28/01/2026
💥 คุณล่ะ…คิดอย่างไร⁉️ เลือกแบบไหน⁉️
พนักงานไม่ผ่าน Pro ควรให้เขียนใบลาออก หรือบอกเลิกจ้าง ❓
คนที่ยังไม่เคยเจอกับตัวเอง หรือไม่เคยตัดสินใจให้ใครบางคน “ไม่ได้ไปต่อ” อาจคิดว่า เมื่อไม่ผ่านโปร ก็เลิกจ้างไปเลยซิ ต้องคิดมากทำไม❓
จริงๆ แล้ว การไม่ผ่าน Pro หรือไม่ผ่านทดลองงาน เป็นเรื่องธรรมดาๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ ขึ้นอยู่กับว่าใครหรือ ฝ่ายไหนไม่ผ่านโปรมากกว่ากัน ระหว่างลูกจ้างไม่ผ่านโปร จากการประเมินของฝ่ายนายจ้าง หรือนายจ้างไม่ผ่านโปร โดยลูกจ้างลาออกในช่วงทดลองงาน เพราะคิดว่าบริษัทนี้ไม่ดีเลย
✳️ เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายคือ นายจ้างและลูกจ้าง ประเมินว่าอีกฝ่ายไม่ผ่านโปร จึงต้อง “การเลิกสัญญาจ้าง” ซึ่งเป็นคำกลางๆ รวมทั้ง “การเลิกจ้าง” ซึ่งเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างโดยนายจ้าง และ “การลาออก” ซึ่งลูกจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาเอง
🎯 หากพนักงานไม่ผ่านโปร...ควรเสนอ “ให้ลาออก” แทนการเลิกจ้าง เพราะจบทุกปัญหา ดีกับทุกฝ่าย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1️⃣ ไม่ต้องกังวลเรื่องการบอกกล่าว :
การบอกเลิกจ้างเพราะไม่ผ่านโปร ต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง (ไม่ใช่ 30 วันตามที่เข้าใจผิดกัน) ซึ่งมีข้อเสียคือ หัวหน้างานต้องเร่งรัด ด่วนตัดสินใจ เพราะกังวลเรื่องการบอกกล่าว และค่าชดเชย >>> พนักงานบางคนเรียนรู้ช้า บางคนเรียนรู้ไว ปรับตัวไม่ทัน อาจตกงานได้เพียงเพราะฝ่ายนายจ้าง.
2️⃣ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าชดเชย :
การให้พนักงานลาออกเอง หลังจากตัดสินใจไม่ให้ผ่าน นายจ้างไม่ต้องกังวลเรื่องกรอบเวลา 120 วัน และเรื่องค่าชดเชย เพราะไม่ใช่การเลิกจ้าง
3️⃣ ไร้ความเสี่ยงเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม :
การเลิกจ้าง โดยอ้างว่าไม่ผ่านโปรโดยขาดมาตรฐานการประเมินที่ดี ยังมีความเสี่ยงทั้งทางกฎหมาย และการบริหารแรงงานสัมพันธ์ในทีมงาน รวมทั้งชื่อเสียงของบริษัท
4️⃣ รักษาประวัติพนักงาน :
การไม่ผ่านโปร ไม่ใช่เพราะลูกจ้างไม่ดี (เลว) แค่ไม่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับสิ่งที่หัวหน้างาน หรือบริษัทต้องการเท่านั้น เพราะหลายคนทำงานที่อื่นมานานหลายปี ประวัติผลงานก็ดี ตอนสัมภาษณ์ ก็คิดว่าดี จึงรับเข้ามา หลังจากทดลองงานแค่ 2-3 เดือนกลับกลายเป็นไม่ดี ไม่ผ่าน >>> การให้พนักงานลาออกเอง ช่วยรักษาประวัติของเขา ให้ไปเริ่มต้นใหม่ ไม่ต้องมีประวัติไม่ผ่านโปร
5️⃣ ซื้อเวลา ให้โอกาส ประหยัดงบ :
การให้พนักงานลาออกเอง แม้จะอยู่นานเกิน 120 ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่มีข้อดียิ่งกว่าด้วย เพราะทั้งสองฝ่ายยังมีโอกาสดูใจกัน ถ้าลูกจ้างพัฒนาขึ้น นายจ้างอาจเปลี่ยนใจให้ไปต่อได้ ไม่ต้องเสียเวลาสรรหา แล้วรอลุ้นคนใหม่อีก ซึ่งอาจจะแย่กว่าเดิมอีกก็เป็นได้ >>> ประหยัดทั้งเวลา และงบประมาณ
📌 สิ่งสำคัญ “การให้ลาออก” เป็นการเปิดโอกาสลูกจ้างได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องบังคับหรือล่อลวงใดๆ และควรพูดคุยตกลงกันโดยสมัครใจในกรอบเวลา 120 วัน หากได้ทำด้วยความจริงใจ และผ่านการประเมินผลอย่างมืออาชีพ ประโยชน์ย่อมเป็นตามที่ว่ามา
💥 ชอบโพสท์นี้ ฝากกด Like Page และ Share ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ
💎 สนใจฝึกอบรมด้านกฎหมายแรงงาน การบริหารคน การบริหารผลงาน การพัฒนาผู้นำ ทักมาได้เลย