Optimus (Thailand) Co., Ltd.

Optimus (Thailand) Co., Ltd. บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจ นำเข้า และจำหน่าย อุปกรณ์เน็ตเวิร์ค ให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก รวมถึงการให้บริการ Exclusive สำหรับคู่ค้าของบริษัท

Optimus (Thailand) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายโซลูชันเครือข่าย ความปลอดภัยไซเบอร์ และ IoT พร้อมบริการครบวงจร ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วไทยและ SEA เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีคุ้มค่าและเติบโตไปกับลูกค้า

หลายองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงด้าน Cyber Security เพิ่มขึ้น แต่การลงทุนระบบ Firewall แบบซื้อขาด อาจกระทบงบประมาณและสภาพค...
27/05/2026

หลายองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงด้าน Cyber Security เพิ่มขึ้น
แต่การลงทุนระบบ Firewall แบบซื้อขาด อาจกระทบงบประมาณและสภาพคล่องของบริษัท
Shield รายเดือน ช่วยให้ธุรกิจของคุณป้องกันภัยไซเบอร์ได้ง่ายขึ้น
ด้วยบริการ Firewall แบบรายเดือนจาก WatchGuard ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมใช้งานได้ทันที 💡
✅ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน
✅ ได้ Firewall คุณภาพสูงในราคาสบายกระเป๋า
✅ ปรับขนาดระบบได้ตามจำนวน User
✅ หากอุปกรณ์เสีย มี Box ทดแทนให้
✅ ไม่มีสัญญาขั้นต่ำ*
✅ เพิ่มบริการ Support ได้ตามต้องการ
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ
✔ ควบคุมงบประมาณ
✔ รักษาสภาพคล่องบริษัท
✔ เพิ่มความปลอดภัยให้ระบบ Network และข้อมูลสำคัญ
🎉 SPECIAL PROMOTION
พิเศษ! ชิวครบ 10 เดือน ฟรีเพิ่มอีก 2 เดือน
หรือเหมาจ่ายทีเดียว รับฟรีเพิ่มอีก 1 เดือน รวมสูงสุด 13 เดือน!
เริ่มต้น Cyber Security แบบคุ้มค่า
พร้อมปรับระบบความปลอดภัยให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ 👉
คลิกดูรายละเอียดได้ที่
https://optimus.co.th/shield-monthly-watchguard-cyber-security
Optimus ออกแบบโซลูชัน Network Cyber Security และ IoT ที่ใช้งานได้จริง คุ้มค่าทุกการลงทุน
📩 ทักมาพูดคุย หรือ ขอคำปรึกษา
💬 Inbox : https://m.me/optimusthailand
📲 Line : https://line.me/R/ti/p/%40optimusthailand
📞 โทร : 02-2479898 ต่อ 87
📧 อีเมล : [[email protected]](mailto:[email protected])
ือน

เครื่องเกมในฝัน…เมื่อได้แล้วกลับไม่เหมือนวันที่ฝันไว้เขียนโดย:  ✍️คุณ ไอทีหนุ่ม ตอนเด็กๆ เคยอยากมี อยากได้อะไรมากๆ จนถึง...
20/05/2026

เครื่องเกมในฝัน…เมื่อได้แล้วกลับไม่เหมือนวันที่ฝันไว้
เขียนโดย: ✍️คุณ ไอทีหนุ่ม
ตอนเด็กๆ เคยอยากมี อยากได้อะไรมากๆ จนถึงขั้นกำหมัดบอกกับตัวเองมั้ยครับ ว่าสักวันเราจะต้องครอบครองสิ่งนั้นให้ได้เลย แม้ว่านั้นอาจจะไม่ใช่ปัจจัย 4 หรือมีความสำคัญในการดำรงชีวิต แต่ผมเชื่อว่าทุกๆคนต้องเคยมีบ้างละ ความปรารถนา หรือผูกใจอยากได้อะไรสักอย่าง
วัยเด็กในยุคของผมเป็นช่วงที่เครื่องเกม Playstation เพิ่งเปิดตัว และแน่นอน..ฐานะทางบ้านผมไม่มีปัญญาได้ครอบครองมันหรอก ได้แต่เก็บเงินที่เหลือจากค่าขนมรายวัน เพื่อไปซื้อชั่วโมงเล่น ที่ร้านเกม 1 ชั่วโมงในยุคนั้นเท่ากับ 30 บาท เทียบข้าวแกง 1 จาน = 10-15 บาท หรือถ้าเทียบข้าวตามสั่ง 20-25 บาท คิดไปคิดมาแพงกว่าข้าว 1 มื้ออยู่นะเนี่ย(ฮา) แต่ด้วยสิ่งนั้นคือความบันเทิงที่เราหลงใหลมากๆ แพงแค่ไหนเราก็ต้องหาเงินมาเล่นเกมให้ได้
พอจ่ายเงินเล่นที่ร้านเกมไปได้พักใหญ่ๆ ก็มาคิดขึ้นได้ว่า เอ๊ะ..ทำไมเราไม่เอาค่าขนมแล้วสะสมไปซื้อเครื่องเกมเป็นของตัวเองดีนะ จึงเกิดความฮึกเหิม พักการไปร้านเกมได้เกือบๆเดือน สรุปลงแดง สุดท้ายก็ต้านทานไม่ไหว เอาเงินที่มีไปเล่นจนเงินหมด ความคิดจะเก็บเงินซื้อเครื่องเกมก็เลยล้มๆเลิกๆ ตัดสลับกับการไปเล่นเกมมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ จนเครื่องเกมก็พัฒนาเปลี่ยน Gen ไปพร้อมกับการเติบโตของผม
จนมาถึงช่วง Playstation4 เปิดตัว จำได้ว่าช่วงนั้นผมเริ่มทำงานเป็นไอทีใหม่ๆ โอกาสในการเล่นเกมบนเครื่อง Console ก็น้อยลงๆ เพราะร้านเกมจำพวกนี้ไม่ค่อยนิยมกันแล้ว ส่วนใหญ่ทุกคนจะซื้อเครื่องเกมมาเล่นกันที่บ้านมากกว่า ความโหยหา อาการอยากได้เครื่องเกมไม่เคยหายไปไหนนะครับ ถามว่าทำไมไม่ซื้อละ ทำงานแล้วหนิ บอกเลยว่าแม้จะมีรายได้มากกว่าช่วงทำงานพาร์ทไทม์ แต่ภาระในการต้องดูแลตัวเองและที่บ้าน มันก็เริ่มเข้ามาเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินทุกทีไป สรุป PS4 ทำตลาดตั้งแต่ปี 2013 - 2026 ผมก็ไม่ได้ครอบครองมันครับ แหะๆ
แต่อย่าพึ่งคิดว่าผมงกนะครับ ในที่สุดผมก็ทำฝันให้เป็นจริง เมื่อปีก่อนผมก็ได้เป็นเจ้าของ PS5 เครื่องเกมคอนโซล เครื่องแรกในชีวิต ภูมิใจมากที่ตัดสินใจซื้อ และบอกตรงๆช่วงที่ซื้อมาผมนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าต้องซื้อเกมอะไรมาเล่น เพราะไม่ได้แตะเครื่องคอนโซลมานาน เกมที่ผมเลือกซื้อมาคู่กับเครื่องคือ Gran Turismo 7 ซึ่งพอกลับถึงบ้านก็รีบเปิดเล่น บอกเลยว่าแม่เจ้าเล่นไม่เป็นครับ(ฮา) ผมผู้ซึ่งคุ้นชินกับเกมภาคแรก ทำไมซีรี่ย์ที่คุ้นเคยกับเล่นไม่สนุก แม้เกมเค้าจะแปลไทยให้แล้วด้วยซ้ำ
พอไม่ถูกใจก็หาเกมอื่นๆมาเล่น เผื่อเช็คว่าเป็นเพราะเกมหรือเปล่าหว่า ทั้งเกม RPG หลายๆเกมในยุคนี้ และแน่นอน Seiken Densetsu 3 ที่พึ่ง Remaster ผมก็จัดมา แต่ปรากฏว่า หาเวลาเล่นแบบสงบสุขไม่ได้เลย เล่นบางครั้งก็ไม่ต่อเนื่อง เพราะแป๊ปๆก็ต้องทำธุระอย่างอื่น สมาธิไม่มีเพราะในหัวคิดแต่เรื่องหาเงิน เลยรู้สึกไม่สนุก ไม่ใช่บอกว่าเกมห่วยนะครับ แต่จากการหยุดวิเคราะห์สิ่งที่อยู่ในหัวขณะเล่นเกมของผม ผมไม่สามารถถอดความรู้สึกห่วงหน้าพะวนหลังได้เลย หัวที่ควรต้องว่างเพื่อเปิดรับโลกแห่งจินตนาการ ผมไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้เลย เพราะทุกเวลาที่เสียไปกับการนั่งเล่นเกม ผมตีว่ามันไร้ค่าอย่างบอกไม่ถูก ความพยายามที่ไขว่คว้ากว่า 20 ปี ของผม มันช่างไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เสียเลย
ทีแรกผมถอดใจนะ แบบว่าโอเคช่างมันซื้อแล้วสำเร็จแล้ว มันคงมีความสุขแค่นี้ วัยเราคงไม่เหมาะกับการเล่นเกมอีกแล้วแหละมั้ง แต่นึกคิดยังไงไม่รู้ เปิดเกมขึ้นมาเล่นกลางดึก ก่อนเล่นถอดงาน ถอดสมอง ถอดเรื่องเงินๆทองๆ ถอดความรับผิดชอบทุกอย่าง โฟกัสที่เกมที่กำลังจะเล่น
เล่นแบบไม่รีบร้อน อย่าให้เหมือนการใช้ชีวิตที่เคยรีบร้อน แข่งขันกับชาวบ้านตลอดเวลา
เล่นแบบเสพบรรยากาศโดยไม่ตั้งเป้าหมาย อย่าให้เหมือนการใช้ชีวิตที่มองแต่ผลลัพธ์ซะทุกเรื่อง
เล่นแบบไม่กำหนดเวลา อย่าให้เหมือนชีวิตจริง ที่วางแผนทุกอย่างในชีวิตว่าทุกนาทีคือเงิน
พอเล่นแบบนี้ เห้ย เกมมันสนุกวะ ไดอะล็อกที่เราเคยกดข้ามรัวๆ พอเราตั้งใจดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องมันอินกับบทบาทที่เราสวมมันอยู่ เราเห็นที่มาของความเดือดร้อนของ NPC การให้เวลากับทุกตัวละคร ทุกการสำรวจมันมีความหมายขึ้นมาก ผู้สร้างช่างตั้งใจส่งมอบรายละเอียดเหล่านี้มาจริงๆ
ผมว่าผมพบสาเหตุ ที่ผมเล่นเกมแล้วไม่มีความสุขแล้วแหละ นั่นคือการที่ผมตีเรื่องมูลค่าของเวลาในชีวิตจริง แล้วนำมาใส่ในเวลาเล่นเกม ทำให้เวลาเล่นเกมผมต้องรีบๆเก็บเลเวล รีบฟาร์ม ทำยังไงก็ได้ให้เราพิชิตเกมได้ไวที่สุด จนลืมไปว่าจุดประสงค์หลักของผู้สร้างจริงๆ ต้องการให้เราค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆสนุกไปกับการผจญภัย ไม่ใช่ตั้งเป้าแค่จะรีบเล่น รีบจบ ตามแนวคิดเดิมที่ว่า ซื้อเกมมาถ้าเล่นไม่จบคือไม่คุ้ม ทำให้ความหมายของการมีเครื่องเกมผิดเพี้ยนไป ความสนุก ความสุขที่หยิบเกมแล้วเราได้ค่อยๆดื่มด่ำกับการเล่นต่างหาก ที่เป็นความหมาย มันคือรสชาติเดิมจากตอนเป็นเด็กที่เราเคยมี
เพื่อนๆล่ะครับ ยังตามหาความสุขจากตอนเป็นเด็กเหมือนผมหรือเปล่า

#เกมในฝัน #ย้อนวัยเด็ก
#เกมเมอร์ #ความสุขวัยเด็ก

🔎 เมื่อภัยคุกคามไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้นหลายองค์กรกำลังเผชิญกับปัญหา Alert จำนวนมาก การวิเคราะห์ภัยคุกคามที่ใช้เวลานา...
15/05/2026

🔎 เมื่อภัยคุกคามไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น
หลายองค์กรกำลังเผชิญกับปัญหา Alert จำนวนมาก การวิเคราะห์ภัยคุกคามที่ใช้เวลานาน และภาระงานของทีม IT ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
WatchGuard Technologies จึงได้ปรับโฉมแพ็กเกจ Endpoint Security ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 🚀
✨ เทคโนโลยีหลักที่ถูกเพิ่มเข้ามาในทุกแพ็กเกจ
✔ AI-powered EDR
✔ Incident-centric Detection
✔ Zero-Trust Defense
ช่วยให้องค์กรสามารถ
🔹 ตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามได้รวดเร็ว
🔹 ลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการ
🔹 เพิ่ม Visibility และควบคุมความปลอดภัยได้ดีขึ้น
🔹 ลดภาระของทีม Security และ IT
พร้อมแพ็กเกจใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกระดับธุรกิจ ตั้งแต่ SMB ไปจนถึง Enterprise
📌 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม:
https://optimus.co.th/watchguard-endpoint-security-new-portfolio
หากคุณกำลังมองหา Endpoint Security ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน พร้อมลดความซับซ้อนในการดูแลระบบ ทีม OPTIMUS พร้อมช่วยออกแบบโซลูชันที่เหมาะกับองค์กรของคุณ
Optimus ออกแบบโซลูชัน Network Cyber Security และ IoT ที่ใช้งานได้จริง คุ้มค่าทุกการลงทุน
📩 ทักมาพูดคุย หรือ ขอคำปรึกษา
💬 Inbox : https://m.me/optimusthailand
📲 Line : https://line.me/R/ti/p/%40optimusthailand
📞 โทร : 02-2479898 ต่อ 87
📧 อีเมล : [email protected]

🔔  𝐖𝐚𝐭𝐜𝐡𝐆𝐮𝐚𝐫𝐝 𝐅𝐢𝐫𝐞𝐰𝐚𝐫𝐞 𝐯𝟏𝟐.𝟏𝟐 พร้อมให้อัปเดตแล้วการอัปเดตครั้งนี้เน้นเรื่อง “ความปลอดภัย” และ “ความเสถียรของระบบ” เป็นหล...
15/05/2026

🔔 𝐖𝐚𝐭𝐜𝐡𝐆𝐮𝐚𝐫𝐝 𝐅𝐢𝐫𝐞𝐰𝐚𝐫𝐞 𝐯𝟏𝟐.𝟏𝟐 พร้อมให้อัปเดตแล้ว
การอัปเดตครั้งนี้เน้นเรื่อง “ความปลอดภัย” และ “ความเสถียรของระบบ” เป็นหลัก เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้งาน VPN, DHCP หรือมีการใช้งาน Firewall อย่างต่อเนื่องในทุกวัน
✨ สิ่งที่น่าสนใจในเวอร์ชันนี้
• รองรับการทำงานร่วมกับ FireCloud Gateway
• รุ่น T45-CW สามารถใส่ซิม 5G และใช้งานได้ทันที
• ดูสถานะการทำงานของ Wi-Fi ผ่าน WatchGuard Cloud ได้สะดวกขึ้น
• ปรับปรุงการทำงานของ VPN และระบบ Cluster ให้เสถียรมากขึ้น
🔒 ด้านความปลอดภัย
มีการอุดช่องโหว่สำคัญหลายรายการ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานระบบและการเข้าถึงจากภายนอก
🛠 การปรับปรุงเพิ่มเติม
• แก้ปัญหาระบบค้างหรือ service crash ในบางกรณี
• ปรับปรุงการทำงานของ SAML Login
• แก้ปัญหา config หายหลังระบบทำงานผิดพลาด
• ปรับปรุงการแจ้งเตือนและการจัดการ DHCP ให้แม่นยำขึ้น
🌐 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: https://optimus.co.th/whats-new-in-watchguard-fireware-v12-12
กรณีถ้าองค์กรของคุณมีการใช้งาน VPN หรือเคยพบปัญหาเรื่องความเสถียรของระบบ แนะนำให้อัปเดตเวอร์ชันนี้เพื่อเพิ่มทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน
หากต้องการความช่วยเหลือในการอัปเดต สามารถติดต่อทีม OPT-Care Support
🌐 act.optimus.co.th
📞 02-247-9898 Ext. 81

อย่ารอให้พร้อมค่อยทำ ถ้าไม่อยากพลาดทั้งชีวิตในวัยกลางคน  เขียนโดย:  ✍️คุณ ไอทีหนุ่ม วัยกลางคน ว่ากันว่าเริ่มต้นตอนอายุ 3...
14/05/2026

อย่ารอให้พร้อมค่อยทำ ถ้าไม่อยากพลาดทั้งชีวิตในวัยกลางคน
เขียนโดย: ✍️คุณ ไอทีหนุ่ม
วัยกลางคน ว่ากันว่าเริ่มต้นตอนอายุ 35 หรือบางคนอาจจะนิยามคำนี้ตอนอายุ 40 ปี ซึ่งมันก็แค่ตัวเลข ส่วนตัวผมมองว่าไม่มีนัยยะถ้าอยู่ในช่วง 35 ปี ขึ้นไปผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องพบเจอสภาวะนี้อย่างแน่นอน สำหรับคนที่อายุยังไม่เฉียดเลขสาม บอกตรงๆ นะว่าก่อนหน้านั้น เรื่องนี้มันก็ไม่เคยอยู่ในหัวผมเลย จนถึงวันนี้วันที่มีใครเริ่มเรียกเราว่าลุง ไอ้วิกฤติที่ว่าเนี่ย มันก็จะชัดขึ้นมามากๆ ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดไปเองแน่ๆ เพราะมันเริ่มจะกัดกินครึ่งชีวิตที่เหลือของผมไปอย่างทรมาน
ความจริงที่จับต้องได้และน่าหดหู่ที่สุดคือ ชีวิตช่วงนี้ของเราจะสูญเสียคนใกล้ตัว ญาติผู้ใหญ่ แบบปีต่อปี ไม่ว่าจะด้วยโรคภัยหรือแม้แต่การจากไปแบบไม่คาดคิด ล้วนแล้วแต่เป็นการสูญเสียแบบไม่มีวันหวนกลับ นั้นหมายความว่า ถ้าเรามีแผนกับใครสักคน สัญญาอะไรไว้หรือติดค้างอะไรกัน แล้วมีข่าวร้ายคำนองขาวดำกับคนๆนั้น ทุกอย่างคือจบ ไม่มีสิทธิแก้ตัว ไม่มีสิทธิไถ่โทษ และจะไม่…ตลอดไป
ขอแชร์เรื่องที่ติดในใจนิดนึงครับ ขออนุญาตเรียกบุคคลคนนี้ว่า “เพื่อนรัก” นะครับ เพื่อนรักของผมเนี่ย มันจะมีนิสัยที่ใส่ใจผมตั้งแต่สมัยเรียนละ กินอะไร คบกับใคร ไปเรียนยังไง มันก็เป็นห่วงผมเรื่อยมา มีช่วงทุกข์ช่วงสุขก็แบ่งปัง รับฟังปัญหาของกันและกัน เอาซะว่าถ้าคุณผู้อ่านมีเพื่อน ที่สามารถเรียกได้ว่าเพื่อนรัก ผมกำลังพูดถึงเพื่อนทำนองนั้นอยู่เนอะ ทีนี้ด้วยความที่ว่าผมก็มีอาชีพเป็นพนักงานเงินเดือนทั่วๆไป ที่ต้องก่อร่างสร้างตัว และพึ่งได้สร้างหนี้ก้อนใหญ่ นั้นก็คือบ้านหลังแรกของตัวเอง ไอ้เพื่อนรักผม มันก็พอจะได้ข่าวคราวจากความที่มันใส่ใจผมอยู่แล้ว จึงคอยถามผมตลอดว่าเมื่อไหร่บ้านจะสร้างเสร็จ เมื่อไหร่จะเข้าไปอยู่ อยากไปปาร์ตี้ที่บ้านผมบ้าง(ปกติจะไปบ้านมันครับ) ผมรู้แหละเพื่อนผมมันอยากจะแสดงความยินดีด้วย แต่มันติดที่ซิงค์ล้างจานยังไม่เสร็จ(แต่ส่วนครัวเสร็จแล้วนะ) ผมเลยไม่ได้เปิดบ้านรับเพื่อนมาสักที เพราะส่วนตัวรู้สึกยังไม่พร้อม
ถึงวันที่ไม่มีใครอยากให้เกิด คืนนึงช่วงเทศกาลใหญ่ประจำปี เพื่อนผมก็ปาร์ตี้ปกติ ตามภาษาสายดื่ม บังเอิญน้องชายผมเป็นเพื่อนกับน้องสาวแฟนของเพื่อนผมอีกที เลยไปปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนผม แล้วเพื่อนผมมันก็ถ่ายรูปน้องผมมาแซวว่าไอ้นี้มันเป็นใครวะ สักช่วงก่อนเที่ยงคืน คืนนั้นผมนอนไวเลยไม่ทันได้เห็นข้อความ เจออีกทีคือตอนสายๆของอีกวัน ตื่นมาก็เช็คข้อความแล้วก็ตอบมันไปปกติว่า “น้องกูเอง มันสร้างเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ” สิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดนั้นก็คือ นี้จะเป็นข้อความที่ผม จะไม่มีวันได้เห็นเพื่อนรักของผมตอบกลับมาอีกเลยตลอดไป
คืนนั้นหลังเพื่อนผมถ่ายรูปน้องชายมาแซว ไม่กี่ชัวโมงต่อมามันประสบอุบัติเหตุ และจากเราไป บ้านผมที่มันอยากมาแสดงความยินดี อยากมาดูเพื่อนจนๆอย่างผมได้มีบ้านเป็นของตัวเองสักที มันก็สายไปแล้วกับการที่ผมพยายามทำทุกอย่างให้มันพร้อม พยามให้มันดีที่สุด ตอนนี้ดีแค่ไหนก็คงไม่พอ
สิ่งที่อยากจะแนะนำน้องๆ หรือเพื่อนๆ ก็คือในวัยที่เราเข้าใกล้ช่วงกลางคน เรามีโอกาสสูงมากที่จะสูญเสียคนใกล้ตัวที่เรารักและผูกพัน อยากให้มองความเสี่ยงนี้เป็นเครื่องเตือนใจ เวลาเราคิดอยากจะทำอะไร บางครั้งไม่ต้องรอให้พร้อมหรือดีไปหมดทุกอย่าง การได้ทำอะไรที่ไม่พร้อมกับคนที่เรารัก ดีกว่าที่จะต้องมีเรื่องติดค้างภายในใจ กับคำถามที่คิดขึ้นมาในหัวเมื่อไหร่ ก็จะถามตัวเองซ้ำๆ ว่าทำไมเราถึงไม่ทำสิ่งนั้น ในวันที่ยังมีเค้าอยู่อยากบอกรัก อยากดูแลอย่าไปรอ ใครยังมีพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ มิตรรักเพื่อนฝูงอยู่ เค้าไม่ได้อยู่ค้ำฟ้าและเราก็เช่นกัน
นี้เป็นเพียงอาการทางอารมณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจเพียงหนึ่งอย่างที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับคนในวัยนี้ที่หยิบมาเล่าให้ฟังก่อน จริงๆผมเผชิญกับวิกฤตวัยกลางคนนี้ และมีอีกหลายปัญหา ที่ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยตระหนักถึงมัน จนมันเริ่มเกิดขึ้นกับตัวเอง ไว้จะเขียนมาแชร์ประสบการณ์กับทุกท่านใหม่นะครับ หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์ก็น้อย อย่างไรก็ รักษาสุขภาพกันให้ดีด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านบทความ สวัสดีครับ
🌐ที่มาบทความ : https://optimus.co.th/stories-midlife-regret

#ชีวิตไม่แน่นอน #ข้อคิดชีวิต #วัยกลางคน

🚀Optimus เปิดรับตำแหน่ง “Sales Representative”เพื่อนๆ คนไหนที่มี มีใจรักในการขาย ชอบคุย ชอบเจอลูกค้า และอยากเติบโตในสายง...
13/05/2026

🚀Optimus เปิดรับตำแหน่ง “Sales Representative”
เพื่อนๆ คนไหนที่มี มีใจรักในการขาย ชอบคุย ชอบเจอลูกค้า และอยากเติบโตในสายงาน IT มาร่วมเติบโตไปกับธุรกิจ Network IT ชั้นนำ พร้อมโอกาสสร้างรายได้แบบไร้ขีดจำกัด
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมเรา บอกเลยว่าสินค้าดี ตลาดต้องการสูง และมีโอกาสเติบโตอีกเยอะ โอกาสใหม่มาถึงคุณแล้ว
🙌ส่งใบสมัครที่ Email : [email protected]
📞สอบถามเพิ่มเติมโทร 098-984-6420
📲 LINE : hroptimus
🌐Website : www.optimus.co.th
ฝากแชร์ต่อให้เพื่อนๆที่กำลังหางานด้วยนะ
#รับสมัครงาน #งานขาย #งานไอที #หางาน

🔐 มี Antivirus, Firewall, EDR, MFA ครบ…แต่ทำไมหลายองค์กร “ยังโดนแฮกอยู่?” 🤔ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีระบบป้องกัน”แต่อย...
12/05/2026

🔐 มี Antivirus, Firewall, EDR, MFA ครบ…
แต่ทำไมหลายองค์กร “ยังโดนแฮกอยู่?” 🤔
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีระบบป้องกัน”
แต่อยู่ที่ “ระบบแต่ละตัวทำงานแยกกัน”
ปัจจุบันแฮกเกอร์ไม่ได้โจมตีจากจุดเดียวอีกต่อไป ⚠️
พวกเขาเคลื่อนไหวตั้งแต่ Email → Endpoint → Network → Cloud
แต่หลายองค์กรยังใช้ Security แบบแยกส่วน
ทำให้มองไม่เห็น “ภาพรวมของการโจมตี”
ปี 2026 ความปลอดภัยไซเบอร์
อาจไม่ได้วัดจาก “มีเครื่องมือเยอะแค่ไหน”
แต่วัดจากว่า “เครื่องมือเหล่านั้นทำงานร่วมกันได้ดีแค่ไหน” 🚀
📌 ทำไมองค์กรยังถูกโจมตี แม้ลงทุนระบบป้องกันจำนวนมาก?
📌 Cyber Attack ยุคใหม่ต่างจากเดิมยังไง?
📌 และองค์กรควรปรับตัวอย่างไรในอนาคต?
อ่านบทความเต็มได้ที่ Website 👇
🌐 https://optimus.co.th/why-companies-with-antivirus-firewall-edr-mfa-still-get-hacked-xdr-2026
👉 Optimus ออกแบบโซลูชัน Network Cyber Security และ IoT ที่ใช้งานได้จริง คุ้มค่าทุกการลงทุนทักมาพูดคุย หรือ ขอคำปรึกษา
💬 Inbox : https://m.me/optimusthailand
📲 Line : https://line.me/R/ti/p/%40optimusthailand
📞 โทร : 02-2479898 ต่อ 87
📧 อีเมล : [email protected]

🔥RUCKUS เปิดตัว R575🔥 [Wi-Fi 7 Indoor Access Point รุ่นใหม่]เมื่อเครือข่ายต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมาก ความเร็วอย่างเดียวไม่...
11/05/2026

🔥RUCKUS เปิดตัว R575🔥
[Wi-Fi 7 Indoor Access Point รุ่นใหม่]
เมื่อเครือข่ายต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมาก ความเร็วอย่างเดียวไม่พอ ต้องนิ่งและพร้อมรับทุกโหลด
𝐑𝐔𝐂𝐊𝐔𝐒 𝐑𝟓𝟕𝟓 มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi 7 แบบ Tri-band ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่อหนาแน่น รองรับงานหนักได้ลื่นขึ้น ตอบสนองไวขึ้น และครอบคลุมมากขึ้น
เหมาะสำหรับองค์กร ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ต้องรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันจำนวนมาก
ไม่ว่าจะประชุมออนไลน์ ใช้งานคลาวด์ สตรีมวิดีโอ หรือเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกัน R575 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
หากปีนี้คุณกำลังมองหาโซลูชันอัปเกรดเครือข่าย R575 คืออีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจ รายละเอียดเพิ่มเติม
optimus.co.th/new-ruckus-r575-tri-band-wi-fi-7-indoor-access-point
📋 Optimus ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ruckus Networks ในประเทศไทย หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานของ Optimus ได้เลย
💬 Inbox : https://m.me/optimusthailand
📲 Line : https://line.me/R/ti/p/%40optimusthailand

มี MFA บน Microsoft 365 ยังโดน Phishing ได้? แก้ด้วย Passkey เว็บจริงเท่านั้นถึงให้เข้า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เราเห็นองค์...
08/05/2026

มี MFA บน Microsoft 365 ยังโดน Phishing ได้?
แก้ด้วย Passkey เว็บจริงเท่านั้นถึงให้เข้า
ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เราเห็นองค์กรหลายแห่งย้ายมาใช้ Microsoft 365 กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะธนาคาร สถาบันการเงิน และองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง ซึ่งมันก็เป็นการตัดสินใจที่ดีมากครับ เพราะ Microsoft 365 มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง มี Entra ID (ชื่อเดิมคือ Azure AD) เป็นระบบยืนยันตัวตน มี Microsoft Authenticator สำหรับ MFA ใช้ง่าย รวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว และที่สำคัญคือ มันใช้งานได้ดีจริงๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทีมไอทีก็เริ่มใช้ Microsoft มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่า Microsoft ดูแลเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ระบบล็อกอิน เก็บรหัสผ่าน ยืนยันตัวตน ซึ่งก็สะดวกดีนะครับ แต่ในมุมของทีมไอทีที่ต้องวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะในองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูง เราอาจจะต้องถามตัวเองว่า เรามีความยืดหยุ่นและตัวเลือกเพียงพอหรือยัง?
💡การมีทางเลือกเท่ากับการมีอิสระ
ในฐานะทีมไอทีที่ดูแลระบบขององค์กร เราคุ้นเคยกับการมีแผนสำรอง (Backup) สำหรับข้อมูลสำคัญกันเนอะครับ แล้วถ้าระบบยืนยันตัวตน (Identity) ล่มล่ะ? หลายองค์กรคงยังไม่มีแผนสำรองสำหรับส่วนนี้
ไม่ใช่ว่า Microsoft จะไม่น่าเชื่อถือนะครับ ตรงกันข้าม Microsoft Entra ID เป็นหนึ่งในระบบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประมวลผลการล็อกอินหลายพันล้านครั้งต่อวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันเสถียรและน่าเชื่อถือมาก แต่ในโลกของธุรกิจ โดยเฉพาะในภาคการเงินและองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญ แต่การมีทางเลือกสำรองคือหนึ่งในหลักการสำคัญของ Business Continuity ลองนึกภาพว่า ถ้าวันหนึ่งมีปัญหาเกิดขึ้นกับระบบ MFA หลัก พนักงานหลายร้อย หลายพันคนล็อกอินไม่ได้ ธุรกิจหยุดชะงัก ทีมไอทีของคุณจะมีทางเลือกอะไร? หรือต้องนั่งรอให้ปัญหาคลี่คลายเอง? การมีระบบ External MFA เป็นทางเลือกคือการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์แบบนี้ครับ
External MFA + Passkey คือการลบจุดอ่อนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้องค์กรยุคใหม่ 🌐
Microsoft เข้าใจความต้องการของทีมไอทีองค์กรดี จึงเปิดให้ระบบ MFA จากบริษัทอื่นสามารถทำงานร่วมกับ Entra ID ได้ เรียกว่า External MFA (เดิมชื่อ External Authentication Methods) ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมไอทีมีอิสระในการเลือกและควบคุมระบบยืนยันตัวตนมากขึ้น แนวคิดค่อนข้างตรงไปตรงมาครับคือ Microsoft ยังคงเป็นระบบหลักในการจัดการ Identity และดูแลส่วนของรหัสผ่าน (Factor แรก) เหมือนเดิม แต่เมื่อถึงขั้นตอนยืนยันตัวตน (Factor ที่สอง) Entra ID จะส่งต่อไปยังระบบภายนอกที่ทีมไอทีเลือก เพื่อเป็นคนจัดการการยืนยันบุคคล โดยเมื่อยืนยันสำเร็จ ก็จะเข้าใช้งานได้ตามปกติครับ
สิ่งที่น่าสนใจของ External MFA คือ มันสามารถรวมเอาเทคโนโลยี Passkey (FIDO2) เข้ามาด้วย ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ External MFA แตกต่างและปลอดภัยกว่า MFA แบบเดิมของ Microsoft อย่างชัดเจน
ทำไม Passkey ถึงปลอดภัยกว่า MFA แบบเดิม?
MFA แบบเดิมที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการกดปุ่ม OK ในแอป หรือพิมพ์เลข 6 หลัก มันป้องกันการโจมตีได้ดีอยู่แล้ว แต่ยังมีจุดอ่อนที่แฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์ได้ ปัจจุบันมีเทคนิคที่เรียกว่า Real-time Proxy Attack (การโจมตีแบบตัวกลางแบบเรียลไทม์) ที่สามารถดักจับทั้งรหัสผ่านและการยืนยัน MFA ของคุณได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
ตามรายงาน Verizon: 2025 Data Breach Investigations Report พบว่าการโจมตีเหล่านี้มักเล็งเป้าไปที่คนสำคัญ อย่างผู้บริหาร ทีมการเงิน หรือผู้ที่มีสิทธิ์ในการอนุมัติธุรกรรมสำคัญ โดย Passkey จะช่วยป้องกันปัญหานี้ โดยการผูกการยืนยันตัวตนกับเว็บไซต์จริงเท่านั้น ถ้าแฮกเกอร์ทำเว็บปลอมมาหลอก Passkey จะไม่ทำงานเลย เพราะมันรู้ว่านี่ไม่ใช่เว็บจริง ปลอดภัยและสะดวกในการใช้งานมากๆ เพราะสามารถใช้ลายนิ้วมือหรือ Face ID เหมือนการปลดล็อกโทรศัพท์ในการใช้งาน รองรับอุปกรณ์ต่างๆ หลายระบบปฏิบัติการ(รองรับ MacOSด้วย) โดยธนาคารและสถาบันทางการเงินชั้นนำอย่าง Bank of America และ PayPal ก็ใช้ระบบนี้เช่นกันครับ
อย่างที่เล่าตั้งแต่ต้นนะครับ Microsoft 365 เป็นฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ External MFA + Passkey นั้น จะช่วยเข้ามายกระดับความปลอดภัยให้สูงขึ้นอีกขั้น ไม่ใช่การแทนที่ แต่เป็นการเสริม เพิ่มทางเลือก เพิ่มความยืดหยุ่น และที่สำคัญคือเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนสำคัญในองค์กร ด้วยเทคโนโลยีที่ธนาคารชั้นนำทั่วโลกไว้วางใจไปอีกขั้นครับ


🔥Ruckus Networks เปิดตัว 𝐈𝐂𝐗 𝟖𝟐𝟎𝟎 𝐌𝐮𝐥𝐭𝐢𝐠𝐢𝐠𝐚𝐛𝐢𝐭 𝐏𝐨𝐄 𝐒𝐰𝐢𝐭𝐜𝐡 รุ่นใหม่ รองรับเครือข่ายยุค Wi-Fi 7 ที่ต้องการความเร็วและประสิ...
07/05/2026

🔥Ruckus Networks เปิดตัว 𝐈𝐂𝐗 𝟖𝟐𝟎𝟎 𝐌𝐮𝐥𝐭𝐢𝐠𝐢𝐠𝐚𝐛𝐢𝐭 𝐏𝐨𝐄 𝐒𝐰𝐢𝐭𝐜𝐡 รุ่นใหม่ รองรับเครือข่ายยุค Wi-Fi 7 ที่ต้องการความเร็วและประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย พร้อมตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรที่มีทั้ง Access Point, กล้องวงจรปิด, IoT และอุปกรณ์ Smart Building จำนวนมาก
ช่วยให้ระบบเครือข่ายทำงานได้ลื่นไหล รองรับการขยายระบบในอนาคต และลดปัญหาคอขวดของระบบ Network 🚀
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://optimus.co.th/new-ruckus-icx8200-switch
📋 Optimus ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ruckus Networks ในประเทศไทย หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานของ Optimus ได้เลย
💬 Inbox : https://m.me/optimusthailand
📲 Line : https://line.me/R/ti/p/%40optimusthailand

• ทำตามลูกค้าสั่ง• ทำตามลูกค้าต้องการ• คุณเลือกทำอันไหนเขียนโดย:  ✍️คุณ วุฒิ กิ่งหิรัญวัฒนา Wuti Kinghirunwatanaไม่ว่าคุ...
07/05/2026

• ทำตามลูกค้าสั่ง
• ทำตามลูกค้าต้องการ
• คุณเลือกทำอันไหน
เขียนโดย: ✍️คุณ วุฒิ กิ่งหิรัญวัฒนา Wuti Kinghirunwatana
ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร คุณเคยสงสัยมั้ยว่า
สิ่งที่คุณกำลังทำให้ลูกค้านั้น
"คุณกำลังทำตามลูกค้าสั่ง" หรือ "คุณกำลังทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ"
คุณไปซื้อรองเท้า คุณสั่งพนักงานให้หยิบรองเท้าหลายคู่มาลอง แต่ก็ไม่ได้คู่ที่ถูกใจ ในที่สุด คุณก็บอกกับพนักงานไปว่า "พี่หารองเท้าที่ใส่ทำงานออฟฟิศก็ได้ คือดูสุภาพ ใส่เดินเที่ยวก็ได้ คือดูไม่เป็นทางการเกินไป และใส่สบายเท้า" พนักงานตอบว่า "อ๋อ...สักครู่นะคะ"
คุณสังเกตเห็นอะไรมั้ยครับ !
1. ลูกค้าสั่งให้พนักงานหยิบรองเท้ามาให้ พนักงานก็หยิบตามที่สั่ง
2. ต่อมา ลูกค้าหยุดสั่ง เริ่มบอกความต้องการของตัวเองจริง ๆ พนักงานเริ่มได้ใช้ทักษะ ใช้ความรู้ ใช้ประสบการณ์ ในการแนะนำลูกค้า
คุณได้เห็นความแตกต่างของ "สิ่งที่ลูกค้าสั่ง" กับ "สิ่งที่ลูกค้าต้องการ" มั้ยครับ
เพราะรอบตัวเรา มีความคลุมเครือใน คำสั่ง และ ความต้องการอยู่ตลอดเวลาครับ มาลองดูกันครับ
~ตัวอย่างแรก: ลูกค้าขึ้นรถโดยสาร และบอกว่า "สนามบินครับ ขึ้นทางด่วนเลย เดี๋ยวไม่ทันเครื่องออก"
ลูกค้าสั่งอะไร และลูกค้าต้องการอะไร มองออกมั้ยครับ ขึ้นทางด่วน vs. ทันเครื่องออก อันไหนคำสั่ง อันไหนความต้องการ
~หยุดอ่านสักครู่ และลองครุ่นคิดครับ คำสั่งคืออะไร ความต้องการคืออะไร ได้คำตอบแล้วอ่านต่อ
เรื่องที่น่าคิดคือ ถ้าคุณเป็นคนขับที่เชี่ยวชาญเส้นทาง และรู้ว่ามีทางที่จะพาลูกค้าไปทันขึ้นเครื่องแน่นอน แต่..."เส้นทางของคุณไม่ได้ขึ้นทางด่วน" ประสบการณ์ของคุณยืนยันว่า วิ่งข้างล่างเร็วกว่าแน่นอน
ถ้าคุณเป็นคนขับ คุณจะเลือกทำอะไร
1. ทำตามลูกค้าสั่ง
ขึ้นทางด่วนตามลูกค้าสั่ง ไปไม่ทันช่างแม่ง สั่งเองก็รับผิดชอบเอง (โว้ย)
2. ทำตามลูกค้าต้องการ
หันไปเจรจากับลูกค้า "พี่ครับ ผมพาพี่ไปทันขึ้นเครื่องแน่นอน ไม่ขึ้นทางด่วนเร็วกว่าครับ" ซึ่งคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่า
- ขัดคำสั่ง แปลว่า ขัดใจ
- ขัดคำสั่ง อาจแปลว่า ยกเลิกออเดอร์ (ไปคันอื่นก็ได้วะ)
- ขัดคำสั่ง = ย้ายความรับผิดชอบมาอยู่ที่เราเต็ม ๆ ลูกค้าจะไปทันเครื่องหรือไม่ คุณได้เป็น "ว่าที่ผู้โชคร้าย" ไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ใน Cons ย่อมมี Pros เสมอครับ :D
- ถ้าสิ่งที่คุณพูดนั้น คุณทำได้จริง ไม่ขึ้นทางด่วน ลูกค้าถึงสนามบินทันเวลา คุณจะได้ความเคารพนับถือจากลูกค้าทันที ทิปจากลูกค้ารออยู่เห็น ๆ
- ยุคนี้ หาคนเก่งอย่างคุณได้ยาก Repeat order รอคุณอยู่แน่นอน ลูกค้าอาจมีขอเบอร์เรียกใช้บริการครั้งหน้า
- คุณได้ชัยชนะเหนือคู่แข่งทั้งปวง คู่แข่งที่เลือก Safe zone คือทำตามลูกค้าสั่ง แล้วทำให้ลูกค้าตกเครื่อง
คุณจะเลือกทำตามลูกค้าสั่ง หรือ ทำตามลูกค้าต้องการ.......น่าคิดนะครับ
- คุณจะกล้าขัดใจลูกค้ามั้ย?
- คุณกลัวลูกค้ายกเลิกออเดอร์ใช่เปล่า
- คุณไม่อยากจะแบกความรับผิดชอบไว้กับตัว...หรือเปล่า
~เอาอีกสักตัวอย่าง:
ลูกค้าเข้าร้านอาหาร สั่งข้าวกระเพรา แต่ได้จิ้งจกหมกอยู่ในข้าว ลูกค้าแจ้งพนักงาน "เฮ้ย...ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และในข้าวมีจิ้งจก"
พนักงานรีบนำชุดช้อน-ตะเกียบกู้ชีพ นำร่างจิ้งจกออกมาจากจานข้าว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตจิ้งจกน้อยนั้นได้ พนักงานก้มหน้าขอโทษลูกค้า "ผมพยายามสุดความสามารถแล้วครับ"
พนักงานทำตามลูกค้าสั่งอย่างสุดกำลังแล้ว ทำไมลูกค้าไม่ยอมจบ ยังเอาร้านไปโพสต์แขวน คงเดาได้ไม่ยาก
ในงานไอทีของเราก็ไม่แตกต่างครับ มีคำสั่ง มีความต้องการ ปะปนกัน และคนทำ Tech. Support ก็เป็นคนที่จะต้องเลือกเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ระหว่าง "ทำตามคำสั่งของลูกค้า" หรือ "ทำตามความต้องการของลูกค้า" อยู่ตลอดเวลา
ความโชคร้ายคือ เรามักพบว่า......สิ่งที่ลูกค้าสั่ง ไม่นำไปสู่ สิ่งที่ลูกค้าต้องการ
ที่โชคร้ายกว่านั้น บ่อยครั้งเราพบว่า......สิ่งที่ลูกค้าสั่ง ขัดแย้งกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย
ที่โชคร้ายสุด ๆ คือ......ถ้าไม่ทำตามที่ลูกค้าสั่ง ลูกค้าก็ไม่จ่าย และถ้าลูกค้าไม่ได้อย่างที่ต้องการ ก็ไม่จ่ายเช่นกัน
ฮ่วยยยยยย !!!!!
#ระบบล่ม ลูกค้าเรียก Onsite แต่เราแก้ทาง Online กู้ระบบได้เร็วกว่า
- ถ้าเราไม่ไป Onsite ลูกค้าก็ว่าเราไม่บริการ อ้างผิดสัญญา อ้างผิดเงื่อนไข
- แต่ถ้าเรา Onsite ก็ต้องเดินทางใช่ไหม เดินทางไป 2 ชั่วโมงกว่าจะได้เริ่มกู้ระบบ ระบบลูกค้าล่มนาน เราก็โดนอีก
- ทีนี้ถ้าเราแก้ทาง Online ล่ะ ไม่ไป Onsite แล้ว ลูกค้าก็ question คุณยังไม่ออกเดินทางอีกเหรอ
ลูกค้าต้องการให้ระบบกลับมาใช้งานได้เร็ว แต่กลับสั่งให้เราเสียเวลาไปกับการเดินทาง.....เห็นความขัดแย้งมั้ยครับ
คนทำ Tech. Support อย่างเรา เจอแบบนี้ จะเอาไงดี !!!
ผมมีทางออก จะบอกให้
ทางออก คือ คุณต้องเก่ง....จริงดิ
1. คุณต้องเก่งในวิชาชีพ
ปัญหาที่ลูกค้าพบ ความต้องการที่ลูกค้าแจ้ง คุณต้องมองได้ทะลุ เห็นภาพทุกขั้นตอน เห็นจุดเริ่ม เห็นจุดจบ เห็นความเสี่ยง คุณต้องประเมินเวลาทำงานได้แม่น นี่เขาเรียกว่า ความเก่งในวิชาชีพ
และก่อนจะลงมือทำงาน บ่อยครั้งที่ลูกค้าก็มักจะแฝงคำสั่งเข้ามาเป็นข้อกำหนดให้คุณต้องทำตาม ความเก่งในวิชาชีพ จะทำให้คุณสามารถมองข้ามคำสั่ง มองทะลุและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
ลูกค้าต้องการให้ระบบที่ล่ม กลับมาทำงานได้เร็วที่สุด แม้ลูกค้าจะสั่งให้คุณ Onsite ก็ตาม
คุณจะอยู่ในสภาพพร้อมจะอยู่เหนือคำสั่ง และพร้อมสนองความต้องการ คุณจำเป็นต้องใช้ความเก่งในข้อ 2 ร่วมด้วยครับ
2. คุณต้องเก่งในการสื่อสาร
ถ้าคุณเก่งในข้อแรก ภาพที่คุณเห็น จะชัดเจนแจ่มแจ้งและแตกต่างจากภาพของลูกค้าแน่นอน (ไม่งั้นเขาไม่จ้างคุณหรอก...จริงป่ะ) มันจึงเป็นเรื่องของการชิงพื้นที่ครับ
ถ้าคุณเงียบ! ลูกค้าจะใช้ความเป็นเจ้าของเงิน ชิงพื้นที่และเริ่มออกคำสั่งกับคุณทันที เช่น สั่งให้คุณเดินทางมา Onsite Support ตามที่ลูกค้าเชื่อว่า "ทำหน้างาน แก้ปัญหาได้เร็วกว่า Online แก้ไม่ได้หรอก"
ซึ่งคุณต้องเก่งในการสื่อสารครับ คุณต้องบรรยายให้ลูกค้ายินดีทำตามที่คุณแนะนำ แย่งพื้นที่กลับมาครับ "พี่ครับ ผมแก้ให้ตอนนี้เลย ระบบอัพแน่นอนใน 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ถ้าเดินทางใช้ 2 ชั่วโมงนะครับ ระหว่างที่ผมคุยอยู่นั้น ผมกำลังแก้ไปด้วย ถ้าผมทิ้งแล้วออกเดินทาง ไม่น่าดีนะครับ"
การสื่อสารของคุณ จะลดน้ำหนักคำสั่งลูกค้าลง คุณต้องสื่อสารให้ลูกค้าตระหนักว่า คุณกำลังทำในสิ่งที่เขาต้องการ "แม้คุณจะไม่ได้ทำตามที่เขาสั่งก็ตาม"
ทีนี้คุณจะเป็นคนขี้โม้หรือไม่ ก็อยู่ที่ความเก่งในข้อ 1 ครับ
วิชาชีพที่เก่งกล้า จะยิ่งกลับมาสร้างเครดิตให้ข้อ 2 ครับ
ยิ่งคุณทำซ้ำให้ลูกค้าเห็นว่า การขัดคำสั่งของคุณคือสิ่งที่ถูกต้อง เป็นผลประโยชน์ของลูกค้า ลูกค้าจะมอบความไว้วางใจ และฟังคุณในที่สุด เมื่อลูกค้าเริ่มฟังคุณ เขาจะเลิกสั่งครับ
ถ้าเมื่อไหร่ลูกค้าเริ่มถามคุณว่า "เคสนี้คุณคิดว่าจะต้องเดินอย่างไร" ถือว่าคุณประสบความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพ Tech. Support
3. คุณต้องเก่งในการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง
ในแต่ละขั้นตอนของการแก้ปัญหา คุณต้องให้ลูกค้าร่วมอยู่ในภาพ อัพเดตลูกค้าว่า สิ่งที่คุณได้บรรยายไว้ในข้อ 2 นั้น ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามลำดับ และได้เริ่มเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปเรื่อย ๆ
ต้องสื่อสารไปเป็นระยะ ๆ ครับ อย่าทิ้งจนขาดตอน อย่าเงียบเหมือนขาดหาย การก้มหน้าทำโดยไม่มีใครรับรู้ คือจุดเริ่มต้นของความไม่เข้าใจ และไม่ไว้ใจครับ
การทำให้ลูกค้ารับรู้ความคืบหน้า มันมีรางวัลซ่อนอยู่ในนั้น คือคุณจะได้ความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะหมายถึง
- ลูกค้าจะยินดีให้ความร่วมมือกับคุณมากขึ้น อยากได้อะไร เขาจะจัดให้
- ลูกค้าจะยินดีให้ข้อมูลกับคุณมากขึ้น บอกในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้อมูลเชิงลึกทำให้งานของคุณง่ายขึ้น
- ลูกค้าที่เปิดใจ ทำงานด้วยง่ายกว่ามากครับ คุณก็คงเคยมีประสบการณ์ที่ลูกค้าอยู่ข้างเรา มันดีมาก ๆ ใช่มั้ยล่ะ
ถ้าคุณมีความเก่งในข้อ 1 และ 2 เป็นทุนอยู่แล้ว ข้อ 3 นี้จะยิ่งส่งเสริมให้คุณและลูกค้าทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ทั้งหมดที่ผมแนะนำนี้ เป็นหลักการทำงานที่ผมใช้ ทำให้งาน Support ของผมราบรื่น และสามารถส่งมอบในสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้สำเร็จ โดยได้รับความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดี
หลักการที่ว่านั้นก็คือ การมองทะลุคำสั่ง มองให้เห็นความต้องการของลูกค้า และตอบสนองอย่างตรงจุด คอย Monitor ความเข้าใจของลูกค้า ปรับรูปแบบและเนื้อหาการสื่อสารตลอดเวลา
เรื่องที่เขียนนี้ มีแรงบันดาลใจมาจากการได้เห็นอีกหลาย ๆ คน ที่วนเวียนอยู่กับการทำตามลูกค้าสั่ง โดยหวังว่า ถ้าทำตามสั่งแล้วลูกค้าจะยอมจบ ยอมจ่าย
จากประสบการณ์นะครับ ลูกค้าพอใจจ่าย เมื่อเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้นครับ
🌐ที่มาบทความ : https://optimus.co.th/follow-customer-orders-vs-understand-customer-needs
#เข้าใจลูกค้า
#แก้ปัญหาให้ตรงจุด #มุมมองการทำงาน

ที่อยู่

49/6 Soi Boonchusri, Dindaeng Road , Samsennai, Phayathai
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622479898

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Optimus (Thailand) Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Optimus (Thailand) Co., Ltd.:

แนะนำ

แชร์