MOHo Co2 Environmental consultant for Exhibition

ทำไมงานนิทรรศการจึงจำเป็นต้องมี “ข้อมูลการวัด” (Measurement Data)ในยุคที่คำว่า Sustainability กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรก...
17/02/2026

ทำไมงานนิทรรศการจึงจำเป็นต้องมี “ข้อมูลการวัด” (Measurement Data)

ในยุคที่คำว่า Sustainability กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ
หลายองค์กรเริ่มพูดถึงการลดคาร์บอน การใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ
และการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่นิทรรศการ
และการจัดงานแสดงสินค้ายังคงเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
ทั้งโครงสร้างบูท วัสดุตกแต่ง ระบบไฟฟ้า การขนส่ง
และการรื้อถอนหลังจบงาน
คำถามสำคัญคือ
เรารู้จริงหรือไม่ว่างานของเราสร้างผลกระทบมากแค่ไหน
คำตอบของคำถามนี้เริ่มต้นที่ “การวัด”
----------
1. การวัดทำให้เห็นผลกระทบที่แท้จริง
งานนิทรรศการหนึ่งงานมีองค์ประกอบหลายส่วนที่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอน ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้าง การพิมพ์กราฟิก การขนส่ง
ไปจนถึงการจัดการหลังจบงาน หากไม่มีข้อมูล เราจะไม่สามารถระบุได้
ว่าองค์ประกอบใดเป็น “ตัวการหลัก”

ข้อมูลจึงช่วยให้เราเห็น “Hotspot” อย่างชัดเจน
และทำให้เรารู้ว่าจะสร้างการลดผลกระทบที่มีเป้าหมาย
และมีทิศทางที่ถูกต้อง

----------
2. การวัดทำให้การออกแบบมีเหตุผลมากขึ้น
การออกแบบบูทมักพิจารณาจากความสวยงาม ฟังก์ชัน
และงบประมาณเป็นหลัก แต่เมื่อมีข้อมูลเชิงคาร์บอนเข้ามาประกอบ
การตัดสินใจจะมีมิติใหม่เพิ่มขึ้น เช่น ถ้าเปลี่ยนวัสดุชนิดหนึ่ง
ผลกระทบจะลดลงเท่าไรถ้าออกแบบให้โครงสร้างใช้ซ้ำได้ 3–5 งาน
จะคุ้มค่าหรือไม่
หรือถ้าวางแผนจัดการเรื่องการขนส่งที จะสามารถสร้างผลกระทบ
ต่างจากเดิมมากน้อยแค่ไหน

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้การออกแบบไม่ใช่เพียงเรื่องของความคิดสร้างสรรค์
แต่จะเป็นการออกแบบและวางแผนงานอย่างมีความรับผิดชอบ

----------
3. การวัดสร้างความน่าเชื่อถือ
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การประกาศว่าตนเอง “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
ไม่เพียงพออีกต่อไป หากไม่มีตัวเลขรองรับ โปรเจคที่ทำอาจจะมีเพียงแค่ภาพลักษณ์ ฉะนั้น Measurement Data จะช่วยเป็นเครื่องมือ
ในการทำ ESG และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้

----------
4. การวัดคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หากไม่มีข้อมูลของปีที่ผ่านมา เราจะไม่รู้ว่างานปีนี้ดีขึ้นหรือแย่ลง
การวัดทำให้สามารถเปรียบเทียบและตั้งเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
เช่นเป้าหมายในการลดคาร์บอนลง 10% ในปีถัดไป
หรือเพิ่มสัดส่วนการใช้ซ้ำของวัสดุ และวางแผนในการลดปริมาณขยะ
ที่เกิดขึ้นในแต่ละงาน

----------
5. การวัดช่วยให้เห็นคุณค่าของระบบหมุนเวียน

นิทรรศการมักถูกมองว่าเป็นงานชั่วคราว แต่เมื่อมีข้อมูล
เราจะเริ่มเห็นศักยภาพของการออกแบบแบบหมุนเวียน (Circular Design)
ว่าโครงสร้างหนึ่งชิ้นสามารถใช้ซ้ำได้กี่รอบ
การใช้ซ้ำช่วยลดผลกระทบได้เท่าไร
วัสดุใดควรออกแบบเพื่อให้ถอดประกอบได้ง่าย
สิ่งเหล่านี้ ทำให้การวัดผลสามารถสร้างแนวคิด Circular design
ที่ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎี แต่กลายเป็นกลยุทธ์ที่วัดผลได้

----------
นิทรรศการคือพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกัน
ก็เป็นพื้นที่ที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก หากเราต้องการให้วงการนี้
ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง การเริ่มต้นที่ “การวัด”
คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

เพราะสิ่งที่วัดได้ จะถูกจัดการได้
และสิ่งที่จัดการได้ จะถูกพัฒนาได้

Measurement Data จึงไม่ใช่เพียงตัวเลข
แต่เป็นรากฐานของการออกแบบที่รับผิดชอบ
และอนาคตของนิทรรศการที่ยั่งยืนจริง ๆ


#โมโหด้วยปัญญา

ในช่วงเวลานี้ เราเห็นป้ายสื่อสารจำนวนมากเกิดขึ้นเพื่อบอกเล่าแนวคิด วิสัยทัศน์ และความหวังของผู้สมัครแต่คำถามที่มักไม่ถูก...
04/02/2026

ในช่วงเวลานี้ เราเห็นป้ายสื่อสารจำนวนมากเกิดขึ้น
เพื่อบอกเล่าแนวคิด วิสัยทัศน์ และความหวังของผู้สมัคร

แต่คำถามที่มักไม่ถูกถามคือ
หลังการเลือกตั้งจบ ป้ายเหล่านี้จะไปไหนต่อ

ถ้าเราเชื่อว่า การสื่อสารคือการรับผิดชอบต่อสังคม
บางทีการออกแบบป้าย
อาจต้องคิดให้ไกลกว่าการมองเห็น
และคิดถึง “ชีวิตหลังการใช้งาน” ให้มากขึ้น

งานชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะถาวร
ถ้าเราออกแบบตอนจบ ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น

ป้ายหาเสียงกับกระบวนการรีไซเคิล
เมื่อวัสดุ “บางชนิดไปต่อได้” และ “บางชนิดไปต่อยาก”

ในช่วงการเลือกตั้ง
ป้ายหาเสียงจำนวนมากถูกผลิตขึ้น
ผ่านกระบวนการงานพิมพ์ที่หลากหลาย
ทั้ง งานสติกเกอร์ งานไวนิล และงานพิมพ์ตรงลงบนวัสดุ
หลายคนอาจเข้าใจว่า
เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ “ รีไซเคิลได้ ”
ป้ายทั้งหมดก็ควรกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้เช่นกัน
แต่ในความเป็นจริงกระบวนการพิมพ์ และการเลือกใช้วัสดุ
มีผลอย่างมาก ต่อเส้นทางของวัสดุหลังจบการใช้งาน

------------------
งานพิมพ์ลงสติกเกอร์ (Sticker Printing)

ส่วนประกอบของป้ายที่ใช้วัสดุนี้จะมี
แผ่นฟิล์ม (PVC / PP / PET)
ชั้นกาว / กระดาษรองกาว / หมึกพิมพ์
แม้ว่าวัสดุบางชนิดจะรีไซเคิลได้ในทางทฤษฎี
แต่เมื่อถูกเคลือบกาวและติดลงบนวัสดุอื่น
การแยกชั้นวัสดุออกจากกัน
จะต้องใช้กระบวนการเฉพาะและต้นทุนสูง
จึง ไม่สามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลทั่วไปได้ *
-------------------
งานไวนิล (PVC Vinyl Printing)

ไวนิลมักมีสารผสมหลายชนิด ถูกพิมพ์หมึกจำนวนมาก
ผ่านการใช้งานกลางแจ้งจนปนเปื้อนฝุ่นและคราบ
สิ่งเหล่านี้ทำให้การรีไซเคิล PVC ต้องใช้ระบบเฉพาะ
และไม่สามารถจัดการร่วมกับพลาสติกทั่วไปได้
จึงทำให้ไวนิลจำนวนมากจบลงนอกระบบรีไซเคิล
--------------------
งานพิมพ์ตรงลงบนวัสดุ (Direct Printing)

เช่น การพิมพ์ตรงบน PP Board
อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดจากที่เล่ามา
เพราะจะมีขยะเกิดขึ้นแค่ชิ้นเดียวหลังจบงานก็จริง
แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการแยกหมึกที่เป็นสารเคมี
ก่อนนำวัสดุกลับไปรีไซเคิล
---------------------
แล้วจะต้องทำยังไง ถึงจะมีความรับผิดชอบ
ในการใช้ป้ายหาเสียงพวกนี้ ?

ตัวอย่างวัสดุและการออกแบบที่เหมาะสม
ก็มีให้เห็นอยู่รอบตัวนี้ละ
เพียงแค่คิดและพิจารณาวางแผนก่อนที่จะสั่งผลิต

เพียงแค่
- ออกแบบให้ถอดประกอบได้
- คิดถึงการนำไปรีไซเคิล
- วางแผนการจัดการหลังการใช้งานตั้งแต่ต้น
- เลือกใช้วัสดุที่สามารถนำไปใช้ต่อได้

การติดกระดุมเม็ดแรกที่ผิดอาจไม่ถูกสังเกตในตอนต้น
แต่เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ มันจะค่อยๆ
เผยให้เห็นถึงทัศนคติที่ไม่รอบคอบ
ต่อสิ่งที่มองไม่เห็น และมักถูกมองข้าม

MOHo ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนคิดเหมือนกัน
เพียงแค่หวังว่าจะมีใครสักคน หรือใครบางกลุ่ม
เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งเล็กๆ เหล่านี้
ก่อนที่มันจะกลายเป็นภาระของสังคมในระยะยาว

#โมโหด้วยปัญญา

We would like to sincerely thank you for your trust,every opportunity, and all the creative collaborations throughout th...
25/12/2025

We would like to sincerely thank you for your trust,
every opportunity, and all the creative collaborations throughout the past year.

May this Christmas season be filled with joy, warmth, and renewed inspiration,
as we move into the year ahead with balance—
in our work, our lives, and in caring for the world we share together.

Merry Christmas & Warm Wishes

ในช่วงเวลาส่งท้ายปี
MOHo Studio ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจ
ทุกโอกาส และทุกการร่วมสร้างสรรค์ตลอดปีที่ผ่านมา

ขอให้เทศกาลคริสต์มาสปีนี้
เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และแรงบันดาลใจใหม่ๆ
เพื่อก้าวสู่ปีถัดไปอย่างสมดุล ทั้งการทำงาน ชีวิต
และโลกที่เราร่วมดูแลไปด้วยกัน

Merry Christmas & Warm Wishes
MOHo Team

รื้อแล้วไปไหน ...
23/12/2025

รื้อแล้วไปไหน ...

รื้อแล้วไปไหน?

หลังงานจบ
หลังไฟดับ
หลังคนเดินออกจากฮอลล์
คำถามหนึ่งที่เราไม่เคยข้ามไปคือ
“วัสดุทั้งหมด … จะไปไหนต่อ?”

ในอุตสาหกรรมการจัดงาน
การรื้อถอนมักจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่คนทำงานอีเวนท์คิดถึง
แต่สำหรับเรา การรื้อถอนงาน
คือ จุดเริ่มต้นของการออกแบบอีกครั้ง

วัสดุ และพร้อบ display จากงานที่ทาง MOHo ดูแล
จะไม่ถูกทิ้ง ไม่ถูกส่งไปกองขยะ และจะไม่ถูกผลักให้เป็นภาระของใคร
แต่จะถูกคัดแยก นำไปรียูส จดบันทึก และส่งต่อ
ไปยังโรงเรียน ชุมชน มูลนิธิ และพื้นที่ที่ยังต้องการมัน

แผ่นกระดาษที่เคยเป็นผนังนิทรรศการ
กลายเป็นสื่อการเรียนรู้
โครงสร้างที่เคยตั้งอยู่ไม่กี่วัน
กลายเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรืออุปกรณ์กิจกรรมที่ใช้งานได้อีกหลายปี

เพราะเราเชื่อว่า
งานชั่วคราว ไม่ควรสร้างขยะถาวร
และการออกแบบที่ดี ไม่ควรจบลงในวันรื้อถอน

เพราะสำหรับเรา …
วัสดุเหล่านี้จะไปต่อในที่ที่มันยังมีคุณค่า 🌱

#โมโหด้วยปัญญา

ถ้าหากมีการวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบเราก็จะไม่มีขยะเหลือตอนรื้อถอนได้ไม่ควรจะต้องปล่อยให้เป็นภาระของการการกำจัดขยะเลย
30/08/2025

ถ้าหากมีการวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ
เราก็จะไม่มีขยะเหลือตอนรื้อถอนได้
ไม่ควรจะต้องปล่อยให้เป็นภาระ
ของการการกำจัดขยะเลย

เมื่อวัสดุที่เหลือจากการรื้อถอนพิ้นที่ ASA Club
กลายเป็นเก้าอี้หลังจบงาน
พื้นที่นี้ถูกออกแบบโดยคุณแมท Nuzen Studio
ซึ่งโจทก์หลักคือพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “โซนพักผ่อน”
แต่ถูกตั้งใจให้เป็น พื้นที่ทดลองงานออกแบบ
ที่เปลียนแปลงพื้นที่ตามแต่ละกิจกรรมได้
ความท้าทายของกรอบความคิดเดิมๆ ว่าพาวิลเลียนหนึ่งหลัง
จะสามารถสร้างขึ้นจากสิ่งที่เรามักมองเป็นสิ่งทั่วไป
ในการออกแบบพื้นที่ที่เปิดกว้าง
เพื่อเชื่อมโยงคน กับสถาปัตยกรรมได้อย่างไร
วัสดุในการออกแบบ

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการเลือกใช้ เก้าอี้กระดาษหลายร้อยตัว
มาต่อเชื่อมจนกลายเป็นโครงสร้างหลัก ทั้งผนังและพื้นที่นั่ง
ที่สามารถดัดแปลงเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้จริง
ไม่เพียงแต่ลดการพึ่งพาการผลิตวัสดุใหม่ แต่ยังแสดงให้เห็นว่า
ของที่เราเคยคิดว่าเป็นเพียง “เฟอร์นิเจอร์” หรือ “สิ่งของชั่วคราว”
สามารถก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างของสถาปัตยกรรมได้
การจัดการหลังจบงาน

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การออกแบบ คือการจัดการหลังจบงาน
เพราะวัสดุทุกชิ้นส่วน ถูกเตรียมเส้นทางไว้ล่วงหน้า
เช่น โครงสร้างที่ทำจากเก้าอี้กระดาษทั้งหมด
สามารถถอดกลับไปใช้งานอื่นๆ ต่อได้
เพราะการออกแบบที่ดี ควรคิดวงจรชีวิตวัสดุตั้งแต่เริ่มต้น
ทำให้หลังงานจบแทบจะไม่เหลืออะไรที่กลายเป็นขยะเลย
ส่งต่อคุณค่าหลังจบงาน

ASA Club Pavilion ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่กิจกรรม
แต่คือการส่งสารไปถึงวงการออกแบบว่า
สถาปัตยกรรมชั่วคราวก็สามารถมีชีวิตต่อได้
เมื่อเราเริ่มต้นจากการคิดใหม่เรื่องวัสดุและการจัดการ
ที่สามารเปลี่ยน “วัสดุธรรมดา”
ให้กลายเป็น “คุณค่าที่ต่อยอดได้”


#โมโหด้วยปัญญา

From Waste to valueบูทก่อสร้างขนาด 395 sqm เมือจบงาน แต่ไม่มีขยะเหลือจากการรื้อถอนเลย สามารถทำได้จริง ?
25/08/2025

From Waste to value
บูทก่อสร้างขนาด 395 sqm
เมือจบงาน แต่ไม่มีขยะเหลือจากการรื้อถอนเลย
สามารถทำได้จริง ?

งาน The NOVA Expo
เป็นงานนิทรรศการจัดแสดงนวัตกรรมทางการก่อสร้าง
งานดูเป็นเชิงเทคโนโลยีอย่างมาก
แต่เบื้องหลังมีแนวคิด ของการออกแบบนิทรรศการยุคใหม่
ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ความสวยงาม
บนความยั่งยืนได้
Sustainable design
แนวคิดการออกแบบ

Innovation Pavilion ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิด Waste to Value
ที่ไม่เพียงเน้นถึงแต่ความสวยงาม และฟังก์ชันการใช้งาน
แต่เริ่มต้นจากการตั้งโจทย์ว่า “ทำอย่างไรให้งานขนาดใหญ่
จบลงโดยไม่เหลือขยะ” การออกแบบจึงต้องวางระบบ
ตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ วิธีการก่อสร้าง
วัสดุปิดผิว วัสดุตกแต่ง ไปจนถึงงานพิมพ์
เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถลดปริมาณวัสดุ / นำไปใช้ซ้ำ
หรือนำไปสร้างคุณค่าได้ใหม่หลังงานจบ
Reused
โครงสร้างเช่า / ยืม

โครงสร้างหลักถูกออกแบบบนคอนเซปท์
Reversed structure โดยมีการใช้ระบบ Modular System
ที่สามารถถอด ประกอบ และขนย้ายได้อย่างสะดวก
มีการผสมโครงสร้างเช่า / ยืม
เพื่อให้พื้นที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลียนหน้างานได้
ทำให้ไม่มีไม่มีขยะเหลือจากการรื้อถอนด้วยโครงสร้างประเภทนี้
เป็นการลดทั้งต้นทุน และการสร้างวัสดุใหม่โดยไม่จำเป็น
Reused
พื้นที่สีเขียว

เพื่อสร้างบรรยากาศธรรมชาติภายในพาวิเลียน
มีการเลือกใช้ต้นไม้เทียมแทนการจัดสวนจริง
ต้นไม้เหล่านี้สามารถนำกลับไปหมุนเวียนใช้งานซ้ำในอีเวนต์ต่อไป
เพื่อเป็นการลดการใช้ทรัพยากร ที่มีการสร้างขยะอินทรีย์ที่จัดการยาก
Re purpose
งานกระดาษ และงานพิมพ์

พื้นที่จัดแสดงบางจุดใช้แบ็คดรอปที่เป็นงานโมดูลาร์
ซึ่งสามารถประกอบและรื้อได้สะดวก
แผงกระดาษเหล่านี้ หลังจบงานสามารถถอดเก็บเพื่อใช้ซ้ำได้ในอนาคต
และมีการส่งมอบต่อบางส่วนให้กับโรงเรียน และชุมชนในท้องถิ่น
เพื่อนำไปใช้ใประโยชน์ต่อ

สื่อกราฟิกทั้งหมดถูกพิมพ์ลงบนกระดาษลูกฟูก
ซึ่งเป็นวัสดุรีไซเคิลง่าย และแข็งแรงพอสำหรับการใช้งานชั่วคราว
เพราะหลังงานจบ วัสดุเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังชุมชนการเรียนรู้บางกระเจ้า เพื่อนำไปเป็นสื่อการสอนหรือใช้ในกิจกรรมเยาวชน
From waste to value

สุดท้ายงาน NOVA2025 แสดงให้เห็นว่า
การจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ สามารถสร้างให้ “ไม่เหลือขยะ” ได้จริง
ถ้าหากมีการคิด และวางระบบการจัดการตั้งแต่ต้นทาง
สามารถทำให้ทุกวัสดุถูกจัดสรรให้มีชีวิตต่อได้

จากการหมุนเวียนใช้งานซ้ำได้
และ การส่งต่อไปยังชุมชนผู้ใช้จริง
เป็นผลลัพธ์ ของการออกแบบ และการจัดการที่ผู้จัดงาน
ได้โชว์แนวคิดใหม่ของการทำงานอย่างยั่งยืน
ซัพพลายเออร์ได้ระบบหมุนเวียนที่สร้างคุณค่า
ชุมชนได้ประโยชน์จากการส่งต่อ
และสิ่งแวดล้อมได้พื้นที่หายใจจากการลดขยะในแต่ละงาน



#โมโหด้วยปัญญา

วัดคาร์บอนอีมิชชัน ( Carbon emissions )เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลียนแปลง หรือแค่ทำให้ครบ ?ในยุคที่องค์กรจำนวนมากเริ่มหันมา...
29/07/2025

วัดคาร์บอนอีมิชชัน ( Carbon emissions )
เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลียนแปลง หรือแค่ทำให้ครบ ?

ในยุคที่องค์กรจำนวนมากเริ่มหันมาประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์
ของโครงการเคยสงสัยกันใหม่ว่า
จริงๆแล้วประเมินไปเพื่ออะไรกันแน่

เพราะการวัดคาร์บอน ไม่ควรเป็นแค่ “เช็กลิสต์”
ที่เอาไว้เป็นรายงาน CSR ปลายปี หรือ แค่โชว์เป็น content ในสื่อ
แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของ Decarbonization
ในการออกแบบ และการจัดการอีเวนต์

----------------

แล้วจะเอาข้อมูลไปทำอะไรได้ ?
จากบทความของ The wall street journal
ที่พูดถึง 5 Steps to Decarbonize
ถ้าหากใช้ข้อมูลอย่างถูกวิธี

1. ชี้จุดปล่อยคาร์บอนสูง เช่น วัสดุบางชนิด, วิธีการขนส่ง, ระบบแสงสว่าง

2. การปรับแผนออกแบบ เช่น เลือกวัสดุที่ปล่อยน้อยลง หรือระบบ modular ที่ลด waste หรือ การจัดการขยะจากวัสด่างๆ

3. ฐานข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบในแต่ละงาน ว่าในแต่ละครั้งเรามีการใช้วัสดุประเภทไหนสูง มีขยะประเภทไหนเหลือทิ้งบ้าง

4. ใช้สื่อสารกับพันธมิตร หรือลูกค้า ว่าในการออกแบบ และการเลือกวัสดุ
เป็นสิ่งที่เรากำลังทำจริงจังกับการทำ Climate Action

5. สุดท้ายข้อมูลพวกนี้ช่วยเรา “ตัดสินใจได้ดีขึ้น” สำหรับงานในอนาคต ว่าเรากำลังจะมีแนวทางในการ Decarbonization ใน Event ถัดไป

----------------

อยากจะขอยกวิธีการในสิ่งที่ทางโมโหทำ
การจัดเก็บข้อมูล และการประเมินประเมินผล
ที่มากกว่า แค่การนำตัวเลขมาใส่ในรายงาน
แต่ว่าเราทำให้ ตัวเลขเหล่านั้น “พูด” ได้ ผ่าน ...

- การออกแบบบูธหรือกิจกรรมให้เกิดการ reuse, recycle
หรือ redesign

- การช่วยวางระบบ Waste management
หลังรื้อถอน

- การสื่อสารผลลัพธ์ในรูปแบบเข้าใจง่าย
อย่าง Dashboard ใน supply chain ของการทำงาน
และใช้จริงในแผนถัดไป

----------------

เพราะสุดท้ายแล้ว การเก็บข้อมูล Carbon emissions
เราไม่ควรหยุดแค่รู้ว่าปล่อยคาร์บอนไปเป็นตัวเลขเท่าไหร่

แต่เราควรจะถามว่า หลังจากที่ได้ข้อมูลแล้ว ...
“ งานถัดไป เราจะจัดการงาน
ให้ปล่อยคาร์บอนอีมิชชันได้น้อยลงได้แค่ไหน ? ”



#โมโหด้วยปัญญา


----------------

แหล่งที่มา : https://deloitte.wsj.com/sustainable-business/procuring-lower-scope-3-emissions-5-stepsto-decarbonize-supply-chains-66189bd7?utm_source=chatgpt.com

แหล่งที่มา : https://carboncreditcapital.com/becoming-net-zero-an-smes-case-study/?utm_source=chatgpt.com

แหล่งที่มา : https://carboncreditcapital.com/becoming-net-zero-an-smes-case-study/?utm_source=chatgpt.com

บูทของคุณ กำลังเล่าเรื่องหรือแค่ตั้งโชว์ ?
20/06/2025

บูทของคุณ
กำลังเล่าเรื่อง
หรือแค่ตั้งโชว์ ?

ในงานนิทรรศการขนาดใหญ่ที่มีบูธเต็มไปหมด
ผู้คนเดินผ่านไปมาราวกับกระแสน้ำไหล
แต่มีเพียงไม่กี่บูท ที่ทำให้คนต้องหยุดเดิน
ทุกคนจะต้องหันมามอง และอยากเข้าไปสำรวจ
นั่นเพราะว่าบูธที่ไม่ได้มีแค่สินค้าตั้งโชว์
แต่มีเรื่องราวที่ดึงดูดใจที่มาจากแบรนด์ดิ้ง
งานนิทรรศการไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการแสดงสินค้า
แต่มันคือโอกาสทองของแบรนด์ ที่จะแสดงตัวตน เล่าเรื่องราว
และสร้างความประทับใจในหัวใจของกลุ่มเป้าหมาย
งานแสดงสินค้าคือการแข่งขันด้านความสนใจ
และความสำเร็จมักตกเป็นของบูธที่สามารถทำให้คนจดจำแบรนด์ของคุณได้หลังจากงานจบ
การออกแบบบูธนิทรรศการจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม
แต่มันคือกลยุทธ์การตลาดที่เชื่อมโยงกับหัวใจของธุรกิจ
Storytelling ที่ใช่
บอกเล่าคุณค่าของแบรนด์ในแบบที่แตกต่าง
เราควรที่จะต้องรู้ให้แน่ชัดว่า เรากำลังอยากจะเล่าเรื่องอะไรในงานนี้
อยากจะขายของ อยากจะสื่อถึงแบรนด์
อยากจะให้คนรู้ถึงความเป็นเบื้องหล้ง
อยากจะโปรโมทสินค้า หรือนวตกรรมใหม่ๆ
Brand Identity ที่ชัดเจน
สร้างภาพจำให้ผู้ชมรู้ทันทีว่าแบรนด์คุณคือใคร
ผ่านการเลือกใช้วัสดุ โทนสี เพื่อสื่อถึง " อารมณ์ "
ที่เราอยากให้ทุกคนรู้สึก
Brand Attribute ที่แตกต่าง
ทุกธุรกิจมีความแตกต่าง การใช้จุดนี้เพื่อมาทำดีไซน์
สามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นความแตกต่างของเราจากแบรนด์อื่น
เพราะในบางครั้งสินค้าของเรามีสินค้าที่คล้ายกันมากในตลาด
การหาอัตลักษณ์ของแบรนด์ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรนำมาใช้ในการออกแบบ
เพราะในยุคที่ผู้คนมีการค้นหาข้อมูลดด้วยเครื่องมือที่คล้ายๆกัน
บูธนิทรรศการ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณ
สื่อสารให้ธุรกิจมีความแตกต่าง
ที่สามารถส่งต่อข้อความไปยังผู้ชมเป้าหมายได้โดยตรง
โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงเรื่องในการออกบูท
เพราะในการสื่อสาร เราจะต้องรู้ว่าเราควรจะต้องพูดเรื่องอะไร
กับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ
ด้วยการหา customer segment แต่ละแบรนด์
เพราะแบรนด์ของคุณไม่ควรอยู่ในมุมมืด
งานนิทรรศการของคุณในครั้งต่อไป
ควรจะเป็นเป็นเครื่องมือสื่อสารแบรนด์ที่มีพลัง
สร้างความแตกต่าง และสร้างความจดจำให้อยู่ในใจคนตลอดไป



เพราะโลกใบนี้ให้เรามามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องคืนกลับให้โลกด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด
06/06/2025

เพราะโลกใบนี้ให้เรามามากพอแล้ว
ถึงเวลาที่เราจะต้องคืนกลับให้โลก
ด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด

วันสิ่งแวดล้อมโลกปี 2025

วันที่ 5 มิถุนายน 2025 วันสิ่งแวดล้อมโลก
ปีนี้มาพร้อมกับธีมสำคัญ “Beat Plastic Pollution”
ซึ่งเน้นการยุติปัญหามลพิษจากพลาสติก
ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์

ในฐานะนักออกแบบงานอีเวนต์
และนิทรรศการที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
หนึ่งในความท้าทายของการทำงานในสายอีเวนต์
คือนิทรรศการส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพา โฟม และ ไวนิล
ซึ่งเป็นวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง
ทั้งในกระบวนการผลิตและการกำจัด
ขณะที่การพิมพ์ลงบนสติกเกอร์ แม้จะดูสะดวกและตอบโจทย์
แต่ก็ยังต้องใช้หมึกที่ยังเป็น CFC ลงบนวัสดุพลาสติกต่างๆ
ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เราจึงพยายามปรับตัวเพื่อสร้างนิทรรศการที่สอดคล้องกับธีม
Climate Change ด้วยการลดการใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างโฟม และเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้
เช่น กระดาษรีไซเคิล, วัสดุจากพืช, และ บอร์ดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ
การเลือกหมึกพิมพ์ที่มาจากพืช แทนหมึกจากสารเคมี
นอกจากนี้ยังเน้นการออกแบบที่ลดการใช้พื้นผิวพิมพ์ขนาดใหญ่
แต่ยังคงสื่อสารแนวคิดได้อย่างสร้างสรรค์
ในวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ Moho Studio อยากเชิญชวนทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของงานอีเวนต์ นักออกแบบ
หรือแม้แต่ผู้เข้าร่วมงาน มาร่วมกันตั้งคำถามว่า
“งานอีเวนต์ของเราจะสร้างผลกระทบทางด้านอากาศแบบไหน”
ถ้าหากเราช่วยกันให้งานทุกชิ้นเป็นมากกว่าแค่ประสบการณ์ชั่วคราว
ให้กลายเป็นการเปลียนแปลงที่จะเป็นต้นแบบของ exhibition ที่ยั่งยืน
เพราะโลกใบนี้ให้เรามามากพอแล้ว
ถึงเวลาแล้วที่เราจะคืนกลับให้กับโลก
ด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด — ผ่านการออกแบบที่ไม่ทิ้งโลก



นักออกแบบ .. .คือคนสร้างขยะหลังจบงาน ? ในยุคสมัยที่ทุกงานมักจะพูดถึง" การจัดงานแบบรักษ์โลก "เคยลองถามตัวเองไหมว่า หลังอี...
07/05/2025

นักออกแบบ .. .คือคนสร้างขยะหลังจบงาน ?

ในยุคสมัยที่ทุกงานมักจะพูดถึง
" การจัดงานแบบรักษ์โลก "
เคยลองถามตัวเองไหมว่า หลังอีเวนต์จบลง
สิ่งที่เราสร้างไว้กลายเป็นอะไร
พาวิเลียนอลังการ บูธที่สวยงาม
งานพิมพ์สีสันสดใส ของตกแต่งุสุดประณีต
ทุกอย่างที่เคยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนประทับใจ ...
แต่ทุกอย่างจะจบลงที่ไหน
ในความทรงจำของผู้เข้าชมหรือในกองขยะ

ความจริงที่เราไม่อยากยอมรับ
นักออกแบบไม่เพียงสร้างงานศิลป์ที่น่าทึ่ง
แต่บางครั้งเราก็สร้าง " รอยแผล " ให้โลกใบนี้

เมื่อม่านงานปิดลง ...
วัสดุเหลือใช้ เศษพลาสติก ป้ายกระดาษ โครงไม้
ทั้งหมดถูกขนออกไปทิ้งไว้ในที่ที่เราไม่เคยได้เห็น
ภาพของกองขยะที่ถูกทิ้งหลังจบงาน
และการจัดงานในประเทศไทย
เรามีการจัดงานประมาณห้าพันกว่างานต่อปี
กองขยะที่เห็นจะมีขนาดใหญ่เท่าไหนกัน

แล้วเราจะออกแบบยังไงให้มัน " จบแบบสวยงาม "
ถ้าหากเรายังไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราออกแบบ
หรือกะบวนการจัดการในการก่อสร้าง จนไปถึงการรื้อถอน

อย่าให้ความสวยงามในงานวันนี้
กลายเป็นขยะที่โลกต้องจัดการในวันพรุ่งนี้
ถึงเวลาที่เราควรจะต้องถามตัวเองว่า ...
เราจะสร้างงานที่งดงามไปพร้อมกับรักษาโลกใบนี้ได้ไหม

แล้วคุณล่ะ ... ในการออกแบบงานครั้งต่อไป
จะเลือกสร้างอะไร
ระหว่าง "ความประทับใจ" หรือ " กองขยะ "


#โมโหด้วยปัญญา



ในงาน TMX2025 ( Thailand Mice x-change )ซึ่งจัดที่ Paragon hall ที่ผ่านมาภายในโซน X-change square ของงานมีพื้นที่แลกเปลี...
10/04/2025

ในงาน TMX2025 ( Thailand Mice x-change )
ซึ่งจัดที่ Paragon hall ที่ผ่านมา
ภายในโซน X-change square ของงาน
มีพื้นที่แลกเปลียนความคิด รวมไปถึงการเสวนา
ในหัวข้อการออกแบบ ธุรกิจ และนวัตกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม
ซึ่งทุกคนก็มักจะพูดถึงเรื่องความยังยืนที่จะเป็นเป้าหมาย
ของโครงการต่างๆ
ซึ่งส่วนมาก เวลาที่เราพูดถึง “ ความยั่งยืน ”
เรามักจะจินตนาการถึงภาพที่สวยงาม
ป่าสีเขียวๆ ขยะที่หายไป ทะเลที่สะอาด
โลกในอนาคตที่ดีขึ้น หรือเพื่อคนรุ่นต่อไป
ได้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติได้เหลือไว้ใช้ต่อถึงในอนาคต
ซึ่งแนวคิดที่บอกมาเหล่านี้ เหมือนกับการแชร์เรื่องดีๆลงในสตอรี่
ให้คนได้รู้ว่า เราทำงานโดยมีแนวคิดถึงสิ่งแวดล้อมนะ
แต่ถ้าหากมองลึกลงไปอีกหน่อย เราอาจต้องตั้งคำถามง่ายๆ
ว่าจริงๆแล้ว เรา " ทำเพื่อใคร "หรือ " เพื่ออะไร " กันแน่
คำตอบที่ตรงไปตรงมาอาจไม่ได้สูงส่งอย่างที่เราชอบพูด
เราไม่ได้แยกขยะเพราะอยากเป็นฮีโร่
เราไม่ได้ใช้ถุงผ้าเพราะมันดูเท่
เราลดการใช้พลาสติกเพราะต้องการความแตกต่าง
และเราไม่ได้พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะมันเป็น “ เทรนด์ ”
เราแค่ อยากมีอากาศที่หายใจได้
อยากให้ลูกหลานยังเห็นฟ้า ที่ไม่มีฝุ่น
อยากให้เวลาหิว เรายังมีของกินที่ปลอดภัย
และอยากให้ธรรมชาติยังมีพื้นที่ยืนอยู่ข้างเรา
ในวันที่โลกมันเปลี่ยนเร็วเกินไป
ความยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายของคนดี
แต่มันคือเงื่อนไขของการใช้ชีวิตอย่างปกติ
มันคือการที่เราไม่ทำร้ายตัวเองในระยะยาว
ไม่ทำร้ายคนอื่นที่ยังไม่เกิด
และไม่ผลักภาระทั้งหมดไปให้คนรุ่นถัดไป
ดังนั้น เวลาที่เราพูดว่า “ ขอให้ทุกคนช่วยกัน ”
มันอาจไม่ใช่แค่คำขอร้องเพื่อโลก
ดังนั้นคำว่า "ยั่งยืน"
อาจไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ที่ต้องเปลี่ยนทั้งโลก
แต่อาจเป็นเพียงวิธีที่เราจะอยู่ร่วมกับโลก
โดยไม่ทำร้ายมันไปมากกว่านี้
และ ทำเพื่อให้ตัวเราได้อยู่ในโลกที่ยังน่าอยู่นี้ต่อไปได้
สุดท้าย
ในขณะที่คุณกำลังอ่านข้อความนี้จากมือถือ
หรืออ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
อยากให้ลองคิดดูว่า
คุณ " ยั่งยืนไปเพื่ออะไร "
อาจจะไม่ต้องรีบตอบในตอนนี้
แต่อยากให้ให้คำถามนี้อยู่กับคุณไปเรื่อยๆ ก็พอ


#โมโหด้วยปัญญา

รับคนโมโห" เข้าทำงานกับ MOHo studioเพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบนิทรรศการที่ยั่งยืนและ คอนเทนท์ที่โมโหทางด้านสิ่งแวดล้อม 💚
06/03/2025

รับคนโมโห" เข้าทำงานกับ MOHo studio
เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบนิทรรศการที่ยั่งยืน
และ คอนเทนท์ที่โมโหทางด้านสิ่งแวดล้อม 💚

รับคนโมโห" เข้าทำงานกับ MOHo studio
เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบนิทรรศการที่ยั่งยืน
และ คอนเทนท์ที่โมโหทางด้านสิ่งแวดล้อม

เราต้องการ
- นักออกแบบโมโหง่าย : กับงานเดิมๆ และต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่
- นักออกแบบหัวดื้อ : ที่ไม่ยอมแพ้จนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์
- นักออกแบบที่ใช้อารมณ์ : ทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่เสร็จ
- ครีเอทีฟกล้าบวก : ด้วยข้อมูลจริง เพื่อสร้างความตระหนักให้คนในสังคม
- ครีเอเตอร์ชอบปะทะ : กับคนในพื้นที่ เพื่อศึกษาข้อมูลจากสถานที่จริง

สิ่งที่จะได้
- พื้นที่ระบายไอเดีย ไม่ใช่อารมณ์
- ทีมที่พร้อมจะโมโหไปด้วยกัน แต่จบด้วยผลงานที่ให้ปัญญา
- โอกาสสร้างผลงานจากความโมโห ให้โลกต้องจำ
- เรามีแมวในออฟฟิศ เพื่อเอาไว้ดับโมโห เวลาที่ถึงขีดสุด
- เราเข้าออฟฟิศ อาทิตย์ละ 3 วัน เพราะ ไม่อยากโมโหที่จะต้องเจอรถติดบ่อยๆ - อีกสองวัน Work from anywhere
ตำแหน่งที่เปิดรับ :
- Exhibition Designer : 2 positions ( ประสบการณ์ 1 - 3 ปี )
- Content Creator : 1 position
ทำไมต้อง MOHo Studio ?
เพราะเราเชื่อว่า
พลังโมโห คือพลังงานที่ไร้ขีดจำกัด
โดยถ้าหากเปลียนพลังงานเหล่านี้
มาเป็นความคิดสร้างสรรค์
ก็จะสามารถทำงานที่เปลี่ยนมุมมองให้กับโลกใบนี้ได้
หากสนใจร่วมทีมกับโมโห
สามารถส่งอารมณ์ และพอร์ตโฟลิโอของคุณมาที่
📧 [email protected]
หากยังไม่แน่ใจว่าโมโหพอไหม
สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
พี่โทนี่ 088 566 4636
อย่าไปนั่งโมโหอยู่คนเดียว
มาร่วมโมโหด้วยกัน
แล้วมาเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อมาทำงานออกแบบกันเถอะ

#โมโหด้วยปัญญา

ที่อยู่

208 Ladpao Wang-thong-lang District
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66885664636

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MOHo Co2ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MOHo Co2:

แนะนำ

แชร์