เส้นทาง เว็บไซต์

PR True รับข่าวประชาสัมพันธ์กลุ่มทรูรวดเร็วทันใจได้ที่นี่

ทรู ร่วม สตม. สนับสนุน ‘THIM app’  มอบซิมพร้อมเน็ตและสิทธิพิเศษ ให้นักท่องเที่ยวเริ่มต้นการเดินทางได้สะดวกตั้งแต่ก้าวแรก...
01/10/2026

ทรู ร่วม สตม. สนับสนุน ‘THIM app’ มอบซิมพร้อมเน็ตและสิทธิพิเศษ ให้นักท่องเที่ยวเริ่มต้นการเดินทางได้สะดวกตั้งแต่ก้าวแรก ย้ำเครือข่าย 5G อันดับ 1เร็ว แรง และปลอดภัย ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดทั่วไทย

กรุงเทพฯ 1 ตุลาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และพันธมิตรทุกภาคส่วน นำศักยภาพด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีการสื่อสาร สนับสนุนแอปพลิเคชัน THIM แพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลที่มุ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยทรูนำบริการเชื่อมต่อและสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวมาช่วยให้นักท่องเที่ยวติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูล และเริ่มต้นการเดินทางได้สะดวกตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงประเทศไทย

นายนิพนธ์ รักศรีอักษร หัวหน้าสายงานค้าปลีก และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าทุกช่องทาง บมจ. ทรูคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า "ช่วงแรกที่เดินทางถึงต่างประเทศเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวต้องการการเชื่อมต่อมากที่สุด ทั้งเพื่อติดต่อคนใกล้ตัว ดูเส้นทาง และเข้าถึงบริการต่าง ๆ ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาคีเครือข่ายภาครัฐ และเอกชนสนับสนุน แอปพลิเคชัน THIM แพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลที่มุ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาและพำนักในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาสร้างความประทับใจและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเรามุ่งมั่นที่จะเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางตั้งแต่วินาทีแรก โดยพร้อมมอบซิมทรู ให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แบบไร้รอยต่อผ่านเครือข่าย 5G ที่ครอบคลุมที่สุด ทั้งเร็ว แรง และปลอดภัย พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เราหวังว่าประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ก้าวแรกจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจประเทศไทย และอยากออกไปค้นพบจุดหมายต่าง ๆ ทั่วประเทศ"

สำหรับการร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เตรียมสิทธิพิเศษและบริการที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน THIM โดยเฉพาะ ประกอบด้วย

* เชื่อมต่อทันทีเมื่อถึงไทย - รับซิมทรูพร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 8GB ใช้งานได้นาน 1 วัน ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสื่อสารและใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มได้ทันที

* สิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ - มอบความพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ สินค้า Premium จากทรู และส่วนลดพิเศษสำหรับบริการล่องเรือเจ้าพระยาครูซ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ

* แพ็กเกจที่คุ้มค่าและยืดหยุ่น - ตัวเลือกแพ็กเกจเสริมที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกพฤติกรรมการใช้งานของนักท่องเที่ยว ให้ความคุ้มค่าสูงสุดตลอดการพำนักในประเทศไทย

* เครือข่าย 5G อันดับ 1 - มั่นใจด้วยเครือข่ายที่เร็ว แรง และปลอดภัย ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดทั่วไทย ทั้งในเมืองหลัก เมืองรอง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

ความร่วมมือระหว่างทรู คอร์ปอเรชั่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และพันธมิตรทุกภาคส่วนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างความมั่นใจและความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่นักท่องเที่ยว อันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ทรู คอร์ปอเรชั่น เกาะติดเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเฝ้าระวังเพิ่ม 11 จังหวัด – รุดลงพื้นที่เคียงข้างชาวแฟลตคลองจั่น ส่งวิศวก...
30/09/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น เกาะติดเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเฝ้าระวังเพิ่ม 11 จังหวัด – รุดลงพื้นที่เคียงข้างชาวแฟลตคลองจั่น ส่งวิศวกรลุยน้ำท่วมนำเครื่องปั่นไฟเสริมการสื่อสารท่ามกลางวิกฤต

กรุงเทพฯ 30 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฝ้าระวังสถานการณ์สถานีฐานรองรับการสื่อสารเพิ่มใน 11 จังหวัดเสี่ยง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยทีมวิศวกรเครือข่ายทรูติดตามสถานการณ์น้ำและความเสี่ยงต่อโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมทีมและอุปกรณ์รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสาร เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่แฟลตเคหะคลองจั่น ซึ่งยังคงเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมขังยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างหนัก ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าดูแลการสื่อสารด้วยความห่วงใย ส่งทีมวิศวกรเครือข่ายลุยระดับน้ำสูง พร้อมใช้เรือท้องแบนลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์เข้าไปเสริมสถานีฐานภายในชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่าย รองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่

ทรู คอร์ปอเรชั่นได้บริหารจัดการโครงข่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และมีการระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าในบางจุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ทรูได้เพิ่มการรองรับสัญญาณจากสถานีฐานบริเวณใกล้เคียง ทำให้ประชาชนยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ตามปกติ พร้อมเสริมมาตรการอีกขั้นด้วยการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าไปจ่ายไฟให้สถานีฐานภายในชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่าย รองรับการใช้งานสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังต้องเฝ้าระวัง

วิศวกรทรูฝ่าน้ำท่วมสูง นำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสริมสถานีฐาน เพิ่มความพร้อมการสื่อสาร 24 ชั่วโมง

ภารกิจครั้งนี้ ทีมวิศวกรทรูได้ลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์อะไหล่ที่จำเป็นขึ้นเรือท้องแบน ฝ่าระดับน้ำที่บางจุดสูงถึงระดับอก ก่อนนำอุปกรณ์ขึ้นอาคารแฟลตและติดตั้งระบบจ่ายไฟให้กับสถานีฐานบนอาคาร เพื่อเพิ่มความพร้อมและขีดความสามารถของโครงข่ายให้รองรับการใช้งานภายในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการโทร การใช้งานดาต้า การติดต่อกับครอบครัว การติดตามข้อมูลสถานการณ์ ตลอดจนการประสานขอความช่วยเหลือของประชาชนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

เบื้องหลังการดูแลโครงข่ายท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ทรู คอร์ปอเรชั่นได้นำ AI รูปแบบ Predictive Analytics มาใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงต่อโครงข่ายล่วงหน้า โดยสามารถประเมินสถานการณ์ในกรณีที่พื้นที่มีแนวโน้มเกิดไฟฟ้าดับต่อเนื่อง ว่าสถานีฐานจุดใดอาจได้รับผลกระทบในช่วงเวลาใด รวมถึงวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของความครอบคลุมสัญญาณและขีดความสามารถในการรองรับการใช้งาน เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการส่งทีมวิศวกร ระบบไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์เข้าเสริมในแต่ละพื้นที่ ลดผลกระทบต่อการใช้งานของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business Network Intelligence Center (BNIC) ใช้ AI วิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีฐานต่างๆ เป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์โครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงตามที่ระบบคาดการณ์ไว้ ศูนย์ BNIC จะประสานทีมภาคสนามให้เข้าดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้การดูแลโครงข่ายสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านความพร้อมภาคสนาม ทรูได้เตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับสถานีฐาน และอุปกรณ์โครงข่ายสำรอง รวมถึงรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) เรือท้องแบน และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมและเสริมความพร้อมของโครงข่ายได้ตามสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานีฐานสำคัญ (Critical Cell Sites) ที่รองรับโรงพยาบาล สนามบิน ศูนย์บัญชาการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมประสานการทำงานกับสำนักงาน กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมด้วยความห่วงใย

นอกเหนือจากภารกิจดูแลโครงข่าย ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังส่งต่อความห่วงใยไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบในแฟลตเคหะคลองจั่น โดยนำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเข้าไปมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ยังคงอยู่ภายในชุมชน

พร้อมกันนี้ ทรูยังคงติดตามและดูแลการสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งทีมวิศวกรได้เข้าดูแลโครงข่าย พร้อมนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (COW) เข้าเสริมสัญญาณ เพื่อรองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชน รวมถึงการประสานงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าช่วยเหลือในพื้นที่

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังต้องเฝ้าระวัง ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงติดตามสถานการณ์และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งทีมวิศวกรและอุปกรณ์เข้าพื้นที่ตามความจำเป็น เพื่อให้การสื่อสารยังคงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่เชื่อมประชาชนกับครอบครัว ข้อมูลข่าวสาร และความช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤต

เร่งสปีดความฝัน ชนะทุกขีดจำกัด! ทรูปลูกปัญญา True 5G มูลนิธิออทิสติกไทย ผสานองค์ความรู้และเทคโนโลยี เร็ว แรง ส่งแรงใจเชี...
30/09/2026

เร่งสปีดความฝัน ชนะทุกขีดจำกัด! ทรูปลูกปัญญา True 5G มูลนิธิออทิสติกไทย ผสานองค์ความรู้และเทคโนโลยี เร็ว แรง ส่งแรงใจเชียร์ทีมเยาวชนออทิสติกไทย “AU VIRTUS” ลุย STEM Racing 2026

กรุงเทพฯ 30 กันยายน 2569 – เพราะทุกศักยภาพควรได้รับโอกาสให้ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม... ทรูปลูกปัญญา และมูลนิธิออทิสติกไทย ผสานพลัง True 5G เดินหน้าต่อยอดศักยภาพเยาวชนออทิสติก จาก Autism Digital Learning Center (ADLC) เปิดโอกาสการเรียนรู้ทักษะ STEM ในระดับสากล สนับสนุนเยาวชนออทิสติกไทย ทีม “AU VIRTUS” เตรียมเข้าร่วมการแข่งขัน “STEM Racing Thailand National Finals 2026” เวทีที่จำลองโลกของ Formula 1 ผ่านโจทย์จริง ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ผลิต ทดสอบรถ F1 ขนาดจำลอง ตลอดจนบริหารจัดการและนำเสนอผลงาน ภายใต้แนวคิด “The Future of Formula 1 Begins Here” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าแข่งขันนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศาสตร์ เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร การแก้ปัญหา รวมถึงการทำงานร่วมกัน โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งครั้งนี้ ทีม AU VIRTUS ยกระดับจากรุ่น Entry Class สู่ Development Class อีกก้าวสำคัญจากห้องเรียนสู่ประสบการณ์จริงบนสนามแข่งขัน

ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน ทีม AU VIRTUS ประกอบด้วย นายปุณยสิทธิ์ สววิบูลย์ นายณพงศ์ อุทมสกุลรัตน์ นางสาววิมลเรขา โสมภีร์ นางสาวบุณิกา หล่อเกรียงไกร และนายณัฏฐ์ ทิพย์จันทร์ ได้นำเสนอแผนงาน แนวคิด รวมถึงการเตรียมทีม แก่ คุณพิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงาม หัวหน้าสายงานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย True 5G ในฐานะผู้สนับสนุนทีม ได้ร่วมเติมเต็มความพร้อมผ่านคำแนะนำและการแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ การถ่ายทอดเรื่องราว ไปจนถึงเทคนิคการนำเสนอผลงานอย่างมีพลัง นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์จากสถานการณ์จริงที่ช่วยให้น้อง ๆ ได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ สื่อสารอย่างมั่นใจ และทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย ก่อนนำทักษะที่ได้รับไปต่อยอดบนเวที STEM Racing Thailand National Finals 2026

นอกจากนี้ AU VIRTUS ยังเปิดรับพลังจากองค์กร หน่วยงาน และภาคธุรกิจที่เชื่อมั่นในความสามารถของเยาวชนออทิสติก เพื่อร่วมเป็นสปอนเซอร์ เติมเต็มความพร้อมในการก้าวสู่ STEM Racing Thailand National Finals 2026 เพราะทุกแรงสนับสนุนไม่ได้มีความหมายเพียงการพาน้อง ๆ ไปถึงสนาม หากยังเป็นอีกหนึ่งพลังที่เปิดประตูสู่การเรียนรู้ ช่วยให้ค้นพบความถนัด และได้พิสูจน์ศักยภาพด้วยตนเอง เมื่อได้รับพื้นที่ที่เหมาะสม ความฝันก็สามารถเดินทางไปได้ไกลไร้ขีดจำกัด โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมสนับสนุนผ่าน ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี “มูลนิธิออทิสติกไทย” เลขที่บัญชี 156-403566-7 พร้อมระบุหมายเหตุ “สนับสนุนทีม AU VIRTUS” เพื่อส่งต่อทุกพลังให้ทีมก้าวสู่สนามแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ ทรูปลูกปัญญาและ True 5G ในการเชื่อมเทคโนโลยี การศึกษา กับพื้นที่แห่งความเป็นไปได้ เพื่อให้เยาวชนออทิสติกได้ลงมือทำ กล้าคิด กล้าทดลอง และเผยศักยภาพในแบบของตนเอง เพราะสำหรับทรู “โอกาส” ไม่ได้หมายถึงเพียงการได้เข้าร่วม หากคือพลังที่ช่วยให้ทุกคนก้าวต่ออย่างมั่นใจ พร้อมพัฒนาความสามารถให้เติบโตและไปได้ไกลยิ่งขึ้น

#ทรูปลูกปัญญา
#มูลนิธิออทิสติกไทย

ทรูรวมพลังน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม …ผู้บริหาร พนักงานผนึกกำลังส่งถุงกำลังใจ พร้อมดูแลสัญญาณ เคียงข้างชุมชนฝ่าวิกฤตน้ำท่วม  กร...
29/09/2026

ทรูรวมพลังน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม …ผู้บริหาร พนักงานผนึกกำลังส่งถุงกำลังใจ พร้อมดูแลสัญญาณ เคียงข้างชุมชนฝ่าวิกฤตน้ำท่วม

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2569 – เพราะในทุกวิกฤต “น้ำใจ” คือพลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปด้วยกัน... บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยถึงประชาชนและเพื่อนพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผนึกกำลังผู้บริหารและพนักงานทรูจิตอาสาจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมแพ็ก “ถุงกำลังใจ” ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ เพื่อเร่งนำสิ่งของจำเป็นส่งตรงไปยังพื้นที่ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ พร้อมลงพื้นที่เคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งยังเผชิญน้ำท่วมสูงและมีประชาชนติดค้างในที่พัก นำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น ควบคู่กับการดูแลสัญญาณมือถือ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารและประสานขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมครั้งนี้นำโดย คุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ คุณนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน คุณคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย คุณฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้ คุณตะวัน จิตรถเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี และความปลอดภัยระบบสารสนเทศ และคุณภูธัต เนตรสุวรรณ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานทรูจิตอาสา ร่วมจัดเตรียมของใช้จำเป็น อาทิ อาหารแห้ง, บิสกิต และ น้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ควบคู่กับการเติมกำลังใจให้ประชาชนก้าวผ่านช่วงเวลาท้าทาย

ทั้งนี้ หนึ่งในพื้นที่ที่ทรูได้เร่งเข้าช่วยเหลือคือเคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งระดับน้ำท่วมยังคงสูงและมีประชาชนจำนวนมากติดค้างอยู่ภายในที่พัก ทีมทรูได้รุดลงพื้นที่นำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นส่งถึงมือชุมชนอย่างเร่งด่วน พร้อมส่ง ทีมวิศวกรเครือข่าย เข้าตรวจสอบและดูแลสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้การติดต่อสื่อสาร การประสานขอความช่วยเหลือ ตลอดจนการรับข้อมูลข่าวสารสำคัญยังดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะน้ำท่วมที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สำหรับทรู การดูแลสังคมไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของ หากคือการนำทั้ง “พลังของคน” และ “พลังของการสื่อสาร” มาเชื่อมความห่วงใยให้ไปถึงในเวลาที่มีความหมายที่สุด ตั้งแต่ร่วมแพ็กถุงกำลังใจ ทีมงานที่ลงพื้นที่ ไปจนถึงโครงข่ายที่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ล้วนสะท้อนหัวใจของชาวทรูที่พร้อมยืนเคียงข้างสังคม เพื่อให้ทั้งความช่วยเหลือและการเชื่อมต่อยังคงไปถึงผู้ที่กำลังต้องการ

#ทรูรวมน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม #ใส่ใจเพื่อส่วนรวม

มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ผนึกกำลังเข้มแข็ง 3 ภาคส่วน เร่งขับเคลื่อนการศึกษาไทย ต่อยอดการพัฒนาสู่อิมแพ็กและส...
29/09/2026

มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ผนึกกำลังเข้มแข็ง 3 ภาคส่วน เร่งขับเคลื่อนการศึกษาไทย ต่อยอดการพัฒนาสู่อิมแพ็กและสร้างผลลัพธ์จริง ครอบคลุม 7,023 รร.คอนเน็กซ์อีดีทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2569 – สานต่อพลังความร่วมมือภาครัฐ – ประชาสังคม – 64 องค์กรเอกชนขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ยั่งยืน…มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จัดการประชุมสามัญและความร่วมมือ 3 ภาคส่วนประจำปี 2569 ณ แกรนด์ฮอลล์ ทรู ดิจิทัล พาร์ค (เวสต์) โดยมีคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยซีอีโอ คณะผู้บริหารจากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้บริหารเครือข่ายพันธมิตร 64 องค์กร คณะกรรมการ และคณะทำงานมูลนิธิฯ เพื่อร่วมกันหารือ วางแผน และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย และยกระดับการจัดการการศึกษาก้าวทันยุคดิจิทัลในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 7,023 แห่ง มีนักเรียนที่ได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาสะสมแล้วกว่า 2.57 ล้านคน บุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาศักยภาพกว่า 114,000 คน ขณะที่มีผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) ผ่านการพัฒนาทักษะผู้นำกว่า 2,100 คน และผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ภาครัฐและเอกชนครอบคลุมทุกโรงเรียนทั่วประเทศ

จาก “การสร้างโอกาส” สู่ “ผลลัพธ์ที่วัดได้” ด้วยกลไก 5 ยุทธศาสตร์หลัก

จากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ผลักดันผลการดำเนินงานของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี เป็นไปตามเป้าหมาย สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้อง 5 ยุทธศาสตร์หลัก เชื่อมโยงกันตั้งแต่การบริหารโรงเรียน การพัฒนาครูและบุคลากร ไปจนถึงกระบวนการเรียนรู้และผลลัพธ์ของผู้เรียน โดยด้าน Standards & Transparency ผลประเมิน School Grading ปีการศึกษา 2568 มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.14 และมีโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี 61% อยู่ในระดับ Good ขึ้นไป รวมถึงผลักดันการใช้ DE Cloud Server ครอบคลุมโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีกว่า 7,000 แห่ง และขยายการใช้งานระบบ School Management System (SMS) สู่ 29,000 โรงเรียนในสังกัดสพฐ. ทั่วประเทศจากการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ขณะที่ด้าน Market Mechanisms สามารถระดมทุนผ่าน Crowdfunding สะสมกว่า 232 ล้านบาท และยกระดับ School Partner กว่า 2,100 คน ให้มีทักษะในการร่วมวิเคราะห์โจทย์และวางแผนพัฒนาโรงเรียนกับผู้บริหารสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำสื่อเผยแพร่กิจกรรมและคอนเทนต์ส่งเสริมด้านการศึกษาเกี่ยวกับมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิฯ ยังเดินหน้าพัฒนา High Quality Principals & Teachers ทั้งเสริมทักษะครูด้าน Active Learning สร้าง ICT Talent และเตรียมบุคลากรด้าน Digital และ AI โดยมีครู 27,746 คนผ่านการอบรมด้าน AI และ AI Governance ขณะที่ยุทธศาสตร์ Child Centric & Curriculum ได้ขยาย Learning Center ไปยังโรงเรียนในสังกัดและโรงเรียนคุณภาพ ทั้งในรูปแบบ Physical และ Virtual Learning Center จนปัจจุบันมีมากกว่า 2,304 แห่งทั่วประเทศ ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมมือกัน โดยผลวิจัยพบว่านักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 73.5% มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สูงขึ้น พร้อมต่อยอด World Library สู่แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่รวบรวมองค์ความรู้กว่า 18,800 คอนเทนต์จากพันธมิตร และพัฒนา AI Chatbot เพื่อช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล และด้าน Digital & AI Infrastructure มีการจัดสรรคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษาแล้ว 60,959 เครื่อง พร้อมติดตั้งโปรแกรมพื้นฐานและโปรแกรมคัดกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เมื่อถูกเชื่อมเข้ากับครูนักเรียน กระบวนการเรียนรู้ และบริบทของโรงเรียนอย่างเป็นระบบและมีความรับผิดชอบ

ดึง CSAP “วัดผล–ประเมิน–พัฒนา” ต่อเนื่อง เทียบเคียงมาตรฐานสากล

มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ยังได้จัดทำ CONNEXT ED Standardized Assessment Program (CSAP) การประเมินผลด้วยข้อสอบกลางมาตรฐานคอนเน็กซ์อีดี ซึ่งพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเป็นระบบ โดยประยุกต์แนวทางการประเมินที่เทียบเคียงมาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้งทักษะการคิดวิเคราะห์และความฉลาดรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนเข้าร่วมการทดสอบแล้ว 7,779 คน จาก 191 โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีนำร่อง โดยผลการประเมินจะถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับคณะทำงาน เพื่อให้เห็นจุดแข็ง ช่องว่าง และประเด็นที่ต้องเร่งพัฒนา ก่อนนำไปต่อยอดสู่การยกระดับการเรียนรู้อย่างตรงจุดภายในปี 2570

สัมผัส “โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี” เสริมสร้าง “Lifelong Learning”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ นิทรรศการจำลอง “โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี” ที่ยกภาพการพัฒนาโรงเรียนภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์มารวมไว้ในที่เดียว ถ่ายทอดให้เห็นเส้นทางการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ “ระบบโรงเรียน” ไปจนถึง “ศักยภาพของเด็ก” ผ่าน 3 โซนสำคัญ เริ่มจาก โซนที่ 1 Smart & Safe School เปิดภาพโรงเรียนที่บริหารจัดการด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี ทั้ง School Management System ที่รวบรวมข้อมูลโรงเรียนแบบ 360 องศา School Grading เพื่อค้นหาจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา ตลอดจนบทบาทของ School Partner และ ICT Talent พร้อมสาธิตการประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียน ก่อนเชื่อมเข้าสู่ โซนที่ 2 Learning Center ที่เปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ “รับความรู้” เป็นพื้นที่ “สร้างการเรียนรู้” ผ่านกระบวนการ Child-Centric Learning ทั้ง 5 ขั้นตอน ตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบ ลงมือทำร่วมกัน อภิปรายด้วยเหตุผล และพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ โดยครูเป็นผู้ช่วยอำนวยการเรียนรู้ มีเทคโนโลยีและ AI เป็นเครื่องมือ มีอุปกรณ์และสื่อดิจิทัลเปิดโลกการเรียนรู้ และมีชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้เด็กค้นพบความสนใจและศักยภาพของตนเอง ปิดท้ายด้วย โซนที่ 3 School Showcase ที่นำผลงานจริงของนักเรียนโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีภายใต้การสนับสนุนของพันธมิตรมาจัดแสดง สะท้อนการนำความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเป็นผลงานที่จับต้องได้ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากข้าวไร่ดอกข่า จากรร.บ้านตากแดด จ.พังงา กระเป๋าสานผักกระจูด จากรร.วัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) จ.พัทลุง ไข่ไก่จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน แก้วเพ้นท์ลายจากรร.บ้านอัยเยอร์เวง จ.ยะลา ข้าวแต๋นน้ำย้อยจากรร.บ้านหนุนเหนือ จ.แพร่ และทองม้วนจากรร.กระทุ่ม (โสมประชาสรรค์) จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึง น้ำมันนวด 3 สูตรจาก รร.ชุมชนช่อแล จ.เชียงใหม่ ทั้ง 3 โซนจึงไม่เพียงจำลองภาพของ “โรงเรียนที่ดี” แต่สะท้อนเป้าหมายของ CONNEXT ED ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทำให้เด็ก คิดเป็น ทำเป็น ค้นพบสิ่งที่ตนเองถนัด และมีทักษะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning พร้อมเติบโตและก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ สำหรับองค์กรที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-858-1881-2 หรืออีเมล: [email protected] รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิฯ ได้ที่ connexted.org

#มูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี
เว็บไซต์: http://connexted.org
FB: CONNEXT ED

เกี่ยวกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED Foundation)
มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559 จากโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ภายใต้ความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ต่อมาจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิในปี 2563 โดยมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้มั่นคงและยั่งยืน ตามแนวทาง 5 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามาส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทย

99ปัจจุบัน มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำของไทยรวมแล้ว 64 องค์กร โดยมี 12 องค์กรเอกชน ร่วมเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์, กลุ่มเซ็นทรัล, บมจ. ซีพี ออลล์, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, กลุ่มมิตรผล, กลุ่มปตท., ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), เอสซีจี, บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ต่อมาในระยะที่ 2 มีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วม ได้แก่ บมจ. บ้านปู, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, บจ. ไทยฮอนด้า, บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น, บมจ. บีอีซี เวิลด์, บจ. เบอร์แทรม (1982), บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย), บจ. เอดู พาร์ค, โรงเรียนเอ็นคอนเส็ปท์ อี แอคเคเดมี่, บจ. โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์), บจ. เควี อิเล็กทรอนิกส์, บจ. เอส เค โพลีเมอร์, บจ. สลิงชอท กรุ๊ป, บจ. ไทยโตชิบาอุตสาหกรรมไฟฟ้า และบจ. สวนอุตสาหกรรมบางกะดี, บจ. เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย)

หลังจากนั้นในระยะที่ 3 มีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วม ได้แก่ บจ. แอมิตี, บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, บมจ. ซี.พี.แลนด์, บจก. เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร (ข้าวโพด), บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า, บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์, บมจ. วีจีไอ, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, กลุ่มธุรกิจ ทีซีพี, บมจ. สมิติเวช, บจ. โพรนาลิตี้, ธนาคารออมสิน, บจ. ไตรโซลูชั่น, เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล, บจ. เอ็ดดูเคชั่น อีซี่ (ไทยแลนด์), สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, บจ. ฟู้ดแพชชั่น, สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), บจ. ทรู ดิจิทัล พาร์ค, กลุ่มแพคริม, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), บริษัท ทีทรี เทคโนโลยี จำกัด และ บจ. ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

และล่าสุด ในระยะที่ 4 นี้ มีเครือข่ายพันธมิตรใหม่เข้าร่วม ได้แก่ บจ. โชว์ไร้ขีด, บมจ. โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์, วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์, บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย, บจ. อินสครู, บจ. เพลินจะเรียน เพียรจะเล่น, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE), บจ. คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย), บจ. บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บจ. อัลเตอร์วิม และโรงเรียนบางกอกพัฒนา

“ศุภชัย เจียรวนนท์” นำทีม “ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี” พร้อมผู้บริหารทรู ร่วมแพ็กถุงกำลังใจ ส่งต่อความห่วงใยถึงผู้ประสบภัย...
28/09/2026

“ศุภชัย เจียรวนนท์” นำทีม “ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี” พร้อมผู้บริหารทรู ร่วมแพ็กถุงกำลังใจ ส่งต่อความห่วงใยถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ 28 กันยายน 2569 - คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสา ร่วมภารกิจ “ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี” แพ็ก “ถุงกำลังใจ ซีพีร้อยเรียงความดี” ณ แม็คโคร สาขาสาทร เพื่อเตรียมส่งต่ออาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ ผู้บริหารทรู โดยคุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล พร้อมด้วยคุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ และคุณภูธัต เนตรสุวรรณ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังเครือซีพี ลงมือแพ็กถุงยังชีพและส่งต่อกำลังใจไปยังชุมชนที่กำลังเผชิญความเดือดร้อน

พร้อมกันนี้ เครือซีพียังจัดส่ง หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่เร่งด่วน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงที สะท้อนพลังของการร่วมแรงร่วมใจที่พร้อมยืนเคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กสทช. ห่วงใยประชาชนพื้นที่น้ำท่วมเคหะร่มเกล้า ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW เสริมสัญญาณ รองรับการ...
28/09/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กสทช. ห่วงใยประชาชนพื้นที่น้ำท่วมเคหะร่มเกล้า ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW เสริมสัญญาณ รองรับการติดต่อสื่อสารและประสานความช่วยเหลือ

กรุงเทพฯ 28 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงาน กสทช. ดูแลการสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วมเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ด้วยความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเร่งนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) เข้าติดตั้งเพื่อเสริมสัญญาณและรองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชน รวมถึงการประสานความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำท่วมยังอยู่ในระดับสูง และบางจุดสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ขณะที่หลายหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งการอพยพออกจากพื้นที่ การขนย้ายสิ่งของ และการนำอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ยังอยู่ภายในชุมชน

ในสถานการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากยังคงอยู่ในพื้นที่ การติดต่อสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งสำหรับการประสานขอความช่วยเหลือ การติดต่อกับครอบครัว และการติดตามข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ล่าสุด การเสริมสัญญาณในพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อทั้งประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจอพยพ ให้ความช่วยเหลือ และนำสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ เพื่อให้การติดต่อและประสานงานสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

การนำ COW เข้าพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการฉุกเฉินของทรูในการดูแลโครงข่ายสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยทีมวิศวกรภาคสนามยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับการทำงานและเสริมอุปกรณ์ตามความจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสาร รับข้อมูลข่าวสาร และประสานความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินด่วนรับมือฝนหนัก-น้ำท่วม เพื่อบริการสื่อสาร 5G, 4G และ WiFi ต่อเนื่อง 24 ชม. ทุกสถ...
26/09/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินด่วนรับมือฝนหนัก-น้ำท่วม เพื่อบริการสื่อสาร 5G, 4G และ WiFi ต่อเนื่อง 24 ชม. ทุกสถานการณ์

▪️ติดตั้งระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วม เสริมการป้องกันชุมสายหลักและชุมสายย่อยในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ
▪️ปรับแผนจัดทีมย่อยนำโดยวิศวกรประจำแต่ละโซน ดูแลโครงข่ายสื่อสารต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
▪️เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงแบบเรียลไทม์ผ่านระบบกล้องวงจรปิด CCTV เฉพาะจุด
▪️พร้อมเตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง และการขนส่งเติมเชื้อเพลิง รองรับสถานการณ์ต่อเนื่อง

26 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ 25 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงหลายจุดใน กทม. ปริมณฑล และภูมิภาคต่างๆ โดยระดมทีมวิศวกรภาคสนามเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง ติดตั้งระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมบริเวณชุมสายหลักและชุมสายย่อย รวมทั้ง ติดตามเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงแบบเรียลไทม์ผ่านระบบกล้องวงจรปิด CCTV เฉพาะจุด พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์และศูนย์ดูแลสัญญาณฉุกเฉินย่อยประจำภูมิภาค เพื่อกระจายทีมงานและอุปกรณ์ให้สามารถเข้าดูแลโครงข่ายได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การสัญจรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งการติดต่อสื่อสารมีความสำคัญต่อประชาชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการประสานความช่วยเหลือ

ทรูติดตั้งแนวกั้นป้องกันน้ำท่วม เสริมการป้องกันชุมสายสื่อสารพื้นที่เสี่ยง

ทีมวิศวกรทรูได้ระดมกำลังเข้าประจำพื้นที่ พร้อมติดตามระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงต่อสถานีฐานและชุมสายอย่างใกล้ชิด โดยนำ ระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วม มาเสริมการป้องกันชุมสายหลักและชุมสายย่อยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย เพิ่มการดูแลสถานีฐานโดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วม

ล่าสุด ทรูได้ติดตั้งระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมบริเวณชุมสายการสื่อสาร พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณชุมสายหลัก ชุมสายย่อย และสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถเพิ่มมาตรการป้องกันได้ทันตามสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังคงใช้มาตรการป้องกันที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งการยกระดับอุปกรณ์สำคัญให้สูงจากพื้น การสร้างฐานยกระดับ รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในจุดเฝ้าระวัง เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และตรวจพบความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง

ตั้งทีมย่อยนำโดยวิศวกรเครือข่ายประจำโซน ดูแลโครงข่าย 24 ชั่วโมง

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ทำให้การเดินทางเข้าถึงบางพื้นที่มีข้อจำกัด ทรูได้ปรับแผนการทำงานของทีมภาคสนาม โดย แบ่งทีมงานเป็นทีมย่อยนำโดยวิศวกรประจำแต่ละโซน พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์และศูนย์ดูแลสัญญาณฉุกเฉินย่อยประจำภูมิภาค เพื่อให้การตัดสินใจ การจัดสรรกำลังคน และการส่งอุปกรณ์สามารถดำเนินการได้ใกล้พื้นที่มากขึ้น ลดการเดินทางข้ามพื้นที่ และพร้อมดูแลโครงข่ายสื่อสารอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ทีมวิศวกรภาคสนามทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ Business Network Intelligence Center (BNIC) ซึ่งติดตามสถานะโครงข่ายทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลจากสถานีฐาน สภาพอากาศ และสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อประเมินจุดที่ต้องเฝ้าระวังและจัดลำดับความสำคัญในการส่งทีมเข้าดูแล

สำรองระบบไฟฟ้าและเชื้อเพลิง พร้อมวางระบบขนส่งรองรับสถานการณ์ต่อเนื่อง

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการรักษาระบบไฟฟ้าสำหรับสถานีฐานและอุปกรณ์โครงข่าย หากระบบไฟฟ้าหลักในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ทรูได้เตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรอง และเชื้อเพลิงไว้ในพื้นที่ พร้อมวางระบบการขนส่งสำหรับนำเชื้อเพลิงเข้าเติมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องหากจำเป็น โดยวางแผนเส้นทางและการเข้าถึงพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำท่วม

ขณะเดียวกัน ได้เตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) และยานพาหนะรถและเรือสำหรับเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเสริมความพร้อมในการดูแลโครงข่าย โดยให้ความสำคัญกับสถานีฐานที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสารและการประสานความช่วยเหลือในพื้นที่

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงติดตามสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ ระบบไฟฟ้า และสถานะโครงข่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกำลังทีมวิศวกร อุปกรณ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง และมาตรการป้องกันตามสถานการณ์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการสื่อสาร ให้ประชาชนสามารถติดต่อครอบครัว เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกสถานการณ์

จาก AI ที่เข้าถึงได้ สู่ AI ที่ทุกคนใช้ได้จริง….ทรูหนุน TH-AI Passport เปิดแพ็ก AiPASS เพียง 29 บาท ใช้ดาต้าบน AiPASS ได...
25/09/2026

จาก AI ที่เข้าถึงได้ สู่ AI ที่ทุกคนใช้ได้จริง….ทรูหนุน TH-AI Passport เปิดแพ็ก AiPASS เพียง 29 บาท ใช้ดาต้าบน AiPASS ได้ไม่จำกัด เปิดโอกาสคนไทยเรียนรู้และใช้ AI ได้มากขึ้น เพียงกด *900*290 #โทรออก หรือ สมัครที่แอปทรูได้เลย

กรุงเทพฯ – 25 กันยายน 2569 : ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมสนับสนุนโครงการ “TH-AI Passport” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตราคาพิเศษสำหรับการใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS เพียง 29 บาทต่อเดือน ใช้ดาต้าบน AiPASS ได้ไม่จำกัด เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเรียนรู้ ทดลอง และนำ AI ไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องในชีวิตจริง ตั้งแต่การเรียน การทำงาน การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจและทักษะดิจิทัล แพ็กเกจดังกล่าวเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2570 โดยมุ่งเติมเต็มการเข้าถึง AI ให้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อที่คุ้มค่า เพื่อให้คนไทยสามารถนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ การทำงาน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้ในทุกวัน ลูกค้าทรูผู้สนใจสามารถสมัครแพ็กเกจได้ง่ายๆ เพียงกด *900*290 #โทรออก หรือสมัตรได้ที่แอปทรู

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูเชื่อว่า AI ควรเป็นโอกาสที่คนไทยสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และนำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือผู้ประกอบการ เรามีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนวิสัยทัศน์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการขับเคลื่อนโครงการ TH-AI Passport เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ ทดลอง และนำ AI ไปต่อยอดได้อย่างกว้างขวาง เพราะการก้าวสู่เศรษฐกิจ AI จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทรูจึงนำศักยภาพด้านเครือข่ายและการเชื่อมต่อมาร่วมเติมเต็มโครงการ ด้วยแพ็กเกจพิเศษสำหรับการใช้งาน AiPASS ในราคาเพียง 29 บาทต่อเดือน ใช้ดาต้าบน AiPASS ได้ไม่จำกัด เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้และทดลองใช้ AI ได้อย่างต่อเนื่อง และนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่การศึกษา การทำงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจ

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมกันสร้างรากฐานสังคมดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้กว้างขวางยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าเมื่อคนไทยสามารถนำ AI มาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีนี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะ เพิ่มศักยภาพ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ พร้อมเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนประเทศไทยในยุค AI

ผู้สนใจสามารถสมัครแพ็กเกจได้ง่ายๆ เพียงกด *900*290 #โทรออก หรือ แอปทรู หรือติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่ https://www.true.th/promotion/package-add-ons-ai-pass

ที่อยู่

True Corporation
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ PR True โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ได้รับการสนับสนุน

แชร์