30/10/2021
ขอบพระคุณ อ.ปุุ้ย Pui Supatida ที่ชวนให้สมาชิก ทีม AIDI เราได้มีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญนี้ครับ
"สดช. เปิดตัวโครงการ Digital Cultural Heritage กับภารกิจ ผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่โลกดิจิทัล
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Digital Cultural Heritage หรือโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล โดยมีภารกิจเพื่ออนุรักษามรดกวัฒนธรรมไทยให้อยู่ในรูปแบบที่ยั่งยืน...
โครงการ Digital Cultural Heritage แบ่งการดําเนินงานออกเป็น 2 ส่วนงานหลัก ประกอบด้วย การจัดประชุม เชิงปฏิบัติการโดยผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ (Policy Lab) เพื่อเป็นข้อริเริ่มทางนโยบายในการกระตุ้น ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความสําคัญกับการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน แผนงานสําคัญตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561– 2580) ภายใต้ ยุทธศาสตร์สร้างสังคมคุณภาพที่ทั่วถึงเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ (Hackathon) การส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล เพื่อเชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมกัน สร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content และเผยแพร่ผ่าน Digital Platform อันเป็นการธํารงรักษามรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสํานึกให้คนรุ่นใหม่หวงแหนในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ทั้งนี้ สดช. คาดหวังว่าการดําเนินโครงการดังกล่าว จะทําให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน มีความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการออกแบบ และพัฒนาแนวทาง/มาตรการ และระบบนิเวศ (Ecosystem) ในการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content ในรูปแบบที่ยั่งยืน รวมทั้งเป็น การปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ มีจิตสํานึกหวงแหนและมีการธํารงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ในรูปแบบที่ยั่งยืน ตลอดจน ภาครัฐ ภาคเอกชน มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้าน Digital Content เพื่อรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ของประเทศเพิ่มมากขึ้น....
ในส่วนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ (Policy Lab) นายสัญญา เศรษฐพิทยากุล ที่ปรึกษาด้านนโยบายสาธารณะ โครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สู่รูปแบบดิจิทัล กล่าวว่า “ขณะนี้ได้คัดเลือกพื้นที่นําร่องแล้ว ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก หรือเมืองสองแคว เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่ สําคัญของประเทศ ซึ่งมีมรดกทางวัฒนธรรรม (Cultural Heritage) ที่มีเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งวัฒนธรรมในอดีตและ วัฒนธรรมร่วมสมัย”
การจัดกิจกรรม Policy Lab มุ่งหวังให้มีต้นแบบของการกําหนดและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในยุคดิจิทัล ซึ่งต้อง สามารถสร้างคุณค่าได้จริง มีความคล่องตัว มีส่วนร่วมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีความยั่งยืน โดยการดําเนินงานภายใต้ โครงการฯ นี้ ได้อาศัยมรดกทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นแกนหลักในการดําเนินงาน เพื่อให้เป็นต้นแบบของ การกําหนดและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ในด้านการนํามรดกทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากกิจกรรม Policy Lab ประกอบด้วย
1) ยุทธศาสตร์และชุดของโครงการที่ควรดําเนินการ พร้อมหน่วยงานรับผิดชอบและแหล่งงบประมาณ เพื่อสร้างสรรค์ต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมนําร่องให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ และสังคม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล
2) กลไกการกํากับดูแล เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ ให้มีความยั่งยืน
และ 3) Public Dashboard เพื่อติดตาม ประเมินผล และถอดบทเรียนของการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่ การปรับปรุงและขยายผลอย่างต่อเนื่อง
“กิจกรรม Policy Lab ที่จัดขึ้นภายใต้โครงการนี้ มุ่งที่จะแก้ ปัญหาของการจัดทําและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ของประเทศ ในด้านการนํามรดกทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล มาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และ มีความเข้มแข็งสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน จึงได้รับการตอบรับอย่างดีมาก จากพื้นที่นําร่อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนในพื้นที่” นายสัญญา เศรษฐพิทยากุล กล่าว
ในส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ (Hackathon) การส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม ของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล นั้น จัดขึ้นในชื่อว่า “Hackulture นวัต...วัฒนธรรม : เรียงร้อยวัฒนธรรมไทย...สู่โลกดิจิทัล” .... ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวม 110,000 บาท มีผู้ส่งผลงานทั้งหมด 66 ทีมจากหลากหลายสถาบัน และในวันนี้มีการเปิดตัว 20 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้ารอบ....โดยทั้ง 20 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ จะเข้าสู่กิจกรรมค่ายฝึกอบรม (Boot Camp) ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคมนี้ ซึ่งมีกิจกรรมที่นาสนใจมากมาย เช่น การบรรยายพิเศษเปิด Hackulture Bootcamp ช่วง Inspiration Talk โดยท่านผู้หญิงสิริกิตติยา เจนเซน ในหัวข้อ Creative Storytelling เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่า ของวัฒนธรรมไทย..."
อ่านข่าวเต็ม ได้ที่
https://www.facebook.com/1127355597302316/posts/4499815416722967/