โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

P-PAC ศูนย์วิเคราะห์ศักยภาพปัญญธารา (Panyatara Potential Analysis Centre – P-PAC) คือผู้ให้บริการวิเคราะห์ศักยภาพบุคคล ถอดรหัสสมองเพื่อค้นหาศักยภาพในตัวคุณ

๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙วันนวมินทรมหาราชพระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยตราบนิรันดร์ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เครือเจร...
13/10/2026

๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙
วันนวมินทรมหาราช

พระมหากรุณาธิคุณ
จารึกในใจไทยตราบนิรันดร์

ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัทในเครือ

ทรงพระเจริญ๘ ตุลาคม ๒๕๖๙พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเก...
08/10/2026

ทรงพระเจริญ
๘ ตุลาคม ๒๕๖๙

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
เกล้ากระหม่อม บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัทในเครือ

ลูกแต่ละคน มีวิธีเติบโตที่ไม่เหมือนกัน 🌱✨ บางคนเรียนรู้ได้ดีจากการลงมือทำ✨ บางคนโดดเด่นด้านการคิดวิเคราะห์✨ บางคนมีศักยภ...
05/10/2026

ลูกแต่ละคน มีวิธีเติบโตที่ไม่เหมือนกัน 🌱
✨ บางคนเรียนรู้ได้ดีจากการลงมือทำ
✨ บางคนโดดเด่นด้านการคิดวิเคราะห์
✨ บางคนมีศักยภาพด้านภาษา ศิลปะ กีฬา หรือการสื่อสาร
เพราะเด็กแต่ละคนมี “ต้นทุน” ที่แตกต่างกัน
การวางแผนพัฒนาจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน
P-PAC ชวนคุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นจากการ ทำความเข้าใจศักยภาพเฉพาะตัวของลูก ผ่านบริการวิเคราะห์ศักยภาพบุคคลผ่านลายผิววิทยา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำความเข้าใจจุดแข็ง แนวทางการเรียนรู้ และแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับแต่ละคน
เพราะก่อนจะเลือกคอร์ส เพิ่มกิจกรรม หรือวางแผนเส้นทางในอนาคต
การรู้ว่า “ลูกมีอะไรอยู่แล้ว และควรพัฒนาต่ออย่างไร” อาจช่วยให้การตัดสินใจชัดเจนขึ้น

✨ ศักยภาพต่างกัน แผนพัฒนาก็ควรต่างกัน
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้ยังคงสิทธิพิเศษเดิม
🔹 แพ็กเกจเริ่มต้น 6,500 บาท
สแกนลายผิว + ฟังผลวิเคราะห์
จากปกติ 10,000 บาท
สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่อายุ 2 ปี
🔹 แพ็กเกจแนะนำ 7,000 บาท
สแกนลายผิว + ฟังผลวิเคราะห์ + Counselling 1 ครั้ง
จากปกติ 12,500 บาท
บริการ Counselling เหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการอายุ 8 ปีขึ้นไป
📌 เพิ่มจากแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 500 บาท
รับบริการ Counselling เพิ่มอีก 1 ครั้ง
เริ่มวางแผนพัฒนาลูกจากความเข้าใจที่ตรงจุดมากขึ้น 💙
📞 02-071-1788
LINE: -pac

จะเท่าทันอารมณ์ลูกได้อย่างไร❓   การเท่าทันอารมณ์ของลูก (Emotional Awareness) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการทางจิตใจแ...
22/09/2026

จะเท่าทันอารมณ์ลูกได้อย่างไร❓

การเท่าทันอารมณ์ของลูก (Emotional Awareness) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการทางจิตใจและสังคมของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองสามารถช่วยลูกได้ผ่านความเข้าใจและการสะท้อนอารมณ์ และการเท่าทันอารมณ์หรือการควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ถือว่าเป็นรากฐานของการสร้าง "ภูมิคุ้มกันชีวิต" และการจะ "เท่าทัน" อารมณ์ของลูก หัวใจสำคัญ คือ พ่อแม่ ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนและที่พักพิงแทนที่จะเป็นผู้ตัดสิน

⭐ลองมาเรียนรู้เทคนิคในการเท่าทันอารมณ์ของลูกกันค่ะ

สังเกตสัญญาณกายภาพ: ก่อนที่ลูกจะระเบิดอารมณ์ ร่างกายจะส่งสัญญาณออกมาก่อน เช่น หน้าแดง มือสั่น หรือนิ่งเงียบผิดปกติ ถ้าเราสังเกตเห็น "ควัน" ก่อน "ไฟ" จะช่วยให้เราตั้งหลักได้เร็วขึ้น

สะท้อนอารมณ์ (Labeling): ช่วยลูกเรียกชื่ออารมณ์นั้น เช่น "ลูกกำลังโกรธที่เพื่อนแย่งของเล่นใช่ไหมคะ" การระบุชื่ออารมณ์จะช่วยให้สมองส่วนเหตุผลเริ่มทำงาน และลูกจะรู้สึกว่ามีคนเข้าใจเขา

อนุญาตให้อารมณ์เกิด แต่ควบคุมพฤติกรรม เช่น บอกลูกว่า "เสียใจได้ โกรธได้" แต่ "ทำร้ายคนอื่นหรือทำลายข้าวของไม่ได้" เพื่อให้เขารู้ว่าความรู้สึกไม่ใช่เรื่องผิด

เช็กอารมณ์ตัวเองก่อน: หากพ่อแม่กำลังโกรธ เราจะไม่สามารถเท่าทันอารมณ์ลูกได้เลย ให้ใช้ "กฎ 10 วินาที" หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อดึงสติให้ตัวเองสงบก่อนจะเข้าไปจัดการลูก

ฟังมากกว่าพูด: บางครั้งลูกแค่อยากระบาย การตั้งคำถามว่า "เกิดอะไรขึ้น เล่าให้แม่ฟังหน่อย" โดยไม่ด่วนสอนหรือตำหนิ จะทำให้ลูกกล้าเปิดเผยความรู้สึกจริง ๆ ออกมา

เพื่อทำให้คุณพ่อคุณแม่นำเทคนิคไปใช้ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ การที่พ่อแม่เปลี่ยนบทบาทจากการเป็น "ผู้คุมกฎ" มาเป็น "โค้ชทางอารมณ์" (Emotion Coach) กันดีกว่าค่ะ

👧👦1. เข้าใจว่า "พฤติกรรม" คือปลายเหตุ ให้มองว่าอารมณ์เหมือน ภูเขาน้ำแข็ง นะคะ สิ่งที่ลูกแสดงออกมา เช่น ร้องไห้ อาละวาด หรือเงียบตึง (พฤติกรรมที่อยู่เหนือน้ำ) เป็นเพียงส่วนน้อย แต่สาเหตุจริงๆ (สิ่งที่อยู่ใต้น้ำ) อาจมาจากความเหนื่อย ความหิว ความน้อยใจ หรือความรู้สึกไม่ปลอดภัย การเท่าทันคือการมองให้ทะลุพฤติกรรมไปให้ถึง "ความรู้สึก" นั้น

🩷2. เทคนิค "ฟังด้วยหัวใจ" (Empathic Listening) ไม่ใช่แค่ฟังว่าเขาพูดอะไร แต่ฟังว่าเขา "รู้สึกอย่างไร" อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า "เรื่องแค่นี้เอง" หรือ "ทำไมงอแง" เพราะในโลกของเด็ก เรื่องเล็กของเรา คือ เรื่องใหญ่ของเขา พร้อมกันนั้นขณะที่สื่อสารกับลูกการใช้ภาษากายมีความสำคัญมาก ๆ พ่อแม่ต้องย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน (Eye Level) สัมผัสเบา ๆ หรือกอด จะช่วยให้สารเคมีแห่งความเครียดในสมองลูกลดลงทันที

🙂3. การทำ Emotion Validation (ยืนยันตัวตนทางอารมณ์) นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) การยืนยันว่าอารมณ์นั้น "จริง": เมื่อลูกบอกว่า "หนูเกลียดคนนี้" แทนที่จะดุว่า "พูดแบบนี้ไม่น่ารัก" ให้ลองพูดว่า "โอ้โห ลูกคงโกรธเขามากเลยใช่ไหมที่เขาทำแบบนั้น" และสะท้อนผลลัพธ์เมื่ออารมณ์ถูก "เห็น" และ "ยอมรับ" ความรุนแรงของอารมณ์จะลดลงเองโดยธรรมชาติ เพราะเขาไม่ต้องพยายามแสดงพฤติกรรมแรง ๆ เพื่อเรียกร้องให้เราเข้าใจอีก

⚓4. พ่อแม่ต้องเป็น "สมอเรือ" ในวันที่ลูกเป็น "พายุ" พ่อแม่ต้องเป็น "สมอ" ที่นิ่งพอ ถ้าลูกระเบิดอารมณ์แล้วเรา "ระเบิดตอบ" จะกลายเป็นการสอนลูกว่า "ความรุนแรงคือวิธีแก้ปัญหา" และ การเท่าทันอารมณ์ตัวเอง (Self-Awareness) จึงเป็นกุญแจดอกแรก ถ้าเราเริ่มรู้สึกจี๊ดที่ขมับ ให้บอกลูกตรง ๆ ว่า "ตอนนี้แม่เริ่มโกรธแล้ว ขอเวลาแม่ไปสงบสติสัก 2 นาทีนะ แล้วเรามาคุยกันใหม่" นี่ก็คือการสอนเรื่องการจัดการอารมณ์ผ่านการทำให้ดู (Modeling) ได้ดีเหมือนกันนะคะ

👩‍🏫5. สอนการจัดการ (Problem Solving) หลังจากสงบแล้ว เราจะไม่สอนวิชาการตอนพายุเข้า รอให้ลูกสงบก่อน (Brain State กลับมาปกติ) แล้วค่อยชวนคุยว่า "คราวหน้าถ้าลูกรู้สึกแบบนี้อีก เราจะทำยังไงกันดีที่มันจะดีกว่าการลงไปนอนดิ้น?" และอย่าลืมความอ่อนโยนในการแสดงความเข้าใจและให้เวลาการรอฟังในสิ่งที่ลูกคิดด้วยนะคะ

🤔✨จะเห็นได้ว่าบทบาทของพ่อแม่มีความสำคัญอย่างยิ่งใช่มั้ยคะ สำหรับการเป็นพ่อแม่ที่ "เท่าทันอารมณ์ลูก" คือการเปลี่ยนจากการ "ปราบ" มาเป็นการ "ปลอบและปรับ" นะคะ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การทำให้ลูกหยุดร้องไห้ให้เร็วที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ลูกรู้ว่า "ไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร พื้นที่ตรงนี้ปลอดภัยสำหรับเขาเสมอ" เมื่อลูกรู้สึกว่าอารมณ์ของเขาถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับ เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้วิธีจัดการกับพายุในใจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นรากฐานของความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และความมั่นใจในตัวเองไปตลอดชีวิตเลยค่ะ 🙂

"เพราะก่อนที่ลูกจะฟังเหตุผลของเรา เขาต้องรู้สึกก่อนว่าเราเข้าใจความรู้สึกของเขา"
.
🫆โดย คุณอ้อย พัชราภรณ์ คงสวัสดิ์ - นักวิเคราะห์ศักยภาพ P-PAC
#สแกนลายนิ้วมือ #ถอดรหัสสมอง

ปิดเทอมนี้…เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้ “ฟังผลด้วยตัวเอง” แล้ว 💙✨จากวันที่พ่อแม่เคยเป็นผู้ฟังผลวิเคราะห์วันนี้ถึงเวลาที่น้อง ๆ...
22/09/2026

ปิดเทอมนี้…เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้ “ฟังผลด้วยตัวเอง” แล้ว 💙✨

จากวันที่พ่อแม่เคยเป็นผู้ฟังผลวิเคราะห์
วันนี้ถึงเวลาที่น้อง ๆ อายุ 13–19 ปี จะได้กลับมาทบทวน ทำความเข้าใจตัวเอง และมีส่วนร่วมกับการวางแผนอนาคตของตัวเองมากขึ้น

เพราะเมื่อโตขึ้น ความสนใจ เป้าหมาย และมุมมองต่ออนาคตอาจเปลี่ยนไป การได้ฟังและทบทวนผลด้วยตัวเองจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้น้อง ๆ
• เข้าใจจุดแข็งและศักยภาพของตัวเองมากขึ้น
• ทบทวนความสนใจและสิ่งที่อยากพัฒนา
• มองเห็นแนวทางการเรียนและเป้าหมายในอนาคตได้ชัดขึ้น
• กล้าคิด กล้าเลือก และมีส่วนร่วมกับเส้นทางชีวิตของตัวเอง

🎯 เปิดโอกาสให้น้อง ๆ อายุ 13–19 ปี สามารถเข้าฟังผลด้วยตัวเองได้แล้ว

📌 เฉพาะลูกค้าที่มีผลการวิเคราะห์ฯ แล้วเท่านั้น

ช่วงปิดเทอมนี้ พาน้อง ๆ กลับมาทำความรู้จักตัวเองอีกครั้งกับ Reconsult
💥 ราคาพิเศษ 2,800 บาท

⏰ โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม 2569 เท่านั้น

สอบถามรายละเอียด / สำรองคิว
LINE: -pac
Facebook: ppac.cpall
โทร. 02-071-1788

เพราะเมื่อเด็ก ๆ ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น การวางแผนอนาคตก็เริ่มต้นจาก “ตัวเขาเอง” ได้มากขึ้น 🌱

#ค้นพบตัวเอง #วางแผนอนาคต #ปิดเทอมนี้ #วัยรุ่น13ถึง19ปี #เข้าใจตัวเอง #ค้นหาศักยภาพ

🌱 ศักยภาพกึ่งสำเร็จรูป? 🌱เคยเจอหลายครั้งที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลว่า การพาลูกมาสแกนนิ้วมือ เพื่อรู้เรื่องของศักยภาพในตั...
17/09/2026

🌱 ศักยภาพกึ่งสำเร็จรูป? 🌱

เคยเจอหลายครั้งที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลว่า การพาลูกมาสแกนนิ้วมือ
เพื่อรู้เรื่องของศักยภาพในตัวเด็กๆ จะเป็นตีกรอบเด็ก ๆ หรือไม่❓
🤔 ถ้าให้ตอบชัด ๆ ก่อนเลยก็ต้องบอกว่า “ไม่” อย่างแน่นอนค่ะ ❤️

🫆การสแกนลายผิว เพื่อค้นพบศักยภาพอย่างคำโปรยที่เราพูดกัน จริง ๆ ต้องบอกก่อนเลยว่า ศักยภาพนั้น ๆ มีอยู่แล้วในตัวของเด็ก ๆ 🌱

ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนให้ติดตัวมา เพียงแต่เราไม่รู้แน่ชัดว่าเขามีเมล็ดพันธุ์ไหนที่โดดเด่น 🌾

ดังนั้นการสแกนเพื่อวิเคราะห์นี้จะแค่ทำให้เราได้เห็น และเข้าใจอย่างชัดเจนเท่านั้นเองค่ะ 👀 ว่าอะไรที่ปลูกแล้วจะเจริญงอกงามได้ไวแม้เราจะได้ต้องลงแรงมากมาย 🌿 หรืออะไรที่อาจจะต้องใช้เวลาในการรดน้ำพรวนดินเพื่อให้เขาเติบโตได้ดีขึ้น 💧🌱

🌱แล้วทำไมต้องเปรียบเทียบศักยภาพเป็นเมล็ดพันธุ์? เพราะว่ายังมีหลายคนที่เข้าใจผิด คิดว่าผลการวิเคราะห์ที่ออกมาจะต้องแม่นเหมือนหมอดู 🔮 ซึ่งต้องบอกว่าเลยว่า 🙅‍♀️ เราไม่ใช่หมอดูแน่นอน แต่นี่คือการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ จากการเก็บตัวอย่างลายผิว...📊

ที่บอกว่าหลายท่านคาดหวังว่าต้องแม่นนั้น จริงๆ แล้วมันมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ดี 🌱 จะงอกงามได้ดี เมื่อเขาได้รับการเลี้ยงดู เจอน้ำ 💧 ดิน 🌍 อากาศ 🌤️ ปุ๋ยที่เหมาะสมด้วย🪴

เช่น เคยมีเคสหนึ่ง ต้นทุนของศักยภาพด้านการคิดคำนวณดี 🧮 แต่คุณพ่อคุณแม่บอกว่าเขาไม่เก่งเลขเลย แต่จากการวิเคราะห์ทั้งศักยภาพ รวมไปถึงลักษณะพฤติกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ ประกอบ เขาเป็นเด็กที่ต้องการการอธิบายอย่างมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน 📝 ต้องการรู้ที่มาที่ไป เมื่ออธิบายจนคุณพ่อคุณแม่เข้าใจ ก็เลยได้รู้ว่า ที่ผ่านมาเวลาที่เขาเรียน เขาติดปัญหาตรงที่ไม่เข้าใจที่มาที่ไปของ สูตรที่ใช้ในการคำนวณ...

💡แล้วถ้าเราลองคิดต่อจากสถานการณ์นี้ละคะ?

เด็กบางคนพอไม่เข้าใจ ก็ไปต่อลำบาก 😔 แล้วบางวิชาเป็นวิชาที่ต้องใช้ข้อมูลจากบทเรียนนี้เพื่อไปต่อในบทเรียนถัดไป ที่นี้ก็ไม่เข้าใจไปกันใหญ่ 📚 เวลาสอบคะแนนก็ออกมาไม่ดี เพราะไม่เข้าใจ แล้วเด็กบางคนก็คิดว่าเราไม่เก่งวิชานี้ ก็เลยไม่ชอบวิชานี้ต่อไป...😞

มันทำให้เกิดเป็นผลอย่างที่เราบอกว่า “ไม่แม่นเลย ลูกไม่เห็นเก่งเลข” ทั้ง ๆ ที่ควรต้องไปได้ เป็นเรื่องน่าเสียดายใช่ไหมคะ? 😞💔

🌟🌟🌟 ดังนั้นการที่เรามาเข้าใจศักยภาพของเราอย่างแท้จริง 🔎อาจทำให้เรามองเห็นทิศทางที่มีแนวโน้มว่าจะเหมาะกับเราจริง ๆ มากขึ้นนะคะ...🌱

และขอย้ำว่า ศักยภาพที่ดี ต้องมาพร้อมกับวิธีการพัฒนา รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมด้วยค่ะ 🌳✨
.
🫆 โดย คุณตุ๊ก พัชรี นิลประทีป - นักวิเคราะห์ศักยภาพ P-PAC
#สแกนลายนิ้วมือ #ถอดรหัสสมอง

ลูกไม่ต้องเก่งทุกอย่าง แค่พัฒนาในสิ่งที่ใช่ 💙🎨 บางคนชอบวาดรูป🧩 บางคนสนุกกับการคิดและต่อบล็อก📚 บางคนรักการอ่าน🎵 บางคนมีคว...
15/09/2026

ลูกไม่ต้องเก่งทุกอย่าง แค่พัฒนาในสิ่งที่ใช่ 💙

🎨 บางคนชอบวาดรูป
🧩 บางคนสนุกกับการคิดและต่อบล็อก
📚 บางคนรักการอ่าน
🎵 บางคนมีความสุขกับเสียงดนตรี
🏃‍♂️ และบางคนโดดเด่นเมื่อได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ

🖐️ ในเมื่อลายนิ้วมือของแต่ละคนยังไม่เหมือนกัน
❓ ทำไมเราถึงคาดหวังให้เด็กทุกคนเก่งเหมือนกัน?

💡 เพราะการเข้าใจจุดเด่นของเขา
คือจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมที่เหมาะกับเขาจริง ๆ ✨

💫 ค้นหาจุดเด่นในแบบของเขา
เพื่อเลือกวิธีส่งเสริมที่เหมาะกับแต่ละคน🎯

🎁 **โปรโมชั่นพิเศษ**

🔹 **แพ็กเกจเริ่มต้น**
🔍 สแกนลายผิว + ฟังผลวิเคราะห์
💙 เพียง **6,500 บาท** *(ปกติ 10,000 บาท)*

⭐ **โปรแนะนำ**
🔍 สแกนลายผิว + ฟังผลวิเคราะห์ + 🗣️ Counselling 1 ครั้ง
💙 เพียง **7,000 บาท** *(ปกติ 13,500 บาท)*

*(สำหรับ Counselling 👧🧒 เหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป)*

⏳ **โปรโมชั่นวันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น!** ⏰
*(หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)*

📲 **จองคิวหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม**
📞 โทรศัพท์: 02-071-1788
🟢 Line Official: -pac

#ค้นหาศักยภาพ #เข้าใจลูก #พัฒนาศักยภาพเด็ก #ลายผิววิทยา #เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

🌟 “การสื่อสาร” เรื่องง่ายๆ แต่ทำไมยากจัง?หลายครั้งเราไม่ได้มีปัญหาเพราะ “ไม่พูด”แต่เพราะพูดแล้ว…อีกฝ่ายเข้าใจไม่เหมือนที...
02/09/2026

🌟 “การสื่อสาร” เรื่องง่ายๆ แต่ทำไมยากจัง?

หลายครั้งเราไม่ได้มีปัญหาเพราะ “ไม่พูด”
แต่เพราะพูดแล้ว…อีกฝ่ายเข้าใจไม่เหมือนที่เราตั้งใจ

ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ที่ทำงาน หรือระหว่างเพื่อน
ความเข้าใจผิดเล็กๆ อาจกลายเป็นความไม่เข้าใจกันได้ง่ายกว่าที่คิด

แล้วเราจะสื่อสารอย่างไร
ให้สิ่งที่ “อยากบอก” ตรงกับสิ่งที่อีกฝ่าย “ได้รับ”?

ขอชวนทุกคนมาเรียนรู้ไปด้วยกันในกิจกรรมออนไลน์ผ่าน Zoom
หัวข้อ

📚 “การสื่อสาร เรื่องง่ายๆ แต่ทำไมยากจัง?”

กิจกรรมที่จะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องการสื่อสารมากขึ้น และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

✨ สิ่งที่จะได้รับจากกิจกรรม

• เรียนรู้วิธีสื่อสารความคิดและความรู้สึกให้ชัดเจนขึ้น
• เข้าใจว่าทำไมคนสองคนฟังเรื่องเดียวกัน แต่อาจเข้าใจไม่เหมือนกัน
• ฝึกการฟังเพื่อ “เข้าใจ” มากกว่าฟังเพื่อ “ตอบ”
• เข้าใจมุมมองและความต้องการที่แตกต่างของแต่ละคน
• ลดความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
• ช่วยให้การทำงานร่วมกับผู้อื่นราบรื่นขึ้น
• สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ทั้งในครอบครัว เพื่อน และที่ทำงาน
• เปลี่ยนบทสนทนาที่ยาก ให้กลายเป็นพื้นที่ของความเข้าใจ

เพราะบางครั้ง…
สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น
อาจไม่ใช่การ “พูดให้มากขึ้น”

แต่คือการ “สื่อสารให้เข้าใจกันมากขึ้น” 💙

💡 วันพุธที่ 2 กันยายน 2569
⏰ เวลา 10:30 - 11:30 น.

👤 วิทยากร: คุณตุ๊ก พัชรี นิลประทีป
🎓 นักวิเคราะห์ศักยภาพ P-PAC

🎁 กิจกรรมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
💻 เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM
📋 เปิดลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันนี้

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่
https://forms.gle/EDrXsFDhdciRb2aMA

แล้วมาค้นพบไปด้วยกันว่า
“การสื่อสารที่ดี” อาจเปลี่ยนทั้งวิธีที่เราเข้าใจคนอื่น
และวิธีที่คนอื่นเข้าใจเราได้มากกว่าที่คิด 💙

ช่วยลูกอย่างไรเมื่อลูกเกิดภาวะจิตตก 🆘😵‍💫ปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่กลัวในการรับมือและคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจะจัดการอ...
01/09/2026

ช่วยลูกอย่างไรเมื่อลูกเกิดภาวะจิตตก 🆘

😵‍💫ปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่กลัวในการรับมือและคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจะจัดการอย่างไร นั่นก็คือภาวะจิตตกของลูก โดยเฉพาะลูกที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น การรับมือเมื่อลูกอยู่ในสภาวะดิ่งหรือสุขภาพจิตย่ำแย่ หัวใจสำคัญคือ "ความปลอดภัยและความเข้าใจ" ค่ะ และนี่คือขั้นตอนที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ทันที

✅1. สร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Space) รับฟังโดยไม่ตัดสิน เวลาลูกไม่สบายใจ ปล่อยให้ลูกพูดความรู้สึกออกมาให้หมด โดยไม่ขัดจังหวะ ไม่สอน หรือไม่รีบแก้ปัญหา (เช่น อย่าเพิ่งพูดว่า "เรื่องแค่นี้เอง" หรือ "สมัยพ่อแม่หนักกว่านี้”) หรือใช้ความเงียบให้เป็นประโยชน์บางครั้งลูกแค่อยากให้มีคนนั่งอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไร แค่จับมือหรือกอดเบา ๆ ก็ช่วยลดความโดดเดี่ยวได้มาก

✅2. ยอมรับในความรู้สึก (Validate Feelings) ทำให้ลูกรู้ว่า "ความเศร้าของเขาเป็นเรื่องจริง" และเขามีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้น และพ่อแม่เข้าใจความรู้สึกของลูก ใช้คำพูดซัพพอร์ต เช่น "แม่เห็นนะว่าช่วงนี้หนูเหนื่อยมาก มันโอเคที่จะรู้สึกแย่นะ" หรือ "ขอบคุณที่บอกแม่นะ แม่ดีใจที่หนูเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง"

✅3. สังเกตและประเมินความเสี่ยง ประเมินระดับความรุนแรง ถ้าลูกเริ่มพูดเรื่องการไม่อยากอยู่ หรือมีรอยแผลจากการทำร้ายตัวเอง ห้ามปล่อยให้อยู่ลำพัง และควรรีบพาไปพบผู้เชี่ยวชาญทันที เก็บสิ่งอันตราย แยกของมีคมหรือยาอันตรายออกจากจุดที่ลูกเข้าถึงได้ง่ายในช่วงที่เขากำลังดิ่ง

✅4. กิจกรรม "ฮีลใจ" เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าบังคับ อย่าพยายามลากลูกออกไปทำกิจกรรมใหญ่โต ถ้าเขาไม่ไหว เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เช่น ชวนไปเดินเล่นรับลมหน้าบ้าน, สั่งอาหารโปรดมาทานร่วมกัน หรือดูหนังตลกสั้น ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศเบา ๆ

✅5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (Professional Help) การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่ว่าลูก "ป่วยหนัก" เสมอไป หรือต้องรอให้ป่วยหนักก่อน แต่เป็นการขอคำปรึกษาจาก "ผู้เชี่ยวชาญด้านอารมณ์" เพื่อหาเครื่องมือมาช่วยให้ลูกผ่านช่วงนี้ไปได้เร็วขึ้น

✅6. ดูแลใจตัวเอง (Parental Self-care) เมื่อลูกป่วยใจ พ่อแม่มักจะโทษตัวเองหรือเครียดตาม สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีสติและเข้มแข็งพอที่จะเป็นเสาหลักให้ลูก ถ้าพ่อแม่เหนื่อยเกินไป ก็จะไม่มีพลังเหลือไปช่วยเหลือลูกนะคะ

⭐⭐⭐อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ต้องมีเวลาหรือให้เวลาในการอยู่กับลูก หรือมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับลูกบ้าง ซึ่งจะช่วยทำให้พ่อแม่ได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกได้ว่าลูกกำลังเผชิญกับปัญหาอะไร และรีบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือลูกได้ทันท่วงที มีการรับฟังอย่างเข้าใจ ยอมรับความรู้สึกของลูก และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกรู้สึกอุ่นใจ ไม่โดดเดี่ยว นอกจากนี้ ควรสังเกตสัญญาณอันตรายและหมั่นใจเย็น อดทนในการฟื้นฟูจิตใจโดยไม่กดดันให้หายเศร้าทันที ให้เวลากับลูกและมีเวลาที่จะอยู่กับลูก เป็นสิ่งที่มีค่าและอาจจะช่วยป้องกันการเกิดปัญหากับลูกตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ 🙂
🫆โดย คุณอ้อย พัชราภรณ์ คงสวัสดิ์ - นักวิเคราะห์ศักยภาพ P-PAC
#พ่อแม่ลูก #สแกนลายนิ้วมือ #ถอดรหัสสมอง

💔 🥇หนึ่งในอุปสรรคของความสำเร็จคือ Perfectionism 💔 อุปสรรคของความสำเร็จของคนเราอาจมีหลายอย่าง เช่น การรู้ไม่ลึกรู้จริง, ก...
27/08/2026

💔 🥇หนึ่งในอุปสรรคของความสำเร็จคือ Perfectionism

💔 อุปสรรคของความสำเร็จของคนเราอาจมีหลายอย่าง เช่น การรู้ไม่ลึกรู้จริง, การไม่ได้โฟกัสที่เป้าหมาย รวมถึงการยืนหยัดต่อเป้าหมาย หรืออาจจะหมายถึงการไม่มีแผนการที่ชัดเจน จริงจัง...แต่เรื่องหนึ่งที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึงก็คือ ความต้องการความสมบูรณ์แบบ ก็อาจจะกลายมาเป็นหนนึ่งในอุปสรรคที่อาจทำให้เราไปไม่ถึงฝัน และความสำเร็จได้เหมือนกันค่ะ

👩‍💻📋หลายครั้งเคสที่ลูกค้ามีศักยภาพหลากหลายด้านที่โดดเด่น แต่ด้วยเพราะความไม่มั่นใจในข้อมูลที่มี เลยทำให้เขาเหล่านั้นยังไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง เช่น บางคนรู้สึกว่ายังไม่เชี่ยวชาญเรื่องไวยกรณ์ภาษานั้น ๆ อย่างถ่องแท้ เลยยังไม่กล้าที่จะสื่อสาร ทั้ง ๆ ที่มีผลการสอบวัดระดับภาษานั้นในระดับที่ดีกว่าคนทั่วไป, อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาที่แปลหนังสือภาษาต่างประเทศ แต่ยังไม่ยอมตีพิมพ์มา 2 ปี ทั้ง ๆ ที่คนอื่นบอกว่าแปลได้อย่างดีแล้ว และเขายังพยายามแก้มันอยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้ดีที่สุด หรือเคสที่ลูกค้าท่านนึงเคยพูดว่า ผมรอข้อมูลที่ Perfect ที่สุดก่อนถึงจะตัดสินใจ...คำถามคือ...แล้วเท่าไรถึงจะเรียกว่าพอ❓

🌎🪫บนโลกนี้อาจจะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ 100% ยกเว้นแบตเตอรี่มือถือ (ที่ยังไม่เสื่อม) และการที่ยังไม่ยอมลงมือทำ ปฏิบัติ หรือนำไปใช้ เราอาจไม่มีทางรู้เลยว่า เรายังต้องเพิ่มเติมอะไร พัฒนาจุดไหนเพิ่ม หรือสิ่งนั้นอาจดีอยู่แล้ว และเรายังสามารถที่จะยกระดับได้อีกจากการฝึกฝน นั่นถึงเรียกว่าการพัฒนาอย่างแท้จริง ถูกต้องไหมคะ? และถ้ายังไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นจากจุดไหน ลองมาค้นพบศักยภาพที่เราถนัดกันก่อนค่ะ
🔑เราพร้อมจะเป็นคนที่ช่วยให้คุณไขกุญแจเพื่อค้นพบความเป็นตัวตนที่แท้จริง 🥇🥰
🫆 โดย คุณตุ๊ก พัชรี นิลประทีป - นักวิเคราะห์ศักยภาพ P-PAC
#สแกนลายนิ้วมือ #ถอดรหัสสมอง

ที่อยู่

119 อาคารธาราสาทร (CPALL) ชั้น 17 ซ. สาทร 5 ถ. สาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 17:00
อาทิตย์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

02-648-2999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ P-PAC โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง P-PAC:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์