Biz Tist Tech Biz Tist Tech is a quality curated business consult for everyone. We help people created business with art and scientist strategy.

Creative Edutainment Design for Business Effective
Business Consultant
Business Creativity
Business Matching
Training
Coaching

 .0ยุคนี้พนักงานหรือใครที่ต้องไปสมัครงานถ้ามีความรู้นอกเหนือจากที่เรียนมาหรือตามจ็อบงานที่ทำ ก็จะทำให้ได้เปรียบและถูกพิจ...
22/05/2018

.0

ยุคนี้พนักงานหรือใครที่ต้องไปสมัครงานถ้ามีความรู้นอกเหนือจากที่เรียนมาหรือตามจ็อบงานที่ทำ ก็จะทำให้ได้เปรียบและถูกพิจารณาให้ได้รับงานหรือเงินเพิ่มขึ้นได้
มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

เครดิตข้อมูลจากเวป www.unlockmen.com
เขียนไว้ดีมากๆจึงขอนำมาเผยแพร่ต่อ ขอขอบคุณมากๆครับ

https://www.unlockmen.com/8skills-for-recruitment2018/

ในโลกที่ทุกอย่างมันผ่านไปเร็ว หากมองย้อนกลับไปผู้ชายอย่างเราจะรู้ทันทีว่าความมั่นคงของอาชีพในแต่ละ พ.ศ...

ไม่ได้เขียนอะไรนานแล้วแวะมาแปะไว้ให้อ่านกันครับ
17/12/2017

ไม่ได้เขียนอะไรนานแล้ว
แวะมาแปะไว้ให้อ่านกันครับ

Top 10 Strategic Technology Trends for 2018
ปีเก่ากำลังจะหมดไป ปีใหม่กำลังจะเข้ามา
Technology ด้าน ITก็พัฒนารูปแบบใหม่ๆ ออกมามากมาย
เหล่ามนุษย์ไอที ก็ต้องศึกษาเรื่องใหม่ เพื่อนำเอา Technology มาพัฒนาองค์กร หรือแม้กระทั่งพัฒนาตนเองให้ก้าวทันโลก
มาดูกันครับว่า สถาบันอย่างGartner แนะนำ IT Trends สำกหรับปีหน้าไว้ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้เอาไปศึกษาเพิ่มเติมกันครับ

https://www.gartner.com/smarterwithgartner/gartner-top-10-strategic-technology-trends-for-2018/

ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรก็ตามไปดูในลิงส์ของเค้าได้เลย แล้วลองมาเทียบดูครับค่ายที่เราถนัดดูครับว่าตรงกับเครื่องมือตัวไหน ยังไงก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้างน่ะครับ

Credit: Gartner.com website

เคยสงสัยกันไหมครับว่าคนที่เค้าทำงานได้หลายอย่างในแต่ละวัน เค้าบริหารกันอย่างไร  วันนี้ผมมีงานสัมมนาดีๆมาแนะนำครับนักธุรก...
21/02/2017

เคยสงสัยกันไหมครับว่าคนที่เค้าทำงานได้หลายอย่างในแต่ละวัน เค้าบริหารกันอย่างไร
วันนี้ผมมีงานสัมมนาดีๆมาแนะนำครับ

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงระดับแนวหน้า
กูรูด้านภาษีระดับต้นๆของเมืองไทย
ผู้เชี่ยวชาญ Business Model Canvas
และสาวน้อยมหัศจรรย์ ของวงการออกแบบ

พวกเค้าจะมาบอกเคล็ดลับในการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าทุกวินาที
จะเป็นอย่างไรติดตามลิงส์นี้เลยครับ

https://www.facebook.com/you2morrow/photos/a.786126594815875.1073741828.729287587166443/1207398709355326/?type=3

โลกให้เวลากับเราทุกคนเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง
แต่เราทุกคนกลับใช้ประโยชน์จากเวลาในแต่ละวันได้ไม่เท่ากัน
จึงไม่แปลกที่เรายังได้ยินคนธรรมดาทั่วไป
มักบ่นซ้ำ ๆ ว่า "ไม่มีเวลา"
แต่ในขณะเดียวกัน คนที่ประสบความสำเร็จทุกคน
กลับสามารถใช้เวลาจำนวนเท่ากันสร้างสรรค์ผลงาน
หรือความสำเร็จมากมายนับไม่ถ้วน
เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดที่เหล่าบุคคล
ผู้ประสบความสำเร็จเปิดเผยตรงกันคือ
พวกเขาสามารถบริหารจัดการเวลาในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จนสามารถทำอะไรหลายต่อหลายอย่างได้อย่างน่าทึ่ง
ทั้งออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ทำงานประจำ งานอกดิเรก
เดินทางท่องเที่ยว และอีกมาก
.
มีคำกล่าวที่ว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต
สิ่งแรกที่ต้องจัดการให้ได้ คือ "การจัดการกับเวลา"
.
you2morrow เปิดคอร์สสัมนาแรกของปี
กับหัวข้อที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปตลอดกาล
"Advance Time Management"
มาเรียนรู้เทคนิคการบริหารเวลา
ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนจากวิทยากร
ว่าเค้ามีเทคนิคการบริหารเวลาอย่างไร
จึงสามารถทำอะไรได้มากมายทั้งงานประจำ
งานเขียน งานเดินสายบรรยาย และอีกมาก
.
สิ่งที่จะได้รับจากคอร์สนี้คือ
เทคนิคลับสุดยอดของการบริหารจัดการกับเวลา
ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน จากวิทยากรทั้ง 4 ท่าน
คุณรวิศ หาญอุตสาหะ
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด
- เจ้าของแฟนเพจ Mission To The Moon
คุณธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์
- Business Model Designer ของแบรนด์ VIERA by RAGAZZE
- เจ้าของแฟนเพจ Trick of the Trade
คุณถนอม เกตุเอม
- เจ้าของแฟนเพจ TaxBugnoms
- เจ้าของบล็อกรวมความรู้เกี่ยวกับบัญชี ภาษี การเงิน
และการลงทุน ”บล็อกภาษีข้างถนน"
คุณพลอย ลุมทอง
- ผู้ก่อตั้ง และ ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ บริษัท C’est Design (เซ่ ดีไซน์)
และ CEO บริษัท you2morrow
- เจ้าของแฟนเพจ พลอย เซ่
เรียนวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560
เวลา 18.00-21.00 น.
ที่สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 19
ราคา 1,500 บาท
ลงทะเบียนด่วน! รับจำนวนจำกัดที่ https://goo.gl/lLc10p
สอบถามโทร. 090-980-2196
Line@you2morrow (ต้องมีเครื่องหมาย@)

 ไม่ได้หายหน้าหายตากันไปไหนวนเวียนๆ อยู่ในนี้ตลอด แต่ช่วงนี้หัวไม่แล่น ไม่มีอารมณ์เขียนอะไรมาเกือบปีแระวันนี้แค่อยากจะมา...
02/02/2017



ไม่ได้หายหน้าหายตากันไปไหน
วนเวียนๆ อยู่ในนี้ตลอด
แต่ช่วงนี้หัวไม่แล่น ไม่มีอารมณ์เขียนอะไรมาเกือบปีแระ

วันนี้แค่อยากจะมาบอกว่า ได้รับโอกาสให้ไปเปิดหูเปิดตารับฟังข้อมูลดีๆ ที่อาจจะบอกได้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ การใช้ชีวิตของคนในยุค 4.0 จะเปลี่ยนไป โลก Digital ไม่ใช่แค่อยู่ในหนังอีกต่อไป หรือจับต้องไม่ได้เพราะว่ามันแพง แต่เชื่อไหมครับว่าบางครั้งมันแทบจะฟรีเสียด้วยซ้ำไป

เราเคยเห็น Solution Voice Control เปิดปิดไฟในบ้านในหนังฝรั่ง แต่ยังต้องเป้นสำเนียงเสียงภาษาปะกิด แต่วันนี้ถ้าเราสั่งงานมันได้ด้วยภาษาไทยหล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ???

วันนี้ผมชอบคำว่า " Digital Migration " มากๆเพราะว่ามันดูใกล้ตัวดี
และอีกหลายคำ ที่ได้ยินในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Formless , Borderless,Limitless โลกดิจิตอล มันหายใจลดต้นคอเราอยู่ทุกขณะจิต
ในอากาศ มีโอกาสเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเห็นมัน และแปลงมันให้คนอื่นเห็นเหมือนที่เราเห็นหรือป่าว

ปัญหาส่วนใหญ่ที่คนทำธุรกิจเจอ และบ่นๆกันก็คือ
- ไม่มีเงินทุน
- หาลูกค้าไม่เจอ

แต่หลังจากผมได้ไปฟังงานวันนี้ ปัญหาที่กล่าวหมดไปแน่นอน และ ผมยังพบอีกว่าทุกๆธุรกิจ ทุกๆดิจิตอลโซลูชั่น หรืองานบริการต่างๆ มันสามารถประสานสอดคล้องรองรับกันได้อย่าง ไม่น่าเชื่อ

เพราะเหตุผลสำคัญก็คือ ไอ้เจ้า ดิจิตอลโซลูชั่นต่างๆเหล่านี้ มันจะทำให้การใช้ชีวิตของคนเราดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น มีเวลามากขึ้น สามารถทำอะไรได้คล่องตัวขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น ฯลฯ

#ขอแนะนำให้จับตาดูบริษัทนี้ไว้ดีๆครับ พี่เค้าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของประเทศเรา ในยุค 4.0ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ชีวิตที่เราจะต้องทำ Digital Migration

ยุคที่ใครมีIDEA ดีๆ มีความคิดใหม่ อยากลงทุน แต่ยังไม่มั่นใจหรือเงินทุนไม่มากพอ หรือแม้แต่มีของแล้วไ ม่แน่ใจว่าลูกค้าจริงใช่อย่างที่เราคิดไว้หรือไม่ ลองติดต่อบริษัทพี่เค้าอย่างด่วนเลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเวป brandinside

https://brandinside.asia/sansiri-scb-vc-for-prop-tech/

Property Tech กลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองกันแล้ว เพราะผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มหันมาเน้นเรื่องนี้กันมากขึ้น และล่าสุดก็มีการตั้งกองทุนสนับสนุนอย่างเป็นจริงเป็นจังแล้วด้วย ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล มานั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SIRI VENTURE SIRI VENTURE กับการขับเคลื่อนนวัตกรรม ก่อนหน้...

 #สวัสดีปีใหม่ครับ คงยังไม่ช้าจนเกินไปน่ะครับที่จะกล่าวคำสวัสดีปีใหม่ห่างหายกันไปนานแสนนาน วันนี้เลยเอาที่เขียนเล็กๆน้อย...
13/01/2017

#สวัสดีปีใหม่ครับ คงยังไม่ช้าจนเกินไปน่ะครับที่จะกล่าวคำสวัสดีปีใหม่
ห่างหายกันไปนานแสนนาน
วันนี้เลยเอาที่เขียนเล็กๆน้อยๆในเพจตัวเองมาโพสต์กันลืมก่อนน่ะครับ
ไม่ได้อะไรมากมายหรอกครับแค่เขียนเสริมจากการแชร์มาอีกที ยังไงก็ลองอ่านกันน่ะครับ
ผมว่าดีต่อใจสำหรับคนรุ่นราวคราวเดียวกับผมบ้างไม่มากก็น้อย

#เกาะติดชีวิตฟรีแลนซ์

อายุนั้นสำคัญไฉน
ใครว่าคนสูงวัยเป็น สตาร์ทอัพ ลำบาก

อ่านบทความนี้ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง "Intern" ที่ นักแสดงชื่อดัง Robert De Niro รับบทบาทเป็น เบนวิทเทเกอร์ ชายวัย70ปี ที่หวนกลับไปเป็นพนักงานฝึกหัด ในบริษัทที่มีผู้บริหารสาวไฟแรง ชื่อ จูลส์ ออสติน ที่รับบทโดย Anne Hathaway ต่างคนต่างได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ได้แนวคิดการใช้ชีวิตและการบริหารงานจากคนรุ่นเก่า ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ส่วนคนรุ่นเก่าก็ได้เรียนรู้การใช้เครื่องไม้เครื่องมือหรือแม้แต่การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เมื่อต่างฝ่ายต่างปรับตัวเข้าหากัน อะไรๆก็ดีหมด ทั้งหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว เป็นหนังน่ารักๆสบายๆที่แฝงแนวคิดอะไรมากมาย อยู่ในนั้น อย่างให้คนรุ่นใหม่ๆได้ดูกัน หรือคนที่ดูแล้วเอากลับมาดูอีก

จากเรื่องหนังก็ทำให้ย้อนกลับมานึกถึงบ้านเรา ยุคนี้ที่น้องรุ่นๆใหม่ๆผู้ใฝ่หาความเป็นเลิศเปิดบริษัทฯจัดตั้งเป็น StartUp Company กันอย่างมากมายก่ายกอง มีทั้งไปได้ดี หรือแม้แต่ล้มลุกคลุกคลานพาลเลิกลากันไปก็มากมาย น้องใหม่ๆเก่งเทคโนโลยี่ กล้าตัดสินใจ มีความเชื่อมั่น
แต่เชื่อไหมครับว่า ประสบการณ์ก็สำคัญมากในการที่จะทำให้ธุรกิจก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน ประสบการณ์มันก็เหมือนน้ำมันที่ต้องอาศัยเวลาให้มันทับถมจนตกตระกอน
รวมถึงต้องผ่านกระบวนกลั่นกรองจนเป็นน้ำมันที่สามารถมาขับเคลื่อนเครื่องจักรให้ทำงานได้

ประสบการณ์จากคนสูงวัยนั้นผมว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคนรุ่นใหม่ก้าวไกลเหมือนติดจรวด ลองหันมาใช้เชื้อเพลิงแบบรุ่นเก่ากันดูบ้างไหมครับ StartUp

พลังงานทางเลือกมีมากมายให้เลือก ในการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ผมยังเชื่อว่าตอนนี้พลังงานแบบเก่ายังสำคัญอยู่ครับ

สนใจพลังงานรุ่นเก่า ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ #ทักมาได้ครับ
555 ขายของซะหน่อย

#ขอขอบคุณบทความจากTCDC
ความเก๋าเขย่ายุทธจักร

https://www.facebook.com/naaeys/posts/10210192656726422

 #เกาะติดชีวิตฟรีแลนซ์เป็นมอตโต้ที่ผมใช้อยู่ประจำๆ ในหน้าเพจส่วนตัว  ครับผม ปัจจุบันผมเรียกตัวเองว่าฟรีแลนซ์  หรือเรียกอ...
06/11/2016

#เกาะติดชีวิตฟรีแลนซ์

เป็นมอตโต้ที่ผมใช้อยู่ประจำๆ ในหน้าเพจส่วนตัว ครับผม ปัจจุบันผมเรียกตัวเองว่าฟรีแลนซ์ หรือเรียกอีกอย่างว่าพนักงานอิสระ
แต่ถามว่าอิสระไหม ผมตอบได้เลยว่าไม่ครับ เพราะผมก็รับทำงานให้บริษัทแห่งหนึ่ง เพียงแต่ผมไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ส่งงานให้ตามที่รับมา มีออกไปหาลูกค้าบ้างตามนัดหมาย รับเงินเป็นเดือนไป (แต่น้อยกว่าที่เคยทำตอนเป็นพนักงานประจำ)

หลายๆท่านอาจจะถามว่า แล้วมันฟรีแลนซ์ตรงไหน ขอตอบแบบกำปั้นทุบดิน ว่าก็ตรงไม่ต้องเข้าออฟฟิศ กำหนดเวลาทำงาน ส่งงาน เลิกงานเอง ดูผลลัพธ์เป็นหลัก วันไหน ไม่ว่างไม่รับงาน ไม่รับนัด ถึงเวลาต้องไปรับลูกที่โรงเรียน ผมก็จะไม่รับงาน ไม่รับนัดที่ตรงกับเวลาโรงเรีบนเลิกเลย เห็นป่าวครับ ว่าผมควบคุมเวลาได้แค่ไหน

แต่ที่เกริ่นมาทั้งหมดผม ไม่ได้อยากจะบอกเล่าเรื่องของตัวเองหรอกน่ะครับ พอดีไปอ่านบทความในหนังสือ " คิด Creative Thailand ฉบับบประจำเดือน November 2016" มามีหัวข้อที่น่าสนใจที่เกี่ยวงานฟรีแลนซ์ มาเล่าสู่ให้ฟังดังนี้ครับ ( ขอลอกมาทั้งหมดเลยแล้วกันจะได้ ข้อมูลครบกันจริงๆ )

#อิสระใหม่ของมนุษย์นอกระบบ

เมื่อคนยุคใหม่ส่วนใหญ่ให้ค่ากับเวลาและอิสระในการใช้ชีวิตมากกว่าจำนวนเงินในบัญชีหรือความมั่นคงในอาชีพการงาน การทำงานรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่คนทำงานจำนวนมากกำลังให้ความสนใจ

จากการสำรวจสถิติแรงงานของหนึ่งในประเทศผู้นำที่มีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกา เพราะไม่แน่ว่าในอนาคต คุณก็อาจเป็นหนึ่งในพวกเขา

ปี 2015 สหรัฐฯ มีคนทำงานอิสระ มากกว่า 53 ล้านคน คิดเป็น 34% ของแรงงานทั้งหมด
มีจำนวนฟรีแลนซ์หน้าใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 700,000 คน
ปี 2020 คาดการณ์ว่าจะมีคนทำงานอิสระ ถึง 60 ล้านคน หรือมากกว่า 40% ของแรงงานทั้งหมด
ซึ่งแปลว่า คนทำงานอิสระจะกลายเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ



DIGITAL NOMAD คำนี้ผมได้ยินได้เห็นได้อ่านอยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่เกท จนได้มาอ่านบทความนี้แหล่ะถึงได้ร้องอ๋อเลย
มาจากคำว่า nomad ซึ่งหมายถึงวิถีชีวิตแบบชนเผ่าเร่ร่อนสมัยโบราณ
- คือคนที่ดำเนินชีวิตประจำวันแบบไม่ติดอยู่กับที่ อาศัยเพียงเทคโนโลยีการสื่อสารและสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำงานแบบเดิม คนเหล่านี้จึงทำงานได้เกือบทุกที่ตั้งแต่ที่บ้าน ร้านกาแฟ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ริมทะเล ต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งออกเดินทางท่องเที่ยวและตั้งถิ่นฐานชั่วคราวในต่างแดนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปี
- Digital Nomad มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น Location Independent, Remote Worker

MILLENNIALS

- 43%ของฟรีแลนซ์เป็นประชากรรุ่นมิลเลนเนียล (Millennials)*
คนรุ่นนี้เป็นแรงงานส่วนใหญ่ ครองสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของแรงงานชาวอเมริกันทั้งหมด
- ลักษณะของคนยุคมินเลนเนียล ให้ความสำคัญกับการจัดสมดุลระหว่างชีวิต-การงาน (Work-Life Balance) มากกว่าเงินตราและสถานภาพทางสังคม แต่พวกเขาก็ยังคงมีความทะยานอยากและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง
- สวัสดิการจากการทำงานที่กลุ่มมิลเลนเนียลต้องการมากที่สุด คือ การอบรมและพัฒนาทักษะ (20%) ความยืดหยุ่นในการทำงาน (19%)

ตัวอย่างอาชีพอิสระ
- นักพัฒนาเว็บไซต์
- นักออกแบบเว็บไซต์
- ที่ปรึกษาธุรกิจ (ด้านการเงิน ไอที การตลาด พัฒนาบุคคล ฯลฯ)
- นักออกแบบกราฟิก
- นักเขียน บล็อกเกอร์ ก๊อปปี้ไรเตอร์ นักแปล
- ผู้ดูแลโซเชียลมีเดีย
- ฝ่ายบริการลูกค้า
- นักบัญชี
- ครูสอนภาษาทางไกล
- ช่างภาพ
- ผู้ช่วยเสมือน**
- เจ้าของร้านค้าออนไลน์

SUPERTEMP

ทุกวันนี้ มีแรงงานระดับหัวกะทิหันมาเลือกทำงานรับจ้างแบบอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น อาชีพทนายความ ประธานบริหารด้านการตลาด (CMO) หรือที่ปรึกษาธุรกิจ Harvard Business Review จึงเรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่า "The Rise of the Supertemp"

มากกว่า 2 ใน 3 หรือ 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามจากการสำรวจของ Contently ตอบว่าวางแผนจะทำงานฟรีแลนซ์/อิสระต่อไปอีกอย่างน้อย 10 ปีข้างหน้า

เมื่อแรงงานของโลกเริ่มหันมาทำงานอิสระกันมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าย่อมก่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดคนทำงานที่คึกคัก องค์กรและบริษัทมีตัวเลือกในการตัดสินใจที่หลากหลายและมีคุณภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้จ้างเองต้องไม่ลืมว่า คนทำงานอิสระเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “แรงงานชั่วคราว” แต่พวกเขาคือแรงงานที่มีประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพเช่นเดียวกับพนักงานประจำ เพียงแต่ว่าคนกลุ่นนี้ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากกว่าเท่านั้น ขณะที่แม้แต่พนักงานประจำยุคใหม่เอง ก็มองหาความยืดหยุ่นและให้ค่ากับการรักษาสมดุลระหว่างชีวิต-การทำงานไม่ต่างกัน

เรื่อง: ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ จากหนังสือ คิด Creative Thailand ปีที่ 8 ฉบับที่ 2
http://www.tcdc.or.th/creativethailand/magazine/index.php

#ฝากไว้ให้เป็นข้อคิด

ก่อนจบ ฝากไว้ให้คิด การที่จะเป็นมืออาชีพในงานที่เรียกว่า ฟรีแลนซ์ได้นั้น เราต้องติดอาวุธให้ตัวเอง ดังนี้

- เชี่ยวชาญในงานที่เราจะทำจริงๆ คือเรียกว่ารู้จริงในงานที่ทำ
- มีความรับผิดชอบ ( Commitment ) รับปากเรื่องวันส่งงาน วันนัดหมาย ต้องไม่พลาด
- เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถเพิ่มเติม อยู่เสมอ เพราะโลกเดี๋ยวมันไปไวมากๆ ติดอาวุธให้ตัวเองไว้เยอะๆ เก่งอย่างเดียวบางทีก็เจอทางตันเหมือนกัน
- Connection อันนี้สำคัญ รู้จักใครก็ต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้
มันต่อยอดเรื่องงานได้จริง ผมเองอยู่ได้ทุกวันนี้ เรื่องconnection มีส่วนมากๆ
- อ่อนน้อมถ่อมตน กับทุกๆคน ผมเห็นมาเยอะครับ เก่งแต่กร่าง ไปได้แต่ไปไม่ไกลหรอกครับ ทำตัวให้เล็ก ทำงานให้ดี เงินทองไหลมาเทมาชัวร์ อันนี้ผมรับประกัน

เดี๋ยวนี้ฟรีแลนซมีเยอะแยะ ถึงกับมี เวป หรือ แอพพิเคชั่น ในการค้นหาฟรีแลนซ์มาทำงานกันเลย ของไทยเราที่เห็นๆก็มีดังนี้ครับ

https://fastwork.co/
https://www.freelancebay.com/
http://www.friendlyfreelance.com/
http://thaifreelanceonline.com/

นิตยสารคิด Creative Thailand ฉบับล่าสุด อนาคตงานยุคใหม่

  นั้นสำคัญไฉน เรามักได้ยินกันอยู่เมอช่วงนี้ ยิ่งเป็นช่วงที่วงการ Start Up ไทยเฟื่องฟู ยิ่งได้ยินคำนี้กันมากขึ้น เช่น มี...
16/09/2016

นั้นสำคัญไฉน เรามักได้ยินกันอยู่เมอช่วงนี้ ยิ่งเป็นช่วงที่วงการ Start Up ไทยเฟื่องฟู ยิ่งได้ยินคำนี้กันมากขึ้น เช่น มีการเปิดให้ Pitch ให้นักลงทุนฟัง ที่นั่นที่นี่
พอดีไปเห็นเรื่อง a Pitch มาจากเพจ พันธมิตร เลยขอ Copy Links เข้าช่วยเผยแพร่ให้ที่นี่อีกทางหนึ่ง

ขอขอบคุณเพจ แหล่งข้อมูลสำหรับมือใหม่ที่ไฝ่หาความเป็นโปรฯ

https://www.facebook.com/RookiesUp/posts/534026453466404

 สวัสดีวันเสาร์ วันพักผ่อน ส่วนใหญ่ของคนทำงาน แต่ก็มีบ้างท่าน ต้องไปทำงานในวันเสาร์เหมือนกัน    สมัยก่อนตอนเริ่มหางานทำใ...
04/06/2016



สวัสดีวันเสาร์ วันพักผ่อน ส่วนใหญ่ของคนทำงาน แต่ก็มีบ้างท่าน ต้องไปทำงานในวันเสาร์เหมือนกัน

สมัยก่อนตอนเริ่มหางานทำใหม่ๆ ผมตั้งกติกา ส่วนตัวไว้เลยว่าจะไม่สมัครงานที่ต้องทำงานวันเสาร์ด้วย แต่จนแล้วจนรอด ก็เลี่ยงไม่พ้นเหมือนกันที่ได้ไปทำงานงานในบริษัทฯ ที่จะต้องทำงานในวันเสาร์ แต่โชคดีตรงที่ บริษัทฯนี้เค้าใช้วันเสาร์ในการประชุมสรุปวานในรอบสัปดาห์

ซึ่งผมเห็นว่าเป็นข้อดีเลยครับ เพราะส่วนมากคนทำงานมักจะไม่ชอบประชุมในวันธรรมดาหรือถ้ามีการอบรม ก็จะเลี่ยงเลย โดยอ้างว่า ยุ่งมาก งานเยอะ ต้องไปพบลูกค้า ต้องตามงานเป็นต้น

วันเสาร์ จะเป็นวันสบายๆ ที่ได้ทบทวนการทำงานในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อย่างดี แผนกต่างๆก็นัดคุยกันอย่างไม่ต้องกลัวจะมีข้ออ้างใดๆ หรือถ้าจะการอบรมสินค้าหรืออะไรใหม่ๆ วันเสาร์ก็เหมาะอย่างยิ่ง

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็แต่งตั้งให้วันเสาร์เป็นวันแห่งการทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาในรอบอาทิตย์ หรือไม่ ก็ออกไปงานเที่ยวชมงาน Event ต่างๆที่จัดขึ้น ที่ผมสนใจ หรือนั่งอ่านหนังสือที่ขนซื้อมา

แล้วในที่สุดวันเสาร์ก็เปลี่ยนแปลงชีวิต ไปในแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ผมค้นพบงานที่ชอบ ที่ตอบโจทย์ชีวิต จากการที่ใช้สันนี้ไปทำกิจกรรมต่างๆ

แล้วเพื่อนๆใช้วันเสาร์ทำอะไรกันบ้างครับ
ผมขอแนะนำครับ ลองหาอะไรในวันเสาร์ทำดูกันครับ บางทีเพื่อนๆอาจจะพบสิ่งที่ค้นหามานานแล้วก็ได้น่ะครับ

           เมื่อสักครู่นี้ขณะที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ ณ.ร้านยอดฮิต ที่ตึกออฟฟิศใจกลางเมืองหลวง ได้เย็นน้องๆที่ยืนรอคิวสั่งกาแ...
03/06/2016



เมื่อสักครู่นี้ขณะที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ ณ.ร้านยอดฮิต ที่ตึกออฟฟิศใจกลางเมืองหลวง ได้เย็นน้องๆที่ยืนรอคิวสั่งกาแฟอยู่ คุยกันว่า วันนี้วันศุกร์แล้ว ดีใจจังพรุ่งนี้จะได้หยุดสักที ทำงานเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ เย็นนี้จะไปกินข้าวที่ไหนกัน เงินเดือนก็ออกแล้วด้วย

ผมงี้หูผึ่งเลย แต่ไม่ใช่อาการ " เสือก " อยากจะรู้เรื่องคนอื่นน่ะครับ แต่เป็นอาการของคนที่ลืมไปแล้วว่า วันศุกร์แล้วจะรู้สึกอย่างไร จะได้หยุดกับเค้าไหม จะไปไหนดี บลา บลา บลา

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมนึกขึ้นได้ว่า ลาออกจากการเป็นพนักงานรับจ้างที่ทำงาน อาทิตย์ละห้าวัน เดือนละ ยี่สิบสองวัน ออกมาเป็นมนุษย์รับจ้างอิสระ หรือที่เหล่า ฮิบสเตอร์ ยุคนี้เรียกกันว่า ฟรีแลนซ์ ได้สักครึ่งปีแล้ว กลายเป็นทุกวันคือวันทำงาน พร้อมๆกับเป็นวันพักผ่อนไปด้วยในตัว แบบที่เรียกว่าอยากทำก็ทำ อยากหยุดก็หยุด

แต่มีข้อแม้ อย่างเดียว งานต้องเสร็จในเวลาที่กำหนด ไม่งั้น เงินไม่มาแน่นอนครับ ชีวิตมนุษย์ฟรีแลนซ์นี่มัน งานเดิน เงินมา งานสะดุด เงินก็หยุดตามครับ

อิสระแลกด้วยความมีวินัย ท้องอิ่มแลกด้วยการทำงานให้ทัน อยากว่างเยอะๆ ก็ต้องทำงานให้เร็วให้ดี อยากได้ตังส์เยอะต้องทำมากๆ

Freelance = Professional

Professional = Expert Skill+Discipline +Responsibility

ปอลิง: นี่คือนิยามของฟรีแลนซ์ของผม " เก่ง อึด ถึก ทน รับผิดชอบ "

           เคยมีน้องๆถามผมว่า โปรแกรมเมอร์ มือใหม่ เงินเดือนควรอยู่ที่เท่าไร              คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงเมื่อสองส...
01/06/2016



เคยมีน้องๆถามผมว่า โปรแกรมเมอร์ มือใหม่ เงินเดือนควรอยู่ที่เท่าไร

คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงเมื่อสองสามวันก่อน มีความฮือฮาขึ้นในโลก Social เกี่ยวกับการที่บริษัทจัดหางาน ประกาศรับโปรแกรมเมอร์ที่สามารถเขียน Mobile application ทั้งบน iOS และ Android จำนวนมากโดยให้ค่าตอบแทน จำนวนน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นยิ่งนัก ทำให้เกิดกระแสการกล่าวถึงกันถ้วนทั่วหน้า ทั้งที่บอกน่ายินดี อาชีพนี้กำลังจะเกิดอีกครั้ง หรือบางกระแสก็ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ ฟองสบู่แตก เพราะโปรแกรมเมอร์ที่ค่าจ้างระดับหกหลัก นั้นสำหรับในเมืองไทย ต้องเป็นระดับเทพ ที่เรียกว่าต้องเก่งต้องอึด งานยากๆ งานที่ต้องการด่วนๆ ต้องสามารถเนรมิตขึ้นมาได้เลย

เพราะตอนนี้ตลาด StartUp กำลังบูมสุดขีด มีการประกาศรับโปรแกรมมือกันอยู่จำนวนมาก เกิดภาวะขาดตลาดกันทีเดียว ทั้งๆที่ปีนึงๆ มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ผลิตนักศึกษาที่จบด้านนี้ออกมามากมาย แต่ไม่รู้หายไปไหนกันหมด

เรื่องนี้ผมลองไปถามเพื่อนๆผมในวงการดู ก็พอจะได้เรื่องว่า น้องๆที่จบออกมาใหม่ๆนั้น บางส่วนก็ไปเป็นผู้ประกอบการเอง บางส่วนก็ไปเป็นมือปืนรับจ้าง( แต่ไม่ได้ไปรับจ้างยิงใครครับ) แต่ไปเป็นโปรแกรมเมอร์ชนิดที่เรียกว่า Freelance รับงานเป็นจ็อบๆ เนื่องจากไม่อยากผูกมัดกับใคร ไม่อยากตอกบัตร ไม่อยากเข้าออฟฟิศ ไม่อยากตื่นเช้า รับตังส์เยอะกว่า และอีกมากมาย แล้วเหตุผลของแต่ละคนครับ

ผมต้องบอกว่ายุคนี้เป็นยุคทองของโปรแกรมเมอร์ไทยเลยทีเดียวครับ ใครสามารถเขียนโปรแกรมได้หลากหลายแบบ หลายภาษา หรือเก่งเฉพาะทางไป ยิ่งพวกที่สามารถเขียน Mobile App ก็จะได้เปรียบมากๆ เพราะตลาดธุรกิจ ที่กำลังจะโตอยู่ในขณะนี้ ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนแทบทั้งสิ้น ซึงผมยังไม่เห็นธุรกิจไหน ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยเลย

เพราะฉนั้นผมเลยมีข้อแนะนำ สำหรับน้องมือใหม่ หรือจะมือเก๋าที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคทอง ที่โปรแกรมเมอร์กับมาเฟื่องฟูอีกครั้งว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอะไรอะไรบ้าง

1.ภาษาอังกฤษ : สำคัญมากครับ เพราะว่าตลาดของเราจะไม่อยู่ในประเทศอีกต่อไปแล้ว

2. Business Model : โปรแกรมเมอร์ควรรู้เบื้องต้นครับว่า แต่ละธุรกิจ เค้าออกแบบกันเพื่อใคร อย่างไร

3.Teamwork : Application สมัยนี้ ไม่ได้เขียนคนเดียวแน่นอน มีทั้งส่วนที่เป็นโครงสร้างหลัก การออกแบบ UX การเชื่อมต่อ UI จะต้องทำงานกับคนมากหน้าหลายตา ฉนั้นทักษะในการทำงานเป็นทีมจะต้องมี

4.Programming Skill : ส่วนนี้สำคัญมาก แต่ที่ไม่ได้เอาไว้ในหัวข้อแรก เพราะริ จะเป็นโปรแกรมเมอร์ แล้ว ไม่รู้ส่วนนี้ แนะนำให้คิดใหม่ได้ครับ ที่ยกมาก็เพียงจะบอกว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไปเร็ว เราต้องตามให้ทันเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ออกมาใหม่

5.Communication Skill : นี่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะยุคนี้ เราต้องสื่อสารชัดเจน ได้ใจความ แม่นยำ สามารถทำได้ด้วยตัวเราเองด้วย บางโอกาส โปรแกรมเมอร์สมัยนี้ ต้องเป็น SA (System Analysis ) ด้วยตัวเองได้ด้วย

วันนี้ขอเขียน เท่าที่นึกออกครับ วันหน้า นึกออกหรือมีข้อมูลใหม่ๆจะนำมาอัพเดท ให้อ่านกันอีก

ปอลิง: ตอบคำถามที่ว่า โปรแกรมเมอร์ มือใหม่ เงินเดือนควรอยู่ที่เท่าไร เท่าที่ไปส่องตามเวปหางาน พอจะแจกแจงได้ดังนี้ครับ

ประสบการณ์ 0-5 ปี

Programmer/Developer C,C++ = 18,000 - 40,000

Programmer/Developer .NET = 20,000 - 50,000

Programmer/Developer Java = 20,000 - 50,000

Programmer/Developer ABAP = 20,000 - 50,000

Programmer/Developer Mobile = 25,000 - 50,000

Programmer/Developer PHP = 17,000 - 40,000

 #เหนื่อยก็พัก    #หิวก็กิน   #อยากแข็งแรงก็ออกไปกำลังกายถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก แล้วออกไปหาของอร่อยๆกิน ถ้าไม่หายเหนื่อย ก็...
27/05/2016

#เหนื่อยก็พัก #หิวก็กิน #อยากแข็งแรงก็ออกไปกำลังกาย

ถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก แล้วออกไปหาของอร่อยๆกิน
ถ้าไม่หายเหนื่อย ก็ถือว่าได้กินของอร่อยๆหนึ่งมื้อ

ถ้ารู้สึกเครียด ขอแนะนำให้สวมรองเท้ากีฬาแล้วออกไปวิ่ง
ถ้าไม่หายเครียด คุณก็ยังได้สุขภาพที่ดีขึ้นหนึ่งวัน

หลับตางีบสักนิด ถึงไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จ
แต่สมองก็ได้พัก

ทุกปัญหามีทางออก ขึ้นอยู่กับว่าเราคิดว่ามันมีหนทางหรือไม่มีหนทาง

ปล่อยปัญหาวางลงบ้าง แล้วลองหากิจกรรมอื่นทำดู
บางครั้งเราอาจจะ เห็นทางออกจากกิจกรรมที่ทำก็ได้ครับ

เหนื่อยไปเครียดไป ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไปน่ะครับ
ท้องอิ่มเหงื่อออก สมองปลอดโปร่ง ร่างกายสดชื่น
น่าจะช่วยให้คิดอะไรได้ง่ายขึ้นครับ

ตึงไปก็ต้องผ่อน ไม่อย่างนั้นมันจะขาด
หย่อนไป ก็ต้องดึง ไม่งั้นมันก็จะล่องลอยไป

ท่องไว้ครับ " มัชฌิมาปฏิปทา " จงเดินทางสายกลาง

ปอลิง:
โพสต์นี้นำบทความเดิม มาแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
เพื่อให้กำลังใจตัวเอง ในวันที่ร่างกายและสมองตึงเครียดไปหมด

ถ้าเพื่อนๆท่านใดได้อ่าน แล้วช่วยทำให้ท่านรู้สึกดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย ก็ให้ถือว่าศิลเราเสมอกัน

 #เลือกงานอย่างไรดี?เคยมีน้องๆนักศึกษาถามผมครับ เป็นคำถามที่ธรรมดาๆ แต่ก็ตอบให้ครอบคลุมชัดเจนได้ยากทำไมเหรอครับ?เนื่องจา...
26/05/2016

#เลือกงานอย่างไรดี?

เคยมีน้องๆนักศึกษาถามผมครับ
เป็นคำถามที่ธรรมดาๆ แต่ก็ตอบให้ครอบคลุมชัดเจนได้ยาก

ทำไมเหรอครับ?

เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างมาประกอบกันครับ
อาทิเช่น เรียนคณะอะไรมา สาขาอะไร เป็นวิชาชีพเฉพาะ
หรือว่าที่เรียนมาเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง

ถ้าเป็นอาชีพเฉพาะทาง ก็ง่ายหน่อย สามารถไปทำได้หลากหลายประเภทกว่า เช่น จบบัญชีมา อันนี้สบายเลย ไม่ต้องกลัวหางานไม่ได้ เช่น ไปสมัครงานตรวจสอบบัญชี (คงต้องไปสอบเป็นผู้ตรวจสอบด้วยน่ะครับ) อาชีพนี้บอกได้เลย ตลาดต้องการอีกเยอะ ยิ่งผู้ชายยิ่งมีน้อยยิ่งกว่าน้อย หรือว่าจะไปอยู่ตามบริษัทฯ ห้างร้านต่างๆ ก็ไปเป็นตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี เป็นต้น
ส่วนอาชีพเฉพาะทาง พวกหมอ เภสัช พยาบาล นี่ไม่ต้องพูดกันเลย มีงานรองรับอยู่แล้ว ถ้าไม่หนีไปเป็นเซลล์ขายของกันซะก่อนน่ะครับ 555 พอดีเห็นมาหลายคนแล้ว

อ้าว!!!!! แล้วถ้าพวกสาขาทั่วไป หล่ะ ประเภท บริหารธุรกิจ การเงิน การศึกษา ฯลฯ

อย่าพึ่งตกใจไปครับ ผมขอเสนอข้อแนะนำดังนี้

- เป็นงานที่เราอยากทำ
- ได้ค่าตอบแทนเหมาะสม
- ทำแล้วมีอนาคต
- เป็นอาชีพที่ดี ไม่ผิดกฎหมาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ดูด้วยน่ะครับว่าคุณสมบัติของเราเบื้องต้นตรงกับที่ทางบริษัทฯ ที่เราไปสมัครนั้นต้องการแค่ไหนครับ

#คราวหน้า ผมจะค่อยๆมาโพสต์นำเสนอให้อีกครับว่า เรียนอะไรมาแล้วมีงานอะไรที่รองรับบ้าง หรือจะต้องเพิ่มพูนอะไรอีกบ้าง เพื่อให้มีโอกาสในการหางานได้ง่ายขึ้น ได้ค่าตอบแทนถูกใจ

ปอลิง:

ชวนๆกันมาอ่าน มาไลค์ มาแชร์กันบ้างน่ะครับ
หรืออยากรู้อะไร ก็แจ้งไว้ในโพสต์ได้เลย หรือหลังไมค์ มาก็ได้ครับ ผมจะไปค้นคว้า ไปถามผู้รู้มาให้ครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านกันน่ะครับ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Biz Tist Techผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Biz Tist Tech:

แนะนำ

แชร์