ดีโอโร Doro ดีท้อกลำไส้ ขับถ่ายสะดวก ล้างสารพิษ ป้องกันริดสีดวง

ดีโอโร Doro ดีท้อกลำไส้ ขับถ่ายสะดวก ล้างสารพิษ ป้องกันริดสีดวง แก้ต้อเนื้อ,ต้อลม,ต้อกระจก,ต้อหิน,วุ้นในตาเสื่อม,ตาแห้ง

💥ดีคอนแทค D-contact x คือ คำตอบ❗️ทางออกของสายตา♦️พร่ามัว♦️มองเห็นหยากไย่ลอยไปลอยมา♦️อ่านหนังสือ เล่นมือถือ แล้วปวดตา ♦️ข...
18/03/2022

💥ดีคอนแทค D-contact x คือ คำตอบ❗️ทางออกของสายตา
♦️พร่ามัว
♦️มองเห็นหยากไย่ลอยไปลอยมา
♦️อ่านหนังสือ เล่นมือถือ แล้วปวดตา ♦️ขับรถในเวลากลางคืนไม่ได้
♦️ตาแห้ง
♦️สู้แสงไม่ได้
♦️พังผืดลามเข้าตา
♦️น้ำตาไหล
♦️เหมือนมีเม็ดทรายเข้าตา
♦️แสบตา
♦️เคืองตา
♦️คันตา
♦️เบาหวานขึ้นตา
🔥ดีคอนแทคสารสกัดจากธรรมชาติ สั่งทานเลยจ้า
📣ติดต่อสอบถามใต้โพสต์ได้เลยค่ะ หรือทิ้งชื่อ เบอร์ โทรไว้ได้นะคะ 👇👇
☎️
📲สั่งซื้อคลิกลิ้งค์นี้นะคะ👇👇
โทร 0929866829

26/06/2017

เช็คด่วน!

ลำไส้ส่วนปลายเป็นท่อกลวงยาวประมาณ 5-6 ฟุต ท่อความยาว 5 ฟุตแรกคือส่วนของลำไส้ใหญ่และต่อกับลำไส้ตรงที่ยาวประมาณ 6 นิ้ว ส่ว...
26/06/2017

ลำไส้ส่วนปลายเป็นท่อกลวงยาวประมาณ 5-6 ฟุต ท่อความยาว 5 ฟุตแรกคือส่วนของลำไส้ใหญ่และต่อกับลำไส้ตรงที่ยาวประมาณ 6 นิ้ว ส่วนต่อจากลำไส้ตรงคือทวารหนัก หน้าที่ของลำไส้ใหญ่คือแปรของเสียเหลวให้เป็นอุจจาระแข็ง อาหารจะใช้เวลาเดินทางมาสู่ลำไส้ใหญ่ประมาณ 3-8 ชั่วโมงหลังจากถูกรับประทาน ช่วงเวลานี้สารอาหารจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมจะเป็นของเสียเหลว

มะเร็งชนิดนี้ ถูกจัดเป็นมะเร็งที่พบมากลำดับที่ 3 ทั้งในชายและหญิง ในประเทศตะวันตก พบ105,000 ราย เป็นผู้ได้รับการวินิจฉัยใหม่ทุกปีในประเทศสหรัฐอเมริกา โอกาสเสี่ยงต่อ มะเร็งลำไส้ใหญ่ พบมากขึ้นเมื่ออายุ50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดขึ้นเมื่อผนังลำไส้ใหญ่เริ่มสร้างติ่งเนื้องอกที่เรียกว่าอะอีโนมาตัส (มะเร็งขั้นเริ่ม) ส่วนในประเทศไทยเป็นมะเร็งที่พบมากขึ้นทั้งในผู้ชายและผู้หญิง

กลุ่มเสี่ยงสูงคือผู้ที่มีประวัติหรือประวัติครอบครัวมี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อที่ลำไส้ใหญ่ หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางชนิด รวมถึงผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ หรือ โรคโครน (Crohn's disease) กลุ่มนี้ควรเริ่มรับการตรวจหามะเร็งก่อนอายุปกติที่ควรตรวจ

บุคลที่มีประวัติครอบครัวใกล้ชิดเป็นโรคมาก่อน เช่น บิดามารดา พี่น้องหรือบุตร มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งชนิดนี้ประมาณ2/3ของประชากรปกติ แต่ในความจริงแล้วกลับพบว่า ประมาณ 80% ของผู้ป่วยใหม่ ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

จากการศึกษาพบว่าปัจจัยในการดำรงชีวิตอาจทำให้เสี่ยง ปัจจัยดังกล่าวคือ รับประทานอาหารมันและเนื้อแดงมากแต่รับประทานผักและผลไม้น้อย รับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง ออกกำลังกายน้อย และโรคอ้วน

การสูบุหรี่และดื่มสุราจัดอาจมีผลต่อการเกิดโรค



การกำหนดระยะของโรค

ขั้น 0 (Stage 0) (ที่เรียกว่าระยะก่อนมะเร็ง) - พบมะเร็งที่ผนังด้านนอกสุดของผนังลำไส้ใหญ่

ขั้น 1 (Stage I) – พบมะเร็งที่เยื่อบุชั้นที่ 2และ3 ของผนังลำไส้ใหญ่แต่ไม่พบที่ผนังด้านนอกลำไส้ใหญ่หรือมากกว่านั้น ขั้นนี้เรียกว่า ดุ๊กเอ Dukes' A

ขั้น 2 (Stage II) – มะเร็งลุกลามไปที่ผนังลำไส้ใหญ่แต่ไม่มีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง (หน่วยเล็กๆที่ช่วยต่อสู้การติดเชื้อและโรค) ขั้นนี้เรียกว่า ดุ๊กบี

ขั้น 3 (Stage III) – มะเร็งลุกลามไปผนังลำไส้ใหญ่และต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่น ขั้นนี้เรียกว่า ดุ๊กซี

ขั้น 4 (Stage IV) – มะเร็งลุกลามไปอวัยวะอื่น(เช่น ตับและปอด) ขั้นนี้เรียกว่า ดุ๊กดี



อาการและอาการแสดง

ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการเลือดออกทางทวารหนัก หรืออุจจาระปนเลือด หรืออุจจาระเป็นเลือดอุจจาระมีรูปร่างเปลี่ยนไป (เป็นเส้นเล็กลง) ปวดเกร็งในท้อง

มะเร็งลำไส้ตรงส่วนใหญ่มักแสดงอาการ ซึ่งต่างจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการดังกล่าวคือ: อุจจาระปนเลือด, ท้องผูกสลับกับท้องเดินอย่างไม่มีสาเหตุ, ขนาดของเส้นอุจจาระเปลี่ยนไป และ ปวดเบ่ง คืออาการรู้สึกปวดถ่ายในขณะที่ไม่มีอุจจาระหรือไม่สามารถขับถ่ายออกได้ ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจไปเบียดอวัยวะข้างเคียงอาจก่อให้เกิด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปวดเนื่องจากมีการกดทับที่ก้นหรือฝีเย็บ



การวินิจฉัย

ผู้ป่วยอาจจะถูกเข้ารับการตรวจเพื่อหาระยะและการกระจายของมะเร็งดังต่อไปนี้ การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่าง ในบางรายอาจได้รับการวินิจฉัยโรคจากการตรวจเอกซเรย์โดยการสวนแป้งแบเรี่ยม การตรวจเลือดเพื่อหาระดับของ carcinoembryonic antigen (CEA) (การตรวจเลือดเพื่อค้นหามะเร็ง) เอกซ์เรย์ทรวงอก และเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องและเชิงกราน

นอกจากนี้ การตรวจเพื่อหาการลุกลามของมะเร็งอาจใช้ CT scans, MRI หรือการส่องกล้องคลื่นความถี่สูง (EUS)



การผ่าตัด

- การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่จะทำตามตำแน่งที่เกิดในลำไส้ เช่น

* การผ่าตัดบริเวณครึ่งขวาของลำไส้ Rt. Extended Hemicolectomy

* การผ่าตัดบริเวณ Transverse colon Transverse colectomy

* การผ่าตัดบริเวณครึ่งซ้ายของลำไส้ Lt. Hemicolectomy

* การผ่าตัดบริเวณ sigmoid colon Sigmoidectomy

* Sigmoidectomy with Hartman’s pouch

ส่วนกรณีลำไส้ตรงซึ่งอยู่บริเวณเชิงกรานที่มีโครงกระดูกขนาดใหญ่ ทำให้ศัลยแพทย์ประสบความยากลำบากในการเลาะตัดชิ้นเนื้อบริเวณใกล้เคียงเพื่อตัดเอาก้อนมะเร็งออกมา ต้องใช้วิธีการ AP resection

ในผู้ป่วยที่ก้อนมีขนาดใหญ่มากจนไม่สามารถจะทำการผ่าตัดได้ การให้การฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดเพื่อทำให้ก้อนเล็กลงจะช่วยให้ก้อนเล็กลงจนผู้ป่วยสามารถเข้ารับการผ่าตัดเอาก้อนออกได้ วิธีนี้เรียกว่า "downstaging"

ผู้ป่วยขั้น 0 และ 1 ใช้การผ่าตัดเพียงอย่างเดียว

ผู้ป่วยขั้น 2 และ 3 ที่เสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำอีก ควรให้การฉายรังสีและยาเคมีบำบัดร่วมด้วย อาจใช้ก่อนหรือหลังผ่าตัด

แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับการผ่าตัดก้อนมะเร็งออกทั้งหมด แต่อุบัติการณ์การกลับเป็นซ้ำอีกสูงถึง 50-60%

การให้ยาเคมีบำบัดจึงเพื่อลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำอีก

การศึกษาแสดงถึงการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีแตกต่างกัน โดยทั่วไป ผู้ป่วยมะเร็งขั้น 2 ที่มีปัญหาลำไส้ทะลุหรือลำไส้อุดตัน หรือที่เป็นมะเร็งชนิดเซลล์ผิดปกติมาก (จากการตรวจชื้นเนื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์)นับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำอีกจะได้รับการรักษาโดย fluorouracil (5-FU) และ leucovorin (LV)ซึ่งทั้งสองตัวเป็นยาเคมีบำบัด เป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งขั้น 2 อื่นๆได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดแต่ไม่ต้องเข้ารับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยมะเร็งขั้น 3 ได้รับการรักษาด้วย fluorouracil และ leucovorin เป็นเวลา 6 เดือน ด้วยวิธีการรักษาแบบนี้ทำให้อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว

ส่วนผู้ป่วยมะเร็งขั้น 4 ใช้การรักษาด้วยการตัดก้อนมะเร็งออก ร่วมกับการฉายรังสีรักษา โดยอาจใช้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วยหรือไม่ร่วมด้วย

ผู้ป่วยบางท่านอาจต้องเข้ารับการจัดการการผ่าตัดตามการลุกลามของมะเร็งไปอวัยวะใกล้เคียง เช่น ตับ รังไข่เป็นต้น การรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม ใช้ fluorouracil, leucovorinและirinotecan (CPT-11 หรือ Camptosar) หรือ oxaliplatin (Eloxitin) สูตรการใช้ยาirinotecanหรือ oxaliplatinร่วมด้วย มีผลดีในการรักษาเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ใช้เพียง fluorouracil และ leucovorin เท่านั้น

Cr.bangkokhospital.com

อยากบอก อยากแชร์ มากๆ!!!โรคตาแห้งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึง...
16/07/2016

อยากบอก อยากแชร์ มากๆ!!!

โรคตาแห้ง
เป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน รูมาตอยด์ ไทรอยด์ ต้อกระจก หรือในคนที่ทำเลสิก ใส่คอนแทคเลนส์มานานเป็นสิบปี นอกจากนี้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดความดันโลหิต ก็ทำให้เกิดตาแห้งได้เช่นกัน

อาการ
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการเคืองตา คันตา ไม่สบายตา หรือตาแดงบ่อยๆ รู้สึกเคืองตา คันตา เมื่อทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ในบางรายอาจมีน้ำตาไหลตลอดเวลา ซึ่งมักเป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยสงสัยเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นตาแห้ง ทั้งนี้เนื่องจากภาวะตาแห้งทำให้มีการระคายเคืองตา เมื่อมีการระคายเคืองเรื่อยๆ จะไปกระตุ้นปฏิกิริยาของร่างกายให้มีการสร้างน้ำตาขึ้นมามาก ดังนั้นสาเหตุของการมีน้ำตาไหลคือตาแห้ง ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องหยอดน้ำตาเทียมเพื่อรักษาอาการน้ำตาไหลที่เกิดเนื่องจากภาวะตาแห้ง

การรักษา
ผู้ป่วยสามารถเริ่มต้นได้จากการป้องกันดวงตาด้วยตนเอง เช่น กะพริบตาบ่อยๆ ในขณะอ่านหนังสือหรือทำงานกับคอมพิวเตอร์นานๆ ใส่แว่นตากันลม หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นและควัน และหยอดน้ำตาเทียม ซึ่งในปัจจุบันมี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีสารกันเสีย ส่วนใหญ่จะใช้ในคนที่เป็นไม่มาก และชนิดที่ไม่มีสารกันเสีย ใช้ในผู้ป่วยที่ต้องหยอดตาบ่อยๆ

ในกรณีที่ใช้น้ำตาเทียมแล้ว ผู้ป่วยยังมีอาการตาแห้งรุนแรงอยู่ แพทย์อาจพิจารณารักษาโดยการอุดท่อน้ำตาเพื่อลดการระบายออกของน้ำตา ในรายที่เป็นไม่มากอาจใช้การอุดแบบชั่วคราว แต่ถ้าเป็นรุนแรงมากอาจใช้วิธีการอุดแบบถาวร

ต้อกระจก
คือ ภาวะที่เลนส์ตาเกิดการขุ่น (ภาวะปกติจะใส) ทำให้แสงผ่านเข้าตาได้น้อยลง จึงมองเห็นได้ไม่ชัดเจน อาจมีสาเหตุจากอายุ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เบาหวาน

อาการ
ขึ้นกับความรุนแรงของโรค แล้วแต่ว่าเลนส์ตาขุ่นมากน้อยเพียงใด อาการที่อาจพบได้ เช่น มองเห็นสีทึมๆ ไม่สดใส มองเห็นได้ไม่ชัดเจนเหมือนเคยในที่ที่มีแสงเท่าเดิม มองเห็นภาพซ้อน มองไม่เห็นเมื่อมีแสงจ้าหรือสู้แสงไม่ได้ ขับรถแล้วมองแสงไฟสะท้อนจากรถฝั่งตรงข้ามไม่ได้ เป็นต้น

การรักษา
ทำได้โดยการผ่าตัดต้อกระจกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน วิธีที่นิยมใช้ในการรักษา คือ การสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวนด์แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไป วิธีนี้ส่วนใหญ่ไม่ต้องเย็บแผล จึงสามารถฟื้นตัวได้เร็ว แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องทำการผ่าตัดแบบที่ต้องเปิดแผลใหญ่ เพื่อเอาต้อกระจกออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งได้ผลดีเช่นกันแต่การหายของแผลจะช้ากว่า

ต้อหิน
เป็นโรคที่มีการทำลายของเส้นประสาทตา โดยส่วนใหญ่เกิดจากความดันในลูกตาสูง จัดเป็นโรคที่เป็นภัยเงียบเพราะสามารถทำให้ตาบอดอย่างช้าๆ ได้

ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงจะเป็นต้อหิน ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหินมาก่อน ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ใช้ยาบางอย่าง เช่น สเตียรอยด์ (การใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์ควรใช้ในขนาดและตามเวลาที่แพทย์สั่งเท่านั้น อย่าซื้อยามาใช้เอง เพราะการใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์ต่อเนื่องกันนานๆ อาจทำให้เกิดต้อหินได้)

อาการ
ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคต้อหิน เนื่องจากโรคจะค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากการมองเห็นที่ลดลงทางด้านข้าง (ยังมองเห็นตรงกลางได้ชัดเจน) จนตาบอดสนิทได้ในผู้ป่วยต้อหินระยะสุดท้าย ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดตาเล็กน้อย เมื่อรับประทานยาก็หาย จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ สำหรับผู้ป่วยที่มีความดันตาสูงมากเฉียบพลัน อาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ตาแดง อาเจียน มองเห็นไฟเป็นดวงๆ กระจัดกระจาย แต่พบกรณีนี้ได้น้อยกว่าผู้ที่มีความดันตาสูงกว่าปกติเพียงเล็กน้อย

การรักษา
ทำได้โดยการรักษาด้วยยาหยอดตาเพื่อรักษาสมดุลของความดันตา โดยอาจจะลดการสร้างน้ำในลูกตาหรือทำให้มีการระบายน้ำมากขึ้น ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการทำเลเซอร์ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาหรือมีอาการรุนแรง แพทย์อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ทั้งนี้โรคต้อหินหากเริ่มต้นรักษาได้เร็วจะช่วยหยุดความรุนแรงของโรคได้มากขึ้น ถ้าปล่อยไว้จนตาบอดจะไม่สามารถแก้ไขได้

จอตาเสื่อมในผู้สูงวัย
เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของจุดศูนย์กลางของจอตา ซึ่งเป็นจุดรับภาพที่ทำให้เรามองเห็น โรคนี้แบ่งออกเป็นชนิดแห้งและชนิดเปียก โดยชนิดแห้งเป็นชนิดที่พบได้มากกว่า เซลล์ประสาทตาบริเวณจุดรับภาพจะค่อยๆ เสื่อมไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ตามอายุ ใช้เวลานาน จนถึงระยะท้าย ผู้ป่วยจะมองไม่เห็นตรงกลาง แต่จะมองเห็นด้านข้างได้ (ตรงกันข้ามกับต้อหิน) ส่วนชนิดเปียก พบได้น้อยกว่าแต่รุนแรงกว่าชนิดแห้ง เนื่องจากมีการเสื่อมของจอตาร่วมกับมีการสร้างเส้นเลือดผิดปกติใต้จอตา ทำให้จอตาบวมและมีเลือดออกได้ ส่งผลให้ตามัวเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจมองไม่เห็นทันทีได้

ปัจจัยเสี่ยงของจอตาเสื่อมในผู้สูงวัย ได้แก่ อายุที่มากขึ้น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อน (ในรุ่นลูกจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นในอายุที่ลดลงมา เช่น คุณพ่อคุณแม่เป็นเมื่ออายุ 60 ปี ลูกอาจมีโอกาสเป็นในขณะอายุ 50 ปี) ผู้ที่ต้องอยู่กลางแดดนานๆ เช่น วิศวกรที่ทำงานกลางแดดตลอดเวลา ผู้ที่สูบบุหรี่ อ้วน เป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยโรคนี้จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อาการ
ขึ้นกับชนิดที่เป็น ผู้ป่วยที่เป็นจอตาเสื่อมชนิดแห้ง อาจมาด้วยอาการมองไม่เห็นส่วนกลางของภาพหรือเห็นภาพบิดเบี้ยว ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นจอตาเสื่อมชนิดเปียก อาจมีอาการตามัวเฉียบพลัน มองไม่เห็นในทันทีได้

การรักษา
เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาจึงมีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งไม่ให้โรคดำเนินต่อ ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด วิธีการรักษามีหลายวิธี เช่น การใช้เลเซอร์ทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกติ การผ่าตัด วิธีที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน คือ การฉีดยาเข้าในน้ำวุ้นตาโดยตรงเพื่อยับยั้งการหลั่งสารที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดที่ผิดปกติ ซึ่งพบว่าวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียการมองเห็นแล้ว ยังช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในผู้ป่วยบางรายด้วย แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ ต้องฉีดยาซ้ำ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาการรักษาตามการตอบสนองของผู้ป่วยและความรุนแรงของโรค

เบาหวานขึ้นตา
แม้โรคนี้จะไม่ขึ้นกับความเสื่อมโดยตรงจากอายุ แต่พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานก็มากขึ้น และโรคเบาหวานเองก็เป็นโรคที่ทำร้ายสุขภาพของดวงตาอย่างมาก โดยสามารถทำให้เกิดโรคตาแห้ง ทำให้เกิดต้อกระจกได้มากขึ้น และทำให้มีความเสี่ยงของต้อหินมากกว่าคนปกติ แต่ที่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานคือ เบาหวานขึ้นจอประสาทตา

อาการ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ บางรายอาจมาด้วยอาการตามัว มองเห็นภาพตรงกลางบิดเบี้ยว เห็นเงาดำลอยไปมา ในรายที่เป็นต้อหินจากเบาหวาน อาจมีอาการปวดตาร่วมด้วย

การรักษา
แพทย์จะทำการตรวจดูว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติอย่างไรและให้การรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ผู้ป่วยที่มีเลือดออกหรือจุดรับภาพบวม อาจต้องใช้การรักษาด้วยเลเซอร์หรือฉีดยาเข้าน้ำวุ้นตา ผู้ป่วยที่มีพังผืดดึงรั้งทำให้เกิดการหลุดลอกของจอประสาทตา อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เป็นต้น

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานคือ ต้องพยายามควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและเข้ารับการตรวจตาโดยเร็วที่สุด เพราะการตรวจพบความผิดปกติในระยะแรก จะช่วยลดความสูญเสียของการมองเห็นได้อย่างมาก

โดยสรุป แม้ผู้สูงอายุจะยังไม่พบความผิดปกติของดวงตาก็ควรเข้ารับการตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่มีปัญหาตารุนแรง เช่น เป็นต้อหิน ควรเข้ารับการตรวจบ่อยครั้งกว่าปกติ นอกจากนี้ ในผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ควรปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต เช่น งดการสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และที่สำคัญที่สุดคือ หมั่นตรวจเช็กดวงตาของตนเองอยู่เป็นประจำ โดยการปิดตาทีละข้าง ดูว่ายังมองเห็นเป็นปกติหรือไม่ เห็นเส้นตรงเป็นเส้นโค้งหรือคดหรือไม่ หรือมีเงาลอยไปมาหรือไม่ ถ้าพบความผิดปกติใดๆ ก็ตามให้รีบไปพบจักษุแพทย์ทันที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพตาที่ดีและมีความสุขกับการมองเห็นที่สดใสได้อย่างยาวนาน

เรียงเรียงโดย พญ.เมทินี ศิริมหาราช จักษุแพทย์ ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

อยากบอก อยากแชร์ มาก!!!เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะทุกส่วนในร่างกายย่อมเสื่อมลง รวมถึงดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่คนส่วนใหญ่มักละเ...
16/07/2016

อยากบอก อยากแชร์ มาก!!!
เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะทุกส่วนในร่างกายย่อมเสื่อมลง รวมถึงดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่คนส่วนใหญ่มักละเลยการตรวจ เพราะคิดว่าไม่มีปัญหา กว่าจะมาพบจักษุแพทย์ก็เมื่ออาการของโรครุนแรง จนบางครั้งอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้ บทความนี้ได้รวบรวมโรคตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก เพื่อจะได้ป้องกันและถนอมสุขภาพตาให้สามารถมองเห็นได้อย่างสดใสไปนานๆ
* โรคตาแห้ง
* ต้อกระจก
* ต้อหิน
* จอตาเสื่อมในผู้สูงวัย
* เบาหวานขึ้นตา

อยากบอก อยากแชร์ มาก!!!เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะทุกส่วนในร่างกายย่อมเสื่อมลง รวมถึงดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่คนส่วนใหญ่มักละเ...
16/07/2016

อยากบอก อยากแชร์ มาก!!!

เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะทุกส่วนในร่างกายย่อมเสื่อมลง รวมถึงดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่คนส่วนใหญ่มักละเลยการตรวจ เพราะคิดว่าไม่มีปัญหา กว่าจะมาพบจักษุแพทย์ก็เมื่ออาการของโรครุนแรง จนบางครั้งอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้ บทความนี้ได้รวบรวมโรคตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก เพื่อจะได้ป้องกันและถนอมสุขภาพตาให้สามารถมองเห็นได้อย่างสดใสไปนานๆ

* โรคตาแห้ง
* ต้อกระจก
* ต้อหิน
* จอตาเสื่อมในผู้สูงวัย
* เบาหวานขึ้นตา

ที่อยู่

4/136
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีโอโร Doro ดีท้อกลำไส้ ขับถ่ายสะดวก ล้างสารพิษ ป้องกันริดสีดวงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์

ประเภท