Fifty-Five Advisor

Fifty-Five Advisor ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Fifty-Five Advisor, หน่วยงานให้คำปรึกษา, 14/50 ซอยสุวิทนวงศ์ 84 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม 10530, Bangkok.

เด็กชายนอนป่วยในโรงพยาบาล 3 วันค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น65,000 บาทสัญญาประกันสุขภาพแบบเดิมเคลมสินไหมตั้งแต่บาทแรกและมีเงินชดเชย...
07/06/2024

เด็กชายนอนป่วย
ในโรงพยาบาล 3 วัน
ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
65,000 บาท
สัญญาประกันสุขภาพแบบเดิม
เคลมสินไหมตั้งแต่บาทแรก
และมีเงินชดเชยการนอน
ให้อีก 7,200 บาท

ป่วยครั้งนี้
เท่ากับคุณพ่อได้ค่าเบี้ยคืนแล้วครับ

#สัญญาประกันที่จ่ายตั้งแต่บาทแรกจะปิดแล้ว

14/05/2023

เป้าหมายชีวิตสำคัญนะครับทุกคน
ตามหามันให้เจอนะครับ

หนึ่งในวิธีที่ทำให้เราอยู่ในเส้นทางอาชีพตัวแทนประกันได้เป็นอย่างดีนั้นไม่ใช่แค่เงินรายได้ไม่ใช่เพราะโอกาสในการได้รางวัลเ...
07/05/2023

หนึ่งในวิธี
ที่ทำให้เราอยู่ในเส้นทางอาชีพ
ตัวแทนประกัน
ได้เป็นอย่างดีนั้น
ไม่ใช่แค่เงินรายได้
ไม่ใช่เพราะโอกาสในการได้รางวัลเกียรติยศ
แต่คือการไปเยี่ยมเยียนลูกค้า
ที่ยังสุขภาพดี
หรือเยี่ยมญาติผู้ป่วย
หรือไปอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการสูญเสีย
ของลูกค้า
เพราะมันคืออารมณ์
และความรู้สึกที่หาไม่ได้ง่ายๆ
และมันคือแรงกระตุ้นจิตใต้สำนึก
ความเป็นตัวตนของเราเองได้ดีที่สุด...
รักอาชีพนี้จริงๆ
ชวลิต ติเพียร #นักพัฒนาตัวแทนประกันฯ

27/03/2022

ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุในกรมธรรม์
สามารถระบุเป็นใครได้บ้าง?
แล้วคนนอกครอบครัวล่ะ เป็นได้ไหม?
อดีตทนายความสาว
สู่ที่ปรึกษาทางการเงินของซิกเนเจอร์

จากเงิน 5 แสนบาทผ่านไป 6เดือนเงินงอกมา 2 หมื่นบาทคุณอาท่านหนึ่งเกษียณอายุการทำงานมีเงินสดอยู่ 2 ล้านบาทให้นัสจัดพอร์ตการ...
13/11/2021

จากเงิน 5 แสนบาท
ผ่านไป 6เดือน
เงินงอกมา 2 หมื่นบาท
คุณอาท่านหนึ่งเกษียณอายุการทำงาน
มีเงินสดอยู่ 2 ล้านบาท
ให้นัสจัดพอร์ตการเงินให้
สัดส่วนแรก ร้อยละ 50
นำเงินหนึ่งล้านบาทลงทุนในกองทุนศุกุก
สัดส่วนที่สอง ร้อยละ 25
วางไว้นิ่งในเงินฝากธนาคารอิสลามแบบไม่มีดอกเบี้ย
สัดส่วนสุดท้าย ร้อยละ 25
ฝากไว้กับ Unit-Link : AIA Smart Wealth
ลงทุนในหุ้นอเมริกา และหุ้นทั่วโลก
โดยหุ้นเทคโนโลยี คือ หุ้นที่สร้างมูลค่าให้นักลงทุน
Facebook Google Amazon Tesla Microsoft
จากเงิน 5 แสน
ผ่านไป 6เดือน
เงินงอกมา 2 หมื่นบาท

 #รายได้ตามเวลา เทียบกับ  #รายได้ตามผลงานกฎของเงินเดือนนั้นบอกได้ว่าถึงแม้เราจะตั้งใจทำงานแล้วให้เงินเดือนขึ้นในอัตราปกต...
14/10/2021

#รายได้ตามเวลา เทียบกับ #รายได้ตามผลงาน
กฎของเงินเดือนนั้นบอกได้ว่า
ถึงแม้เราจะตั้งใจทำงานแล้วให้เงินเดือนขึ้นในอัตราปกติ
มันก็คงยากที่จะมีเงินเก็บ
เป็นเพราะค่าครองชีพขึ้นเร็วกว่าเงินเดือน
และค่าใช้จ่ายตามอายุที่เพิ่มขึ้นกว่าเงินเดือน
ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า
ทุกคนที่รับเงินเดือนจะเป็นแบบนี้
แต่คิดว่าคนส่วนใหญ่เป็นแบบนี้
ทุกคนคงคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
เพราะเราไม่ได้ทำงานประจำไปตลอดชีวิตหรอกน่า
อีกหน่อยต้องมีธุรกิจส่วนตัว
แต่ผมอยากจะถามชัดๆว่า
อีกหน่อยนี่กี่ปีครับ
หรือจะเป็นอีกหน่อยที่ไม่ค่อยมาถึง
อยากแนะนำในสิ่งที่ทุกคนสามารถเริ่มได้ทันที
หากคุณคิดจะเปลี่ยนงานหรือหางานที่ 2 ทำเพิ่ม
เรื่องนี้คือสิ่งจำเป็นที่จะต้องรู้
เพื่อนำไปพิจารณาในการหางาน
ผมอยากให้คุณรู้และเข้าใจ
เรื่องการับรายได้
มีอยู่ 2 แบบ คือ
รับรายได้ตามเวลา
และรับรายได้ตามผลงาน
#รับรายได้ตามเวลา
งานแบบนี้คือ รายได้จากงานประจำ
ที่จ่ายเป็นเงินเดือน
เช่น วิศวกร บัญชี เสมียน เลขานุการ
ซึ่งหากมีการทำงานล่วงเวลา
ก็จะได้รับค่าจ้างตามเวลา
เรียกว่า OT (Over Time)
แบบที่2 รายได้ตามผลงาน
งานแบบนี้มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่น
รับตามเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย
ตามส่วนแบ่งผลกำไรของบริษัท
เช่น ตัวแทนยา ขายประกันธุรกิจเครือข่าย
ผู้บริหารที่รับรายได้จากเซลส์
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
หลายคนอาจทราบดีอยู่แล้ว
แต่ประเด็นก็คือ
มันไม่สำคัญคุณรู้ หรือ ไม่รู้
สำคัญที่คุณเข้าใจหรือไม่เข้าใจต่างหาก
หากวันนี้คุณรู้และยังเลือกรับรายได้ตามเวลา
แสดงว่าคุณมีพื้นฐานจากความกลัว
นั่นคือคุณกลัวว่า
คุณไปทำงานรับรายได้ตามผลงาน
คุณกลัวว่าจะได้รับเงินน้อยกว่าทำงานรับรายได้ตามเวลา
สิ่งที่คุณต้องการคือ หลักประกันความมั่นคง
แต่สิ่งที่คุณต้องเสียไปคือ ความมั่งคั่ง
เพราะรายได้แบบนั้นมีความแน่นอนก็จริง
แต่ก็มาพร้อมความแน่นิ่ง
ดังนั้นจึงยากที่คุณจะมีรายได้ ชนะกฎเงินเดือนได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องหนึ่งต้องสูญเสีย
จากการรับรายได้ตามเวลาโดยไม่รู้ตัว
นั่นคือ ความสารมารถ และจิตวิญญาณการทำงาน
เพราะถ้าคุณอยู่กับงานนี้ไปนานๆ
มันจะกัดกร่อนศักยภาพในตัวคุณเอง
ผมขอยกตัวอย่างจะได้คิดตามกัน
สมมติว่าตอนจบใหม่
คุณมุ่งมั่นมาก ได้เงินเดือน 15,000 บาท
มีไฟในการทำงานมาก
ไปถึงที่ทำงานก่อนเวลา
มีงานอะไรทำเต็มที่ ทำเสร็จ
รับงานใหม่มาทำตลอด
งานไม่เสร็จไม่กลับบ้าน
กลับบ้านหลังคนอื่น
แต่พอผ่านไป 1 ปี ถึงเวลาปรับเงินเดือน
คุณได้เงินเดือนเพิ่มไม่กี่ร้อยบาท
คุณอาาจจะเริ่มเซ็ง
และเห็นความจริงว่า
หลายคนก็มาทำงานสาย
มานั่งเล่น Facebook
ถึงเวลากลับ้านก็กลับบ้านก่อน
แต่คนเหล่านี้ก็ได้รับเงินเดือนเท่ากับคุณ
คุณอาจจะเริ่มคิดในใจว่า
ตลอดปีที่ผ่านมาคุณขยันมาก
แต่ผลลัพธ์เท่าคนอื่น
ได้รับเงินเดือนเท่ากัน
ขยันก็รับ 15,000 บาท
ขี้เกียจก็รับ 15,000 บาท
แบบนี้คุณจะขยันต่อไปไหม
สุดท้ายนานๆไปคุณก็อาจจะเป็นคนขี้เกียจ
เช่นเดียวกับหลายๆคนในองค์กร
พอมีพนักงานใหม่เข้ามา
ก็ขยันแบบเดียวกับคุณในอดีต
สักพักเรื่องราวแบบเดียวกันก็จะทำให้เขาขี้เกียจ
ดังนั้นในองค์กรก็จะมีคนแบบนี้เรื่อยๆ
ไม่มีไฟ ขาดจิตวิญญาณ
กลายเป็นแรงงานด้อยคุณภาพ
ไม่อยากพัฒนาฝีมือตนเอง
นี่คือปัญหาใหญ่ระดับชาติเลยทีดียว
นั่นคือมีแต่แรงงานแต่ผลงานไม่มี
รับเงินเดือนไปวันวัน
สุดท้ายก็ไม่อยากสรุปว่า
การรับรายได้ตามเวลาไม่ดีหรอก
เพียงแต่มันลดความสามารถ
และศักยภาพในการทำรายได้
ดังนั้นหากมีโอกาสออกมารับรายได้ตามผลงานจะดีกว่า
ผมอยากจเปรียบเทียบทั้งสองอย่างนี้ให้ดูครับว่า
มันแตกต่างกันแค่ไหน
สมมติว่าคุณถูกจ้างมาเป็นพนักงานขายรถยนต์
ด้วยการจ้างงานสองแบบที่แตกต่างกัน
คือแบบA รับรายได้ตามเวลา
คุณต้องมาเข้างาน 8 โมง เลิก 5 โมงเย็น
วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ให้เงินเดือน 2 หมื่นบาท
หน้าที่คือ พยายามขายรถให้ได้มากที่สุด
และคุณขายได้เท่าไรก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม
เมื่องานเป็นแบบนี้คุณคิดเรื่องขายรถเท่าไหน
กี่ชั่วโมงต่อวัน
คุณก็คงคิดแค่ตอน 8 โมง ถึง 5 โมงเย็น
เพราะเค้าจ้างคุณเท่านี้
เสาร์อาทิตย์คงจะไม่คิดถึงการขาย
แล้วคุณจะอยากมาเข้างานเร็วไหม
คุณอยากพัฒนาตนเองไหม
อยากหาความรู้เพิ่มเติมไหม
#ไม่มีทาง
แต่ถ้าจ้างงานแบบ B
คือการรับรายได้ตามผลงาน
ได้เงินเดือน 4,000 บาท น้อยกว่าแบบA ถึง 5 เท่า
แต่จะมีรายได้ที่จ่ายให้ตามผลงานการขาย
ถ้าขายได้คันหนึ่งคุณจะได้ 3,000 บาท
จะมาทำงานกี่โมงก็ได้ไม่มีใครว่า
เพราะสิ้นเดือนเขาดูผลงานอย่างเดียว
ถามว่าถ้าเป็นแบบนี้แต่ละวัน
คุณจะคิดถึงเรื่องการขายกี่ชั่วโมง กี่วัน กี่เดือน
ผมว่าคุณอาจจะคิดตลอดเลยว่า
ทำอย่างไรถึงจะขายให้ได้มากที่สุด
คุณจะขยันคิดว่า
มีใครบ้างที่เป็นคนรู้จักอยากซื้อรถใหม่
กลุ่มคนที่มีรายได้มากพอจะซื้อรถคุณ อยู่ที่ไหน
คุณอยากจะวางแผนการตลาด
หาทางพัฒนาศักยภาพของตัวเอง
ศึกษาข้อมูลสินค้า
เทคนิคต่างๆในการนำเสนอ
ฝึกศิลปะการพูดจูงใจคน
และอีกหลายๆอย่างที่เพิ่มขีดความสามารถ และจิตวิญญาณ
โดยที่ตัวคุณไม่รู้ตัวเลยว่า
นอกจากเงินที่ได้เพิ่มแล้ว คุณยังทำงานเก่งอีกด้วย
ผลลัพธ์ที่ได้บางทีคุณอาจจะขายได้แค่ 1 คัน
ในเดือนแรกคุณมีรายได้ค่าคอมแค่ 3,000 บาท
เงินเดือน 4,000 บาท รวมเป็น 7,000 บาท
คุณอาจจะมีรายได้น้อยกว่าแบบ A
เหตุการณ์นี้เมื่อเกิดขึ้นกับหลายๆคน
พอเลือกรับรายได้ตามผลงาน
แล้วได้เงินน้อยก็อาจจะท้อ
และกลัวไปเลยก็ได้
ตรงจุดนี้ต้องอาศัยทัศนคติและกำลังใจ
และความเชื่อที่ดีเยี่ยม
แต่ถ้าคุณได้ฝึกและพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ
เดือนต่อๆมา คุณอาจจะขายได้มากกว่า
เป็น 5 คัน 10 คัน 15 คัน หรือมากถึง 30 คัน
รายได้ของคุณจะกลายเป็น 124,000 บาท เลยทีเดียว
ซึ่งนั่นหมายความว่า
คุณได้รายได้มากกว่าแบบA ถึง 6 เดือน
เห็นไหมมันมากกว่า
และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีรายได้โตเร็วกว่าค่าครองชีพ
และค่าใช้จ่ายที่โตตามอายุ
มันเอาชนะกฎเงินเดือนได้
เมื่อคุณรู้เรื่องนี้แล้ว
#คุณจะเลือกงานที่รับรายได้แบบไหน

หนอนผีเสื้อเรื่องราวของหนอนผีเสื้อช่างคล้ายกับคนเราคนส่วนใหญ่ไม่ต่างจากเรื่องราวของหนอนที่เดินตามกันหนอนตัวที่พิเศษสุดเท...
13/10/2021

หนอนผีเสื้อ
เรื่องราวของหนอนผีเสื้อช่างคล้ายกับคนเรา
คนส่วนใหญ่ไม่ต่างจากเรื่องราวของหนอนที่เดินตามกัน
หนอนตัวที่พิเศษสุดเท่านั้นจะเดินออกจากแถว
แล้วอยู่รอดได้
จนแปลงกายเป็นผีเสื้อ
ธรรมชาติของหนอนผีเสื้อ
เวลาเดินหาอาหารมันเดิมตามๆ กันไป
ตัวที่เดินนำ ก็จะปล่อยใยบางๆ ออกมา
ตัวที่เดินตามจะคืบคานตามแนวเส้นใยที่ตัวหน้าปล่อยไว้
พร้อมกับปล่อยเส้นใยของตนเอง
ให้ตัวต่อไปตามอีกทอดหนึ่ง
หนอนเหล่านี้ก็จะเดินติดตามกันไปเรื่อยๆ
อย่างไม่คิดมาก
จนกลายเป็นแถวยาว
ทั้งที่ตัวนก็ไม่ได้ฉลาด หรือยิ่งใหญ่ประการใด
เพราะมันบังเอิญอยู่ข้างหน้า
ธรรมชาติของหนอนผีเสื้อจึงน่าสงสัย และน่าทดสอบอะไรบางอย่าง
นักจิตวิทยาชื่อก้องโลก นามว่า ฌอง อองรี่ ฟาบัว
จึงทำการทดลองให้หนอนเหล่านี้
มาเดินในกระทะทรงกลมที่ที่ขอบสูง
ผลลัพธ์ทั้งน่าคิด ปนน่าสงสาร
คือหนอนเหล่านี้เดินวนรอบกระทะ
หัวแถว กับท้ายแถวเดินใกล้กันเรื่องๆ
จนกลายเป็นวงกลมในที่สุด
ณ เวลานี้ เราไม่มีหนอนหัวแถว กับหางแถวอีกต่อไป
แต่ทุกตัวยังเดินเป็นวงกลม ติดตามกันไปเรื่อยๆ
โดยไม่คิดมากเช่นเดิม
หนอนเล่านี้เดินวนรอบกระทะ 500 รอบ เป็นเวลา 6 วัน
ที่น่าแปลกก็คือ ระหว่างที่หนอนเดินหิวโซอยู่นั้น
นักจิตวิทยาได้นำอาหารไปไว้ตรงกลางวง
แต่ไม่มีหนอนตัวใดเดินออกจากแถว
เพื่อมากินอาหาร
และยังคงมุ่งมั่นเดินตามตัวหน้าไปเรื่อยๆ
ถึงแม้พวกมันจะรู้สึกหิวที่ขาดอาหารก็ตาม
สุดท้ายสมาชิกหนอนเริ่มเหนื่อย และอดตาย
จนแถวไม่ปะติดปะต่อ
หนอนบางตัวจึงได้โอกาสเปลี่ยนทางเดิน
จนพบอาหารในที่สุด และรอดมาได้อย่างสะบักสะบอม
นักจิตวิทยาให้ผลการทดลองนี้ว่า
หนอนต่างเดินตามกันไปเรื่อยๆ
เพราะหนอนไม่มีความคิดว่า
ทำไมเราไม่ยุติการเดินตามกันไปเช่นนี้
หากมีหนอนสักตัวฉุกคิดขึ้น
ว่ากำลังทำอะไรอยู่ บ้าหรือเปล่า
แล้วเปลี่ยนทางเดินไปหาอาหาร
หนอนน้อยบางตัวคงมีชีวิตยืนยาวไปกว่านี้
เราทุกคนก็ไม่ต่างอะไรกับหนอน
เพราะคนส่วนใหญ่ก็มีนิสัยทำอะไรตามคนส่วนมาก
เดินตามคนส่วนมากโดยไม่รู้เลยว่าหนทางอยู่ที่ไหน
เรากำลังเดินตามเส้นใยวังวน ไม่มีทางออกอยู่หรือเปล่า
ถ้าเราอ่านความคิดหนอนได้
เราคงได้ยินหนอนคิดว่า
นี่เรากำลังเดินตามหนอนตัวหน้าไปไหนกันเนี้ย
หากหนอนทุกตัวคิด
แต่ไม่เปลี่ยนแปลงเส้นทางเดิน
ก็ไม่เกิดประโยชน์
เหมือนกันครับ อาจมีบางเวลาฉุกคิดว่า
เรากำลังเดินไปไหน
แต่เราไม่กล้าเปลี่ยนเส้นทาง
ก็ไม่มีประโยชน์
ดังนั้น หากต้องการให้เกิดความแตกต่าง
คิดแล้วต้องลงมือทำด้วย
หาก 2 พี่น้องตะกูลไรซ์ คิดเหมือนคนอื่น
ว่าเหล็ก ไม่มีทางลอยบนอากาศได้
เราก็คงไม่มีเครื่องบิน
หากเอดิสันไม่ต้องการความสว่างในตอนกลางคืน
เราคงไม่มีหลอดไฟใช้กัน
โลกคงมืดมิดทุกยามค่ำคืน
หากสตีฟจ๊อบ คิดเหมือนคนทั่วไป
โลกคงไม่มี iPad iPhone ที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น
นี่คือตัวอย่างของคนที่ไม่คิดตามคนอื่น
และคิดบนเหตุผล คิดบนความกล้าและความมุ่งมั่น
คิดด้วยความสร้างสรรค์และจินตนาการ
บางความคิดฝืนต่อกฎธรรมชาติด้วยซ้ำ
ถ้าคุณเกิดในยุคที่ไม่ม่ีเครื่องบิน
คุณจะเชื่อไหมว่าเหล็กบินได้
ถ้าคุณเกิดในยุคที่ไม่มีไฟฟ้า
คุณจะเชื่อไหมว่ากลางคืนมีแสงสว่าง
หรือใครจะคิดว่ามือจะถ่ายรูปได้ และเล่นอินเตอร์เน็ตได้
สมัยนั้นแค่เกมส์งูในมือถือก็สุดยอดแล้ว
คนส่วนใหญ่ไม่ต่างจากหนอนที่เดินตามกัน
หนอนตัวที่พิเศษสุดเท่านั้นจะเดินออกจากแถว
แล้วอยู่รอดได้
จนแปลงกายเป็นผีเสื้อ
วันนี้ผมอยากชวนคุณมาเป็นคนส่วนน้อย
ที่เป็นคนพิเศษกันครับ

เลี้ยงลูกยังไงให้เงินเหลือ
11/08/2021

เลี้ยงลูกยังไงให้เงินเหลือ

✨ ไม่มีเงินเลี้ยงลูก เลี้ยงลูกยังไงให้ประหยัดที่สุด
เลี้ยงลูกแบบเงินเหลือ✨

ไม่มีเงินเลี่ยงลูก
เลี้ยงลูกยังไงให้ประหยัดที่สุด
เลี้ยงลูกแบบเงินเหลือ
จะเลี้ยงยังไงดี
จะตัดค่า ใช้จ่ายตรงไหนได้บ้าง
หรือควรจะเพิ่มรายได้ดีนะ
เลี้ยงลูกให้ถูกๆ น่ะไม่ยาก
แต่คุณพ่อคุณแม่จะทำได้
หรือเปล่าเท่านั้นแหละ

🟣 คลอดลูกสักคน ต้องใช้เงินเยอะแค่ไหน

การตั้งครรภ์ ฝากท้องคลอด
และเลี้ยงดูลูกให้รอด
ไปเป็นผู้ใหญ่สักหนึ่งคน
จะว่าใช้เงินเยอะก็ได้
แต่จะว่าใช้เงินน้อยก็ทำได้อีก
เพราะคุณพ่อคุณแม่
สามารถเลือกได้ว่า
จะฝากครรภ์และคลอดลูก
กับโรงพยาบาลเอกชน
อันดับหนึ่งของเมืองไทย
หรือจะพิจารณา 10 คำถาม
กับโครงการฝากครรภ์ฟรี
ให้หญิงตั้งครรภ์ไทยทุกคน
และฝากท้องฟรี คลอดฟรี
มีที่ไหน ที่นี่ไงประเทศไทย
หรือการใช้สิทธิคนไข้อนาถา
กับโรงพยาบาลรัฐทุกที่
ซึ่งจะมีแผนกสงเคราะห์
หรือแผนกอนาถา


🟣 เลี้ยงลูกสักคน ต้องเสียเงินกี่บาทกัน

ถ้าเราจะบอกว่าการเลี้ยงเด็กสักคน
แทบจะไม่ต้องใช้เงินเลย
คุณพ่อคุณแม่จะเชื่อไหมล่ะ
เพราะถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณพ่อคุณแม่
ไม่ได้หรูหรามากนัก
การเลี้ยงลูกก็ไม่จำเป็นต้องมี
ค่าใช้จ่ายให้สิ้นเปลือง

ข้อแรก ส่วนใหญ่แล้ว
เด็กแรกเกิดทุกคน
จะมีสิทธิบัตรทอง
บางโรงพยาบาลหลังคลอด
เขาจะทำให้ฟรีเลย
สามารถพาลูกไปฉีดวัคซีนได้ฟรี
นอกจากนั้นถ้าคุณแม่
ให้ลูกกินนมแม่ล้วน
ค่านมผง ค่าขวดนม
ค่าที่นึ่งขวดนม
ที่อุ่นขวดนม ก็จะไม่มี
และที่สำคัญผ้าอ้อมเด็ก ๆ
สามารถใช้เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว
ของคุณพ่อคุณแม่มาตัด
ต้มฆ่าเชื้อโรคและพับเป็นผ้าอ้อมได้
หรือจะซื้อผ้าอ้อมใหม่ก็ไม่กี่สตางค์
ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเลย

ส่วนอุปกรณ์ของเด็ก ๆ
อย่างคาร์ซีท ถ้าไม่มีรถก็ไม่ต้องซื้อ
รถเข็นเด็กแพง ๆ ฟังก์ชันเยอะ ๆ ก็ไม่ต้องซื้อ
ใช้วิธีอุ้มเดินเอา หรือถ้าต้องทำอย่างอื่นไปด้วย
สามารถหาผ้ายืด ๆ มาผูกลูกไว้
กับตัวเหมือนเป้อุ้มเด็ก
เป็นผ้าอุ้มเด็กได้
และสำหรับของเล่นของเด็ก ๆ นั้น
แทบจะไม่ต้องซื้อเลย
เพราะเชื่อไหมว่าของเล่นเด็ก
ที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อมานั้น
บางทีลูกอาจจะไม่ยอมเล่นก็ได้
ของเล่นที่ลูกชอบที่สุดคือ
การเล่นกับคุณพ่อคุณแม่

ดังนั้นจนกว่าลูกจะเริ่มอาหารเสริม
ค่าใช้จ่ายของลูกแทบจะไม่มีเลย
หลังจากเริ่มอาหารเสริม
ก็มีเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้นเอง



🟣 โรงเรียนเสริมทักษะ โรงเรียนชื่อดัง จำเป็นไหม

ทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น
โรงเรียนเสริมทักษะพัฒนาสมองต่าง ๆ
จะจำเป็นก็ต่อเมื่อคุณพ่อคุณแม่
ไม่มีเวลาอยู่กับลูกมากนัก
แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูก
และมีข้อมูลเสริมทักษะต่าง ๆ ให้ลูกได้
ก็สามารถเล่นกับลูกเพื่อเสริมทักษะ
และกระตุ้นพัฒนาการได้เองที่บ้าน
ไม่จำเป็นต้องพาลูกไปเรียนที่โรงเรียนเลย

โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม
ทางที่ดีควรไปคุยกับโรงเรียน
ที่สามารถจ่ายไหว และเดินทางไหว
ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ๆ เพื่อทำความเข้าใจ
และพิจารณาโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับลูก
แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายค่าเทอมได้จริง ๆ
ลองพิจารณาการจดเป็นบ้านเรียน
กับเขตการศึกษา หรือที่เรียกว่าโฮมสคูล
นอกจากจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลแล้ว
คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถจัดการศึกษา
ที่เหมาะสมให้ลูกได้ด้วยตัวเองอีกด้วย
โดยแหล่งการเรียนรู้หรือสื่อการเรียน
ในสมัยนี้มีมากมายหลายแหล่งหลายเรื่อง
ให้สืบค้น ทั้งจากหน่วยงานของประเทศไทยเอง
และจากสถาบันการศึกษาของต่างประเทศด้วย


🟣 หารายได้เสริมไปด้วย

ในยุคสมัยนี้จะบอกว่าเป็นยุค
ที่ไม่เหมาะต่อการมีลูกเลยก็คงไม่ผิดนัก
เพราะหลาย ๆ ครอบครัว
ต่อให้ทำงานทั้งคุณพ่อคุณแม่
เงินก็ยังแทบจะไม่เหลือเก็บ
ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรมี
รายได้จากหลาย ๆ ทาง
เช่น การขายของออนไลน์
การฝากวางสินค้า
และการลงทุนระยะยาวต่าง ๆ
ที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้อง
หาความรู้เพิ่มเติมด้วย

สุดท้ายนี้เป็นกำลังใจให้
กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน
ในเศรษฐกิจแบบทุกวันนี้
ที่ต้องดิ้นรนกันไป
แต่อย่าลืมให้เวลากับเจ้าตัวเล็กด้วย
เพราะลูกก็คืออนาคตของคุณพ่อคุณแม่
เลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ให้เขาเติบโต
เป็นคนที่มีคุณภาพ พัฒนาประเทศชาติต่อไป
ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งลูกที่เราเลี้ยงมาอย่างดี
อาจจะได้เป็นนายกฯ ตัวน้อย
ที่พาประเทศไทยไปสู่ยุคที่รุ่งเรือง
ไม่เแพ้ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ได้

เตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ
10/08/2021

เตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ

✨ การเตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ✨

พญ.ธาริณี ลำลึก สูตินรีแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์
มารดาและทารกในครรภ์
โรงพยาบาลพญาไท 2
อธิบายถึงการเตรียมตัว
ก่อนคลอดธรรมชาติ
ไว้ในบทความ “คลอดธรรมชาติ”

การคลอดธรรมชาติ หมายถึง
การคลอดลูกเอง
โดยไม่ใช้การผ่าตัด
ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย
และเหมาะสำหรับคุณแม่
ส่วนใหญ่ที่มีการตั้งครรภ์ปกติ
และไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ที่ไม่สามารถคลอดเองได้
แต่หากมีข้อบ่งชี้ในการ
ผ่าตัดคลอดก็จำเป็นต้อง
พิจารณาวิธีอื่นๆตามข้อบ่งชี้

คลอดธรรมชาติ
ใช้เวลาตั้งครรภ์กี่สัปดาห์
คุณแม่จะเจ็บท้องคลอด
ในช่วงเวลาไหน

โดยปกติของการ
คลอดธรรมชาตินั้น
จะใช้เวลาในการตั้งครรภ์
ทั้งหมด 40 สัปดาห์
โดยเริ่มนับจากการมา
ประจำเดือนครั้งสุดท้าย
และจะถือว่าครบกำหนด
พร้อมคลอดเมื่อมีอายุครรภ์
ได้ 37 สัปดาห์
ซึ่งอยู่ในช่วงไตรมาส 3
ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้าย
ของการตั้งครรภ์
คุณแม่ 70-80%
จะมีอาการเจ็บ
ท้องคลอดในช่วงเวลานี้

อาการใกล้คลอด
ที่สำคัญของการ
คลอดธรรมชาติ

เจ็บท้องคลอด
อาการเจ็บท้องคลอด
จะมีการบีบและคลายตัว
ของมดลูกเป็นจังหวะ
ในระหว่างตั้งครรภ์มดลูก
จะมีการบีบตัวบ้าง
เป็นระยะอยู่แล้ว
เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3
แต่เป็นอาการที่มาแล้วหายไป
เมื่อไหร่ก็ตามที่มดลูกบีบ
แล้วคลายต่อเนื่อง
บีบประมาณ 45 - 60 วินาที
แล้วคลายตัวประมาณ 2 - 3 นาที
จนครบ 1 ยกเป็นเวลา 10 นาที
ถ้าเป็นแบบนี้ 2 - 3 ยก
แสดงว่าคุณแม่
กำลังจะคลอดแล้ว
ซึ่งมักจะเกิดขึ้น
หลังอายุครรภ์ 37 สัปดาห์
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกต
เพิ่มเติมที่คุณแม่ควรทราบได้แก่

มีมูกออกจากช่องคลอด
หรืออาจจะมีเลือดปนออกมา
โดยปกติมูกจะอุดอยู่
บริเวณปากมดลูก พอมดลูกเปิด
มูกที่อยู่ปากมดลูกก็จะหลุดออกมา
แสดงว่าปากมดลูกเริ่มเปิดแล้ว
มีน้ำคร่ำออกมา น้ำคร่ำมีลักษณะเป็นน้ำใส ๆ
ไม่จำเป็นต้องรอให้เยอะมาก
เพราะคุณแม่บางคน
ก็มีน้ำคร่ำมาก
บางคนก็น้อย

รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง

สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา
ในการคลอดธรรมชาติ
ประกอบด้วย ตัวเด็กที่ไม่ใหญ่จนเกินไป
ช่องทางคลอดหรืออุ้งเชิงกราน
จะต้องไม่เล็กกว่าตัวเด็ก
แรงของคุณแม่ที่จะเบ่งเด็กออกมา
ต้องมีมากพอที่จะส่งลงไป
เพื่อให้การคลอดลุล่วงไปด้วยดี

วิธีการเตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ

การเตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ
สามารถเริ่มทำได้ทันทีตั้งแต่
คุณแม่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์
โดยการมาฝากครรภ์
กับแพทย์ที่โรงพยาบาล
เพราะ บางครั้งอาจมีภาวะแทรกซ้อน
ระหว่างการตั้งครรภ์ได้
ยิ่งคุณแม่ฝากครรภ์เร็วเท่าไหร่
ก็ยิ่งเป็นผลดีกับเด็ก
ในท้องมากเท่านั้น
เพราะทำให้แพทย์สามารถ
ให้คำแนะนำในการดูแล
ตัวเองได้อย่างตรงจุด
และสามารถนำไปสู่การคลอด
ที่ประสบความสำเร็จได้
หรือหากพบความผิดปกติ
เกิดขึ้นในภายหลัง
แพทย์ก็จะแนะนำ
การดูแลตัวเอง
เพื่อเตรียมตัว
สำหรับผ่าคลอด
ให้กับคุณแม่
ได้อย่างใกล้ชิด

ระยะต่าง ๆ ของการคลอดลูกธรรมชาติ
สามารถแบ่ง ได้เป็น 4 ระยะ

1. ระยะแรกของการคลอด

1.1 ช่วงแรกของการคลอด

ในช่วงแรกของการคลอด
เราอาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วน
สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้น คือ
ตัวปากมดลูกจะเริ่มบาง
และเกิดการขยายตัว
คุณแม่จะรู้สึกได้ว่ามดลูกบีบตัว
ทั้งที่ยังไม่อยู่ในช่วงที่ควรจะเป็น
ตอนนี้คุณแม่อาจคิดว่าจะคลอดจริง ๆ
แต่ยังไม่ใช่ อาการเจ็บอาจเกิดกับบางคน
แต่บางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย
แถมยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
อย่างไรก็ดี คุณแม่ควรอธิบาย
อาการทั้งหมดให้แพทย์ฟัง
ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้คุณแม่
รอจนกว่ามดลูกจะขยายตัวมากกว่านี้
หรืออาจให้นอนเฝ้าดูอาการ
ที่โรงพยาบาลก่อน

1.2 ช่วงเจ็บเตือน

สำหรับผู้หญิงที่ท้อง
ช่วงเจ็บเตือนนี้อาจเป็นช่วงเวลา
ที่ลำบากที่สุดเท่าที่คุณเคยประสบมา
ไม่ใช่แค่มดลูกคุณจะขยายตัวมากขึ้น
แต่ดูเหมือนว่ามันจะขยายไม่หยุด
ในช่วงนี้ปากมดลูกจะขยายตัว
จาก 4 เซนติเมตร เป็น 7 เซนติเมตร
ช่วงเจ็บเตือนนี้อาจนาน
หลายชั่วโมงหรือเป็นวัน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคุณแม่
และสภาพร่างกายของลูกด้วย
พยายามทำตัวเองให้ผ่อนคลาย
โดยใช้ทฤษฎีการหายใจ
ถ้าคุณแม่รู้สึกสบายตัวขึ้น
ให้ลองลุกขึ้นยืนหรือเดินไปรอบ ๆ
แทนที่จะนอนอยู่บนเตียง
ขอให้อดทนไว้ก่อนอย่าเพิ่งเบ่ง

1.3 เจ็บพร้อมคลอด

เมื่อมดลูกขยายตัวจาก
7 เซนติเมตร เป็น 10 เซนติเมตร
ณ ตอนนี้คุณแม่อยู่
ในช่วงเจ็บพร้อมคลอด
หรือกำลังเข้าระยะที่สองของการคลอด
ถือว่าเป็นช่วงที่เจ็บที่สุดของการคลอด
การหดตัวของมดลูกจะเพิ่ม
เป็นสองเท่าและทวีความรุนแรงขึ้น
ในตอนนี้คุณแม่อาจรู้สึก
เหนื่อย รำคาญ
และรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก

2. ระยะที่สองของการคลอด

การคลอดลูก

เมื่อปากมดลูกของคุณแม่
ได้ขยายตัวถึง 10 เซนติเมตร
หรือขยายตัวเต็มที่แล้ว
ในตอนนี้ลูกของคุณแม่จะค่อย ๆ
ออกมาตามช่องคลอดเอง
เนื่องจากการบีบตัว
หมอจะบอกให้คุณเบ่งเรื่อย ๆ
ระยะเวลาของการคลอดนี้
จะนานขนาดไหน
ขึ้นอยู่กับขนาดของเด็ก
เด็กที่ตัวใหญ่อาจต้องใช้เวลานาน



3. ระยะที่สามของการคลอด

การคลอดรก

เมื่อทำการคลอดเด็กออกมา
ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
สิ่งที่ต้องทำในลำดับต่อไป
คือการคลอดรก
ซึ่งจะถูกทำคลอดโดยแพทย์
เริ่มจากการสวนปัสสาวะ
ก่อนทำคลอดรก
เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะว่าง
มดลูกหดตัวได้ดี
และทำให้รกลอกตัวได้ดี
และใช้ถุงตวงเลือด
เพื่อคำนวณเลือดที่สูญเสีย
ไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
จากนั้นจึงทำการคลอดรก
คลึงมดลูกให้แข็งตัว
และดันยอดมดลูกลงมา
เพื่อไล่ก้อนเลือดที่อยู่ในโพรงมดลูก
ช่วยให้มดลูกว่างและหดรัดตัวดี
แล้วเย็บแผลฝีเย็บ
เป็นอันจบขั้นตอนการคลอดรก



4. ระยะที่สี่ของการคลอด

การฟื้นฟู

เมื่อคลอดลูกเสร็จสมบูรณ์
และรกเด็กได้ออกมาหมดแล้ว
ทีนี้ก็ถึงคราวที่คุณแม่
จะเริ่มผ่อนคลายได้
นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ที่จะให้น้ำนมลูก
เพราะการให้น้ำนม
ในช่วงหลังคลอดนี้
จะช่วยกระตุ้นร่างกาย
หลั่งฮอร์โมนที่ช่วย
ในการผลิตน้ำนม
และช่วยใหมดลูกเข้าที่
และฟื้นฟูได้เร็วขึ้นด้วย



การเตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ ที่สำคัญที่สุด

คือคุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดี
เลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หากมีอาการผิดปกติใด ๆ
ระหว่างตั้งครรภ์
อย่าลังเลที่จะมาพบแพทย์
เพื่อวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด
เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน
เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัย
ไม่อันตรายอย่างที่คุณแม่กลัว

ที่อยู่

14/50 ซอยสุวิทนวงศ์ 84 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม 10530
Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

+66834365947

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fifty-Five Advisorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์