โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

RISE RISE
Southeast Asia's Leading Innovation Consulting Firm

เมื่อผู้นำด้านเศรษฐกิจจากทั่วโลกมารวมตัวกันที่ประเทศไทย คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะได้อะไรกลับไปจากโอกาสครั้งนี้?Supachai ...
12/10/2026

เมื่อผู้นำด้านเศรษฐกิจจากทั่วโลกมารวมตัวกันที่ประเทศไทย คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะได้อะไรกลับไปจากโอกาสครั้งนี้?

Supachai Parchariyanon CEO & Co-Founder, RISE และ Founder & Managing Partner, SeaX Ventures ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน IMF–World Bank Annual Meetings ช่วงวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาจากทั่วโลก

หนึ่งในคำถามที่หมอคิดอยากชวนคิดต่อจากงานครั้งนี้ คือ

เราจะเปลี่ยนเงินลงทุนและเทคโนโลยีจากทั่วโลก ให้กลายเป็นธุรกิจไทยที่แข็งแกร่งขึ้น คนไทยที่มีทักษะมากขึ้น และนวัตกรรมที่เราสามารถพัฒนาและเป็นเจ้าของเองได้อย่างไร?

เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้วัดแค่จำนวนเงินลงทุนที่ไหลเข้าประเทศ แต่รวมถึงความสามารถที่เราสร้างขึ้นจากเงินลงทุนเหล่านั้นด้วย


นี่เป็นมุมมองที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่หมอคิดทำอยู่ผ่าน RISE และ SEA HI Hub ตั้งแต่การนำ AI มาเพิ่ม Productivity ให้กับธุรกิจ การเชื่อมต่อ Deep Tech และการลงทุนระดับโลกเข้ากับโอกาสในภูมิภาค ไปจนถึงการผลักดัน Healthcare Innovation ให้เกิดการใช้งานจริงและสร้างธุรกิจใหม่


แล้วคุณล่ะ อยากเห็นประเทศไทยใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกครั้งนี้ ต่อยอดให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

วันนี้ “แค่มี AI” อาจไม่ใช่เรื่องที่ทำให้บริษัท Healthcare น่าสนใจอีกต่อไปคำถามที่สำคัญกว่า คือAI ที่คุณมี จะสร้างมูลค่า...
10/10/2026

วันนี้ “แค่มี AI” อาจไม่ใช่เรื่องที่ทำให้บริษัท Healthcare น่าสนใจอีกต่อไป
คำถามที่สำคัญกว่า คือ
AI ที่คุณมี จะสร้างมูลค่าอะไรที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงิน?
หนึ่งในสัญญาณที่น่าจับตา คือ ตลาด Biotech IPO ในสหรัฐฯ เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ปลายเดือนกันยายน ADARx Pharmaceuticals บริษัท Biotech ที่พัฒนายากลุ่ม RNA ระดมทุนจาก IPO ได้กว่า 446 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ Iambic Therapeutics บริษัทที่ใช้ AI ช่วยค้นหาและพัฒนายา ก็กำลังเข้าสู่ตลาด IPO โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทสูงสุดประมาณ 806 ล้านดอลลาร์
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือ สิ่งที่นักลงทุนกำลังมองหา
สำหรับบริษัทอย่าง Iambic คำถามไม่ได้หยุดอยู่ที่ว่า
“AI ของบริษัทเก่งแค่ไหน?”
แต่ไปถึงว่า
“AI ตัวนี้ช่วยสร้างยาที่มีโอกาสพัฒนาไปถึงตลาดได้จริงหรือไม่?”
นี่คือความต่างที่สำคัญ
เพราะสุดท้าย นักลงทุนไม่ได้ลงทุนใน AI เพียงเพราะมันเป็น AI
แต่ลงทุนเพราะเทคโนโลยีนั้นมีโอกาสสร้างสิ่งที่มีมูลค่าต่อได้
สำหรับ Biotech สิ่งนั้นอาจเป็นยาใหม่ งานวิจัย สิทธิบัตร หรือผลการทดลองทางคลินิก
พูดง่ายๆ คือ
AI อาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบในตัวมันเอง แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสร้างข้อได้เปรียบที่คนอื่นตามได้ยากกว่า
และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท Biotech เท่านั้น
แต่เป็นคำถามเดียวกันที่ผู้บริหาร Healthcare ควรถามกับการลงทุน AI ของตัวเอง
ที่ผ่านมา เวลาวัดผลโปรเจคที่ใช้ AI เรามักถามว่า
ลดเวลาทำงานได้เท่าไร?
ลดต้นทุนได้เท่าไร?
มีคนใช้มากแค่ไหน?
ซึ่งคำถามเหล่านี้ก็ยังสำคัญ
แต่สำหรับ C-level อาจต้องถามต่อว่า
“หลังจากลงทุนใน AI แล้ว ธุรกิจของเราสร้างมูลค่าอะไรได้เพิ่มกว่าเดิม?”
เราเข้าใจผู้ป่วยดีขึ้นหรือไม่?
เรามีข้อมูลที่คู่แข่งไม่มีหรือไม่?
เราสามารถสร้างบริการใหม่ได้หรือไม่?
เรามีองค์ความรู้หรือระบบการทำงานที่คนอื่นทำตามได้ยากขึ้นหรือไม่?
ลองนึกถึงโรงพยาบาลสองแห่งที่ใช้ AI ช่วยสรุปเวชระเบียนเหมือนกัน
โรงพยาบาลแรกใช้ AI แล้วแพทย์ใช้เวลาทำเอกสารน้อยลง
นี่คือประโยชน์ที่ชัดเจน และมีคุณค่า
แต่อีกโรงพยาบาลหนึ่งใช้ AI ร่วมกับข้อมูลผู้ป่วยที่สะสมมาหลายปี เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง ติดตามผู้ป่วยต่อเนื่อง และพัฒนาบริการใหม่จากข้อมูลเหล่านั้น
โรงพยาบาลทั้งสองแห่งใช้ AI เหมือนกัน
แต่สิ่งที่สร้างขึ้นหลังจากนั้นไม่เหมือนกัน
โรงพยาบาลแรกได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
โรงพยาบาลที่สองกำลังสร้างข้อได้เปรียบที่สะสมมูลค่าได้ในระยะยาว
และนี่คือจุดที่ต่างกัน
ประสิทธิภาพจาก AI อาจถูกทำตามได้ค่อนข้างเร็ว
ถ้าคู่แข่งซื้อ Software เดียวกัน เขาก็อาจลดเวลาทำงานได้ใกล้เคียงกัน
แต่ข้อมูลที่สะสมมาหลายปี ความสัมพันธ์กับผู้ป่วย งานวิจัย หลักฐานทางการแพทย์ หรือระบบที่องค์กรพัฒนาจากการใช้งานจริง
สิ่งเหล่านี้ถึงจะซื้อ AI มาแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นในวันเดียวได้
ดังนั้น เวลามองข่าวบริษัท Healthcare ระดมทุนหรือเข้าตลาดหุ้น คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่
“บริษัทนี้ได้เงินเท่าไร?”
แต่คือ
“นักลงทุนกำลังยอมจ่ายเงินให้กับอะไร?”
กรณีของ ADARx และ Iambic ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดทุนเปลี่ยนวิธีคิดไปทั้งหมดแล้ว
แต่มีสัญญาณหนึ่งที่น่าจับตา
แค่มี Technology ที่น่าสนใจ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ตลาดต้องการเห็นว่า Technology นั้นสามารถเปลี่ยนเป็นยาใหม่ ข้อมูลใหม่ บริการใหม่ หรือรายได้ใหม่ได้อย่างไร
สำหรับผู้บริหารธุรกิจด้าน Healthcare จึงมี 3 คำถามที่น่าคิดต่อ
1. AI ที่เราลงทุนอยู่วันนี้ ช่วยแค่ทำงานเดิมให้เร็วขึ้น หรือกำลังสร้างสิ่งใหม่ที่มีมูลค่าให้ธุรกิจด้วย?
2. ถ้าปีหน้าคู่แข่งซื้อ AI ตัวเดียวกับเราได้ อะไรคือสิ่งที่เขายังทำตามเราไม่ได้?
3. เรากำลังวัดความสำเร็จของ AI จาก “มันช่วยทำอะไรได้” หรือจาก “มันช่วยให้องค์กรสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ได้”?
นี่คือเหตุผลที่เวลา RISE มองอนาคตของ Healthcare เราไม่ได้ดูเพียงว่าเทคโนโลยีใหม่เก่งขึ้นแค่ไหน
แต่ดูต่อว่า
เงินกำลังไหลไปที่ไหน
นักลงทุนกำลังให้มูลค่ากับอะไร
และบริษัทที่ได้รับเงินกำลังสร้างอะไรที่ตลาดยอมจ่ายให้
เพราะบางครั้ง สัญญาณที่บอกอนาคตของอุตสาหกรรมได้ชัดที่สุด
อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
แต่คือ
ตลาดกำลังให้มูลค่ากับอะไร
และเมื่อเห็นแล้วว่าตลาดกำลังให้มูลค่ากับอะไร คำถามถัดไปที่น่าสนใจ คือ
บริษัทยารายใหญ่ระดับโลกกำลังทุ่มเงินให้นวัตกรรมแบบไหน และใครกำลังเป็นคนสร้างมัน?
นี่คืออีกสัญญาณที่ RISE จะชวนติดตามกันต่อ
ถ้าชอบคอนเทนต์แบบนี้ อย่าลืม! กดติดตาม RISE สำหรับมุมมองที่จะช่วยผู้บริหารเห็นสัญญาณสำคัญของ Technology, Innovation และอนาคตของ Healthcare

สำหรับผู้บริหารที่สนใจร่วม J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 Executive Trip สามารถลงทะเบียนเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่👉🏻 https://bit.ly/4dy0zge

ทีม RISE จะติดต่อกลับเพื่อแนะนำโปรแกรม และพูดคุยว่าทริปนี้เกี่ยวข้องกับโจทย์และทิศทางของธุรกิจคุณอย่างไร
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 094 445 5900 คุณฝน

🚀 เริ่มแล้ววันนี้! DTX ALL STAR : AI BuildathonRISE ร่วมกับ YIPINTSOI NEXT เปิดคลาสต้อนรับเหล่าผู้บริหารและผู้นำจากองค์ก...
09/10/2026

🚀 เริ่มแล้ววันนี้! DTX ALL STAR : AI Buildathon

RISE ร่วมกับ YIPINTSOI NEXT เปิดคลาสต้อนรับเหล่าผู้บริหารและผู้นำจากองค์กรชั้นนำ สู่การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่อง AI และ Digital Transformation ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน และอนาคตของธุรกิจ
ในวันเปิดหลักสูตร ได้รับเกียรติจาก คุณสุขสันต์ มงคลจุฑา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (Chief Commercial Officer) YIPINTSOI NEXT, นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง RISE, คุณแซม ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Capital T และอดีตกรรมการผู้จัดการ Krungsri Finnovate และ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมหลักสูตร พร้อมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โอกาสจาก AI และแนวทางการปรับตัวขององค์กรในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ตลอดหลักสูตร DTX ALL STAR : AI Buildathon ผู้บริหารจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การมองหาโอกาสจาก AI การรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ธุรกิจจริง ผ่านกระบวนการ AI Buildathon ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาไอเดียและต่อยอดสู่ AI Solution ที่สามารถนำไปใช้ในองค์กร
เพราะการทำ Transformation ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ได้จบแค่การรู้ว่าเทคโนโลยีอะไร “กำลังมา” แต่คือการรู้ว่า องค์กรควรปรับตัวอย่างไร และจะเปลี่ยนโอกาสจากเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร
นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้น DTX ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้มา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่าย และต่อยอดไอเดียร่วมกัน เพื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนสามารถกลับไปสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้จริง
📍 หลักสูตรจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ตุลาคม – 27 พฤศจิกายน 2569 ณ Bangkok Marriott Hotel The Surawongse
ยินดีต้อนรับผู้บริหารทุกท่านเข้าสู่ DTX ALL STAR : AI Buildathon และขอให้ตลอดหลักสูตรเต็มไปด้วยไอเดียใหม่ๆ เครือข่ายใหม่ๆ และโอกาสที่จะนำ AI ไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรได้จริง 🚀

ถ้าอยากรู้ว่า Healthcare กำลังไปทางไหนต่อ บางครั้งการอ่านข่าวอย่างเดียวอาจไม่พอเพราะสิ่งที่ผู้บริหารต้องเห็น ไม่ใช่แค่ว่...
08/10/2026

ถ้าอยากรู้ว่า Healthcare กำลังไปทางไหนต่อ บางครั้งการอ่านข่าวอย่างเดียวอาจไม่พอ
เพราะสิ่งที่ผู้บริหารต้องเห็น ไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีอะไรมาใหม่
แต่คือ อะไรจะเปลี่ยนธุรกิจ โอกาสใหม่อยู่ตรงไหน และองค์กรควรขยับอย่างไรต่อ
RISE ชวนผู้บริหารและผู้นำธุรกิจร่วม J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 Executive Trip ระหว่างวันที่ 11–15 มกราคม 2570 ณ San Francisco
ตลอด 5 วัน คุณจะได้เข้าร่วม J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 พร้อมเปิดมุมมองต่อผ่านการเยี่ยมชมองค์กรชั้นนำที่กำลังขับเคลื่อนอนาคตของ Healthcare ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Healthcare, Investment, Research และ AI
พบกับองค์กรอย่าง Eli Lilly, Johnson & Johnson, Illumina Ventures, Everself, Stanford University, UC Berkeley, Google DeepMind และ OpenAI
เพื่อมองให้ชัดขึ้นว่า
อะไรคือการเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา
โอกาสใหม่กำลังเกิดขึ้นตรงไหน
และ มุมมองเหล่านี้จะนำกลับมาต่อยอดสู่กลยุทธ์ การลงทุน ความร่วมมือ และการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร
📍 San Francisco, USA
📅 11–15 January 2027
🎟️ Early Bird 350,000 บาท / ท่าน
จากราคาปกติ 390,000 บาท
เมื่อสมัครภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569
สนใจเข้าร่วมทริป หรือต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมฉบับเต็ม?
📞 094 445 5900 คุณฝน
หรือลงทะเบียนแสดงความสนใจ 👉🏻 https://bit.ly/4yCUis9

📢 ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วม  🎉 ขอแสดงความยินดีกับผู้บริหาร ซีอีโอ ผู้นำองค์กรทุกท่าน ที่ได้เข้าร่วมหลักสูตร DTX ALL STAR ...
06/10/2026

📢 ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วม

🎉 ขอแสดงความยินดีกับผู้บริหาร ซีอีโอ ผู้นำองค์กรทุกท่าน ที่ได้เข้าร่วมหลักสูตร DTX ALL STAR : AI Buildathon และกำลังจะมาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และลงมือทำ AI Transformation ไปด้วยกันตลอด 8 สัปดาห์

สิ่งที่น่าสนใจของ DTX ALL STAR ไม่ได้มีแค่การเรียนเรื่อง AI แต่คือการได้อยู่ในห้องเดียวกับ ผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ต่างกำลังเผชิญโจทย์เดียวกันว่า

“จะเปลี่ยนโอกาสจาก AI ให้กลายเป็น ผลลัพธ์ของธุรกิจ ที่เกิดขึ้นจริงในองค์กรได้อย่างไร?”

ตลอดหลักสูตร ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้กับ ALL STAR Speakers ผู้ผ่านสนามจริง ถอดบทเรียนจาก Global Cases และ Management Insights จาก Harvard Business Review พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายผู้บริหารข้ามอุตสาหกรรม

และที่สำคัญ DTX ALL STAR ไม่ได้จบแค่ในห้องเรียน

ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้พัฒนา Transformation Project จากโจทย์จริงขององค์กรตัวเอง ผ่าน AI Buildathon พร้อมทีมที่ช่วยพัฒนาไอเดียไปสู่ Solution ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดได้จริง

🔥 EXPLORE มองเห็นโอกาสใหม่จาก AI และเรียนรู้จากของจริง
🔥 EXPAND แลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายผู้นำข้ามอุตสาหกรรม
🔥 EMPOWER เปลี่ยน Insight ให้กลายเป็น Transformation ที่ลงมือทำได้จริง

แล้วพบกันใน DTX ALL STAR : AI Buildathon
📅 เริ่มเรียน 9 ตุลาคม – 27 พฤศจิกายน 2569
⏰ ทุกวันศุกร์ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

🔥 โอกาสสุดท้ายก่อนเปิดคลาส DTX ALL STAR รุ่นนี้ สมัครเลย 👉 https://bit.ly/474kvUd

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📞 094-445-5900 (คุณฝน)
✉️ [email protected]
🌐 www.dtx.riseaccel.com

เพราะนวัตกรรมที่ดี ไม่ควรหยุดอยู่แค่ไอเดีย 💙ขอบคุณ Forbes Thailand Magazine สำหรับบทสัมภาษณ์ที่ชวน พี่หมอคิด Supachai Pa...
06/10/2026

เพราะนวัตกรรมที่ดี ไม่ควรหยุดอยู่แค่ไอเดีย 💙

ขอบคุณ Forbes Thailand Magazine สำหรับบทสัมภาษณ์ที่ชวน พี่หมอคิด Supachai Parchariyanon CEO & Co-Founder, RISE และ Founder & Managing Partner, SeaX Ventures มาแชร์ทั้งเส้นทางและมุมมอง จากการสร้าง RISE เพื่อขับเคลื่อน Corporate Innovation สู่การลงทุนใน Deep Tech ผ่าน SeaX Ventures ด้วยความเชื่อว่า เทคโนโลยีและผู้ประกอบการจากภูมิภาคของเรา มีศักยภาพที่จะเติบโตและสร้าง Impact ในระดับโลกได้

📖 ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ใน Forbes Thailand ฉบับเดือนตุลาคม 2569 ทั้งฉบับพิมพ์และ e-Magazine

จากนายแพทย์ผู้มองเห็นคุณค่าของเวลา สู่การเป็นผู้นำกองทุน deep tech ระดับแถวหน้าที่มุ่งมั่นนำพานวัตกรรมขั้นสูงจาก Silicon Valley และ Boston กลับมาพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ภารกิจที่ไม่ได้มองแค่ผลกำไร แต่มุ่งยกระดับ GDP ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม “นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ปั้นสตาร์ทอัพ ยกระดับการแพทย์ไทย” รวมถึงเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนตุลาคม 2569 จำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรืออ่านในรูปแบบ e-magazine ได้ที่ Meb, Pinto และ Hytexts

📢 ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมหลักสูตร   [รอบแรก]ประกาศรายชื่อผู้บริหาร ซีอีโอ และเจ้าของธุรกิจ 35 ท่าน ที่เป็นผู้เข้าร่วมหล...
05/10/2026

📢 ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมหลักสูตร [รอบแรก]

ประกาศรายชื่อผู้บริหาร ซีอีโอ และเจ้าของธุรกิจ 35 ท่าน ที่เป็นผู้เข้าร่วมหลักสูตร DTX ALL STAR : AI Transformation

หลักสูตร Executive Program 8 สัปดาห์ ที่ออกแบบมาเพื่อพาผู้บริหารจาก AI Opportunity สู่ Transformation ที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร

เรียนรู้และแลกเปลี่ยนกับ ALL STAR Speakers ผู้ผ่านสนามจริงจากหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมถอดบทเรียนจาก Global Cases และ Management Insights จาก Harvard Business Review

และไม่จบแค่ในห้องเรียน เพราะตลอด Journey คุณจะได้พัฒนา Transformation Project ขององค์กรตัวเอง ผ่าน AI Buildathon ที่มีทีมช่วยทำจริงในทุกขั้นตอน
♦️ EXPLORE เห็นโอกาสและเรียนรู้จากของจริง
♦️ EXPAND แลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายผู้นำข้ามอุตสาหกรรม
♦️ EMPOWER เปลี่ยน Insight ให้กลายเป็นแผน Transformation ที่นำกลับไปใช้ได้จริง

หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อ ผู้บริหารระดับสูง และ ผู้นำที่กำลังขับเคลื่อน AI, Digital Transformation และ Innovation จาก “เข้าใจ AI” สู่การเป็นผู้นำที่ “ทำให้ Transformation เกิดขึ้นจริง”

เริ่มเรียนทุกวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ระหว่างวันที่ 9 ตุลาคม – 27 พฤศจิกายน 2569

โค้งสุดท้ายห้ามพลาด! สมัครเลย! https://bit.ly/4rIuYy5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 094-445-5900 (คุณฝน)
💌 [email protected]
🔍 www.dtx.riseaccel.com

ถ้าในอีก 1–2 ปี โรงพยาบาลและบริษัท Healthcare แทบทุกแห่งเข้าถึง AI ที่เก่งใกล้เคียงกันได้ อะไรจะทำให้องค์กรหนึ่งยังได้เป...
02/10/2026

ถ้าในอีก 1–2 ปี โรงพยาบาลและบริษัท Healthcare แทบทุกแห่งเข้าถึง AI ที่เก่งใกล้เคียงกันได้ อะไรจะทำให้องค์กรหนึ่งยังได้เปรียบกว่าอีกองค์กร?
นี่อาจเป็นคำถามที่ผู้บริหารควรเริ่มถาม มากกว่าการถามว่า “เราควรใช้ AI ตัวไหน?” เพราะในวันที่ AI เก่งขึ้นเร็ว ราคาถูกลง และเข้าถึงง่ายขึ้น ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่การ “มี AI” อีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่า ใครมีสิ่งที่ AI อย่างเดียวสร้างให้ไม่ได้
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 OpenAI เปิดตัว OpenAI for Healthcare ซึ่งเป็น AI Solution ที่ออกแบบมาให้องค์กร Healthcare นำ AI เข้าไปใช้กับงานจริงได้มากขึ้น ตั้งแต่การเชื่อมกับแนวทางการดูแลขององค์กร การช่วยทำเอกสารทางการแพทย์ การควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้งาน การตรวจสอบย้อนหลัง ไปจนถึงการคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้บริหารจึงไม่ใช่แค่ว่า AI รุ่นใหม่ “เก่งขึ้นแค่ไหน” แต่คือ AI กำลังเข้าใกล้การเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานปกติของ Healthcare มากขึ้น
นี่เป็นพัฒนาการต่อเนื่องจากสิ่งที่เราเห็นมาหลายปี
ปี 2018 งานวิเคราะห์ของ Harvard Business Review พบว่า AI สร้างคุณค่าได้ชัดในงานเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรและลดภาระงานหลังบ้าน มากกว่าการตัดสินใจทางการแพทย์โดยตรง
พอถึงปี 2021 คำถามเปลี่ยนจาก “AI ทำอะไรได้?” เป็น “ทำไม AI ที่ทำงานได้แล้ว ถึงยังนำไปใช้จริงใน Healthcare ได้ยาก?” เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งข้อมูล กฎระเบียบ ระบบการจ่ายเงิน กระบวนการทำงาน และการยอมรับจากคนหน้างาน
พูดง่ายๆ คือ Healthcare รู้มาหลายปีแล้วว่า AI ที่ดี ไม่ได้แปลว่าจะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้โดยอัตโนมัติ
แต่ปี 2026 มีตัวแปรหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนเร็วมาก คือ ตัว AI เองกำลังเข้าถึงง่ายขึ้น
และเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นของที่หลายองค์กรเข้าถึงได้ใกล้เคียงกัน คำถามเชิงกลยุทธ์จะเปลี่ยนจาก “ใครมี AI?” ไปเป็น “ใครสามารถสร้างความได้เปรียบรอบ AI ได้ดีกว่ากัน?”
แล้วความได้เปรียบนั้นจะมาจากไหน?
มีอย่างน้อย 5 เรื่องที่ผู้บริหาร Healthcare ควรจับตา
1. ข้อมูลที่เชื่อมกัน สำคัญกว่าข้อมูลที่มีเยอะ
Healthcare มีข้อมูลมหาศาลอยู่แล้ว แต่ข้อมูลของผู้ป่วยหนึ่งคนอาจกระจายอยู่ในโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ ร้านขายยา บริษัทประกัน และอุปกรณ์ Wearable
ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “เรามี Data มากแค่ไหน?” แต่คือ “เรามองเห็นผู้ป่วยได้ครบและต่อเนื่องแค่ไหน?”
องค์กรที่สามารถเชื่อมข้อมูลสุขภาพในระยะยาวได้ดี อาจเข้าใจผู้ป่วยได้ลึกกว่า และนำ AI ไปสร้างบริการใหม่ได้มากกว่าองค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมากแต่แยกกันอยู่เป็นส่วนๆ
สำหรับผู้บริหาร นี่ทำให้เรื่อง Data ไม่ใช่แค่โจทย์ของฝ่าย IT อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ของธุรกิจ
2. AI ที่อยู่ใน Workflow มีค่ากว่า AI ที่เป็นอีกหนึ่ง Tool
ลองนึกถึง AI สองตัวที่เก่งพอๆ กัน ตัวแรกแพทย์ต้องเปิดอีกโปรแกรมหนึ่งเพื่อใช้งาน ส่วนอีกตัวทำงานอยู่ในระบบเดิม สามารถดึงข้อมูล สรุปเวชระเบียน เตรียมเอกสาร และส่งต่อข้อมูลให้ทีมโดยไม่เพิ่มขั้นตอน
เทคโนโลยีอาจใกล้เคียงกัน แต่ผลต่อธุรกิจต่างกันมาก เพราะต้นทุนจำนวนมากใน Healthcare ซ่อนอยู่ในเวลาที่เสียไปกับการค้นข้อมูล กรอกข้อมูลซ้ำ ส่งต่องาน และรอระหว่างแต่ละขั้นตอน
ดังนั้นแทนที่จะถามว่า “AI ทำอะไรได้บ้าง?” ผู้บริหารอาจต้องถามว่า “AI สามารถเอาขั้นตอนไหนออกจากระบบได้บ้าง?”
3. เมื่อคำตอบหาได้ง่ายขึ้น “ความน่าเชื่อถือ” อาจยิ่งมีราคา
AI ทำให้งานวิจัยค้นหาได้เร็วขึ้น เวชระเบียนสรุปได้เร็วขึ้น และข้อมูลซับซ้อนเข้าใจง่ายขึ้น แต่ Healthcare มีสิ่งหนึ่งที่ Technology ให้ไม่ได้โดยอัตโนมัติ คือ Trust
คนไข้ยังต้องเลือกว่าจะเชื่อใคร และแพทย์ยังต้องตัดสินใจว่าจะใช้คำแนะนำจาก AI มากน้อยแค่ไหน
ดังนั้นชื่อเสียงทางการแพทย์ มาตรฐานการรักษา ความโปร่งใส และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับผู้ป่วย อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญขึ้น
ยิ่ง “ข้อมูล” และ “คำตอบ” หาได้ง่าย คนหรือองค์กรที่ผู้ป่วยไว้ใจให้ช่วยตัดสินใจ อาจยิ่งมีคุณค่า
4. โอกาสของ AI อาจใหญ่กว่าเรื่อง “ลดต้นทุน”
หลายองค์กรเริ่มวัด AI จากคำถามว่า “ประหยัดเงินได้เท่าไร?” แต่สำหรับ C-level คำถามที่ใหญ่กว่าคือ “AI ทำให้ทรัพยากรเดิมสร้างรายได้หรือดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้นแค่ไหน?”
ถ้าแพทย์ใช้เวลากับเอกสารน้อยลง พยาบาลดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น คิวสั้นลง และติดตามผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลได้ต่อเนื่องขึ้น AI ไม่ได้แค่ลดค่าใช้จ่าย แต่มันอาจเพิ่ม กำลังการให้บริการของทั้งองค์กร
โรงพยาบาลเดิม บุคลากรเท่าเดิม เตียงเท่าเดิม แต่สามารถให้บริการได้มากขึ้น
ตรงนี้ทำให้ AI เปลี่ยนจากเรื่องของฝ่ายเทคโนโลยี ไปเป็นเรื่องของ Growth Strategy
5. ผู้เล่นที่น่าจับตา อาจเป็นคนที่ได้ “คุยกับผู้ป่วยก่อน”
ที่ผ่านมา Patient Journey มักเริ่มเมื่อคนไข้ติดต่อโรงพยาบาลหรือแพทย์ แต่เมื่อ AI เชื่อมกับข้อมูลสุขภาพ เวชระเบียน และอุปกรณ์ Wearable มากขึ้น ผู้บริโภคสามารถเริ่มถาม ทำความเข้าใจ และติดตามสุขภาพได้ก่อนเดินเข้าสู่โรงพยาบาล
คำถามเชิงกลยุทธ์จึงกลายเป็นว่า ในอนาคต ใครจะเป็นจุดแรกที่ผู้ป่วยเข้าหา?
โรงพยาบาล แพทย์ บริษัทประกัน อุปกรณ์ Wearable หรือ AI ที่ผู้บริโภคใช้อยู่ทุกวัน?
เรื่องนี้สำคัญ เพราะผู้เล่นที่อยู่ตรง “จุดเริ่มต้น” อาจไม่ได้เพียงถือความสัมพันธ์กับผู้ป่วย แต่อาจมีอิทธิพลต่อข้อมูล การตัดสินใจ และการส่งผู้ป่วยเข้าสู่บริการต่างๆ ต่อจากนั้นด้วย
ถ้าจุดเริ่มต้นของ Patient Journey เปลี่ยน ตำแหน่งของผู้เล่นแต่ละรายใน Healthcare Value Chain ก็อาจเปลี่ยนตาม
ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงการนำ AI มาใช้ใน Healthcare แต่คือ การย้ายของความได้เปรียบทางธุรกิจ
จาก การมีเทคโนโลยี สู่การมีข้อมูลที่เชื่อมกัน
จาก การมีเครื่องมือ สู่การออกแบบกระบวนการทำงานที่ดีกว่า
จาก การเข้าถึงความรู้ สู่การได้รับความไว้วางใจ
จาก การลดต้นทุน สู่การเพิ่มกำลังการให้บริการ
และจาก การรักษาผู้ป่วย สู่การเป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับผู้ป่วยตั้งแต่ต้น
สำหรับผู้บริหาร Healthcare นี่ทำให้คำถามเรื่อง AI ควรขยับไปอีกระดับ
1. AI กำลังเปลี่ยนจุดไหนในธุรกิจของเรามากที่สุด?
2. ข้อได้เปรียบที่เรามีวันนี้ จะยังสำคัญหรือไม่ เมื่อคู่แข่งทุกคนเข้าถึง AI ได้เหมือนกัน?
3. มีอะไรที่เราต้องเริ่มสร้างตั้งแต่วันนี้ เพราะต่อให้มีเงิน ก็อาจสร้างให้ทันในวันที่ทุกคนเห็นโอกาสแล้วไม่ได้?
และจากนี้มี 3 สัญญาณที่น่าจับตาเป็นพิเศษ
หนึ่ง เงินลงทุนกำลังไหลไปไหน เพราะ Capital มักบอกได้ว่าผู้เล่นระยะยาวกำลังวางเดิมพันกับอะไร
สอง บริษัท Healthcare รายใหญ่กำลังสร้างหรือซื้ออะไร เพราะการลงทุน การร่วมมือ และ M&A อาจสะท้อนว่า Capability ไหนกำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญ
สาม ใครกำลังเข้าใกล้ผู้ป่วยมากขึ้น เพราะคนที่ถือทั้งความสัมพันธ์และข้อมูล อาจมีบทบาทใหญ่ขึ้นใน Healthcare รุ่นต่อไป
นี่คือมุมที่ RISE ต้องการนำมาใช้กับ J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 Executive Trip
เราไม่ได้มองทริปนี้เป็นเพียงการไปดูนวัตกรรมใหม่ หรือไปเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำ แต่เป็นโอกาสให้ผู้บริหารได้เห็น หลายสัญญาณที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน
ทั้งสิ่งที่บริษัท Healthcare ระดับโลกกำลังลงทุน เทคโนโลยีที่กำลังเข้าไปเปลี่ยนวิธีทำงาน งานวิจัยที่กำลังขยับเข้าใกล้ตลาด นักลงทุนที่กำลังวางเดิมพันกับอนาคต และผู้เล่นใหม่ที่กำลังพยายามหาตำแหน่งของตัวเองใน Healthcare Ecosystem
เป้าหมายจึงไม่ใช่การกลับมาพร้อมข้อมูลที่มากขึ้น แต่คือการกลับมาพร้อมความชัดเจนว่า
- อะไรเป็นเพียงกระแส
- อะไรมีโอกาสเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรม
- อะไรเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา
- เรื่องไหนควรเริ่มลงมือก่อน
เพราะสำหรับ C-level การเห็น Technology ใหม่เร็วกว่าไม่ได้สร้างความได้เปรียบเสมอไป
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เห็นให้เร็วว่าเกมกำลังเปลี่ยนตรงไหน และตัดสินใจได้ว่าองค์กรควรขยับอย่างไรก่อนคนอื่น
หากสนใจมุมมองและสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของ Healthcare แบบนี้ สามารถกด ติดตามเพจ RISE เพื่อรับบทความและบทวิเคราะห์สำหรับผู้นำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้บริหารที่สนใจร่วม J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 Executive Trip
สามารถลงทะเบียนเพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4y8t3EQ
ทีม RISE จะติดต่อกลับเพื่อแนะนำรายละเอียดของโปรแกรม และพูดคุยว่าทริปนี้เกี่ยวข้องกับโจทย์และทิศทางของธุรกิจคุณอย่างไร
📞 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 094 445 5900 คุณฝน

เมื่อ Health Innovation กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นวัตกรรมก้าวไปไ...
02/10/2026

เมื่อ Health Innovation กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นวัตกรรมก้าวไปไกลกว่างานวิจัย และสร้างผลลัพธ์ได้จริง
RISE และ Southeast Asian Health Innovations Hub (SEA HI Hub) นำโดย Supachai Parchariyanon CEO & Co-Founder, RISE และ Founder, SEA HI Hub ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารและทีมงานจาก University of the Philippines Manila (UP Manila) เกี่ยวกับความร่วมมือด้าน Health Technology, Healthcare Research และ Innovation ระหว่างประเทศไทยและฟิลิปปินส์
ประเด็นสำคัญของการพูดคุยครั้งนี้ คือการเชื่อม นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ากับศักยภาพด้านงานวิจัยและการแพทย์ในพื้นที่ ตั้งแต่การต่อยอดงานวิจัย การเข้าถึงแหล่งทุนและผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการสนับสนุน Research และ Clinical Trials
RISE เชื่อว่าอนาคตของ Health Innovation ใน Southeast Asia ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมี ระบบนิเวศที่เชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญทางคลินิก และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อพานวัตกรรมจากแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง
การพูดคุยครั้งนี้เป็นอีกก้าวของการสร้างเครือข่าย Health Innovation ระดับภูมิภาค และเปิดโอกาสให้ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และประเทศต่างๆ ใน Southeast Asia ร่วมกันพัฒนา ทดลอง และต่อยอดนวัตกรรมสุขภาพให้สอดคล้องกับบริบทของภูมิภาคมากขึ้น
RISE และ SEA HI Hub ขอขอบคุณ UP Manila Office of International and Local Linkages รวมถึงผู้บริหารและทีมงานทุกท่าน สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมอง และหวังว่าจะได้ต่อยอดความร่วมมือนี้ในอนาคต

AI เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ กำลังเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพในหลายมิติ แล้วองค์กรของคุณพร้อมแค่ไหนRISE เปิดตัวโปรแกร...
29/09/2026

AI เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ กำลังเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพในหลายมิติ แล้วองค์กรของคุณพร้อมแค่ไหน

RISE เปิดตัวโปรแกรม J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 Executive Trip สำหรับผู้บริหารและผู้นำองค์กรที่ต้องการเข้าใจทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพจากเวทีระดับโลก พร้อมเรียนรู้จากองค์กรชั้นนำที่กำลังมีบทบาทต่ออนาคตของสุขภาพ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัส J.P. Morgan Healthcare Conference 2027 พร้อมเยี่ยมชมองค์กรชั้นนำในหลากหลายมิติ ทั้งธุรกิจสุขภาพ เทคโนโลยี การลงทุน และงานวิจัย อาทิ Eli Lilly, Johnson & Johnson, Illumina Ventures, Everself, Stanford University, UC Berkeley, Google DeepMind และ OpenAI

พร้อมเปิดมุมมองจากองค์กรที่กำลังมีบทบาทต่ออนาคตของอุตสาหกรรมสุขภาพในหลากหลายด้าน

💊 Eli Lilly: จาก Mounjaro และ Zepbound สู่ยาทดลองรุ่นใหม่อย่าง retatrutide ที่อยู่ในการทดลองระยะที่ 3 สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านโรคอ้วน เบาหวาน และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญกำลังเดินหน้าไปอย่างไร
🩺 Johnson & Johnson: หนึ่งในบริษัทสุขภาพระดับโลกที่มีทั้งธุรกิจยาและเทคโนโลยีการแพทย์ ทำให้เห็นภาพนวัตกรรมตั้งแต่การพัฒนายา ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำและรุกล้ำน้อยลง
🧬 Illumina Ventures: นักลงทุนที่มองหาเทคโนโลยีสุขภาพคลื่นลูกใหม่ ตั้งแต่ Genomics และ Precision Health ไปจนถึงการผลักดันงานวิจัยและเทคโนโลยีระยะเริ่มต้นให้เติบโตเป็นธุรกิจ
🏥 Everself: ตัวอย่างของรูปแบบการดูแลสุขภาพใหม่ที่เชื่อมหัตถการ ESG เข้ากับการดูแลต่อเนื่อง 12 เดือนโดยทีมสหวิชาชีพผ่านระบบดิจิทัล ทำให้เห็นว่าการรักษาและประสบการณ์ของผู้ป่วยสามารถออกแบบใหม่ได้อย่างไร
🔬 Stanford University: ผลักดันทั้งการนำ AI มาใช้ในระบบสุขภาพอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ รวมถึงการพานวัตกรรมจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง ผ่าน RAISE Health และ Stanford Medicine Catalyst
🔬 UC Berkeley: เชื่อมวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ การแพทย์ และการสร้างธุรกิจเข้าด้วยกัน ผ่านโครงการอย่าง Master of Translational Medicine ที่พัฒนาร่วมกับ UCSF เพื่อพานวัตกรรมจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริงกับผู้ป่วย
🤖 Google DeepMind: AlphaFold เปิดให้นักวิจัยเข้าถึงการพยากรณ์โครงสร้างโปรตีนมากกว่า 200 ล้านโครงสร้าง ขณะที่ AlphaFold 3 สามารถพยากรณ์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโปรตีนกับโมเลกุลอื่นๆ เปิดความเป็นไปได้ใหม่ให้กับการศึกษาชีววิทยาและการค้นคว้ายา
🤖 OpenAI: หลังเปิดตัว ChatGPT for Healthcare ในปี 2026 AI เริ่มถูกนำไปใช้ในองค์กรสุขภาพชั้นนำของสหรัฐฯ ทำให้โจทย์สำคัญขยับจาก “AI ทำอะไรได้” ไปสู่ “จะนำ AI มาใช้ในระบบสุขภาพอย่างไรให้เกิดคุณค่าและปลอดภัย”

ตลอด 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้เปิดมุมมองพร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับกลุ่มผู้บริหาร และผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพจากหลากหลายแขนง ทั้งบริษัทเภสัชกรรมและเทคโนโลยีการแพทย์ นักลงทุน สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยชั้นนำ และบริษัทเทคโนโลยี สิ่งสำคัญของทริปนี้ ไม่ใช่แค่การเห็นว่าเทคโนโลยีใหม่กำลังเติบโตไปในทิศทางไหน แต่คือการมองให้ลึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อธุรกิจ การลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมสุขภาพ

สิ่งสำคัญของทริปนี้ ไม่ใช่แค่การได้เห็นว่าเทคโนโลยีใหม่กำลังไปทางไหน แต่คือการได้มองให้ลึกขึ้นว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กำลังส่งผลต่อธุรกิจ การลงทุน และโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมสุขภาพอย่างไร

พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับกลุ่มผู้บริหารและผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพ เพื่อนำความรู้และมุมมองที่ได้กลับไปต่อยอดสู่กลยุทธ์ ความร่วมมือ และโอกาสใหม่สำหรับองค์กร

📍 ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
📅 วันที่ 11 ถึง 15 มกราคม พ.ศ. 2570
⏳ รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ที่นั่ง

📞 สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่ง ติดต่อ 094 445 5900 คุณฝน

ที่อยู่

29 Vanissa Building Tower B, 10th Floor, Unit D Chit Lom Alley, Ploenchit Road, Lumphini, Pathum Wan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622569918

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ RISE โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง RISE:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์