หมอดูกาแฟ Coffee Reading Enneagram

หมอดูกาแฟ Coffee Reading Enneagram การศึกษา หลักสูตร กิจกรรม บริการ

18 พฤษภาคม 2569  เวลา 08.30 - 16.00 น. หัวข้อ “การจัดการการท่องเที่ยวบนฝั่งสำหรับการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำของประเทศไทย” ณ...
18/05/2026

18 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 - 16.00 น.
หัวข้อ “การจัดการการท่องเที่ยวบนฝั่งสำหรับการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำของประเทศไทย”
ณ โรงแรม Avani Ratchada Bangkok ห้อง Diamond Grand Ballroom

ความรู้เกี่ยวกับภาพรวมของอุตสาหกรรม
การท่องเที่ยวสำราญทางน้ำในประเทศไทย รวมถึงการจัดการการท่องเที่ยวบนฝั่งสำหรับการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำของประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความพร้อมและศักยภาพของบุคลากรในธุรกิจการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ สำหรับความสำเร็จในอาชีพนี้

ปิดงานกันไปแล้วสำหรับ 1 สัปดาห์ที่ต้องเดินเข้าเดินออกกับเทศกาลละครของคณะอักษรจุฬาฯ ทั้งอาทิตย์ต้องผ่านโรงพยาบาลสัตว์เล็ก...
16/05/2026

ปิดงานกันไปแล้วสำหรับ 1 สัปดาห์ที่ต้องเดินเข้าเดินออกกับเทศกาลละครของคณะอักษรจุฬาฯ ทั้งอาทิตย์

ต้องผ่านโรงพยาบาลสัตว์เล็กเกือบทุกวันเลย
สถานที่สุดท้ายที่เราต้องจากกันชั่วนิรันดร์กับลูกผม 2 คน
ตุ้มตุ้ย กับ ลูกกล้วย
คิดถึงเสมอครับ

ชีวิตเหมือนละครหรือเปล่า?

 #อยู่ริมขวาสุดนะจ๊ะภาพบรรยากาศกิจกรรม ‘อบรมปฏิบัติการเบื้องต้น’ โครงการอบรมอาสาสมัครนำชมหอศิลปกรุงเทพฯ ปี 2569 ครั้งที่...
30/04/2026

#อยู่ริมขวาสุดนะจ๊ะ
ภาพบรรยากาศกิจกรรม ‘อบรมปฏิบัติการเบื้องต้น’ โครงการอบรมอาสาสมัครนำชมหอศิลปกรุงเทพฯ ปี 2569 ครั้งที่ 1 (BACC Volunteer Docent Training Program 2026 #1) เมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 25 – 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เวลา 9.30 - 16.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 #หอศิลปกรุงเทพฯ
การอบรมนี้เป็นการอบรม ‘ระยะเริ่มต้น’ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติหน้าที่จริงบนห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7-9 ให้แก่อาสาสมัครนำชม ซึ่งมุ่งเน้นการ มอบ “เครื่องมือ” และ “ประสบการณ์ตรง” ผ่านการบรรยายและเวิร์กชอป โดย ทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่นำชมที่ร่วมสนับสนุนและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดกิจกรรม
ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 เป็นการปูพื้นฐานสำคัญเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของอาสาสมัครนำชม เรียนรู้ทักษะการสื่อสาร การออกแบบกระบวนการเล่าเรื่อง และการทำความเข้าใจกลุ่มผู้ชมที่หลากหลาย ผ่านหัวข้อ ‘หัวใจของการเป็นเจ้าหน้าที่นำชม’ โดย กฤตภาส นิธิสิริปกรณ์, หัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่นำชมและดูแลนิทรรศการ ‘ทักษะการสื่อสารและการเล่าเรื่อง’ โดย ลักษมณ กมลปลื้ม, ผู้จัดการโปรแกรมการศึกษา และ ‘การวิเคราะห์และการบริหารจัดการกลุ่มผู้ชม’ โดย วรฉัตร วาทะพุกกณะ, ภัณฑารักษ์การศึกษา
ถัดมา ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เข้าสู่การลงลึกในเนื้อหานิทรรศการ และเปิดโอกาสให้อาสาสมัครได้ทดลองออกแบบกระบวนการนำชมและฝึกนำชมจริง จากการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับในวันแรก ผ่านการจำลองสถานการณ์และสวมบทบาท ใน หัวข้อ ‘ความรู้ในเนื้อหาและการจัดการพื้นที่’ และ ‘การฝึกปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติงาน’ โดย กฤตภาส นิธิสิริปกรณ์, หัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่นำชมและดูแลนิทรรศการ
โดยตลอดการอบรมทั้งสองวัน ได้ใช้ผลงานศิลปะจากนิทรรศการ #อกหักเชิญทางนี้ ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 และ นิทรรศการ ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 15 “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 เป็นกรณีศึกษา เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเนื้อหา และเสริมความมั่นใจในการปฏิบัติงานให้แก่อาสาสมัครทุกคน


Atmosphere of the “Introductory Training Workshop” for the BACC Volunteer Docent Training Program 2026 #1, held on Saturday–Sunday, 25–26 April 2026, from 9.30 – 16.30 hrs. at the Multi-Function Room, 1st Floor,
This workshop marked the introductory phase of the programme, designed to prepare volunteer docents before their on-site practice at the Main Exhibition Galleries, 7th–9th Floors. The training focused on providing both “tools” and “hands-on experience” through lectures and workshops, led by the BACC Education Department team, together with experienced docents who offered close guidance and support throughout the sessions.
On Saturday, 25 April 2026, participants were introduced to the fundamental roles and responsibilities of a volunteer docent, while developing essential skills in communication, storytelling, and understanding diverse audiences. The sessions included ‘The Essence of Interpretation’ by Krittapart Nithisiripakorn, Docent Team Leader; ‘Communication and Storytelling’ by Luksamon Kamolpluem, Education Program Manager; and ‘Audience Management’ by Vorachat Vadhabukkana, Education Curator.
On Sunday, 26 April 2026, the programme moved into a deeper exploration of exhibition content. Participants had the opportunity to design and practice their own guided tours by applying knowledge from the first day, through role-playing and simulated scenarios. The sessions included ‘Content Knowledge & Space Navigation’ and ‘Hands-on Training for Work Preparation’ by Krittapart Nithisiripakorn, Docent Team Leader.
Throughout the two-day workshop, artworks from the exhibitions OFF THE RADAR, We Rise at the Main Exhibition Gallery, 7th Floor, and The 15th White Elephant Art Award Exhibition “Continue, Preserve, and Build Upon the Royal Legacy” at the Main Exhibition Gallery, 9th Floor, were used as case studies. These helped participants become familiar with the content and build confidence for their upcoming on-site practice.

25/04/2026
มารายงานตัวแต่เช้ายังไม่ปรากฏผู้มาชมนิทรรศการที่นี่เลย อิอิประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม โครงการอบรมอาสาสมัครน...
25/04/2026

มารายงานตัวแต่เช้ายังไม่ปรากฏผู้มาชมนิทรรศการที่นี่เลย อิอิ

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม โครงการอบรมอาสาสมัครนำชมหอศิลปกรุงเทพฯ ปี 2569 ครั้งที่ 1 (BACC Volunteer Docent Training Program 2026 #1)
ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกท่านจะได้รับอีเมลยืนยันจากฝ่ายการศึกษา หอศิลปกรุงเทพฯ *กรุณาตอบอีเมลกลับเพื่อยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม ภายในวันที่ 23 เมษายน 2569
(**หากไม่ยืนยันกลับจะถือว่าท่านสละสิทธิ์)
ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกท่านต้องสามารถเข้าร่วมการอบรม “ระยะเริ่มต้น : อบรมปฏิบัติการเบื้องต้น” เพื่อปูพื้นฐานความรู้และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครนำชม ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 25 – 26 เมษายน 2569 เวลา 9.30 - 16.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปกรุงเทพฯ
รายชื่อผู้ผ่านคัดเลือก ดังนี้
1. กัญญาวีร์ แหยมไทย
2. เกรียงไกร​ ฮ่อ​ง​เฮง​เส็ง​
3. คคนันท์ ผดุงถิ่น
4. คามิน พร้อมสง่า
5. ชนัญญา ปัญญา
6. ชยธร ชื่นเพ็ชร
7. ชลธิชา รึคแคร์
8. ชลิตา มณีศักดิ์ประเสริฐ
9. เฌอริตา เซ็นหลวง
10. ณธิดา ศศิภูวดล
11. ณภาสุกาญจน์ บงกชคทากร
12. ณัฏชนน มั่นสติ
13. ธัญชนก ชุนประเสริฐ
14. ธันยนันท์ มุขศิริวรัญชิต
15. นทธฤต อัคริยานนท์
16. นรา แสงหิรัญวัฒนา
17. นันท์นภัส ศรีเพ็ชรดานนท์
18. นันทพร ลีห์อร่ามวัฒน์
19. นารายา โต๊ะทอง
20. ปฎิภาณ ปุยะติ
21. ปนัดดา แซ่ใช่
22. ประเสริฐ ปริยชาติกุล
23. ปิยวรรณ พงษ์ภัทรินทร์
24. พนัชกร สำโรงทอง
25. พมิรา รักษ์อรศิลป์
26. พรชัย ชัยสงคราม
27. พรพิพัฒน์ ตันติวานนท์
28. พรสวรรค์ ภู่สมพร
29. พัชณี เปล่งสันเทียะ
30. พิมพ์ภัทร์ บัวสุวรรณ​
31. แพร พัฒนเศรษฐพงษ์
32. ภัทรดนัย แฟงน้อย
33. ภัทราวดี สุทธิธนกูล
34. มนัสนันท์ ติราวรัมย์
35. เยาวภา รัตนวงษ์
36. รดา วัชรพลชัย
37. รสวรรณภัทชก์ หงษ์สุวรรณ์
38. เรณุกา ปรีดีขนิษฐ์
39. วรภาส ปลื้มปิติกุล
40. วิมล ปัญญาเดชกุล
41. วิมล จันทร์เทศ
42. ศวรัต แสงโคตร์
43. สรณ์ มานะวาณิชเจริญ
44. แสงเดือน ผ่องพุฒ
45. หทัยพัชร์ วงศ์ศรีกุล
46. อนวัช ยศไทย
47. อัครยา เลิศอุดมพฤกษา
48. อัญชลี เครือวงศ์
49. อิศเนศ เกษะประกร
50. อิศยา ยงรัมย์


Announcement of Selected Participants BACC Volunteer Docent Training Program 2026 #1
All selected applicants will receive a confirmation email from BACC Education Department. *Please confirm your participation by replying to the email by 23 April 2026.
(**Failure to confirm by the deadline will be considered a forfeiture of your place.)
All selected participants are required to attend the training session “Phase 1: Introductory Training Workshop” designed to provide foundational knowledge and prepare you for your role as a BACC volunteer docent, on Saturday–Sunday, 25–26 April 2026, from 9.30 - 16.30 hrs., at Multi-Function Room, 1st Floor, BACC.
The list of selected participants is as follows:
1. Akaraya Lertudomprueksa
2. Anawat Yosthai
3. Anchalee Khruawong
4. Chalita maneesakprasert
5. Chananya Panya
6. Chayathorn Chuenpet
7. Cherita Senluang
8. Hathaipat Wongsrikul
9. Isares kesaprakorn
10. Itsaya Yongram
11. Kakanan Padungtin
12. Khamin Phromsanga
13. Kriangkrai​ Honghengseng​
14. Kunyawee Yeamthai
15. Manassanan Tiraoram
16. Nannapat Sripetchdanont
17. Napasukarn Bongkochkatakorn
18. Nara Sanghirundwathana
19. Naraya Thothong
20. Natchanon Mansati
21. Nathida Sasiphoowadol
22. Nattarit Akriyanont
23. Nuntaporn Leearamwat
24. Pachanee Phengsantiah
25. Pamira Rakorasilp
26. Panadda Saetsai
27. Panuschakorn Samrongthong
28. Patiphan Puyati
29. Pattaradanai Fangnoi
30. Pattravadee Sutthitanakul
31. Pimpat Buasuwan
32. Piyawan Pongpattarin
33. Ponswan Poosompon
34. Pornchai Chaisongkram
35. Pornpipat Tantiwanon
36. Prae Pathanasethpong
37. Prasert Pariyachatikul
38. Rada Watcharapolchai
39. Ranukha Preedeekanit
40. Rossawanaphatchg Hongsuwan
41. Sangduen Pongput
42. Sawarat Saengkhot
43. Shontisha Ruecker
44. Sorn Manawanitcharoen
45. Thanyanan Muksiriwaranchit
46. Thunchanok Chunprasert
47. Vimol chanthed
48. Vimon Punyadejkul
49. Worapat Peampitikune
50. Yaowapa Rattanavong


ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

มาร่วมงาน ‘3 Act Struggle กว่าจะได้เขียนบทเป็นอาชีพ’ ที่จัดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 10:00-18:00 ณ ห้องประชุม Aud...
18/04/2026

มาร่วมงาน ‘3 Act Struggle กว่าจะได้เขียนบทเป็นอาชีพ’ ที่จัดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 10:00-18:00 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ชุมนุมผู้สูงวัยแต่ใจ sexxyในงานคอนเสิร์ตการแสดงมหากาพย์บทเพลง109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "สังเวชนียสถาน Sym...
05/04/2026

ชุมนุมผู้สูงวัยแต่ใจ sexxyในงานคอนเสิร์ต
การแสดงมหากาพย์บทเพลง
109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"สังเวชนียสถาน Symphony" โดยวง Symphony Orchestra แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Festival Chorus Culalongkorn University

โดย นรอรรถ จันทร์กล่ำ Composer and Conductor, ณัฐธิตา วงษ์พรหม Choralmaster

ขอบคุณ การแสดงมหากาพย์บทเพลง109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "สังเวชนียสถาน Symphony" โดยวง Symphony Orchestra แ...
04/04/2026

ขอบคุณ
การแสดงมหากาพย์บทเพลง
109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"สังเวชนียสถาน Symphony" โดยวง Symphony Orchestra แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Festival Chorus Culalongkorn University

โดย นรอรรถ จันทร์กล่ำ Composer and Conductor, ณัฐธิตา วงษ์พรหม Choralmaster

ที่น่าจะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตที่รวมนักดนตรีและนักร้องไว้มากที่สุดของประเทศไทย ณ.ตอนนี้

การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาส 109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ

ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 ณ.หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

University Auditorium

29/03/2026

#หนูเลี๊ยบหัวพริก: #ตำนานผีแห่งตรอกเก่าตรงริมคุ้งน้ำเจ้าพระยา
#บทความสารคดีทดลอง

โครงการ “ #อบรมพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีเบื้องต้น สำหรับผู้สูงวัย” รุ่นที่ 2 ( จบ 9 มีนาคม 2569)
RESKILL: Non-Fiction Writing for Silver Age

#มิวเซียมสยาม

#หนูเลี๊ยบหัวพริก: ตำนานผีแห่งตรอกเก่าตรงริมคุ้งน้ำเจ้าพระยา ( #ฉบับปรับปรุง)
.

#ฉากเปิด : แสงสุดท้ายเหนือคุ้งน้ำ ภาพอดีตเมื่อ 70 ปีก่อน

พระอาทิตย์กำลังคล้อยลา เงาของบ้านเรือนไม้ทอดยาวไปตามตรอกแคบ ๆ
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ค่อย ๆ เงียบหาย เหลือเพียงเสียงลมพัดที่คล้ายคลึงเสียงครวญครางเบาๆ

เวลานั้นที่เสียงของระนาดสลับปี่พาทย์ล่องฝ่าสายลม จากบ้านร้างไกลๆที่ปิดตาย มันส่ง
ท่วงทำนอง "จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า" ที่บรรจงเล่นอย่างประณีต และพริ้วไหว แต่เนิบนาบ ชวนให้รู้สึกถึงความเย็นยะเยือก ราวกับบทเพลงบรรเลงจากอีกโลกภพหนึ่งเป็นเหมือนดั่ง “สะพาน” ที่เชื่อมโลกคนเป็นกับโลกคนตาย

เสียงผู้ใหญ่จะเอ่ยคำเตือนที่เด็กทุกคนจำได้ดี

“รีบกลับบ้านได้แล้ว หนูเลี๊ยบ หัวพริกกำลังจะมา”

.....
#ฉากอดีต: ข้อมูล และความจริง
เมื่อ 70 ปีก่อน ชุมชนกุฎีจีนริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ราว พ.ศ. 2490–2500) เป็นพื้นที่ที่สะท้อน ความเป็น “พหุวัฒนธรรม” อย่างแท้จริง ชาวพุทธ ชาวคริสต์เชื้อสายโปรตุเกส และชาวมุสลิม รวมถึงชาวจีน มอญ ญวน ต่างอยู่ร่วมกันโดยมีศาสนสถานตั้งอยู่ใกล้กัน และใช้ความเชื่อทางศาสนาเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิตร่วมกันอย่างสงบ ทุกกลุ่มให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีการร่วมงานเทศกาลของเพื่อนบ้านต่างศาสนา ที่เชื่อมโยงกัน อยู่เสมอๆตลอดปี

บรรยากาศพหุวัฒนธรรมในกุฎีจีน
ประกอบด้วยสังคมของ
#ชาวคริสต์เชื้อสายโปรตุเกส มีโบสถ์ซางตาครู้สเป็นศูนย์กลางทางศาสนา ชุมชนจะสืบทอดพิธีกรรมและเทศกาลคริสต์ ต่างๆ เช่น วันคริสต์มาสและอีสเตอร์,

#ชาวพุทธไทยและมอญ จะ มีวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารและวัดประยุรวงศาวาสเป็นศูนย์กลาง ใช้เสียงระฆังและบทสวดมนต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

#ชาวมุสลิม มีมัสยิดตั้งอยู่ใกล้ ๆ ชุมชน ทำให้การละหมาดและเสียงอาซานเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศริมแม่น้ำ ส่วน

#ชาวจีนและญวน:
ก็จะมีศาลเจ้า เช่น ศาลเจ้าเกียนอันเกง และศาลเจ้าพ่อกวนอู เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม และการบูชาตามความเชื่อดั้งเดิม

#ชุมชนพหุวัฒนธรรมโบราณ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ: (พุทธ–คริสต์–อิสลาม–จีน) นี้
จึงมีความทรงจำร่วมทั้งรสชาติอาหาร เสียงระฆัง กลิ่นธูปควันเทียน พิธีกรรม เสียงอาซาน เสียงบทสวด เพลงกล่อมเด็ก และดนตรีดั้งเดิมหลายชาติพันธุ์ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศชุมชนในสมัยนั้นทั้งสิ้น รวมทั้งความเชื่อเรื่อง "ผี"

---


#ฉากสัมภาษณ์ : เสียงจากคุณตอง และคนอื่นๆ

ใต้ชายคาบ้านไม้ระแนงที่ผ่านกาลเวลา ผมได้พูดคุยกับคุณตอง ผู้ดูแลบ้านพิพิธภัณฑ์ชุมชนกุฎีจีน
รอยยิ้มของเขาปรากฎร่องรอยชัดที่มุมปากบาง ๆ ด้วยแววตาทีนิ่งสงบ แต่ดูหนักแน่นเมื่อได้ยินชื่อหนูเลี๊ยบ หัวพริก

“สมัยก่อนผู้ใหญ่จะชอบพูดว่า ถ้าเด็กยังไม่กลับบ้านตอนค่ำ หนูเลี๊ยบ หัวพริกจะมาเอาตัวไป”

เขาพูดพลางหัวเราะ คล้ายกับมันเป็นเรื่องเล่าชวนขบขันในวงน้ำชา
แต่เสียงหัวเราะนั้นแฝงด้วยความจริงจัง

“ตอนนั้นที่พวกเรากลัวมาก” เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาและ น้ำเสียงที่มั่นคง

ในขณะที่คนอื่นๆก็เสริมต่อว่า
"หากเมื่อมองย้อนกลับไปตอนนั้น
ความกลัวนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องเล่า แต่เป็นกฎลับที่ทำให้เด็ก ๆ อยู่ในบ้านเมื่อความมืดเข้ามาครอบงำ"

"ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด จึงมีเพียงเสียงน้ำกระทบตลิ่ง และเงาแสงจันทร์ที่ทอดตัวเหนือกรอบเก่าแห่งความทรงจำ บ้านเรือนริมน้ำยังคงใช้ตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง"

" เสียงผู้เป็นแม่ หรือพ่อ และผู้เฒ่าคนชราที่นั่งไกวเปลและเสียงร้องเพลงกล่อมลูกน้อย เบา ๆ อยู่ในบ้านตามวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมน้ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น "

"ในครั้งสมัยที่การเดินทาง การค้าขาย และขนส่งทางน้ำยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ มันเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2"
....
#ฉากหลอน : เงา กลิ่น และเสียงที่ไม่อาจอธิบาย

แต่อีกด้านหนึ่งของยามค่ำคืนในกุฎีจีนไม่เคยเงียบสนิท
เสียงฝีเท้าที่ลากเดินวนบนไม้กระดานในบ้านเก่า ดังขึ้นเอง เป็นระยะๆโดยไม่ปรากฏเห็นผู้กระทำ

กลิ่นปริศนาลอยวนในอากาศ
ชวนให้นึกถึงมือที่มองไม่เห็นกำลังโขลกเครื่องแกง หรือสมุนไพรเก่าเก็บในความมืด

ความน่าสะพรึงกลัวของผีสองตัวนี้อยู่ที่ความคลุมเครือ
ชาวบ้านเล่าขานถึง “ #หนูเลี๊ยบ” ในลักษณะเงาประหลาดรูปร่างคล้ายลูกหนูที่วิ่งไต่ไปตามกำแพงสูง

มันเคลื่อนไหวตัวได้อย่างรวดเร็วพร้อมเสียง 'ครืด... ครืด...' ของเล็บแหลมเล็กที่กรีดลงบนเนื้อไม้เก่าขัดแตะ

เสียงนั้นแหลมสูงจนบาดลึกเข้าไปในหัวใจ มันคงกำลังจดจ้อง และพยายามหาช่องว่างเล็กๆ เพื่อมุดลอดเข้ามาหาคนที่อยู่ข้างในบ้าน แต่เมื่อจ้องจับมองตามมันไป เงานั้นกลับหายวับไปราวกับไม่เคยมีมันอยู่จริง

ส่วน “ #หัวพริก” นั้นมาพร้อมกับคำบรรยายชวนขนลุกขนพอง—หัวแดงฉานราวกับพริกขี้หนูสด สุดร้อนแรง

บางคนเห็นเป็นหัวเล็กจิ๋ว แต่มีดวงตาเรืองแสงวาวโรจน์ในเงามืด
อีกกลิ่นพริกแห้งแสบฉุนลอยคลุ้งทั่วชุมชน

หัวพริกจะบดพริกเก่ากองโต แล้วลงมือคั่วจนทุกคนต้องระคายคอ ทั้งหมดอยู่ในบ้านร้างที่ไม่มีใครเคยเห็นแม้เตาไฟ

แต่เสียงตึงของ 'ครก' กระทบ 'สาก' ดังก้องกังวานสม่ำเสมอ ตลอดเวลา... ราวกับเสียงจังหวะหัวใจเต้นของใคร..ในครัวมืดที่ปิดตาย ก่อนการปฏิบัติการล่าครั้งสำคัญในตรอกซอยลึกจะอุบัติขึ้น

เสียงลูกระนาดเอกไม้ไผ่บงกระทบกันอีกครั้ง—เสียงของมันดังพริ้วไหวชัดเจนดั่งสายระลอกน้ำไหล แต่บางครั้งก็น่าหวั่นไหวด้วยคลื่นระลอกใหญ่ที่ซัดเข้ามา

ใครบางคนกำลังกระหน่ำซ้ำตีมันเพื่อปลอบประโลมใจ ปลดปล่อยความอ้างว้างของตน อยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ไร้ผู้คนนั้น

ทำนองเพลงที่สะท้อนก้องอยู่ในความมืด ราวกับเป็นเสียงเรียกจากหนูเลี๊ยบ หัวพริกที่ยังวนเวียนเฝ้าคอยบางสิ่งอยู่

ทุกสัมผัส—รูปรส กลิ่น เสียง—กลายเป็นบรรยากาศสร้างเสริมที่ทำให้หนูเลี๊ยบ และหัวพริกยังคงดำรงชีวิตในความทรงจำ

สำหรับการทำงานเขียนชิ้นนี้ การเขียน คือการขุดสำรวจจิตใจ... บางครั้งเราพบกล่องสมบัติ บางครั้งเราก็พบบาดแผล หรือไม่เราก็เจอศพที่เราฝังเอง แต่ในครั้งนี้ ข้าพเจ้ากำลังขุดสำรวจ "ศพ"ที่ความหมายภาษาอังกฤษคำนี้หมายถึงความจริงที่ไม่ดิ้น ไม่ขยับเขยื้อนได้ ปริศนาเงียบที่เก็บซ่อนเงื่อนงำความลับ" ลึกเข้าไปในความเชื่อเก่าๆ เพื่อพยายามหาให้พบกับ "หัวใจ" ของคนรุ่นก่อนที่ฝังซ่อนมันไว้
......


#ฉากตีความ : ผีในฐานะสัญลักษณ์

เมื่อเติบโตขึ้น หลายคนมองเรื่องนี้ต่างออกไป

“ผู้ใหญ่คงไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเด็ก เขาแค่ไม่อยากให้เด็กๆออกมาเล่นตอนกลางคืน เพราะบางคนเล่นเพลินจนลืม"

และยังอีกหลายเสียงหลายทัศนคติในชุมชน

"บางคนก็ว่าผีทั้งสองเป็นตัวเดียวกัน"

"บางที เรื่องราวของหนูเลี๊ยบ และหัวพริก อาจเป็นเพียงการพยายามส่งเสียงเตือนถึงอันตรายที่มองไม่เห็นในเงามืดของคุ้งน้ำ”

"ปัญหาเด็กที่หายตัวจากบ้าน ก็มักให้ได้ยินด้วยกันแทบทุกชุมชน..คุ้งน้ำนี้ในอดีตเงียบเชียบและมืดสนิทในยามค่ำคืน เรือนิรนามที่แจวผ่าน หรือคนแปลกหน้าที่แฝงตัวมาอาศัยอยู่ในบ้านร้างก็เคยปรากฏให้เห็นอยู่..."

"ส่วนใหญ่จะเป็นคดีลักพาตัวเด็กไปขาย.."

ผีหนูเลี๊ยบและผีหัวพริกจึงไม่ใช่เพียงสิ่งน่ากลัว แต่อาจเป็น #รหัสสัญลักษณ์ของความห่วงใย
เป็นวิธีที่ชุมชนใช้เพื่อปกป้องเด็ก ๆ ของพวกเขาจากความมืดและภยันตรายยามค่ำคืน

เรื่องเล่าที่ทรงพลังนี้ถูกส่งผ่านการเดินทางจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งออกไปอย่างง่ายดาย และโดยสมัครใจ พร้อมร่องรอยขูดขีดบนฝาบ้านไม้ที่ถูกทิ้งปรากฏไว้
.....
#ฉากสรุป : เงาที่ไม่เคยหายไป

เวลาผ่านไปนับหลายสิบปี แสงไฟฟ้าสว่างสไวไปทั่วชุมชนแล้ว มันเป็นแสงสีขาวสว่างนวลตา

ในวันที่ความมืดถูกขับไล่ออกไป... เด็ก ๆ เติบโตขึ้น
แต่ชื่อของผีหนูเลี๊ยบและหัวพริกยังไม่จางหายไปจากความทรงจำของผู้คน
มันยังคงถูกเล่าซ้ำ—ในเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเด็ก

แม้ความมืดจะถูกแทนที่ด้วยไฟจากถนน
ในบางคืนที่แสงนั้นอาจกระพริบสั่นไหว บางทีเงาบางเงาก็อาจยังคงไต่ผ่านกำแพงไม้เก่าอย่างเงียบงัน

และบางสิ่งที่แว่วมาท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น
เสียงวงปี่พาทย์เครื่องห้ายังคงบรรเลงเพลง อย่างเชื่องช้า
ราวกับว่าใครบางคนไม่เคยจากไปไหนเลย

“จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า
ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง
ผูกมือน้องข้า
.......
....."
บทเพลงกล่อมเด็กโบราณนั้นยังคงอวลอยู่ในบรรยากาศความมืดของราตรี
เงาของอดีตที่สะท้อนของความรักความผูกพัน ความทรงจำร่วม
ของผู้คนในชุมชนเก่าแห่งนี้

บทเพลงที่ไม่ใช่เพียงบทเพลง แต่เป็น คำสัญญาแห่งความรัก และ #สำเนียงภาษาแห่งความห่วงใย ของผู้เป็นบุพการี

" #กุฎีจีน"

ชุมชนเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยตรอกซอยเก่าคดเคี้ยวตรง
คุ้งน้ำเจ้าพระยา ชีวิตที่เดินทางผ่านการหล่อหลอมและคลุกเคล้ามาด้วยหลากหลายความเชื่อและเรื่องราว และ
กับเรื่องเล่าความน่ากลัวของ "หนูเลี๊ยบ หัวพริก"
.....
#ฉากส่งท้าย

บริบทเมื่อ 60–70 ปีก่อน
เพลง “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า” ฉบับดั้งเดิมมีเนื้อร้องสั้น ๆ ใช้ทำนองไทยเดิมจาก " #เพลงลาวเสี่ยงเทียน" ซึ่งเป็นทำนองช้า อ่อนหวาน และไพเราะ เหมาะกับการกล่อมเด็กและสะท้อนความรักความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก

ในยุค พ.ศ. 2490–2500 เพลงนี้
ถูกนำมาบรรเลงและขับร้องใน วงเครื่องสายไทย และ วงมโหรี

นักร้องลูกกรุงบางท่าน เช่น รวงทอง ทองลั่นธม และนักดนตรีไทยเดิม ได้นำทำนองนี้มาขับร้องในรูปแบบที่ไพเราะยิ่งขึ้น

แม้จะเป็นเพลงกล่อมเด็ก แต่ด้วยทำนองที่อ่อนหวาน จึงถูกใช้ในงานแสดงดนตรีไทยและงานวัฒนธรรมในราชสำนักและมหรสพ

ปัจจุบันเรื่องราวของหนูเลี้ยบ หัวพริก อาจเลือนลางหายไปจากความเชื่อ
แต่มันไม่เคยหายไปจากบริบทวิถีความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกได้

ปัจจุบัน สำหรับเด็กรุ่นใหม่ๆนับย้อนจากเด็กรุ่นแอลฟ่า ลงมา แทบจะไม่มีใครรู้จักผีหนูเลี๊ยบหัวพริกเลย
หนูเลี๊ยบหัวพริกจึงเป็นมรดกความทรงจำอีกชิ้นหนึ่งที่กำลังจะถูกลืม


โดย.
หมอดูใบชา

......

27/03/2026

ที่อยู่

939 Rama 1 Road, Wangmai, Pathumwan
Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอดูกาแฟ Coffee Reading Enneagramผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์