาด
จุดขายดึงดูด ส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย
แผนการตลาด เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาของร้านคุณ เพราะถึงคุณจะมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูก แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักร้านของคุณก็ไม่มีประโยชน์ คุณจึงควรวางแผนให้ดีว่าจะโปรโมตร้านค้าหรือสินค้าของคุณอย่างไร จะดึงดูดลูกค้าอย่างไร และจะทำให้อย่างไรให้ร้านคุณที่เพิ่งเปิดใหม่เอาชนะร้านอื่นๆ ที่เปิดมาก่อนหน้าคุณได้ การวางแผนการตลาดอาจเริ่มจากขั้นตอนต่อไปนี้

วาดภาพเป้าหมายให้ชัดเจน

มีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เช่น เมื่อเปิดเพจแล้วจะทำให้คนรู้จักอย่างไร

วางงบประมาณที่จะใช้เพื่อทำให้ขั้นตอนต่างๆ สำเร็จ

วางกำหนดเวลาเพื่อประเมิน ตรวจสอบ และปรับปรุงแผน

7. ช่องทางการชำระเงิน
ยิ่งเยอะยิ่งดี ถ้าขายของแพงรับบัตรเครดิตได้ยิ่งเริ่ด
การชำระเงินควรเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้า คุณควรเปิดบัญชีสำหรับร้านของคุณกับธนาคารที่คนส่วนใหญ่ใช้บริการ แทนที่จะเลือกธนาคารที่ไม่เป็นที่นิยมแต่ให้ดอกเบี้ยดี นอกจากนี้ ถ้าคุณวางแผนจะขายสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ คุณก็ควรมีบัญชีที่รองรับการโอนเงินจากต่างประเทศ (และมีแผนสำหรับการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศแบบที่คุณไม่ขาดทุน) บัญชี Paypal นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีและสามารถสมัครใช้งานง่าย

8. ความอดทนและมุ่งมั่น
คิดไว้เราต้องทำได้
หลายคนเริ่มธุรกิจด้วยความรู้สึกอยากรวยเร็ว เราหวังให้การลงทุนของเราผลิดอกออกผลเป็นกำไรตั้งแต่วินาทีที่เราเริ่มเปิดร้าน แต่นั่นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นความเพ้อฝัน เพราะเมื่อคุณเริ่มเปิดร้าน เป็นไปได้ว่าคุณจะไม่มีลูกค้าเลยในอาทิตย์แรกๆ (ไม่นับเพื่อน ญาติ และคนรู้จัก) อาจมีลูกค้าหลายคนมาให้ความสนใจสินค้าของคุณแต่ก็จากไป คุณจะเริ่มสงสัยว่าคุณทำอะไรผิด บางครั้งอาจถึงขั้นอยากลดราคาแล้วขายทุกอย่างเพื่อให้คืนทุน อย่าทำแบบนั้น คุณต้องมั่นใจและหมั่นตรวจสอบแผนการตลาดของคุณว่าได้ผลตามคาดหรือไม่ และหัดปรับเปลี่ยน ทำอะไรใหม่ๆ เพื่อเรียกลูกค้า และอย่าท้อแท้

9. เวลา
ยิ่งเร็ว ยิ่งได้เปรียบ
ถ้าคุณเตรียมตัวจะยึดการขายของออนไลน์เป็นอาชีพก็แล้วไป แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ยังต้องทำงานประจำ คุณควรวางแผนบริหารเวลาให้ดี เพราะบางที “ความอยากได้” ของลูกค้าก็มีระยะเวลาจำกัด การที่คุณไม่สามารถโต้ตอบลูกค้าได้ทันเวลา อาจหมายถึงการเสียลูกค้าไป คุณอาจใช้ตัวช่วยอย่างระบบตอบกลับอัตโนมัติของ Page365 ตอบบทสนทนาจากลูกค้าในเวลาที่คุณไม่ว่าง เพื่อเป็นการซื้อเวลาไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกทอดทิ้งก็ได้

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนสอนออนไลน์ by โค้ชอุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์