14/09/2026
ตารางมรณะไทยปี 2560 (TMO2017) กับ Mortality Improvement สำหรับการประเมินผลประโยชน์พนักงานตาม TAS19
เวลาบริษัทประกันชีวิตคิดเบี้ยประกัน หรือนักคณิตศาสตร์ประกันภัยคำนวณภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานบัญชี TAS19 ตัวเลข "ความน่าจะเป็นที่คนจะเสียชีวิต" ที่ใช้นำมาจาก ตารางมรณะไทย หรือ TMO (Thai Mortality Ordinary) โดยฉบับปัจจุบันคือตารางมรณะไทยปี 2560 (TMO2017) 👇
🔑 ตารางมรณะคืออะไร
ตารางมรณะคือตารางสถิติที่บอกว่า คนอายุเท่านี้มีโอกาสจะเสียชีวิตก่อนวันเกิดปีถัดไปเท่าไร โดยเรียงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 99 ปี ตัวเลขนี้เรียกว่า "อัตรามรณะ" (mortality rate) ซึ่งเป็นหัวใจของงานคณิตศาสตร์ประกันภัย ทั้งการคิดเบี้ยประกันชีวิต การตั้งสำรองประกันภัย และการประเมินภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานตาม IAS19/TAS19
สำนักงาน คปภ. เป็นผู้จัดทำและประกาศใช้ตารางนี้ โดยรวบรวมสถิติการเสียชีวิตจริงของผู้เอาประกันชีวิตในตลาดไทย ซึ่งการปรับปรุงตารางมรณะของไทย มักมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 10 ปี โดยเมื่อเทียบ TMO2017 กับฉบับก่อนหน้า TMO2008 จะเห็นได้ชัดว่าคนไทยมีอายุยืนขึ้น อัตรามรณะทุกช่วงอายุลดลง ผลของการลดลงของอัตราเสียชีวิต ส่งผลโดยตรงต่อภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานหลังเกษียณของบริษัทต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น (ประมาณ 6%-7%) เพราะพนักงานมีโอกาสอยู่รอดมากขึ้นเพื่อรับผลประโยชน์ในอนาคต
Mortality Improvement: ปัจจัยที่ TAS19 พูดถึงไว้ แต่มักถูกมองข้าม
สิ่งที่หลายคนไม่ทันสังเกตคือ TMO2017 เป็นเสมือน "ภาพนิ่ง" ที่สะท้อนอัตรามรณะ ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง อัตรามรณะของประชากรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องทุกปีตามพัฒนาการทางการแพทย์ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Mortality Improvement กล่าวคือคนรุ่นหลังมีโอกาสรอดชีวิตในแต่ละช่วงอายุสูงกว่ารุ่นก่อน
💰 ภายใต้มาตรฐานบัญชี TAS 19 (อิงตาม IAS19) มีข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องนี้ คือให้กิจการกำหนดสมมติฐานอัตรามรณะโดยอ้างอิงจาก 🎯 ประมาณการที่ดีที่สุด (best estimate) ของอัตรามรณะ ทั้งช่วงที่ยังทำงานอยู่และหลังพ้นสภาพพนักงาน ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่หยิบตารางฉบับล่าสุดมาใช้ตรง ๆ แต่ยังรวมถึงการพิจารณาว่าอัตรามรณะในอนาคตมีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากตารางที่อ้างอิงหรือไม่ — โดยเฉพาะภาระผูกพันระยะยาวอย่างผลประโยชน์หลังเกษียณ ที่กระแสเงินสดอาจอยู่ห่างจากวันประเมินหลายสิบปี การไม่พิจารณาแนวโน้มมรณะที่ลดลงเลย อาจทำให้ประเมินภาระผูกพันต่ำกว่าความเป็นจริง
✅ ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักรหรือเยอรมนี มักมี "ตารางปรับปรุงอัตรามรณะ" (mortality improvement scale) แยกต่างหากให้นักคณิตศาสตร์ประกันภัยนำมาปรับลดอัตรามรณะพื้นฐานในแต่ละปีถัดไป แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีตารางปรับปรุงที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการควบคู่กับ TMO2017 แต่ผู้ประเมินที่ยึดหลัก best estimate อย่างเคร่งครัดก็สามารถกำหนดอัตรา mortality improvement ในรายงานได้
TAS19 กำหนดชัดเจนให้อัตรามรณะที่ใช้ต้องเป็น "ประมาณการที่ดีที่สุด" ไม่ใช่แค่การหยิบตารางล่าสุดมาใช้เฉย ๆ ซึ่งครอบคลุมแนวโน้ม mortality improvement ด้วย สำหรับ Team Excellence ก็มีการใส่สมมติฐานนี้ในรายงานการประเมินมาโดยตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานบัญชี และสะท้อนแนวโน้มอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นของประชากรไทยให้เข้าใกล้ความเป็นจริงมากกว่าการใช้ TMO17 แบบคงที่ตลอดระยะเวลาประมาณการ
หลังจากนี้ เรายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับการประกาศตารางมรณะไทยชุดใหม่จาก คปภ. ในอนาคต ตลอดจนแนวปฎิบัติในเรื่องการประยุกต์ใช้การปรับปรุงอัตรามรณะ เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินผลประโยชน์พนักงานของไทยให้ดียิ่งขึ้นในภาพรวม
👉 หากมีข้อสงสัย หรือ สอบถามเพิ่มเติมสามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลยครับ
อ้างอิง
สหราชอาณาจักร — CMI Mortality Projections Model https://www.actuaries.org.uk/learn-and-develop/continuous-mortality-investigation/cmi-investigations/mortality-projections
เยอรมนี — Heubeck-Richttafeln (RT) ตารางมรณะที่จัดทำโดยบริษัท Heubeck AG ใช้เป็นมาตรฐานหลักในการประเมินภาระบำนาญของเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 1948 เป็น "generation table" ที่อัตรามรณะขึ้นกับปีเกิดของสมาชิกด้วย (ไม่ใช่แค่อายุ) ซึ่งเป็นวิธีการฝัง mortality improvement ไว้ในตัวตารางเอง ฉบับล่าสุดคือ RT 2018 G : https://www.heubeck.de/aktuelles/fachwissen/archiv/2018-07-20-hi-neue-heubeck-richttafeln-2018-g-veroeffentlicht/
________________________________________
#มาตรฐานบัญชี