THAI HRM - ที่ปรึกษา HR โครงสร้างเงินเดือน KPI&OKRs Workforce Planning

THAI HRM - ที่ปรึกษา HR โครงสร้างเงินเดือน KPI&OKRs Workforce Planning ThaiHRM ที่ปรึกษา HR ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างเงินเดือน KPI | WorldatWork Global Partner,Thailand

24/05/2026

เสียงจริงจากผู้เข้าอบรม AI HRBP รุ่นที่ผ่านมา 😊

ขอบคุณ Feedback น่ารัก ๆ จากผู้เข้าอบรมครับ

หลายท่านบอกตรงกันว่า หลักสูตรนี้ช่วยให้ “เห็นภาพการใช้ AI ในงาน HR ได้จริง” แม้ไม่ได้มีพื้นฐาน HR มาก่อน ก็สามารถเข้าใจและนำ Prompt ไปช่วยทำงานได้เร็วขึ้น

เพราะ AI ไม่ได้มาแทน HR
แต่ช่วยให้ HR คิดเป็นระบบขึ้น วิเคราะห์ไวขึ้น และสื่อสารกับผู้บริหารได้ดีขึ้น

ในคลาสนี้ เราจะไม่ได้เรียนแค่ทฤษฎี

แต่จะได้ฝึกใช้ ChatGPT / AI กับโจทย์งาน HRBP จริง เช่น

○ การวิเคราะห์ข้อมูลคน
○ การทำ HR Insight
○ การวางแผนกำลังคน
○ การเชื่อม HR Strategy กับ Business Impact
○ และการออกแบบคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ให้ผู้บริหาร

ใครที่อยากยกระดับบทบาทจาก HR Support ไปสู่ Strategic HRBP
รุ่นใหม่เปิดรับสมัครแล้วครับ

AI HRBP รุ่น 13–14 ส.ค. 69
หลักสูตรสำหรับ HR ที่อยากใช้ AI ให้เป็น “ผู้ช่วยคิด ผู้ช่วยวิเคราะห์ และผู้ช่วยสร้างมูลค่าทางธุรกิจ”

สนใจสอบถาม / สมัครเรียน
Line:

https://www.facebook.com/share/p/1EhbwoLTqJ/
23/05/2026

https://www.facebook.com/share/p/1EhbwoLTqJ/

ในยุคที่ธุรกิจต้องเอาตัวรอด การตัดสินใจที่เด็ดขาดคือสิ่งจำเป็นสูงสุด ล่าสุด Ryan Breslow ซีอีโอของสตาร์ทอัพฟินเทค Bolt ได้เปิดเผยในงาน Fortune’s Workforce Innovation Summit ถึงสาเหตุที่เขาตัดสินใจลดพนักงานลง 30% และที่สำคัญคือการ 'ปลดทีม HR ออกทั้งหมด'
Breslow ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า 'เราเคยมีทีม HR และทีมนั้นก็มักจะสร้างปัญหาที่ไม่ได้มีอยู่จริงขึ้นมา ปัญหาเหล่านั้นมลายหายไปทันทีเมื่อผมตัดสินใจเลิกจ้างพวกเขา' การก้าวเข้ามาจัดระเบียบองค์กรใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมูลค่าของ Bolt ร่วงลงอย่างหนักจาก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 300 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2022 ถึง 2024 เมื่อเขากลับมานั่งแท่นซีอีโอในปี 2025 สิ่งแรกที่ต้องทำลายทิ้งคือวัฒนธรรมองค์กรที่อ่อนแอ
ปัญหาหลักที่เขาพบคือ 'ความรู้สึกมีสิทธิพิเศษ' หรือ 'Entitlement' ที่ฝังรากลึก พนักงานจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจแต่กลับไม่ได้ทำงานหนักจริง พวกเขาเคยชินกับการอยู่ในบริษัทที่สามารถใช้จ่ายเงินได้อย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่ต้องลงมือทำงานที่ยากลำบาก นั่นทำให้ทีมผู้บริหารเดิมแทบทั้งหมดต้องถูกเชิญออก
แทนที่จะพึ่งพาระบบทรัพยากรบุคคลแบบเดิม Bolt เลือกใช้ทีม 'People Ops' เพื่อดูแลการฝึกอบรมพื้นฐานและเป็นทรัพยากรที่ช่วยให้ผู้จัดการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น Breslow มองว่าผู้เชี่ยวชาญด้าน HR อาจมีประโยชน์ในยุคสงบสุขหรือในองค์กรขนาดใหญ่ แต่สำหรับ Bolt ที่ต้องกลับเข้าสู่ 'โหมดสตาร์ทอัพ' ระบบเดิมคือความเชื่องช้า นอกจากนี้บริษัทยังหันมาใช้เทคโนโลยี AI เป็นแกนหลัก ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มขององค์กรระดับโลกอย่าง IBM, Google และ Amazon ที่เริ่มลดขนาดทีม HR และให้ AI จัดการงานเอกสารและการสรรหา จนพนักงานกว่า 62% ของ Amazon และ Walmart เริ่มกังวลถึงบทบาทของ AI ในการประเมินบุคคล
แม้จะมีข่าวลือเชิงลบเรื่องการค้างจ่ายค่าจ้าง แต่ Breslow ยืนยันว่าองค์กรกำลังเดินหน้าด้วยดีกับทีมงานที่เล็กลง เป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำงานหนักและมีพลังงานบวกมากกว่าเดิม
กรณีของ Bolt สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่องค์กรเทคโนโลยีกำลังตระหนักว่า โครงสร้างการบริหารบุคคลแบบดั้งเดิมอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัว การเลิกจ้างทีม HR แล้วแทนที่ด้วย AI และ People Ops ไม่ใช่แค่การลดต้นทุน แต่คือการล้างบางวัฒนธรรมการทำงานที่หย่อนยาน การดำเนินงานที่เด็ดขาดและไม่ประนีประนอมนี้คือวิถีแห่งการอยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น อนาคตจะพิสูจน์เองว่าโมเดลนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกองค์กรต้องเดินตามหรือไม่

งานบัญชีแบบเดิม… กำลัง “ดึงพลังชีวิต” ของคุณไปทีละวัน 😓เอกสารกองโต งานซ้ำซ้อน ตรวจทานไม่จบสิ้น ทั้งหมดนี้กำลังทำให้คุณเส...
23/05/2026

งานบัญชีแบบเดิม… กำลัง “ดึงพลังชีวิต” ของคุณไปทีละวัน 😓
เอกสารกองโต งานซ้ำซ้อน ตรวจทานไม่จบสิ้น ทั้งหมดนี้กำลังทำให้คุณเสียเวลาและโอกาส! ถึงเวลา อัปสกิลนักบัญชียุคใหม่ ด้วย AI และ Automation
👉 ทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น ลดความผิดพลาด และพร้อมรับมือโลกดิจิทัล
📌 รายละเอียดคอร์ส
อบรมประจำเดือน กรกฎาคม 2569
สำหรับนักบัญชี ผู้สอบบัญชี เจ้าของกิจการ และสายการเงินที่อยาก “เลิกเหนื่อยฟรี”

✅ AI for Accountants
✅ Smart BOI Accounting
✅ Reconciliation Mastery
✅ AI in Accounting & Taxation
✅ Cost & Profit Center Mastery
✅ เทคนิควิเคราะห์งบการเงิน 2 ภาษา
📍 โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา
🕘 เวลา 09.00 – 16.30 น.
💡เรียนจาก เคสจริง ใช้งานได้ทันทีลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มเวลาไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า
จำนวนจำกัด! รีบจองก่อนเต็ม
📲 ช่องทางติดต่อ
Line Official : https://line.me/ti/p/~

#นักบัญชียุคAI #อบรมบัญชี #บัญชีดิจิทัล

22/05/2026

สรุปข่าวการเลิกจ้าง สัปดาห์นี้ 18–22 พฤษภาคม 2569 ภาพรวมคือ “เลิกจ้างเพราะปรับโครงสร้าง + ใช้ AI + ลดต้นทุน” ชัดเจนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี การเงิน ค้าปลีก และสื่อ

1) Meta: เลิกจ้าง/โยกย้ายคนครั้งใหญ่ เชื่อมโยงกับ AI

ข่าวเด่นสุดคือ Meta มีการลด/ปรับกำลังคนครั้งใหญ่ โดยมีรายงานว่าเลิกจ้างราว 8,000 คน หรือประมาณ 10% และโยกย้ายพนักงานกว่า 7,000 คน ไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือพนักงานบางส่วนรู้สึกว่า AI ที่ตนเองช่วยพัฒนาอาจกลายเป็นเครื่องมือทดแทนงานเดิมของตนเอง ([The Economic Times][1])

นัยต่อ HR: AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว แต่กำลังกลายเป็นเหตุผลหลักในการ redesign organization, job role และ headcount

2) Standard Chartered: เตรียมลดตำแหน่งสนับสนุนหลายพันตำแหน่ง

Standard Chartered มีข่าวว่าจะลดพนักงานสายสนับสนุนประมาณ 7,000–8,000 ตำแหน่ง ในช่วงหลายปีข้างหน้า หรือราว 15% ของสายงานสนับสนุน เพื่อปรับโครงสร้างและเพิ่มการใช้ AI ในงาน back office / support function ([ประชาชาติธุรกิจ][2])

*นัยต่อ HR: งาน support function เช่น finance, HR operations, admin, compliance support, reporting มีความเสี่ยงสูงขึ้น หากงานยังเป็น routine / manual / repeatable

3) Inter IKEA Group: ลดพนักงาน 850 ตำแหน่ง

Inter IKEA Group มีรายงานลดพนักงานประมาณ 850 ตำแหน่ง จากแรงกดดันด้านต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนลง ([Intellizence |][3])

*นัยต่อธุรกิจ: ไม่ใช่แค่ tech ที่เลิกจ้าง แต่ธุรกิจ consumer / retail / supply chain ก็เริ่มลดคนเพื่อรักษา margin

4) Innovaccer และ Dune: บริษัทเทคยังลดคนต่อเนื่อง

ในกลุ่มเทคโนโลยี มีรายงานว่า Innovaccer ลดพนักงานประมาณ 850 คน เพื่อปรับเป็นโมเดล “AI-native” และ Dune บริษัทด้านข้อมูลคริปโต ลดพนักงานประมาณ 25% ในการปรับโครงสร้าง ([Intellizence |][3])

*นัยต่อแรงงานความรู้: แม้เป็นงาน white-collar / data / tech ก็ไม่ได้ปลอดภัย หากองค์กรเห็นว่า AI สามารถทำให้ทีมเล็กลงแต่ยังผลิต output ได้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม

5) ภาพใหญ่: “AI” กลายเป็นคำสำคัญใน memo เลิกจ้าง

Business Insider รายงานว่าในปี 2026 คำว่า AI ปรากฏบ่อยมากใน memo เลิกจ้างของบริษัทใหญ่ เช่น Block, Meta, Disney และอื่น ๆ โดยบริษัทมักใช้เหตุผลเรื่อง speed, efficiency, customer focus และทีมที่เล็กลงแต่คล่องตัวกว่าเดิม ([Business Insider][4])

สรุปเชิง HR: รอบนี้ไม่ใช่การเลิกจ้างแบบลดต้นทุนอย่างเดียว แต่เป็นการ “เปลี่ยน operating model” จากคนจำนวนมาก ไปสู่ทีมเล็ก + AI + automation

6) ไทย: สัญญาณเลิกจ้างยังน่าจับตา แต่ข่าวรายบริษัทใหม่ในสัปดาห์นี้ยังไม่เด่นเท่าต่างประเทศ

ฝั่งไทย ยังไม่มีข่าวรายบริษัทใหญ่ใหม่ที่โดดเด่นเท่ากลุ่มต่างประเทศในสัปดาห์นี้ แต่ภาพรวมยังน่ากังวล เพราะศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินว่า ปี 2569 การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33 อาจอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน จากเศรษฐกิจอ่อนแอ การแข่งขันสูง และการใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานมากขึ้น ([Kasikorn Research][5])

# ประเด็นที่ HR ควรจับตา

สัปดาห์นี้สะท้อน 4 เรื่องสำคัญ:

1.AI-driven restructuring จะกลายเป็นเหตุผลหลักของการลดคน
2.งานสนับสนุน / back office / routine work เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง
3.องค์กรจะเริ่มวัด productivity ต่อหัวเข้มขึ้น ไม่ใช่ดูแค่จำนวนพนักงาน
4.HR ต้องเตรียม workforce planning, reskill, redeploy และ separation plan ให้พร้อมก่อนเกิดแรงกดดันจริง

# มุมมองสำหรับผู้บริหาร

สิ่งที่ควรทำตอนนี้ไม่ใช่แค่ “เตรียมเลิกจ้าง” แต่ควรทำ Workforce Risk Review ทันที โดยแยกงานออกเป็น 3 กลุ่ม:

**งงานที่ควรรักษาไว้ — งานที่สร้างรายได้ ลูกค้า นวัตกรรม หรือความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์
*งานที่ควร Reskill / Redeploy — งานที่คนเดิมสามารถยกระดับไปใช้ AI ทำงานได้เร็วขึ้น
*งานที่ควร Automate / Redesign — งานซ้ำ งาน manual งานรายงาน งานประสานงานที่ไม่มี value-added สูง

ภาพรวมสัปดาห์นี้: ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนจาก “เลิกจ้างเพราะธุรกิจแย่” ไปสู่ “ลดคนเพราะโมเดลการทำงานเปลี่ยน” ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของ HRBP, C&B และ Workforce Planning ในปี 2569

* [The Economic Times](https://m.economictimes.com/news/new-updates/she-helped-build-the-ai-that-replaced-her-viral-meta-layoff-post-sparks-fear-over-future-of-white-collar-jobs/articleshow/131257876.cms?utm_source=chatgpt.com)
* [Business Insider](https://www.businessinsider.com/ai-layoffs-memos-share-common-themes-2026-5?utm_source=chatgpt.com)
* [theguardian.com](https://www.theguardian.com/us-news/2026/may/22/newspaper-hearst-unions-workers?utm_source=chatgpt.com)

[1]: https://m.economictimes.com/news/new-updates/she-helped-build-the-ai-that-replaced-her-viral-meta-layoff-post-sparks-fear-over-future-of-white-collar-jobs/articleshow/131257876.cms?utm_source=chatgpt.com "'She helped build the AI that replaced her': Viral Meta layoff post sparks fear over future of white-collar jobs"
[2]: https://www.prachachat.net/world-news/news-2009208?utm_source=chatgpt.com "ถึงคราว 'สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด' ร่วมวงธนาคาร ปลดคน 15% หันใช้ AI"
[3]: https://intellizence.com/insights/layoff-downsizing/major-companies-that-announced-mass-layoffs/?utm_source=chatgpt.com "Companies that announced Major Layoffs and Hiring ..."
[4]: https://www.businessinsider.com/ai-layoffs-memos-share-common-themes-2026-5?utm_source=chatgpt.com "Layoff memos this year love one phrase: 'AI'"
[5]: https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Info427-Lay-off-FB-2026-03-12.aspx?utm_source=chatgpt.com "การเลิกจ้างงานในระบบประกันสังคมยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี"

น่าสนใจดีครับ กับแนวโน้มใหม่ ยุบทิ้งทีม  HR และให้ Operation  ทำงาน  HR เอง !https://www.facebook.com/share/1HXuf81wop/
22/05/2026

น่าสนใจดีครับ กับแนวโน้มใหม่ ยุบทิ้งทีม HR และให้ Operation ทำงาน HR เอง !

https://www.facebook.com/share/1HXuf81wop/

สั่นสะเทือนวงการ HR! ซีอีโอฟินเทคดัง “Bolt” ประกาศกร้าวไล่ออกทีม HR ทั้งแผนก
________________________

ท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ไรอัน เบรสโลว์ (Ryan Breslow) ซีอีโอของ Bolt บริษัทฟินเทคชื่อดัง ได้จุดชนวนวิพากษ์วิจารณ์ในโลกธุรกิจอีกครั้ง หลังประกาศเลิกจ้างทีมทรัพยากรบุคคล (HR) ทั้งหมด

โดยให้เหตุผลว่า HR มักสร้างปัญหาที่ไม่มีอยู่จริง พร้อมปรับโมเดลสู่ทีม "People Ops" ที่เน้นความคล่องตัวสูง หวังทุบวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิมที่พนักงานยึดติดกับสิทธิประโยชน์ แต่หย่อนยานในการทำงาน เพื่อพยุงบริษัทฝ่าวิกฤตมูลค่าหุ้นดิ่งลงเหว

🔵 กลยุทธ์ “ซีอีโอยุคสงคราม”

ในงานสัมมนา Workforce Innovation Summit ของนิตยสาร Fortune ไรอัน เบรสโลว์ CEO หนุ่มของ Bolt ได้เปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการใช้แนวทางการบริหารแบบ "ยุคสงคราม" เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทหลังจากที่มูลค่าประเมินดิ่งลงอย่างรุนแรง

กลยุทธ์อันดุดันนี้ประกอบไปด้วยการเลิกจ้างพนักงานเกือบ 30% ของบริษัท การปลดทีม HR ออกทั้งหมด และการพาทั้งองค์กรกลับเข้าสู่โหมด "สตาร์ทอัพระยะเริ่มต้น" อีกครั้ง

ซึ่งนี่ถือเป็นภาพสะท้อนเด่นชัดของปี 2026 ที่หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามถึงความจำเป็นและบทบาทของทีม HR แบบดั้งเดิม

🔵 ล้างบาง HR ชี้เป็นต้นตอ “ปัญหาที่ไม่มีอยู่จริง”

เบรสโลว์ ได้ขยายความถึงการตัดสินใจปลดทีม HR ผ่านการสัมภาษณ์กับ คริสติน สตอลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรณาธิการของ Fortune ว่า

“เราเคยมีทีม HR และทีมนั้นก็คอยแต่จะสร้างปัญหาที่ไม่มีอยู่จริงให้เกิดขึ้นในที่ทำงาน ซึ่งพอกระชากหน้ากากและปล่อยพวกเขาออกไป ปัญหาเหล่านั้นก็อันตรธานหายไปทันที”

แม้ซีอีโอหนุ่มจะไม่ได้ลงรายละเอียดว่า "ปัญหา" ที่ทีม HR สร้างขึ้นคืออะไร แต่เขาก็เคยโพสต์แสดงทัศนะผ่าน LinkedIn ก่อนหน้านี้อย่างตรงไปตรงมาว่า

“ผมได้ข้อสรุปว่า HR คือพลังงาน รูปแบบ และแนวทางที่ผิดพลาดสำหรับองค์กร แต่ ‘People Ops’ จะช่วยเพิ่มอำนาจให้ผู้จัดการ ตัดลดขั้นตอนการตัดสินใจ และช่วยให้บริษัทขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสง”

🔵 “People Ops” ตัดคนกลาง ไร้เรื่องหยุมหยิม

การเลิกจ้างทีม HR ของ Bolt ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะดำเนินงานโดยไม่มีการจัดการด้านบุคลากรเลย แต่เบรสโลว์ได้จัดตั้งทีม People Ops (People Operations) ขึ้นมาแทนที่ โดยระบุว่าทีมใหม่นี้จะเข้ามาทำหน้าที่แทน "คนกลาง" และเปลี่ยนเป้าหมายมาโฟกัสที่ "ประสิทธิภาพ" เป็นหลัก และลดเรื่อง "หยุมหยิมไร้สาระ" ให้น้อยลง

อ่านข่าวต่อใต้คอมเมนต์

22/05/2026
2 รูปแบบของการใช้ AI ในงาน HRระบบอัตโนมัติ กับ HR Prompt Engineeringในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้เข้ามามีบทบาทในงาน HR ...
22/05/2026

2 รูปแบบของการใช้ AI ในงาน HR

ระบบอัตโนมัติ กับ HR Prompt Engineering

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้เข้ามามีบทบาทในงาน HR อย่างรวดเร็ว หลายองค์กรเริ่มนำ AI มาใช้ในการสรรหา การวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการออกแบบระบบบริหารผลงานและค่าตอบแทน

แต่ในการใช้งานจริง “การใช้ AI ในงาน HR” สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ

1. การใช้ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติ
และ
2. การใช้ AI ผ่าน HR Prompt Engineering

ทั้งสองรูปแบบมีประโยชน์แตกต่างกัน และเหมาะกับระดับความพร้อมขององค์กรที่ไม่เหมือนกัน

---
1. AI Automation: การใช้ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติในงาน HR

AI Automation คือการนำ AI ไปเชื่อมต่อกับระบบงานหรือกระบวนการ HR เพื่อให้สามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น

ระบบคัดกรองใบสมัครอัตโนมัติ
ระบบตอบคำถามพนักงานเกี่ยวกับนโยบาย HR
ระบบแจ้งเตือนการหมดอายุสัญญาจ้าง
ระบบวิเคราะห์ Turnover Risk
ระบบแนะนำ Training Course ตาม Skill Gap
ระบบสร้างรายงาน HR Dashboard อัตโนมัติ

จุดเด่นของ AI Automation คือช่วยลดงานซ้ำ ๆ ลดภาระงานเอกสาร และเพิ่มความเร็วในการทำงาน HR โดยเฉพาะงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและทำซ้ำเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม การทำ AI Automation ให้สำเร็จต้องมีเงื่อนไขสำคัญหลายอย่าง เช่น ข้อมูลต้องพร้อม ระบบต้องเชื่อมต่อกันได้ กระบวนการทำงานต้องชัดเจน และองค์กรต้องมีความเข้าใจเรื่อง Data Governance รวมถึง PDPA

กล่าวง่าย ๆ คือ AI Automation เหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับ HR ให้เป็นระบบมากขึ้น และมีความพร้อมด้านข้อมูล กระบวนการ และเทคโนโลยีในระดับหนึ่งแล้ว

---
2. HR Prompt Engineering: การใช้ AI เป็นผู้ช่วยคิด วิเคราะห์ และสร้างงาน HR

อีกแนวทางหนึ่งที่กำลังเติบโตอย่างมาก คือการใช้ AI ผ่าน Prompt Engineering หรือการออกแบบคำสั่งให้ AI ช่วยทำงาน HR ได้อย่างมีคุณภาพ

HR Prompt Engineering ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบใหญ่ ไม่ต้องลงทุนสูง และไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม แต่ต้องอาศัย “ความเข้าใจในงาน HR” ผสมกับ “ความสามารถในการตั้งคำถามและออกแบบคำสั่ง”

ตัวอย่างการใช้ HR Prompt Engineering เช่น

ให้ AI ช่วยวิเคราะห์สาเหตุการลาออก
ให้ AI ช่วยออกแบบ KPI ของแต่ละตำแหน่ง
ให้ AI ช่วยร่าง Job Description
ให้ AI ช่วยออกแบบ Competency Model
ให้ AI ช่วยสรุปผล Employee Survey
ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล HR Dashboard
ให้ AI ช่วยเขียน Business Case เสนอผู้บริหาร
ให้ AI ช่วยออกแบบแผนพัฒนารายบุคคล หรือ IDP

จุดเด่นของ HR Prompt Engineering คือทำให้ HR สามารถใช้ AI เป็น “ผู้ช่วยคิด” และ “ผู้ช่วยผลิตงาน” ได้ทันที โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ การสรุป การออกแบบแนวทาง และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์

แต่ข้อควรระวังคือ AI จะให้คำตอบที่ดีได้ก็ต่อเมื่อ HR ตั้งโจทย์ได้ดี มีข้อมูลที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ได้

ดังนั้น HR Prompt Engineering ไม่ใช่แค่การพิมพ์คำถาม แต่คือทักษะใหม่ของ HR ในยุค AI ที่ต้องรู้ว่า

จะถามอะไร
ถามอย่างไร
ใช้ข้อมูลอะไร
และนำคำตอบไปตัดสินใจอย่างไร

---
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง 2 รูปแบบ

ถ้าเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย

* AI Automation คือการใช้ AI เพื่อ “ทำงานแทน” ในกระบวนการที่ชัดเจน

ส่วน * HR Prompt Engineering คือการใช้ AI เพื่อ “ช่วยคิด ช่วยวิเคราะห์ และช่วยสร้างงาน”

AI Automation มักเกี่ยวข้องกับระบบ เทคโนโลยี และการเชื่อมต่อข้อมูล
ส่วน HR Prompt Engineering เกี่ยวข้องกับทักษะของคน โดยเฉพาะความสามารถของ HR ในการตั้งโจทย์ วิเคราะห์บริบท และประเมินผลลัพธ์

องค์กรที่มีระบบข้อมูลพร้อม อาจเริ่มลงทุนใน AI Automation ได้เร็ว
แต่องค์กรที่ยังไม่พร้อมด้านระบบ ก็สามารถเริ่มต้นจาก HR Prompt Engineering ได้ทันที

---
HR ควรเริ่มจากอะไร?

สำหรับหลายองค์กร คำตอบที่เหมาะสมอาจไม่ใช่การเริ่มจากระบบ AI ขนาดใหญ่ทันที แต่ควรเริ่มจากการพัฒนาทักษะ HR Prompt Engineering ให้กับทีม HR ก่อน

เพราะก่อนที่องค์กรจะสร้างระบบอัตโนมัติ HR ต้องเข้าใจก่อนว่า

งานใดควรให้ AI ช่วย
ข้อมูลใดจำเป็นต่อการวิเคราะห์
ผลลัพธ์แบบใดที่ผู้บริหารต้องการ
และ HR จะเปลี่ยน AI Output ให้เป็น Business Insight ได้อย่างไร

เมื่อ HR เข้าใจการใช้ AI ในระดับ Prompt แล้ว องค์กรจะสามารถออกแบบระบบ AI Automation ได้แม่นยำขึ้น เพราะรู้ชัดว่า Pain Point อยู่ตรงไหน กระบวนการใดควรอัตโนมัติ และข้อมูลใดต้องจัดเก็บให้เป็นระบบ

---
แนะนำหลักสูตร AI-Enhanced HR Business Partner

สำหรับ HR ที่ต้องการใช้ AI ให้เกิดผลจริงในงาน ขอแนะนำหลักสูตร "AI-Enhanced HR Business Partner" หลักสูตรที่ช่วยให้ HR และ HRBP ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลคน งาน และธุรกิจ พร้อมฝึก Prompt Engineering, People Analytics, Workforce Planning, KPI/OKR และการสร้าง HR Insight เพื่อนำเสนอผู้บริหาร

*วันที่อบรม: 13–14 สิงหาคม 2569
*สถานที่: โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
*ค่าลงทะเบียน: 16,500 บาท
*จัดโดย: ThaiHRM Academy

เหมาะสำหรับ HR Manager, HRBP, HRD, OD, C&B, Talent Management และผู้บริหารสายงานที่ต้องการยกระดับงาน HR ให้เชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กร

---
บทสรุป

การใช้ AI ในงาน HR ไม่ได้มีเพียงการซื้อระบบใหม่ หรือการสร้าง Automation เท่านั้น

แต่เริ่มต้นได้จากการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีถาม และวิธีทำงานของ HR ผ่าน HR Prompt Engineering

ในระยะสั้น HR Prompt Engineering ช่วยให้ HR ทำงานเร็วขึ้น คิดเป็นระบบมากขึ้น และสื่อสารกับผู้บริหารได้ดีขึ้น

ในระยะยาว AI Automation จะช่วยให้องค์กรยกระดับงาน HR ให้มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น

ดังนั้น HR ยุคใหม่ควรเข้าใจทั้ง 2 รูปแบบ คือ

*ใช้ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติ
และ
*ใช้ AI เพื่อยกระดับความคิด การวิเคราะห์ และการตัดสินใจของ HR

เพราะอนาคตของ HR ไม่ใช่แค่การใช้ AI เป็นเครื่องมือ
แต่คือการทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง

"AI ไม่ได้มาแทน HR แต่ HR ที่ใช้ AI เป็น จะก้าวไปไกลกว่าเดิมอย่างชัดเจน"

https://www.facebook.com/share/1BNz8xBPAo/
21/05/2026

https://www.facebook.com/share/1BNz8xBPAo/

ปีแห่งการปลด "พนักงานแบงก์" Citigroup ปลด 20,000 คน ต่อมา Standard Chartered ปลด 7,000 คน ล่าสุด HSBC จ่อปลด 20,000 คน และทุกสายมุ่งสู่การใช้ AI เข้ามาแทน ไม่ใช่ว่าคนที่โดนปลดทำงานไม่เก่ง แต่คือ "ไม่สำคัญ" อีกต่อไป แม้คนไม่เห็นด้วยจะบอกว่าทำคนตกงาน เศรษฐกิจจะพัง แต่ตราบใดที่ธุรกิจทำกำไร ก็ไม่ได้สนใจเสียงค้านเหล่านั้น
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมการเงินโลกได้ส่งสัญญาณเตือนภัยที่ดังที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่อข่าวการเลิกจ้างพนักงานธนาคารไม่ได้เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ตลาดหุ้นพังทลาย หรือการควบรวมกิจการ แต่เกิดจากการรุกคืบของ "ปัญญาประดิษฐ์" (AI)
หลายคนในวงการมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศระดับกลาง (White-collar) มักปลอบใจตัวเองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน เป็นเรื่องของโลกอนาคต หรืออย่างแย่ที่สุดก็คงกระทบแค่งานธุรการระดับล่างที่ใช้ทักษะน้อย แต่ตัวเลขการปลดคนและการเขย่าโครงสร้างองค์กรในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กลับตบหน้าความเชื่อเหล่านั้นอย่างจัง และพิสูจน์ให้เห็นว่าวิกฤตนี้ใกล้ตัวกว่าที่หลายคนประเมินไว้มาก
🔵 2026 ปีแห่งการ "ล้างไพ่" ของธนาคารระดับโลก
เพียงแค่ผ่านพ้นช่วงไม่กี่เดือนแรกของปี 2026 ข้อมูลจากสถาบันการเงินชั้นนำระบุว่า มีการประกาศเลิกจ้างและปรับลดพนักงานในภาคธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกไปแล้วกว่า 63,000 ตำแหน่ง โดยมีแกนกลางสำคัญคือการนำ AI เข้ามาปรับโครงสร้างองค์กร (AI-driven restructuring)
Standard Chartered ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 ธนาคารยักษ์ใหญ่จากอังกฤษประกาศลดบทบาทพนักงานในสายงานสนับสนุนองค์กร (Corporate functions) ลงถึง 15% ภายในปี 2030 หรือเทียบเท่ากับพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่งจากทั่วโลก โดยผู้บริหารระดับสูงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า นี่ไม่ใช่แค่การลดต้นทุนธรรมดา แต่เป็นการนำเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ทุนมนุษย์ในส่วนที่มีมูลค่าน้อยกว่า
Citigroup และ HSBC สองเสาหลักแห่งวงการการเงินโลกก็ต่างปลดพนักงานจำนวนมากไม่ต่างกัน โดย Citigroup เดินหน้าแผนปลดคนราว 20,000 ตำแหน่ง หรือเกือบ 10% ของพนักงานทั้งหมด เพื่อยุบโครงสร้างการจัดการที่ซ้ำซ้อน
ขณะที่ HSBC กำลังเตรียมการปรับลดพนักงานในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือ 20,000 ตำแหน่งทั่วโลก โดยเน้นไปที่การทำงานหลังบ้านและส่วนสนับสนุน
🔵 แรงสั่นสะเทือนถึงธนาคารเอเชียและไทย
แม้ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง Mizuho ของญี่ปุ่นจะประกาศแผนลดคน 5,000 ตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ แต่สำหรับบริบทของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มาในรูปแบบของ "คลื่นใต้น้ำ" ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในไทยอาจไม่ได้ประกาศเลย์ออฟพนักงานจำนวนมากแบบสายฟ้าแลบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางสังคม แต่เลือกใช้วิธีชะลอการรับพนักงานใหม่ ปล่อยให้พนักงานเกษียณออกไปโดยไม่หาคนแทน ยุบสาขา และนำ AI เข้ามาจัดสรรพอร์ตโฟลิโอ ประเมินสินเชื่อ และตอบคำถามลูกค้าแทน ซึ่งส่งผลให้ขนาดองค์กรค่อยๆ หดตัวลงอย่างเงียบเชียบ
Bloomberg Intelligence ประเมินตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ธนาคารทั่วโลกอาจกำจัดตำแหน่งงานได้มากถึง 200,000 ตำแหน่ง หรืออาจมากกว่านั้นหากเทคโนโลยี AI พัฒนาเร็วขึ้น ฉลาดเร็วขึ้นไปอีก
🔵 ทำไมธนาคารละทิ้งมนุษย์และใช้ AI ทำแทน
ธนาคารที่ดูเหมือนจะเป็นบริการทางการเงินเพื่อผู้คนทั่วไป แต่อันที่จริงก็คือธุรกิจรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน แรงกดดันด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ (Cost-to-Income Ratio) ที่ธนาคารกำลังถูกกดดันจากนักลงทุนให้สร้างผลกำไรสูงสุด การจ้างพนักงานมีต้นทุนแฝงมหาศาล ทั้งสวัสดิการ พื้นที่สำนักงาน และความผิดพลาดจากความเหนื่อยล้า
ในขณะที่ AI ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยธนาคารระดับโลกบางแห่งคาดการณ์ว่า การใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบจะช่วยเพิ่มรายได้ต่อพนักงานที่เหลืออยู่ได้ถึง 20% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
สิ่งที่ทำให้ AI เข้ามาสู่ธุรกิจการเงินมากขึ้นอย่างรวดเร็วคือ ขีดความสามารถที่ก้าวกระโดดข้ามการเป็นแค่แชทบอทตอบคำถามโง่ๆ ไปแล้ว มันสามารถวิเคราะห์งบการเงินที่ซับซ้อน ตรวจสอบสัญญาทางกฎหมาย สรุปรายงานความเสี่ยงระดับมหภาค และตรวจจับการทุจริตทางการเงิน (Fraud Detection) ได้เร็วกว่ามนุษย์ถึง 2 เท่า และมีความแม่นยำสูงกว่ามาก
เมื่อ AI สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลเพื่อรายงานตรงต่อผู้บริหารระดับสูงได้ทันที ตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางที่เคยทำหน้าที่เป็นเพียงทางผ่านข้อมูล คอยรวบรวมและส่งต่อรายงาน จึงกลายเป็นส่วนเกินที่สร้างความล่าช้าและสูญเสียต้นทุนโดยไม่จำเป็น
🔵 ใครในสายแบงก์บ้างที่กำลังจะตกงาน ?
ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดของมนุษย์เงินเดือนคือการคิดว่า AI จะมาแย่งงานหน้าเคาน์เตอร์หรืองานเสมียนระดับล่างเท่านั้น ในความเป็นจริง งานที่โดนผลกระทบหนักที่สุดในระลอกปี 2026 คือ นักงานระดับกลางและฝ่ายสนับสนุน (Middle and Back Office) ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มที่รับเงินเดือนสูง
1. งานกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง (Compliance & Risk Management) : งานที่ต้องอ่านกฎระเบียบ ตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) และประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณ ปัจจุบันระบบ AI สามารถสแกนและประมวลผลข้อมูลเอกสารการเงินนับหมื่นหน้า ตรวจจับความผิดปกติ และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลกฎหมายได้ในเวลาไม่กี่นาที
2. งานวิเคราะห์และทำรายงาน (Reporting & Data Processing) : นักวิเคราะห์ระดับต้นถึงกลางที่ทำหน้าที่ดึงข้อมูลจากระบบมาใส่ Excel เขียนสูตร Pivot Table แล้วสร้างกราฟรายงานสรุปให้หัวหน้า ตำแหน่งนี้กำลังถูกกวาดล้างด้วยระบบอัตโนมัติที่สามารถเจนเนอเรตรายงานเชิงลึก พร้อมข้อเสนอแนะได้แบบเรียลไทม์
3. ปฏิบัติการหลังบ้านและงานเอกสาร (Operations & Legal Document Review) : การตรวจสอบเอกสารสัญญา การประมวลผลการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) และงานธุรการที่ต้องทำซ้ำๆ ตามกฎเกณฑ์ที่ตายตัวกำลังถูกโอนย้ายไปให้ AI จัดการทั้งหมด เพราะเครื่องจักรไม่มีวันลืม ไม่มีการลาป่วย และไม่มีการเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือน
🔵 ธนาคารในอนาคตนิยามของคำนว่า "ลีน แต่ทรงพลัง"
ในทศวรรษหน้า ธนาคารจะไม่ใช่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยกองทัพมนุษย์อีกต่อไป แต่จะก้าวเข้าสู่รูปแบบ "AI-First Institution"
พนักงานที่ยังรอดชีวิตและเติบโตได้ในระบบนี้ คือกลุ่มคนที่ถูกยกระดับให้เป็นมนุษย์ที่มีทักษะสูงขึ้น (Productive versions of themselves) โดยมี AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัว ธนาคารจะเก็บมนุษย์ไว้เฉพาะในงานที่ AI ยังทดแทนความรู้สึกไม่ได้ เช่น การให้คำปรึกษาทางการเงินที่ซับซ้อนระดับกลยุทธ์ (Complex Advisory) การดูแลลูกค้าระดับความมั่งคั่งสูง (Wealth Management) ที่ยังคงต้องการความเชื่อใจ ความเห็นอกเห็นใจ และสายสัมพันธ์ความเป็นมนุษย์ หรือการตัดสินใจเชิงจริยธรรมที่เทคโนโลยียังไม่สามารถชั่งน้ำหนักได้
ภาพการเดินเข้าสำนักงานใหญ่ของธนาคารแล้วพบพนักงานออฟฟิศนั่งคีย์ข้อมูลหน้าคอมพิวเตอร์นับพันคน กำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำในอดีตที่ถูกเล่าโดยคนรุ่นก่อนเท่านั้น
การเลิกจ้างระลอกใหญ่ในปี 2026 นี้สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า ไม่มีคำว่า "มั่นคง" สำหรับงานที่สามารถอธิบายกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอนได้ ไม่ว่าคุณจะใส่สูทผูกไท หรือรับเงินเดือนสูงเพียงใด หากงานของคุณคือการนำข้อมูลจากจุด A ไปประมวลผลตามกฎเพื่อส่งไปจุด B การเตรียมตัวรับมือกับคู่แข่งที่ไม่มีวันเหนื่อยอย่าง AI ย่อมไม่ใช่เรื่องของการมองโลกในแง่ร้าย แต่คือการมองโลกในแง่ของความเป็นจริงที่กำลังเคาะประตูบ้านเราอยู่ในขณะนี้
ฉะนั้นการตกงานของตำแหน่งที่ถูก AI แย่งงานไม่ได้หมายความว่าคุณไม่เก่ง แต่เพียงแค่คุณ "ไม่สำคัญ" มากพอที่จะต้องใช้เงินจ้างคนมาทำงานนี้อีกต่อไป และแม้ว่าจะฟังดูโหดร้าย และหลายคนก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า การที่บริษัทไม่มีพนักงานและเลือกใช้แต่ AI จะทำให้คนตกงาน กระทบเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แต่เชื่อเถอะว่า ในมุมของผู้ประกอบการธนาคารมองว่า ตราบใดที่ธุรกิจทำกำไรเติบโตสม่ำเสมอ ในต้นทุนที่ต่ำลงมหาศาล มันก็ไม่อาจเปลี่ยนไปสู่แบบเดิมอย่างที่หลายคนเรียกร้องได้อีกต่อไป

ที่อยู่

เลขที่ 25 FOUND Office อาคารอัลม่า ลิงค์ ชั้น 17 ชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
Bangkok
10330

เบอร์โทรศัพท์

+66823264597

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ THAI HRM - ที่ปรึกษา HR โครงสร้างเงินเดือน KPI&OKRs Workforce Planningผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง THAI HRM - ที่ปรึกษา HR โครงสร้างเงินเดือน KPI&OKRs Workforce Planning:

แนะนำ

แชร์