26/10/2024
“แบบฝึกหัด 10 ท่าเสริมพลัง จากหนังสือ SHAMAN’S WISDOM”
(ขอขึ้นด้วยบทกลอนปิดท้ายของหนังสือเล่มนี้)
โลกภายนอกไม่ได้สร้างสภาวะจิตสำนึกภายในของเรา แต่ท้าทายให้เราเลือก
ทางเลือกที่เราได้ยินเสียงแห่งความจริงที่ค่อยๆ เชิญชวนเราให้หลีกหนีจากความบ้าคลั่งที่เราสร้างขึ้นในตัวเราเอง
ทางเลือกที่เชิญชวนให้เราก้าวข้ามโลกแห่งจิตใต้สำนึกด้วยการจดจ่ออยู่กับช่วงเวลาปัจจุบันอย่างเต็มที่
ขณะที่เราหายใจเข้าเต็มปอดอย่างมีสติ เราก็จะก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดไปสู่การตื่นรู้ โดยไม่สนใจสิ่งที่จำกัดเราจากการมีสติอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่
ในช่วงเวลาปัจจุบัน เราใช้ชีวิตอยู่ในมิติที่ไร้ขีดจำกัดของความเป็นไปได้อันมหัศจรรย์ ซึ่งนำไปสู่การผจญภัยแห่งการเติบโต ในขณะที่เราปลุกเร้าหัวใจและสัมผัสกับอิสรภาพที่แท้จริง
- จากหนังสือ “From the Heart – The Teachings of Tony Samara, Volume I” ♥
///////////////////////////////////
“แบบฝึกหัดพื้นฐาน 10 ท่าพลังงานของชามาน”
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ “Energy Postures” หรือ “ท่าพลังงาน” จากหนังสือชื่อว่า “SHAMAN’S WISDOM” เขียนโดย Tony Samara
ลัทธิชามานวาชูมา (Huachuma shamanism) ใช้ท่าพลังงาน เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวทางร่างกาย อารมณ์ และจิตวิญญาณให้เข้ากับวัฏจักรของธรรมชาติ ท่าเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับท่าไทชิและโยคะมาก และเชื่อว่าท่าเหล่านี้เก่าแก่มาก หากเราพิจารณาสัญลักษณ์และภาพวาดบนซากปรักหักพังของวิหารโบราณในอเมริกาใต้ รวมถึงในอียิปต์อย่างตั้งใจ เราจะเห็นมนุษย์และสัตว์อยู่ในท่าที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้
เมื่อฝึกท่าเหล่านี้เป็นประจำ เราจะเข้าใจความหมายของท่าเหล่านี้ ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับอารมณ์และจิตวิญญาณและพัฒนาพลังภายในของเราให้สัมพันธ์กับแม่กาย่าหรือโลกนี้อีกด้วย
แบบฝึกหัดท่าต่างๆ เหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในบางช่วงเวลา เนื่องจากพลังงานจะแตกต่างกันในตอนเช้า ตอนบ่าย และตอนกลางคืน (สังเกตเรื่องช่วงเวลาที่ระบุในบางข้อด้วยค่ะ)
ต่อไปนี้เป็น “10 ท่าการดูแลพลังงาน” แบบชามานและคนโบราณปฏิบัติมานานนับพันปีแล้ว ได้แก่
///////////////////////////////////
1. การเคลียร์พลังงาน (Clearing Energy)
การออกกำลังกายด้วยท่าง่ายๆ นี้ช่วยให้ร่างกายได้ปลดปล่อยพลังงาน คุณสามารถปฏิบัติได้เวลาใดก็ได้ เมื่อรู้สึกหนักใจหรือเครียดจากสถานการณ์ภายนอก
เริ่มต้นคือ ยืนอย่างผ่อนคลาย หายใจเข้าลึก หายใจออกยาว สักเล็กน้อย ทำต่อไปตามจังหวะด้วยการเคลื่อนไหวต่อไปนี้ จินตภาพถึงความเครียดและการล้างพลังงานที่ท่วมท้นเพื่อให้ระบายออกมา ในขณะที่สั่นหรือเขย่าทั่วร่างกาย (shaking) โดยเฉพาะมือ ทำซ้ำ 3-4 ครั้ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าความตึงเครียดบริเวณใบหน้าและกรามทั้งหมดหายไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับการเขย่า (การถอนหายใจในขณะที่คุณสั่นก็ช่วยได้)
///////////////////////////////////
2. เดินสมาธิ (Walking Meditation)
แบบฝึกหัดอย่างหนึ่งที่ฉันชอบ เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็คือ การเดิน เพื่อรักษาสุขภาพและอายุยืนยาว
การเดินในที่โล่งพร้อมแสงแดดอันอุดมสมบูรณ์ถือเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งของการป้องกันโรค เมื่อเราซึมซับน้ำอมฤตแห่งชีวิตในอากาศบริสุทธิ์ เลือดก็จะสะอาดขึ้น จิตใจจะบริสุทธิ์มากขึ้น และพลังชีวิตที่ถูกลืมกลับคืนสู่ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
ด้วยการเดินสบายๆ หายใจเข้าออกอย่างมีสติสัมปชัญญะ ประสานการหายใจของคุณเข้ากับจังหวะและก้าวเดินของคุณ ตระหนักรู้ถึงเสียงและธรรมชาติทั้งหมดที่อยู่ล้อมรอบคุณ ปล่อยให้จิตใจของคุณได้พักผ่อนและดื่มด่ำไปกับตัวเองในความมีชีวิตชีวาแห่งชีวิต ทำเช่นนี้เป็นเวลา 20 นาทีหรือมากกว่านั้นอย่างน้อยวันละครั้ง
///////////////////////////////////
3. ท่ากราวน์ดิ้งหรือหยั่งราก (Grounding Exercise)
แบบฝึกหัดนี้จะช่วยดูแลพลังงานที่อยู่รอบๆ ศีรษะลงไปสู่จักระราก (Root Chakra) ท่านี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังหรือคอ
เริ่มต้นด้วยท่ายืนอย่างผ่อนคลาย ค่อยๆ เขย่งตัวขึ้นจากพื้นด้วยการยืนบนปลายเท้า ทันใดนั้นก็กลับลงมาที่ท่ายืนผ่อนคลายในตอนแรก โดยให้ส้นเท้าแตะลงพื้นอย่างมั่นคงแต่อ่อนโยน ร่างกายควรผ่อนคลายอย่างเต็มที่ตลอดการออกกำลังกาย หายใจเข้าทางจมูก ขณะที่คุณเขย่งตัวยืนบนปลายเท้า และหายใจออกเมื่อคุณลงมาที่ส้นเท้า พร้อมพูดเสียง “Hu” (ฮู) ทำซ้ำ 3-4 ครั้ง
///////////////////////////////////
4. ท่าต้นไม้ (The Tree Exercise)
ท่านี้สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำคือ เมื่อตอนที่คุณรู้สึกท่วมท้นหรือถูกครอบงำด้วยความคิดเชิงลบ (ของตนเองหรือคนรอบข้าง) เพราะมันจะช่วยระบายพลังด้านลบเหล่านั้นออกไปอย่างอ่อนโยน เพื่อที่จะมากลับไปสู่สภาวะที่สมดุลและกลมกลืนมากขึ้น
เริ่มต้นด้วยการค้นหาต้นไม้จริงๆ หรือจินตนาการภาพถึงต้นไม้ที่สวยงาม และทำท่าสควอท (squat*) อยู่ตรงหน้าต้นไม้นั้น โดยใช้มือทั้งสองข้างจับลำต้นของต้นไม้นั้นไว้ รักษาร่างกายให้สมดุลเมื่อคุณทำท่าเช่นนี้ หรือจะยืนตัวตรงหากทำท่าสควอทได้ยาก ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
จากนั้นจินตภาพถึงความแข็งแกร่งด้านบวกของต้นไม้ที่ช่วยให้คุณละทิ้งสิ่งที่ท่วมท้นคุณในชีวิต รู้สึกถึงพลังงานของความไม่สมดุลนั้นค่อยๆ เคลื่อนออกจากร่างกายของคุณ (ความไม่สมดุลเหล่านี้จะทะลุเข้าไปในลำต้นของต้นไม้ผ่านจากมือของคุณและจะจมลงสู่รากของต้นไม้กลับเข้าไปโลก ซึ่งแม่กาย่าหรือพื้นโลกจะเปลี่ยนมันกลับให้กลายเป็นพลังงานที่สมดุล)
จากนั้นหายใจเข้าลึกออกยาว และทุกลมหายใจเข้าให้รับรู้ถึงพลังชีวิตของต้นไม้ที่เข้มแข็งขึ้นและซัพพอร์ตทั่วร่างกายของคุณ (โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง) และรับรู้ความรู้สึกเสียวซ่าเคลื่อนผ่านไปทั่วร่างกายของคุณ หายใจเข้าออกต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับรับรู้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของต้นไม้
เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและขอบคุณต้นไม้ ให้ทิ้งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไว้ เช่น ข้าวโพด เซจ ดอกไม้ สมุนไพร หรือคริสตัล เพื่อแสดงความซาบซึ้งขอบคุณต่อการเยียวยารักษาที่ต้นไม้มอบให้กับคุณ
หมายเหตุ: สำหรับคนที่ไม่เคยทำท่าสควอทเลย สามารถเริ่มต้นง่ายๆ โดย
1. ยืนแยกเท้าให้ระยะห่างประมาณช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า
2. ค่อยๆ ย่อตัวลงเหมือนจะนั่งเก้าอี้ ทิ้งน้ำหนักลงบนเท้า โดยอย่าให้เข่ายื่นเลยปลายเท้า เกร็งหน้าท้อง สายตามองไปข้างหน้า
3. ย่อช้าๆ เหมือนจะนั่งเก้าอี้ จนกระทั่งเข่าทำมุม 90 องศา ต้นขาอยู่ในแนวขนานกับพื้น แล้วค่อยยืดตัวขึ้นเป็นท่ายืนอีกครั้ง
4. ถ้ารู้สึกทรงตัวได้ยาก ให้เหยียดแขนไปข้างหน้า จะช่วยให้ทรงตัวง่ายขึ้น - ถ้าย่อไม่ลง ให้ทำเป็น partial squat คือย่อลงแค่ 40-70 องศาก่อน
5. อาจทำหน้ากระจก เพื่อเช็คความถูกต้องของท่า
Cr: https://www.thidakarn.com/post/squat-สควอท-ช่วยอะไร
///////////////////////////////////
5. ท่าเสริมสร้างหัวใจ (Strengthening the Heart)
การออกกำลังท่านี้ดีเป็นพิเศษในช่วงเวลาระหว่างตี 4 ถึงตี 5
เริ่มต้นด้วยท่านั่งขัดสมาธิบนเบาะอย่างสบายๆ โดยนั่งหลังตรง ผ่อนคลายไหล่ ปิดตา หายใจเข้าออกลึกๆ และช้าๆ เมื่อเริ่มรู้สึกสงบ ให้กำหนดจิตสำนึกไปที่บริเวณหัวใจ แล้ววางฝ่ามือลงบริเวณหัวเข่าอย่างผ่อนคลาย โดยให้ฝ่ามือหงายขึ้น ขณะที่หายใจเข้าลึก สูดลมหายใจให้ถึงปอดส่วนล่าง (ไปถึงช่องท้อง) พร้อมกับนำปลายนิ้วหัวแม่มือและนิ้วกลางแตะเข้าหากัน ทำทั้งสองข้างแล้วแตะกันเบา ๆ ทุกครั้งที่หายใจออกให้ออกทางปาก ผ่อนคลายร่างกายและปล่อยวาง โดยใช้เสียง "Hum" (ฮัม) สิ่งสำคัญคือต้องยืดลมหายใจให้ยาวขึ้นขณะที่ออกเสียง ทำซ้ำท่านี้เป็นเวลา 15-20 นาที
///////////////////////////////////
6. ท่าล้างพิษตับ (The Liver Exercise)
แบบฝึกหัดท่านี้ทรงพลังนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการล้างพิษร่างกาย ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การฝึกคือช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและ/หรือพระอาทิตย์ตก
เริ่มต้นคือ ยืนหันหน้ารับแสงแดดและผ่อนคลายร่างกาย ย่อเข่าเล็กน้อย โดยแยกเท้าให้กว้างประมาณไหล่ และมองดูท้องฟ้าอย่างสบายตา ขณะที่หายใจเข้าทางจมูก จินตนาการถึงภาพ (โดยลืมตาหรือหลับตาก็ได้) พลังงานของดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ร่างกายไปทางบริเวณช่องท้องที่เรียกว่า the solar plexus (เหนือสะดือเล็กน้อย) ค่อยๆ ประสานมือเข้าด้วยกัน (มือข้างหนึ่งอยู่ข้างบนอีกข้าง) วางลงบนช่องท้อง the solar plexus จากนั้นหายใจออกทางปาก พร้อมส่งเสียง "Aahh" (อาหหหห์ยาวๆ) และให้เพ่งความสนใจไปที่บริเวณตับ เห็นภาพตับเปิดออกเพื่อขับสารพิษออกมา สัมผัสถึงพลังแห่งการอาบแดดตับด้วยความร้อน ความอบอุ่น และแสงสว่าง ทำซ้ำเล็กน้อยประมาณ 1-3 นาที
///////////////////////////////////
7. ท่าหมี (The Bear Position)
ท่านี้จะทำให้หน้าท้อง ลำไส้ และข้อเท้าแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังทำให้ร่างกายกระชับขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาท้องผูกและท้องเสาะง่าย สำหรับผู้หญิง ท่านี้ยังช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรทำหักโหมเกินไป!
เวลาที่ดีที่สุดที่จะฝึกท่านี้คือ ระหว่างเวลา 8 โมงเช้่า ถึง 9 โมงเช้า (หมายเหตุ: ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร)
1) (ด้วยท่าง่ายสำหรับเด็ก) ทำท่าสควอทหรือนั่งยองๆ ลงบนพื้นราบ โดยให้ส้นเท้าและนิ้วเท้าอยู่วางบนพื้นคือเต็มฝ่าเท้า ทิ้งน้ำหนักของร่างกายลงพื้น หลังตั้งตรง โดยให้มือวางบนหน้าอก มองตรงไปข้างหน้า หายใจเข้าออกอย่างผ่อนคลาย โดยให้แน่ใจว่าใบหน้าและไหล่ผ่อนคลายและสบายตัว
2) ท่านี้เป็นท่าขั้นยาก (แบบแอดวานซ์) ที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง จากท่าง่ายๆ ข้างต้น ให้ยกตัวขึ้น โดยให้ทรงตัวด้วยปลายเท้า โดยเฉพาะบริเวณรอบข้อเท้าเท่านั้นที่ตึง ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายควรผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ การหายใจเข้าออกลึก ๆ และให้แน่ใจว่าส่วนล่างของร่างกายสัมผัสส้นเท้า เมื่อเริ่มรู้สึกผ่อนคลายในท่านี้ ให้เคลื่อนมือจากหน้าอกขึ้นไปที่ไหล่ วางข้อศอกลงบนกับเข่าอย่างเบามือ และหันหน้าตรงไปข้างหน้า ค้างอยู่ในท่านี้สักครู่ หายใจเข้าออกอย่างสบายตลอดเวลา
///////////////////////////////////
8. การทำสมาธิด้วยตาที่สาม (Third Eye Meditation)
ท่านี้จะทำให้พลังงานเคลื่อนขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังไปยังดวงตาที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำในช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาที่หลังส่วนล่าง
เริ่มจากนั่งขัดสมาธิบนพื้น โดยนั่งหลังตรง ดันหน้าอกออก และให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลัง นำมือไปไว้ที่ด้านหลังคอ ประสานนิ้วเข้าด้วยกัน หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก และในขณะที่หายใจออกทางจมูก (หรือทางปาก) และแตะหน้าผากลงพื้นหากทำได้ (โดยก้มจากสะโพกแทนที่จะก้มจากเอว) **หากท่าทำไม่ได้อย่าฝืนทำ**
ให้รักษาท่านี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะที่กลั้นลมหายใจออก เมื่อรู้สึกต้องหายใจเข้าหรือรู้สึกไม่สบาย ให้ค่อยๆ ดึงร่างกายกลับมาตั้งตรง หายใจเข้าช้าๆ และจินตนาการถึงการเปิดตาที่สาม รู้สึกถึงพลังงานที่หมุนเวียนไปทั่วร่างกาย ทำซ้ำแบบฝึกหัดนี้ 5 ถึง 10 ครั้ง
///////////////////////////////////
9. ท่าบริหารต่อม (The Gland Exercises)
แบบฝึกหัดนี้มี 4 ขั้นตอนที่ดูเหมือนจะสำคัญมาก ไม่เพียงแต่เพื่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องร่างกายทางอารมณ์และพลังงานทั้งหมดจากความเครียดที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวันด้วย แบบฝึกหัดนี้จะช่วยกระตุ้นต่อมต่างๆ ของร่างกายและช่วยให้คุณรู้สึกและคงความอ่อนเยาว์
ท่าเหล่านี้เหมาะมากสำหรับช่วงเวลา 17.00 น. ถึง 19.00 น.
1) หาท่านั่งที่สบาย โดยควรนั่งบนพื้น ให้หลังตรงและศีรษะตั้งตรง จากนั้นให้แน่ใจว่าไหล่ผ่อนคลายและคลายความตึงเครียดบนใบหน้า (โดยเฉพาะที่ขากรรไกร) หลับตา หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก และในขณะหายใจออก (ทางจมูกหรือปาก) ให้ปล่อยอีกครั้ง ขณะหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ให้หายใจเข้าจนเต็มร่างกายและปล่อยอีกครั้ง หายใจเข้าครั้งที่สาม ให้หายใจเข้าจนเต็มร่างกายโดยนับถึง 7 จากนั้นกลั้นลมหายใจไว้โดยนับถึง 2 หายใจออกเบาๆ โดยนับถึง 7 ให้แน่ใจว่าอากาศที่เหลืออยู่ในร่างกายถูกขับออกจนหมด กลั้นปอดที่ว่างเปล่าไว้โดยนับถึง 2 ทำซ้ำด้วยการหายใจเข้าโดยนับถึง 7 แล้วทำแบบฝึกหัดนี้ต่อไป (7-2-7-2) หลายๆ ครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นแบบฝึกหัดนี้ (พักประมาณ 5 นาที) ค่อยทำแบบฝึกหัดต่อไป
ท่านี้ช่วยแก้ไขความผิดปกติทางเคมีตามธรรมชาติของร่างกาย และเมื่อความผิดปกติเหล่านี้ได้รับการแก้ไข พลังการรักษาของร่างกายก็จะมีกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวามากขึ้น
2) หลับตาและรู้สึก (หรือจินตนาการ) ว่าพลังงานในร่างกายเป็นการเคลื่อนไหวภายในที่พุ่งขึ้นมาจากฐานของกระดูกสันหลัง แกว่งร่างกายทั้งหมดจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง หรือหากต้องการให้เคลื่อนไหวเป็นวงกลมได้เช่นกัน ทำเบาๆ หายใจเข้าและออกอย่างลึกๆ กระดูกสันหลังและศีรษะตั้งตรง โดยให้มีเพียงฐานของกระดูกสันหลังเท่านั้นที่เคลื่อนไหว ทำให้ลำตัวเคลื่อนไหวเป็นวงกลมเบาๆ การเคลื่อนไหวควรเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากฐานของกระดูกสันหลัง ขณะออกกำลังกาย ให้วางปลายลิ้นดันส่วนเพดานปากที่อยู่ด้านหลังฟัน คุณอาจจะออกเสียงฮัม (hum) ไปด้วยก็ได้ แบบฝึกหัดนี้สามารถทำได้ 5 ถึง 10 นาทีหรือนานกว่านั้น หากรู้สึกสบาย
ในบางช่วงของการเคลื่อนไหวนี้ หรือบางทีอาจเป็นช่วงท้ายของการเคลื่อนไหว อาจรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยหรือรู้สึกผิดปกติ นี่เป็นสัญญาณที่ดี เพราะหมายความว่าจักระที่ 6 (ดวงตาที่สาม) และจักระที่ 7 (มักเรียกว่าจักระมงกุฎ) กำลังเปิดออก เนื่องจากการออกกำลังกายนี้ช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองและต่อมไพเนียล ต่อมเหล่านี้ถือว่าจำเป็นต่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ
แบบฝึกหัดนี้ยังกระตุ้นให้สมองผลิตของเหลวพิเศษที่เริ่มแพร่กระจายลงไปในร่างกาย ของเหลวนี้มีความสำคัญมากในการเปลี่ยนแปลงเซลล์ของร่างกาย และช่วยให้เซลล์เหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตทางจิตวิญญาณของแต่ละคนได้ กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติในทารกและเด็ก แต่จะหายไปเมื่ออายุมากขึ้น เมื่ออัตตาเข้ามาควบคุมและเราเริ่มมองว่าโลกมีข้อจำกัด ในผู้ใหญ่ ต่อมใต้สมองและต่อมไพเนียลมักจะทำงานน้อยกว่าในทารกแรกเกิดมาก ยิ่งเราทำงานด้วยอัตตามากเท่าไร ของเหลวนี้ก็จะยิ่งลดลงและต่อมใต้สมองและต่อมไพเนียลก็จะหดตัวลง อย่างไรก็ตาม ต่อมเหล่านี้จะยังคงทำงานอยู่เฉพาะในผู้ใหญ่ที่ทำสมาธิ ทบทวนไตร่ตรอง สวดมนต์ และเคลื่อนไหวด้วยโยคะหรือไทชิต่างๆ ต่อมเหล่านี้ยังทำงานอยู่มากในผู้ที่มีจิตวิญญาณ ซึ่งมักจะมีของเหลวนี้ไหลออกมาจากร่างกายทั้งหมด เมื่อของเหลวเริ่มเคลื่อนตัวลงสู่ลำคอ (อาจไม่ชัดเจนจนกว่าเราจะมีความรู้สึกไวต่อความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น) เราสามารถดำเนินการต่อไปยังการทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้
3) อีกครั้ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าร่างกายผ่อนคลายและไหล่ปล่อยลง หายใจเข้าทางจมูก และค่อยๆ ขยับศีรษะไปข้างหลัง โดยรู้สึกถึงการยืดของคอทั้งหมด จนกระทั่งคอพักไปข้างหลังโดยธรรมชาติโดยให้ตามองขึ้น จากนั้นหายใจออกอย่างช้าๆ และค่อยๆ หายใจออก นำศีรษะกลับมาอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง จากนั้นค่อยๆ นำศีรษะไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และเบาๆ ก้มลงจนคางวางอยู่บนหน้าอก ไหล่ต้องผ่อนคลาย ขณะหายใจเข้า ให้นำศีรษะกลับมาอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง และหายใจออก เอียงศีรษะไปทางขวาโดยให้ตามองไปข้างหน้า ค้างท่านี้ไว้จนกว่าจะรู้สึกว่าคอฝั่งตรงข้ามยืดออกจนสุด และศีรษะเกือบจะวางอยู่บนไหล่ขวา หายใจเข้าและค่อยๆ หันศีรษะกลับมาตั้งตรง หายใจออกและเอียงศีรษะไปทางไหล่ซ้ายจนคอฝั่งตรงข้ามยืดออกจนสุดและยืดหยุ่นได้ หายใจเข้าและหันศีรษะกลับมาตั้งตรงอีกครั้ง ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จากนั้นจึงทำท่าสุดท้าย
ในขณะที่ทำซ้ำท่านี้ จะรู้สึกว่าคอยืดออกและยืดหยุ่นมากขึ้น การเคลื่อนไหวของศีรษะช่วยกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพลังงานแห่งการสื่อสาร) ช่วยปรับสมดุลร่างกายโดยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยลดน้ำหนักได้หากมีน้ำหนักเกิน หรือเพิ่มน้ำหนักได้หากมีน้ำหนักน้อย
ท่านี้ยังช่วยปรับสมดุลอารมณ์และช่วยให้เข้าใจและภูมิปัญญาทางจิตวิญญาณในรูปแบบการสื่อสาร ดังนั้น แทนที่จะพูดถึงสภาพอากาศ เราอาจพบว่าตัวเองกำลังพูดถึงสิ่งที่ลึกซึ้งและสำคัญกว่า การออกกำลังกายท่านี้ยังช่วยเปิดจักระลำคอ และเราอาจรู้สึกและประสบกับอารมณ์ลึกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่สื่อสารกับตัวเองและโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราก็จะ
เสริมสร้างส่วนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของตัวเอง
4) หายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้งและผ่อนคลายร่างกาย นำมือขวาหรือซ้ายหรือทั้งสองข้างไปที่บริเวณด้านบนของซี่โครง (กระดูกอก) แล้วแตะเบาๆ และรวดเร็วด้วยปลายนิ้วที่บริเวณนี้ ทำซ้ำเป็นเวลา 2-3 นาทีโดยหายใจเข้าลึกๆ ที่บริเวณนี้และผ่อนคลาย หรือส่งเสียง "Aahh" (อาหห์) พร้อมลมหายใจออก เมื่อทำท่านี้เสร็จแล้ว ให้หลับตาสักครู่ แต่ให้ตระหนักถึงสภาพแวดล้อม เสียงรอบตัวคุณ จากนั้นหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ เพื่อเตรียมพร้อมกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
การทำแบบนี้สัก 2-3 นาทีจะช่วยให้ของเหลวจากลำคอไหลลงสู่หัวใจและกระจายไปทั่วร่างกาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ด้านจิตวิญญาณและอารมณ์ของตัวเรามั่นคงในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างความแข็งแรงให้หัวใจและปอด ในที่สุดจะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งภายในตัวเราได้อย่างสมดุลมากขึ้น
///////////////////////////////////
10. ท่านกอินทรี (The Exercise of the Eagle)
ท่านี้ใช้ค้นหาสิ่งของที่หายไปและช่วยจำความทรงจำที่ลืมเลือน ท่านี้ใช้บ่อยมากในอเมริกาใต้ในช่วง
พิธีกรรม เมื่อชามานถูกทดสอบเพื่อค้นหาสิ่งของหรือสมบัติที่ฝังอยู่
การฝึกท่านี้ระหว่าง 20.00 น. ถึง 22.00 น. ถือเป็นเวลาที่ดีมาก เพราะจิตใจจะเปิดรับสิ่งเร้าเป็นพิเศษ
หาสถานที่เงียบสงบที่ไม่มีใครรบกวนได้ เป็นเวลา 5 ถึง 10 นาที ยืนโดยวางมือทั้งสองข้างของร่างกายอย่างผ่อนคลายและให้ศีรษะหันไปข้างหน้า ผ่อนคลายไหล่ ปิดตาเบาๆ และจินตนาการว่าร่างกายของคุณเริ่ม
เปลี่ยนแปลงและกลายเป็นหนึ่งเดียวกับนกอินทรี ขณะหายใจเข้าทางจมูก ให้ยืดแขนออกจากลำตัวขึ้นมาจนถึงระดับความสูงของไหล่ โดยให้ปลายนิ้วชี้ลงพื้น ในการหายใจเข้าครั้งต่อไป ให้รู้สึกว่าร่างกายของคุณเริ่มแกว่งเบาๆ และขณะที่คุณหลับตาอยู่ ให้จินตนาการว่าร่างกายของคุณเริ่มบิน
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างในขณะที่บินไปรอบๆ เมื่อแขนของคุณเริ่มเมื่อยล้า แขนของคุณสามารถผ่อนคลายอย่างอ่อนโยนไปทางด้านข้างของร่างกายแกว่งต่อไปเล็กน้อย ในขณะที่จดจ่อกับดวงตาที่สามของคุณ เพียงแค่มีสติสัมปชัญญะอยู่ โดยไม่ต้องพยายามทำอะไรที่เฉพาะเจาะจง เพียงแค่รู้สึกถึงการแกว่งของร่างกายของคุณที่นำคุณลึกขึ้นเรื่อยๆ เพื่อมีสติสัมปชัญญะกับสิ่งที่จำเป็น
สิ่งที่คุณคิดว่าคุณจำเป็นต้องค้นหาอาจแตกต่างไปจากสิ่งที่อินทรีช่วยให้คุณค้นพบโดยสิ้นเชิง เพียงแค่มีสติสัมปชัญญะกับกระบวนการ และปล่อยให้ข้อมูลมาถึงคุณโดยไม่ต้องหาเหตุผลอย่างมีเหตุผลหรือวิเคราะห์ อยู่ในท่านี้ให้นานเท่าที่คุณต้องการ
///////////////////////////////////
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ
หนังสือ : Shaman's Wisdom: Reclaim Your Lost Connection with the Universe
ผู้เขียน: Tony Samara
สำนักพิมพ์: Findhorn Press (May 1, 2009)
ภาพจาก pinterest.com