Smart Silver Nano

Smart Silver Nano กำจัดกลิ่นเหม็นอับที่ต้นเหตุ ทีมทำการตลาดออนไลน์ ของบริษัท Success More และรับทำการตลาดทั่วไป

✨👟 คืนความสดชื่นให้รองเท้าคู่โปรดของคุณด้วย Shoetalk! 👟✨💙 นวัตกรรมใหม่  Shoetalk ที่มาพร้อมกับส่วนผสมของซิลเวอร์นาโน เพื...
16/07/2024

✨👟 คืนความสดชื่นให้รองเท้าคู่โปรดของคุณด้วย Shoetalk! 👟✨

💙 นวัตกรรมใหม่ Shoetalk ที่มาพร้อมกับส่วนผสมของซิลเวอร์นาโน เพื่อการดูแลรองเท้าของคุณให้สะอาดสดชื่นและปราศจากกลิ่นอับไม่พึงประสงค์

🔹 ฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยปราศจากแอลกอฮอล์
🔹 กำจัดกลิ่นเหม็นของรองเท้าที่ต้นเหตุ
🔹 ขนาดบรรจุ 150 มล. ในราคาสุดคุ้มเพียง 250 บาท

หมดปัญหารองเท้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ให้ Shoetalk ช่วยคุณสิคะ! 😍

📌 สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม ทักแชทมาได้เลยค่ะ!

#รองเท้าสดชื่น #เงินซิลเวอร์นาโน #กำจัดกลิ่นรองเท้า #รองเท้าสะอาด #รองเท้าไม่มีแบคทีเรีย

👟✨ [ShoeTalk] - คืนความสดชื่นให้กับรองเท้าคู่โปรดของคุณ! ✨👟เหนื่อยไหมกับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากรองเท้า? มาให้ ShoeTalk ช่ว...
14/07/2024

👟✨ [ShoeTalk] - คืนความสดชื่นให้กับรองเท้าคู่โปรดของคุณ! ✨👟

เหนื่อยไหมกับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากรองเท้า? มาให้ ShoeTalk ช่วยคุณ! เพียงพ่นสเปรย์ Shoetalk บนรองเท้าของคุณ รองเท้าคู่โปรดจะกลับมาสดชื่นเหมือนใหม่ทันที! 🌟

📌 ขนาดบรรจุ 150 mL
📌 ราคาเพียง 250 บาทเท่านั้น!

ช้อปเลย!

ให้รองเท้าของคุณได้พูดออกมาว่า "Wow!" ทุกครั้งที่สวมใส่

#คืนความสดชื่นให้รองเท้า #ช้อปออนไลน์ #รองเท้าสดชื่น #สเปรย์กำจัดกลิ่น

คุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของรองเท้าคู่โปรดอยู่ใช่ไหม?🌟 แนะนำ Shoetalk สเปรย์ขจัดกลิ่นเหม็น อับ ที่ต้นเหตุ! 🌟Shoetalk มี...
14/07/2024

คุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของรองเท้าคู่โปรดอยู่ใช่ไหม?

🌟 แนะนำ Shoetalk สเปรย์ขจัดกลิ่นเหม็น อับ ที่ต้นเหตุ! 🌟

Shoetalk มีส่วนผสมของซิลเวอร์นาโนที่ทรงพลัง ช่วยกำจัดแบคทีเรียโดยปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นเหม็นกวนใจอีกต่อไป!

🛡️ ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ต้นเหตุ
🚫 ไม่มีแอลกอฮอล์
🕒 เพียงพ่นทิ้งไว้ 30 นาที กลิ่นหายเกิน 50%

สั่งซื้อ Shoetalk ได้ที่นี่ 👉

หมดปัญหากลิ่นเหม็นให้รองเท้าคู่โปรดของคุณ พร้อมออกไปเดินอย่างมั่นใจ!

#ขจัดกลิ่นรองเท้า #ซิลเวอร์นาโน #ไม่มีแอลกอฮอล์ #รองเท้าหอมสดชื่น

ใครกำลังหาอยู่คลิก⇓⇓ ดูข้อมูลเพิ่มเติมhttps://bit.ly/3xjbhQe
16/06/2021

ใครกำลังหาอยู่
คลิก⇓⇓ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
https://bit.ly/3xjbhQe

วิธีการขายของออนไลน์ของคนที่ประสบความสำเร็จ เขาทำกันอย่างไร 1. ตั้งราคาขายสินค้าประมาณ 300-1500 บาท เพราะซื้อง่ายขายคล่อ...
01/05/2018

วิธีการขายของออนไลน์ของคนที่ประสบความสำเร็จ เขาทำกันอย่างไร
1. ตั้งราคาขายสินค้าประมาณ 300-1500 บาท เพราะซื้อง่ายขายคล่อง ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญในเรื่องของราคา จากประสบการณ์ของผู้ขายหลายๆ คน การตั้งราคาขายของในราคาระดับนี้จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อของได้ง่ายที่สุด ส่วนจะซื้อมากน้อยเพิ่มขึ้นเท่าไหร่อยู่ที่ความสามารถของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการพูดคุยกับลูกค้า และแน่นอนการพูดคุยคุณต้องมีวาทศิลป์ผ่านหน้าจอให้ดีที่สุด จริงๆ มันง่ายกว่าคุยต่อหน้าเยอะเลย ลองไปฝึกกันดูนะครับ

2. ส่งสินค้าเร็ว 1-2 วัน ความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยิ่งลูกค้าได้รับสินค้าเร็ว รับรองลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำแน่นอน เพราะการซื้อครั้งแรกอาจจะเป็นการทดลองสั่งสินค้าดูก่อน หากคุณส่งสินค้าจริง สินค้าดี รับรองมีซ้ำ

3. ขนาดกล่องไม่เกินกล่องไปรษณีย์ หากสินค้าคุณมีน้ำหนักที่น้อย มันช่วยให้คุณและลูกค้าคุณประหยัดค่าส่งได้เป็นอย่างดี ลองคิดดูว่า หากคุณบวกค่าส่งไปตั้ง 200 บาท นั่นแสดงว่ามันทำให้ลูกค้าบอกว่าค่าส่งแพงจัง

4. สินค้า re-order ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี สินค้าเก่าขายให้ลูกค้าใหม่ สินค้าใหม่ขายให้ลูกค้าเก่า เคล็ดลับความสำเร็จอีกประการคือ มันจะสบายมากๆ หากลูกค้าเก่าสั่งซื้อสินค้าของคุณทุกเดือน เพราะการสะสมลูกค้านั่นหมายความว่าหลังจาก 1 เดือนที่คุณเริ่มขายของ เดือนถัดไปคุณจะออกแรงในการทำงานลดลงไปอีก 20% เพราะฐานลูกค้าเก่าที่คุณมี

5.ใส่นวัตกรรมเข้าไป หรือเขียนเรื่องราวให้เข้ากับสินค้าที่มีอยู่ การที่คุณพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ คู่แข่งตามไม่ทัน หรือสินค้าคุณ มีความเชื่อในเรื่องราวที่เป็นอยู่ นั่นล่ะความรวยอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว

6. ต้องหาแหล่งผลิตหรือนำเข้าสินค้ามายาก มันเป็นการตัดคู่แข่งไปอย่างง่ายดาย หากคุณเริ่มต้นได้ยากเท่าไหร่ จำไว้นะว่า สิ่งที่คุณหามาได้ง่ายๆ ก็มีคนเลียนแบบคุณได้เหมือนกัน

7. ตั้งราคาขายต่ำกว่าท้องตลาด 30% และบวกกำไรจากต้นทุนต้องได้ขั้นต่ำ 4.5 เท่า จัดโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ แล้วเหลือ 3 เท่า และถ้าจะขายส่งต้องได้ 1.5-2 เท่า เช่น ต้นทุน 100 ขาย 450+ จัดโปรโมชั่นเหลือ 300 ซึ่งเป็นราคาที่ขายที่จะต้องต่ำกว่าคู่แข่งอื่น 30% (คนอื่นขาย 700 บาท คุณอาจต้องขาย 450-490 บาท) ขายส่ง 150-200 บาท

8. สินค้าต้องดี มีคุณภาพ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ คืออยู่เฉยๆ จะต้องขายได้ โดยที่ไม่ต้องทำอะไร แต่ยังโฆษณาอยู่แต่ไม่ได้ยุ่งอะไร ที่สำคัญคือ แม้ว่าคุณจะไปทำงานอย่างอื่นหรือมีธุรกิจส่วนตัวอื่นๆ สินค้าจะยังต้องขายได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นการบอกต่อ หรือ ใช้เงินในการโฆษณา หรือใช้ระบบออนไลน์ตัวอื่นมาสร้างยอดขายให้ได้

ทดลองทำกันครับ ไม่ยากเลย
19/04/2018

ทดลองทำกันครับ ไม่ยากเลย

วันนี้มาลองสร้างแชทบอทกันเลย ! หลังจากจบตอนนี้ไปจะประยุกต์เป็นโปรแกรมผู้ช่วยแบบฟ้าใส บอทสำหรับตอบร้านค.....

8 เทรนด์ E-Commerce ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 ที่ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องรู้ ปรับตัว รับมือ1. ปรากฏการณ์ Micro-Moments ช่วงเ...
02/04/2018

8 เทรนด์ E-Commerce ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 ที่ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องรู้ ปรับตัว รับมือ
1. ปรากฏการณ์ Micro-Moments ช่วงเวลาแว้บเดียว ส่งผลต่อยอดขายมหาศาล เมื่อลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากซื้ออยากรู้ และต้องการได้รับการตอบสนองในทันทีเมื่อค้นหาบนสมาร์ตโฟน ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ จึงต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้สินค้าตนเองไปอยู่ในจุดจุดนั้นเมื่อลูกค้ากำลังมองหา และพร้อมให้บริการได้โดยทันที
2. VR & AR VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) ด้วยศักยภาพในการ “วาร์ป” การรับรู้ของผู้ใช้เข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง โดยได้รับการเรนเดอร์ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกอย่างสวยงามสมจริง เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงร้านค้าอีคอมเมิร์ซด้วยความแปลกใหม่ เปรียบเสมือนการทัวร์เสมือนจริง และนำเสนอโดยโมเดล 3 มิติ เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้โดยละเอียดกว่ารูปแบบเดิม ๆ และจะนิยมมากขึ้นในปี 2561 อย่างแน่นอน
3. แอป Messenger และ AI Chatbot ที่มีบทบาทมากขึ้น ต่อไปนี้แอป Messenger และ AI Chatbot จะมีบทบาทในตลาดอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยยกระดับการบริการลูกค้าและตอบสนองได้แบบทันที โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเฝ้าอยู่ที่หน้าจอ แถมยังสามารถแนะนำสินค้า ส่วนลดต่าง ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นในปี 2561 Chatbot จะมีส่วนร่วมอยู่ในทุก ๆ แอปพลิเคชันของอีคอมเมิร์ซด้วย
4. Personalized Shopping Experience การตลาดที่เลือกได้ ขายของตรงคน สินค้าตรงใจ ปัจจุบันผู้ค้าหลายรายต่างทำ Personalized Shopping กันแล้ว โดยเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้าแต่ละคน รวมถึงพฤติกรรมการค้นหาสินค้าและประวัติการซื้อก่อนหน้านั้น แล้วนำเสนอสินค้าที่เข้ากับความสนใจของลูกค้าเหล่านั้น เมื่อเข้าสู่ปี 2561 เราจะเห็นการทำการตลาดแบบนี้มากขึ้น ทุกแพลตฟอร์มจะสามารถตอบสนองต่อลูกค้าแต่ละคนได้แตกต่างกันออกไป
5. ระบบสั่งงานด้วยเสียง เช่น Apple Siri, Amazon Alexa, Google Assistant นั้นจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อพูดคุยกับผู้ช่วยเหล่านี้ได้มีการนำมาใช้เป็นวิธีเพื่อค้นหาสินค้า หรือเช็กยอดเงิน รวมถึงการโอนเงินชำระสินค้าได้ด้วยเช่นกัน
6. Omni Channel Marketing อนาคตของร้านค้าปลีก เป็นการนำ Cross-Channel มาปรับปรุงโดย Integrate ข้อมูลของช่องทางต่าง ๆ และ Back Office กันอย่างสมบูรณ์ นอกจาก Integrate ข้อมูลแล้ว ทางร้านค้าต้อง Integrate Business Operations เข้าด้วยกันทั้งหมดเพื่อที่จะตอบสนองความพอใจของลูกค้า เช่น ลูกค้าเข้าไปเลือกเสื้อผ้าผ่านอีคอมเมิร์ซ และต้องการไปเอาสินค้าที่สาขา ระบบจะทำการตรวจสอบสต็อกสาขาที่มี และให้ลูกค้าเลือกสาขาที่ใกล้ที่สุด เมื่อลูกค้าเข้าไปถึงร้าน พนักงานจะดึงข้อมูลเสื้อผ้าที่ลูกค้าต้องการพร้อมทั้งวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้า นำไปสู่การเสนอสินค้าอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย ทำให้ลูกค้าพึงพอใจและกลับมาซื้อสินค้าใหม่ ความน่าสะพรึงกลัวของ Omni Channel ในยุคใหม่นั้นก็คือ สามารถตรวจจับพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างทะลุทะลวง เราคงมีโอกาสได้เห็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ Omni Channel ออกมาอีกมากในปี 2018 อย่างแน่นอน
7. Delivery Trend ส่งเร็วขายรวย แนวโน้มการขยายตัวในปี 2561 คือ การเพิ่มขึ้นของตัวเลือกการจัดส่งที่รวดเร็ว ช่วยให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าของพวกเขาในวันถัดไป หรือแม้แต่วันที่ซื้อโดยทันที SMEs รายใดสามารถตอบโจทย์ลูกค้าด้วยการเดลิเวอรี่สินค้า และบริการตามออเดอร์ที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิต!! ธุรกิจย่อมมีแต่ “บวก” เพิ่ม ทั้งรายได้ กำไร และความพึงพอใจของลูกค้า ที่ถึงจะมีเงินก็ซื้อหาที่ไหนไม่ได้
8. Big Data Trend เมื่อมีอุปกรณ์ต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ข้อมูลก็จะมากขึ้น แม่นยำขึ้น หลายรูปแบบ และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกความเคลื่อนไหวของลูกค้าได้รับการบันทึกและกลายเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่เหล่าผู้ประกอบการต่างใช้เพื่อเรียนรู้พฤติกรรม และความคิดของกลุ่มลูกค้าตัวเอง ดังนั้นต่อไปใครที่สามารถนำข้อมูลมหาศาลเหล่านี้มาวิเคราะห์ได้ก็จะได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างแน่นอน

Chatbot ปะทะ มนุษย์ ใครจะอยู่ ใครจะไปอนาคตอีคอมเมิร์ซแบรนด์ต่างๆจะมี Chatbot เป็นของตัวเอง และสามารถโต้ตอบกับลูกค้าผ่านท...
01/04/2018

Chatbot ปะทะ มนุษย์ ใครจะอยู่ ใครจะไป
อนาคตอีคอมเมิร์ซแบรนด์ต่างๆจะมี Chatbot เป็นของตัวเอง และสามารถโต้ตอบกับลูกค้าผ่านทางแอพฯแชทได้ จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจก็คือ Chatbot ไม่ใช่คน แต่มีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการรู้คิด (Cognitive) คือมนุษย์ต้องป้อนข้อมูลจำนวนมาก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ โดยสามารถตอบคำถามที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยาก และให้ได้คำตอบที่ลูกค้าพึงพอใจ ตัว Chatbot เองสามารถ Customize ได้หลายรูปแบบ ตั้งชื่อได้ และเลือกเพศได้ บริการลูกค้าได้ 24 ชั่วโมง ด้วยพนักงานจำนวนไม่มาก และช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ส่วนข้อจำกัดก็มีครับ ในระยะแรกจะทำได้แค่ตอบคำถามตามที่เราได้ป้อนข้อมูลเข้าไปได้เท่านั้น หากเป็นคำถามที่นอกเหนือจากนั้นหรือคำถามเฉพาะเจาะจงก็จะตอบไม่ได้ Chatbot จะฉลาดขึ้นก็ต่อเมื่อได้คุยกับคนหรือลูกค้ามากพอสมควรครับ ดังนั้น ระหว่างที่รอจึงต้องใช้แรงงานคนร่วมด้วยเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองวิเคราะห์ดูครับว่าอยากจะทดลองใช้ Chatbot หรือยัง?

เหตุผล 7 ข้อที่ควรใช้ Chatbot ในปี 2018สำหรับองค์กรที่กำลังศึกษาหรือวางแผนการใช้งาน Chatbot อยู่ วันนี้เราได้สรุปบทความซ...
26/03/2018

เหตุผล 7 ข้อที่ควรใช้ Chatbot ในปี 2018

สำหรับองค์กรที่กำลังศึกษาหรือวางแผนการใช้งาน Chatbot อยู่ วันนี้เราได้สรุปบทความซึ่งนำเสนอถึงข้อดี 7 ข้อของการลงทุนใช้งาน Chatbot มาเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

1.ลูกค้าเข้าถึงอยู่แล้ว
ผลสำรวจพบว่าคนเยอรมันอายุ 19-64 ปีกว่า 80% ใช้บริการแชท เช่น WhatsApp, Facebook Messenger หรืออื่นๆ ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วและบริการเหล่านี้ยังสามารถส่งสติ้กเกอร์ ภาพเคลื่อนไหว วีดีโอ ได้อีกด้วย ดังนั้นผู้ใช้งานไม่ต้องปรับตัวอะไรเพิ่มเติมเลยเพราะคุ้นเคยดี

2.ลูกค้าได้รับความพึงพอใจจากการใช้งาน
Chatbot ใช้เทคโนโลยี NLP อยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าจะสามารถถามคำถามเหมือนคุยกับเพื่อนได้ นอกจากนี้มันยังช่วยลดกระบวนการค้นหาข้อมูลที่ต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้งในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้ด้วย

3.ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยก่อนเราคงเคยเจอการนั่งรอสายโทรศัพท์กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกว่าจะได้ข้อมูลที่เข้าที แต่ Chatbot สามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงประเด็นดังนั้นลูกค้าแทบไม่ต้องรอเลย

4.ได้ข้อมูลตรงจุด
ยกตัวอย่างเช่น คุณหาสัญญาโปรโมชันจากค่ายมือถือที่ปกติแล้วมักจะน่าสับสนอย่างมาก ถ้าคุณรู้ว่าอยากใช้โปรโมชันขั้นต่ำกี่ GB ต่อเดือน Chatbot ก็สามารถมาคัดกรองข้อมูลเพื่อแสดงโปรโมชันที่ตรงใจได้ทันที

5.เกิดภาพลักษณ์ในเชิงบวก
Chatbot ที่ใช้ AI เข้ามาจะมีการเรียนรู้การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ทุกรายจึงเกิดความชาญฉลาดมากขึ้นๆ ทำให้ผู้ใช้เกิดความประทับใจต่อแบรนด์และมีภาพในเชิงบวก

6.ธุรกิจดูน่าสนใจขึ้นทันที
การใช้งานแอปพลิเคชันนั้นมีมานานแล้วและยังได้รับการยอมรับอย่างมาก แต่หากบริษัทของคุณอ้างว่าเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้วยแล้วหล่ะก็ ไม่ควรพลาดการใช้งาน Chatbot เพราะมันถือว่ายังใหม่และสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ใช้งานได้ไม่น้อย

7.ทำงานได้ตลอดเวลา
Chatbot ไม่มีการหยุดพักทำงาน 24×7 ไม่มีพักเสาร์อาทิตย์เพราะมันไม่ใช่คน ดังนั้นลูกค้าสามารถได้รับการตอบสนองเบื้องต้นและบางครั้งอาจจะแก้ปัญหาง่ายๆ ได้โดยไม่ต้องรอพึ่งคน

ที่อยู่

230 ซ. กุนนที ถ. รัชดาภิเษก ดินแดง
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66971699693

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Smart Silver Nanoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Smart Silver Nano:

แนะนำ

แชร์