เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Ball MarTech กดตาม1วินาที ชีวิตการงานดีไป100เท่า📍Original content only from Ball Jittipong.

Content Marketing Matrix ช่วยวางกลยุทธ์การทำคอนเทนท์ให้เหมาะกับธุรกิจได้อย่างไร 💎 พิเศษ แจก Prompt การใช้ AI ช่วยเลือกหั...
14/10/2026

Content Marketing Matrix ช่วยวางกลยุทธ์การทำคอนเทนท์ให้เหมาะกับธุรกิจได้อย่างไร 💎 พิเศษ แจก Prompt การใช้ AI ช่วยเลือกหัวข้อคอนเทนต์ด้วย Matrix
---------!-------
Content Marketing Matrix เป็นกรอบคิดที่พัฒนาโดย Smart Insights เพื่อช่วยนักการตลาดจัดหมวดหมู่และเลือกประเภทคอนเทนต์อย่างเป็นระบบ โดยวางคอนเทนต์ลงบนแผนภาพ 2 แกน
▪️แกนตั้ง Emotional ถึง Rational > ลูกค้ากำลังตัดสินใจด้วยอารมณ์ความรู้สึก หรือด้วยเหตุผลและข้อมูล
▪️แกนนอน Awareness ถึง Purchase > ลูกค้าเพิ่งเริ่มรู้จักแบรนด์ หรือใกล้จะตัดสินใจซื้อแล้ว
เมื่อนำ 2 แกนมาตัดกัน จะได้ 4 Zone ที่ตอบคำถามต่างกัน
---------!-------
1️⃣ Entertain > Emotional และ Awareness สร้างการรับรู้ด้วยความสนุกและอารมณ์ร่วม
2️⃣ Inspire > Emotional และ Purchase สร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นจากคนอื่น
3️⃣ Educate > Rational และ Awareness ให้ความรู้และสร้างความน่าเชื่อถือ
4️⃣ Convince > Rational และ Purchase ให้ข้อมูลที่ช่วยปิดการตัดสินใจ
---------!-------
💎 แจก Prompt การใช้ AI ช่วยเลือกหัวข้อคอนเทนต์ด้วย Matrix
[คุณคือ Content Strategist ของธุรกิจ [ประเภทธุรกิจ] กลุ่มเป้าหมายคือ [กลุ่มลูกค้า]
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยคือ [ใส่คำถาม 5-10 ข้อ]
ให้แตกหัวข้อคอนเทนต์ตาม Content Marketing Matrix 4 Zone
Entertain, Inspire, Educate, Convince
Zone ละ 5 หัวข้อ ระบุรูปแบบคอนเทนต์ Channel ที่เหมาะสม และ KPI ของแต่ละหัวข้อ
✔︎ จุดสำคัญคือต้องป้อน Data จริงของลูกค้า เช่น คำถามจากแชทและทีมขาย ไม่อย่างนั้น AI จะให้หัวข้อทั่วไปที่คู่แข่งก็ได้เหมือนกัน และทุกหัวข้อที่ได้ต้องผ่านการกลั่นกรองด้วย Brand Voice ของทีม]

การตั้งชื่อ BRAND และ DOMAIN PATTERNS 💎 แถมฟรี แจก Prompt สำหรับสั่ง AI ให้คิดชื่อแบรนด์ และ Domain Name------!------การ...
12/10/2026

การตั้งชื่อ BRAND และ DOMAIN PATTERNS 💎 แถมฟรี แจก Prompt สำหรับสั่ง AI ให้คิดชื่อแบรนด์ และ Domain Name
------!------
การทำ Brand และการมี Website ตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะความน่าเชื่อถือของธุรกิจ หรือการเพิ่มโอกาสในการถูก AI มองเห็น .... ผมรวบรวม การตั้งชื่อ Brand และ Domain Name เป็น Patterns ที่ถอดมาจากบริษัท SaaS ระดับโลก พร้อมจุดแข็งของแต่ละแบบมาให้ครับ
1. Function-First บอกสิ่งที่ทำตรงๆ
ชื่อที่บอกหน้าที่ของ Product ตรงๆ หรือเกือบตรง ลูกค้าได้ยินแล้วเดาได้ทันทีว่าแบรนด์นี้ทำอะไร
📌 ตัวอย่าง > Dropbox คือกล่องที่ Drop ไฟล์ลงไป ส่วน Zendesk มาจาก Zen ที่แปลว่าสงบ รวมกับ Desk ที่หมายถึงโต๊ะ Support สื่อถึงงานบริการลูกค้าที่ราบรื่นไม่วุ่นวาย
2. Compound Blend ผสมคำเป็นคำใหม่
นำคำที่มีความหมาย 2 คำมาต่อกันเป็นคำใหม่ คำหนึ่งมักบอก Category อีกคำบอก Differentiator หรือบุคลิกของแบรนด์
📌 ตัวอย่าง > Salesforce มาจาก Sales กับ Force สื่อถึงทีมขายที่มีพลังขับเคลื่อน, Databricks มาจาก Data กับ Bricks สื่อถึงก้อนอิฐที่ใช้สร้างระบบข้อมูล และ ElevenLabs ซึ่งมีการเล่าถึงที่มาว่าตัวเลข Eleven เชื่อมโยงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน วันประกาศเอกราชของโปแลนด์ บ้านเกิดของผู้ก่อตั้ง
3. Metaphor และ Abstract Concept ใช้อุปมาและความหมายนามธรรม
ใช้คำที่มีอยู่แล้วแต่ความหมายเชื่อมกับแบรนด์ในเชิงเปรียบเทียบ ทำให้ชื่อมีเรื่องเล่าและสื่อ Emotional มากกว่า Functional
📌 ตัวอย่าง > Asana มาจากคำสันสกฤตที่สื่อถึงสภาวะของสมาธิและการจดจ่อ ตรงกับ Product ที่ช่วยให้ทีมโฟกัสงาน, Stripe สื่อถึงแถบแม่เหล็กบนบัตรเครดิต และ Perplexity แปลว่าความงุนงงสับสน สื่อว่า Product มีไว้เพื่อคลี่คลายความสับสนของผู้ใช้ ส่วนแบรนด์ยุค AI อย่าง Cursor ก็ใช้ Metaphor ที่คนทำงานกับคอมพิวเตอร์รู้จักทันที
4. Coined Word ประดิษฐ์คำที่ไม่มีในพจนานุกรม
สร้างคำใหม่ขึ้นมาเองทั้งหมด อาจมาจากการเล่นเสียง การย่อ หรือการผสมพยางค์ที่ฟังดูดี
📌 ตัวอย่าง > Twilio เป็นคำที่ทีมผู้ก่อตั้งลองพิมพ์คำที่ฟังเข้าหูลงในเครื่องมือค้นหา Domain จนเจอคำที่ยังว่างและราคาไม่แพง ส่วน Zoho มีที่มาจากการเล่นคำกับ SOHO (Small Office, Home Office) สื่อถึงชุดซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ
5. Verb-as-Brand ใช้คำกริยาเพื่อให้เกิด Verbing
เลือกชื่อที่คนนำไปใช้เป็นคำกริยาได้ เป้าหมายสูงสุดคือให้ชื่อแบรนด์กลายเป็นการกระทำในชีวิตประจำวัน
📌 ตัวอย่าง > คนพูดว่า "ไป Zoom กัน" แบบเดียวกับ "ไป Google หาข้อมูล" และคนไทยพูดว่า "LINE มาบอกด้วย" จนชื่อแบรนด์กลายเป็นคำกริยาไปแล้ว
6. Descriptive Category นำ Category มาต่อกับ Keyword
ต่อ Keyword ที่ลูกค้าค้นหาเข้ากับคำที่บอกตำแหน่งหรือจุดเด่น ทำให้ชื่อแบรนด์ทำหน้าที่เป็น Keyword ไปในตัว
📌 ตัวอย่าง > ZoomInfo ที่สื่อถึงข้อมูลเชิงลึก, Marketo ที่มาจาก Market และ O, Salesloft ที่นำ Sales มาเป็นแกนกลางของชื่อ
7. Short Abstract ชื่อสั้น 4 ถึง 6 ตัวอักษร
ชื่อสั้นมาก ออกเสียงง่าย อาจไม่มีความหมายเจาะจง แต่จำติดหูและได้ Domain สั้น
📌 ตัวอย่าง > Figma ที่เลือกเพราะสั้น ออกเสียงง่าย และจำติดหู, Wix ที่เป็นคำสั้นเน้นความง่ายในการจดจำ และ Miro ซึ่งเดิมชื่อ RealtimeBoard ก่อนรีแบรนด์ในปี 2019 โดยได้แรงบันดาลใจบางส่วนจากศิลปิน Joan Miró
✔︎ ข้อดี > จำง่าย พิมพ์ง่าย เหมาะกับ App Icon และ Domain
▪️ ข้อควรระวัง > .com สั้นๆ หายากและราคาสูงขึ้นทุกปี หลาย Startup จึงต้องสร้างคำใหม่หรือใช้ Extension อื่น
8. TLD-as-Wordplay ใช้ Domain Extension เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ
ใช้ส่วนท้ายของ Domain หรือ TLD (Top-Level Domain) อย่าง .ai, .io และ .ee ให้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือการอ่าน
📌 ตัวอย่าง > Linktree ใช้ Domain linktr โดยตัดตัว e ท้ายคำออก แล้วต่อด้วย .ee ซึ่งเป็น TLD ของเอสโตเนีย ทำให้อ่านกลับมาเป็นคำเต็มพอดี, fal ai ผสมคำสั้นกับ .ai จนออกเสียงคล้าย Fall และ Jasper ที่ตั้งชื่อตามหินอัญมณีหลากสี สื่อความคิดสร้างสรรค์ แล้วใช้ .ai บอก Category
--------!-------
Prompt สำหรับสั่ง AI ให้คิดชื่อแบรนด์ และ Domain Name
[ Product ของผมมีความสามารถคือ [ระบุความสามารถของระบบ]
กลุ่มเป้าหมายคือ [ระบุกลุ่มเป้าหมาย]
Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายคือ [ระบุ Pain Point]

ช่วยคิดชื่อแบรนด์ Pattern ละ 5 ชื่อ ตาม Naming Patterns ต่อไปนี้
1. Function-First
2. Compound Blend
3. Metaphor / Abstract Concept
4. Coined / Invented Word
5. Verb-as-Brand
6. Descriptive Category
7. Short Abstract 4-6 ตัวอักษร
8. TLD-as-Wordplay
ทุกชื่อให้อธิบายที่มาสั้นๆ วิธีออกเสียงสำหรับคนไทย และเสนอ Domain ที่น่าจะใช้ได้ 2 แบบ]

📌เลิกถามว่า "วันนี้โพสต์อะไรดี" ด้วย Matrix นี้ในยุคที่ทุกแบรนด์ผลิตคอนเทนต์ทุกวัน ปัญหาไม่ใช่ทีมคิดหัวข้อไม่ออก แต่คือไ...
11/10/2026

📌เลิกถามว่า "วันนี้โพสต์อะไรดี" ด้วย Matrix นี้
ในยุคที่ทุกแบรนด์ผลิตคอนเทนต์ทุกวัน ปัญหาไม่ใช่ทีมคิดหัวข้อไม่ออก แต่คือไม่มีเกณฑ์เลือกหัวข้อ ผมจึงใช้ Content Marketing Matrix แบ่งคอนเทนต์เป็น 4 Zone ตามจุดที่ลูกค้าอยู่ และตามว่าเขากำลังตัดสินใจด้วยหัวใจหรือด้วยสมอง
1️⃣ Entertain
ใช้อารมณ์สร้างการรับรู้ เช่น Viral, Quiz และ Game อย่าง Unsung Hero ของไทยประกันชีวิต หรือ Spotify Wrapped โซนนี้วัดผลด้วย Reach และ Share
2️⃣ Inspire
ใช้แรงบันดาลใจและ Social Proof เช่น Celebrity, Community และ Review อย่างรีวิวบน Airbnb หรือ LEGO Ideas โซนนี้วัดผลด้วย UGC และ Rating
3️⃣ Educate
ใช้ความรู้สร้าง Authority เช่น Article, eBook, Guide และ Trend Report อย่าง Beginner's Guide to SEO ของ Moz โซนนี้วัดผลด้วย Organic Traffic และ Lead
4️⃣ Convince
ใช้ข้อมูลช่วยปิดการตัดสินใจ เช่น Demo, Webinar, Case Study, Checklist และ Calculator โซนนี้วัดผลด้วย Conversion
🔥 คอนเทนต์ที่ไม่มี Stage คือเสียงรบกวน คอนเทนต์ที่มี Stage คือบทสนทนาที่พาลูกค้าไปถึงการตัดสินใจ

Content Marketing Matrix คืออะไรContent Marketing Matrix เป็นกรอบคิดที่พัฒนาโดย Smart Insights เพื่อช่วยนักการตลาดจัดหมวดหมู่และเลือกประเภทคอนเท...

📌Logo มี 7 แบบ แบรนด์คุณควรใช้แบบไหน ในยุคที่ลูกค้าเจอแบรนด์ทั้งบน LINE, Marketplace และ App Icon ขนาดเท่าปลายนิ้ว ผมสรุ...
08/10/2026

📌Logo มี 7 แบบ แบรนด์คุณควรใช้แบบไหน
ในยุคที่ลูกค้าเจอแบรนด์ทั้งบน LINE, Marketplace และ App Icon ขนาดเท่าปลายนิ้ว ผมสรุปประเภทของ Logo ไว้ 7 แบบ ดังนี้
1️⃣ Wordmark ใช้ชื่อแบรนด์ทั้งคำเป็น Logo เช่น Coca-Cola และ Canon เหมาะกับแบรนด์ที่ชื่อสั้นและจำง่าย
2️⃣ Lettermark ใช้อักษรย่อเรียงต่อกัน เช่น DKNY และ MAC เหมาะกับแบรนด์ที่ชื่อยาว
3️⃣ Monogram ใช้อักษรซ้อนทับกันจนเป็นสัญลักษณ์ชิ้นเดียว เช่น LV และ NY ดูหรูหราและนำไปทำ Pattern ได้
4️⃣ Symbol ใช้ภาพล้วนโดยไม่มีตัวอักษร เช่น Apple และ WWF ข้ามกำแพงภาษาได้ แต่เหมาะกับแบรนด์ที่คนรู้จักแล้ว
5️⃣ Combination ใช้ภาพคู่กับชื่อ เช่น Lacoste และ adidas เป็นแบบที่ยืดหยุ่นที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับ SME
6️⃣ Mascot ใช้ตัวการ์ตูนเป็นตัวแทนแบรนด์ เช่น KFC และ Pringles สร้างอารมณ์ร่วมได้ดีและต่อยอดเป็น Sticker LINE ได้
7️⃣ 3D ใช้แสง เงา และมิติ เช่น Xbox 360 ในอดีต แต่วันนี้แบรนด์ส่วนใหญ่ย้ายไปใช้ Flat Design เพราะต้องแสดงผลให้ชัดบนมือถือ

บทความนี้จะพาไปรู้จัก การออกแบบโลโก้ ทั้ง 7 ประเภท พร้อมตัวอย่างแบรนด์ระดับโลก จุดแข็ง จุดอ่อน วิธีเลือกให...

ข่าวดีครับ 🔥 ปีนี้ Krungsri Tech Day เปิดโอกาสให้คนนอกเข้าไปร่วมงานด้วยครับ ... และผมเองก็จะได้รับเกียรติให้ไปขึ้นเวทีงา...
04/10/2026

ข่าวดีครับ 🔥 ปีนี้ Krungsri Tech Day เปิดโอกาสให้คนนอกเข้าไปร่วมงานด้วยครับ ... และผมเองก็จะได้รับเกียรติให้ไปขึ้นเวทีงานนี้ทั้ง
1️⃣ Main Stage ที่ผมจะไปพูด Keynote เรื่อง AI กับ Marketing Organization ในอนาคต
2️⃣ Workshop Room ที่ผมกำลังออกแบบ Workshop ด้าน AI + Marketing Data ไว้พิเศษสุดเลยครับ
สิทธิพิเศษ สำหรับเพื่อนๆในชุมชนผู้ใช้มาร์เทคไทย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานตาม QR ใน Poster หรือลิงค์ในคอมเม้นท์ได้เลยครับ
--------!--------
Krungsri Tech Day 2026
Simplifying Life, Shifting Business with AI
เปิดโลก AI ที่กำลังเปลี่ยนทั้งชีวิตและธุรกิจ พบกับเทรนด์ เทคโนโลยี โซลูชัน และกรณีศึกษาจากกรุงศรีและ Tech Partners ชั้นนำ พร้อมเรียนรู้ผ่านเวที Envisioning Stage, Ex*****on Stage, Exhibition และ Workshop ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจ AI และนำไปต่อยอดได้จริง เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า
📅 วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569
📍 ชั้น 5 Samyan Mitrtown Hall
⏰ 10:00 – 17:30 น.
กิจกรรมภายในงาน:
▪️ Envisioning Stage
เปิดมุมมองสู่อนาคตของ AI ผ่านวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเทรนด์เทคโนโลยีจากผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ชั้นนำ ร่วมสำรวจว่า AI กำลังเปลี่ยนชีวิต วิธีทำงาน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างไร

▪️ Ex*****on Stage
เจาะลึกการประยุกต์ใช้ AI ผ่านโซลูชัน นวัตกรรม และกรณีศึกษาจากกรุงศรีและ Tech Partners ชั้นนำ พร้อมเรียนรู้การนำ AI มาใช้จริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แก้ Pain Points และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

▪️ AI & Technology Exhibition
สัมผัสเทคโนโลยีและโซลูชัน AI อย่างใกล้ชิด ผ่านพื้นที่ Exhibition ที่รวบรวมโซลูชันจาก กรุงศรี Tech Partners และ Startup พร้อมเปิดประสบการณ์ให้เห็นว่า AI สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตได้อย่างไร

▪️ Workshop
เปลี่ยนจาก “รู้จัก AI” สู่ “ลงมือใช้จริง” ผ่านเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาทักษะ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแง่มุมต่าง ๆ และต่อยอด AI ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจและชีวิตจริง

▪️ Business Clinic
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเทคโนโลยีแบบตัวต่อตัว เพื่อช่วยวิเคราะห์และปลดล็อกความท้าทายด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ พร้อมรับคำแนะนำที่สามารถนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ได้จริง
______________________________________

งานนี้เหมาะสำหรับใคร?
• ผู้บริหารและนักธุรกิจ ที่มองหาเทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาธุรกิจ
• นักการตลาดดิจิทัล ที่ต้องการนำ AI และเทคโนโลยีมาสร้างประสิทธิภาพและโอกาสใหม่ ๆ
• Startup และผู้ประกอบการ ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนและต่อยอดธุรกิจ
• ผู้บริหารและคนทำงานสายเทคโนโลยี ที่ต้องการอัปเดตเทรนด์และโซลูชันใหม่ ๆ
• นักพัฒนาซอฟต์แวร์และวิศวกรคอมพิวเตอร์ ที่สนใจเทคโนโลยีและ AI
• ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และผู้ที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยี
• นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ ที่สนใจเรียนรู้ AI และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกการทำงานและธุรกิจในอนาคต
• ผู้ที่สนใจยกระดับชีวิตและธุรกิด้วยเทคโนโลยีและ AI

สรุป และแจกสไลด์ครับ
30/09/2026

สรุป และแจกสไลด์ครับ

ก่อนปี 2027 CMO ต้องตอบให้ได้ว่า ‘ใครควรทำอะไร’
อัปเดตเรื่องที่ CMO ต้องปรับตัวก่อนเข้าปี 2027
กับ Framework 5 ขั้น จาก CMO ไปสู่ Chief Orchestration Officer
ตำแหน่ง CMO จะยังคงอยู่หรือไม่ในยุคที่ AI ก้าวเข้ามา!
ทุกวันนี้ CMO ไม่ได้ถูกคาดหวังให้ดูแค่ Brand หรือ Campaign แต่ต้องตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น ในด้านการเติบโตขององค์กร รายได้ และความพึงพอใจของลูกค้า ขอบเขตงานการตลาดมีความซับซ้อนขึ้นเพราะไม่ได้แค่การบริหารความสามารถของคน แต่จะต้องสามารถนำ AI มาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่า ตำแหน่ง CMO จะยังอยู่หรือไม่
แต่คือ บทบาทของ CMO จะเปลี่ยนไปในทิศทางอย่างไร
คุณสุธีรพันธุ์, CCO of SCBX ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง CMO ของบริษัทชั้นนำ
ตั้งแต่ Chief Growth Officer ที่ดูการเติบโตของธุรกิจ, Chief Commercial Officer ที่เชื่อม Marketing กับ Sales, Pricing และ Partnership ไปจนถึง Chief Customer Officer, Chief Revenue Officer และ CMO แบบ Hybrid ที่รับผิดชอบงานมากกว่า Marketing แบบเดิม
เพราะธุรกิจกำลังมองไปที่ Bottom Line มากขึ้น
นักการตลาดจึงไม่ได้ถูกวัดแค่ Reach, Engagement, Click หรือ Followers แต่ต้องเชื่อมผลงานไปถึง Revenue, Customer Growth และ Profitability
ขณะเดียวกัน AI และ AI Agent ก็เริ่มเข้ามามีส่วนในการทำงานส่วนต่าง ๆ ในองค์กรมากขึ้น
บทบาทของ CMO จึงต้องขยับจากการถามว่า “Marketing ต้องทำอะไร?”
ไปสู่คำถามว่า “Marketing Workflow ทั้งระบบควรทำงานอย่างไร?”
คุณจิตติพงศ์ ผู้ก่อตั้งชุมชนผู้ใช้มาร์เทคไทย มองว่า CMO จึงต้องเข้ามาจัดการ Workflow มากขึ้น ตั้งแต่การเข้าใจกระบวนการเดิม จัดการ Data ออกแบบ Prototype ขยายสู่ Enterprise Solution ไปจนถึงการควบคุมความเสี่ยงและ PDPA
Framework 5 ขั้นของการขยับจาก CMO ไปสู่ Chief Orchestration Officer
1. Map - อย่าเพิ่งเริ่มจาก AI ถ้ายังไม่รู้ว่า Workflow วันนี้ทำงานอย่างไร
ขั้นแรกคือการมอง Workflow ปัจจุบันให้ออก
ใครทำอะไร ใช้เครื่องมืออะไร งานส่งต่อกันอย่างไร และจุดไหนของกระบวนการกำลังติดขัด
เพราะก่อนจะออกแบบระบบใหม่ เราต้องเห็นระบบเดิมให้ชัดก่อน
2. Data - ทำให้คน ระบบ และ AI “พูดภาษาเดียวกัน”
เมื่อเห็น Flow แล้ว ขั้นถัดมาคือการจัดระเบียบข้อมูลและความสัมพันธ์ของข้อมูล หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงคือ Data Ontology หรือการกำหนดว่า องค์กรมีข้อมูลอะไร ข้อมูลแต่ละอย่างหมายถึงอะไร และสัมพันธ์กันอย่างไร เพื่อให้คน ระบบ และ AI เข้าใจข้อมูลด้วยความหมายเดียวกัน การทำงานกับข้อมูลไม่ใช่แค่เรื่องของ IT ในการส่งข้อมูลเท่านั้น แต่ CMO หรือผู้บริหารก็ต้องเข้าใจการออกแบบ Data Ontology ของธุรกิจตัวเองเช่นกัน
3. Design - ออกแบบว่า “คน + AI + Agent + ระบบ” จะทำงานร่วมกันอย่างไร
เมื่อมี Workflow และ Data แล้ว จึงเริ่มสร้าง Prototype ให้ผู้ใช้จริงทดลอง ก่อนนำไปพัฒนาเป็นระบบเต็มรูปแบบ
- ตัวอย่างที่คุณจิตติพงศ์ยกขึ้นมา เริ่มตั้งแต่ Planning ใช้ Claude ช่วย Research เพื่อให้ได้ข้อมูลตลาดภาพรวมจากนั้น
สร้าง Agent นำข้อมูลไปช่วยกำหนด Campaign
- สร้าง Agent อีกตัวช่วยทำ Content Facebook และ Ads โดยยังมีพนักงานอยู่ใน Loop เพราะคนยังมีทักษะเรื่องมุมมองหรือสไตล์
- แล้วสร้าง Agent อีกส่วนมาช่วยวัดผลว่า Ads ที่ทำออกไปได้ผลอย่างไร
จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่ AI ตัวนี้ทำอะไรได้ แต่เป็นการออกแบบว่า ส่วนใดให้ AI ทำ ส่วนใดให้ Agent ทำ และส่วนใดยังต้องมีคนอยู่ใน Loop
4. Deploy - Prototype ต้องไปต่อถึงระบบที่องค์กรใช้จริง
เมื่อ Prototype ทำงานได้ ขั้นถัดไปคือการขยายไปสู่ Enterprise Solution และเชื่อมเข้ากับ Technology Stack ที่องค์กรใช้อยู่ การเชื่อมต่อผ่าน API, MCP รวมถึง Data ต่าง ๆ จึงมีความสำคัญ ขณะเดียวกัน การสนับสนุนให้พนักงานสามารถสร้างของหรือสร้างเครื่องมือขึ้นมาทดลอง ก็เป็นอีกเรื่องที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ
5. Govern - เมื่อระบบทำงานได้มากขึ้น การควบคุมก็ต้องตามมา
ขั้นสุดท้ายคือการกำหนดสิทธิ์ ความเสี่ยง และตัวชี้วัด เพื่อให้ Workflow สามารถทำงานและขยายขนาดได้ โดยยังควบคุมและตรวจสอบย้อนหลังได้ รวมถึงการดูเรื่องความเสี่ยงและ PDPA ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Workflow เช่นกัน
เมื่อรวมทั้ง 5 ขั้นเข้าด้วยกัน สิ่งที่ CMO ต้องบริหารจึงไม่ใช่แค่งาน Marketing แต่เป็นทั้งระบบ ต้องรู้ว่างานไหนคนทำ งานไหน AI ทำ งานไหน Agent ทำ Data มาจากไหน ระบบเชื่อมกันอย่างไร วัดผลตรงไหน และใครเป็นผู้ควบคุม
แต่ยิ่ง AI เข้ามารับส่วนของการ Ex*****on มากขึ้น ก็ยิ่งมีอีกคำถามสำคัญว่า แล้วอะไรคือสิ่งที่ยังต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์
AI อาจช่วยทำงานได้เร็วขึ้น และรับงาน Ex*****on ไปได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องมี “คน” อยู่ในระบบ คือการตัดสินว่า สิ่งที่ AI ทำออกมานั้นดีพอ เหมาะกับสถานการณ์ และควรไปต่ออย่างไร
คุณสุธีรพันธุ์มองว่า งานที่ AI ยังแทนคนไม่ได้ คือเรื่องที่ต้องใช้ Human Judgment หรือการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบที่ตายตัว รวมถึงงานที่ต้องเข้าใจคนและบริบทจริง ทั้งการสร้างความไว้วางใจ การอ่านสถานการณ์ที่ไม่ได้มีกฎตายตัว และการรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและผลที่เกิดขึ้น
ขณะที่คุณจิตติพงศ์สรุปสิ่งที่ AI ยังแทนไม่ได้ไว้เป็น 3 เรื่อง
Taste - รสนิยม Sense เรื่อง Content และ Branding
Judgment - วิจารณญาณขั้นตอนใดให้ AI ทำต่อได้ และช่วงใดต้องมี Human in the Loop
Trust - ความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่ยังต้องเกิดขึ้นระหว่างคนกับลูกค้า
ดังนั้น คุณค่าของคนในยุค AI อาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นคนลงมือทำทุกอย่างเอง
แต่คือการรู้ว่า อะไรควรให้ AI ทำ อะไรต้องให้คนตัดสินใจ และเมื่อไรที่มนุษย์ต้องกลับเข้ามาอยู่ใน Loop
เพราะ AI อาจช่วยทำงานได้
แต่คนยังต้องเป็นผู้ตัดสินว่า งานนั้นดีพอ เหมาะสม และควรไปต่อในทิศทางไหน
.
ในวันที่มีเครื่องมือมากขึ้นโจทย์ของ CMO จึงอาจไม่ใช่การมี AI ให้มากที่สุด
แต่คือการรู้ว่า คนควรอยู่ตรงไหน Data ต้องเชื่อมกันอย่างไร และ AI ควรเข้ามาทำงานในจังหวะไหน เพื่อให้ทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นระบบ
บทบาทของ CMO จึงกำลังขยับจากการคุม “งานการตลาดขององค์กร” ไปสู่การกำกับ Marketing Workflow ทั้งระบบ หรือบทบาทใหม่ที่ Session นี้เรียกว่า Chief Orchestration Officer
สำหรับ CMO ที่จะศึกษามุมมอง Chief Orchestration Officer เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดได้ที่
https://wetransfer.com/downloads/d8340d52e1c37148ba545896af86f8cb20260929024347/ef57c1?t_exp=1790909028&t_lsid=8b3af346-6ce8-4c43-b453-188dcab38c54&t_network=link&t_rid=YXV0aDB8VHJhbnNmZXJ8cThubW03MTdvOHVwMWs=&t_s=download_link&t_ts=1790649828
ติดตามชมเซสชันย้อนหลังได้ที่ https://creativetalkonline.com/

พิมพ์ “สนใจ” ไว้หน่อยครับสามารถดูได้แล้วนะครับ ว่าเว็บเราติด AI search ผ่าน google search console และผมพอจะมี playbook ก...
26/09/2026

พิมพ์ “สนใจ” ไว้หน่อยครับ
สามารถดูได้แล้วนะครับ ว่าเว็บเราติด AI search ผ่าน google search console

และผมพอจะมี playbook การทำเว็บให้ติด AI search บ้างแล้วไว้มาแชร์ให้ฟัง 📍สนใจ ไว้ก่อนครับ

ที่อยู่

เลขที่ 25 อาคารอัลม่า ลิงค์ ชั้น 17 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Ball MarTech โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ball MarTech:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์