01/04/2026
Quality Management (ISO 9001): เน้น Consistency (ความสม่ำเสมอ) และการ Minimize Risk (ลดความเสี่ยง)
Innovation Management (ISO 56001): เน้นการบริหารจัดการ Uncertainty (ความไม่แน่นอน) และการ Embrace Risk (ยอมรับความเสี่ยงที่คำนวณแล้ว)
สรุปเนื้อหาจากการบรรยาย from innovation activity to innovation performance โดย คุณธีรศักดิ์ วงศ์ปิยะ Managing Director Bold Group Thailand ในงาน Director's briefing by IOD x NIA x Bold Group Thailand 1 APR 2026
💡 Key Knowledge & Insights
1. From "Volume" to "Contribution" (Quantitative Shift)
ในอดีตเราวัดความสำเร็จที่จำนวนไอเดีย (Volume) แต่ปัจจุบัน Corporate โลกใหม่วัดที่:
+ Performance Contribution: นวัตกรรมที่ Launch ออกมา ช่วยสร้างรายได้หรือกำไรให้องค์กรกี่เปอร์เซ็นต์?
+ Repeatability:องค์กรมีความสามารถในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ "ทุกปี" เหมือน Apple หรือไม่? ไม่ใช่ 10 ปีออกได้แค่ชิ้นเดียว
2. Intangible Asset Value
ปัจจุบันมูลค่าของบริษัทใน S&P 500 กว่า 90% มาจาก Intangible Assets (สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน) เช่น IP, R&D, Brand Image และความสามารถในการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ "มูลค่าที่แท้จริง" ในสายตานักลงทุนตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา
3. Innovation Maturity Model (5 Levels)
วิทยากรแบ่งระดับความเก๋าขององค์กรนวัตกรรมไว้ 5 ระดับ:
Level 1 (Awareness): ตระหนักว่าต้องทำ
Level 2 (Engagement): เริ่มทำโปรเจกต์ต้นแบบ สร้างกำลังใจ
Level 3 (Contribution): โปรเจกต์เริ่มส่งผลต่อ Bottom line (กำไร/ขาดทุน)
Level 4 (Consolidation): นวัตกรรมสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร (Corporate Strategy)
Level 5 (Driving Force): นวัตกรรมเป็นตัวกำหนดทิศทางธุรกิจใหม่ (Drive Reality)
4. Board vs. Management Role (Governance)
+ Board (The Navigator): มีหน้าที่กำหนด Direction (ทิศทาง), อนุมัติ Strategic Intent, และ Monitor Capability (ดูว่าองค์กรเก่งขึ้นไหม ไม่ใช่แค่ดูยอดขาย)
+ Management (The Executor): มีหน้าที่ Allocate Resources, บริหาร Portfolio ของโปรเจกต์, และสร้าง Learning จากความล้มเหลว
การจะสร้างองค์กรนวัตกรรมที่แท้จริงต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก:
1. Strategic Intent: เป้าหมายที่ "อยากไป" แม้ทรัพยากรวันนี้จะยังไม่พร้อม (Unreasonable goals that drive innovation).
2. Innovation Culture: การสร้างความเชื่อใจ (Trust) เพราะงานนวัตกรรมบางอย่างใช้เวลาคิดนาน หากไม่มี Trust จะเกิดการตั้งคำถามว่า "นั่งทำอะไรอยู่?"
3. Heroic Discipline: มีวินัยในการวัดผล (Monitoring) และใช้มาตรฐานมาช่วยตัดสินใจว่าโปรเจกต์ไหนควร "ไปต่อ หรือ พอแค่นี้"