Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Vicchi Enterprise Co., Ltd. Food Ingredient Innovator The certified scopes are ;

1.

Vicchi Enterprise Co.,Ltd was established in 2004 performing as food ingredient business importer with more than 30 years of experience in food industry. Being formed as the integrated service provider, Vicchi concentrated in not only supplying ingredients, but also sharing technical know-how with customers. Vicchi has intentionally committed to developing, improving and maximizing customer's need

s under key success factors of "Productivity, Colorful & Trust"

Technical Service
We have provided not only the technical comprehensive knowledge, practical help and guidance services ; Vicchi also has the most efficient support in laboratory to serve the customers for new applications and product development. Vicchi Enterprise Co., Ltd has been accredited the laboratory standard ; ISO/IEC 17025 : 2005 at the end of 2009 by Bureau of Laboratory Quality Standards, Department of Medical Science, Ministry of Public Health. Chemical and Physical analysis : Moisture content, Fat, pH, Viscosity, Acidity, Density and Particle size

2. Microbiological analysis : Aerobic Plate Count, Coliforms, E.coli, Yeast and Mold, Staphyloccus aureus, Clostridium perfringens, Salmonella spp. Warehouse & Logistics
Vicchi Enterprise Co.,Ltd offering the best services and management with high standard both in supply chain management and logistics. With the space of 16,000 square meters, it will ensure that the storage and product movement is of at least 4,000 metric tons daily. Also with the high technology of services, we can completely deliver to all customers for their greatly satisfaction.

Good morning Friday!😘🥳 บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 👇🥳" Calcium propionate (แคลเซียมโพรพิโอเนต)" แคลเซียมโพรพิโอเนต (Calcium ...
29/05/2026

Good morning Friday!😘

🥳 บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 👇🥳

" Calcium propionate (แคลเซียมโพรพิโอเนต)"
แคลเซียมโพรพิโอเนต (Calcium propionate) คือวัตถุเจือปนอาหารใช้สำหรับป้องกันการเน่าเสียจากเชื้อรา แต่ไม่สามารถป้องกันการเน่าเสียที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียได้หรือสามารถป้องกันได้เล็กน้อย และไม่สามารถป้องกันยีสต์ได้ มักจะใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทขนมปัง ขนมอบต่าง ๆ และเค้ก เนื้อสัตว์แปรรูป เวย์โปรตีน และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมชนิดต่าง ๆ

แคลเซียมโพรพิโอเนตเรียกในหลายชื่อ เช่น สารกันราขนมปัง, สารป้องกันเชื้อรา, สารกันเสีย, สารกันบูด และสารถนอมอาหาร เป็นต้น มีเลข E-number 282 และ International Numbering System for Food Additives (INS) 282 มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวเหมือนเกล็ดหรือเม็ดสีขาว มีกลิ่นพิเศษเล็กน้อย สามารถละลายได้ดีในน้ำ แต่ละลายได้เล็กน้อยในเอธานอล ไม่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) แนะนำว่าไม่ควรบริโภคแคลเซียมโพรพิโอเนตเกิด 0.2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และไม่ควรใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กเล็ก และผู้มีปัญหาโรคไต



Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning !😘👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳🥰"Butter milk powder (ผงบัตเตอร์มิลค์)"บัตเตอร์มิลค์ (Butter milk) คือของเหลวที...
28/05/2026

Good morning !😘

👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳🥰

"Butter milk powder (ผงบัตเตอร์มิลค์)"
บัตเตอร์มิลค์ (Butter milk) คือของเหลวที่สกัดแยกออกมาในขั้นตอนการทำเนย เมื่อทำการกวนครีมด้วยความเร็วสูง จนทำให้ไขมันในครีมรวมตัวกันเป็นมวลที่ข้นขึ้นจากครีมที่มีลักษณะเหลว เมื่อกวนหรือตีไปพักหนึ่งจนไขมันเริ่มจับตัวกันเป็นก้อนๆ สิ่งที่จับตัวกันเป็นก้อนคือส่วนที่เป็นไขมันล้วน ๆ หรือไขมันเนย (butterfat) และส่วนที่เป็นของเหลวจะเรียกว่าบัตเตอร์มิลค์ เมื่อทิ้งของเหลวส่วนนี้ไว้ข้ามคืน จะทำให้มีลักษณะข้นขึ้น มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยที่เกิดจากกระบวนการหมักจากเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติทำให้โปรตีนตกตะกอน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้บัตเตอร์มิลค์ข้นกว่านมเล็กน้อย

รสชาติของบัตเตอร์มิลค์จะมีรสชาติคล้ายกับโยเกิร์ต เข้มข้นมากกว่านม แต่เนื้อจะไม่หนักเท่าครีม โดยส่วนใหญ่บัตเตอร์มิลค์ที่ใช่ในอุตสาหกรรมจะมาจากกระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะไม่ได้ทำมาจากกระบวนการผลิตเนย แต่จะมาจากการเติมเชื้อจุลินทรีย์ลงไปในนมดิบที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อหรือพาสเจอไรซ์มาแล้ว จากนั้นนำไปบ่มที่อุณภูมิที่เหมาะสมเป็นเวลา 12-14 ชั่วโมง โดยหลังจากสิ้นสุดกระบวนการจะได้ของเหลวที่แยกออกจากตะกอนของนม

การแปรรูปบัตเตอร์มิลค์ให้เป็นผงสามารถทำได้หลายวิธีเนื่องจากช่วยในเรื่องการเก็บรักษา และสามารถยืดอายุสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน เพียงแค่นำมาผสมน้ำก็สามารถใช้ได้ตามปกติ วิธีสเปรย์ดราย (Spray dry method) คือหลักการใช้ความร้อนดึงน้ำออก ทำให้ของเหลวกลายเป็นผง สามารถผลิตอาหารผงคุณภาพ โดยทำงานอย่างอัตโนมัติและต่อเนื่อง วัตถุดิบโดนความร้อนแค่ช่วงสั้นจึงสามารถใช้แปรรูปได้กับอาหารที่ไวต่อความร้อนได้ วัตถุดิบที่จะนำเข้าเครื่องนี้จึงหลากหลายเพียงแค่ให้ปั๊มเข้าเครื่องได้

✅การนำบัตเตอร์มิลค์ไปใช้ประโยชน์

บัตเตอร์มิลค์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งอาหารคาวและหวาน สามารถใช้แทนนมได้ หรือสามารถทำหน้าที่แทนนมได้ดีกว่าในบางเมนู เช่น สูตรไก่ทอด เนื่องจากบัตเตอร์มิลค์ที่ทำจากวิธีแบบดั้งเดิมจะอุดมไปด้วยโปรไบโอติค

ช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร และทำให้ไก่ทอดเนื้อนุ่มขึ้น หรือใช้ในอุตสาหกรรมทำขนมเบเกอรี่ เช่น ขนมปัง บิสกิต แพนเค้ก และขนมพายใส้ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งรสชาติเปรี้ยวของบัตเตอร์มิลค์จะช่วยเสริมรสหวาน ทำให้ขนมอร่อยขึ้น

Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning ! 🥰👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳🥳"Butter (เนย)"เนย (butter) คือผลิตภัณฑ์นมชนิดหนึ่งที่ได้จากการปั่นนมหรือครีม ...
27/05/2026

Good morning ! 🥰

👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳🥳

"Butter (เนย)"
เนย (butter) คือผลิตภัณฑ์นมชนิดหนึ่งที่ได้จากการปั่นนมหรือครีม ทำให้ได้ผลพลอยได้ 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นบัตเตอร์มิลล์ (Butter milk) และไขมันนม (Milk fat) เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเนย ซึ่งต้องมีไขมันนมมากกว่า 80% และมีปริมาณน้ำไม่เกิน 16% เนยแท้หรือเนยสดที่ทำจากน้ำนมหรือครีมสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภท คือ เนยจืด และเนยเค็ม

1. เนยจืด (Unsalted butter)
เนยจืด คือไขมันนมที่ได้จากกระบวนการปั่นนม มีปริมาณไขมัน และความชื้นตามที่กำหนด จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการขึ้นรูปในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำจนมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง แต่จะละลายเมื่ออุณหภูมิสูง มีรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมนมเนยเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน เช่น เค้ก เบเกอรีต่าง ๆ นำไปใช้เป็นน้ำมันสำหรับประกอบอาหารคาว ใช้ปิ้ง ย่าง ทอด หรือผัด อีกทั้งยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในซอส และไส้ขนมทำให้มีกลิ่นหอม เพิ่มความมันเงาน่ารับประทาน

2. เนยเค็ม (Salted butter)
เนยเค็มมีขั้นตอนการผลิตคลายกับเนยจืด เพียงแต่มีการเติมเกลือเพิ่มเข้าไป ทำให้เนยที่ได้มีรสชาติเค็ม และหอมมัน สามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับเนยจืด โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการรสชาติเค็มเล็กน้อยจะนิยมใช้เนยเค็ม เช่น ใช้เป็นเครื่องเคียงทานกับขนมปังปิ้ง ใช้ทำขนมปังเนยสด บิสกิต และคุกกี้ แต่อย่างไรก็ตามเนยทั้งสองชนิดสามารถใช้ทดแทนกันได้ เพียงแต่ต้องไปปรับรสเกลือหรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ที่ให้รสเค็มในสูตรเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ

✅คุณค่าทางโภชนาการ
เนยสดปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 716 แคลอรี่ ไขมันทั้งหมด 81 กรัม ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว 51 กรัม และไขมันทรานส์ 3.3 กรัม คอเรสเตอรอล 215 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 0.1 กรัม และโปรตีน 0.9 กรัม

❌ข้อควรระวังในการรับประทานเนย ❌
การรับประทานเนยในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้ร่างกายได้รับไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลในปริมาณที่มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเนยประกอบด้วยไขมันการรับประทานมากเกินไปทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกิน และโรคอ้วนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ตามมา ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะและออกกำลังกายเป็นประจำ

Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning Tuesday!🥰👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳😍"Bilberry Extract (บิลเบอร์รี)" 🫐 🫐 บิลเบอร์รี (Bilberry) เป็นไม้พุ่มขน...
26/05/2026

Good morning Tuesday!🥰

👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳😍

"Bilberry Extract (บิลเบอร์รี)" 🫐 🫐
บิลเบอร์รี (Bilberry) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กในตระกูลเบอร์รีลักษณะทั่วไปของบิลเบอร์รี คือ ผลไม้ลูกกลมขนาดเล็ก 1-2 เซนติเมตร คล้ายกับผลบลูเบอร์รี เปลือกด้านนอกสีน้ำเงินเข้ม เนื้อด้านในมีสีขาวแกมเขียว มีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของทวีปยุโรป เอเชีย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา มักนำมาใช้กินเพื่อบำรุงสุขภาพ เนื่องจากมีสารสำคัญหลายชนิด ซึ่งที่พบมากที่สุดคือ แอนโทไซยานิน มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และบำรุงสายตา โดยนอกจากกินผลสดแล้ว ยังนิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ

✅ประโยชน์ของบิลเบอร์รี่ และสารสกัดจากบิลเบอร์รี่
บิลเบอร์รีประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และให้วิตามินสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายตัวอย่างเช่น สารไฟโตนิวเทรียนท์กลุ่มแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สารที่ทำให้เกิดสีในผักผลไม้ ช่วยเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และลดกระบวนการออกซิเดชันของไขมันชนิด LDL
แทนนิน (Tannins) มีคุณสมบัติช่วยสมานบาดแผล ต้านการอักเสบ บรรเทาอาการท้องเสียอาหารไม่ย่อยวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ เช่น วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 และวิตามินบี 6

นอกจากนี้แล้วบิลเบอร์รี่ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต้านการอักเสบ ช่วยในการชะลอการเสื่อมของร่างกายและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ช่วยบำรุงสายตา สารไฟโตนิวเทรียนท์กลุ่มแอนโทไซยานินสรรพคุณช่วยปกป้องจอประสาทตา ลดโอกาสการเกิดปัญหาจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อหิน อาการตาล้าจากการใช้ดวงตาเป็นเวลานาน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน เช่นเดียวกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่น ๆ สารสกัดจากบิลเบอร์รี ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง บิลเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมายจึงช่วยลดการสะสมของสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือด สารกลุ่มแอนโทไซยานินจากบิลเบอร์รีช่วยเพิ่มระดับ HDL (High-Density Lipoproteins) และลดระดับ LDL (Low-Density Lipoproteins) และยังมีวิตามินเคที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมการแข็งของเลือด อีกทั้งยังกระตุ้นการทำงานของระบบการไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น

Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳"Bifidobacterium (บิฟิโดแบคทีเรียม)"           บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เป็นแบคทีเรี...
25/05/2026

👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳

"Bifidobacterium (บิฟิโดแบคทีเรียม)"
บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เป็นแบคทีเรียตระกูล Actinomycetaceae ย้อมติดสีแกรมบวก รูปแท่งคล้ายตัวอักษรวาย ไม่สร้างสปอร์ ไม่เคลื่อนที่ ส่วนใหญ่ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญ สามารถหมักน้ำตาลกลูโคสได้กรดซิตริก และกรดแลกติก และไม่ผลิตผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

แบคทีเรียชนิดนี้สามารถเจริญได้ดีในน้ำนมแม่ นอกจากนี้ยังสามารถหมักน้ำตาลแลคโตสในน้ำนมได้จึงทำให้เชื้อสามารถเจริญได้ดีในนมและส่งผลดีต่อการเจริญในลำไส้

โดยทั่วไปในลำไส้ของสัตว์บิฟิโดแบคทีเรียมมีบทบาทเป็นเชื้อโพรไบโอติก ซึ่งหมายถึงจุลชีพที่มีชีวิตที่เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพและปรับสมดุลของจุลชีพในร่างกาย ผลิตภัณฑ์ที่มีบิฟิโดแบคทีเรียอยู่มักจะเป็นนมหมัก เช่น Acidophilus bifidus yoghurt เป็นโยเกิร์ตที่เกิดจากการเติม Lactobacillus acidophilus ร่วมกับ Bifidobacterium bifidum ลงไปในนมพาสเจอไรซ์ Bio-yoghurt เป็นโยเกิร์ตที่เติมบิฟิโดแบคทีเรียร่วมกับจุลชีพที่ผลิตกรดชนิดอื่น ๆ ร่วมดัวย และ Bifidus milk จะเป็นนมเปรี้ยวที่หมักด้วย B. bifidum และนำไปหมักจนได้กลิ่น และรสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้บิฟิโดแบคทีเรียยังมีในรูปแบบอาหารเสริม หรือชนิดเป็นผงแห้งที่สามารถนำไปเติมในอาหารเพื่อสะดวกในการรับประทาน และมีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป

✅บิฟิโดแบคทีเรียที่นิยมใช้เป็นโพรไบโอติก
1. B. adolescentis
2. B. animalis
3. B. bifidum
4. B. breve
5. B. lactis
6. B. pseudolongonum

✅ประโยชน์ของ Bifidobacterium
บิฟิโดแบคทีเรียเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์เมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแบคทีเรียที่ช่วยรักษาสมดุลของลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร เช่นช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหารโดยรวมโดยช่วยในการสลายคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและการดูดซึมสารอาหารช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการผลิตเมือกป้องกัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางกายภาพต่อสารอันตรายและเชื้อโรคในลำไส้ โดยปรโยชน์ของบิฟิโดแบคทีเรียต่อสุขภาพมีดังนี้
B.bifidum และ B. animalis ช่วยป้องกันการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียก่อโรค โดยไปยึดเกาะผนังลำไส้ คอยเพิ่มจำนวนและแย่งสารอาหารจากจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ดี เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ
B .breve พบบริเวณลำไส้ส่วนล่างของทารก และยังอาจพบในช่องคลอดของผู้ใหญ่ ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดการอักเสบ และสนับสนุนการทำงานของลำไส้
B.lactis เป็นโพรไบโอติกส์ที่พบมากในลำไส้ใหญ่ ทนทานต่อกรดในกระเพาะอาหาร มีชีวิตอยู่ในลำไส้ได้นาน มีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีโรคผิวหนังอักเสบ ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว ช่วยในการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุในลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น
B. adolescentis ช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และท้องผูก และช่วยในการทำงานที่เหมาะสมของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะช่วยควบคุมการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและอาจลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและภาวะการอักเสบ

Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning Monday !!😘ข่าวประชาสัมพันธ์ วันนี้ ขอเชิญทุกท่านเข้าชมงาน “THAIFEX” ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ที่ชาเ...
25/05/2026

Good morning Monday !!😘

ข่าวประชาสัมพันธ์ วันนี้

ขอเชิญทุกท่านเข้าชมงาน “THAIFEX” ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี..

ปีนี้จัดใหญ่จัดเต็ม มีกว่า 3,600 บริษัท จาก 56 ประเทศ ขนทัพสินค้าอาหาร-เครื่องดื่มเข้าร่วม แน่นอิมแพ็ค เมืองทองธานี พื้นที่กว่า 1.4 แสนตารางเมตร คาดผู้ร่วมชมงานจาก 130 ประเทศทั่วโลกมาเยือน เงินสะพัดกว่า 1.3 แสนล้านบาท ไทยชูไฮไลต์นิทรรศการผลไม้ ตั้งเป้าต่อยอดขึ้นเป็นท็อป 10 ส่งออกอาหารโลก จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 15 ขณะที่บริษัทอาหาร-เครื่องดื่มเด่น ๆ ของไทยมาร่วมงานครบทุกกลุ่ม พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :

งาน “THAIFEX” ปีนี้จัดใหญ่จัดเต็ม มีกว่า 3,600 บริษัท จาก 56 ประเทศ ขนทัพสินค้าอาหาร-เครื่องดื่มเข้าร่วม แน่นอิมแพ็ค ....

Good morning Friday ! 😘👉 บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳🥳" Bacillus coagulans (บาซิลลัส โคแอกกูแลน)"          Bacillus  coagul...
22/05/2026

Good morning Friday ! 😘

👉 บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳🥳

" Bacillus coagulans (บาซิลลัส โคแอกกูแลน)"
Bacillus coagulans หรือ บาซิลลัส โคแอกกูแลน เป็น Probiotic (โพรไบโอติก) จุลินทรีย์เชื้อดี กลุ่ม Lactobacillus spp. เป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพช่วยป้องกัน และลดอาการเกี่ยวกับโรคในระบบทางเดินอาหาร และลำไส้ เช่น อาการท้องผูก โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะท้องเสียบ่อย ๆ โดยไม่พบสาเหตุ นอกจากนี้ B. coagulans ยังเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความแข็งแรงทนทานต่อความร้อนและกรดภายในทางเดินอาหารได้สูง ทำให้เป็นโพรไบโอติกส์ที่ทนต่อสภาวะต่าง ๆ ได้ดี เนื่องจากสามารถสร้างสปอร์ได้ ทำให้มีอายุการรอดชีวิตที่ยืนยาวกว่าโพรไบโอติกส์สายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด

แหล่งอาหารที่มี B. coagulans
B. coagulans เป็นแบคทีเรียในกลุ่มโพรไบโอติกส์ ดังนั้นเราจึงสามารถพบแบคทีเรียชนิดนี้ได้ในอาหารหมักดองต่าง ๆ เช่น ผักดอง และผลไม้ดอง และในปัจจุบันยังสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในรูปแบบแคปซูล และชนิดผงแห้ง

✅ประโยชน์ของ B. coagulans
ช่วยป้องกันโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการท้องผูก ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร และลำไส้
ช่วยลดโอกาสการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร เนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร
ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ปกติ
ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ช่วยส่งเสริมการดูดซึมสารอาหารภายในลำไส้

Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning Thursday! 😘🥰👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳"Anhydrous milk fat (แอนไฮดรัสมิลล์แฟต)"แอนไฮดรัสมิลล์แฟต (Anhydrous ...
21/05/2026

Good morning Thursday! 😘🥰

👉บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳

"Anhydrous milk fat (แอนไฮดรัสมิลล์แฟต)"
แอนไฮดรัสมิลล์แฟต (Anhydrous milk fat) คือไขมันนมที่ไม่มีน้ำ หรือส่วนผสมอื่นปะปนอยู่ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 206 พ.ศ. 2543 ระบุว่าน้ำมันเนยหมายถึงส่วนที่เป็นน้ำมันของนมที่ได้แยกส่วนอื่นออกจนเกือบหมด มี 2 ชนิดคือ บัตเตอร์ออย (Butter oil) หรือมิลล์แฟต (Milk fat) และแอนไฮดรัสบัตเตอร์ออย (Anhydrous butter oil) หรือแอนไอดรัสมิลล์แฟต (Anhydrous milk fat) ซึ่งทั้งแอนไฮดรัสบัตเตอร์ออย และแอนไอดรัสมิลล์แฟต คือชนิดเดียวกันเพียงแต่ต่างที่มา โดยแอนไฮดรัสบัตเตอร์ออยทำมาจากเนย ในขณะที่แอนไอดรัสมิลล์แฟตทำมาจากนม

✅กระบวนการผลิต
แอนไฮดรัสมิลล์แฟตสามารถผลิตได้ทั้งจากน้ำนม และครีม โดยนำน้ำนมหรือครีมไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ จากนั้นนำไปเข้าเครื่อง disk bowl separators เพื่อแยกส่วนที่เป็นไขมันออกจนได้ปริมาณของครีม หรือไขมันประมาณ 40% จากนั้นนำไปทำให้เข้มข้นขึ้นจนได้ความเข้มข้นของไขมันไม่น้อยกว่า 75% หรืออาจใช้วิธีการนำครีมมาล้างด้วยน้ำร้อนหลาย ๆ ครั้งเพื่อกำจัดส่วนที่เป็นน้ำนมออกจนหมด จากนั้นนำไประเหยน้ำออกจนเหลือความชื้นน้อยกว่า 0.03% ซึ่งจะได้ไขมันนมบริสุทธ์หรือแอนไฮดรัสมิลล์แฟต

✅การนำไปใช้ประโยชน์
แอนไฮดรัสมิลล์แฟตใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเนยสด โดยต้องนำนมมาผสมเพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติกลับคืนมาเรียกกระบวนการนี้ว่า Recombine process นอกจากนี้ยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในอาหารชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ กลิ่นนมเนย เช่น ช็อกโกแลต ไอศกรีม และคุกกี้ เป็นต้น นอกจากแอนไฮดรัสมิลล์แฟตจะช่วยเพิ่มรสชาติ และรสสัมผัสในอาหารแล้วยังช่วยป้องกันการเกิดคราบไขมันบนช็อคโกแลต และคุกกี้ได้อีกด้วย

Best wishes,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning Wednesday !🥰บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳👇"Acesulfame-K (อะซีซัลเฟมเค)" อะซีซัลเฟมเค (Acesulfame-K) เป็นชื่อทาง...
20/05/2026

Good morning Wednesday !🥰

บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 🥳👇

"Acesulfame-K (อะซีซัลเฟมเค)"
อะซีซัลเฟมเค (Acesulfame-K) เป็นชื่อทางเคมีของสารให้ความหวานที่ใช้ทดแทนน้ำตาล มีลักษณะเป็นผลึกละเอียดสีขาว ค้นพบในปี ค.ศ. 1967 โดย คาร์ล

เคลาส์ (Karl Clauss) และฮารัลด์ เจนเซน (Harald Jensen) นักเคมีของบริษัทเฮิชสต์ (Hoechst AG) เป็นสารที่มีความหวานสัมพัทธ์สูงกว่าน้ำตาลทรายหรือซูโครส (Sucrose) 200 เท่า ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ละลายได้ในน้ำ มีความเสถียรที่ช่วงค่า pH กว้าง แต่หากใช้ที่ความเข้มข้นสูงจะมีรสขม และให้กลิ่นโลหะ

เมื่อปี ค.ศ. 1998 U.S. Food and Drug Administration (FDA) และองค์กรเกี่ยวกับสุขภาพหลายองค์กรยืนยันว่า Acesulfame-K มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และมีงานวิจัยมากกว่า 90 ประเทศ พิสูจน์ได้ผลเช่นเดียวกัน ดังนั้น Acesulfame-K จึงถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหารทดแทนการใช้น้ำตาลในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

✅การนำไปใช้ประโยชน์

ปัจจุบันมีการใช้ Acesulfame-K ในเครื่องดื่ม เครื่องดื่มชนิดผง ลูกอม ลูกกวาด โยเกิร์ต กาแฟและชาสำเร็จรูป ขนมหวานผลิตจากเจลาติน ครีมเทียมและของหวานต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่ทำให้ฟันผุ แต่อย่างไรก็ตาม Acesulfame-K มักถูกนำไปใช้ร่วมกับสารให้ความหวานชนิดอื่น เช่น แอสพาร์แทม (Aspartame) เพื่อลดรสขม และเสริมฤทธิ์ให้มีความหวานเพิ่มขึ้น โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดค่าปริมาณที่แนะนำให้รับประทานของ Acesulfame K เท่ากับ 15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว (1 กิโลกรัม) ของผู้บริโภคต่อวัน คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ด้านอาหารสหภาพยุโรป กำหนดไว้ที่ 9 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว (1 กิโลกรัม) ของผู้บริโภคต่อวัน ในส่วนของประเทศไทยนั้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2)ได้กำหนดปริมาณการใช้ Acesulfame-K ในอาหารชนิดต่าง ๆ ไว้ เช่น เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรส 425 มก./กก, ขนมขบเคี้ยว 350 มก./กก และ เครื่องเทศและเครื่องปรุงรส 2000 มก./กก เป็นต้น

🔥 ข้อควรระวัง 🔥

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลทุกชนิดนั้นมีความหวานมากกว่าน้ำตาลหลายเท่า ดังนั้นจึงควรใช้ในปริมาณน้อย แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มปริมาณการใช้จนกว่าจะได้รสชาติที่ต้องการ เพื่อหลีกเลี่ยงรสหวานจัดที่มากเกินไป หรือรสขมติดลิ้นเมื่อใช้น้ำตาลเทียมในปริมาณมากและไม่ควรใช้เกินค่า Acceptable Daily Intake (ADI) หรือปริมาณที่แนะนำต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดต่อวันที่ยอมรับว่าใช้ได้อย่างงปลอดภัยในคน

Best regards,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

Good morning !🥰บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 👇🥳"Acerola cherry Extract " (สารสกัดจากอะเซโรลาเชอร์รี่)อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola...
19/05/2026

Good morning !🥰

บทความน่ารู้ประจำวันนี้ 👇🥳

"Acerola cherry Extract " (สารสกัดจากอะเซโรลาเชอร์รี่)
อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของซีกโลกตะวันตก โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน ผลอะเซโรลาจะมีลักษณะคล้ายผลเชอร์รี่ มีรสเปรี้ยว หวานเล็กน้อย และมีรสฝาด โดยอะเซโรลาเชอร์รี่ขึ้นชื่อว่าเป็น ราชินีแห่งวิตามินซี เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีวิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) สูงโดยพบว่าผลสด 100 กรัม (100,000 mg) จะให้วิตามินซีประมาณ 1,500-4,500 มก.

สำหรับในประเทศไทยจะพบอะเซโรลาได้ในรูปแบบวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น เนื่องจากอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้เฉพาะในบางพื้นที่ และหลังเก็บเกี่ยวก็เน่าเสียได้ง่ายจึงไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย

ปริมาณสารอาหารในอะเซโรราเชอร์รี่ปริมาณ 100 กรัม
พลังงาน 32 แคลอรี (kcal)
วิตามินบี 6 (Pyridoxine) 0.009 มิลลิกรัม
โปรตีน 0.4 กรัม
โฟเลต (Folate) 14 ไมโครกรัม
คาร์โบไฮเดรต 7.69 กรัม
แคลเซียม 12 มิลลิกรัม
ไฟเบอร์ 1.1 กรัม
ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม
วิตามินซี 1680 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 146 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 767 หน่วยสากล
โซเดียม 7 มิลลิกรัม
วิตามินบี 1 (Thiamin) 0.02 มิลลิกรัม
สังกะสีหรือซิงค์ 0.1 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 (Riboflavin) 0.06 มิลลิกรัม
ทองแดง 0.086 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 (Niacin) 0.4 มิลลิกรัม
ซีลีเนียม 0.6 ไมโครกรัม
วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) 0.309 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของสารสกัดจากอะเซโรราเชอร์รี่
มีวิตามินซีสูง โดยวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีส่วนในการสร้างคอลลาเจนช่วยส่งเสริมให้ผิวมีสุขภาพดี ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ มีความยืดหยุ่น เปล่งปลั่ง ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ลดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย และแก้ปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
นอกจากนี้วิตามินซีเป็นสารสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายแข็งแรง
อุดมไปด้วยสารต้านอณุมูลอิสระหลากหลายชนิด เช่นวิตามินเอ วิตามินซี แคโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ และกรดฟีนอลิก สามารถยั้บยังปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดจากความเครียดซึ่งนำไปสู่การเสื่อมสภาพของผิว และร่างกายวยป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เป็นต้น

ข้อควรระวังในการใช้สารสกัดจากอะเซโรราเชอร์รี่
หากกินผลิตภัณฑ์ที่มีอะเซโรลาเชอร์รีมากเกินไป อาจประสบปัญหาเรื่องของระบบย่อยอาหารไม่ปกติ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับได้ โดยเฉพาะในผู้ที่กระเพาะไวต่อความเป็นกรด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรืออาการผิดปกติของร่างกาย ควรกินในปริมาณที่รวมกับวิตามินแล้วไม่เกิน 2,000 มก. ต่อวัน

Best regards,
Vicchi Enterprise Co., Ltd.

ที่อยู่

Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66 (02) 320 0999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Vicchi Enterprise Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Vicchi Enterprise Co., Ltd.:

แนะนำ

แชร์

ประเภท