Fengshui Sanhe Fengshui Consulting service

ซาฮะ - ภาคฟ้า(ฤกษ์ยาม)จากที่เราผูกดวง(ภาคคน) หาทิศทาง(ภาคดิน) ที่เหมาะสมได้แล้วการจะกระทำการใดๆต่อไม่ว่าจะเริ่มขุดดินสร้...
02/08/2022

ซาฮะ - ภาคฟ้า(ฤกษ์ยาม)

จากที่เราผูกดวง(ภาคคน) หาทิศทาง(ภาคดิน) ที่เหมาะสมได้แล้ว
การจะกระทำการใดๆต่อไม่ว่าจะเริ่มขุดดินสร้าง(ต่งโท่ว) หรือเข้าอยู่บ้านในกรณีของบ้านสำเร็จรูป
หรือแม้กระทั้งการจะตั้งเตียงนอน, โต๊ะทำงาน หรือแม้แต่เตาไฟในครัว
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้การจัดฮวงจุ้ยเกิดผลได้ตามต้องการคือ ฤกษ์ยาม ที่จะกระทำการต่างๆ
เพื่อให้ทั้งสามสิ่ง ฟ้า ดิน คน สมบูรณ์พร้อมตามหลักสามประสานของวิชาซาฮะ

คนทุกคน บ้านทุกหลัง ใช่ว่าจะสามารถใช้ฤกษ์ยามเดียวกันได้
ผูกดวงแล้ว หาบ้านถูกต้องเหมาะสมกับคนแล้ว หากใช้ฤกษ์ผิด สิ่งที่ทำมาก็เสียเปล่าได้
ในตอนนี้จะเป็นการสอนให้หาฤกษ์ยามที่ปลอดภัย ตามหลักวิชาซาฮะเพื่อการนำไปใช้ในขั้นพื้นฐาน

ขออธิบายสักหน่อยก่อนไปหาฤกษ์ยามกัน
ที่บอกว่า ฤกษ์ยามปลอดภัย นี้ คือฤกษ์ที่ไม่ส่งผลในทางร้าย
หากต้องการฤกษ์ที่เหมาะสมจริงๆ ที่มีกำลังในการส่งเสริมให้ฮวงจุ้ยที่จัดไว้ ส่งผลอย่างชัดเจน
ผู้หาฤกษ์หรือซินแซจะต้องมีพื้นฐานเรื่องอื่นๆประกอบอีกหลายอย่างเช่น
ฤกษ์นั้นเหมาะกระทำการใด, การดูเก็กของฤกษ์, การพิจารณาดาวจรที่เหมาะสมในวันนั้นๆ ฯลฯ
ซึ่งการหาฤกษ์ขั้นสูงนี้เป็นหน้าที่ของซินแซ หรือ คนที่มีความรู้สูงขึ้นมากว่าขั้นพื้นฐานแล้ว

สำหรับในขั้นพื้นฐานนี้จะเป็นการสอนให้คัดเลือกฤกษ์ที่ปลอดภัยขั้นต้น ที่สามารถหาได้ด้วยตนเอง
โดยจะมีหลักการข้อห้ามที่สำคัญง่ายๆ อยู่ 5 ข้อ หลักๆ

1. ทิศซาสั่วะ(ทิศอสูร)หรือทิศส่วยผั่วะ(ทิศแตก)ประจำปีนั้นๆ ห้ามกระทบ จึงไม่มีฤกษ์ทำการใดๆ
2. ปี เดือน วัน ยาม ในรูปฤกษ์ ห้ามชง ขุนเขาทิศนั่ง(หลัง)บ้านหรือขุนเขาที่จะกระทำการ
3. ปี เดือน วัน ยาม ในรูปฤกษ์ ห้ามชง รูปดวงเจ้าบ้านหรือผู้กระทำการ
4. ปี เดือน วัน ยาม ในรูปฤกษ์ ห้ามทับ รูปดวงเจ้าบ้านหรือผู้กระทำการ
5. ปี เดือน วัน ยาม ในรูปฤกษ์ ห้ามชง กันเอง

มาอธิบายความต่อเป็นข้อๆ ดังนี้

1. ทิศซาสั่วะหรือทิศส่วยผั่วะห้ามกระทำการใดๆ
ตามหลักวิชาซาฮะทิศที่เป็นซาสั่วะเป็นข้อห้ามไม่ให้กระทำการใดๆอยู่แล้ว เช่น
ปี 2556 บ้านหรือทิศกระทำการที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางขุนเขากึ่ง 艮 ถึงกึ่งกลางขุนเขาสุ่ง 巽
หรือทิศตะวันออกทั้งหมดเป็นทิศซาสั่วะ ห้ามกระทำการใดๆ จึงไม่มีฤกษ์สำหรับกระทำการใดๆ
สำหรับท่านที่ต้องการทราบว่าทิศใดเป็นทิศซาสั่วะในแต่ละปี มีเคล็ดง่ายๆให้จำดังนี้
ทิศซาสั่วะจะวนทวนเข็มนาฬิกาตามสี่ทิศใหญ่เสมอ เช่น
ปี 2556 ซาสั่วะจะอยู่ที่ทิศตะวันออก
ปีต่อมา 2557 ซาสั่วะจะอยู่ที่ทิศเหนือ
ปีถัดไป 2558 ซาสั่วะจะอยู่ที่ทิศตะวันตก
ปีต่อไป 2559 ซาสั่วะจะอยู่ที่ทิศใต้
และจะวนตามนี้ไปเรื่อยๆ

ส่วนทิศส่วยผั่วะหรือทิศที่ชงกับไท้ส่วยประจำปี สำหรับปีนี้ (2556)
คือขุนเขา 亥 ซึ่งชงกับปี 巳
ตามหลักวิชาซาฮะทิศที่เป็นสัวยผั่วเป็นข้อห้ามไม่ให้กระทำการใดๆเช่นกัน
จึงไม่มีฤกษ์และห้ามกระทำการใดๆในทิศนี้เช่นกัน

2. ฤกษ์ห้ามชงทิศนั่งของบ้าน เช่น
หากบ้านนั่งขุนเขา 子 ในฤกษ์ห้ามใช้ 午 ทั้ง ปี เดือน วัน ยาม
ตัวอย่าง
สำหรับปีนี้ เดือน 戊午 ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.ถึง 7 ก.ค. ไม่สามารถหาฤกษ์ได้ทั้งเดือน
(ที่ต้องกำหนดวันชัดเจนเนื่องจากการต้องใช้การตัดเดือนตามปฏิทินจีนซึ่งจะไม่ตรงกับเดือนสากล
ท่านที่จะหาฤกษ์ควรมีปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆหรือปฏิทิน 100 ปีไว้ใช้ในการหาฤกษ์)
วันที่เป็นวัน 午 ในเดือนอื่นๆก็ไม่สามารถใช้สำหรับเป็นฤกษ์ได้
เวลา 午 หรือ 11:00-12:59 ของแต่ละวันก็ไม่สามารถใช้เป็นฤกษ์ได้

ใน 24 ขุนเขามีอีก 12 ขุนเขาที่ไม่ใช่ 12 นักษัตรที่จะชงกับฤกษ์ได้
ให้พิจารณาว่าขุนเขานั้นๆเกียม(เอียง)ไปทางขุนเขาที่เป็นนักษัตรใด
ฤกษ์ที่จะใช้ก็ห้ามชงขุนเขาที่เกียมไป เช่น
หากบ้านนั่ง เขา 壬 เกียม 子 หรือ 癸 เกียม 子
ฤกษ์ที่จะใช้ก็ต้องห้ามมี 午 ในรูปฤกษ์ตามเงื่อนไขเหมือนบ้านที่นั่งเขา 子 ตรงๆเช่นกัน

3. ฤกษ์ห้ามชงดวงเจ้าบ้านหรือผู้กระทำการ
จากดวงตัวอย่างที่เคยให้ไว้
ยาม วัน เดือน ปี
己 丁 乙 癸
酉 丑 卯 巳

ฤกษ์ที่จะใช้กับเจ้าบ้านสมมุติคนนี้ได้
ในฤกษ์จะต้องไม่มี 亥 , 酉 , 未 , 卯 อยู่ในปี เดือน วัน ยาม ที่ใช้เป็นฤกษ์
การห้ามชงนี้ ต้องไม่ชง ทั้งตรงตามหลัก คือ หลักปีชงหลักปี หลักเดือนชงหลักเดือน
และห้ามชงสลับหลัก เช่น หลักปีชงหลักยาม หรือ หลักเดือนชงหลักวัน
ดังนั้นในปี 亥 จะไม่สามารถหาฤกษ์กระทำการใดๆได้เพราะชงหลักปีเกิดตลอดทั้งปี
ทั้งนี้การนับปีก็ให้นับตามแบบจีนคือ ตัดปีที่ช่วงตรุษจีนของทุกปี จึงนับเป็นขึ้นปีใหม่

4. ฤกษ์ห้ามทับดวงเจ้าบ้านหรือผู้กระทำการ
จากดวงตัวอย่างที่เคยให้ไว้
ยาม วัน เดือน ปี
己 丁 乙 癸
酉 丑 卯 巳

ฤกษ์ที่ใช้กับเจ้าบ้านสมมุติคนนี้ได้
ในฤกษ์จะต้องไม่มี ปี เดือน วัน ยาม ที่ตรงกับ ปี เดือน วัน ยาม ตามรูปดวงของเจ้าบ้าน
การห้ามทับนี้ ต้องไม่ทับทั้งตรงตามหลัก คือ หลักปีทับหลักปี หลักเดือนทับหลักเดือน
และห้ามทับสลับหลัก เช่น หลักปีทับหลักยาม หรือ หลักเดือนทับหลักวัน เช่น
หากยามที่จะใช้ในวันที่จะกระทำการเป็นยาม 乙卯 ยามนี้ไม่สามารถใช้ได้
เนื่องจากเหมือนหรือทับ 乙卯 ในหลักเดือนของเจ้าบ้าน ควรเลื่อนเวลาเป็นเวลาอื่นแทน
หรือ หากวันที่จะกระทำการเป็นวัน 己酉 ก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะทับหลักยามของเจ้าบ้าน

5. ปี เดือน วัน ยาม ห้ามชงกันเอง
เช่น ปีนี้ 癸巳 ไม่ควรใช้เดือน 癸亥 หรือ เดือนนี้ 丙辰 ก็ไม่ควรใช้วันที่เป็นวัน 戌
เพราะชงกันเองในรูปฤกษ์ หลักการนี้อาจจะแตกต่างจากบางสำนัก
ที่ให้ฤกษ์ปลอดภัยสามารถชงกันเองได้ ขอให้เข้าใจว่านั่นไม่ใช่วิชาซาฮะ
อย่านำมาปนกันเป็นอันขาด

เมื่อตัดทิศ และตัด ปี เดือน วัน ยาม ต้องห้ามตามนี้ออกได้หมดแล้ว
ปี เดือน วัน ยาม ที่เหลือจึงจะถือเป็นฤกษ์ปลอดภัยสำหรับกระทำการใดๆ
ซึ่งผู้หาฤกษ์จะต้องมีปฏิทินจีน 100 ปี หรือประจำปีนั้นๆไว้ เพื่อใช้งานตามที่กล่าวไปแล้ว

ในการคัดเลือกฤกษ์ยามที่เหมาะสม
ฤกษ์เดียวกันอาจจะกระทำการได้เพียงอย่างเดียว เช่น
บ้านนั่งขุนเขาเดียวกับ หัวเตียง หรือโต๊ะทำงาน
ฤกษ์วันนั้นอาจจะเหมาะสำหรับการทำการเพียงบางอย่าง
เช่นเข้าบ้านใหม่ หรือตั้งเตียง แต่ไม่สามารถตั้งโต๊ะทำงานได้

ยิ่งถ้าหาก เตียงหรือโต๊ะทำงาน หันไปคนละทางกันขุนเขาทิศนั่งของบ้าน
การพิจารณากระทำการใดๆต้องหาฤกษ์ตามทิศทางที่หันไปเพื่อการการนั้นๆโดยเฉพาะ
เช่น บ้านนนั่งเขา 子 เตียงหันหัวเขา 午 โต๊ะทำงานนั่งเขา 酉
การหาฤกษ์ต้องหาตามทิศกระทำการนั้นๆ พร้อมการพิจารณาข้อห้ามตามกฎ
ซึ่งอาจจะไม่ใช่ภายในวันเดียวกันทั้งหมดก็เป็นได้

สำหรับท่านที่อยากได้ฤกษ์ที่เหมาะสมกับกระทำการใดๆ ขึ้นมาอีกสักขั้นหนึ่ง
คือต้องการพิาจารณาว่าฤกษ์นั้นๆเหมาะจะกระทำการใดได้บ้าง
จะมีปฏิทินจีนประจำปีบางเล่มที่จะระบุวันกระทำการต่างๆ เช่น
วันที่เหมาะจะขึ้นบ้านใหม่, เปิดกิจการ, ขุดดินก่อสร้าง, ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออื่นๆ ฯลฯ
ถ้าท่านสามารถอ่านภาษาจีนออกก็สามารถหาซื้อปฏิทินของ หลือฮงง้วน หรืออื่นๆ
ที่นำเข้ามาขายช่วงปลายๆปีของทุกปี ที่ร้านนานมี เยาวราช

ซาฮะ-ภาคดิน(ต่อ)กลับมาเริ่ม ภาคดิน ต่อจากตอนที่แล้วกันดีกว่าสำหรับตอนนี้ขอสมมุติว่าเราจะไปเลือกบ้านตามหมู่บ้านจัดสรร ที่...
02/08/2022

ซาฮะ-ภาคดิน(ต่อ)

กลับมาเริ่ม ภาคดิน ต่อจากตอนที่แล้วกันดีกว่า
สำหรับตอนนี้ขอสมมุติว่า
เราจะไปเลือกบ้านตามหมู่บ้านจัดสรร ที่สร้างบ้านสำเร็จรูปขายเป็นตัวอย่าง

มาเริ่มหาบ้านให้เจ้าชะตาสมมุติรายนี้กัน

รูปดวงเจ้าชะตา(เจ้าบ้าน)
ยาม วัน เดือน ปี
己 丁 乙 癸
酉 丑 卯 巳

เมื่อเรารู้แล้วว่าควรพิจารณาเลือกหาขุนเขาที่เหมาะสมแบบไหน ให้เป็นทิศนั่ง(หลังบ้าน)
เริ่มต้นเราต้องสำรวจหาโครงการที่อยู่ในทำเลที่ต้องการ ขับรถไปดูสถานที่จริงได้เลย
เข้าไปเลือกดูว่ามีบ้านโซนไหนหลังไหน อยู่ในทิศทางขุนเขาที่ต้องการบ้าง
ถ้าเป็นบ้านโครงการใหญ่ๆที่สร้างเสร็จก่อนขาย อาจจะสามารถวัดทิศทางจริงได้เลย
แต่ถ้าเป็นบางโครงการที่บ้านยังสร้างไม่เสร็จ เบื้องต้นสามารถสังเกตุได้จากผังโครงการ
เพราะผังโครงการจะระบุตำแหน่งทิศเหนือไว้ในผังเป็นมาตารฐานของการทำแบบโครงการ
เมื่อรู้ทิศทางในผังก็จะพอทราบทิศทางของบ้านในระดับหนึ่ง เป็นแนวทางว่า
มีโอกาสที่บ้านในโซนนั้นจะอยู่ในตำแหน่งขุนเขาที่เราต้องการหรือไม่
ถ้าขอไปดูที่ดินแปลงที่จะสร้างได้ก็พอวัดทิศทางได้ โครงการจะทำถนนและปักหมุดแบ่งผังไว้
หรือถามพนักงานงานว่าจะเริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่ เมื่อเริ่มลงเสาเข็มก็พอวัดทิศทางได้เช่นกัน

จากที่เราคัดตัวเลือกขุนเขาต่างๆสำหรับเจ้าบ้านสมมุติรายนี้ไว้ ในตอนที่แล้วดังนี้
เขา 寅 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 甲เกียม寅 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 乙เกียม辰 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 巽 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 巳 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 丙 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 午 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 丁เกียม午 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 申 (ธาตุที่เป็นลาภ)
เขา 庚 เกียม 申 (ธาตุที่เป็นลาภ)
เขา 辛เกียม戌 (ธาตุที่เป็นลาภ)
เขา 乾เกียม戌 (ธาตุที่เป็นลาภ)

โดยทั่วไปโครงการหมู่บ้านมักเลือกที่จะจัดผังโครงการให้บ้านหันในแนว เหนือ-ใต้ มากกว่า แนว ออก-ตก
เพราะแสงแดดจะเข้าหน้าบ้านฝั่งที่หันหน้าไปทางตะวันตกตลอดบ่าย ทำให้ร้อนมาก จึงไม่นิยมวางบ้านแนวนี้
แต่หากบ้านทิศนี้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้หน้าบ้านก็จะช่วยลดแสงที่จะส่องเข้ามาได้ ซึ่งเป็นเหตุผลทางสถาปัตยกรรม
ไม่เกี่ยวกับเรื่องในทางฮวงจุ้ยใดๆทั้งสิ้น
ใครที่หาบ้านแนวออก-ตก อาจจะหาบ้านได้ยากหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย

จากตัวเลือกที่มีขอเลือก เขา 丁เกียม午 มาเป็นตัวอย่าง
สมมุติว่าเจอโครงการที่มีบ้านทิศทางนี้พอดี
(ดูรูปประกอบ วางแปลนบ้าน ลงกลางรูปเข็มทิศ บ้านนั่ง(หลัง) 丁เกียม午 หันหน้า 癸เกียม子
App เข็มทิศ ในรูปใครใช้ iPhone หรือ iPad สามารถโหลดมาใช้ได้ฟรีๆจาก App Store)
ที่นี้เราจะเลือกหลังไหน เพราะในซอยต้องมีบ้านฝั่งเดียวกันทิศเดียวกันมากกว่าหนึ่งหลัง
อาจจะแบบเดียวกันหรือมีหลายแบบก็แล้วแต่โครงการ ปัจจัยในการเลือกคือตำแหน่งห้องต่างๆ
ตามหลักวิชาซาฮะแล้ว ในการเลือก หันหัวนอน โต๊ะทำงาน ก็ใช้หลักการเดียวกับการเลือกทิศบ้าน
นั่นคือ ให้เลือกทิศทางที่จะหันเป็น ธาตุที่ส่งเสริม, ธาตุเดียวกัน, หรือธาตุที่เป็นลาภ
และทิศทางที่เลือกนั้นต้องไม่ชงในรูปดวงเจ้าบ้าน (หรือลูกหลานที่จะมาอยู่ในบ้านนี้)

คำว่าหันของหัวนอน โต๊ะทำงาน ในที่นี้
ถ้าเป็นหัวนอนคือด้านที่หัวหันไป ถ้าเป็นโต๊ะทำงานคือด้านที่นั่งหันหลังให้ทิศทางนั้น

ดังนั้นเมื่อเราเลือกบ้านนั่ง(หลัง) เขา 丁(ใต้) หน้าบ้านก็จะหันไปทางเขา 癸(เหนือ)
เมื่อเรายืนในบ้านหันหน้าออกไปหน้าบ้านด้านซ้ายมือจะเป็น เขา 辛(ตก) ขวามือเป็น เขา 乙(ออก)
พอเราทราบตำแหน่งขุนเขาต่างๆรอบตัวบ้านแล้ว แบบบ้านที่เราต้องการก็ควรมีตำแหน่งห้องต่างๆ
ที่เราสามารถหันไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ เป็นคุณ แก่เจ้าบ้านหรือลูกหลานที่จะอยู่ในห้องนั้นๆ
สำหรับลูกหลานหรือบริวารที่จะเข้ามาอยู่ ก็ต้องผูกดวงขึ้นมาพิจารณาเพื่อดูทิศหัวนอนหรือโต๊ะนั่ง
ที่เหมาะสมในห้องหรือตำแหน่งนั้นๆ ตามหลักการเดียวกัน

เมื่อทราบดังนี้แล้ว แบบบ้านที่เจ้าบ้านตามดวงนี้เลือก
ห้องนอนเจ้าบ้านไม่ควรหันหัวนอนไปทางหน้าบ้านเพราะ เขา 癸 ธาตุน้ำไม่เป็นประโยชน์กับเจ้าบ้าน
ถ้าแบบบ้านที่เลือกมีห้องนอนหันหัวนอนหรือสามารถตั้งโต๊ะไปทางเขา 丁, เขา 乙, เขา 辛 ก็เลือกใช้ได้
ฮวงจุ้ยไม่ได้ถือเรื่องทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ซึ่งเป็นความเชื่อตามธรรมเนียมประเพณี
โดยในวิชาซาฮะจะใช้ทิศทางตามธาตุที่เหมาะสมกับเจ้าบ้านเป็นตัวกำหนด
เพราะฉะนั้นหัวนอนสามารถหันทิศตะวันตกหรือใต้ก็ได้ สำหรับดวงเจ้าบ้านตัวอย่างนี้
หัวนอนเป็นเรื่องของสุขภาพ ถ้าเลือกได้ก็สมควรเลือกที่เป็นธาตุส่งเสริม หรือพวกเดียวกัน
ส่วนโต๊ะทำงานเป็นเรื่องการทำมาหากิน ถ้าเลือกได้ก็เลือกนั่งในทิศที่เป็นลาภผลก็จะดี
หรือถ้าแบบบ้านทำให้ไม่สามารถโต๊ะในทิศที่เป็นลาภได้ ทิศที่เหลือก็ยังมีให้เลือกใช้ได้
ยกเว้นทิศเหนือซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆกับเจ้าบ้าน

นี่คือเหตุผลที่ว่า
ทำไมบ้านทิศเดียวกันส่งผลต่างกัน เพราะแต่ละคนต้องการทิศทางขุนเขาที่ต่างกัน
และเช่นกัน บ้านทิศทางเดียวกัน รูปแบบบ้านไม่เหมือนกันก็ส่งผลต่างกัน เพราะตำแหน่งห้องต่างกัน
แม้แต่บ้านแบบเดียวกัน สลับตำแหน่งห้องจากซ้ายไปขวาหันหัวนอน โต๊ะนั่ง ต่างกันก็ส่งผลต่างกัน
ส่วนผลที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย อย่างไร ต้องพิจารณาจากรูปดวงที่รับผลกระทบเป็นรายๆไป

ทั้งนี้แบบบ้านสำเร็จรูปอาจจะไม่สามารถเลือกได้ให้ตรงตามต้องการทั้งหมดทุกอย่าง
แต่ก็ควรเลือกแบบที่สามารถปรับปรุงตกแต่งให้สามารถหันทิศทางใหม่ตามต้องการได้
โดยที่ไม่กระทบโครงสร้างของบ้านเลย หรือกระทบให้น้อยที่สุด
ถ้าเลือกแบบนี้ได้ คุณก็จะได้บ้านที่เหมาะสมกับตัวเอง และคนในบ้าน
โดยไม่ต้องทุบรื้อปรับปรุงมาก จนสถาปนิกหรือช่างมาต่อว่า ว่าเชื่อฮวงจุ้ยแล้วสั่งรื้อนั้นทุบนี่
การที่ต้องทุบรื้อ นั่นเพราะเลือกบ้านโดยไม่มีพื้นฐานฮวงจุ้ยมาก่อนนั่นเอง
ฮวงจุ้ยที่ดีจึงต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเลือกบ้าน ไม่ใช่แก้ปัญหาปลายเหตุเมื่อเลือกบ้านมาแล้ว

สำหรับคนที่มีบ้านแล้วก็คงต้องผูกดวงแล้วพิจารณาดูบ้านที่อยู่ว่า บ้านนั่งอยู่ขุนเขาไหน
เหมาะสมถูกต้องกับรูปดวงของตัวเองแล้วหรือยัง?
หัวนอน, ทิศนั่งทำงาน ถูกต้องดีแล้วหรือไม่?

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ ตำแหน่งเตาไฟ ไม่ว่าจะเป็นเตาประเภทใด
โดยมีวิธีตั้งเตาแบบง่ายๆ คือ ไม่ควรหันปากเตาหรือหน้าเตาไปทิศเหนือ
หรือคนทำครัวไม่หันหลังให้ทิศเหนือเวลาทำกับข้าวนั่นเอง

หลักการของวิชาซาฮะนี้ใช้ได้กับทั้งบ้าน/อาคารสำนักงาน/ร้านค้า หรืออื่นๆ
วิชาซาฮะไม่มีการบิดเอียงประตู เตียงนอน โต๊ะนั่ง หรือส่วนใดๆของบ้าน แบบผิดธรรมชาติ
ไม่ใช้สารพัดของแก้ฮวงจุ้ยมาตั้งตามจุดต่างๆในบ้าน ไม่ต้องตั้งน้ำพุกระตุ้นโชคลาภ ฯลฯ
เพราะหากท่านใช้วิชาซาฮะเลือกบ้านที่เหมาะสมได้แล้ว จัดห้องต่างๆถูกต้องแล้ว
บ้านทั้งหลังนั่นแหละที่เป็นฮวงจุ้ยส่งเสริมให้เจ้าบ้านได้รับผลที่ดีอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาอะไรมาเสริมให้เสียเงินเสียทองไปโดยเปล่าประโยชน์
เก็บเงินซื้อของแก้ฮวงจุ้ยที่เอามาหลอกขาย ไว้ซ่อมแซมบ้านให้อยู่ในสภาพที่ดีจะดีกว่า
สภาพของบ้านที่ดีสมบูรณ์คือฮวงจุ้ยที่ดี สภาพบ้านทรุดโทรมฮวงจุ้ยก็ไม่ดีตามไปด้วย

สำหรับท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
อย่าเพิ่งรีบร้อนจัดที่นั่งที่นอน ตามหลักการที่บอก
เพราะได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ฮวงจุ้ยต้องประกอบด้วย ฟ้า ดิน คน
ตอนนี้ท่านได้มาถึงแค่ภาค คนและดิน
การจะลงมือทำการใดๆไม่ว่าจะเป็น การขึ้นบ้านใหม่ ตั้งเตียง ตั้งโต๊ะ หรือแม้แต่ตั้งเตา
หากต้องการให้เห็นผลในทางฮวงจุ้ยอย่างแท้จริงแล้ว
ต้องได้ภาคฟ้า หรือ การเลือกฤกษ์ยาม ที่จะกระทำการต่างๆ
รอให้จบภาคฟ้า แล้วค่อยไปจัดปรับฮวงจุ้ยให้บ้านตัวเอง
จึงจะครบสามประสาน สมกับชื่อฮวงจุ้ยวิชา ซาฮะ

洪志傳

ซาฮะ-ภาคดินในภาคดินนี้ คือ การเลือกขุนเขา(ทิศทาง)หรือเลือกทิศหลังบ้านหรืออาคารเพื่อให้ได้ทิศประธานที่เป็นประโยชน์เป็นคุณ...
02/08/2022

ซาฮะ-ภาคดิน

ในภาคดินนี้ คือ การเลือกขุนเขา(ทิศทาง)หรือเลือกทิศหลังบ้านหรืออาคาร
เพื่อให้ได้ทิศประธานที่เป็นประโยชน์เป็นคุณแก่เจ้าชะตา(เจ้าบ้าน)
เมื่อทราบการกำหนดขุนเขาของฮวงจุ้ยในวิชาซาฮะแล้ว
สิ่งที่ต้องทราบในการเลือกขุนเขาให้เข้ากับรูปดวงเจ้าชะตา คือ

1.เลือกขุนเขาที่เป็นธาตุที่ให้คุณกับดิถีเจ้าชะตา
คือ เป็นธาตุก่อเกิด เป็นธาตุเดียวกัน หรือธาตุที่เป็นลาภ
2.ขุนเขาที่เลือก ห้ามชงหรือเกียมชง ราศีดินทั้ง 4 หลักในรูปดวงของเจ้าชะตา
3.ห้ามเลือกตำแหน่งกึ่งกลางขุนเขาพอดี เรียกว่า คงบ๊วง
4.ห้ามเลือกตำแหน่งเส้นแบ่งระหว่างขุนเขาทั้ง 24 ขุนเขา เรียกว่า ฉุกซัว
5.ห้ามเลือกตำแหน่งเส้นแบ่งระหว่างข่วยทั้ง 8 ข่วย เรียกว่า ฉุกข่วย

จากรูปดวงตัวอย่างที่เคยให้ไว้
เราลองนำมาเลือกทิศทางที่เหมาะสมตามเงื่อนไขกัน

รูปดวงเจ้าชะตา(เจ้าบ้าน)
ยาม วัน เดือน ปี
己 丁 乙 癸
酉 丑 卯 巳

เงื่อนไขข้อ 1 เลือกธาตุที่ให้คุณกับดิถีเจ้าชะตา
ดิถี ธาตุไฟ ขุนเขาที่เลือกใช้ต้องเป็น ธาตุไม้(ก่อเกิด), ธาตุไฟ(พวกเดียวกัน) หรือธาตุทอง(ลาภ)
ขุนเขาที่เป็น ธาตุน้ำ(พิฆาต), ธาตุดิน(ถ่ายเท) ให้โทษ ไม่ควรใช้

เงื่อนไขข้อ 2 ห้ามชงราศีดิน ในรูปดวงเจ้าชะตา
เพราะฉะนั้น 4 ขุนเขาที่ชงราศีดินในรูปดวงเจ้าชะตาห้ามใช้ ได้แก่

เขา 卯 ชงหลักยาม
เขา 未 ชงหลักวัน
เขา 酉 ชงหลักเดือน
เขา 亥 ชงหลักปี

เกียมชง คือ ขุนเขาที่อยู่ติดกับขุนเขาที่ชงราศีดินของเจ้าชะตา ฝั่งที่อยู่ติดกับขุนเขาที่ชงนี้ก็ห้ามใช้
ซึ่งในหนึ่งขุนเขาจะแบ่งเป็นสองฝั่ง คือฝั่งที่เกียม(หรือเอียง)ไปทางขุนเขาที่ติดกันทั้งสองข้าง เช่น
เขา 子 อยู่ระหว่างเขา 壬และเขา 癸
ดังนั้น เขา 子 จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ
ฝั่ง 子เกียม壬 และ ฝั่ง 子เกียม癸
ถ้าดูตำแหน่งขุนเขาตามรูปที่เคยลงไว้จะเข้าใจง่ายขึ้น

จากเงื่อนไขนี้ ตามรูปดวงตัวอย่าง พิจารณาทีละหลักตามรูปดวง
เขา 卯 ชงหลักยาม
เขา 甲เกียม卯 ห้ามใช้, เขา 乙เกียม卯 ห้ามใช้
เขา 甲เกียม寅 ใช้ได้, เขา 乙เกียม辰 ใช้ได้

เขา 未 ชงหลักวัน
เขา 丁เกียม未 ห้ามใช้, เขา 坤เกียม未 ห้ามใช้
เขา 丁เกียม午 ใช้ได้
(เขา 坤 เป็นธาตุดิน จะถูกตัดออกตั้งแต่เงื่อนไขแรก ที่แสดงให้ดูเพื่อให้เห็นการเกียมชงเท่านั้น)

เขา 酉 ชงหลักเดือน
เขา 庚เกียม酉 ห้ามใช้, เขา 辛เกียม酉 ห้ามใช้
เขา 庚 เกียม 申 ใช้ได้, เขา 辛เกียม戌 ใช้ได้

เขา 亥 ชงหลักปี
เขา 乾เกียม亥 ห้ามใช้, เขา 壬เกียม亥 เป็นธาตุให้โทษใช้ไม่ได้อยู่แล้ว
เขา 乾เกียม戌 ใช้ได้

จากเงื่อนไข 2 ข้อแรกนี้
เจ้าชะตา ธาตุไฟ คัดเลือกเขาที่เป็นธาตุให้โทษ
และเขาที่ชงและเกียมชงออกไปแล้ว จะมีขุนเขาที่สามารถใช้ได้ คือ

เขา 寅 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 甲เกียม寅 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 乙เกียม辰 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 巽 (ธาตุก่อเกิด)
เขา 巳 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 丙 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 牛 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 丁เกียม午 (ธาตุเดียวกัน)
เขา 申 (ธาตุที่เป็นลาภ)
เขา 庚 เกียม 申 (ธาตุที่เป็นลาภ)
เขา 辛เกียม戌 (ธาตุที่เป็นลาภ)
เขา 乾เกียม戌 (ธาตุที่เป็นลาภ)

ขุนเขาที่ไม่ได้บอกว่าต้องเกียมข้างใดคือสามารถใช้ได้ทั้ง 2 ฝั่ง
คือไม่เกียมชงและไม่นำธาตุของขุนเขาที่เกียมชงมาพิจารณา

เงื่อนไขตามข้อ 3, 4 และ 5
จากขุนเขาที่ผ่านจากการคัดเลือกใน 2 ข้อแรก
หากจะใช้ขุนเขาใดห้ามใช้ตำแหน่งกึ่งกลางขุนเขา
และตำแหน่งเส้นแบ่งระหว่างขุนเขา หรือเส้นแบ่งข่วย

เมื่อคัดเลือกขุนเขาจนได้ตัวเลือก ขุนเขาที่สามารถใช้ได้แล้ว
ก็ต้องมาพิจารณาความสมดุลของรูปดวง ตามที่เคยกล่าวไว้
หากรูปดวงไม่ค่อยแข็งแรงอาจจะต้องเลือกขุนเขาที่เป็นธาตุก่อเกิดหรือธาตุเดียวกัน
มากกว่าที่จะใช้ขุนเขาที่มีธาตุเป็นลาภ เพราะแม้จะได้ลาภผล
แต่การพิฆาตเอาลาภก็ต้องใช้กำลัง หากรูปดวงนั้นอ่อนกำลัง
ขุนเขาที่มีธาตุเป็นลาภ อาจจะไม่ส่งผลให้ได้ตามที่ต้องการ

เมื่อได้ขุนเขาที่เป็นตัวเลือกตามนี้แล้ว
หากสามารถเลือกซื้อบ้านที่นั่งตามขุนเขาที่เลือกไว้ได้ ก็จะส่งผลดีต่อเจ้าบ้าน

ใครที่เคยเรียนวิชาดาวเหิน จะเห็นว่าตำแหน่งทิศทางในวิชาดาวเหิน แตกต่างจากวิชาซาฮะ
ในวิชาดาวเหินอาจจะกำหนดทิศทางที่ 30 องศา(กึ่งกลางเขา 丑), 45 องศา(กึ่งกลางเขา 艮),
90 องศา(กึ่งกลางเขา 卯) หรือทิศทางอื่นๆ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งต้องห้ามในวิชาซาฮะ
ที่เป็นตำแหน่ง คงบ๊วง(กึ่งกลางขุนเขา) หรือ ตำแหน่ง ฉุกซัว, ฉุกข่วย
ตามที่ได้เคยบอกไปแล้วว่าวิชาดาวเหินแตกแขนงมาจากวิชาสายซำง้วน
กรุณาอย่านำมาใช้ปนกัน

เกร็ดความรู้เสริม

ตามที่มีหนังสือฮวงจุ้ยตามร้านหนังสือเขียนบอกไว้ว่า
คนเกิดปีนักษัตรต่างๆห้ามหันหลังหรือหันหน้าทิศนั่นทิศนี้ ใน 8 ทิศใหญ่
ก็ใช้หลักการหาขุนเขาตามหลักวิชาซาฮะนี้เป็นเกณฑ์ในการกำหนด เช่น
หนังสือเขียนว่า คนเกิดปี 子(ชวด) ห้ามซื้อบ้านหันหลังทิศใต้ หันหน้าทิศเหนือ
นั่นเพราะทิศใต้มีเขา 午(มะเมีย) ถ้าซื้อบ้านหันหลังทิศนี้ก็จะมีโอกาสชงหลักปีของเจ้าชะตา
ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 2 ที่ห้ามชงหรือเกียมชง ราศีดิน เจ้าชะตา
แต่เพราะคนทั่วไปไม่รู้วิธีผูกดวง และรูปดวงทั้งหมดเปรียบเสมือนต้นไม้
หลักปีถือเป็นราก ของรูปดวง ถ้าชงหลักปี เท่ากับกระทบราก จะส่งผลถึงต้นไม้ทั้งต้น
จึงเป็นการห้ามไว้กว้างๆ เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่ซื้อบ้านชงหลักปี สำหรับคนที่ไม่รู้วิชา

แต่หากศึกษาตามหลักวิชาซาฮะ ที่อธิบายไว้ข้างต้น
ถ้าดิถีเจ้าชะตาเป็นธาตุไฟหรือธาตุดิน แม้จะเกิดปี 子(ชวด) ก็ตาม
ก็ยังสามารถเลือกบ้านหันหลังทิศใต้ในเขาอื่นๆ เช่น
เขา 丙เกียม巳 หรือ丁เกียม未 ซึ่งไม่ตรงกับเขา 午 ที่ชงหลักปีได้
ถ้าไม่มี 亥 หรือ 丑 ที่หลักใดๆในรูปดวงของเจ้าชะตา
เป็นการเพิ่มโอกาสในการเลือกหาบ้านให้แก่ผู้รู้วิชาซาฮะในเบื้องต้นนี้ได้

洪志傳

พื้นฐานเกี่ยวกับทิศทางในวิชาฮวงจุ้ยซาฮะก่อนจะเข้าสู่ภาคดินต้องมาทำความเข้าใจทิศทางในวิชาซาฮะซึ่งมีรายละเอียดแยกย่อยลงไปม...
01/08/2022

พื้นฐานเกี่ยวกับทิศทางในวิชาฮวงจุ้ยซาฮะ

ก่อนจะเข้าสู่ภาคดิน
ต้องมาทำความเข้าใจทิศทางในวิชาซาฮะ
ซึ่งมีรายละเอียดแยกย่อยลงไปมากกว่า 8 ทิศใหญ่ ที่มีแค่
เหนือ(ข่วยขั่ม-ธาตุน้ำ), ใต้(ข่วยลี้-ธาตุไฟ),
ตะวันออก(ข่วยจิ้ง-ธาตุไม้), ตะวันตก(ข่วยต๋วย-ธาตุทอง),
ตะวันออก/เหนือ(ข่วยกึ่ง-ธาตุดิน), ตะวันออก/ใต้(ข่วยสุ่ง-ธาตุไม้),
ตะวันตก/เหนือ(ข่วยเคี้ยง-ธาตุทอง), ตะวันตก/ใต้(ข่วยคุง-ธาตุดิน)
ตำแหน่งของข่วยในแต่ละทิศถูกกำหนดจากผังอาวที-後天八卦 หรือผังหลังฟ้า

และจากตำแหน่งข่วยต่างๆตามทิศทั้ง 8 ในผังอาวที -後天八卦
ในวิชาซาฮะจะแบ่งทิศเพิ่มลงใน 8 ทิศใหญ่ อีก 3 ทิศทางต่อ 1 ทิศใหญ่
จึงมีทิศทางย่อยเพิ่มขึ้นอีกรวมเป็น 24 ทิศทาง หรือ 24 ขุนเขา(二十四山)
ซึ่งกำหนดโดยนำราศีฟ้า 8 ,ราศีดิน 12 และข่วยอีก 4
เป็นตัวกำหนดตำแหน่งต่างๆทั้ง 24 ขุนเขา โดยเริ่มตั้งแต่

ทิศเหนือ1 เขาหยิ่ม壬 ช่วงระหว่าง 337.5 -352.5 องศา
ทิศเหนือ2 เขาจื้อ子 ช่วงระหว่าง 352.5 – 7.5 องศา
ทิศเหนือ3 เขากุ่ย癸 ช่วงระหว่าง 7.5 – 22.5 องศา
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ1 เขาทิ่ว丑 ช่วงระหว่าง 22.5 – 37.5 องศา
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ2 เขากึ่ง 艮 ช่วงระหว่าง 37.5 – 52.5 องศา
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ3 อิ้ง 寅 ช่วงระหว่าง 52.5 – 67.5 องศา
ทิศตะวันออก1 เขากะ 甲 ช่วงระหว่าง 67.5 – 82.5 องศา
ทิศตะวันออก2 เขาเบ้า 卯 ช่วงระหว่าง 82.5 – 97.5 องศา
ทิศตะวันออก3 เขาอิก 乙 ช่วงระหว่าง 97.5 – 112.5 องศา
ทิศตะวันออกเฉียงใต้1 เขาซิ้ง 辰 ช่วงระหว่าง 112.5 – 127.5 องศา
ทิศตะวันออกเฉียงใต้2 เขาสุ่ง 巽 ช่วงระหว่าง 127.5 – 142.5 องศา
ทิศตะวันออกเฉียงใต้3 เขาจี๋ 巳 ช่วงระหว่าง 142.5 – 157.5 องศา
ทิศใต้1 เขาเปี้ย丙 ช่วงระหว่าง 157.5 – 172.5 องศา
ทิศใต้2 เขาโง่ว 午 ช่วงระหว่าง 172.5 – 187.5 องศา
ทิศใต้3 เขาเต็ง 丁 ช่วงระหว่าง 187.5 – 202.5 องศา
ทิศตะวันตกเฉียงใต้1 เขาบี่ 未 ช่วงระหว่าง 202.5 – 217.5 องศา
ทิศตะวันตกเฉียงใต้2 เขาคุง 坤 ช่วงระหว่าง 217.5 – 232.5 องศา
ทิศตะวันตกเฉียงใต้3 เขาซิม 申 ช่วงระหว่าง 232.5 – 247.5 องศา
ทิศตะวันตก1 เขาแก 庚 ช่วงระหว่าง 247.5 – 262.5 องศา
ทิศตะวันตก2 เขาอิ้ว 酉 ช่วงระหว่าง 262.5 – 277.5 องศา
ทิศตะวันตก3 เขาซิง 辛 ช่วงระหว่าง 277.5 – 292.5 องศา
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ1 เขาสุก 戌 ช่วงระหว่าง 292.5 – 307.5 องศา
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ2 เขาเคี้ยง 乾 ช่วงระหว่าง 307.5 – 322.5 องศา
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ3 เขาไห 亥 ช่วงระหว่าง 322.5 – 337.5 องศา

เนื่องจากการเรียกทิศทางตามระบบสากลจะทำให้สับสนเพราะทิศได้ถูกแบ่งย่อยลงไป
ต่อไปนี้จะขอเรียกทิศทางต่างๆเป็นเป็นขุนเขาต่างๆตามชื่อขุนเขานั้นๆ

และจากพื้นฐานที่ได้เคยให้ไว้ตอนแรกๆ
ข่วยทั้ง 8, ราศีฟ้าทั้ง 10 และราศีดินทั้ง 12 แบ่งเป็นธาตุต่างๆ
ซึ่งนำมาใช้ระบุธาตุของแต่ละขุนเขาตามชื่อของข่วย, ราศีฟ้า และราศีดิน ที่มาประจำอยู่ในแต่ละเขา
ผู้สนใจศึกษาจึงต้องจดจำ ธาตุในแต่ละขุนเขาให้ได้
เพื่อนำไปใช้ในการหาทิศทางที่เหมาะสมกับรูปดวงที่หาไว้ก่อนหน้านี้ต่อไป
การแบ่งขุนเขาเป็น 24 ทิศนี้จะถูกกำหนดอยู่ในหล่อแก หรือ Luopan (羅盤) เข็มทิศจีน
ที่ซินแซใช้ในการวัดทิศทางก็เพื่อการหาขุนเขาที่มีธาตุที่เหมาะสมกับกับรูปดวงเจ้าบ้านนั่นเอง

ใครที่ยังงงกับการแบ่งทิศทางเป็นขุนเขาต่างๆ ขอให้ดูรูปประกอบจะเข้าใจง่ายขึ้น
ทำความเข้าใจกับเรื่องทิศทาง จดจำขุนเขาต่างๆได้แล้วค่อยไปพิจารณาหาทิศในภาคดินกัน

เกร็ดความรู้เรื่องหล่อแก(羅盤)

หล่อแก(羅盤) หรือเข็มทิศจีน ที่ซินแซใช้จะมีอยู่ 2 แบบ
โดยจะทำไว้สำหรับใช้งานเฉพาะในแต่ละวิชา คือ
หล่อแกสำหรับวิชาฮวงจุ้ยสายซาฮะ 三合
หล่อแกสำหรับวิชาฮวงจุ้ยสายซำง้วน 三元
ซึ่งหล่อแกสำหรับสองวิชานี้มีใช้งานกันมาแต่ดั่งเดิม
และก็ยังมีหล่อแก ที่มีหน้าของทั้งสองวิชารวมกัน
สำหรับซินแซที่สามารถผสานสองวิชาดั่งเดิมนี้มาใช้ร่วมกันเรียกว่า
หล่อแกสำหรับวิชาฮวงจุ้ยสาย จงฮะ 綜合

ยังมีหล่อแกสำหรับวิชา ดาวเก้ายุคหรือดาวเหิน (玄空飛星)
ซึ่งวิชานี้แตกแขนงออกมาจากวิชาสายซำง้วนอีกที
เนื่องจากเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนเท่ากับสองสายวิชาหลักแบบดั่งเดิม

ท่านที่จะซื้อหล่อแกไว้เพื่อใช้งาน
หากไปซื้อที่ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นที่ฮ่องกงหรือไต้หวัน
ควรระบุกับร้านที่ขายหล่อแกให้ชัดเจน
ว่าต้องการหล่อแกแบบใดสำหรับสายวิชาไหน
(เนื่องจากบ้านเรามีนำเข้ามาขายน้อย
และอาจจะไม่มีหน้าหล่อแกสำหรับวิชาฮวงจุ้ยที่ต้องการ)

洪志傳

ซาฮะ-ภาคคน(ต่อ)หลังผูกดวงจีนและพิจารณาหาธาตุดิถี ความสมดุลของรูปดวง และทราบหลักชงทั้ง 4 หลักแล้วถึงเวลาที่ต้องมาพิจารณาห...
01/08/2022

ซาฮะ-ภาคคน(ต่อ)

หลังผูกดวงจีนและพิจารณาหาธาตุดิถี ความสมดุลของรูปดวง และทราบหลักชงทั้ง 4 หลักแล้ว
ถึงเวลาที่ต้องมาพิจารณาหาฮวงจุ้ยที่เหมาะสมกับดวงของเจ้าชะตา(เจ้าบ้าน)

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ
ธาตุของดิถี เจ้าชะตา ว่าเป็นธาตุใด
ฮวงจุ้ยที่จะจัดให้เจ้าชะตา ควรจะต้องจัดให้เป็นธาตุที่ก่อเกิด(ส่งเสริม),
เป็นพวกเดียวกัน(ธาตุเดียวกัน) หรือเป็นลาภ(ธาตุที่ธาตุเจ้าชะตาไปพิฆาต) ให้เจ้าชะตา
ตามหลักก่อเกิด/พิฆาต ของธาตุทั้ง 5 ที่เคยกล่าวไปแล้วในพื้นฐาน

เช่นเจ้าชะตาตามรูปดวงตัวอย่าง ดิถีเป็น 丁 ธาตุไฟ
ฮวงจุ้ยที่เหมาะสมกับเจ้าชะตาควรเป็นธาตุไม้(ก่อเกิด) หรือ
เป็นธาตุไฟ(พวกเดียวกัน) หรือ เป็นธาตุทอง(ไฟพิฆาตทองเป็นลาภ)

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องพิจารณาเป็นลำดับต่อมา คือ
สมดุลของธาตุเจ้าชะตา ว่ารูปดวงเจ้าชะตาอ่อน/แข็ง มีความพร้อมแค่ไหนกับฮวงจุ้ยแบบไหน

เช่นเจ้าชะตาตามรูปดวงตัวอย่าง ดีถีเป็น 丁 ธาตุไฟ
เจ้าชะตาเป็นธาตุไฟก็จริงแต่หากรูดวงของเจ้าชะตามีกำลังไม่พอหรือจะเรียกว่าดวงอ่อน
การจัดฮวงจุ้ยที่เป็นธาตุทองอาจจะไม่เหมาะสมกับดวงนี้ แม้จะเป็นธาตุที่เป็นลาภของเจ้าชะตา
ถ้าเป็นเช่นนี้ ควรเลือกฮวงจุ้ยที่เป็นธาตุไม้ หรือธาตุเดียวกัน น่าจะเหมาะสมกว่า
เพื่อปรับให้เจ้าชะตามีความสมดุลแข็งแรงก่อน ที่จะไปพิจารณาหาโชคลาภ
แต่ถ้ารูปดวงของเจ้าชะตาสมดุล สมบูณร์แข็งแรงแล้ว
การจัดฮวงจุ้ยธาตุที่เป็นลาภให้เจ้าชะตา จึงจะได้ผลในทางโชคลาภตามต้องการมากกว่า

นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงต้องพิจารณาความสมดุลของรูปดวงเจ้าชะตา
ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องธรรมชาติ จึงต้องพิจารณาความสมดุลของรูปดวงเพื่อให้เข้ากับธรรมชาติที่เราจะจัด
มากไปไม่ดี น้อยไปก็ไม่เหมาะ เวลาผูกดวงจึงต้องหา เอ่งซิ้ง(ธาตุสำคัญ) ฮี่ซิ้ง(ธาตุให้คุณ) กี๋ซิ้ง(ธาตุให้โทษ)
ซึ่งการพิจารณาหาธาตุทั้งสามนี้ ต้องดูองค์ประกอบธาตุของทั้ง 8 ตำแหน่งในรูปดวงประกอบกัน
โดยพิจารณาจากดิถีเจ้าชะตาเป็นหลัก และเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร

เรื่องถัดมาที่ต้องทราบตามที่บอกไปในตอนที่แล้ว คือ
หลักชงทั้ง 4 หลักในรูปดวง ที่ไม่ควรจะถูกกระทบ จากการจัดฮวงจุ้ย
เช่น จากรูปดวงตัวอย่าง ราศีดินทั้ง 4 หลัก อันได้แก่

ยาม วัน เดือน ปี
酉 丑 卯 巳

จากพื้นฐานเรื่องหลักชง มีตัวชงของแต่ละหลักคือ

ชงยาม ชงวัน ชงเดือน ชงปี
卯 未 酉 亥

ราศีดินทั้ง 4 หลักในรูปดวง ไม่ควรถูกกระทบด้วยการชงจากทิศทางทั้ง 4 ตัวนี้ในการจัดฮวงจุ้ย
หากถูกกระทบก็จะเกิดผลมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ละหลัก

การกระทบราศีดินทั้ง 4 หลักนี้
จะเกิดขึ้นจากการเลือกทิศทาง ที่จะกล่าวถึงกันในตอนต่อไป ใน ซาฮะ-ภาคดิน
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาเลือกทิศทาง ให้ได้ธาตุที่เหมาะสมในการจัดฮวงจุ้ยให้เข้ากับรูปดวง

洪志傳

ซาฮะ-ภาคคนเกริ่นเรื่องพื้นฐานมาพอสมควรแล้วต่อจากนี้มาเริ่มเข้าเรื่องการพิจารณา ฮวงจุ้ย กันในการพิจารณาฮวงจุ้ยไม่ว่าจะเป็...
01/08/2022

ซาฮะ-ภาคคน

เกริ่นเรื่องพื้นฐานมาพอสมควรแล้ว
ต่อจากนี้มาเริ่มเข้าเรื่องการพิจารณา ฮวงจุ้ย กัน

ในการพิจารณาฮวงจุ้ยไม่ว่าจะเป็นฮวงจุ้ยวิชาใดมีสามสิ่งที่จำต้องพิจารณาให้ครบถ้วน
ฟ้า-ฤกษ์งามยามดี
ดิน-ทำเลทิศทางเหมาะสม
คน-ดวงชะตาผู้เป็นเจ้าบ้าน(หรือรวมถึงคนในบ้าน)

ฟ้า ดิน และคน ทั้งสามสิ่งนี้ต้องประสานกันเพื่อให้ฮวงจุ้ยเกิดผลตามต้องการ
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็ไม่อาจคาดหวังผลของการจัดฮวงจุ้ยได้

ในวิชาซาฮะก็เช่นเดียวกัน
ดังนั้นสิ่งแรกเราต้องมาเริ่ม เรื่อง "คน" กันก่อน
(สำหรับคนที่เคยเรียนดวงจีนมาแล้วสามารถข้ามขั้นตอนการผูกดวงนี้ไปได้เลย)
การเริ่มพิจารณาฮวงจุ้ยต้องเริ่มด้วยการผูกดวงหรือตั้งดวงจีนของเจ้าบ้านหรือเจ้าของสถานที่
จากที่เคยแนะนำเรื่องพื้นฐานการนับปีเดือนวันยามตามแบบโหราศาสตร์จีนไปแล้ว
การผูกดวงจีนก็คือการ นำวันเดือนปีและเวลาเกิดของ เจ้าชะตาหรือเจ้าของบ้าน
มาเทียบกับการนับตามแบบโหราศาสตร์จีนหรือที่เรียกว่าการตั้ง โป๊ยหยี่สี่เถียว(八字四柱)นั่นเอง

วิธีการผูกดวงจีนง่ายที่สุดคือ หาปฏิทิน 100 ปี จีนที่มีขายทั่วไปตามร้านหนังสือมาสักเล่ม
แล้วนำวันเดือนปีเกิดสากลเทียบกับปฏิทินจีน คุณก็จะได้ วันเดือนปีเกิดเป็นแบบจีนตามต้องการ
ซึ่งปัจจุบันนอกจากการซื้อปฏิทินจีน 100 ปีมาใช้ คุณสามารถหาปฏิทินจีน 100 ปี
ได้ตามเวบต่างๆอีกมากมายหลายเวบ ตัวอย่างเช่น
https://www.myhora.com/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-100%E0%B8%9B%E0%B8%B5.aspx

สำหรับการเทียบจากปฏิทินคุณอาจจะยังไม่ทราบราศีฟ้าของหลักยาม(เวลา) บางปฏิทินอาจไม่ลงไว้
(ราศีดินนับได้จากช่วงเวลาที่เคยได้บอกไปแล้ว ในพื้นฐานการนับปีเดือนวันยาม)
ในปฏิทินของน่ำเอี้ยง(ที่ขายตามเยาวราช)จะมีตารางให้ดูในแต่ละวัน
แต่ถ้าคุณไม่มีตารางแบบนั้นก็ยังสามารถทราบได้ว่าราศีฟ้าจะเป็นตัวใด
โดยใช้เทคนิคดังนี้
หากราศีฟ้าของหลักวันเป็น 甲หรือ己 ราศีฟ้าของยาม(เวลา) 子 จะเป็นตัว 甲 เสมอ
หากราศีฟ้าของหลักวันเป็น 乙หรือ庚 ราศีฟ้าของยาม(เวลา) 子 จะเป็นตัว 丙 เสมอ
หากราศีฟ้าของหลักวันเป็น 丙หรือ辛 ราศีฟ้าของยาม(เวลา) 子 จะเป็นตัว 戊 เสมอ
หากราศีฟ้าของหลักวันเป็น 丁หรือ壬 ราศีฟ้าของยาม(เวลา) 子 จะเป็นตัว 庚 เสมอ
หากราศีฟ้าของหลักวันเป็น 戊หรือ癸 ราศีฟ้าของยาม(เวลา) 子 จะเป็นตัว 壬 เสมอ

เมื่อได้ยามแรกของวันนั้นๆแล้ว ก็นับต่อไปตาม ลักจับกะจื้อ(六十甲子)
ก็จะได้หลักยามทั้งหมดของวันนั้น จากตัวอย่างที่แล้วถ้าสมมุติให้เจ้าชะตาเกิด
ปี 2556 เดือน วันที่ 12 เวลา 18:00 น เมื่อผูกดวงจีนก็จะได้เป็น

ยาม วัน เดือน ปี
己 丁 乙 癸
酉 丑 卯 巳

เมื่อผูกดวงได้แล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณา เป็นลำดับแรก คือ
เจ้าชะตามีดิถีเป็นธาตุอะไร ซึ่งพิจารณาได้จาก ราศีฟ้าของหลักวัน
จากตัวอย่างนี้ ราศีฟ้าของหลักวันเป็นตัว 丁 ธาตุไฟ เท่ากับเจ้าชะตาเป็นคนธาตุไฟ

ปัจจุบันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ในการผูกดวงจีน
สำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ ยี่ห้ออื่นที่ใช้ Android OS
สามารถหา App ปฏิทินจีนหรือ App ผูกดวงจีน ใส่ปีเดือนวันยาม เทียบเป็นดวงจีนได้เลย
โดยสามารถหา App เหล่านี่ได้ด้วยการพิมพ์คำว่า Bazi หรือ 八字 ในช่องค้นหา
ของ App Store หรือ Android Market ได้เลย

ลำดับต่อมาคือ
การพิจารณาธาตุ องค์ประกอบตัวอื่นๆ เพื่อหาความสมดุล อ่อน แข็ง ในรูปดวงว่าเป็นอย่างไร
หลักเบื้องต้นที่ยึดถือกันในการพิจารณารูปดวง ที่มักจะกล่าวถึงกันเสมอ คือ
ดิถีเจ้าชะตาจะมีแนวโน้มค่อนข้างดีหรือแข็งแรง ก็เมื่อ ดิถี "เกิดถูกเดือน(ถูกฤดู) นั่งถูกที่"

ประโยคที่ว่า"เกิดถูกเดือน" ตามหลักโหราศาสตร์จีนถือว่าเดือนเกิดเป็นตัวส่งกำลังให้ดิถี
การพิจารณาตามหลักดังกล่าวพิจารณาจาก หลักการก่อเกิดของธาตุทั้ง 5

หากราศีฟ้าหลักวันเป็นธาตุใด ราศีดินของหลักเดือนควรจะเป็นธาตุก่อเกิดหรือธาตุเดียวกัน
ตามตัวอย่างที่ให้ ราศีฟ้าของหลักวันเป็น 丁 ธาตุไฟ ราศีดินของหลักเดือนเป็น 卯 ธาตุไม้
จากตัวอย่างนี้ถือได้ว่าดิถีเจ้าชะตาเกิดถูกเดือน(ถูกฤดู) เพราะธาตุไม้ก่อเกิดธาตุไฟ
หากดิถี 丁 เกิดในเดือน 巳 หรือเดือน 午 ก็ถือว่าเกิดถูกเดือนเพราะเป็นธาตุเดียวกัน
และหากเดือนเกิดเป็นธาตุ ดิน, น้ำ หรือ ทอง ก็จะถือว่าเกิดไม่ถูกเดือน

ส่วนประโยคที่ว่า "นั่งถูกที่" คือพิจารณาที่ราศีล่างของหลักวัน จากหลัก 5 ธาตุเช่นกัน
การนั่งถูกที่ ก็คือการที่ราศีล่างของหลักวันเป็นธาตุที่ก่อเกิดหรือธาตุเดียวกับราศีฟ้านั่นเอง
จากตัวอย่างนี้ถือได้ว่าดิถีเจ้าชะตานั่งไม่ถูกที่ เพราะธาตุไฟ 丁ถ่ายเทให้ธาตุดิน 丑
หากดิถี 丁 มีราศดินในหลักวันเป็น 巳 หรือวัน 卯 ก็ถือว่านั่งถูกที่
เพราะเป็นธาตุเดียวกันหรืธาตุก่อเกิด แต่หากราศีดินหลักวันเป็นธาตุ ดิน, น้ำ ก็จะถือว่านั่งไม่ถูกที่
ส่วนธาตุทองอาจจะต้องพิจารณาต่างไปเล็กน้อยเพราะธาตุทองถือเป็นลาภของดิถี
อาจจะส่งผลได้ทั้งในทางดีหรือร้ายต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ
ซึ่งเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับการทำนายดวงจึงขอละไว้ไม่กล่าวถึง

ตำแหน่งทั้งสองที่กล่าวมาถือเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างมีผลโดยตรงต่อดิถี
จึงถือว่าหากสองตำแหน่งนี้เป็นธาตุที่ดีกับดิถี จะส่งผลในทางที่ดีค่อนข้างมาก
ส่วนตัวอื่นๆในรูปดวงก็พิจารณาจากหลักก่อเกิด/พิฆาต ของธาตุทั้ง 5 โดยใช้ดิถีเป็นหลัก
ว่ามีธาตุใดๆเข่ามากระทบกับดิถีบ้าง หากเข้ามาก่ดเกิดหรือเป็นธาตุเดียวกันแนวโน้มก็ค่อนข้างดี
หากธาตุที่เข้ามากระทบกับดิถี ถ่ายเทหรือพิฆาตดิถี แนวโน้มก็ค่อนข้างไม่ดี
ทั้งนี้อยู่ที่ความสมดุลของธาตุทั้ง 8 ที่ประกอบกันเป็นรูปดวง

การพิจารณาทั้ง 2 อย่างที่กล่าวมาเพื่อดูความสมดุล แข็งแรง ของรูปดวง
ที่จะมีผลในการหาทิศทางที่เหมาะสมในการพิจารณาฮวงจุ้ยต่อไป

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาในรูปดวงคือ ราศีดิน ของทุกหลัก ทั้ง ปีเดือนวันยาม ว่าเป็นตัวใดบ้าง
เพราะจะมีผลในการหาทิศทางที่เหมาะสมในการพิจารณาฮวงจุ้ยต่อไปเช่นกัน

ผู้สนใจศึกษาลองนำวันเดือนปีเกิดตัวเองมาผูกดวงจีนตามที่บอกนี้ดู
แล้วลองพิจารณาดูว่าดิถีของตัวเองเป็นธาตุอะไร? เกิดถูกเดือนนั่งถูกที่หรือไม่?
มีราศีดินในหลักต่างๆเป็นตัวใดบ้าง? หากมีข้อสงสัยก็โพสถามเข้ามาได้

ในภาคต่อไปค่อยมาพิจารณาหาทิศทางที่เหมาะสมสำหรับดวงตัวเองกัน

เนื่องจากการผูกดวงนี้เน้นเพื่อการพิจารณาด้านฮวงจุ้ย ไม่ได้เน้นที่จะใช้เพื่อการทำนายดวง
จะขอละไว้ซึ่งการทำปฏิกริยากันของธาตุต่างๆในรูปดวงแบบอื่นๆ ที่ใช้เพื่อการทำนายดวงชะตา

洪志傳

พื้นฐาน(ต่อ)การนับปีเดือนวันยาม(เวลา) ในทางโหราศาสตร์จีนการนับปีเดือนวันยามจะนับตาม 12 ราศีดิน(นักษัตร) ผสมกับ 10 ราศีฟ้...
31/07/2022

พื้นฐาน(ต่อ)

การนับปีเดือนวันยาม(เวลา) ในทางโหราศาสตร์จีน

การนับปีเดือนวันยามจะนับตาม 12 ราศีดิน(นักษัตร) ผสมกับ 10 ราศีฟ้า
เรียกว่า 六十甲子(ลักจับกะจื้อ)
โดยจะนับเรียง ราศีฟ้า และ ราศีดิน ตั้งแต่ตัวแรกคือ 甲子 คู่กันไป ตามลำดับ
จนลงตัวครบ 60 คู่ (六十) จึงนับเป็น 1 รอบ ตามรูปที่ลงให้ดูเป็นตัวอย่าง
และใช้วิธีการนับลักษณะนี้กับ ปี, เดือน, วัน, ยาม

ดังนั้นจำนวน 1 รอบปีในทางโหราศาสตร์จีน
แม้จะเป็นปีนักษัตร(ราศีดิน)เดียวกันที่วนมาครบรอบใน 12 ปี
แต่ก็จะมีความแตกต่างกันในที่ตำแหน่งราศีฟ้า
ตัวอย่างเช่น
ปีนี้ 2556 ตาม 六十甲子 จะเป็นปี 癸巳 (คนที่ไม่ถนัดภาษาจีนจะเรียกปีนี้ว่า น้ำอิม-มะเส็ง)
เมื่อ 12 ปีที่แล้ว 2544 จะเป็นปี 辛巳 (ทองอิม-มะเส็ง)
แม้จะเป็นปีมะเส็งเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลที่ต่างกันได้

การนับเดือน
กำหนดให้เดือน
ธันวาคมเป็นเดือน 子
มกราคมเป็นเดือน 丑
กุมภาพันธ์เป็นเดือน 寅
มีนาคมเป็นเดือน 卯
เมษายนเป็นเดือน 辰
พฤษภาคมเป็นเดือน 巳
มิถุนายนเป็นเดือน 午
กรกฎาคมเป็นเดือน 未
สิงหาคมเป็นเดือน 申
กันยายนเป็นเดือน 酉
ตุลาคมเป็นเดือน 戌
พฤศจิกายนเป็นเดือน 亥
ในส่วนของราศีฟ้าของเดือนก็จะจับคู่ไปตาม 六十甲子 ของเดือน
(การนับเดือนจะคล้ายกับการนับเดือนแบบไทย
เดือนธันวาคมเป็นเดือนแรกคือ เดือนอ้าย
เดือนถัดไปเป็น เดือนยี่,เดือนสาม,เดือนสี่ไปจนถึงเดือนสิบสอง
ใครนับเดือนแบบไทยเป็น คงเข้าใจง่ายขึ้น)

การนับวัน
จะนับตาม 六十甲子 ของของวันไปเรื่อยๆ
แต่จำนวนวันตาม 六十甲子 มี 60 วัน เท่ากับ 1 รอบเท่ากับทุกรอบ
ซึ่งไม่ตรงกับวันสากลที่จะมี 28(หรือ29), 30, 31 วัน
จึงทำให้เริ่มต้นของเดือนไม่ตรงกับวันที่ 1 ของเดือนสากล

การนับยาม(เวลา)
ในส่วนของการนับยาม(เวลา)
ในทางโหราศาสตร์จีน จะแบ่งเวลาใน 1 วัน(24 ชม.) ออกเป็น 12 ยาม
ใน 1 ยามจึงมี 2 ชม.เมื่อเทียบกับเวลาสากล
โดยจะเริ่มนับเวลา
23:00-00:59 น.เป็นยาม 子
01:00-02:59 น.เป็นยาม 丑
03:00-04:59 น.เป็นยาม 寅
05:00-06:59 น.เป็นยาม 卯
07:00-08:59 น.เป็นยาม 辰
09:00-10:59 น.เป็นยาม 巳
11:00-12:59 น.เป็นยาม 午
13:00-14:59 น.เป็นยาม 未
15:00-16:59 น.เป็นยาม 申
17:00-18:59 น.เป็นยาม 酉
19:00-20:59 น.เป็นยาม 戌
21:00-22:59 น.เป็นยาม 亥
ในส่วนของราศีฟ้าของยามก็จะจับคู่ไปตาม 六十甲子 ของยามเช่นเดิม

เมื่อได้ทราบวิธีการนับตามนี้แล้ว ปี 2556 เดือน วันที่ 12 เวลา 18:00 น.
เมื่อเทียบกับ 六十甲子 แล้วจะได้เป็น ปี 癸巳 เดือน 乙卯 วัน 丁丑 เวลา 己酉
การเรียกปีเดือนวันยามตามโหราศาสตร์จีนจะเรียกจากปีลงมาหายาม
มักจะเขียนจากบนลงล่างและขวามาซ้ายตามการเขียนอักษรจีน ก็จะเขียนได้เป็น

ยาม วัน เดือน ปี
己 丁 乙 癸
酉 丑 卯 巳

การเขียนลักษณะนี้ เมื่อใช้ผูกดวงบุคคล
จะเรียกว่า 八字四柱 - โป๊ยหยี่สี่เถียว(แปดอักขระสี่หลัก)
ซึ่งต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณาในวิชาฮวงจุ้ยซาฮะ ต่อไป

洪志傳

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fengshui Sanheผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์