13/03/2025
การควบรวมกิจการระหว่าง Lotus’s และ Makro ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)
คุณมองว่าเป็นวิกฤต หรือ โอกาส ?
1. การเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ
การควบรวมนี้ช่วยให้ Makro และ Lotus’s ผสานจุดเด่นของทั้งสองบริษัท เช่น ความครอบคลุมของรูปแบบร้านค้า และการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของไทย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคเอเชีย
2. ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด
มีความกังวลว่าการควบรวมนี้อาจทำให้ตลาดกระจุกตัวสูงขึ้นและการแข่งขันลดลง เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้กำหนดเงื่อนไข 7 ข้อสำหรับการควบรวมนี้ เช่น ห้ามซีพีและธุรกิจในเครือควบรวมธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรายอื่นนาน 3 ปี และหลังควบรวมให้เพิ่มสัดส่วนสินค้า SME ไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี
3. ผลกระทบต่อผู้ผลิตและซัพพลายเออร์
การควบรวมอาจส่งผลให้ซีพีมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นในตลาดจัดหาสินค้าจากผู้ผลิต ซึ่งอาจนำไปสู่การกดราคาหรือกำหนดข้อสัญญาที่เอาเปรียบผู้ผลิต เพื่อป้องกันปัญหานี้ กขค. ได้กำหนดให้เทสโก้โลตัสคงสัญญาข้อตกลงระหว่างซัพพลายเออร์ไว้ 2 ปี และเพิ่มระยะเวลาเครดิตเทอมสำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีเป็น 30-45 วัน นาน 3 ปี
4. การเพิ่มโอกาสในการแข่งขันระดับโลก
การควบรวมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจของซีพี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการค้าปลีกและค้าส่ง และเพื่อให้ซีพีบรรลุเป้าหมายการตีตลาดในระดับโลก
สรุปแล้ว การควบรวมกิจการระหว่าง Lotus’s และ Makro มีทั้งข้อดีในแง่การเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจและการขยายตลาด แต่ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันในตลาดและผลกระทบต่อผู้ผลิต ซึ่งต้องมีมาตรการควบคุมและติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์