25/10/2023
รู้ไหม นักกายภาพทำอะไรในสนาม?
หลังจากเราประเมินอาการบาดเจ็บที่รุนแรง (หลัก DRABC จากโพสต์ที่แล้ว) แล้วพบว่าไม่มีอาการรุนแรง สิ่งที่นักกายภาพทำต่อหลังจากนั้นคือการประเมินว่า “นักกีฬาคนนั้นสามารถเล่นต่อได้/ต้องเปลี่ยนออก” ซึ่งมีหลักการที่ใช้ประเมินต่อมาเราเรียกหลักการนี้ว่า “TOTAPS” หลักการจะมีอะไรบ้างวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกัน 🤗
📍TOTAPS
T-Talk 💬
หลังจากที่เราเข้าไปถึงนักกีฬา สิ่งที่เราประเมินอันดับแรกคือพูดคุยถามอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ซึ่งคำถามหลักๆที่นิยมใชัถามอย่างเช่น
- เจ็บตรงไหน? ( เพื่อที่จะได้รู้บริเวณที่บาดเจ็บ )
- เจ็บมากแค่ไหน ปวดตื้อๆหรือแปล้บๆ? ( เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ )
- ตอนที่เจ็บมีเสียงป็อบ เสียงกึ้ดอะไรไหม? ( เพื่อสงสัยว่าเสียงกึ้ดที่ได้ยิน เป็นการฉีกขาดของเอ็นไหมหรือเสียงป็อบก็อาจจะสงสัยของการแตกหักของกระดูก)
- จังหวะที่เจ็บนั้นโดนอย่างไร ? ( เพื่อจะได้วิเคราะห์ว่าจังหวะที่โดน เสี่ยงต่อการบาดเจ็บโครงสร้างไหนบ้าง เช่น โดนกระแทกเข้าที่เข่าจากด้านข้าง ขณะวิ่งลงน้ำหนัก ก็อาจจะสงสัยต่อโครงสร้างของ ACL ว่ามีการบาดเจ็บหรือเปล่า )
O-Observe 👁
เมื่อเรารู้ตำแหน่งที่บาดเจ็บแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือมองดูบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บว่า มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นไหม อาจจะใช้การดูเทียบกับอีกข้างที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บเพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เช่น
- อาการบวม เช่น มีบวมไหม หรือ การบวมมากทันทีที่บาดเจ็บก็อาจจะบอกได้ว่าอาการอาจจะรุนแรง
- ลักษณะผิดปกติ เช่น กระดูกผิดรูปไหม ไหล่หลุดหรือเปล่า
- ลักษณะผิว เช่น มีแดงไหม มีเลือดออกไหม
T-Touch 🙌🏻
ต่อมาหลังจากเราสังเกตเห็นความผิดปกติ ให้เราสัมผัสดูส่วนที่บาดเจ็บต่อมา เช่น
- ตรงบริเวณที่เจ็บมีบวม มีร้อนไหมอาจจะบอกได้ว่ามีการอักเสบเกิดขึ้น
- ลองจับไล่ตามแนวกระดูกที่เจ็บ ดูว่ามีนูน(step) ขึ้นไหม หรือจะใช้เป็นการเคาะกระดูกเหนือต่อหรือใต้ต่อบริเวณที่เจ็บ ว่ามีร้าวไปยันส่วนที่มีอาการเจ็บไหม ถ้ามีอาจจะสงสัยได้ว่ามีกระดูกหักหรือเปล่า
A-Active movement🦵🏻
หลังจากประเมินความเสี่ยงอื่นที่รุนแรงแล้ว ต่อมาให้คนไข้ลองเคลื่อนไหวบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บสามารถทำได้ไหม ยกตัวอย่างเช่น
- เจ็บไหล่ อาจจะให้ลองยกแขน กางแขนดู ว่าทำได้ไหม หากยกแขนไม่ได้เจ็บรุนแรงมาก ให้ทำการประเมิน passive movement เพื่อตรวจดูปัญหาต่อไป
หรือ
- เจ็บบริเวณเข่า อาจจะให้คนไข้ลองงอเข่าเหยียดเข่า
สังเกตการเคลื่อนไหว สามารถไปได้เต็มช่วงการเคลื่อนไหวไหม ติดขัดไหม เจ็บมากขึ้นไหม หากสามารถทำได้โดยไม่มีอาการเจ็บก็ประเมิน skill test เป็นขั้นตอนต่อไป
P-Passive movement🤲🏻
เมื่อคนไข้ทำการเคลื่อนไหวแล้วมีอาการเจ็บมากจนไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อได้ เราจะทำการเคลื่อนไหวให้เพื่อเป็นการตรวจเช็คข้อต่อหรือเอ็นที่บาดเจ็บว่ามีปัญหาไหม หากตรวจแล้วมีปัญหาควรทำการเปลี่ยนตัวคนเจ็บออกเพื่อเช็คอาการอย่างละเอียด
S-Skills test 🏃🏻♂️
หลังจากที่เราประเมินแล้วว่า อาการที่เจ็บไม่ได้รุนแรงมากนัก Skills test จะเป็นตัวประเมินสุดท้ายเพื่อยืนยันอาการบาดเจ็บ โดยการทดสอบที่คล้องกับการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้ในกีฬานั้นๆ เช่น
- บาดเจ็บที่เข่าขณะวิ่ง หากเราเช็คแล้วว่างอเหยียดได้สุด อาการเจ็บไม่มาก อาจจะให้ลองทดสอบ เช่นการยืนเดินลงน้ำหนัก,จ้อกกิ้งอยู่กับที่,วิ่งสปรินซ์อยู่กับที่หรือวิ่งเปลี่ยนทิศทาง
- เจ็บไหล่ตอนเหวี่ยงแขนตีลูก อาจจะให้ลองทดสอบท่าที่เจ็บดู เช่นลองเหวี่ยงแขนเร็วๆแรงๆดูว่าเจ็บไหม หรือให้ลองตีท่าที่เจ็บเช่น โฟรแฮนด์/แบ็คแฮนด์
หลังจากประเมินทั้งหมดแล้วอาการไม่ได้รุนแรงสามารถเล่นต่อได้ เราจะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นต่างๆ เช่น การฉีดสเปรย์,การเทปพยุง,การยืด ฯลฯ เพื่อบรรเทาอาการปวดให้สามารถเล่นต่อได้ และที่สำคัญอย่าลืมสื่อสารกับคนเจ็บให้เข้าใจว่า ถ้าอาการรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ไหวให้รีบบอกเราทันทีเพื่อวางแผนในการดูแลรักษาต่อไปนะคะ 😊
ขอบคุณรูปสวยๆจากเพจ มีรูปผมมั้ยครับ ตากล้องโปรมาก
เก็บได้ทุกช็อตสำคัญ ทีมกีฬาไหนสนใจติดต่อไปได้เลยค่า ☺️
#กายภาพช่วยได้