Fusion Solution 2025 Microsoft Partner of the Year Thailand, the sole winner in the country this year,
Microsoft Partner of the Year (2020, 2022, 2023, 2024 , 2025).

Delivering Human-Touch, AI-Trusted solutions for the modern enterprise.

☁️ AI จะเติบโตได้จริง ก็ต่อเมื่อ Cloud Infrastructure พร้อมรองรับในระดับองค์กรทุกวันนี้ หลายองค์กรกำลังเริ่มใช้ AI มากขึ...
27/05/2026

☁️ AI จะเติบโตได้จริง ก็ต่อเมื่อ Cloud Infrastructure พร้อมรองรับในระดับองค์กร

ทุกวันนี้ หลายองค์กรกำลังเริ่มใช้ AI มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น Microsoft 365 Copilot, AI Agent, Data Analytics, Automation, Modern Application หรือระบบที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากแบบ Real-time

แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการใช้ AI เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ Model ที่ฉลาดขึ้น
แต่คือ Cloud Infrastructure ที่ต้องเร็วขึ้น เสถียรขึ้น ปลอดภัยขึ้น และรองรับข้อกำหนดด้านข้อมูลได้มากขึ้น

Microsoft Azure Blog ระบุว่า Microsoft กำลังขยาย Azure Infrastructure ในยุโรป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้าน Cloud และ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

โดย Microsoft มีการขยายและเพิ่มกำลังรองรับในหลายพื้นที่ เช่น Austria, Belgium, Denmark, Greece และ Finland รวมถึงการลงทุนในทั้ง Region ใหม่และ Region เดิม เพื่อให้ลูกค้าองค์กรสามารถใช้งาน Cloud และ AI ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อองค์กรเริ่มใช้ AI ในงานจริง ปริมาณ Workload จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากเดิมที่ Cloud ใช้สำหรับเก็บข้อมูลหรือรันระบบธุรกิจทั่วไป
วันนี้ Cloud ต้องรองรับทั้ง

✅ Core Business Systems
✅ Advanced Analytics
✅ AI-powered Applications
✅ Microsoft 365 Copilot
✅ Microsoft Foundry
✅ Data Platform
✅ Low-latency Applications
✅ Mission-critical Workloads

นี่ทำให้ Infrastructure ไม่ใช่แค่ “พื้นที่วางระบบ” อีกต่อไป
แต่กลายเป็นรากฐานสำคัญของการทำ AI Transformation

สิ่งที่น่าสนใจคือ Microsoft ไม่ได้พูดถึงแค่การขยาย Datacenter เพื่อเพิ่ม Capacity เท่านั้น
แต่ยังเน้นเรื่อง Scalability, Resilience, Security, Compliance, Data Residency และ Sovereign Cloud

เพราะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมควบคุม เช่น ภาครัฐ การเงิน สุขภาพ พลังงาน หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
การใช้ Cloud และ AI ไม่ได้วัดกันแค่ความเร็วหรือประสิทธิภาพ

แต่ต้องตอบโจทย์ว่า

ข้อมูลถูกจัดเก็บที่ไหน?
ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้?
ระบบมีความต่อเนื่องเพียงพอหรือไม่?
รองรับกฎระเบียบในแต่ละประเทศหรือภูมิภาคได้หรือไม่?
และองค์กรยังควบคุมข้อมูลของตัวเองได้มากพอหรือไม่?

นี่คือเหตุผลที่ Microsoft พูดถึง Azure Datacenter Regions, European Union Data Boundary และ Microsoft Sovereign Cloud เพื่อช่วยให้องค์กรมีทางเลือกในการควบคุมตำแหน่งการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล โดยยังคงเข้าถึงความสามารถด้าน Cloud และ AI ขั้นสูงได้

สำหรับองค์กรไทย แม้ข่าวนี้จะเกิดขึ้นในยุโรป แต่แนวคิดที่ควรจับตามองคือ “AI จะขยายตัวได้จริง ต้องเริ่มจาก Infrastructure ที่ออกแบบมารองรับตั้งแต่ต้น”

เพราะถ้าองค์กรต้องการใช้ AI ในระดับจริงจัง
Cloud ต้องพร้อมทั้งด้าน Performance, Security, Governance และ Compliance

ไม่ใช่แค่เปิดใช้งาน AI แล้วจบ
แต่ต้องออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการเติบโตของข้อมูล ผู้ใช้งาน ระบบ และ AI Workload ในระยะยาว

คำถามสำคัญสำหรับองค์กรจึงไม่ใช่แค่
“เราจะใช้ AI ตัวไหน?”

แต่ควรถามว่า
“Cloud Infrastructure ของเราพร้อมรองรับ AI ในระดับองค์กรแล้วหรือยัง?”

เพราะในอนาคต องค์กรที่ได้เปรียบ อาจไม่ใช่องค์กรที่เริ่มใช้ AI ก่อน
แต่คือองค์กรที่มีรากฐาน Cloud, Data และ Security ที่พร้อมให้ AI เติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยที่สุด

หลายองค์กรยังเสียเวลาไปกับการค้นหาไฟล์เดิม ๆไล่เวอร์ชันเอกสาร ISOคีย์ข้อมูลซ้ำจากเอกสารกระดาษหรือรอคนตรวจสอบข้อมูลทีละขั...
27/05/2026

หลายองค์กรยังเสียเวลาไปกับการค้นหาไฟล์เดิม ๆ
ไล่เวอร์ชันเอกสาร ISO
คีย์ข้อมูลซ้ำจากเอกสารกระดาษ
หรือรอคนตรวจสอบข้อมูลทีละขั้นตอน

แต่วันนี้ งานเอกสารไม่จำเป็นต้องเป็นคอขวดขององค์กรอีกต่อไป

Fusion Solution ชวนดูแนวทางเปลี่ยนการจัดการเอกสารแบบเดิม
ให้กลายเป็นระบบอัจฉริยะ ด้วย

✅ ISO Control — ควบคุมเอกสารให้เป็นระบบ ตรวจสอบย้อนหลังได้
✅ OCR Automation — แปลงข้อมูลจากเอกสารเป็นดิจิทัล ลดงานคีย์มือ
✅ Smart Search — ค้นหาเอกสารและข้อมูลสำคัญได้รวดเร็วขึ้น
✅ Workflow Automation — ลดขั้นตอนซ้ำ ๆ และเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน

นี่ไม่ใช่แค่การ “เก็บเอกสารให้เป็นไฟล์”
แต่คือการยกระดับ Document Management ให้พร้อมต่อการทำงานยุค AI

เพราะองค์กรที่จัดการข้อมูลได้เร็วกว่า
ย่อมตัดสินใจได้เร็วกว่า และเดินหน้าได้มั่นใจกว่า

รับชมคลิปเต็มได้ที่
https://youtu.be/nm9Za1JC2Mg

สนใจยกระดับระบบเอกสาร ISO, OCR Automation หรือ Smart Search สำหรับองค์กร
ติดต่อ Fusion Solution เพื่อปรึกษาแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

เอกสารในองค์กรไม่ได้มีแค่ “จำนวนมาก” แต่ยังต้อง ถูกต้อง ค้นหาได้ แล...

🔥 งานเอกสารองค์กร…ถ้ายังหาไม่เจอ คุมเวอร์ชันไม่ได้ อนุมัติช้า = กำลังเสียเวลาแบบไม่รู้ตัว!ถึงเวลาเปลี่ยน “กองเอกสาร” ให้...
26/05/2026

🔥 งานเอกสารองค์กร…ถ้ายังหาไม่เจอ คุมเวอร์ชันไม่ได้ อนุมัติช้า = กำลังเสียเวลาแบบไม่รู้ตัว!

ถึงเวลาเปลี่ยน “กองเอกสาร” ให้กลายเป็นระบบเอกสารอัจฉริยะ
ที่ช่วยให้องค์กรทำงานเร็วขึ้น ค้นหาง่ายขึ้น และควบคุมเอกสารได้เป็นระบบมากกว่าเดิม

ด้วยแนวคิดการจัดการเอกสารยุคใหม่ผ่าน
✅ ISO Control คุมเอกสารให้เป็นมาตรฐาน
✅ Smart Search ค้นหาเอกสารได้เร็วขึ้น
✅ OCR อัจฉริยะ แปลงเอกสารให้พร้อมใช้งานต่อ
✅ ลดงานซ้ำซ้อน ลดความผิดพลาด เพิ่มความคล่องตัวให้ทีม

เพราะในยุค Digital Transformation
“เอกสาร” ไม่ควรเป็นตัวถ่วงงานขององค์กรอีกต่อไป

📌 รับชมวิดีโอเต็มได้ที่
https://youtu.be/8R2v8JBYf_0

การจัดการเอกสารในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องเก็บไฟล์ 📄แต่ต้องครอบคลุมทั้ง ISO Compliance, การค้นหา และการแปลงข...

26/05/2026

ประมวลภาพบรรยากาศ Github Roadshow BKK 2026

กำลังปลื้มกับ Microsoft 365 Cowork 😍😍คือว่า แต่ละวันจะมี Mail เข้ามาแยะมากกกกก เป็น 100 ถ้าวันไหนประชุมแยะๆ ไม่มีเวลา cl...
26/05/2026

กำลังปลื้มกับ Microsoft 365 Cowork 😍😍

คือว่า แต่ละวันจะมี Mail เข้ามาแยะมากกกกก เป็น 100 ถ้าวันไหนประชุมแยะๆ ไม่มีเวลา clear mail จะค้างหลายร้อย 🥲

แล้วทุกวันต้องมานั่ง Clear mail ตอนเช้าๆ หรือว่าว่างๆ ระหว่างรอประชุม โคตรเสียเวลา

ผมเลยจัด AI Copilot Cowork ( Claude ) สั่งงานตามในรูปเลย คือมันทำงานได้ดีมากผมระบุว่าให้ทำงานตอน 7:00AM พอผมมาถึง office ก็เปิดดู Task แล้ว ก็ Cowork ที่สรุปประเด็นต่าง ๆ ให้ผมเรียบร้อย

มันคือเครื่องมือที่ scan หา mail ที่ผมต้องเป็นคนให้แล้วเอาไปสร้าง Task Outlook ให้เสร็จ โคตรประหยัดเวลา งานง่ายขึ้นแยะมาก

ไปลองดูกันนะ ต้องนี้ Happy มาก 😍😍😍😍

🏢 องค์กรที่ใช้ SAP กำลังเข้าสู่ยุคใหม่จาก “ระบบ ERP หลังบ้าน” สู่ “ศูนย์กลางข้อมูลเพื่อขับเคลื่อน AI”สำหรับหลายองค์กร SA...
26/05/2026

🏢 องค์กรที่ใช้ SAP กำลังเข้าสู่ยุคใหม่
จาก “ระบบ ERP หลังบ้าน” สู่ “ศูนย์กลางข้อมูลเพื่อขับเคลื่อน AI”

สำหรับหลายองค์กร SAP คือระบบสำคัญที่เก็บข้อมูลธุรกิจหลักของบริษัท
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการเงิน การขาย การจัดซื้อ สต็อกสินค้า ซัพพลายเชน การผลิต หรือข้อมูลลูกค้า

แต่ความท้าทายที่หลายองค์กรเจอเหมือนกันคือ…

ข้อมูลใน SAP มีคุณค่ามาก
แต่การนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาใช้วิเคราะห์ เชื่อมกับระบบอื่น หรือต่อยอดไปสู่ AI อาจยังไม่ง่ายพอ

บางครั้งข้อมูลอยู่ในระบบ ERP
บางส่วนอยู่ใน Data Warehouse
บางส่วนอยู่ใน Excel หรือรายงานของแต่ละแผนก
และบางส่วนต้องรอทีม IT หรือ Data ช่วยดึงข้อมูลก่อน จึงจะนำไปใช้ตัดสินใจได้

ในยุคที่ธุรกิจต้องการความเร็ว สิ่งนี้อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ

Microsoft และ SAP จึงกำลังเดินหน้าเชื่อมโลกของ SAP Business Data Cloud เข้ากับ Microsoft Azure เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลธุรกิจจาก SAP ไปต่อยอดด้าน Analytics และ AI ได้ง่ายขึ้น

จากประกาศของ Microsoft Azure Blog ในงาน SAP Sapphire 2026 Microsoft ระบุถึงความคืบหน้าของ SAP Business Data Cloud on Azure โดยมีการ deploy ใน Azure Datacenters หลายภูมิภาค และมีแผนขยายเพิ่มเติมภายในปี 2026

ความหมายของเรื่องนี้คือ
องค์กรที่ใช้ SAP จะมีทางเลือกมากขึ้นในการนำข้อมูลธุรกิจที่สำคัญ มาทำงานร่วมกับ Cloud, Analytics และ AI บนแพลตฟอร์มของ Microsoft

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการย้ายระบบขึ้น Cloud
แต่คือการทำให้ข้อมูล SAP กลายเป็นรากฐานสำคัญของการตัดสินใจยุคใหม่

ลองนึกภาพองค์กรที่สามารถนำข้อมูลจาก SAP มาเชื่อมกับ

✅ Analytics Dashboard
✅ Business Intelligence
✅ Data Platform
✅ AI Model
✅ Automation Workflow
✅ Enterprise Application
✅ Copilot และ AI Agent ในอนาคต

เมื่อข้อมูลธุรกิจเชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น
ผู้บริหารจะเห็นภาพรวมของธุรกิจได้เร็วขึ้น
ทีม Finance วิเคราะห์ต้นทุนและกระแสเงินสดได้แม่นยำขึ้น
ทีม Sales มองเห็นโอกาสทางการขายได้ชัดขึ้น
ทีม Supply Chain วางแผนได้ดีขึ้น
และทีม IT สามารถสร้างระบบที่ต่อยอดข้อมูลจริงขององค์กรได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญคือ SAP ไม่ได้เป็นเพียงระบบสำหรับบันทึกธุรกรรมอีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสร้าง Insight, Forecast, Automation และ AI Use Case ได้จริง

สำหรับองค์กร Enterprise นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

เพราะ AI จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดี ก็ต่อเมื่อเชื่อมกับข้อมูลที่ถูกต้อง มีบริบท และสะท้อนการทำงานจริงขององค์กร

และสำหรับหลายบริษัท ข้อมูลเหล่านั้นจำนวนมากอยู่ใน SAP

ดังนั้น คำถามในยุค AI ไม่ใช่แค่
“เรามีระบบ SAP แล้วหรือยัง?”

แต่ควรถามต่อว่า
“เราสามารถนำข้อมูลจาก SAP มาต่อยอดเป็น Insight และ AI ได้เร็วแค่ไหน?”

องค์กรที่เชื่อม ERP, Data Platform, Cloud และ AI เข้าด้วยกันได้ก่อน
จะสามารถตัดสินใจได้เร็วกว่า
ปรับตัวได้ดีกว่า
และเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันได้มากกว่า

นี่คือทิศทางที่ Microsoft และ SAP กำลังผลักดันร่วมกัน
เพื่อช่วยให้องค์กร Enterprise เปลี่ยนข้อมูลจากระบบหลักของธุรกิจ
ให้กลายเป็นพลังสำคัญของ Analytics และ AI Transformation

เพราะในอนาคต ERP จะไม่ใช่แค่ระบบหลังบ้าน
แต่จะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI

🚀 แอปยุค AI ไม่ได้ต้องการแค่ Database ที่ “เก็บข้อมูลได้”แต่ต้องการ Data Layer ที่ “คิดและขยายตัวไปพร้อมกับ AI ได้”ในอดี...
25/05/2026

🚀 แอปยุค AI ไม่ได้ต้องการแค่ Database ที่ “เก็บข้อมูลได้”
แต่ต้องการ Data Layer ที่ “คิดและขยายตัวไปพร้อมกับ AI ได้”

ในอดีต เวลาพูดถึง Database หลายองค์กรอาจมองว่าเป็นเพียงระบบหลังบ้าน
ใช้เก็บข้อมูลลูกค้า เก็บรายการธุรกรรม เก็บ Log หรือเก็บข้อมูลจากแอปพลิเคชัน

แต่เมื่อ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแอปพลิเคชันจริง
บทบาทของ Database กำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก

เพราะ AI Application ไม่ได้ทำงานกับข้อมูลแบบเดิมอีกต่อไป

แอปยุค AI ต้องเข้าใจ Prompt
ต้องมี Memory
ต้องใช้ Context
ต้องค้นหาข้อมูลแบบ Semantic
ต้องตอบสนองแบบ Real-time
และต้องรองรับการใช้งานที่อาจเติบโตจากผู้ใช้ไม่กี่คน ไปสู่ระดับ Massive Scale ได้อย่างรวดเร็ว

Microsoft Azure Blog สรุปประเด็นสำคัญจาก Cosmos DB Conf 2026 ว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีออกแบบ Application Architecture โดยตรง และหนึ่งในหัวใจสำคัญคือการมีฐานข้อมูลที่พร้อมรองรับ AI-native Applications

โดย Microsoft ระบุ 3 แนวโน้มสำคัญที่กำลังเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของแอปยุคใหม่

1.AI ทำให้ข้อมูลแบบ Flexible และ Semi-structured กลายเป็นพื้นฐานสำคัญ
AI Application ไม่ได้ทำงานกับข้อมูลที่เป็นตารางแข็ง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ทำงานกับ Prompt, Memory และ Context ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นี่ทำให้ Database ต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับโครงสร้างข้อมูลที่พัฒนาไปตามแอป และไม่กลายเป็นข้อจำกัดของทีมพัฒนา

2.AI เร่งความเร็วของการพัฒนาแอปอย่างมหาศาล
เมื่อ Developer ใช้ AI และ Coding Agent ช่วยพัฒนา ระบบงานสามารถถูกออกแบบ ทดลอง และปรับปรุงได้เร็วขึ้นมาก

แต่ความเร็วนี้จะเกิดขึ้นจริงได้ ก็ต่อเมื่อ Database สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้เร็วเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Serverless, Scalability, Caching หรือ Interface ที่เป็นมิตรกับ Agent

3.Semantic Search กำลังกลายเป็นความสามารถหลักของ Database
แอปยุค AI ต้องการมากกว่าการค้นหาคำแบบปกติ

แต่ต้องรองรับ Vector Search, Full-text Search, Hybrid Search และ Semantic Ranking เพื่อให้ AI สามารถค้นคืนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริบทจริง และนำไปใช้ในการตอบคำถามหรือสร้างผลลัพธ์ได้แม่นยำขึ้น

นี่คือเหตุผลที่ Azure Cosmos DB ถูกวางบทบาทให้เป็นฐานข้อมูลสำหรับ Modern Application และ AI-native Application

ไม่ใช่แค่เพราะรองรับ Scale หรือ Performance
แต่เพราะ AI กำลังทำให้ Database กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ระบบคิด” ของแอปพลิเคชัน

สำหรับองค์กร มุมนี้สำคัญมาก

เพราะการสร้าง AI Application ไม่ได้จบที่การเลือก Model
ไม่ได้จบที่การเขียน Prompt
และไม่ได้จบที่การมี Chatbot

แต่ต้องเริ่มจากการออกแบบ Data Foundation ที่พร้อมให้ AI เข้าใจบริบทของธุรกิจได้จริง

ถ้าข้อมูลไม่ยืดหยุ่น
ถ้าระบบค้นหาไม่เข้าใจความหมาย
ถ้า Database ขยายตัวไม่ทันการใช้งาน
AI Application ก็อาจทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ

ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับองค์กรอาจไม่ใช่แค่
“เราจะเอา AI ไปใส่ในแอปอย่างไร?”

แต่ควรถามว่า
“Data Layer ของเราพร้อมรองรับแอปยุค AI แล้วหรือยัง?”

เพราะในอนาคต แอปที่ชนะอาจไม่ใช่แอปที่มี AI Feature เยอะที่สุด
แต่คือแอปที่ออกแบบข้อมูล ความเร็ว การค้นหา และบริบทให้ AI ทำงานได้ดีที่สุด

และนี่คือทิศทางที่ Azure Cosmos DB กำลังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน

AI-native Applications ต้องการ Database ที่เร็ว ยืดหยุ่น ขยายตัวได้ และเข้าใจบริบทของข้อมูลมากกว่าเดิม

งาน ISO ที่ยังจมอยู่กับเอกสาร… อาจกำลังเป็นคอขวดของทั้งองค์กรการบริหารจัดการ ISO Compliance ไม่ควรเป็นเรื่องยุ่งยาก เต็ม...
25/05/2026

งาน ISO ที่ยังจมอยู่กับเอกสาร… อาจกำลังเป็นคอขวดของทั้งองค์กร

การบริหารจัดการ ISO Compliance ไม่ควรเป็นเรื่องยุ่งยาก เต็มไปด้วยเอกสารซ้ำซ้อน หรือการติดตามข้อมูลที่กระจัดกระจายอีกต่อไป

คลิปนี้จะพาไปดูแนวทางการเปลี่ยนงานเอกสาร ISO ให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย Power Apps
ช่วยให้องค์กรจัดการข้อมูลได้ง่ายขึ้น ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น และลดภาระงาน Manual ของทีมงาน

เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการจัดการเอกสาร กระบวนการตรวจสอบ และการทำงานด้าน Compliance ให้เป็นระบบมากกว่าเดิม

เพราะในวันที่ธุรกิจต้องการความเร็วและความแม่นยำ
งาน ISO ไม่ควรเป็นภาระ แต่ควรเป็นระบบที่ช่วยให้องค์กรทำงานได้ดีขึ้น

🎥 ชมคลิปเต็มได้ที่นี่
👉 https://youtu.be/O6i9g6ywOcM

อนาคตของการบริหารจัดการระบบ ISO Compliance กำลังเปลี่ยนไป!ในวิดีโอนี้เราจะพาคุณไปดูว่า Power Apps สามารถยกระดับการจัดกา....

Microsoft Edge กำลังเปลี่ยน “แท็บที่รก” ให้กลายเป็นผู้ช่วย AI ที่คิดแทนเราได้!ยุคของการเปิดเว็บ 10–20 แท็บ แล้วต้องไล่อ่...
25/05/2026

Microsoft Edge กำลังเปลี่ยน “แท็บที่รก” ให้กลายเป็นผู้ช่วย AI ที่คิดแทนเราได้!

ยุคของการเปิดเว็บ 10–20 แท็บ แล้วต้องไล่อ่านเองทีละหน้า อาจกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะ Microsoft อัปเดต Copilot ใน Edge ให้สามารถดึงข้อมูลจากแท็บที่เปิดอยู่หลายแท็บพร้อมกันได้

ผู้ใช้สามารถถาม Copilot ให้ช่วยสรุปบทความ เปรียบเทียบสินค้า วิเคราะห์ข้อมูลจากหลายหน้าเว็บ หรือดึงประเด็นสำคัญออกมาโดยไม่ต้องสลับแท็บไปมาเหมือนเดิม

นอกจากนี้ Edge ยังเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ เช่น
✅ Study and Learn Mode เปลี่ยนบทความให้เป็นบทเรียนหรือ Quiz
✅ สร้าง AI Podcast จากแท็บที่เปิดอยู่
✅ AI Writing Assistant ช่วยเขียนและปรับโทนข้อความบนหน้าเว็บ
✅ ใช้ Browsing History เพื่อให้คำตอบแม่นและเกี่ยวข้องมากขึ้น
✅ Edge Mobile สามารถแชร์หน้าจอให้ Copilot ช่วยดูและอธิบายสิ่งที่เห็นได้

จุดที่น่าสนใจคือ Microsoft ระบุว่าผู้ใช้ยังสามารถเลือกเปิด/ปิดประสบการณ์ AI เหล่านี้ได้เอง และการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใช้ก่อน

นี่อาจไม่ใช่แค่การอัปเดต Browser ธรรมดา
แต่คือก้าวสำคัญที่ทำให้ “เว็บเบราว์เซอร์” กลายเป็น AI Workspace ที่ช่วยคิด ช่วยสรุป และช่วยตัดสินใจได้ในทุกวัน

องค์กรที่เริ่มใช้ AI ในการทำงานก่อน จะได้เปรียบทั้งด้านเวลา ประสิทธิภาพ และการเข้าถึงข้อมูลที่เร็วกว่า

ที่มา: https://www.theverge.com/tech/930188/microsoft-edge-copilot-ai-tabs

24/05/2026

งานนี้ไม่ได้มีแค่ความรู้ แต่ได้ vision กลับไปเต็ม ๆ

📊 Data Platform ยุคใหม่ ต้องไม่แยก “Database” กับ “Analytics” ออกจากกันอีกต่อไปในหลายองค์กร ข้อมูลมักถูกแยกอยู่คนละระบบข...
24/05/2026

📊 Data Platform ยุคใหม่ ต้องไม่แยก “Database” กับ “Analytics” ออกจากกันอีกต่อไป

ในหลายองค์กร ข้อมูลมักถูกแยกอยู่คนละระบบ

ข้อมูลธุรกรรมอยู่ใน Database
ข้อมูลปฏิบัติการอยู่ในระบบงาน
ข้อมูลวิเคราะห์อยู่ใน Data Warehouse หรือ BI
ส่วนข้อมูลสำหรับ AI ก็ต้องถูกดึงไปเตรียมอีกชั้นหนึ่ง

ผลลัพธ์คือทีม IT, Data และ Business ต้องเสียเวลามากกับการเชื่อมระบบ ย้ายข้อมูล ทำ ETL ตรวจสอบความถูกต้อง และรอให้ข้อมูลพร้อมก่อนจึงจะนำไปใช้ตัดสินใจได้

แต่ในยุค AI สิ่งนี้อาจไม่เร็วพออีกต่อไป

Microsoft จึงกำลังผลักดันแนวทางใหม่ ด้วยการรวมพลังของ Microsoft SQL และ Microsoft Fabric เพื่อสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลที่เชื่อมโยง Transactional Data, Operational Data และ Analytical Data เข้าด้วยกันภายใต้สถาปัตยกรรมเดียว

แนวคิดนี้สะท้อนชัดจากงาน FabCon and SQLCon 2026 ที่ Microsoft ระบุว่า เป้าหมายคือการสร้าง single, unified platform สำหรับข้อมูลขององค์กร

พูดง่าย ๆ คือ องค์กรไม่ควรมอง Database เป็นเพียงระบบเก็บข้อมูลหลังบ้านอีกต่อไป
และไม่ควรมอง Analytics เป็นเพียงรายงานปลายทาง

แต่ควรมองทั้งสองส่วนเป็น “Data Foundation” เดียวกัน ที่พร้อมต่อยอดไปสู่ AI, BI, Insight และการตัดสินใจทางธุรกิจ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Microsoft Fabric กำลังขยายบทบาทจากแพลตฟอร์ม Analytics ไปสู่ศูนย์กลางของ Enterprise Data Estate ผ่านแนวคิดอย่าง Database Hub in Fabric ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถมองเห็น จัดการ สำรวจ กำกับดูแล และเพิ่มประสิทธิภาพฐานข้อมูลจากหลายแหล่งได้ในมุมมองเดียว

ไม่ว่าจะเป็น Azure SQL, Azure Cosmos DB, Azure Database for PostgreSQL, SQL Server ที่เชื่อมผ่าน Azure Arc, Azure Database for MySQL หรือ Fabric Databases

สำหรับองค์กร นี่คือการลดความซับซ้อนของโลกข้อมูลที่กระจัดกระจาย

จากเดิมที่แต่ละระบบมีข้อมูลของตัวเอง
แต่ละทีมมีเครื่องมือของตัวเอง
และแต่ละ Business Unit มีรายงานของตัวเอง

Microsoft Fabric และ SQL กำลังพาองค์กรไปสู่การมี Data Platform ที่รวมศูนย์มากขึ้น เชื่อมโยงมากขึ้น และพร้อมสำหรับ AI มากขึ้น

เพราะ AI จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ ก็ต่อเมื่อข้อมูลพื้นฐานมีคุณภาพ เข้าถึงได้ และมีบริบททางธุรกิจที่ชัดเจน

นี่คือเหตุผลที่ Microsoft พูดถึง Fabric IQ และ Semantic Model ของ Power BI ซึ่งช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นความรู้เชิงความหมายที่ AI สามารถเข้าใจบริบทของธุรกิจได้มากขึ้น

มุมนี้สำคัญมากสำหรับผู้บริหารและทีม IT

เพราะคำถามในยุค AI ไม่ใช่แค่
“เรามีข้อมูลอยู่ที่ไหนบ้าง?”

แต่ควรถามว่า
“ข้อมูลของเราพร้อมถูกนำไปใช้สร้าง Insight, Automation และ AI ได้จริงหรือยัง?”

องค์กรที่ยังมีข้อมูลกระจัดกระจาย อาจยังต้องใช้เวลานานกว่าจะได้คำตอบ
แต่องค์กรที่เริ่มรวม Database, Analytics และ AI เข้าด้วยกัน จะสามารถเปลี่ยนข้อมูลเป็นการตัดสินใจได้เร็วกว่า

และในโลกธุรกิจที่ความเร็วคือความได้เปรียบ
Data Platform จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ IT Infrastructure
แต่คือรากฐานสำคัญของการเติบโต การแข่งขัน และการใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง

อนาคตของ Data Platform จึงไม่ใช่การมีระบบเยอะขึ้น
แต่คือการทำให้ข้อมูลจากทุกระบบ “ทำงานร่วมกัน” ได้ดีขึ้น

และ Microsoft Fabric + SQL กำลังเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ ที่ช่วยให้องค์กรเดินไปสู่ Data Estate ที่เป็น unified, intelligent และ AI-ready มากขึ้น

ที่อยู่

เลขที่ 77/148 อาคารสินสาธรทาวเวอร์ ชั้น 34
Bangkok
10600

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 12:00
13:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 12:00
13:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 12:00
13:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 12:00
13:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 12:00
13:00 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fusion Solutionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Fusion Solution:

แนะนำ

แชร์