25/12/2012
ในโอกาสไปดูสวนกาแฟที่ชุมพรมา จึงถือโอกาสเล่าสู่กันฟังว่ากาแฟที่ดื่มในร้าน มาจากที่ใดบ้าง
โอกาสได้ไปเยี่ยมสวนกาแฟโรบัสต้าที่จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๓ ธันวาคมที่ผ่านมา วันนี้เราได้ไปที่ ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร แหล่งปลูกกาแฟแหล่งใหญ่ในอดีต ปัจจุบันชาวสวนหันมาใช้วิธีการเกษตรพอเพียง คือปลูกพืชหลายชนิด อาทิ ยางพารา ปาล์ม ทุเรียน หมาก กล้วยไข่ (แทนกล้วยเล็บมือนาง) กาแฟยังคงปลูกอยู่แต่มีแนวโน้มลดลง เพราะชาวสวนให้เหตุผลว่า ไม่มีคนงาน กาแฟต้องการดูแล ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่ง ถ้าไม่ทำกาแฟก็จะมีผลผลิตน้อยลง แต่ราคากาแฟปัจจุบันไม่ได้ขี้เหร่ ทำให้มีแรงจูงใจให้ชาวสวนยังคงรักษากาแฟไว้
กาแฟที่นี่มี ๒ พันธ์คือ พันธ์พื้นเมือง ที่มีลักษณะต้นกาแฟแผ่กิ่งก้านออกไปไม่เป็นระเบียบ ออกดอกตามกิ่งและให้ผลผลิตเป็นผลเชอรี่ที่สุกไม่เสมอกันในกิ่งเดียวกัน คือ ใน ๑ กิ่งจะมีผลกาแฟสีเขียว แซมสีเหลือ แซมสีแดง แซมสีเขียว ทำให้การเก็บกาแฟทำได้ยาก กาแฟจะออกดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอม เมื่อโรยดอกแห้งเป็นสีดำจะหลุดออกเหลือขั้วเหมือนหัวไม้ขีด นั่นคือเมล็ดกาแฟที่กำลังจะเติบโตขึ้นมาเป็นผลกาแฟ
ส่วนกาแฟอีกพันธ์คือ พันธ์เนสเล่ ต้องยกความดีให้เนสเล่ที่ทุ่มเทให้กับชาวสวนกาแฟโรบัสต้าเป็นอย่างยิ่ง อนึ่ง เนสเล่เป็นบริษัทฯ เดียวที่กำัลังการผลิตสามารถซื้อกาแฟโรบัสต้าได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ และไม่พอต้องขออนุญาิตนำเข้าจากเวียตนามมาด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เนสเล่จึงขวนขวายพัฒนากาแฟให้ชาวสวนปลูกเยอะๆ พัฒนาพันธ์ให้มีผลผลิตต่อไร่สูง ซึ่งลักษณะเด่นของกาแฟพันธ์เนสเล่ก็คือ ต้นกาแฟเติบโตเป็นพุ่มระเบียบ เมล็ดกาแฟที่ออกในแต่ละกิ่งจะสุกเสมอกัน นั่นคือ สุกสีแดงทั้งกิ่ง ไม่มีแซมเขียว แซมเหลืองเหมือนพันธ์พื้นเมือง ทำให้เก็บง่าย แต่ข้อเสียที่ชาวสวนบอกคือ เม็ดเล็กมากและเหนียวกว่า
การเก็บกาแฟคือ การเก็บผลเชอรี่สีแดงจัด นำมาตากจะได้กาแฟที่สมบูรณ์เมื่อผ่านการสีเปลือเมล็ดจะเนียนสวย รสชาติดี กลิ่นหอม หากเก็บผลเชอรี่ที่ไม่แดงคือเป็นสีเหลือง หลังการสีเปลือกจะพบว่า มีเยื้อหุ้มห่มเมล็ดอยู่ แต่ถ้าเก็บผลเชอรี่ที่ไม่สุก คือยังเขียว เมื่อนำมาตากและนำไปสีเปลือก นั่นคือ เมล็ดดำ ที่ให้รสชาติไม่ดีของกาแฟ
ชาวสวนที่นี่ใช้วิธีตากกาแฟด้วยแดด ประมาณ ๑๕ แดด หรือจนกว่ากาแฟจะแห้ง แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าแห้ง วิธีสังเกตุคือ กำกาแฟที่เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแล้วเขย่า ถ้าแห้งมันจะดัง นี่แหละภูมิปัญญาชาวสวน ง่ายๆ ธรรมชาติ
ปัญหาของกาแฟที่นี่ก็คิอ ฝน จะเห็นว่าชาวสวนต้องปูพื้นด้วยตาข่ายพลาสติคสีฟ้า สำหรับอะไร สำหรับรวบเวลาฝนมารวบกาแฟมากองไว้แล้วคลุมผ้าพลาสติค เมื้่อฝนหยุด แดดแรงก็เอาผ้าคลุมออก คลี่ผ้าตาข่ายและเกลี่ยกาแฟตากแดดใหม่ ถ้าฝนตกบ่อย ความชื่นมาก เก็บกาแฟไม่ดี ตากไม่ดี กาแฟจะเกิดกลิ่นไม่ดี และราคาจะตก ดังนั้น พ่อค้าท้องถิ่นจะบอกกับชาวสวนอย่างเข้มงวดว่า ต้องเก็บกาแฟให้ดี อย่าให้ชื้น ไม่งั้นกาแฟไม่ดี ไม่รับ ราคาตก
นี่,,,,กำลังรอเมล็ดกาแฟเนสเล่แท้ VS พื้นเมือง มาคั่วชิมดูว่า ให้รสชาติต่างกันยังไง เพราะที่โรงคั่วเรารับมาชาวสวนจะผสมกันมาระหว่างการสีเปลือก พวกเขาไม่ได้คัดแยกเฉพาะแต่นำมารวมกัน,,,,ขอจบรายงานวันเดินทางวันแรก วันที่ ๒ เราไปพบอะไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปค่ะ จากคุณกาแฟ ซูซูกิ