แซฟ888-สร้างอาชีพ

แซฟ888-สร้างอาชีพ We’re in this together
Happiness and Dreams

5 วิธีสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานนั้นมีความสำคัญกับการทำงานเป็นอย่างมากเพราะความสัมพ...
15/10/2024

5 วิธีสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานนั้นมีความสำคัญกับการทำงานเป็นอย่างมากเพราะความสัมพันธ์ที่ดีสามารถส่งผลต่อแรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการทำงาน ดังนั้นการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีตั้งแต่วันแรกของการเริ่มงานหรือจะเป็นการเริ่มสร้างมนุษย์สัมพันธ์กันตั้งแต่วันนี้ก็ตาม ยังไม่นับว่าสายเกินไป มาดูกันดีกว่าว่าจะสามารถสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานอย่างไรได้บ้าง
ยอมรับในความแตกต่าง
1. คนทุกคนล้วนมีความคิดและประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านมาไม่เหมือนกัน จึงทำให้มีมุมมองต่อเรื่องราวต่างๆ ต่างกันออกไป ยิ่งกับที่ทำงานที่จะได้พบเจอผู้คนมากมาย ต่างวัยต่างที่มาทำให้เราจะได้เจอกับความแตกต่างมากขึ้นไปอีก ซึ่งการจะสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีได้นั้นเราต้องยอมรับในความแตกต่างเหล่านั้นให้ได้เสียก่อน ไม่ไปตัดสินคนอื่นโดยใช้ความคิดส่วนตัวของตัวเองเป็นหลักเท่านั้น
2. มองโลกในแง่ดี
การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีนั้นเราควรเริ่มด้วยการมองโลกในแง่ดี มองและใส่ใจในด้านที่ดีของเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข คนที่มีความสุขและมองโลกในแง่ดีได้นั้นมักจะเป็นคนที่ทุกคนอยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วยอยู่เสมอ
3. ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น
ในการทำงานย่อมมีพาร์ทที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นและเพื่อการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีนั้นเราควรให้ความช่วยเหลือแก่คนอื่นด้วย และหากถึงเวลาที่เรามีปัญหาก็ลองขอความช่วยเหลือหรือปรึกษากับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ดู วิธีนี้อาจทำให้เราได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานก็เป็นได้
4. สื่อสารกับผู้อื่นให้เป็น
การสื่อสารเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากในสังคมการทำงาน ดังนั้นในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในทุกที่รวมถึงที่ทำงานนั้นเราต้องรู้จักการสื่อสารที่ดี ซึ่งอาจประยุกต์ใช้โดยหลักการ 7c ตรงประเด็น ไม่ทำร้ายจิตใจผู้อื่นและไม่นำอารมณ์ส่วนตัวมาใช้ในการสื่อสาร หากเราสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดีนอกจากจะส่งผลต่อการทำงานแล้วเรายังจะได้เพื่อนที่ดีกลับมาด้วย
5. มีความจริงใจให้แก่ตนเองและผู้อื่น
ในการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่นเราต้องมีความจริงใจ เพราะความจริงใจเป็นสิ่งที่สามารถสัมผัสได้และไม่มีใครที่อยากได้ความไม่จริงใจ เมื่อเรามีความจริงใจทั้งในเรื่องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานหรือเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปย่อมเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานได้
สรุป
การมีมนุษยสัมพันธ์ในที่ทำงานสามารถเป็นตัวช่วยสู่ความสำเร็จในการทำงานได้เลย ทั้งยังสามารถสร้างความพึงพอใจในการทำงานให้เราทำงานอย่างมีความสุขและยังอาจได้มิตรภาพที่มากกว่าการเป็นเพื่อนร่วมงานด้วยก็ได้

จากผลสำรวจของ jobsDB พบว่า งานขายและงานบริการลูกค้า นั้น คืออันดับ 1 ในทั้งหมด 5 อันดับตำแหน่งงานที่ตลาดแรงงานต้องการมาก...
15/10/2024

จากผลสำรวจของ jobsDB พบว่า งานขายและงานบริการลูกค้า นั้น คืออันดับ 1 ในทั้งหมด 5 อันดับตำแหน่งงานที่ตลาดแรงงานต้องการมากที่สุด เพราะงานขายนั้นเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่นำรายได้มาหล่อเลี้ยงองค์กรโดยตรง และเป็นแผนกที่องค์กรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และอย่างที่เราทราบกันว่า HR มีเวลาพิจารณา resume โดยเฉลี่ยเพียง 10 วินาที ต่อฉบับ “คีย์เวิร์ด” จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ต้องมีอยู่ใน resume เพื่อให้ HR กวาดสายตามาเจอ แล้วงานขายนั้นจะต้องมีคีย์เวิร์ดอะไรบ้างใน resume วันนี้ jobsDB ได้คัดสรร 10 คีย์เวิร์ดสุดสตรองให้คุณได้เลือกใช้ใส่ใน resume เพื่อการสมัครตำแหน่งงานในสายงานขายกันค่ะ
1. มีใจรักในงานขาย -แน่นอนว่าพนักงานขาย ก็ต้องรักในเนื้องานของตัวเอง มองว่างานขายเป็นโอกาส เป็นความท้าทาย ความสนุก และมีความสุขที่ได้ทำ
2. มีทักษะการสื่อสาร การประสานงานที่ดี รวมถึงมีทักษะการแก้ไขปัญหา -การมีทักษะในการสื่อสารที่ดี สามารถส่งสารให้ผู้รับสารดำเนินงานต่าง ๆ ไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งรวมไปถึงการประสานงานกับทีม หรือบุคคลต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะในหนึ่งความสำเร็จของผลงานนั้น มักจะประกอบด้วยหลากหลายบุคคล หลายทีมงานที่มีความสามารถ ความถนัดที่ต่างกัน
3. ทักษะในการเจรจาต่อรอง -การต่อรอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย
4. ใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมพื้นฐานได้ –ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ก็เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นอย่างมากในยุคที่เกือบทุกอย่างเป็นระบบดิจิตัลอย่างนี้
5. มีทักษะการวางแผน การจัดการ –ทั้งนี้ก็เพื่อการทำงานที่เป็นระบบ ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงเม็ดเงินที่หามาได้จากการขาย รวมถึงทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการวางแผนที่ดีก่อนปฏิบัติงาน
6. เรียนรู้ได้รวดเร็ว –กลยุทธ์ หรือเทคนิคการขายนั้นไม่มอะไรตายตัว สถานการณ์รอบตัว เปลี่ยนเปลงได้ตลอดเวลา หากยึดติดเกินไป หรือตามไม่ทันสิ่งรอบตัวก็อาจจะเสียโอกาสการขาย เสียโอกาสการสร้างรายได้
7. บุคลิกดี -รวมเกือบทุกเรื่องที่ประสามสัมผัสของคนเราจะรับทราบได้ ตั้งแต่เรื่องการแต่งกาย ท่วงท่าการเดิน การพูดจา กลิ่นสัมผัสที่ดี ดึงดูด และมารยาทอ่อนน้อมที่น่าเอ็นดู
8. มนุษย์สัมพันธ์ดี -ด้วยเนื้องานที่ต้องผูกมิตร สร้างสัมพันธ์กับผู้คนมากมาย ทำให้คุณสมบัติข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญที่นักขายต้องมี
9. สื่อสารภาษาอังกฤษ ได้ –กลายเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างหนึ่งแล้วในยุดปัจจุบัน อาจประกอบด้วยหลาบปัจจัย อาทิ การที่ต้องต่อต่อค้าขายกับต่างประเทศ การเปิด AEC ฯ
10. มีใบอนุญาตขับรถยนต์/ จักรยานยนต์ -สายอาชีพนี้อาจมีความจำเป็นต้องออกไปข้างนอกบ่อยครั้ง เพื่อพบปะลูกค้า ยานพาหนะจึงมีความสำคัญในแง่ของการเดินทางที่คล่องตัว หลายบริษัทก็มีรถของบริษัทให้พนักงงานขายได้ใช้เพื่อติดต่อกับลูกค้า หรือบุคคลภายนอกองค์กร ไม่จำเป็นว่าต้องใช่รถพนักงานเสมอไป
ทั้ง 10 คีย์เวิร์ดก็คือทักษะ และคุณสมบัติของนักขายที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร และการทำงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการขาย ซึ่งหากคุณมีทั้ง 10 ข้อดังกล่าวนั้นแล้ว นอกจากคุณจะเป็นนักขายที่ครบเครื่อง และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จแล้ว ก็ยังเป็นพนักงานคนนึงที่มีค่ากับองค์กรอย่างมาก เป็นทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาต่อไปได้
cr : jobsDB

5 อาชีพมาแรงในยุคดิจิทัล โอกาสไร้พรมแดนยุคดิจิทัลที่เปิดกว้างให้ทุกโอกาส อย่างไร้พรมแดน หากรู้วิธีเลือกอาชีพให้เหมาะกับบ...
15/10/2024

5 อาชีพมาแรงในยุคดิจิทัล โอกาสไร้พรมแดน
ยุคดิจิทัลที่เปิดกว้างให้ทุกโอกาส อย่างไร้พรมแดน หากรู้วิธีเลือกอาชีพให้เหมาะกับบุคลิกได้แล้ว มาดูกันว่า 5 อาชีพมาแรงในอนาคตตรงกับที่ได้ทำแบบทดสอบหรือไม่ ดังนี้
1. สตรีมเมอร์/อินฟลูเอนเซอร์
อาชีพในฝันของยุคนี้ คงหนีไม่พ้นสตรีมเมอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นผู้สร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น YouTube, Twitch, TikTok หรือ Instagram เป็นต้น โดยนำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์และน่าสนใจเพื่อดึงดูดผู้ชม ซึ่งอาชีพนี้เป็นที่ต้องการในตลาดโลกมาก เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ ต้องการใช้อิทธิพลของสตรีมเมอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในการโปรโมตสินค้าและบริการ โดยเหมาะสำหรับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก มีทักษะการสื่อสารที่ดี และสามารถสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้
2. กราฟิกดีไซเนอร์
กราฟิกดีไซเนอร์ คือ ผู้สร้างสรรค์งานออกแบบภาพ โลโก้ และสื่อต่างๆ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสื่อสารแนวคิด และข้อมูลผ่านภาพ ซึ่งในตลาดโลกตอนนี้มีความต้องการสูง เนื่องจากทุกธุรกิจต้องการสื่อสารแบรนด์ผ่านงานกราฟิกที่โดดเด่น อาชีพนี้จึงเป็นที่น่าสนใจตั้งแต่ตอนนี้จนถึงในอนาคต เหมาะกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองด้านศิลปะ และสามารถใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิกได้ดี
3. UX/UI Designer
อาชีพ UX/UI Designer มีหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) และส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (UI) สำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ใช้งานง่ายและน่าสนใจ ซึ่งเป็นอาชีพในฝันที่กำลังเป็นที่ต้องการมากทั้งตอนนี้และในอนาคต เนื่องจากทุกธุรกิจต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ใช้งานง่ายและน่าดึงดูด เหมาะสำหรับคนที่มีความเข้าใจในพฤติกรรมผู้ใช้ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถคิดเชิงวิเคราะห์ได้ดี
4. Digital Marketing
Digital Marketing หรือนักการตลาดดิจิทัล จะทำหน้าที่วางแผนและดำเนินกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย, SEO, email marketing เป็นต้น ซึ่งอาชีพนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากธุรกิจทั่วโลกต้องการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เหมาะกับคนที่มีความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดี
5. Content Creator
Content Creator นั้นจะคอยสร้างเนื้อหาในรูปแบบต่างๆ เช่น บทความ วิดีโอ พอดแคสต์ เป็นต้น เพื่อนำเสนอข้อมูล หรือความบันเทิงแก่กลุ่มเป้าหมาย เรียกได้ว่า Content Creator คืออาชีพในฝันที่น่าสนใจในอนาคต และเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ เหมาะสำหรับคนที่มีทักษะการเขียนหรือการผลิตสื่อที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ และเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
สรุป
อาชีพในฝันที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัลกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพราะมีความสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและปกป้องระบบดิจิทัลทั่วโลก
More from this category : jobsdb

เงินเดือนหลายคนอาจใฝ่ฝัน หรือแว่บขึ้นมาในหัวว่าสักวันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง บางคนคิดแค่เล็กๆ พอ บ้างคนก็อยากทำให้ใหญ่...
15/10/2024

เงินเดือนหลายคนอาจใฝ่ฝัน หรือแว่บขึ้นมาในหัวว่าสักวันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง บางคนคิดแค่เล็กๆ พอ บ้างคนก็อยากทำให้ใหญ่ๆ ไปเลย ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ และความรู้ความสามารถว่าจะแจ้งเกิดธุรกิจของตัวเองให้เป็นแบบไหน แต่ทั้งนี้การทำธุรกิจ โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับ ไม่เคยทำธุรกิจที่ไหนมาก่อนเลย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการบ้าน เตรียมความพร้อมอย่างหนัก เพื่อที่จะให้นำพาธุรกิจครั้งแรกของตัวเองไปให้รอด ท่ามกลางคู่แข่ง และปัจจัยต่างๆ มากมาย วันนี้จะพาไปเรียนรู้ 6 วิธี การเตรียมตัวก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่
1. การเงินต้องพร้อม- ปรับกระบวนการคิด –ทัศคติใหม่ เปลี่ยนโหมดจากงานประจำสู่เจ้าของกิจการ
ประการแรกสุด คือ เงินทุน ต้องพร้อมมากๆ เพราะหลายคนจะเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ สำหรับใครที่กำลังจะทำธุรกิจใหม่ จากโหมดทำงานประจำมนุษย์เงินเดือน มีเงินเดือน มีหัวหน้า มีเพื่อนร่วมงาน มีเวลาเข้าออกงานที่ตรงเวลา มีหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองที่ชัดเจน แต่วันหนึ่งต้องมาเป็นเจ้าของกิจการ ก็ต้องมีการปรับกระบวนการคิดใหม่ๆ ปรับทัศคติมาเป็นมุมมองของผู้ประกอบการ มีความเสียสละ อดทน มีความเป็นผู้นำ เพราะเวลางานจะไม่แน่นอน อาจต้องนอนดึกตื่นแต่เช้า ประชุมบ่อยขึ้น รู้จักคนเยอะขึ้น ที่สำคัญจะต้องไม่กลัวความผิดพลาด ใจกว้าง ทุกบทเรียน คือการเรียนรู้ เพื่อพัฒนากันต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าทำแบบนี้ได้คุณก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองจากมนุษย์เงินเดือนสู่การเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ไฟแรงได้
2. พัฒนาความรู้ด้านธุรกิจให้รู้ลึก รู้จริง รู้ตลาด รู้คู่แข่ง
นอกจากทำสินค้าให้ดีมีคุณภาพ แตกต่าง เหนือคู่แข่ง ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้แล้ว ก่อนลงมือทำธุรกิจจะต้องศึกษา เรียนรู้ ข้อมูลเชิงลึก สินค้า การตลาด คู่แข่ง อย่างลึกซึ้งจริงๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
3. จัดทำแผนธุรกิจให้พร้อมที่สุด
การจัดทำแผนธุรกิจจะต้องทำอย่างรัดกุม หาผู้เชี่ยวชาญ หรือคนที่เก่งทำธุรกิจ หรือคนที่เคยประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจมาช่วยเป็นที่ปรึกษาแผนด้วย การทำแผนให้พร้อมและมีประสิทธิภาพ นำไปใช้ได้จริง เป็นหมือนเข็มทิศให้เราเดินไปตามที่ที่มีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์ เพราะการมีแผนที่ดีจะทำให้เราวางแผนส่วนอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
4. มีความพร้อมการบริหารงาน –บริหารคน อย่างมีประสิทธิภาพ
พอได้แผนธุรกิจแล้วก็สามารถเริ่มบริหารงานให้เป็นสัดส่วน แบ่งงานให้ดี วางความสำคัญว่าสิ่งไหนควรทำก่อนทำทีหลัง ทำงานให้เป็นระบบ ยืดหยุ่นให้ได้ ส่วนการบริหารคนก็ต้องทำให้เหมาะสม วางคนให้เหมาะกับงาน กระจายงานให้พอดี รักษาบุคลากร ทำให้เขาเกิดความรักองค์กร สร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจให้เขา หากลูกน้องมีพลังบวกแล้วเขาก็จะมีพลังในการสร้างสรรค์ผลงานออกมา พัฒนาองค์กรให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น
5. เตรียมช่องทางการขายให้พร้อม –วางเครื่องมือการตลาดให้ดี
สินค้าต่อให้ดีแค่ไหน ถ้าช่องทางการขายไม่ดี หรือผู้ประกอบการใช้เครื่องมือการสื่อสารการตลาดไม่เป็นทุกอย่างคือ จบ ดังนั้นประเด็นนี้สำคัญมาก นอกจากไอเดียออกแบบสินค้าจะดี ตอบโจทย์ลูกค้า แก้ไขปัญหาลูกค้าได้ ช่องทางการขายต้องดีด้วย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเราต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร แนะนำว่าช่องทางการขายควรมีทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงต้องรู้จักใช้เครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ให้มีความหลากหลาย
6. จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจต้องมี
ประการสุดท้ายเรื่องของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจก็ต้องมีเพราะนอกจากจะต้องมีต่อพนักงานในองค์กรแล้ว จะต้องมีกับลูกค้า กับสังคม กับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย เพราะการทำธุรกิจยุคใหม่เรื่องนี้มีความสำคัญมาก ซึ่งภาพลักษณ์ด้านลบอาจถูกแชร์ไปอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ถ้าเราไม่มีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
ค้นหางานที่ใช่ ตอบโจทย์ชีวิตและเป้าหมายชีวิตที่มีความสุข

9 เทคนิคขายออนไลน์ยังไงให้ปังทุกวันนี้คนขายออนไลน์มีตั้งแต่นักเรียน นิสิตนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ คนเกษียณอายุ ธ...
15/10/2024

9 เทคนิคขายออนไลน์ยังไงให้ปัง
ทุกวันนี้คนขายออนไลน์มีตั้งแต่นักเรียน นิสิตนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ คนเกษียณอายุ ธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ แน่นอนว่าเมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่เส้นทางออนไลน์ แล้วจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปเพราะมีคู่แข่งจำนวนมหาศาล สินค้าส่วนใหญ่ก็มักจะนำเข้าจากจีนเหมือนๆ กัน ทำอย่างไรที่จะสร้างความแตกต่าง ทำอย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านของเรา วันนี้มีเทคนิคช่วยเพิ่มยอดขายสร้างรายได้ให้กับคนขายออนไลน์ให้ปังทะลุเพดานมาฝากกัน
เทคนิคที่ 1 ตอกย้ำความสนใจ
Remarketing หรือ Retargeting คือการทำการตลาดเพื่อเป็นการตอกย้ำความสนใจไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เคยคลิกเข้ามาดูในเว็บไซต์หรือหยุดดูโฆษณา ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าคนๆ นี้มีความสนใจในสินค้า และถ้าหากได้ยิงโฆษณาไปตอกย้ำอีกรอบก็มีโอกาสที่จะมาเป็นลูกค้าได้ แล้วต้องทำอย่างไร ปัจจุบันมีเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยในการทำ Remarketing ก็คือ Google Analytics ที่ช่วยเจ้าของเว็บไซต์ในการเก็บข้อมูลผู้เข้าเยี่ยมชมเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ในการทำการตลาด ซื้อโฆษณา ปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ และการหาสิ่งที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์สนใจ เช่น สินค้า บริการ รวมถึงเนื้อหาในเว็บไซต์ เครื่องมือตัวที่สองคือ Facebook Pixel เป็น ระบบ Tracking ของ Facebook ที่ใช้ติดตั้งบนเว็บไซต์ของเรา เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้เยี่ยมชม โดยข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาแบบละเอียดมากขึ้น ซึ่งในระบบของ Facebook เรียกว่า Custom Audience ทำให้ยิงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
เทคนิคที่ 2 ดึงลูกค้าเก่าให้มาซื้อซ้ำ
เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยการส่งอีเมล หรือ Email Direct Marketing (EDM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าบริการไปยังอีเมลของลูกค้าเดิมทำให้ส่งตรงถึงลูกค้าเป้าหมายได้ 100% ดังนั้น EDM จึงมีโอกาสที่ผู้รับอีเมลจะสนใจและกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการนั้นซ้ำอีกหากมีการเปิดอ่าน แม้ว่าตามปกติคนไทยจะไม่ค่อยอ่านอีเมลแต่ถ้าทำ EDM ให้น่าสนใจ อัตราการเปิดอ่านมีมากถึง 20% นอกจากนี้การเก็บอีเมลลูกค้าไว้ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลจากภายนอก เช่น Facebook, Google หรือ Line เพียงอย่างเดียว เพราะถ้าหากผู้ให้บริการเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเกิดขึ้นค่าโฆษณา ร้านของเราก็ยังมีฐานข้อมูลอีเมลลูกค้าเดิมอยู่ในมือ
เทคนิคที่ 3 รีวิวอย่างเทพสร้างความมั่นใจในการซื้อสินค้า
ทุกวันนี้เวลาคนจะซื้อสินค้าอะไรต้องอ่านรีวิวก่อนว่าคนอื่นมีความคิดเห็นอย่างไร ถ้าเสียงส่วนใหญ่เป็นบวกโอกาสที่สินค้าของเราจะขายดีมีแน่นอน แล้วต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าช่วยรีวิวสินค้าให้เรา วิธีการง่ายๆ คือ ขอลูกค้าตรงๆ ว่าถ้าใช้สินค้าแล้วดีช่วยรีวิวให้หน่อย แต่ถ้าอยากให้การรีวิวตรงประเด็นช่วยชูจุดเด่นของสินค้า ควรที่จะมีการส่งคำถามสั้นๆ ไปให้ลูกค้าช่วยตอบคำถาม เช่น สินค้าตัวนี้ใช้แล้วเป็นอย่างไร จะแนะนำคนอื่นให้ใช้อย่างไร ซื้อของกับร้านนี้เป็นอย่างไร เพียงแค่นี้คุณภาพของการรีวิวสินค้าของคุณก็จะดีมากขึ้น แล้วยังสามารถขออนุญาตลูกค้าเอารีวิวไปเผยแพร่ใน Facebook , Instagram หรือเว็บไซต์ของเราได้อีกด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนที่สนใจจะซื้อสินค้าจากเราว่าเป็นของดีมีคุณภาพไม่โดนหลอกลวงอย่างแน่นอน
เทคนิคที่ 4 เพื่อนบอกเพื่อน
เทคนิคการตลาดที่ใช้กันมานานก็คือการบอกต่อหรือ Referral Program แต่จะทำอย่างไรให้คนอยากบอกต่อ วิธีการคือ ต้องได้รับประโยชน์ทั้ง “คนบอก” และ “คนถูกบอก” ตัวอย่าง คนบอกหรือลูกค้าเก่าจะได้รับของสมนาคุณกลับไปส่วนคนถูกบอกหรือลูกค้าใหม่นั้นจะได้ทดลองใช้สินค้าหรือของแถมหรือการลดราคาสินค้า แต่สิ่งที่ให้ควรเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับลูกค้าทั้ง 2 ฝ่ายก็จะดีที่สุด
เทคนิคที่ 5 ขายพ่วงวิธีช่วยดันยอดขาย
หากต้องการขายของให้ลูกค้าเพิ่มควรใช้เทคนิคขายพ่วงหรือการ Upsell วิธีการคือหาสินค้าที่สามารถขายพ่วงไปกับสินค้าหลักได้ เช่น ขายเคสมือถือพ่วงฟิล์มติดมือถือหรือขายหน้ากากผ้าจัดโปรซื้อ 4 ชิ้นพ่วงสายคล้องคอในราคาพิเศษก็สามารถทำให้เกิดการซื้อของจำนวนมากขึ้น โดยที่ลูกค้าก็ได้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องไปด้วย
เทคนิคที่ 6 เกาะกระแสแคมเปญใหญ่เจ้าดัง
แคมเปญชอปปิ้งระดับชาติอย่าง 10.10 /11.11 /12.12 เป็นแคมเปญใหญ่ที่มาร์เก็ตเพลสชื่อดังอย่าง Lazada, Shopee จัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดความอยากซื้อของกับคนทั่วประเทศ ดังนั้นเมื่อเจ้าใหญ่ทุ่มงบประมาณการตลาดขนาดนี้มีหรือที่เจ้าเล็กเจ้าน้อยจะไม่เกาะติดกระแสตาม ควรทำแคมเปญให้ตรงกับเจ้าใหญ่เพราะจะได้อานิสงค์ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างดี โดยที่ไม่ต้องเสียเงินค่าการตลาดแม้แต่บาทเดียว
เทคนิคที่ 7 จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน
เศรษฐกิจในตอนนี้การทำธุรกิจเพียงลำพังดูจะโดดเดี่ยวขาดกำลังในการต่อสู้ ลองหาพันธมิตรธุรกิจหรือ Partner Marketing เพื่อแบ่งปันฐานลูกค้าระหว่างกันจึงเป็นอีกเทคนิคที่ร้านค้าออนไลน์ควรนำมาใช้ แล้วต้องทำอย่างไร ตัวอย่างเช่นหากขายของใน Facebook อาจลองหาร้านค้าที่มีกลุ่มลูกค้าและจำนวนลูกค้าที่ใกล้เคียงกันกับร้านของเรา แล้วลองมาตกลงทำเคมเปญร่วมกัน โดยแชร์งบการตลาดเท่ากันและจัดโปรโมชั่นการขายสินค้าร่วมกันระหว่างร้าน ซึ่งในช่วงแรกอาจทดลองสินค้าบางตัวดูก่อน แล้วดูผลลัพธ์ว่าเป็นอย่างไร หากได้ผลดีค่อยต่อยอดลองหาวิธีการร่วมงานกันให้มากขึ้นกว่าเดิม
เทคนิคที่ 8 Infographic ตัวช่วยดันยอดแชร์
ทุกวันนี้ Facebook ถ้าไม่จ่ายเงินยิงแอดโฆษณาโอกาสที่ลูกค้าจะมองเห็นโพสต์ก็เหลือแค่นิดเดียว แล้วถ้างบไม่เยอะต้องทำยังไง แน่นอนว่า Infographic ที่ให้ข้อมูลเชิงสถิติตัวเลข ความรู้ คนก็ยังชอบแชร์กันอยู่ ดังนั้นร้านค้าออนไลน์ควรมีการทำ Infographic ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสินค้าที่ขาย โดยอาจเริ่มทำจากคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามาบ่อยแล้วลองลิสต์ดูว่ามีหัวข้ออะไรบ้างหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้สินค้าก็ได้หรือจะเป็นสถิติที่น่าสนใจจากการใช้สินค้าของเรา คอนเทนต์เหล่านี้สามารถทำ infographic ได้ ส่วนวิธีทำ Infographic อาจลองหาจากฟรีแลนซ์ในราคาที่ไม่แพงหรือฝึกทำเองก็ได้ที่ canva.com ไม่มีค่าใช้จ่ายแถมใช้งานง่ายมาก และหาก Infographic ที่ทำมีคนกดไลค์กดแชร์เยอะอาจจะบูทโพสต์ยิงแอดให้คนเห็นมากขึ้นก็จะเป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง
เทคนิคที่ 9 รับประกันสินค้า
สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในการซื้อสินค้าจากร้านออนไลน์ก็คือการรับประกันสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อสินค้า ยิ่งเป็นของที่มีมูลค่าสูงด้วยแล้ว ถ้ามีการรับประกันสินค้าก็ยิ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและกล้าที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านของเรา ดังนั้นถ้าหากมั่นใจในคุณภาพสินค้าว่าดีแน่นอนก็ควรให้การรับประกันสินค้าไปเลยว่าถ้าสินค้าเสียหาย ยินดีคืนเงินให้ใน 30 วันหรืออาจรับประกันเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ภายใน 7 วัน โดยวิธีนี้จะเป็นการเลี่ยงสงครามราคากับคู่แข่งจากร้านอื่นและไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าจะคืนสินค้าจนคุณเจ๋งถ้าหากสินค้าคุณภาพดีลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีทางขอคืนเงินอย่างแน่นอนเพราะว่าลูกค้าก็อยากได้สินค้าเอาไปใช้ด้วยเช่นกัน
ที่มา : thaiwinner / SCB

ในยุคดิจิทัลที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธุรกิจต่างมองหาผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะหลากหลายและสามารถปรับตัวได้เก่งอา...
15/10/2024

ในยุคดิจิทัลที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธุรกิจต่างมองหาผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะหลากหลายและสามารถปรับตัวได้เก่งอาชีพสาย Business จึงมีความต้องการอย่างมาก
5 อาชีพดาวเด่น เงินเดือนดี มาแรง ประจำปี 2024 พร้อมทั้งอธิบายหน้าที่ และชวนมาสำรวจด้วยเช็กลิสต์ทักษะหลักควรมีในแต่ละตำแหน่งงาน
1. Business Analyst “นักวิเคราะห์ธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล”
อาชีพมาแรงและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ฐานเงินเดือนสูง เพราะต้องเข้าใจทั้งการทำ Data เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลในการพัฒนาธุรกิจ
เงินเดือนเริ่มต้น : 37K – 67K ขึ้นไป (ตามประสบการณ์)
เช็กลิสต์ทักษะหลักควรมี :
✅ การวิเคราะห์และแก้ปัญหา หาจุดอ่อน จุดแข็ง ระบุปัญหา และหาแนวทางแก้ไข
✅ การสื่อสารได้ชัดเจน ง่ายรัดกุม ทั้งการพูด การเขียน และการนำเสนอ
✅ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ประสานงานเป็นทีมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เกี่ยวข้อง
✅ ความรู้ด้านธุรกิจ เข้าใจกลยุทธ์ เป้าหมาย และกระบวนการทำงานของธุรกิจ
✅ ความรู้ด้านไอที ศึกษาระบบงานเทคโนโลยี เครื่องมือไอที รวมไปถึงทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2. Project Manager “ผู้ควบคุมเกม ผลักดันทุกโครงการให้สำเร็จ”
ผู้บริหารจัดการโครงการให้บรรลุเป้าหมายตามกำหนดเวลา งบประมาณ และขอบเขตที่ตั้งไว้
เงินเดือนเริ่มต้น : 45K – 87K (ตามประสบการณ์)
เช็กลิสต์ทักษะหลักควรมี :
✅ วางแผนงาน ประมาณการเวลา กำหนดความเสี่ยง
✅ สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงกระบวนการและสิ่งที่ต้องทำกับผู้อื่น
✅ วิเคราะห์ปัญหา ตัดสินใจ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
✅ การจัดการคน สร้างแรงจูงใจ มอบหมายงาน จัดการความขัดแย้ง
✅ เจรจาเพื่อบรรลุเป้าหมาย รักษาความสัมพันธ์ทั้งในคนนอกและภายใน องค์กร
3. Digital Marketing: “ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ ”
คนวางแผนกลยุทธ์ และดำเนินการทางการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ อีเมล เป็นต้น
เงินเดือนเริ่มต้น : 29K – 41K (ตามประสบการณ์)
เช็กลิสต์ทักษะหลักควรมี
✅ การวิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจข้อมูลเชิงลึกจากเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Google Analytics, Facebook Insights เพื่อนำข้อมูลมาปรับใช้ในการพัฒนาแคมเปญ
✅ ความคิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เทรนด์ตลาด กำหนดเป้าหมายเพื่อนำไปวางแผนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
✅ การสื่อสาร เขียนเนื้อหาที่ดึงดูดใจ เข้าใจง่าย สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
✅ ความคิดสร้างสรรค์ คิดไอเดียเนื้อหานอกกรอบ สร้างแคมเปญใหม่ มีความรู้เกี่ยวกับการออกแบบกราฟิก วิดีโอ ให้น่าสนใจ
✅ เข้าใจเทคโนโลยี การทำงานของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เรียนรู้เครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน
4. Business Development Manager “ผู้บุกเบิกโอกาสทางธุรกิจ”
ค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ พัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า และสร้างรายได้ให้กับองค์กรเงินเดือนเริ่มต้น : 57K – 95K (ตามประสบการณ์)
เช็กลิสต์ทักษะหลักควรมี
✅ วิเคราะห์ตลาด คู่แข่ง โอกาส และความเสี่ยง
✅ วางแผนกลยุทธ์ มองภาพรวม ถึงผลลัพธ์ระยะยาว เพื่อเสนอแนวทางการขยายธุรกิจ
✅ สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการพูด การเขียน และการนำเสนอ
✅ เจรจาต่อรอง เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า พันธมิตร
✅ บริหารจัดการ โครงการ ทีมงาน และทรัพยากร
5. Operation Manager “ผู้บริหารงานปฏิบัติการ หัวใจสำคัญขององค์กร”
ดูแลและควบคุมการดำเนินงาน ขององค์กรให้เป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนด
เงินเดือนเริ่มต้น : 50K – 95K (ตามประสบการณ์)
เช็กลิสต์ทักษะหลักควรมี
✅ มีภาวะผู้นำสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้พนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
✅ วางแผน กลยุทธ์ และแนวทางปฏิบัติงาน กำหนดเป้าหมาย จัดลำดับความสำคัญ
✅ การตัดสินใจ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหา รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
✅ การสื่อสาร ชัดเจน รัดกุม เข้าใจง่าย
✅ วิเคราะห์ปัญหา หาแนวทางแก้ไข ตัดสินใจแก้ปัญหา ติดตามผล
✅ ทักษะการบริหารจัดการ ทรัพยากร บุคคล และงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด

ค้นหางานที่ใช่ ตอบโจทย์ชีวิตและเป้าหมายชีวิตที่มีความสุข

หากพูดถึงคำว่า “เป้าหมาย” แต่ละคนคงให้นิยามที่แตกต่างกัน บ้างก็เป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน สุขภาพกายและใจที่แข็งแรง การอยู่...
15/10/2024

หากพูดถึงคำว่า “เป้าหมาย” แต่ละคนคงให้นิยามที่แตกต่างกัน บ้างก็เป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน สุขภาพกายและใจที่แข็งแรง การอยู่บนโลกนี้ด้วยชีวิตที่ยืนยาว ไปจนถึงเรื่องทางใจ ได้เจอรักแท้ หรืออาจจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ ประสบการณ์ชีวิต ไปเที่ยวรอบโลก ทุกสิ่งที่เอ่ยมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนปักธงในใจได้แบบไม่มีผิดถูก รวมถึงไม่มีใครควรไปวิจารณ์การตั้งเป้าหมายของใครว่าแย่หรือไม่ดีด้วย อย่าลืมว่าทุกคนเลือกที่จะมีความสุขและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
ขึ้นชื่อว่าเป้าหมายจะอยู่ในรูปแบบไหน เป็นเรื่องอะไร เรา ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ ด้วยการเอาทริกอย่างการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มาฝากกัน รับรองว่าปรับใช้ได้ในทุกเส้นทางของการทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ
เป้าหมายชีวิตเป็นไปได้! ด้วยการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking
เข้าใจทฤษฎีและความสำคัญของกระบวนการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking กันไปแล้ว ทีนี้เราลองมาดูกันว่า แนวคิดนี้จะนำมาประยุกต์กับการไปให้ถึงเป้าหมายของคุณได้อย่างไรบ้าง รับรองว่าช่วยให้เห็นภาพ และนำไปปฏิบัติได้แน่นอน
Empathize – เข้าใจปัญหาหรือเป้าหมายของชีวิต
เพราะความเข้าใจเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกการเริ่มต้น ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นกับอะไรก็ตาม จะงาน ความรัก ความสัมพันธ์ การเรียนรู้ การทำความรู้จัก ไปจนถึงการวางเป้าหมายของชีวิต อย่างแรกเราควรตกผลึกความต้องการในใจเราให้ชัดเจน ว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมีพลังขับเคลื่อนไปใช้ชีวิตต่อในวันพรุ่งนี้ ซึ่งอยากที่บอกไปไม่ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แค่มีค่าทางใจก็เป็นเป้าหมายสำหรับคุณได้
แน่นอนว่าไม่มีใครตอบคำถามเหล่านี้ได้เท่าตัวคุณเอง ความเข้าใจอาจจะเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถาม ลองสมมติเหตุการณ์ขึ้นมาก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นอาจจะนำไปสู่คำตอบของการเริ่มต้นในครั้งนี้ก็เป็นได้
Define กำหนดเป้าหมายหรือปัญหาให้ชัดเจน
เมื่อเข้าใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการกำหนดให้ชัดเจนว่า เส้นชัยที่คุณกำลังจะเดินไปนั้น ปลายทางจะเจอกับอะไรที่ล้ำค่า ซึ่งการจะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนได้นั้น ต้องเริ่มเก็บข้อมูลความต้องการของตัวเองอย่างละเอียด อาจจะใช้เวลามากหน่อยก็ไม่เป็นไร ดีกว่าสุดท้ายแล้ว เลือกสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการมาปักธง ซึ่งอาจจะทำให้ระหว่างทางถอดใจได้ง่าย หรือพอไปถึงปลายทางแล้วกลับไม่ได้รู้สึกมีความสุขอย่างที่คิด แนะนำให้ค่อย ๆ เก็บข้อมูล ให้เวลาตัวเอง ทบทวนเยอะ ๆ แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาประมวลอย่างรอบด้าน
Ideate – ระดมความคิดทำอย่างไรจะไปถึงเป้าหมาย
เมื่อได้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาของการหาวิธีที่จะไปให้ถึงดวงดาวแห่งเส้นชัย ซึ่งช่วงนี้อาจจะมาจากกรอบประสบการณ์ของตัวเอง ดูว่าส่วนไหนที่ต้อง push ต้องเติมทักษะบางอย่างหรือปรับจุดอ่อนที่มีให้กลายเป็นจุดแข็ง เพื่อไปให้ถึงเส้นชัยตรงกับเป้าหมายที่วางเอาไว้ หรือจะลองปรึกษาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญว่ามีทางลัดหรือเทคนิคอะไรแนะนำหรือไม่ เพื่อจะได้มองปัญหาได้อย่างรอบด้านและละเอียดขึ้น บางทีการเดินตามรอยเท้าคนอื่นบ้าง ก็อาจจะพาคุณไปยังเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แบบลดแรงปะทะลงไปได้
Prototype – จำลองเส้นทางเพื่อไปยังเป้าหมาย
การเดินทางไปยังจุดหมายของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนใช้เวลาไม่นาน บางคนใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อไปมุ่งสู่เป้าหมายในชีวิต ยิ่งถ้าเป็นการเดินทางครั้งใหญ่ครั้งสำคัญ คุณเองจะต้องเลือกเส้นทางที่จะไปให้ชัดเจน แน่นอนว่าแต่ละเส้นทางย่อมมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน บางเส้นทางขรุขระ มีความขวากหนามเยอะแต่ถึงเป้าหมายได้เร็ว บางเส้นทางอ้อมหน่อยแต่สบายใจไม่กดดัน อยู่ที่ว่าคุณชอบแบบไหน โดยที่ระหว่างนั้นต้องพิจารณาถึงวิธีการแก้ไขในสิ่งที่อาจจะเจอระหว่างทางด้วย แล้วอย่าลืมว่าเรื่องบางเรื่องก็มักจะเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดคิด เตรียมรับมือให้ได้มากที่สุดน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
Test – ปฏิบัติการไปยังเป้าหมาย ลงมือทำ
ผ่านขั้นตอนการคิดแล้วคิดอีกกันไปแล้ว ทีนี้ถึงเวลาลงสนามจริงกันสักที ด้วยการลองไปตามเป้าหมายแบบ Prototype ที่วางเอาไว้ในข้อ 4 โดยระหว่างทางที่ก้าวไป ต้องพิจารณาด้วยว่าปัจจัยต่าง ๆ เป็นไปตามที่เราวางแผนหรือตั้งใจเอาไว้ไหม ใช่ไม่ใช่อย่างไรอย่าลืมนำมาทบทวนแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ก่อนนำไปใช้จริงอีกครั้ง อย่ากลัวที่จะผิดพลาด ล้มบ้าง พักบ้าง ก็ให้โอกาสตัวเองและให้อภัยตัวเองให้ได้ เหมือนที่เราพร้อมที่จะให้อภัยคนอื่นอยู่เสมอ
สรุปการตั้งเป้าหมายชีวิตด้วยกระบวนการคิด Design thinking
กระบวนการคิดแบบ Design thinking ดีตรงที่ไม่ได้มีสูตรสำเร็จอะไรตายตัว คุณไม่จำเป็นต้องยึดตามแบบแผนหรือวางเป้าหมายเหมือนใคร ทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง จะใช้เวลาเดินไปถึงเป้าหมายช้าหรือนานไม่สำคัญเท่าระหว่างทาง เราได้เรียนรู้อะไรจากตรงนั้น อย่างน้อยการได้ตั้งต้นหาเป้าหมายจากแนวคิดนี้ ก็ทำให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้ว่าอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ไม่ชอบอะไร ความสุขของเราอยู่ตรงไหน
คุณอาจเลือกหยิบสิ่งที่พอทำได้ที่จะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมีความสุขขึ้นมาทำก่อนก็ได้ เพื่อเป็นการทดลองว่าไอเดียนี้คุณชอบจริง ๆ หรือเปล่า และเป็นสิ่งที่เหมาะกับตัวคุณจริง ๆ ไหม ถ้าไม่ใช่ก็แค่เริ่มใหม่ แค่นั้นเอง บางครั้งการสิ่งที่ไม่ชอบก็เป็นคุณค่าอย่างหนึ่งพอ ๆ กับการเจอว่าชอบอะไร
ค้นหางานที่ใช่ ตอบโจทย์ชีวิตและเป้าหมายชีวิตที่มีความสุข
More from this category: ความอยู่ดีมีสุขในที่ทำงาน

เซตคู่ สบู่🧼+เซรั่ม💧 สวยแบบไม่มีอะไรกั้นผิวจะสวยต้องเริ่มต้นที่การทำความสะอาด หน้านุ่ม เนียนเด้งใส สิ วหๅย ฝ้ๅ กsะจาง ลด...
10/08/2020

เซตคู่ สบู่🧼+เซรั่ม💧
สวยแบบไม่มีอะไรกั้น
ผิวจะสวยต้องเริ่มต้นที่การทำความสะอาด
หน้านุ่ม เนียนเด้งใส สิ วหๅย ฝ้ๅ กsะจาง ลดสิวเสี้ยน
สิวอุดตันได้ดีมาก ทำความสะอๅดได้ดีทุกอณูขุมขน
ใช้สบู่คู่เซรั่มณัชชาสิว ฝ้ๅ ลดไว 10 เท่า

พร้อมจำหน่ายแล้ว💙

ราคาเซตคู่

☝️เซต1 สบู่1+เซรั่ม1 379 บาท (ปกติ679)
✌️เซต2 สบู่2+เซรั่ม1 468 บาท(ปกติ 768)
👌เซต3 สบู่2+เซรั่ม2 678 บาท (ปกติ 1,358)
👍เซต4 สบู่3+เซรั่ม3 1,017บาท(ปกติ2,037)
✋เซต5 สบู่5+เซรั่ม5 1,445 บาท(ปกติ3,484)

สนใจสั่งซื้อทักข้อความได้เลย

🚒ส่งฟรีเก็บเงินปลายทางไม่บวกเพิ่ม.

ผู้หญิงอย่าหยุดสวย 🧚‍♀️🧚‍♀️เริ่มเข้าวันเลขสามผิวเราจะเริ่มผลิตคลอลาเจนน้อยลงความเสื่อมเริ่มมาเยือน ดูแลผิวภายนอกอย่างเดี...
10/08/2020

ผู้หญิงอย่าหยุดสวย 🧚‍♀️🧚‍♀️
เริ่มเข้าวันเลขสามผิวเราจะเริ่มผลิตคลอลาเจนน้อยลง
ความเสื่อมเริ่มมาเยือน ดูแลผิวภายนอกอย่างเดียว
ไม่เพียงพอ "COLLAVY" ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้ดีขึ้น
จากภายในสู่ภายนอกได้ถึง 2.6 เท่าผิวดีขึ้นใน 30 วัน

💢ผิวแห้งไม่ชุ่มชื้น
💢สิว ฝ้า กระ
💢มีจุดด่างดำ
💢ผิวหมองคล้ำ
💢มีริ้วรอย เหี่ยวย่น
💢ผิวหยาบกร้าน
💢แผลเป็นไม่เรียบเนียน
💢ผิวขาดความหยืดหยุ่น

ปกติราคา 1,500 บาท
👉ท้าให้ลอง1 กล่อง 1,250 ส่งฟรี‼️
👉2กล่อง 2,300 ส่งฟรี‼️
👉5กล่องฟรี 1 กล่อง ส่งฟรี‼️
🔥มีบริการเก็บเงินปลายทาง🔥

ล้างหน้ายังไง ให้ถูกวิธี ??          มีสาวๆ ถามกันเข้ามาทั้ง facebook และในเว็บบอร์ด เรื่อง “วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง” ...
10/08/2020

ล้างหน้ายังไง ให้ถูกวิธี ??
มีสาวๆ ถามกันเข้ามาทั้ง facebook และในเว็บบอร์ด เรื่อง “วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง” ว่าต้องล้างแบบไหน

การล้างหน้าที่ดีควร…

* ล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้งก็พอ คือเช้าหลังตื่นนอนและเย็นก่อนนอน
* ควรเลือกโฟมล้างหรือสบู่ที่เหมาะกับสภาพผิว เรื่องนี้จำเป็นมากๆ
* ก่อนล้างหน้าควรใช้ Makeup Remover ทุกครั้ง ใครที่ไม่ได้แต่งหน้าแต่ใช้
ครีมกันแดดก็ควรใช้ Makeup Remover เช่นกันค่ะ
* ตอนเริ่มล้างหน้าควรเริ่มล้างด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนและตบท้ายด้วย
น้ำเย็นเพื่อช่วยปิดและกระชับรูขุมขนค่ะ
* ควรล้างหน้าแบบเบามือ อย่าถูหน้าแบบรุนแรงเพราะจะเป็นการทำร้ายผิวและ
ทำให้เกิดริ้วร้อยได้ง่ายค่ะ
* ควรสครับหน้าสัปดาห์ละครั้ง

** ใครที่อยากมีหน้าใสไร้สิว สิ่งสำคัญมากๆ คือการรักษาความสะอาด ไม่ใช่เพียงแค่การล้างหน้าเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึงการล้างเครื่องสำอาง การทำความสะอาดพัฟแป้ง แปรงแต่งหน้า รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้กับผิวอย่างผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวด้วยค่ะ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือสาวๆ ห้ามแกะสิวเด็ดขาดดดด! เพราะจะทำให้มีรอยดำจากสิวตามมา (ทีนี้ล่ะก็ ต้องใช้เวลายาวนานมากกว่ารอยดำจากสิวจะจางลง) รวมถึงการทาครีมบำรุงผิวหรือเซรั่มให้เหมาะกับสภาพผิวของเราด้วยนะคะ

#เซรั่มณัชชา
#สบู่ริซด้า

ที่อยู่

อิมพีเรียล เวิล์ด ลาดพร้าว ชั้น3 ห้อง AT 326-327 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง, Thailand
Pattaya
10310

เบอร์โทรศัพท์

+66949269325

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แซฟ888-สร้างอาชีพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง แซฟ888-สร้างอาชีพ:

แชร์