26/09/2016
"เมื่อมนุษย์โลก สื่อสารผ่าน ดิจิตอล "
โลกเปลี่ยนไป ธุรกิจย่อมต้องปรับเปลี่ยน
หายนะของสื่อสิ่งพิมพ์
เมื่อคนอ่านหาย
ยอดขายหด
โฆษณาถูกเมิน
ทยอยนับถอยหลังทีละราย
---------------------------------------------------------
จากการเปลี่ยนแปลงพลิกโลกด้วยเทคโนโลยี่ดิจิตอลครั้งรุนแรงรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่ทำเอาทุกองคาพยพบนโลกต้องปรับเปลี่ยนกันขนานใหญ่ ไม่เว้นไม่ปราณีปราศรัยแม้แต่สื่อ ทั้งทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์
กล่าวโดยเฉพาะสิ่งพิมพ์ที่รับใช้สังคมทั่วโลกมายาวนาน วันนี้ก้าวเดินสู่สถานการณ์นับถอยหลังอย่างไม่น่าเชื่อ
ข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ต่างประเทศทะยอยปิดตัวออกมาเป็นระยะ นับได้เป็นร้อยราย
คล้อยหลังไม่นานนัก ข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ในไทยทะยอยปิดตัวก็ตามมาเป็นระยะๆ ที่ยังพยายามยืนหยัดก็มีการปลดคนทำงานเป็นระลอกๆตลอดหลายปีที่ผ่าน
จุดจบสื่อสิ่งพิมพ์ไทยที่สะเทือนใจล่าสุดก็น่าจะเป็นนิตยสารเก่าแก่หลายสิบปีอย่าง"สกุลไทย" ที่ประกาศวางแผงฉบับสุดท้าย จบแค่เดือนตุลาคม59
หายนะมาเยือนธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไทยอย่างที่คาดคิด แต่เมื่อยามต้องเผชิญกับเหตุการณ์จริง สถานการณ์จริง หลายคนก็อดประหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้
ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ และไม่เคยปราณีใครจริงๆ
นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว ของคู่กันและเจอหายนะไปด้วยกันก็คือร้านขายหนังสือ ที่วันนี้แผงหนังสือตามชุมชน ตายเกลี้ยงยกประเทศไปหลายปีแล้ว เหลือร้านหนังสือรายใหญ่ดั้งเดิมตามจังหวัดต่างๆที่พอมีอยู่บ้าง แต่ก็ปิดตัวล้มตายไปไม่น้อย
ที่ยังเหลือยืนหยัดด้วยกำลังทางธุรกิจที่เป็นระบบก็เห็นจะเป็นร้านหนังสือยุคใหม่ที่บริหารในแบบบริษัท อย่างซีเอ็ด นายอินทร์ บีทูเอส ดอกหญ้า(ยังเหลืออยู่มั้ย)
ไล่เรียงข้อมูลร้านเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เกาะไปกับห้างทั้งหลาย เหลือรวมๆกันทั่วประเทศ ไม่ถึง600 ร้าน หากรวมๆร้านหนังสือตามจังหวัดต่างๆ ก็ไม่ถึง700ร้าน เมื่อเจอเข้ากับเศรษฐกิจแย่ๆ คนไม่เข้าห้าง ที่ปกติเดิมๆคนเข้าห้างเยอะก็ซื้อหนังสือน้อยอยู่แล้ว จบเห่กันพอดี
ปิดท้ายให้เห็นชัดขึ้นด้วยตัวเลขข้อมูลร้านหนังสือหลักๆทั่วประเทศ
ร้านซีเอ็ด 396 ร้าน
บีทูเอส 81 ร้าน
นายอินทร์ 89 ร้าน
รวม3ร้านหลักได้แค่ 566 ร้านทั่วประเทศ
ไปถามยอดวางขายทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์15วัน นิตยสาร พนักงานบอกว่า หายไปกว่าครึ่งครับ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่เคยวางวันละ50เล่ม เหลือ20 ก็มี
ส่วนรายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือนไปเดินดูกันเองเถอะครับ วาง1เล่มบ้าง 2เล่ม 3เล่มบ้าง เห็นแล้วใจหาย ไปถามหนังสือรายปักษ์ รายเดือนในร้านใหญ่ๆเหล่านี้ ที่เคยเห็นมีวางขาย บางแห่งกลับไม่มี ถามพนักงานบอกว่าขายไม่ได้ก็เลยต้องตัดยอดออก
นี่คือความเปลี่ยนแปลงจากกระแสเทคโนโลยี่ และสื่อใหม่ๆที่เหนือกว่า ผู้บริโภคสื่อสารส่งข่าวกันเองในชั่วพริบตา รับข่าวสารจากสื่อใหม่ๆ ทำธุรกิจโดยใช้เครื่องมือและใช้สื่อโฆษณาผ่านเทคโนโลยีดิจิตอลที่ทรงประสิทธิภาพกว่า สอดรับกับไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตคนมากกว่า
โฆษณาหายเพราะลงแล้วไม่มีคนอ่าน พิมพ์น้อยลงจากที่ค่อยๆน้อยลงอยู่แล้วเพราะโดยปกติวางร้านแล้วจะมีส่วนที่ขายไม่ได้เหลือคืนมากยิ่งขาดทุน นับถอยหลังไปสู่ฉบับสุดท้ายทีละรายๆ
ได้แต่มองดูหายนะเพื่อนร่วมวงการอย่างเศร้าสร้อย หดหู่ และเจ็บปวดไม่ต่างกัน
-------------------------------------------------------------