12/03/2025
Update สถานการณ์นำเข้า-ส่งออก ต้นเดือน มีนาคม 2568
สมาคมการค้าของประเทศเกาหลีใต้ หรือ KITA (The Korea International Trade Association) มีการร้องขอไปยัง กลุ่มสายการเดินเรือชั้นนำของเกาหลีใต้ ให้สำรองพื้นที่ระวางเรือ ภายใต้ค่าระวางขนส่งพิเศษ ใน 22 เส้นทางขนส่งหลัก ให้กับผู้ประกอบการส่งออกกลุ่ม SME ภายในประเทศ โดย สายการเดินเรือต่างๆ มีการตอบรับ และสนองนโยบายดังกล่าว โดยการกันพื้นที่ระวางในเส้นทางหลัก อย่าง Transpacific/ Intra-Asia/ Indian Subcont & Middle East ตั้งแต่ 400- 1,000 TEU ต่อสัปดาห์
รวมถึง KITA ยังมีการวางแผนอนาคต ในการประสานงานระหว่าง ผู้ประกอบการ SME กับบรรดาสายการเดินเรือชั้นนำเหล่านี้ ในการทำข้อตกลงสัญญาค่าระวางขนส่งระยะยาว หรือ FIX Rate Service Contract เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งนโยบายต่างๆเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึง ความเอาจริง เอาจังของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้ ในการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจขนาดกลางแบบเป็นรูปธรรม
ท่ามกลางภาวะที่ ความต้องการภาคการขนส่งสินค้าทางเรือ ที่เข้าสู่ภาวะทรงตัว และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในหลายเส้นทาง เนื่องจาก ภาพรวมของตลาด ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามการค้า และความไม่แน่นอนของสภาวะทางเศรษฐกิจในหลายภูมิภาค จนส่งผลให้ อัตราค่าระวางเรือในหลายเส้นทางหลัก อยู่ในภาวะที่อ่อนตัวลง
สายการเดินเรือ และตัวแทนรับขนส่ง ต่างจำเป็นที่จะใช้เครื่องมือ และกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เพื่อที่จะพยุงค่าระวางไม่ให้ลดต่ำลง รวมถึง เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาด โดยการถอนเรือสินค้า ที่มีขนาดใหญ่ออกจากเส้นทางขนส่งหลัก และไปเติม หรือประจำการในเส้นทางอื่น ที่ยังสามารถทำตัวเลขได้ อย่างเช่น สายการเดินเรือเบอร์ต้นๆของโลก มีการถอนเรือตู้สินค้า ที่มีขนาด 18,000 – 24,000 TEU ออกจากเส้นทางยุโรปเหนือ และนำเรือตู้สินค้า ที่มีขนาดเล็กกว่า 16,000 TEU เข้ามาประจำการแทน รวมถึง หลายสายการเดินเรือ มีการยุบ หรือหุบการให้บริการในทางเส้นทาง โดยเฉพาะ เส้นทางที่ขนส่งไปยังภูมิภาคอเมริกาเหนือ และภูมิภาคยุโรปตอนเหนือ
สภาอุตสาหกรรมของประเทศฝรั่งเศส เรียกร้องให้ภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หาทางยุติการนัดหยุดงานของแรงงานท่าเรือฝรั่งเศส ภายหลัง กลุ่มสหภาพ ได้ทำการนัดหยุดงานเป็นเวลา 4 ชั่วโมงทุกวันคู่ และการนัดหยุดงานแบบเต็มวัน เมื่อวันที่ 26 -27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สาเหตการนัดหยุดงาน มาจากการต่อต้านนโยบายปฏิรูปโครงการบำนาญของภาครัฐ
ซึ่งทางกลุ่มสหภาพ จะมีการยกระดับ การนัดหยุดงานครั้งใหญ่ เป็นเวลา 72 ชั่วโมง ในวันที่ 18 -20 มีนาคมที่จะถึงนี้ โดยที่ตลอดทั้งเดือนมีนาคม จะยังคงมีการนัดหยุดงานเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ในวันที่ 4, 6, 10, 12, 14, 24, 26 และวันที่ 28
ภาคธุรกิจ ของประเทศฝรั่งเศสกล่าวว่า การนัดหยุดงานดังกล่าว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวงจรห่วงโซ่อุปทานในทุกกลุ่มสินค้า รวมถึง กระทบต่อภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากผู้ประกอบการ ต้องประสบกับปัญหาความล่าช้า ในการ นำเข้า/ การกระจายและจัดส่งสินค้า รวมถึง ต้องประสบกับภาวะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ในกรณีที่ต้องการจัดส่งสินค้าแบบเร่งด่วน
รวมถึง ผลกระทบต่อภาพใหญ่ของคนในแวดวงการนำเข้า-ส่งออก คือการที่หลายสายการเดินเรือ กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนตารางเรือ รวมถึง ลำดับการเข้าเทียบท่าในเส้นทางยุโรปตอนเหนือ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะความล่าช้า ในการเข้าเทียบท่าเพื่อการขนถ่าย ซึ่งผลกระทบที่จะตามมาคือ ตารางเรือที่บิดเบี้ยว และปัญหาความหนาแน่นของท่าเรือเพื่อนบ้าน ที่ต้องรับภาระแทน รวมถึง ปัญหาความหนาแน่นของท่าเรือหลักในประเทศฝรั่งเศสเอง อย่าง Le Harve ซึ่งเป็นท่าเรือตอนเหนือ และ ท่าเรือตอนล่าง อย่าง FOS-Marseille
จับตาดูค่าระวางขนส่งทางราง ในเส้นทางขนส่งจากประเทศจีน ไปยังภูมิภาคยุโรป ที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังทางการจีนเตรียมลดเงินอุดหนุน หลังจากที่หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลปักกิ่ง ในประเด็นเรื่องของการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ในภาคธุรกิจการขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน ประกอบกับทางการจีน กำลังอยู่ในช่วงพยายามที่จะแก้ไขภาวะทางเศรษฐกิจต่างๆที่เกิดขึ้น
หลายฝ่าย จึงมองว่าหากถึงเวลาที่ทางการจีนระงับ หรือยกเลิกการอุดหนุน หรือช่วยเหลือแบบเต็มรูปแบบ จะส่งผลให้อัตราค่าระวางขนส่งทางราง จะมีการปรับตัวสูงขึ้นจากที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะการแข่งขันที่ยากขึ้น เมื่อเทียบกับการขนส่งในรูปแบบทางทะเล ที่ค่าระวางเรือมีการปรับตัวลดลง
เนื่องจาก จุดขายเพียงอย่างเดียวของการขนส่งทางราง ในเส้นทางจากเอเชียไปยังยุโรป คือเรื่องของระยะเวลาที่สามารถประมาณการได้แน่นอน ประกอบกับ การจองระวางขนส่งทางรางทุกวันนี้ ถือว่ายังคงยากจะเข้าถึง และต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน รวมถึง ตัวผู้ประกอบการรับขนส่งสินค้าทางรางเอง มีต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น
เนื่องจากการขนส่งข้ามแดนทางรางจากเอเชียไปยังยุโรปนั้น จะต้องผ่านพรมแดนหลายประเทศ และมีเรื่องของระบบศุลกากร หรือเรื่องของหน่วยงานราชการที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งยังไม่นับรวมถึง ต้นทุนในการขนส่งตู้สินค้าเปล่ากลับ หรือ Re-Position Container เนื่องจาก ขบวนเที่ยวกลับจากยุโรปมายังเอเชีย มักเป็นขบวนตู้เปล่าที่ไม่มีสินค้า
ทั้งนี้ ช่วงก่อนหน้านี้ นักวิชาการจำนวนหนึ่ง มีการออกมาให้ความเห็นว่า การขนส่งสินค้าทางรางระหว่างประเทศ หรือ Rail Freight จะเป็นรูปแบบการขนส่งซึ่งจะมาแทนที่การขนส่งทางทะเล หรือ Sea Freight ในเส้นทางจากภูมิภาคเอเชียไปยังภูมิภาคยุโรป
หากแต่ หลายสิ่งหลายอย่าง รวมถึง สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ได้พิสูจน์แล้วว่า จะอย่างไรก็ตาม รูปแบบการขนส่งสินค้าทางเรือ จะยังคงเป็นรูปแบบการขนส่งหลัก Core Service ที่ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ รูปแบบการขนส่งทางราง เป็นเพียงหนึ่งในทางเลือก หรือ Optional ในช่วงวิกฤติเท่านั้น
CR Nice PIC by Wolfgang Fricke
**************