Omelet Studio Photography studio & Photography school

บทความเก่าเกี่ยวกับกล้อง Full Frame & Crop Sensorเมื่อ July 7, 2012http://www.youtube.com/watch?v=CcotGb_xwoQรักพี่เสียด...
17/05/2014

บทความเก่าเกี่ยวกับกล้อง Full Frame & Crop Sensor
เมื่อ July 7, 2012

http://www.youtube.com/watch?v=CcotGb_xwoQ

รักพี่เสียดายตัง...
ไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่รักพี่เสียดายน้อง
พอดีวันนี้โอกาสดี ได้เดินห้าง เดอะมอล์บางกะปิ นานๆเดินทีก็ดีเหมือนกันนะ เดินไปแบงค์จากลานจอดรถ แล้วก็แวะร้านกล้อง นั่งกินน้ำจับกล้องกับเลนส์เขาเล่น แล้วก็กลับ

แต่คงไม่ได้แค่นั้น เพราะนั่งไปเกือบชั่วโมง
135 f 2.0 L ของแคนนอน ราคากำลังดี จนทำให้ผมต้องขอลอง
"พี่เอาเมมมาด้วยหรือป่าวคับ"
"ป่าว มาเดินเล่น ไม่ได้มาถ่ายรูป"

"เอา 5D มาร์กทรีให้พี่เขาลองเลย"
เสียงจากหน้าร้านอีกฝั่ง ตาดีจริงๆเวลาที่ลูกค้าเข้าร้าน
สุภาษิตนี้จึงมักจะได้ผล "ตาดีได้ ตาร้ายเสีย"
คนขายตาดีได้ตังเราไป ส่วนเราตาร้ายก็เสียตังกันไป

ผมจับไปลองมาอยู่นานพอควร ก็รู้สึกดีนะ
"ขอ 85 1.8 มาลองหน่อยได้มั้ยพี่"
"ได้เลย จัดให้"
มันพูดสไตล์นี้ ใครๆน่าจะรู้ว่าผมพูดถึงร้านอะไร
"กาแฟหน่อยมั้ย"
"ผมยังไม่ง่วงครับ เพิ่งตื่น แล้วก็มานี่แหละ"
เด๋วมันขายของ อย่าไปกินของมัน แต่น้ำเปล่าที่เอามาเสิร์ฟผมก็จัดไปซะหมดแก้วด้วยอาการคอแห้งเมื่อเห็นของแพง

รักพี่เสียดายตัง

"พี่ ทำไมมาร์กทรีมันแพงจัง"
"ก็เพราะมันแพง"...
ตอบดี

"มันต่างกันมากหรอกับมาร์ทู"
"มันเป็นฟูลเฟรมแล้วนะ จับแล้วรู้สึกถึงความต่างมั้ยหละ ระหว่างมาร์คทูกับมาร์กทรี"
"ผมไม่เคยใช้ ไม่รู้"
"นั่นแหละ แล้วมันก็ปรับปรุงเพิ่มโน่นนี่จากเดิมอีกเยอะ"
เขาก็พยามอธิบาย ซึ่งก็ได้ความรู้ไม่น้อย

แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีทำไมราคามันต้องต่างกันมากมายขนาดนั้น
พอย้อนมาดูราคาเริ่มต้น มันก็ไม่ได้ต่างกันมากนี่นา จากเก้าหมื่นกว่ามาเป็นแสนกว่า แต่แค่ว่าตอนนี้ราคาของตัวเดิมคือมาร์กทูมันลดลงมามาก แค่นั้นเอง ความต่างจึงเกิดขึ้นเยอะ แต่ถ้าให้เลือกในตอนนี้ ผมขอเลือกมาร์กทู น่าจะเข้าท่ากว่า ด้วยราคาหกหมื่นกว่า กับแสนนิดๆ

แล้ว Full frame อันนี้หละ
ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวนิดๆ แต่ก็ต้องขอบอกพื้นฐานนิดนึง ผมเคยใช้ 5D ตัวแรกอยู่ประมาณ สามสี่เดือน แล้วเปลี่ยนมาใช้ 1D mark II อยู่ประมาณสองปี แล้วมาเป็น 1D mark III อีกสองปี แล้วก็มาเป็นตัวปัจจุบันใช้ 1D mark IV มาปีกว่าแล้ว อันนี้ต้องขออนุญาตนะครับที่บอกรุ่นกล้องมาซะขนาดนี้

แต่ที่บอกไปก็เพื่อจะบอกว่า ผมยังไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง Full frame กับไม่ Full frame ในกรณีของการใช้งานของผมเลย ผมยังคงใช้เลนส์ชุดเดิมที่เคยใช้ ความรู้สึกน้อยมากที่แตกต่าง แทบจะไม่รู้สึกเลยก็ว่าได้

แต่ที่ผมรู้สึกคืออะไรรู้มั้ยคับ
ผมรู้สึกว่า เรามักจะให้คนขายหลอกเรา ผมไม่ได้ว่าร้านใดๆทั้งสิ้นนะครับ ผมพูดรวมๆ

ที่ว่าหลอกคืออะไร

รุ่นน้อง ใช้ 7D ซื้อเลนส์ทุกตัวเป็นเลนส์สำหรับกล้องตัวคูณ ทั้งๆที่เป็นมืออาชีพ ทำงานแม็กกาซีน (ถ้าเจ้าตัวมาอ่านก็ขอโทษด้วยนะ และขอเอามาเป็นกรณีศึกษานะ) ซึ่งเขาน่าจะรู้ว่า โอกาสที่เขาจะเปลี่ยนเป็นกล้องรุ่นที่สูงขึ้นมีมาก

แล้วเมื่อไม่นานมานี้ น้องผมคนนั้นก็เปลี่ยนกล้อง และถามคำถามมาว่าเอาตัวไหนดี 5D mark II หรือ III อันนี้ผมก็แนะนำตามงบประมาณ และความเหมาะสม แต่จะให้ฟันธงว่าจะเปลี่ยนเป็นอะไรนี่คงตอบไม่ได้ แต่ที่ตอบได้ คือน้องต้องเปลี่ยนเลนส์ยกชุด และไม่ใช่ชุดเล็กชุดประหยัดด้วยนะ เล่นชุดครอบครัวกันเลยทีเดียว

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อกล้องรุ่นไหน พิจารณาให้มาก ยิ่งถ้ามีเรื่องราคาเข้ามาเป็นตัวแปลที่สำคัญ และยิ่งราคาสูงๆ ก็ควรจะคิดให้รอบคอบอีกนิด ความแตกต่าง ความจำเป็น ความพร้อม และการใช้งาน อย่าตามกระแส

ถ้ารักพี่แล้วเสียดายตังก็ แนะนำ 5D mark II กัน แล้วเอาเงินที่เหลืออีกเกือบห้าหมื่นไปซื้อเลนส์ L อีกตัวยังได้

แค่นี้แหละ...
อีกหนึ่งช่องทางการเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพ
http://www.youtube.com/watch?v=CcotGb_xwoQ

อยากเป็นช่างภาพ ชอบถ่ายภาพ อยากถ่ายภาพเป็น อยากเรียนถ่ายภาพ มาเรียนที่ Omelet Studiohttp://www.youtube.com/watch?v=hw9wz...
02/05/2014

อยากเป็นช่างภาพ ชอบถ่ายภาพ อยากถ่ายภาพเป็น อยากเรียนถ่ายภาพ มาเรียนที่ Omelet Studio

http://www.youtube.com/watch?v=hw9wz0I1QMY

wanna be photographer, so be. Study photography with us. Omelet Studio

เรื่องของแฟลช...เรื่องเก่าๆ เอามาเล่าใหม่อันนี้ขอพูดสั้นๆ แบบกะทัดรัดได้ใจความ จากแรงดลใจจากคนเดิม Karl Taylor "อาจารย์ค...
02/05/2014

เรื่องของแฟลช...เรื่องเก่าๆ เอามาเล่าใหม่

อันนี้ขอพูดสั้นๆ แบบกะทัดรัดได้ใจความ จากแรงดลใจจากคนเดิม Karl Taylor
"อาจารย์ครับ สอนเรื่องเบ๊าแฟลชหน่อยครับ เขาเรียกเบ๊าใช่มั้ครับ ที่เงยแฟลชขึ้น"

ง่ายๆ ก็แค่หาอะไรที่มันมาสะท้อนแสงแฟลชเรา อาจเป็นเพดาน เราก็จะได้แสงที่กระจายจากด้านบน หรือผนังข้างๆ เราก็จะได้แสงที่กระจายมาจากทางด้านข้าง อยู่ที่เราจะออกแบบว่าจะให้มายังไง มาทางไหน มันจะทำให้แสงซอฟท์และกระจายมากขึ้น แต่ต้องชดเชยแสงด้วยเวลาถ่าย

"แต่ไอ้พวกที่ยิงขึ้นฟ้า อย่าหวังนะว่า มันจะสะท้อนกลับมาได้"

ผมเคยเกือบตาบอดเพราะไอ้คนข้างๆ สมัยยังรับถ่ายงานรับปริญญา ผมไม่ทันตั้งตัว กำลังเดินเข้าไป มันก็ยกกล้องขึ้นมากดเลย คงจะแสดงความชำนาญ ว่าถ่ายเก่ง หาจังหวะได้ตลอด ตั้งแฟลชแบบตรงเด๊ะ แต่บังเอิญ มันไม่ยิงขึ้นฟ้าด้วยสิ เพราะมันถ่ายแนวตั้งอย่างรวดเร็ว แสงล้วนๆ เข้าเต็มขมับข้างๆกกหูผมเลย โชคดีที่หลับตาทัน หูร้อนวาบ ผิวดำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมจนเพื่อนถามว่าตากแดดมายังวะ ถึงดำได้เฉพาะจุดแบบนั้น สงสัยไอ้คนนั้นมันคงเห็นผมเป็นผนังถึงได้ทำร้ายผิวหน้าผมแบบนั้น

คำเตือน อย่าไปยืนหลังมัน ถ้ามันกำลังนั่งถ่าย เพราะคุณจะกลายเป็นตัวสะท้อนแสงแฟลชอย่างดีให้มัน คนถ่ายอาจได้ภาพที่ดีขึ้น แต่ตัวสะท้อนแสงอาจมีปัญหากับเรติน่าของตัวเองได้

ใครเคยสังเกตมั้ยว่า ภาพที่ถ่ายด้วยแฟลช แบบฟิลแฟลชในเวลากลางวัน กับภาพที่ไม่ได้ใช้แฟลชเลย มันต่างกันมั้ย

ปล. อยากให้คนที่ยิงแฟลชขึ้นฟ้า หรือแบบข้างๆ กลางสนามธุปะเตมีย์ ลองเปิด และปิดแฟลช แล้วสังเกตภาพ (ไม่ต้องสังเกตแบตนะ เพราะมันจะหมดเร็วกว่าปกติอยู่แล้ว เพราะต้องใช้กำลังแรงกว่าปกติ) แต่อย่าเอาแบบฟลุ๊กไปทะท้อนใครเขามานะ
ปล. 2 สำหรับใครที่มีอุปกรณ์เสริม อย่างพวกมาม่าคัพ กับถ้วยโยเกิร์สทั้งหลาย อันนั้นช่วยได้บ้างในระดับนึง จนถึงเป็นที่น่าพอใจ ถ้าใช้เป็น รู้มุม รู้จักชดเชยแสง
ปล. 3 ฝากกันด้วย เพราะผมเคยทักเคยพูดกับหลายคนแล้ว แต่ไม่รู้มีใครฟังหรือเชื่อหรือเปล่า แต่เดี๋ยวผมจะขออนุญาตเอาคลิป สองคลิป ที่เคยกล่าวถึงมาให้ดูกัน อีกรอบ...ที่ฝรั่งพูด อาจจะมีคนเชื่อขึ้นมาบ้าง...

ขอบคุณเกือบยาว....

ภาพ Time Lapse อีกหนึ่งความน่าสนใจในการถ่ายภาพนิ่ง แล้วนำมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหว สองสถานที่นี้ผมถ่ายเมื่อวันอังคารกับวันพุ...
04/04/2014

ภาพ Time Lapse อีกหนึ่งความน่าสนใจในการถ่ายภาพนิ่ง แล้วนำมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหว
สองสถานที่นี้ผมถ่ายเมื่อวันอังคารกับวันพุธที่ผ่านมา ที่ถ่ายสองวันเพราะ แต่ละสถานที่ใช้เวลาในการถ่ายประมาณสามชั่วโมง และเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกทั้งสองสถานที่
การวางแผนการถ่ายภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ทั้งเรื่องของช่วงเวลา สถานที่ ทิศทางของแสง และสภาพแวดล้อมในสถานที่นั้นๆ

http://www.youtube.com/watch?v=WucPb_ngjnU

Just sit down behind my camera and waiting for sunset, minutes by minute make me know how it change, from blue to dark. Something will be change when everyth...

เบื้องหลังการถ่ายภาพปกกับภาพปกที่เสร็จสมบูรณ์
20/01/2014

เบื้องหลังการถ่ายภาพปกกับภาพปกที่เสร็จสมบูรณ์

Workshop ถ่ายภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่การถ่ายภาพเบื้องต้นไปจนถึงการจัดไฟในสตูดิโอ พร้อมกับการเรียนรู้เรื่องการปรับภาพใน Ligh...
18/01/2014

Workshop ถ่ายภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่การถ่ายภาพเบื้องต้นไปจนถึงการจัดไฟในสตูดิโอ พร้อมกับการเรียนรู้เรื่องการปรับภาพใน Lightroom และ Photoshop สนใจเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ตามลิงค์ด้านล่าง
https://www.facebook.com/events/468772293228445/?ref_dashboard_filter=upcoming&source=1

ข่าวการประกวดภาพถ่ายขาวดำ The Beauty of Monochromeในวาระครบรอบ 14 ปี ชมรมภาพถ่ายขาวดำแห่งประเทศไทยจึงได้จัดการประกวดภาพถ...
15/01/2014

ข่าวการประกวดภาพถ่ายขาวดำ The Beauty of Monochrome

ในวาระครบรอบ 14 ปี ชมรมภาพถ่ายขาวดำแห่งประเทศไทยจึงได้จัดการประกวดภาพถ่ายขาวดำขึ้น โดยแบ่งประเภทการประกวดเป็น 3 ประเภทดังนี้
Street/Documentary Photography
Landscape/Architecture Photography
Creative/Manipulated Photography
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bwthai.org/content/5-the-beauty-of-monochrome

ข่าวประกวดถ่ายภาพ สำหรับคนรักสุนัข...คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่ว...
05/01/2014

ข่าวประกวดถ่ายภาพ สำหรับคนรักสุนัข...

คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งประกวดภาพถ่ายที่แสดงถึงว่ารักความผูกพันระหว่างมนุษย์และสุนัข เข้าประกวด ในหัวข้อ "มิตรภาพ" ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กติกา และเงื่อนไขการส่งภาพเข้าประกวด
เพื่อให้การประกวดภาพถ่ายนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่คณะกรรมการผู้จัดงานตั้งไว้ คือภาพถ่ายจะต้องเป็นภาพที่สื่อถึงความรักความผูกพันระหว่างมนุษย์และสุนัข ในหัวข้อ “มิตรภาพ” คณะกรรมการผู้จัดงานจึงกาหนดเงื่อนไขของภาพที่จะส่งเข้าประกวดดังนี้

ภาพถ่ายทุกภาพที่ส่งเข้าประกวด จะต้องเป็นภาพถ่ายที่สร้างสรรค์ที่แสดงถึงความรักความผูกพันระหว่างมนุษย์และสุนัขในหัวข้อ “มิตรภาพ” โดยผู้ส่งภาพเข้าประกวดต้องเป็นผู้ถ่ายภาพด้วยตนเองเท่านั้น ห้ามมิให้นาผลงานของผู้อื่นส่งเข้าประกวดโดยเด็ดขาด
ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสามารถอัดขยายเป็นภาพสีหรือภาพขาวดาก็ได้ โดยต้องเป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดของภาพไม่น้อยกว่า 6 ล้านพิกเซล และอัดขยายภาพขนาด 8 x 12 นิ้ว ติดลงบนฟิวเจอร์บอร์ดสีดาขนาด 10 x 14 นิ้ว พร้อมทั้งให้ส่งไฟล์ภาพในฟอร์แมต JPEG บันทึกลงในแผ่นซีดีมาพร้อมด้วย หมายเหตุ จะไม่รับพิจารณาภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารทุกประเภท
ภาพที่ส่งเข้าประกวดสามารถปรับแต่งไฟล์ภาพได้ตามความเหมาะสม โดยการปรับแสงสี และน้าหนักภาพได้ แต่ทั้งนี้ภาพถ่ายต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เช่นตัดต่อ หรือต่อเติมภาพ และห้ามทาข้อความหรือเครื่องหมายใดๆ ลงบนภาพที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น ทั้งนี้การตัดสินให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการผู้ตัดสิน
ผู้ส่งภาพเข้าประกวดจะต้องกรอกข้อมูลในใบสมัครให้ครบถ้วน และติดใบสมัครไว้หลังภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดทุกภาพ หากภาพใดข้อมูลไม่ครบถ้วนจะถูกตัดสิทธิ์การเข้าร่วมประกวด ทั้งนี้ให้ผู้ส่งภาพเข้าประกวดส่งสาเนาบัตรประจาตัวประชาชนที่ลงนามรับรองสาเนาถูกต้องแล้ว จานวน 1 ฉบับ มาพร้อมด้วย
ผู้ส่งภาพเข้าประกวดมีสิทธิ์ส่งภาพเข้าประกวดได้ไม่เกินคนละ 5 ภาพ แต่สามารถรับรางวัลสูงสุดได้เพียง 1 รางวัลเท่านั้น
ภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เคยผ่านการตีพิมพ์ เผยแพร่ หรือได้รับรางวัลจากการประกวดที่ใดมาก่อน
ผู้ส่งภาพเข้าประกวดยินยอมให้คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถนาผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดทุกภาพออกเผยแพร่ หรือใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ของคณะฯ ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต หรือจ่ายค่าตอบแทนในทุกกรณีให้แก่เจ้าของผลงาน
คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ จะไม่รับผิดชอบกรณีมีผู้นาภาพของบุคคลอื่นมาทาซ้า หรือเคยเผยแพร่ในที่สาธารณะ หรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในทุกกรณี
คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ส่งไฟล์ภาพ และภาพที่ส่งเข้าประกวดคืนให้เจ้าของผลงาน
การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
ระยะเวลาการส่งภาพเข้าประกวด
ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2556 – 24 มกราคม 2557

วิธีการส่งภาพเข้าร่วมประกวด

ส่งด้วยตนเองได้ที่คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ ในวันและเวลาราชการเท่านั้น
ส่งทางไปรษณีย์ มาที่ คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โดยวงเล็บมุมซองว่า “ประกวดภาพถ่าย” ทั้งนี้จะถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสาคัญ
คณะกรรมการผู้ตัดสิน

อ.ปรัชญา เปี่ยมการุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
นายปิยะวัชร ศิขรินทร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นายคมสัน สัจจะสถาพร คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นายนริศ ปานศรีแก้ว คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
การประกาศผลการตัดสิน
คณะกรรมการผู้ตัดสินจะทาการพิจารณาตัดสินภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด และจะประกาศผลการตัดสินอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มกราคม 2557 ในเว็บไซด์ www.vettech.ku.ac.th และทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อกลับจากคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องเดินทางมารับรางวัลด้วยตนเองหรือส่งผู้แทนมารับรางวัลในงานวันเกษตรรวมใจหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด ครั้งที่ 9 ณ สนามข้างชมรมยูโด-ไอคิโด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ทั้งนี้หากกาหนดการใดๆ มีการเปลี่ยนแปลง ทางคณะฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

รางวัล

รางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 8,000 บาท จากคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ และถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท จากคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ และถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากท่านคณบดีคณะเทคนิคการสัตวแพทย์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท จากคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ และถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากท่านที่ปรึกษาคณะเทคนิคการสัตวแพทย์
รางวัลชมเชยจานวน 4 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรจากคณะเทคนิคการสัตวแพทย์
ข่าวประชาสัมพันธ์ : คุณ คมสัน สัจจะสถาพร (ประธานโครงการฯ)

03/01/2014

ก่อนอื่นต้องขอออกตัว ขออภัย และขอโทษ ถ้าวิดีโอนี้ไม่ดีพอ ทำเท่าที่จะทำได้ ด้วยความขาดแคลนในด้านอุปกรณ์ โปรแกรมที่ใช้ในการถ่ายวิดีโอหน้าจอก็มีเวลาค่อนข้างจำกัด เพราะโหลดมาฟรี และมีปัญญาเท่านี้

แถมคอมผมก็บังเกิดเสียงพัดลมดังแทรกขึ้นมาอีกในช่วงที่บันทึกภาพ ถ้าทำให้ไม่สบอารมณ์ก็ต้องขออภัย ถ้าหากมีไมค์คงจะดีกว่านี้ และเทปหน้า "ถ้ามี" ผมจะพัฒนาเรื่องการพูดให้น่าฟังมากขึ้น

หลังจากเขียนมาหลายรอบเรื่องการแต่งภาพ คราวนี้มาดูกันจริงๆว่า หลังจากผมถ่ายภาพนี้มาแล้ว ซึ่งความจริง ด้วยเวลาที่น้อยในการถ่าย และอีกหนึ่งความจริงก็คือ

อยากได้ภาพเดี่ยว...

แต่เมื่อทำไม่ได้ ณ เวลาถ่าย ณ เวลานี้ก็เลยต้องใช้ Photoshop เข้าช่วย และขอออกตัวว่า ผม ไม่ได้เก่งในด้านแต่งภาพสักเท่าไหร่ ทำได้แค่ตามใจ กับจินตนาการเท่านั้น ซึ่ง แน่นอนว่า อาจจะมีหลายคนที่ทำได้ดีกว่าผม แต่ผมเชื่อว่า วิดีโอนี้จะช่วยให้อีกหลายคนเข้าใจ และ "เข้าใจ" ว่า ทำเรื่องที่คิดว่า "ยาก" ให้ "ง่าย" เข้าไว้....
ดีกว่า...

"Happy New Year"
02/01/2014

"Happy New Year"

ถ่ายได้ ได้ถ่ายจากการสังเกตภาพถ่ายจากหลายๆคนที่โพสกัน แต่อันนี้จะขอกล่าวเฉพาะที่เกี่ยวกับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นช่างภาพ ...
27/12/2013

ถ่ายได้ ได้ถ่าย
จากการสังเกตภาพถ่ายจากหลายๆคนที่โพสกัน แต่อันนี้จะขอกล่าวเฉพาะที่เกี่ยวกับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นช่างภาพ หรือ คนที่จริงจังกับการถ่ายภาพ

สิ่งที่เห็น และทำให้เกิดความรู้สึกสับสนในจิตใจของผมก็มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ในเรื่องของความสวยงาม ซึ่งก่อนที่ผมจะเริ่มต้นการเป็นช่างภาพอาชีพ เมื่อตอนอายุยี่สิบเอ็ด ด้วยการเป็นช่างภาพในสตูดิโอ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ถือว่าตัวเองเป็นเพียงช่างภาพที่จริงจัง และพอมีรายได้บ้างจากการรับจ้างถ่ายภาพ

และที่แปลกคือ แนวทางในการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน หรือ ความจริงจังในการถ่ายภาพกลับเป็นคนละเรื่องกับอาชีพ เพราะงานที่ชอบในเวลานั้นคือ สารคดีกับท่องเที่ยว แต่งานประจำที่ทำกับสตูดิโอกับกลายเป็นงานถ่ายภาพบุคคล แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อตอนไปสมัครงาน เจ้าของสตูดิโอได้เอ๋ยถามผมว่า

"ไม่มีงานพอร์ตเทรตมาให้ดูเลยหรอ"

และคำตอบจากผมคือ ไม่มีครับ แล้วทำไมเขาถึงรับผมเข้าทำงาน

"โอเคเราจะรับคุณ เพราะเท่าที่ดูจากการจัดองค์ประกอบภาพแล้ว เชื่อว่าคุณน่าจะถ่ายภาพออกมาดี และดูจากความตั้งใจที่อยากจะทำและความมุ่งมั่นแล้วก็น่าจะเป็นอย่างนั้น"

สิ่งที่ทำให้ได้งานนั้นคือ องค์ประกอบภาพ ไม่ใช่ภาพ เพราะไม่มีหน้าคนในนั้นเลยแม้แต่หน้าเดียวที่จะแสดงให้เห็นว่าผมถ่ายคนแล้วจะออกมาสวย มีแต่เพียงองค์ประกอบภาพที่ดูแล้วรู้สึกว่าใช่ หาจุดเด่นเจอ รู้ว่าสื่ออะไร อยากให้ดูตรงไหน และภาพรวมๆคือน่าสนใจ นั่นคือประเด็น

ถ้าภาพรวมในจุดเริ่มต้นของคุณดีและน่าสนใจ นั่นเป็นก้าวแรกที่จะทำให้คนหยุดดูมัน และในอันดับต่อไปคือ จุดเด่นในภาพ เมื่อเขาหยุดดู เขาจะเริ่มมองที่จุดเด่นที่เราต้องการสื่อ เมื่อเห็นจุดเด่น รวมกับภาพโดยรวมของทั้งภาพ นั่นก็กลายเป็นเรื่องราวที่เราต้องการจะสื่อและบอกเล่า ซึ่งมันสามรถทำได้กับงานทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาพบุคคล วิว สตรีท ฯลฯ

แต่ ณ วันนี้ ภาพบางภาพที่เห็นกลับมน้อยมากที่จะมีองค์ประกอบที่สวยงามเพียงพอที่จะหยุดให้คนดู เมื่อไม่ดู ทุกอย่างก็จบ

แต่ถ้าถอยย้อนกลับไปอีกหนึ่งก้าว เมื่อเราถูกบังคับให้ดู อาจจะด้วยคนในภาพที่น่าสนใจ ใครบางคนส่งมาให้ดู บังับให้ดู หรือมีบางอย่างในภาพที่เราสนใจ ซึ่งนั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่น ซึ่งบางทีมันอาจจะเด่นด้วยตัวเอง แบบโดยไม่ต้องใช้เส้นนำสายตา หรือสิ่งอื่นใดในทางศิลปะเข้ามาช่วยในการขับดันให้มันดูเด่นขึ้น เช่น เมื่อวันก่อนผมเห็นภาพนึง เป็นภาพนมอันโอฬารของนางแบบ และเขียนประมาณว่าเป็นงานการกุศล ผมก็คิดว่า คนทำเก่งนะ หานางแบบแขนด้วนที่มีนมสวยๆแบบนี้มาถ่ายได้ด้วย ดูเข้ากับคอนเส็ปดี แต่พอดูๆ รูปถัดไป แขนก็ไม่ได้ด้วนนิ หรือเขาทำแบบนี้เพื่อให้มันดูอาร์ต หรือสื่อว่าทำงงานเพื่อบริจาคให้คนแขนขาด แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่อยู่ดี แค่คนถ่ายไม่ได้ดูละเอียด และเลือกมุมได้ไม่ดี

อีกภาพที่ดู เพราะเขียนกำกับว่าเอากล้องอะไรถ่าย และเป็นงานขาวดำ ภาพคมดี แต่ถ่ายอะไรมา หรือจะแค่ให้ดูความคมของเลนส์กับความเป็นขาวดำ แต่พออ่านคำบรรยายต่อไปกลับรู้ว่า "อ่อ" เขาให้ดูตรงนั้น ที่มีอะไรสักอย่าง และเขาก็เล่า จากตัวหนังสือ แต่นั่น ไม่น่าจะเป็นจุดประสงค์ของภาพถ่าย ที่ไม่สามารถเล่าเรื่องอะไรได้เลย นอกจากจะเล่าว่า "เจ้าของกล้องมีเงิน" รวย เพราะซื้อกล้องแพงๆมาถ่ายเล่นๆแบบดูเหมือนจะจริงจังได้ แต่ภาพที่ถ่ายมากลับไม่ได้เล่าอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ต้องมาอาศัยข้อความที่เขียนเพิ่มเติมลงไปอีกสองสามบันทัด แล้วให้คนดูย้อนกลับไปดูรูปอีกที ว่าหาสิ่งที่เขาพูดเจอมั้ย

นั่นคือการขาดการจัดองค์ประกอบภาพที่ดี ขาดการเน้นจุดเด่นในภาพ บางคนถึงขั้นขาดความรู้ในเรืองของการถ่ายภาพไปเลยก็มี อันนี้ไม่ได้ว่าใครเป็นการส่วนตัวนะ อาจจะเป็นเพราะมันเป็นยุคดิจิตอล ที่ใครๆก็คิดว่ามันง่าย ถ่ายแล้วก็ดูภาพที่หลังกล้อง มืดก็ถ่ายใหม่ สว่างก็ถ่ายเพิ่ม แต่บางที่ก็ช่างมัน กลับไปปรับที่คอมเอาละกัน มันง่ายสำหรับบางคน "ที่มักง่าย" แล้วบอกว่าตัวเองจริงจัง ผมว่า อะไรที่เราจริงจัง เราไม่น่า ไม่ควรที่จะมักง่ายอะไรแบบนั้น เราควรจะใส่ใจในรายละเอียด ควรจะใส่ใจในหลายๆอย่าง เพื่อให้งานนั้นๆออกมาดูดี ให้สมกับที่เรียกตัวเองว่าช่างภาพ หรือผู้ที่จริงจังกับงานถ่ายภาพ จนเอาการถ่ายภาพมาเป็นอาชีพ หรือกำลังพยายามเอามันมาเป็นอาชีพ

ปล. การเรียนรู้เรื่องศิลปะเพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มความรู้บางอย่าง เพื่อที่จะทำให้การถ่ายภาพของท่านมีคุณค่าและสวยงามขึ้น

ปล. 2 ความยาก บางทีไม่แปลว่าเก่งเมื่อคุณได้ทำ แต่ไม่ได้ทำมันออกมาดีที่สุด คุณอาจถ่ายผีเสื้อที่สวยที่สุดและหายากที่ได้เพียงคนเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณถ่ายภาพเก่ง แต่อาจจะหมายถึงคุณเป็นคนเก่งที่หามันเจอ แต่ถ้าทุกคนสามารถเจอมัน และได้ถ่ายมัน คนที่ถ่ายมันออกมาดีที่สุดต่างหากคือคนที่เก่ง ฉนั้น สิ่งที่คุณได้ทำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คุณทำได้ดีเสมอไป

ปล.3 ผมถ่ายภาพนี้ที่สก็อตแลนส์ บางคนอาจถ่ายได้ดี ถ้ามีโอกาส บางคนอาจมีแค่โอกาสแต่ถ่ายได้ไม่ดี และคนที่อยู่บนสโนบอร์ดก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเล่นมันเก่ง แต่เขาแค่มีโอกาสได้เล่น เมื่อคุณมีโอกาสมากกว่าคนอื่น จงอย่าลืม ทำมันให้ดีที่สุด อย่ามักง่าย...


https://www.facebook.com/GabrielPhotography18

ช่างภาพหลงทางจากภาพที่เห็น กับชื่อเรื่องแล้ว หลายๆคนคงคิดว่าไอ้หมอนี่เดินเข้าป่าแน่ๆ ไปถ่ายรูปนี้แล้วดันหลงทาง หาทางกลับ...
23/12/2013

ช่างภาพหลงทาง
จากภาพที่เห็น กับชื่อเรื่องแล้ว หลายๆคนคงคิดว่าไอ้หมอนี่เดินเข้าป่าแน่ๆ ไปถ่ายรูปนี้แล้วดันหลงทาง หาทางกลับบ้านไม่เจอ นั่นอาจมีส่วนใกล้เคียงอยู่บ้าง แต่โชคดีที่เพื่อนผมทั้งคู่เขาบ้านอยู่แถวนั้น ถ้าผมเดินเข้าป่าที่นั่นคนเดียวคงหลง และคงหนาวตายในป่านั้นแน่ๆ

แต่ประเด็นที่อยากจะพูดมันเป็นอีกเรื่อง เรื่องของเรื่องคือ เมื่อครั้งที่ผมเริ่มอาชีพช่างภาพใหม่ๆ ก็ราวๆ 16 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานสตูดิโอแห่งหนึ่ง และได้เข้าไปเห็นพนักงานแต่งภาพแล้วเกิดความสนใจ จนเจ้าของสตูต้องมาถามผมว่า "ตกลงอยากเป็นช่างภาพ หรือ ช่างแต่งภาพ" ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยเขียนไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว ถ้าใครสนใจก็ลองๆค้นๆหาอ่านได้ น่าจะอยู่ในชุด "สิ่งที่เรียนรู้" ที่ผมเขียนไป

ไม่ได้มาฉายหนังซ้ำ แต่แค่อยากจะมาย้ำ จากข่าวที่ได้ยินมาว่า มีช่างภาพคนหนึ่งต้องหนีหายตายไปจากวงการ เพราะแต่งรูปให้ลูกค้าไม่ทัน
"ช่างภาพแต่รูปไม่ทัน"
แล้วโดนหมายหัวจากเหล่าเพื่อนร่วมอาชีพกันเอง อันนี้ต้องขออภัยถ้าไปโดนใคร ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาในทางลบเลยแม้แต่น้อย

ผมเองก็แต่งรูป ถ้าภาพนั้นมีข้อบกพร่อง หรือ ถ้าผมมีจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ไอเดียต้นคิดที่คิดไว้ว่าต้องการอยากได้ภาพโทนสีแบบไหน ยังไง รวมทั้งงานโฆษณา ที่มีข้อจำกัดในหลายๆเรื่อง ที่มีความจำเป็นจะต้องมานั่งรีทัช หรือแก้ไขข้อบกพร่องในบางประการที่ไม่สามารถทำได้ในการถ่ายทำ

เรื่องนี้ผมเองก็เคยได้ยินหลายๆคนนินทาใครบางคนว่า
"ไม่เห็นถ่ายรูปสวยเลย"
แต่ภาพสุดท้ายออกมาดีมากๆ จนกาดรางวัลงานโฆษณามาหลายชิ้น ส่วนตัวของผมเองกลับชื่นชมช่างภาพผู้นั้นมาก ซึ่งถ้าย้อนไปในย่อหน้าที่แล้ว เขาถ่ายภาพไม่สวยหรือเปล่า อาจจะ อันนี้ไม่รู้ แต่ ภาพสุดท้ายที่จบงานมาแล้ว สวยมาก มีไอเดีย มีความคิด มีเรื่องราว มีทุกอย่างที่สมบูรณ์ นั่นแหละคือ ไอเดียตั้งต้น แต่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้โดยการถ่ายภาพเพียงครั้งเดียว งานรีทัชจึงมีส่วนช่วยได้มาก

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับช่างภาพหลงทาง ก็พี่ช่างภาพคนนั้น จ้าง
"คนที่แต่งรูปเก่งๆ"
มาเป็นลูกน้อง โดยลูกน้องคิดว่าตัวเองต่างหากที่ถ่ายรูปสวยกว่า พี่เขาก็ถ่ายงั้นๆ แต่ถ้ามองอีกมุม
"คุณคิดงานได้"
เหมือนที่พี่เขาคิดหรือเปล่า คุณมีภาพตั้งต้นในหัวเหมือนที่พี่เขาคิดมั้ย นั่นแหละคือประเด็น และคือความแตกต่างระหว่าง ช่างภาพกับช่างแต่งภาพ

ทุกวันนี้ช่างภาพหลายคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นช่างภาพบ้าง ตากล้องบ้าง ที่เป็นคนรุ่นใหม่ กลับกำลังไปลุ่มหลงมนตราแห่งการแต่งรูป มากกว่าให้ความใส่ใจเรื่องการถ่ายภาพ บางภาพแขนด้วน บางภาพหน้าแบบดูเอ๋อๆ บางภาพนางแบบขาลีบไปข้าง ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน แต่ภาพสุดท้ายที่ออกมา มีแค่สีที่จัดจ้านรุนแรง มีสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กที่หวือหวา มีคัน มีแสงอาทิตย์ที่ส่องฉายแสงลงมาจากคนละทิศ แต่หน้าตากับขาของแบบก็ยังคงดูเหมือนคนพิการหรือไม่ก็ดูปัญญาอ่อนอยู่ดี ตาปรือ ปากหวอ คองุ้ม เพราะคุณไม่ได้ใส่ใจเรื่องอื่นเลย นอกจาก ท้องฟ้าที่มีลำแสง ใบไม้สีเขียวสด หน้าเนียนเป็นผิวแจกัน และนั่นก็ไม่ได้เกิดจาก ไอเดียตั้งต้น หรือผ่านการคิดมาก่อน เป็นภาพที่ค่อยๆมานั่งคิด นั่งทำ ว่าจะให้เป็นยังไง มันถึงทำไม่ทันส่งลูกค้า

ความใส่ใจในการแต่งภาพที่มีมากกว่า ภาพที่ได้ก็ออกมาดี ในแบบแต่งภาพ แต่ถามว่าสมบูรณ์มั้ย แล้วแต่ดวง ถ้าภาพต้นฉบับสวย แบบไม่หลับตา หน้าไม่โดนเงาทับพาดหน้าเป็นขวานฟ้าหน้าด่าง แสงพอดี เงาใช้ได้ อารมณ์ภาพใช่ ภาพนั้นจะสมบูรณ์มากๆ เหมือนกับที่พี่เขาถ่ายมางั้นๆ แต่ได้รางวัล เพราะทุกภาพ ผ่านการดู การคิด ก่อนที่จะถ่าย

อย่างภาพนี้ บางคนอาจจะชอบว่าสวย บางคนอาจบอกงั้นๆ แต่ ผมใช้เวลาในการทำภาพนี้ไม่ถึงหนึ่งนาที ( 1 นาที ) หลายคนคงคิดว่าโม้ จะอวดว่าตัวเองเก่ง จะเก่งไปไหน เก่งไปมั้ย ไม่ได้โม้ ไม่ได้เก่ง เพราะผมแค่กด Action เพียงหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 15วินาที ผมก็ได้รูปนี้มา

แต่ในการถ่าย ผมใช้เวลาในการเดินดูโลเคชั่น ผมให้เขาปีนขึ้นไป ดูทิทางแสง บิ้วอารมณ์ให้ทั้งคู่ดูมีความสุข ทั้งๆ ที่หลังจากถ่ายเสร็จผู้หญิงร้องไห้ เพราะกลัวความสูง และลงเกือบไม่ได้ แต่อารมณ์ส่วนใหญ่อยู่ที่ภาพ ใบหน้าที่สื่อถึงควาสุข อารมณ์ที่ใช่ ทิศทางแสงที่ดี องค์ประกอบ จังหวะต่างๆ ทุกอย่างพร้อม ก่อนที่จะมากด Action ในคอมเพื่อเพิ่มอารมณ์ของสีสันในภาพเข้าไปอีกนิด แค่นั้นเอง และผมคงไม่มีวันออกจากวงการเพราะส่งงานแต่งภาพไม่ทันแน่ๆ

ปล. เมื่อแฟชั่นเปลี่ยน สีสันจัดจ้านหน้าเนียนเป็นเซรามิคหมดยุคไป แล้วใครจะย้อนเวลากลับไปถ่ายภาพในวันนั้นใหม่เพื่อให้ทันสมัยกับกาลเวลา

ปล. 2 ทำไมต้องเอาดิจิตอลไปทำสีเป็นโลโม่ ทำไมเอาดิจิตอลไปทำสีเหมือนฟิล์ม ทำไมหลายคนกลับไปหาซื้อกล้องฟิล์มมาใช้ น่าคิด

ปล. 3 ตอนเด็กเคยได้ยินคนแก่เรียก ช่างกล้อง ต่อมาโตขึ้นเรียก ช่างภาพ ตอนนี้เริ่มอายุเยอะมีคำว่า ตากล้อง เลนส์แมนนวลเป็นเลนส์มือหมุน โฟกัสมือเปลี่ยนเป็นใช้มือหมุน จงอย่าได้คิด ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ปล. 4 แต่ศิลปะไม่มีคำว่าผิด ผมเคารพในสิ่งที่ทุกๆคนเป็น ทางใครทางมัน วิธีใครวิธีมัน ตามถนัด แต่จงเลือกที่ตัวเองคิดว่าใช่ เลือกให้ถูก

ปล. 5 ตอนเรียนวาดรูป เพื่อนผมวาดเหมือนเด็กเลย ครูว่า "วาดยังกะเด็กอนุบาล" แต่ตอนนี้ งานบางคนเหมือนเด็กอนุบาลเลย แต่คนเรียกเขาว่า "ศิลปิน"
ภาพจาก https://www.facebook.com/PreWeddingPhotos

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

094-561-0664

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Omelet Studioผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Omelet Studio:

แนะนำ

แชร์

ประเภท