โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Thai Green Agro นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา
ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน
ลำบากยากจนข้นแค้น
ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร by อ.ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ

VISION : เป็นองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมเกษตรปลอดภัยและการฟื้นฟูระบบเกษตรยั่งยืนของประเทศไทย
MOTTO : ปลอดภัย มีคุณภาพ ไว้ใจได้
SLOGAN : เกษตรปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

27/09/2026

แอมโมเนียในระบบเลี้ยงสัตว์น้ำอาจเป็นปัญหาที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและสุขภาพสัตว์น้ำได้ 🐟💧 แล้วซีโอไลต์จะเข้ามาช่วยจัดการปัญหานี้ได้อย่างไร? มาค้นหากลไกของแร่ธรรมชาติชนิดนี้ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการดูแลคุณภาพน้ำให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 🪨✨

🌾 ซีโอไลต์ในนาข้าว ควรใช้เท่าไร?ก่อนถามว่า “กี่กิโลต่อไร่” ต้องรู้ก่อนว่าใช้เพื่ออะไรซีโอไลต์กำลังได้รับความสนใจในนาข้าว...
27/09/2026

🌾 ซีโอไลต์ในนาข้าว ควรใช้เท่าไร?
ก่อนถามว่า “กี่กิโลต่อไร่” ต้องรู้ก่อนว่าใช้เพื่ออะไร
ซีโอไลต์กำลังได้รับความสนใจในนาข้าว เพราะคุณสมบัติในการ อุ้มน้ำ แลกเปลี่ยนประจุบวก และช่วยรักษาธาตุอาหารบางชนิดไว้ในระบบดิน แต่คำถามสำคัญที่เกษตรกรมักถามคือ...
“แล้วต้องใส่ซีโอไลต์กี่กิโลกรัมต่อไร่?”
คำตอบจากงานวิจัยยังไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับนาทุกแปลง เพราะประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ ชนิดซีโอไลต์ เนื้อดิน ระบบน้ำ ปริมาณปุ๋ยไนโตรเจน และวิธีจัดการแปลง
💧 สิ่งที่งานวิจัยในนาข้าวพบ
Review รวบรวมงานศึกษาที่ใช้ซีโอไลต์ร่วมกับระบบน้ำแบบ สลับเปียกสลับแห้ง (AWD) โดยรายงานว่า ภายใต้เงื่อนไขของการทดลอง สามารถลดการใช้น้ำได้ 27.8% และ 8.1% ลดปุ๋ยไนโตรเจน 33.3% และให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10.6% และ 0.6% ตามระบบที่ศึกษา โดยไม่พบผลกระทบที่วัดได้ต่อคุณภาพเมล็ดข้าว
อีกงานหนึ่งที่ Review อ้างถึงรายงานว่า AWD ร่วมกับซีโอไลต์ ลดการใช้น้ำประมาณ 15–30% เมื่อเทียบกับการให้น้ำแบบขังต่อเนื่อง พร้อมช่วยเพิ่มการถ่ายเทอากาศในดินนา
ตัวเลขเหล่านี้น่าสนใจ แต่ต้องเน้นว่า ไม่ใช่คำรับรองว่าใส่ซีโอไลต์แล้วทุกนาจะลดน้ำ 15–30% หรือลดไนโตรเจน 33.3% ได้ทันที
🌱 แล้วซีโอไลต์ช่วยปุ๋ยไนโตรเจนอย่างไร?
ซีโอไลต์ โดยเฉพาะ Clinoptilolite มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกและมีความจำเพาะต่อ NH₄⁺ และ K⁺ จึงสามารถช่วยรักษาธาตุอาหารบริเวณรากและสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Review ยังอ้างถึงการทดลองในนาข้าวเนื้อดินหยาบ ซึ่งพบผลเชิงบวกของการใช้ Clinoptilolite ร่วมกับปุ๋ยต่อ ผลผลิตข้าว การฟื้นกลับของไนโตรเจน และประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจน
⚠️ แล้วอัตรา 960–2,400 กก./ไร่ ใช้กับนาข้าวได้หรือไม่?
ยังไม่ควรนำไปแนะนำเช่นนั้น
ตัวเลขดังกล่าวมาจากการแปลงอัตรา 6–15 ตัน/เฮกตาร์ ในงานทดลองพืชและดินประเภทอื่น ไม่ใช่อัตรามาตรฐานสำหรับนาข้าว
ดังนั้น จาก Review ฉบับนี้ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกำหนดว่า “นาข้าวทั่วไปควรใส่ซีโอไลต์ X กิโลกรัมต่อไร่” แล้วใช้เป็นสูตรเดียวทั่วประเทศ
💡 “อัตราที่เหมาะสม” ต้องเริ่มจากแปลง ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลข
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ตรวจดิน → รู้ปัญหา → กำหนดเป้าหมาย → ทดลองอัตรา → วัดผล
หากเป้าหมายคือเพิ่มประสิทธิภาพไนโตรเจน ควรบันทึกทั้ง ปริมาณซีโอไลต์ ปริมาณ N ผลผลิต และต้นทุนต่อไร่ หากต้องการประหยัดน้ำ ก็ควรประเมินร่วมกับระบบชลประทาน เช่น AWD ไม่ใช่พิจารณาซีโอไลต์เพียงอย่างเดียว
🌾 เพราะเป้าหมายของการใช้ซีโอไลต์ในนาข้าว ไม่ใช่ “ใส่ให้มากที่สุด” แต่คือ “หาอัตราที่คุ้มที่สุดสำหรับดินและระบบการผลิตของเรา”
และนี่คือความแตกต่างระหว่างการนำงานวิจัยมา “ใช้เป็นแนวทาง” กับการนำตัวเลขจากงานวิจัยมา “ใช้เป็นสูตรสำเร็จ”
เครดิตแหล่งข้อมูล: Cataldo, E., Salvi, L., Paoli, F., Fucile, M., Masciandaro, G., Manzi, D., Masini, C.M. & Mattii, G.B. (2021). Application of Zeolites in Agriculture and Other Potential

บทความโดย : THAI GREEN AGRO
#ซีโอไลต์ #นาข้าว #ข้าว #สลับเปียกสลับแห้ง #ปุ๋ยไนโตรเจน #ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย #การจัดการน้ำ #ประหยัดน้ำ #สุขภาพดิน #เกษตรปลอดภัย #เกษตรยั่งยืน

26/09/2026
26/09/2026

ซีโอไลต์จะเข้ามามีบทบาทต่อการเลี้ยงปลานิลได้อย่างไร? 🐟🪨 มาค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างแร่ธรรมชาติกับการจัดการบ่อเลี้ยง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ถึงแนวทางที่อาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโตของปลานิล และเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยงอย่างยั่งยืน 🌱✨

🌋 ซีโอไลต์ธรรมชาติ vs ซีโอไลต์สังเคราะห์ ต่างกันอย่างไร?หน้าตาคล้ายกัน แต่ “ที่มา–ความสม่ำเสมอ–การใช้งาน” ไม่เหมือนกันเม...
26/09/2026

🌋 ซีโอไลต์ธรรมชาติ vs ซีโอไลต์สังเคราะห์ ต่างกันอย่างไร?
หน้าตาคล้ายกัน แต่ “ที่มา–ความสม่ำเสมอ–การใช้งาน” ไม่เหมือนกัน
เมื่อพูดถึง ซีโอไลต์ (Zeolite) หลายคนอาจนึกถึงแร่รูพรุนที่ช่วยอุ้มน้ำ จับธาตุอาหาร หรือใช้ปรับปรุงดิน แต่ความจริงแล้วซีโอไลต์มีทั้งชนิดที่ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และชนิดที่ มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น
ทั้งสองกลุ่มมีโครงสร้างเป็นผลึกที่มีช่องว่างขนาดเล็กและมีคุณสมบัติในการแลกเปลี่ยนไอออน แต่มีจุดเด่นต่างกันอย่างชัดเจน
🔸 ซีโอไลต์ธรรมชาติ — เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา
ซีโอไลต์ธรรมชาติสามารถเกิดจากกระบวนการหลายรูปแบบ เช่น การเปลี่ยนแปลงของวัสดุภูเขาไฟในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยมีรายงานมากกว่า 50 ชนิด เช่น Clinoptilolite, Chabazite, Phillipsite, Mordenite และ Analcime
ข้อสำคัญคือ ซีโอไลต์จากธรรมชาติมักไม่ได้อยู่ในรูป “แร่บริสุทธิ์ 100%” แต่อาจพบร่วมกับควอตซ์ โลหะ หรือแร่ชนิดอื่น และองค์ประกอบทางเคมีสามารถแตกต่างกันตามแหล่งกำเนิด
🧪 ซีโอไลต์สังเคราะห์ — ออกแบบคุณสมบัติได้มากกว่า
ซีโอไลต์สังเคราะห์ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการที่มนุษย์ควบคุม จึงมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ สามารถกำหนดและทราบคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพได้ชัดเจนกว่า เช่น โครงสร้างและลักษณะรูพรุน
บทความ Review ระบุว่ามีซีโอไลต์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นแล้วมากกว่า 150 ชนิด และถูกนำไปใช้ในงานเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง
⚖️ แล้วชนิดไหน “ดีกว่า”?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปทำอะไร
ตัวอย่างจากตารางในงาน Review พบว่า Clinoptilolite ธรรมชาติมีค่า CEC ประมาณ 2.16 meq/g ขณะที่ซีโอไลต์สังเคราะห์ Linde A อยู่ที่ประมาณ 5.48 meq/g แต่ซีโอไลต์แต่ละโครงสร้างมีทั้งขนาดช่องว่าง ความพรุน ความเสถียร และความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออนแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้ค่าเดียวตัดสินคุณภาพทั้งหมด
🌱 สำหรับภาคเกษตร “เหมาะกับงาน” สำคัญกว่า “ธรรมชาติหรือสังเคราะห์”
ซีโอไลต์ธรรมชาติมีความน่าสนใจในงานที่ต้องใช้วัสดุปริมาณมากและการใช้ซีโอไลต์สังเคราะห์อาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ขณะที่ Clinoptilolite เป็นหนึ่งในซีโอไลต์ธรรมชาติที่พบมากและนิยมใช้ในงานเกษตร เช่น การช่วยกักเก็บไนโตรเจนและใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดิน
ดังนั้น การเลือกซีโอไลต์ไม่ควรถามเพียงว่า “ธรรมชาติหรือสังเคราะห์?” แต่ควรถามต่อว่า “เป็นซีโอไลต์ชนิดใด มีองค์ประกอบอะไร ค่า CEC และคุณสมบัติเป็นอย่างไร และเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการหรือไม่?”
เพราะคำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่าคุณสมบัติเหมือนกันทุกแหล่ง และคำว่า “สังเคราะห์” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับงานทุกประเภท
การรู้จักวัสดุก่อนเลือกใช้ คือจุดเริ่มต้นของการทำเกษตรที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีเหตุผล ปลอดภัย และคุ้มค่ามากขึ้น 🌱
เครดิตแหล่งข้อมูล: Cataldo, E., Salvi, L., Paoli, F., Fucile, M., Masciandaro, G., Manzi, D., Masini, C.M. & Mattii, G.B. (2021). Application of Zeolites in Agriculture and Other Potential Uses: A Review. Agronomy, 11, 1547.

บทความโดย : THAI GREEN AGRO
#ซีโอไลต์ #ซีโอไลต์ธรรมชาติ #ซีโอไลต์สังเคราะห์ #วัสดุปรับปรุงดิน #ธาตุอาหารพืช #การจัดการดิน #สุขภาพดิน #เกษตรปลอดภัย #เกษตรยั่งยืน #ความรู้เกษตร

25/09/2026
25/09/2026

การดูแลข้าวให้แข็งแรงตลอดฤดูปลูกมีรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม 🌾🌱 มาค้นหาแนวทางสำคัญในการดูแลแปลงนา พร้อมเปิดมุมมองใหม่ที่จะช่วยให้ชาวนารับมือกับปัญหาต่าง ๆ และดูแลต้นข้าวให้พร้อมสู่การเก็บเกี่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ✨

25/09/2026
🌾 ซีโอไลต์ช่วยลดความถี่ในการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนได้อย่างไร?จาก “แบ่งใส่หลายครั้ง” สู่การจัดการธาตุอาหารให้อยู่ในดินได้นานขึ้น...
25/09/2026

🌾 ซีโอไลต์ช่วยลดความถี่ในการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนได้อย่างไร?
จาก “แบ่งใส่หลายครั้ง” สู่การจัดการธาตุอาหารให้อยู่ในดินได้นานขึ้น
การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในนาข้าว ไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ใส่เท่าไร?” แต่อีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ต้องใส่กี่ครั้ง?”
เพราะทุกครั้งที่ต้องลงแปลง หมายถึงแรงงาน เวลา และพลังงานที่เพิ่มขึ้น
งานวิจัยในนาข้าวพบว่า ซีโอไลต์ (Zeolite) อาจเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้การจัดการไนโตรเจนมีประสิทธิภาพขึ้น จนสามารถลดจำนวนครั้งในการใส่ปุ๋ยได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
🔬 ทำไมซีโอไลต์จึงช่วย “ยืดเวลา” ของไนโตรเจน?
ซีโอไลต์มีโครงสร้างผลึกสามมิติและมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก หรือ CEC จึงสามารถยึดจับ แอมโมเนียม (NH₄⁺) ไว้ตามตำแหน่งแลกเปลี่ยน แล้วค่อย ๆ ปลดปล่อยกลับมาให้พืชใช้
พูดง่าย ๆ คือ แทนที่ไนโตรเจนส่วนหนึ่งจะสูญเสียหรือเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็ว ซีโอไลต์ทำหน้าที่คล้าย “ที่พักธาตุอาหาร” ช่วยให้ไนโตรเจนคงอยู่ในระบบดินได้นานขึ้น
🌱 ผลที่ตามมาไม่ได้เกิดเฉพาะในดิน แต่เกิดกับรากข้าวด้วย
งานทดลองพบว่าการใช้ซีโอไลต์ช่วยเพิ่มน้ำหนักแห้งของราก ความยาวราก ปริมาตรราก และกิจกรรมของราก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ต้นข้าวดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น กลุ่มที่ใส่ N ครั้งเดียวร่วมกับซีโอไลต์ มีความยาวรากหลักเฉลี่ย 35.60 ซม. เทียบกับ 30.81 ซม. ในกลุ่มใส่ N ครั้งเดียวโดยไม่มีซีโอไลต์ ตามตารางที่ 4 ของงานวิจัย
🌾 แล้วลดจาก 3 ครั้ง เหลือ 1 ครั้งได้จริงหรือ?
การทดลองใช้ไนโตรเจนในอัตราเท่ากัน 157.5 กก. N/เฮกตาร์ และเปรียบเทียบระหว่างการใส่ครั้งเดียวกับการแบ่งใส่ 3 ครั้ง โดยมีและไม่มีซีโอไลต์ 10 ตัน/เฮกตาร์
ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 2 ปีพบว่า
ใส่ N ครั้งเดียว + ซีโอไลต์ = 7.90 ตัน/เฮกตาร์
แบ่งใส่ N 3 ครั้ง ไม่ใช้ซีโอไลต์ = 7.74 ตัน/เฮกตาร์
แบ่งใส่ N 3 ครั้ง + ซีโอไลต์ = 8.06 ตัน/เฮกตาร์
และกลุ่มใส่ N ครั้งเดียว + ซีโอไลต์ ให้ผลผลิตสูงกว่ากลุ่มใส่ N ครั้งเดียวโดยไม่มีซีโอไลต์อย่างมีนัยสำคัญ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้วิจัยเสนอว่า การใส่ยูเรียรองพื้นร่วมกับซีโอไลต์สามารถเป็นแนวทางลดความถี่ในการใส่ปุ๋ย พร้อมลดความต้องการแรงงานและพลังงานในการจัดการแปลง
⚠️ แต่ “ลดจำนวนครั้ง” ไม่ได้แปลว่า “ใช้สูตรนี้ได้ทุกนา”
อัตราซีโอไลต์ 10 ตัน/เฮกตาร์ หรือประมาณ 1,600 กก./ไร่ เป็นอัตราที่ใช้ในการทดลองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กับข้าว Japonica พันธุ์ Gangyu6 และดิน silty clay loam จึง ไม่ใช่อัตราแนะนำสำเร็จรูปสำหรับนาข้าวไทย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้วิจัยพบว่าผลด้านการควบคุมการปลดปล่อยไนโตรเจนของซีโอไลต์ เด่นในช่วงต้นของการเจริญเติบโตมากกว่าช่วงสืบพันธุ์ จึงไม่ควรตีความว่าซีโอไลต์สามารถทดแทนการจัดการปุ๋ยทุกระยะได้โดยอัตโนมัติ
💡 เป้าหมายจึงไม่ใช่ “ใส่ปุ๋ยน้อยครั้งที่สุด” แต่คือ “ทำให้ปุ๋ยแต่ละครั้งทำงานคุ้มที่สุด”
ซีโอไลต์ไม่ได้สร้างไนโตรเจนขึ้นมาใหม่ แต่มีศักยภาพช่วย เก็บรักษา–ชะลอการปลดปล่อย–เพิ่มโอกาสให้รากนำไนโตรเจนไปใช้ เมื่อจัดการอย่างเหมาะสม
สำหรับเกษตรกร แนวคิดที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงการถามว่า “ลดปุ๋ยได้ไหม?” แต่ควรถามต่อว่า “เราจะลดจำนวนครั้ง ลดแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของไนโตรเจน โดยยังรักษาผลผลิตได้อย่างไร?”
เพราะเกษตรที่ยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงการใช้ปัจจัยการผลิตให้น้อยที่สุดเสมอไป แต่คือ การใช้เท่าที่จำเป็น และทำให้สิ่งที่ใส่ลงไปเกิดประโยชน์สูงสุด
เครดิตแหล่งข้อมูล: Wu, Q., Chen, T., Chi, D., Xia, G., Sun, Y. & Song, Y. (2019). Increasing nitrogen use efficiency with lower nitrogen application frequencies using zeolite in rice paddy fields. International Agrophysics, 33, 263–269. DOI: 10.31545/intagr/109545.

บทความโดย : THAI GREEN AGRO
#ซีโอไลต์ #นาข้าว #ข้าว #ปุ๋ยไนโตรเจน #ยูเรีย #ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย #ลดความถี่การใส่ปุ๋ย #การจัดการธาตุอาหาร #ระบบราก #สุขภาพดิน #ลดต้นทุนแรงงาน #เกษตรปลอดภัย #เกษตรยั่งยืน

24/09/2026

ซีโอไลต์อาจเป็นมากกว่าหินธรรมดาที่เรามองเห็น 🪨🌱 แล้วคุณสมบัติอะไรที่ทำให้แร่ชนิดนี้ได้รับความสนใจในวงการเกษตร? มาค้นหาความลับของซีโอไลต์ และเปิดมุมมองใหม่ถึงศักยภาพของแร่ธรรมชาติที่อาจช่วยยกระดับการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ✨

ที่อยู่

111/65 Phaholyothin Road Anusawaree Sub District. Bangkhen District
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66845554201

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Thai Green Agro โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thai Green Agro:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์