Pink Blue Black & Orange

Pink Blue Black & Orange Pink Blue Black & Orange is a Bangkok based design consultancy established in 1997.

Brand Identity Office of the National Economic and Social Development Council Project : Brand IdentityClient : Office of...
31/07/2026

Brand Identity Office of the National Economic and Social Development Council

Project : Brand Identity
Client : Office of the National Economic and Social Development Council
Design Firm : Pink Blue Black & Orange
Design Director : Siam Attariya
Designer : Patcharapa Pipatnudda, Warut Wongsnanwut

23/07/2026
23/07/2026

22/07/2026
ปฏิทินตั้งโต๊ะชุด "We Begin. The Earth Sustains. | เราเริ่ม โลกรอด” ที่ Pink Blue Black & Orange ได้ออกแบบให้กับ CHEVRON...
21/07/2026

ปฏิทินตั้งโต๊ะชุด "We Begin. The Earth Sustains. | เราเริ่ม โลกรอด” ที่ Pink Blue Black & Orange ได้ออกแบบให้กับ CHEVRON Thailand ได้รับรางวัลสุริยศศิธร ชนะเลิศปฏิทินดีเด่นประจำปี 2569 จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ประเภทจรรโลงสังคมและสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน ทางเราต้องขอขอบคุณทาง CHEVRON Thailand ที่ไว้ใจและให้โอกาสเราในการออกแบบครั้งนี้ สุดท้ายนี้ลูกค้ารายใหม่ๆ ทาง Pink Blue Black & Orange ก็รอโอกาสอยู่นะครับ

Film Director X Rapper X Designer X CEA
14/07/2026

Film Director X Rapper X Designer X CEA

CEA ปลุกพลัง “Creative Effect” เปลี่ยนความคิดให้เป็นทุน สร้างแรงกระเพื่อมเศรษฐกิจไทย

ดึง “มิลลิ–สยาม–ไก่ ณฐพล” ถ่ายทอดเส้นทางจากไอเดียเล็กๆ สู่ผลงานระดับโลก ตอกย้ำว่าความสร้างสรรค์ไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจ แต่คือสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้คน ธุรกิจ เมือง และประเทศ
ในวันที่การแข่งขันของประเทศไม่ได้วัดกันเพียงต้นทุนการผลิตหรือจำนวนทรัพยากรที่มีอยู่ “ความคิดสร้างสรรค์” กำลังกลายเป็นทุนก้อนใหม่ที่ทรงพลัง เพราะไอเดียหนึ่งไอเดียอาจพัฒนาเป็นเพลงที่เดินทางข้ามพรมแดน งานออกแบบที่เพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ หรือเรื่องเล่าท้องถิ่นที่กลายเป็นคอนเทนต์ระดับโลก
นี่คือแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญ “Creative Effect” จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ซึ่งต้องการสื่อสารให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างผลงานศิลปะหรือความบันเทิง แต่สามารถต่อยอดสู่มูลค่าทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม สร้างอัตลักษณ์ให้เมือง และส่งต่อผลกระทบเชิงบวกไปยังสังคมในวงกว้างได้
📌 เมื่อ “ไอเดีย” กลายเป็นสินทรัพย์ของประเทศ
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยทั้ง 15 สาขา มีมูลค่ารวมประมาณ 1.63 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า ความสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของแรงบันดาลใจ แต่เป็นทรัพยากรที่สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้คน ธุรกิจ และเศรษฐกิจไทยได้จริง
อย่างไรก็ตาม ไอเดียที่ดีอาจไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง หากขาดพื้นที่ทดลอง เงินทุน ความรู้ เครือข่าย หรือช่องทางเข้าสู่ตลาด บทบาทเชิงกลยุทธ์ของ CEA จึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างผลงานแทนนักสร้างสรรค์ แต่คือการทำหน้าที่เป็น “Enabler” หรือผู้สร้างระบบสนับสนุน เพื่อช่วยเปลี่ยนต้นทุนทางความคิดให้กลายเป็นผลผลิตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้
กล่าวอีกแบบคือ Creative Effect ไม่ได้ต้องการบอกเพียงว่า “คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์” แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า หากความคิดนั้นได้รับการบ่มเพาะและเชื่อมต่อกับโอกาสอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และพาประเทศไปแข่งขันในเวทีโลกได้
📌 People–Place–Industry กลยุทธ์ขยายผลจากคนสู่ประเทศ

หัวใจการขับเคลื่อนของ CEA วางอยู่บน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ People–Place–Industry

เริ่มจากการพัฒนาศักยภาพของคนทำงานสร้างสรรค์ หรือ People ก่อนขยายผลไปสู่ Place ด้วยการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้พัฒนาเมือง สร้างจุดเด่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และบุคลากรคุณภาพ จากนั้นจึงต่อยอดสู่อุตสาหกรรม หรือ Industry เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างเป็นระบบ
กลยุทธ์นี้สะท้อนว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่สามารถเติบโตด้วยการผลักดันศิลปินหรือผู้ประกอบการเพียงรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่ทำให้คนเก่งมีพื้นที่เติบโต เมืองมีเอกลักษณ์ และภาคธุรกิจสามารถนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้เพิ่มมูลค่าได้จริง
📌 3 นักสร้างสรรค์ 3 อุตสาหกรรม ภาพแทนของแรงกระเพื่อม
เพื่อทำให้แนวคิด Creative Effect เข้าใจง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น CEA เลือกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของ 3 นักสร้างสรรค์จากวงการดนตรี งานออกแบบ และคอนเทนต์ ซึ่งต่างพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความคิด” สามารถขยายผลไปไกลกว่าตัวผลงานได้
- มิลลิ–ดนุภา คณาธีรกุล เป็นภาพแทนของอุตสาหกรรมดนตรีไทยที่กำลังก้าวสู่ตลาดโลก ผ่านการสนับสนุนจากโครงการ Music Exchange ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยเข้าร่วมเทศกาลดนตรีนานาชาติ เส้นทางของมิลลิแสดงให้เห็นว่าเสียงดนตรี อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมไทย สามารถสร้างทั้งอิทธิพลทางวัฒนธรรมและโอกาสทางเศรษฐกิจได้

- สยาม อัตตะริยะDesign Director แห่ง PBB&O สะท้อนบทบาทของงานออกแบบที่ไม่ใช่เพียงการสร้างความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือแก้โจทย์ธุรกิจ สร้างตัวตนให้แบรนด์ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยผลงาน Key Visual ของ Bangkok Design Week 2025 ยังได้รับรางวัลจากเวที Golden Pin Design Award 2025 อีกด้วย
- ไก่–ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์ “สงคราม ส่งด่วน” และ “ทนายปีศาจ” เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่ใช้การพัฒนาโปรเจกต์ การเล่าเรื่อง และการเชื่อมโยงตลาด เปลี่ยนเรื่องราวของไทยให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก
📌 แคมเปญที่ไม่ได้ขายเพียงแรงบันดาลใจ
ในเชิงกลยุทธ์ การเลือกบุคคลทั้งสามไม่ได้เป็นเพียงการใช้คนดังสร้างการรับรู้ แต่คือการออกแบบเรื่องเล่าให้ผู้คนมองเห็น “เส้นทางของผลลัพธ์” ตั้งแต่การมีไอเดีย ได้รับโอกาส ผ่านกระบวนการบ่มเพาะ ไปจนถึงการสร้างผลงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม
Creative Effect เป็นมากกว่าแคมเปญประชาสัมพันธ์ แต่เป็นการสื่อสารภาพใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะศิลปิน หากครอบคลุมถึงนักออกแบบ ผู้กำกับ ผู้ประกอบการ ชุมชน ตลอดจนเมืองที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้สร้างอนาคตของตัวเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความคิดหนึ่งความคิดอาจเริ่มต้นจากคนเพียงคนเดียว แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างถูกจุด ก็สามารถขยายแรงกระเพื่อมจากระดับบุคคลไปสู่ธุรกิจ เมือง สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งนั่นคือหัวใจที่แท้จริงของ **Creative Effect**


26/06/2026

【DFA Design for Asia Awards 2026】Judging Panel Members

The prestigious judging panel of the DFA Design for Asia Awards 2026 brings together world-renowned elites from diverse disciplines to recognise design excellence for Asia. We are honoured to introduce these visionary industry leaders:

.Bongkyu SONG (Founder and Design Director, BKID)
.Charry JEON (Founder and Creative Director, CFC)
.CHEN Lu (Senior Director, Xiaomi)
.Henry CHU (Founder and Director, pill & pillow)
.Kevin YEUNG (Chairman, Hong Kong Fashion Designers Association)
.Leon YOONG (Senior Vice President, Techtronic Design Asia)
.Siam ATTARIYA (Design Director, Pink Blue Black & Orange Co., Ltd.)
.Tommy LI (Creative Director, Tommy Li Design Workshop Ltd.)
.William TO (Executive Director, PMQ Management Co. Ltd.)
… more to be announced
(In alphabetical order by English first name)

Judging Criteria:
1. Creativity and Human-centric Innovation
2. Usability
3. Aesthetic
4. Sustainability
5. Impact in Asia
6. Commercial & Societal Success

6 Design Disciplines for Submission:
1. Communication Design
2. Digital & Motion Design
3. Fashion & Accessory Design
4. Product & Industrial Design
5. Service & Experience Design
6. Spatial Design

Entry Requirements:
Design projects launched in one or more Asian markets between 1 January 2024 and 31 May 2026 are eligible for submission by their design owners, clients, brand owners, designers or design consultancies.

Stay tuned as we reveal more members of our esteemed judging panel!
👉 Meet the judges: https://dfaa.dfaawards.com/en/judging/

Act now and secure your place among Asia’s leading design talents!
For enquiry, please email [email protected].

【DFA亞洲最具影響力設計獎2026】評審團名單

「DFA 亞洲最具影響力設計獎 2026」評審團雲集來自全球不同專業領域的知名精英,共同發掘並表彰為亞洲而設計的卓越項目。設計界領袖包括:

.Bongkyu SONG (BKID創辦人及設計總監)
.全彩里 (CFC代表理事及創意總監)
.陳露 (小米高級總監)
.朱力行 (pill & pillow創辦人及總監)
.楊棋彬 (香港時裝設計師協會主席)
.翁國樑 (Techtronic Design Asia高級副總裁)
.Siam ATTARIYA (Pink Blue Black & Orange Co., Ltd. 設計總監)
.李永銓 (李永銓設計廔有限公司創作總監)
.陶威廉 (PMQ元創方總幹事)
… 及其他評審 (陸續公佈)
(按英文名字字母順序排列)

評審準則:
1. 創意及以人為本的創新精神
2. 可用性
3. 美學
4. 可持續發展性
5. 對亞洲的影響力
6. 商業及社會上的成就

徵集六大設計範疇:
1.傳訊設計
2.數碼及動態設計
3.服飾設計
4.產品及工業設計
5.服務及體驗設計
6.空間設計

參加資格:
作品須於 2024年 1 月 1 日至 2026年 5 月 31 日期間,在至少一個亞洲市場上推出,並由其擁有者、客戶、品牌擁有者、設計師或設計顧問機構遞交報名。

密切留意我們的最新動態,更多重量級評審即將揭曉!
👉 了解更多評審團資訊:https://dfaa.dfaawards.com/tc/judging/

立即行動,成為亞洲頂尖設計人才之一!
如欲查詢詳情,請電郵至 [email protected]

#香港設計中心 #文創產業發展處 #文化體育及旅遊局

Today, we had the pleasure and honour of welcoming Irene Pereyra, AGI member and co-founder of Anton & Irene, to our stu...
24/06/2026

Today, we had the pleasure and honour of welcoming Irene Pereyra, AGI member and co-founder of Anton & Irene, to our studio. Her studio has worked with remarkable clients including Google, M+ Museum, and Spotify.

Irene may well be the last designer to visit us in this space, as from next Tuesday we will be working fully remotely and will no longer have a physical office.

During her visit, Irene generously shared her experience in UX design and challenged many of the assumptions and “rules” that designers often follow without questioning whether they are still relevant today.

Thank you, Irene. You are not only an outstanding designer, but also a wonderful teacher and storyteller. We truly appreciate your time, insights, and generosity. 🙏🏼❤️😊

Our senior designers feature in The People.Thanks to The People for the conversation and the opportunity to share our st...
23/06/2026

Our senior designers feature in The People.

Thanks to The People for the conversation and the opportunity to share our stories. ❤️🙏🏼😊💐🎉

ปพุทธ นิ่มเชื้อ และ ธีรภัทร ล้อสุวรรณวงศ์: ถอดองค์ประกอบศิลป์ SOT Music Awards 2026 เปลี่ยนเสียงของประเทศไทยเป็นถ้วยรางวัล
24 มิถุนายน 2569 จะมีการจัดงาน SOUND OF THAILAND MUSIC AWARDS 2026 (SOT Music Awards) เป็นครั้งแรก
ความพิเศษของงาน คือ นี่ไม่ใช่เพียงงานมอบรางวัล หากเป็นเวทีที่ต้องการบันทึกเสียงของยุคสมัย ผ่านการคัดเลือกจากคนในวงการดนตรีและนักฟังเพลงตัวจริง
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของงาน คือ Key Visual สีสันจัดจ้านและถ้วยรางวัลรูปหูสีทอง ซึ่งถูกออกแบบขึ้นใหม่โดย Pink Blue Black & Orange (PBB&O) สตูดิโอออกแบบที่เคยสร้างสรรค์ผลงาน The Making of ใน Bangkok Art Biennale 2026
วันนี้ The People มีโอกาสคุยกับ ‘โอม’ ปพุทธ นิ่มเชื้อ และ‘ธี’ ธีรภัทร ล้อสุวรรณวงศ์ สอง Senior Designer ของ Pink Blue Black & Orange ชวนพวกเขามาถอดองค์ประกอบศิลป์ของ SOT Music Awards 2026 ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ว่า เสียงดนตรีปลุกให้ทุกอย่างมีชีวิต ไปจนถึงการเปลี่ยนเสียงที่มองไม่เห็น ให้กลายเป็นภาพ สีสัน และถ้วยรางวัลที่ผู้คนจดจำได้ในฐานะตัวแทนของเสียงแห่งประเทศไทย
🔴 เสียงดนตรีปลุกให้ทุกอย่างมีชีวิต
‘PBB&O’ ได้รับโจทย์การออกแบบ Key Visual และถ้วยรางวัลของ SOT Music Awards มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ด้วยแนวคิดตั้งต้นว่า อยากให้งานประกาศรางวัลนี้เป็นตัวแทนของเสียงแห่งประเทศไทยที่ส่งต่อไปถึงนักฟังเพลงทั่วโลก
โอมเริ่มจากพาเราย้อนไปยังคอนเซปต์แรก ๆ พร้อมเล่าว่า รางวัลนี้เป็นรางวัลทรงเกียรติที่หวังให้เป็นเสียงของยุคสมัยนี้ ซึ่งเป็นภาพแทนของความทรงจำ และทำให้ทุกคนเห็นว่า เสียงเพลงปลุกให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมี ‘ชีวิต’
“เพลงไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่มันคือตัวตน ความทรงจำ ลมหายใจของการมีอยู่ ทำให้สิ่งที่มีชีวิตเป็นชีวิต
“แล้วรางวัลนี้ก็ไม่ใช่แค่การมอบรางวัล แต่เป็นหลักฐานให้ประเทศอื่นได้รู้ว่า มีเสียงนี้ที่ควรได้ยิน เสียงที่ควรถูกได้รับการเฉลิมฉลอง จากการคัดเลือกของผู้สร้างสรรค์และผู้ที่ชอบดนตรี”
ธีเล่าเสริมว่า เสียงของประเทศไทยที่ ‘PBB&O’ อยากให้ทุกคนได้รับ คือ เสียงของความสนุกที่พวกเขาสอดแทรกไว้ในทุกองค์ประกอบของงาน
“ทุกอย่างมีความกลมกล่อมความสนุก เพราะความเป็นไทยจะติดเหน่อบางอย่าง จะลูกทุ่งหรือเชยไหม ก็ต้องหาจุดลงตัวระหว่างคนออกแบบกับลูกค้าให้ได้”
สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ โลโก้ของงานที่ดูผิวเผินอาจธรรมดา แต่กลับมีคลื่น ทำให้ฟอรต์ธรรมดามีลูกเล่นและมีชีวิตขึ้นมา หรือการใช้สีสันที่ฉูดฉาดสนุกสนานแบบไทย ๆ
“โลโก้อาจจะดูเหมือนฟอนต์ธรรมดา ดูเรียบ ๆ แต่คอนเซปต์ที่เราต้องการจะสื่อคือพอมันโดนกระตุ้นด้วยเสียงเพลง ทุกอย่างจะมีชีวิตชีวา
“เราก็ทำให้มีสีจัดจ้าน ไม่ประนีประนอม อยากให้คนเห็นแล้วนึกถึงความสนุกเวลางานดนตรีลูกทุ่งหรืองานชาวบ้านแบบไทย ๆ”
ทั้งหมดนี้คือการตีความคำว่า ‘เสียงแห่งประเทศไทย’ ผ่านงานภาพที่จับต้องได้ ทำให้เสียงซึ่งปกติล่องลอยอยู่ในอากาศ กลายเป็นรูปทรง สีสัน และความรู้สึกที่ผู้คนมองเห็นร่วมกันได้
จากจุดตั้งต้นเดียวกัน ทีมออกแบบยังนำแนวคิดเรื่องเสียงและชีวิตไปขยายต่อในการออกแบบถ้วยรางวัล ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของ SOT Music Awards
🔴 การออกแบบรางวัลที่อยากให้ผู้รับรางวัลภูมิใจ
อีกหนึ่งจุดเด่นของงานประกาศรางวัลครั้งนี้ คือ ‘ถ้วยรางวัล’ เพราะทาง ‘PBB&O’ และทีมจัดงานเลือกใช้ ‘หู’ เป็นตัวชูโรงถ้วยรางวัล
แต่ก่อนจะออกมาเป็นเวอร์ชันสุดท้าย โอมและธีเปิดแนวทางการออกแบบที่หลากหลาย ดูถ้วยรางวัลของต่างประเทศ ทั้งงาน Grammy ที่ใช้ Gramophone Billboard จะเป็นถ้วยรางวัลรูปไมโครโฟน หรือ MTV ก็เลือกเป็นมนุษย์อวกาศ แล้วค่อยนำมาเป็นแรงบันดาลใจงานออกแบบถ้วยรางวัลของ SOT Music Awards
แม้ว่าโจทย์แรกจะเป็น ‘หู’ แต่ในฐานะนักออกแบบ PBB&O เลือกที่จะเดินออกจากนอกกรอบ นอกบรีฟ เพื่อมองหาส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างลูกค้าและความเป็นตัวตนของแบรนด์
“เราอยากลองอะไรที่หลุดจากกรอบเดิม ๆ ที่เขาให้มา เพื่อจะได้สิ่งใหม่” ธีบอก
ส่วนโอมเสริมว่า อยากให้รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ศิลปินภูมิใจและเป็นภาพสะท้อนว่า นี่คือรางวัลจากผู้เชี่ยวชาญในวงการและคนฟังเพลงจากประเทศไทย
“อยากให้คาแรกเตอร์ความเป็นไทย ทำให้ของใกล้ตัวเรามันดูพรีเมียมได้ มาผลักดันให้เราภูมิใจกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ และไม่มีใครสามารถเป็นเหมือนเราได้”
พวกเขาลองผิดลองถูก ทั้งไอเดียหรือดีไซน์ของรางวัล ไม่ว่าจะเป็นลำโพงเสียงตามสาย แตรรวงมัดผ้าสามสี กรวยที่ตั้งอยู่บนถนน ศาลพระภูมิ รวมทั้ง ‘หู’ รวมถึงวัสดุการทำรางวัลที่ลองด้วยวัสดุหินอ่อน โลหะ terazzo หรือหินอ่อน
สุดท้ายมาจบที่รางวัลรูปหูสีทองที่หลายคนได้เห็นกันในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะถูกส่งต่อไปถึงศิลปินผู้ได้รับรางวัลในแต่ละสาขาต่อไป
นอกเหนือจากงานออกแบบและอัตลักษณ์ของงานแล้ว ความสำคัญของ SOT Music Awards ยังอยู่ที่การเป็นก้าวแรกของเวทีรางวัลที่ต้องการบันทึกภาพรวมของวงการเพลงไทยในช่วงเวลานี้ ทั้งในฐานะพื้นที่ยกย่องศิลปินและพื้นที่สะท้อนรสนิยมของผู้ฟังเพลงร่วมสมัย
โอมบอกว่าดีใจที่ได้เป็นทีมออกแบบรางวัลปีแรก และคิดว่าน่าจะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับการทำงานในปีต่อ ๆ ไป
“ปีนี้เราโฟกัสแค่ 3 สี แต่ปีหน้า คนที่เข้ามาทำจะนำ Key Visual ไปใช้ในรูปแบบไหน จะไปปรับสีให้สดใส จะเอามันไปใช้ ไปเล่น ไปสนุกด้วย core idea พวกนี้ เราก็ยินดี”
🔴 งานประกาศรางวัลในฐานะเสียงของประเทศไทย
ในฐานะคนฟังเพลง และคนออกแบบองค์ประกอบศิลป์ของงาน ธีบอกว่ารางวัลนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ดีที่จะประกาศให้โลกรู้ว่า คนไทยฟังเพลงหลายแนวและเก่งไม่แพ้ชาติใด
“วงการเพลงไทยมันกว้างมาก เราไปสู้ระดับโลกได้ คนไทยเก่งจริง ๆ บางทีเราอาจจะไม่เคยฟัง แต่ฟังแล้วรู้สึกว่า ศิลปินเราเก่ง พอมีงาน SOT MUSIC AWARDS 2026 ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ศิลปินควรได้รับมานานแล้ว เพราะเป็นหน้าตาประเทศที่ต้องได้รับการสนับสนุน”
เมื่อถามว่า ถ้าพูดถึงเสียงของประเทศไทย นึกถึงเสียงแบบไหน
โอมตอบกลับด้วยจุดยืนเดิมว่า ยังคงเป็นเสียงของความสนุก และให้อารมณ์นี้เป็นตัวแทนยุคสมัยของไทยตอนนี้
“ตอนที่ขายงานให้ลูกค้า เราบอกเขาว่า ทุกวัฒนธรรมมีเสียงของตัวเอง ทุกยุคสมัยมีบทเพลงของมัน วันนี้ประเทศไทยพร้อมจะเปล่งเสียงนั้นให้ได้ยิน
“เหมือนตอนเห็นถ้วยรางวัลหรือ key visual มันก็คงย้อนไปถึงความสนุกที่เราอยากนำเสนอ และที่สำคัญ มันคือ milestone เป็นตัวแทนประเทศ”
สำหรับงานประกาศรางวัล SOT MUSIC AWARDS 2026 ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นี้ โอม ธี และทีม PBB&O ก็หวังว่า คนที่มาร่วมงานจะได้เห็นความกล้าในการออกนอกกรอบของความเป็นไทย ทั้งยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนศิลปินไทย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว รางวัลนี้ไม่ได้เฉลิมฉลองแค่ผู้ชนะในแต่ละสาขา ทว่ากำลังเฉลิมฉลองเสียงของคนทั้งวงการ เสียงที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ตัวตน และความสนุกในแบบไทย ๆ
เสียงที่ครั้งหนึ่งอาจดังอยู่เพียงในห้องอัด คอนเสิร์ต หรือหูฟังของใครบางคน กำลังถูกขยายให้ดังไกลขึ้นในฐานะเสียงแห่งยุคสมัย และเป็นอีกครั้งที่ดนตรีปลุกให้ทุกอย่างมีชีวิต

ที่อยู่

1128 Rama 9 Soi 64, Suanluang
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66819888616

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pink Blue Black & Orangeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pink Blue Black & Orange:

ทางลัด

แนะนำ

แชร์