ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ Thailand's Franchising Solution & Media

ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ Thailand's Franchising Solution & Media สร้างแฟรนไชส์ ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ การตลาดแฟรนไชส์ www.ThaiFranchiseCenter.com

เว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com รวมธุรกิจแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย โทร. 02-1019187

27/05/2026

งาน Taiwan-Thailand Franchise Business Matching 2026

#งานแฟรนไชส์ #งานน่าเดิน #แฟรนไชส์ไต้หวัน

💖จบไปแล้วสำหรับคอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์วิเคราะห์เป็น • อ่านงบได้ • ลงทุนอย่างมั่นใจ รุ่นที่ 2 ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ขอขอบพระ...
26/05/2026

💖จบไปแล้วสำหรับคอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์วิเคราะห์เป็น • อ่านงบได้ • ลงทุนอย่างมั่นใจ รุ่นที่ 2
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ขอขอบพระคุณ
🙏 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมให้ข้อมูลสินเชื่อน่าสนใจ
เพื่อให้การขยายสาขาไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
🎯 โดยเน้นความร่วมมือในการส่งเสริม
พร้อมเข้าถึงบริการทางการเงินแก่ผู้ต้องการสร้างธุรกิจ
✅ เสริมสภาพคล่องให้ทุกธุรกิจ
✅ ลดอุปสรรคการลงทุน
✅ ยกระดับความพร้อมผู้ประกอบการ
✅ เปลี่ยนบ้านเป็นเงินทุนสำหรับธุรกิจ
✅ ลดความเสี่ยงบริหารการเงินอย่างมีคุณภาพ
เพราะธุรกิจปี 2569 ต้องวางแผนการลงทุนรอบคอบและคุ้มค่า
เพื่อให้ตรงตามคอนเซปต์ “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน”
🌹 ทั้งนี้ คอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์ ในรุ่นถัดไป
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์พร้อมจัดสาระความรู้ + นวัตกรรมน่าสนใจ
ยิ่งเรียน! ยิ่งคุ้ม! เพื่อเตรียมความพร้อม! ก่อนเลือกลงทุน
เพื่อโอกาสก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
☎️สอบถามโทร.02-1019187
#คอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์ #กรุงศรี #สินเชื่อ #สภาพคล่อง #สร้างแฟรนไชส์ให้ปัง #ขยายสาขาให้โต #ธุรกิจแฟรนไชส์ #โฮมฟอร์แคช

ใคร คือบิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ตัวจริง?เมื่อ “มาซาโตชิ อิโตะ” คือผู้สร้างอาณาจักร และ “โทชิฟูมิ ซูซูกิ” คือผู้ปฏิ...
26/05/2026

ใคร คือบิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ตัวจริง?
เมื่อ “มาซาโตชิ อิโตะ” คือผู้สร้างอาณาจักร และ “โทชิฟูมิ ซูซูกิ” คือผู้ปฏิวัติโมเดลร้านสะดวกซื้อโลก
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในญี่ปุ่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ขายสินค้า” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่เรื่องอาหาร การเดินทาง การเงิน ไปจนถึงบริการสาธารณะ
และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงร้านสะดวกซื้อดังกล่าว คือ Toshifumi Suzuki ชายผู้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น “บิดาแห่งอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น”
รายงานข่าวล่าสุด บริษัท Seven & i Holdings ประกาศเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ว่า Toshifumi Suzuki เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 93 ปี ถือเป็นการปิดฉากชีวิตของนักธุรกิจผู้เปลี่ยนร้านค้าปลีกขนาดเล็กริมถนน ให้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของสังคมเมืองญี่ปุ่นยุคใหม่
หากมีสถานที่ใดสะท้อน “วิถีชีวิตของญี่ปุ่นร่วมสมัย” ได้ชัดเจนที่สุด สถานที่แห่งนั้นอาจไม่ใช่วัดโบราณ ไม่ใช่รถไฟชินคันเซ็น หรือย่านธุรกิจใจกลางกรุงโตเกียว หากแต่เป็นร้าน 7-Eleven ที่เปิดไฟสว่างตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะสำหรับชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ร้านสะดวกซื้อไม่ใช่เพียงร้านค้า แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และชายผู้วางรากฐานให้ระบบร้านสะดวกซื้อดังกล่าวเติบโตจนกลายเป็นวัฒนธรรมในระดับประเทศ เพิ่งจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ
📌Toshifumi Suzuki คือผู้ก่อตั้งจริงหรือ?
แม้การจากไปของ Toshifumi Suzuki จะทำให้สื่อจำนวนมากยกย่องเขาในฐานะ “ผู้ก่อตั้ง 7-Eleven ญี่ปุ่น” หรือ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น” แต่เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ธุรกิจอย่างละเอียด จะพบว่า ความสำเร็จของอาณาจักรร้านค้าปลีกแห่งนี้ไม่ได้เกิดจากชายเพียงคนเดียว
เบื้องหลังการเติบโตของ 7-Eleven Japan ยังมีอีกชื่อหนึ่งที่แทบไม่อาจแยกออกจากกัน นั่นคือ Masatoshi Ito มหาเศรษฐีธุรกิจค้าปลีกผู้สร้างรากฐานของกลุ่มธุรกิจ Ito-Yokado และต่อยอดจนกลายเป็นเครือค้าปลีกระดับโลกในเวลาต่อมา
หากอิโตะคือผู้สร้าง “อาณาจักรค้าปลีก” ซูซูกิก็คือผู้สร้าง “ระบบปฏิบัติการ” ให้ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น หนึ่งคนวางรากฐานองค์กร อีกคนเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ หนึ่งคนสร้างอาณาจักร อีกคนสร้างระบบ
และเมื่อชื่อของทั้งคู่ถูกนำมาวางเคียงกัน จึงเกิดคำถามสำคัญขึ้นว่า แท้จริงแล้ว ใครกันแน่คือ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven” ตัวจริง
📌จากร้านเสื้อผ้าหลังสงคราม สู่จักรวาลค้าปลีกญี่ปุ่น
เรื่องราวของอาณาจักร Seven & i Holdings ไม่ได้เริ่มต้นจากร้านสะดวกซื้อ แต่เริ่มจากร้านขายเสื้อผ้าขนาดเล็กของครอบครัวในกรุงโตเกียว หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ชายผู้เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจดังกล่าวคือ Masatoshi Ito ซึ่งในเวลานั้นญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการขยายตัวของชนชั้นกลางในเมืองใหญ่
อิโตะมองเห็นว่า พฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนไป ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงร้านขายของแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการค้าปลีกสมัยใหม่ที่ครบวงจร สะดวก และมีสินค้าหลากหลายมากขึ้น
จากร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ธุรกิจจึงค่อยๆ ขยายตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตในชื่อ Ito-Yokado ก่อนเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในเครือค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สิ่งสำคัญที่อิโตะสร้างขึ้น ไม่ได้มีเพียงยอดขายหรือจำนวนสาขา
แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้งระบบกระจายสินค้า เครือข่ายโลจิสติกส์ เงินทุน และการบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่
📌ชายที่มองเห็นอนาคตใน “ร้านเล็กๆ”
ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังหลงใหลกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่และห้างสรรพสินค้าแบบอเมริกัน ผู้บริหารส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่า “ร้านค้าขนาดเล็ก” กำลังจะหมดอนาคต
แต่ Toshifumi Suzuki กลับมองต่างออกไป ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เขาได้พบกับร้านสะดวกซื้อภายใต้การบริหารของ Southland Corporation เจ้าของแบรนด์ 7-Eleven และมองเห็นศักยภาพบางอย่างที่คนอื่นมองข้าม
แม้ในเวลานั้น หลายฝ่ายจะเชื่อว่าญี่ปุ่นกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ยุค “ค้าปลีกขนาดใหญ่” และร้านโชห่วยกำลังถูกแทนที่ แต่ซูซูกิเชื่อว่า โครงสร้างเมืองของญี่ปุ่นแตกต่างจากอเมริกาโดยสิ้นเชิง เช่น เมืองญี่ปุ่นมีประชากรหนาแน่น พื้นที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก และผู้คนจำนวนมากเดินเท้าและใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
นั่นหมายความว่า ร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าถึงง่าย อาจตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้มากกว่าห้างขนาดใหญ่เสียอีก
อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างหนัก ทั้งจากผู้บริหาร นักวิชาการ และที่ปรึกษาทางธุรกิจ หลายคนมองว่า การนำโมเดลร้านสะดวกซื้อจากสหรัฐฯ มาใช้ในญี่ปุ่นไม่มีทางประสบความสำเร็จ
แต่ซูซูกิยังคงเดินหน้าต่อ ในปี 1974 ร้าน 7-Eleven Japan สาขาแรกจึงถือกำเนิดขึ้นที่ย่านโทโยสุ กรุงโตเกียว และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกญี่ปุ่น
สิ่งสำคัญคือ ซูซูกิไม่ได้เพียง “คัดลอก” โมเดลจากอเมริกา หากแต่ปรับมันใหม่ทั้งหมดให้เข้ากับสังคมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะร้านมีขนาดเล็กลง สินค้าหมุนเวียนเร็วขึ้น เพิ่มอาหารพร้อมรับประทาน เติมสินค้าหลายรอบต่อวัน ตลอดจนการใช้ข้อมูลยอดขายวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์
จากร้านสะดวกซื้อธรรมดา 7-Eleven จึงค่อยๆ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตเมือง ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับอาหาร บริการ การเงิน และวิถีชีวิตประจำวันอย่างแนบแน่น
และนั่นคือจุดที่ทำให้หลายคนยกย่องซูซูกิว่า ไม่ใช่เพียงนักธุรกิจ แต่คือ “ผู้ปฏิวัติร้านสะดวกซื้อ” ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
📌7-Eleven ญี่ปุ่น เปลี่ยนโลกค้าปลีกอย่างไร
1. Data-Driven Retail ค้าปลีกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
7-Eleven ญี่ปุ่น เป็นผู้บุกเบิกการใช้ระบบ Point of Sale (POS) วิเคราะห์ยอดขายแบบรายชิ้น เพื่อนำข้อมูลมาปรับสินค้าให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ ช่วงเวลา และพฤติกรรมลูกค้า ร้านแต่ละสาขาจึงมีสินค้าแตกต่างกันตามความต้องการของคนในย่านนั้นๆ
แนวคิด “ค้าปลีกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” ซึ่งเริ่มต้นในญี่ปุ่น ได้กลายเป็นมาตรฐานของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ในเวลาต่อมา
2. Ready-to-Eat Revolution ปฏิวัติอาหารพร้อมกิน
ซูซูกิยังเปลี่ยนร้านสะดวกซื้อจากพื้นที่ขายขนมและเครื่องดื่ม ให้กลายเป็นแหล่งอาหารพร้อมรับประทานสำหรับคนเมือง เบนโตะ โอนิกิริ แซนด์วิช และอาหารสำเร็จรูป ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งคุณภาพ ความสดใหม่
และระบบกระจายสินค้า 7-Eleven ญี่ปุ่น ยังใช้ระบบเติมสินค้าหลายรอบต่อวัน เพื่อรักษาคุณภาพอาหารสด ซึ่งแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อแบบดั้งเดิมในสหรัฐฯ โมเดลดังกล่าวต่อมากลายเป็นต้นแบบของร้านสะดวกซื้อทั่วเอเชีย รวมถึงไทย
3. Dominant Strategy ยิ่งกระจุก ยิ่งแข็งแกร่ง
แทนที่จะเปิดสาขากระจายทั่วประเทศ ซูซูกิเลือกเปิดร้านจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนขนส่ง
กลยุทธ์นี้ช่วยให้สินค้าเติมได้รวดเร็ว สดใหม่ และสร้างการจดจำแบรนด์ จน 7-Eleven กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน โมเดลดังกล่าวถูกยกให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ค้าปลีกที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของญี่ปุ่น
4. Convenience as Infrastructure ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตง
เมื่อเวลาผ่านไป 7-Eleven ในญี่ปุ่นเริ่มทำหน้าที่มากกว่า “ร้านค้า” ผู้คนสามารถจ่ายบิล ถอนเงิน รับพัสดุ ซื้อตั๋ว หรือเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก
ร้านสะดวกซื้อจึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตคนเมือง ไม่ต่างจากระบบขนส่งสาธารณะ นี่คือเหตุผลที่หลายคนมองว่า สิ่งที่ซูซูกิสร้างขึ้น ไม่ใช่เพียงโมเดลค้าปลีก แต่คือ “ระบบชีวิต” ของสังคมเมืองยุคใหม่
📌วันที่ญี่ปุ่นซื้อ 7-Eleven กลับจากอเมริกา
แม้ 7-Eleven จะถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์กลับเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ตลอดช่วงทศวรรษ 1970–1980 โมเดลร้านสะดวกซื้อแบบญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใต้การบริหารของ 7-Eleven Japan จนมีประสิทธิภาพและทำกำไรสูงกว่าต้นแบบในอเมริกา
ในขณะเดียวกัน บริษัทแม่ในสหรัฐฯ อย่าง Southland Corporation กลับเผชิญปัญหาหนี้สินจำนวนมหาศาลจากการขยายธุรกิจและการซื้อกิจการ ก่อนจะยื่นขอล้มละลายในช่วงต้นทศวรรษ 1990
สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่เหตุการณ์ที่แทบไม่มีใครคาดคิด บริษัทญี่ปุ่นที่เคย “นำเข้า” โมเดล 7-Eleven จากอเมริกา กลับกลายเป็นฝ่ายเข้าซื้อหุ้นกว่า 70% และเข้าไปฟื้นฟูกิจการของบริษัทแม่ในสหรัฐฯ
ภายใต้การนำของ Masatoshi Ito และ Toshifumi Suzuki ญี่ปุ่นได้เข้าควบคุมธุรกิจ 7-Eleven ในอเมริกา พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงดีลธุรกิจธรรมดา
แต่สะท้อนการกลับด้านอำนาจในโลกเศรษฐกิจยุคหลังสงคราม จากเดิมที่ญี่ปุ่นเคยเรียนรู้ระบบค้าปลีกจากอเมริกา กลายเป็นญี่ปุ่นที่เข้าไปช่วยกอบกู้แบรนด์อเมริกันระดับโลก และในที่สุด ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เคยนำเข้า 7-Eleven กลับกลายเป็นผู้กอบกู้แบรนด์จากเจ้าของเดิม
หลังการปรับโครงสร้างธุรกิจ 7-Eleven ได้ขยายตัวต่อเนื่องไปทั่วโลก จนกลายเป็นเครือร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน โดยมี 85,000 สาขาทั่วโลก ญี่ปุ่นมีสาขามากที่สุด 21,600+ สาขา ส่วนไทยมีสาขามากเป็นอันดับ 2 จำนวน 16,084 สาขา อันดับที่ 3 สหรัฐอเมริกา 12,300+ สาขา อันดับ 4 เกาหลีใต้ 11,000+ สาขา
📌ใครคือ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ” ตัวจริง
การจากไปของ Toshifumi Suzuki ทำให้ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงอีกครั้งในฐานะ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น” ชายผู้เปลี่ยนร้านสะดวกซื้อให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน แต่เมื่อย้อนมองประวัติศาสตร์ของ 7-Eleven Japan อย่างรอบด้าน คำถามสำคัญก็ยังคงอยู่ที่ว่า หากไม่มี Masatoshi Ito อาณาจักรดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
อิโตะ คือ ผู้สร้างรากฐานของธุรกิจค้าปลีกญี่ปุ่นยุคใหม่ เขาวางเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต สร้างระบบทุน โลจิสติกส์ และองค์กรขนาดใหญ่ผ่าน Ito-Yokado จนกลายเป็นฐานสำคัญให้ 7-Eleven สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ Toshifumi Suzuki คือผู้มองเห็นอนาคตใน “ร้านเล็กๆ” และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโมเดลค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดรูปแบบหนึ่งของโลก หาก Masatoshi Ito คือ “นักสร้างอาณาจักร” ซูซูกิก็คือ “นักปฏิวัติระบบ”
ในอีกมุมหนึ่ง บทบาทของเขาอาจถูกเปรียบได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ Ray Kroc ทำกับ McDonald's ซึ่งเขาไม่ใช่ผู้คิดค้นต้นแบบธุรกิจ แต่คือผู้เปลี่ยน “ระบบธุรกิจ” ให้กลายเป็นโครงสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ที่ขยายได้ทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
Kroc ทำให้ระบบแฟรนไชส์ของ McDonald's กลายเป็นมาตรฐานระดับโลก ซูซูกิก็ทำให้ร้านสะดวกซื้อไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โลจิสติกส์ และพฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์
หนึ่งคนสร้างแบรนด์ อีกคนออกแบบ “ระบบที่ทำให้แบรนด์ทำงานได้ทุกวัน” และนั่นคือจุดที่ 7-Eleven ไม่ได้เป็นแค่ร้านสะดวกซื้อ แต่กลายเป็นโมเดลค้าปลีกที่ถูกศึกษาทั่วโลกในฐานะระบบมากกว่าร้าน
อิทธิพลดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่ในญี่ปุ่น แต่ยังขยายมาถึงประเทศไทย ซึ่ง CP All นำโมเดลร้านสะดวกซื้อแบบญี่ปุ่นมาพัฒนาต่อ จน 7-Eleven กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยเช่นกัน ตั้งแต่การซื้ออาหารพร้อมทาน การจ่ายบิล การส่งพัสดุ ไปจนถึงการเป็นพื้นที่พักของผู้คนในเมืองตลอด 24 ชั่วโมง
แม้วันนี้ผู้บุกเบิกทั้ง 2 จะจากไปแล้ว แต่โลกค้าปลีกที่พวกเขาร่วมกันสร้างยังคงดำเนินต่อไป ภายใต้แสงไฟของร้านสะดวกซื้อที่ไม่เคยดับ ทั้งในโตเกียว กรุงเทพฯ และอีกหลายเมืองทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
https://citly.me/9WirN
https://citly.me/zTS38
https://citly.me/ToLCS
https://citly.me/krKgP
https://citly.me/CdSn2
https://citly.me/85d6N
https://citly.me/dvlD4
#ร้านสะดวกซื้อ #บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ #โมเดลร้านสะดวกซื้อโลก

New S-Curve บิ๊กซี เปิดตัว "บิ๊กซี มินิ เสนานิคม 1" โอมใหม่ 300 ตร.ม. ดันทราฟฟิกโตกว่า 20%ภายใต้แนวคิด "Super Convenienc...
26/05/2026

New S-Curve บิ๊กซี เปิดตัว "บิ๊กซี มินิ เสนานิคม 1" โอมใหม่ 300 ตร.ม. ดันทราฟฟิกโตกว่า 20%
ภายใต้แนวคิด "Super Convenience Store" ยกระดับร้านค้าขนาดเล็กสู่พื้นที่ใช้ชีวิตคนเมือง เพิ่มสินค้าและบริการตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และครอบครัว ดัน Traffic โตมากกว่า 20%เดินหน้าขยายโมเดลสู่สาขาศักยภาพสูง ตั้งเป้า 3,000 สาขาในปี 2030
#บิ๊กซี #บิ๊กซีมินิ -Curve #บิ๊กซีมินิเสนานิคม1

25/05/2026

ทำไปได้! อดีตแฟรนไชส์ร้าน The Pizza Company ในกัมพูชา เปิดตัว TPC Pizza ย่อจาก The Pizza Cambodia #เหลือเชื่อ #เม้น

10 แฟรนไชส์ รายได้หลักพัน/หมื่น ร้านเล็กขายดี มีเงินใช้ตลอดในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ค่าครองชีพพุ่งสูง ลำพังแค่เงินเดือนหร...
25/05/2026

10 แฟรนไชส์ รายได้หลักพัน/หมื่น ร้านเล็กขายดี มีเงินใช้ตลอด
ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ค่าครองชีพพุ่งสูง ลำพังแค่เงินเดือนหรือมีรายได้ทางเดียวอาจไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น การเริ่มต้นเป็นพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดคืออีกอาชีพที่คนสนใจ แต่ในอีกด้านหนึ่งบางคนคิดได้แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อาจจะด้วยเหตุผลหลายด้านเช่น
✅การวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชี่ยลมากไป แทนที่จะช่วยให้ง่ายขึ้น กลับทำให้เกิดความลังเล กลัวเลือกทางผิด กลัวทำแล้วไม่ปังเหมือนในรีวิวที่ดู
✅ความกลัวสูญเสียเงินทุน เพราะรู้สึกว่าเงินหายากถ้าเอาไปลงทุนแม้จะไม่มากสัก 5,000 หรือ 10,000 ถ้าผิดพลาดขึ้นมาจะมีผลกระทบกับครอบครัวทำให้สุดท้ายก็เลือกเก็บเงินนั้นไว้ ดีกว่าเอาไปเสี่ยงในตลาดที่ยังไม่แน่ใจว่าจะรอดไหม
✅ต้องรอให้พร้อมถึงจะเริ่มธุรกิจ เพราะบางคนคิดว่าถ้าจะเริ่มอะไรสักอย่างต้องพร้อม 100% เช่นต้องมีร้านสวยงาม , มีเวลาว่างเยอะๆ , มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนว่าจะซื้อของ แต่สิ่งที่ควรรู้ก็คือ “ความพร้อมไม่มีอยู่จริง” การตั้งเงื่อนไขมากมายจะกลายเป็นข้ออ้างที่สมเหตุสมผลให้เราไม่เคยได้ลงมือทำสักที
📌เปิดร้านขายสินค้าในตลาดนัด อย่างไร! ไม่ให้ขาดทุน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปลี่ยนวิธีคิดจากการเป็นพ่อค้าแม่ค้ามาสู่นักบริหาร แม้ในอีกด้านหนึ่งตลาดสดและตลาดนัดยังคงเป็น ช่องทางอันดับ 1 ที่คนไทยจะมาเลือกซื้อของ โดยร้านค้าหมวดอาหารในตลาดนัดมี อัตราการซื้อซ้ำสูงถึง 80% หากรสชาติถูกปากและสะอาด
แต่ในอีกมุมก็มีข้อมูลที่ต้องระวังเพราะร้านค้าหน้าใหม่ มีอัตราเลิกทำ หรือเปลี่ยนมือสูงถึง 40% ภายใน 90 วันแรก โดยสาเหตุหลักไม่ได้มาจากสินค้าขายไม่ได้ แต่เกิดจาก
✅50% ทนความลำบากไม่ไหว ทั้งปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ และการต้องขนของขึ้น-ลงรถทุกวัน
✅30% บริหารเงินสดผิดพลาดเห็นเงินรายได้เข้าทุกวันแต่ลืมหักต้นทุนแฝง ทำให้หมุนเงินซื้อของล็อตต่อไปไม่ได้
ถ้าถามว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้ขายของตลาดนัดแล้วไปรอด ก็มี 5 แนวทางที่ควรรู้ได้แก่
1️⃣ ห้ามทุ่มเงินก้อน ในรอบแรก สมมุติว่ามีทุนตั้งต้นอยู่ 15,000 บาท ห้ามใช้หมดในคราวเดียวให้แบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน เช่นก้อนที่ 1 จำนวน 5,000 ใช้เป็นค่าเช่า ค่าอุปกรณ์ วัตถุดิบล็อตแรก ส่วนเงินก้อนที่ 2 และ 3 ให้เก็บไว้เป็นทุนสำรองเพราะในช่วงแรกๆ ถ้ายังขายไม่ได้หรือจับทางลูกค้าไม่ถูก จะหมดเงินหมดใจในทันที
2️⃣ เลือกสินค้าที่ Margin สูง โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร / เครื่องดื่ม หรือปัจจุบันเราสามารถเลือการลงทุนในระบบแฟรนไชส์ที่มีหลายแบรนด์สนับสนุนทั้งอุปกรณ์และวัตถุดิบ รวมถึงเป็นสินค้าที่มีฐานลูกค้าให้เราเลือกต่อยอดได้ง่ายไม่ต้องสร้างแบรนด์เอง ประหยัดเวลาในการเริ่มอาชีพได้
3️⃣ คำนวณ ต้นทุนแฝง ให้ครบก่อนตั้งราคา ไม่ใช่แค่ซื้อมาเท่าไหร่แล้วบวกกำไรทันที ต้องคำนวณต้นทุนแฝงตั้งแต่ค่าเดินทาง , ค่าบรรจุภัณฑ์ , ค่าแรงตัวเอง และอื่นๆ เมื่อรู้ต้นทุนที่แท้จริงจึงจะกำหนดราคาขายที่ถูกต้องได้
4️⃣ ลองตลาดก่อนเริ่มขายจริง ในช่วงแรกอย่าเซ็นสัญญารายเดือน หรือรายปี ให้เลือกแบบรายวันหรือขาจรอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อดูว่าเราจะขายได้ไหม ลูกค้าเราคือใคร ตลาดแห่งนี้มีคนพลุกพล่านหรือไม่
5️⃣ ใช้การตลาดผ่านโซเชี่ยลเพื่อกระตุ้นยอดขาย ไม่ใช้แค่หวังยอดขายจากหน้าร้าน หรือหวังจากลูกค้าที่ผ่านไปมา เราอาจทำตลาดในโซเชี่ยลเช่นไลฟ์ TikTok หรือโพสต์ลง Facebook เพื่อทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น
📌 10 แฟรนไชส์เหมาะขายตลาดนัด! รายได้หลักพัน/วัน
ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มต้นแบบไหน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร วิธีที่ง่ายที่สุดคือลงทุนในระบบแฟรนไชส์ ทุกแบรนด์มีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาและส่วนใหญ่สร้างรายได้ให้ผู้ลงทุนได้อย่างดี ยิ่งทำเลดีๆ รายได้ต่อวันขั้นต่ำไม่น้อยกว่าหลักพันบาท รายได้ต่อเดือนถ้าขยันขายจริงๆ อาจดีกว่าทำงานประจำด้วย
1️⃣ ธีรยาหมูปิ้งนมสด
สินค้าไม่ได้มีแค่หมูปิ้งแต่ยังมีไก่ปิ้ง ไส้กรอกอีสาน ให้ผู้สนใจเลือกขายได้ตามต้องการ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้น ลงทุนเริ่มแค่ 500 บาท ได้อุปกรณ์ครบชุด (รถเข็น) รวมถึงสามารถเลือกลงทุนแบบการเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ด้วยเช่นกัน เป็นแฟรนไชส์ที่ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ไม่มีหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย รายได้เป็นของผู้ลงทุนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
2️⃣ ไจแอ้น ลูกชิ้นปลาระเบิด
สินค้าประเภทลูกชิ้นทอดขายดีมากในตลาดนัด เป็นแบรนด์ที่คนลงทุนไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ พร้อมบริการส่งวัตถุดิบให้ผู้ลงทุนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด งบลงทุน 3,000 – 59,990 บาท มีแพ็กเกจให้เลือกลงทุนได้ตามต้องการเช่น ชุดทดทองขาย , ชุดป้ายพร้อมอุปกรณ์ , ชุดเคาน์เตอร์ตลาดนัดพกพา , ชุดรถเข็นโดดเด่น , ชุดพ่วงข้างมอเตอร์ไซด์ เป็นต้น
ทุกแพ็กเกจจะได้รับอุปกรณ์+วัตถุดิบพร้อมให้เริ่มธุรกิจได้ทันที ระยะเวลาคืนทุน 1-4 อาทิตย์ (ขึ้นอยู่กับทำเล) ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ไม่มีหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย รายได้เฉลี่ยต่อเดือนในบางสาขาสูงถึงหลักหมื่น
3️⃣ กุยช่ายสวรรค์
เมนูกุยช่ายเป็นสตรีทฟู้ดที่ขายดี ทางแฟรนไชส์มีการพัฒนาเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง เมนูขายดีเช่น กุยช่ายนึ่ง , เฟรนช์ฟรายส์กุยช่าย , กุยช่ายดั้งเดิม งบลงทุน 9,999 – 59,999 บาท มี 4 แพ็กเกจให้เลือก โดยทุกแพ็กเกจได้รับวัตถุดิบ ขายหมดได้ทุนคืน +กำไรทันที มีวัตถุดิบคุณภาพพร้อมจัดส่ง ถ้าเปิดร้านในตลาดนัดที่คนพลุกพล่านจะสร้างรายได้ดีมาก
4️⃣ ไส้กรอกแม่ไก่
อร่อย สะอาด สดใหม่ ผลิตวันต่อวัน จากโรงงานมาตรฐาน GMP ค่าแฟรนไชส์ 31,900 บาท งบลงทุน 49,000 บาท สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับคือคีออสตามแพ็กเกจที่เลือกพร้อมตกแต่งครบ + อุปกรณ์และวัตถุดิบให้พร้อมเปิดร้าน เป็นสินค้าที่ขายง่าย และขายดีตามตลาดนัดทั่วประเทศ
5️⃣ ป๊อบคอร์นแลนด์
การขายป๊อบคอร์นในตลาดนัดเป็นสินค้าที่ขายง่าย ซึ่ง ป๊อบคอร์นแลนด์รสชาติเข้มข้น กรอบ อร่อย มีผงปรุงรสสูตรเฉพาะของบริษัท ค่าแฟรนไชส์ในการลงทุน 18,000 บาท ผู้ลงทุนจะได้รับ เครื่องทำป๊อบคอร์น , อุปกรณ์สำหรับเปิดร้าน , วัตถุดิบ(เริ่มต้น) , การสอนสูตรและขั้นตอนในการผลิตต่างๆ ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ไม่มีส่วนแบ่งการตลาด
6️⃣ ฮิปสเตอร์สเต็ก
สเต็กเป็นเมนูที่ลูกค้าชอบเพราะอิ่มคุ้ม ราคาไม่แพง ซึ่งฮิปสเตอร์สเต็ก มีอุปกรณ์ + วัตถุดิบให้พร้อม เมนูให้เลือกเยอะเช่น สเต็กไก่พริกไทยดำ , สเต็กสะโพกไก่สไปซี่ , สเต็กเนื้อสันนอก ค่าแฟรนไชส์ 9,900 บาท งบลงทุน 9,900 -17,900 บาท เลือกการลงทุนได้ 3 รูปแบบ ไม่มีค่ารายเดือนรายปี โอกาสคืนทุนประมาณ 1 เดือน
7️⃣ ธงไชยผัดไทย
เมนูเด่นคือผัดไทย ผัดกระเพรา และข้าวผัดต่างๆ งบลงทุน 9,000 – 29,000 บาท ซอสผัดไทยและซอสผัดกระเพราที่ให้ทุกจานอร่อยเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นแฟรนไชส์พร้อมสร้างอาชีพที่สินค้าราคาไม่แพง มีระบบบริหารจัดการสนับสนุนผู้ลงทุนเป็นอย่างดี
8️⃣ โมเน่ชา
ร้านชานมไข่มุก 20 บาท ฟรีไข่มุก เน้นคุณภาพ + วัตถุดิบคัดสรรอย่างดี มีหลายเมนูทั้งชานม , นมสด , ชามะนาว , ชามะลิ เป็นต้น ลงทุนเริ่มต้น 49,000 บาท ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ไม่มีหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ผู้ลงทุนได้อุปกรณ์และวัตถุดิบพร้อมเปิดร้าน พร้อมการสอนสูตร สอนเทคนิคการขาย
9️⃣ ชาไข่มุกดอทคอม
ร้านชานมไข่มุกที่ราคาเริ่มต้น 20 บาท ฟรีไข่มุก ขายง่าย งบการลงทุน 9,900 – 289,900 บาท มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งหมด 6 รูปแบบ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้น ไปจนถึงผู้ที่ต้องการเปิดร้านเต็มรูปแบบ ไม่หักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย และไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน–รายปี ไม่จำกัดในเรื่องทำเล เปิดขายได้หลายพื้นที่ โอกาสคืนทุนประมาณ 3-6 เดือนโดยขึ้นอยู่กับทำเล
🔟 เดรี่ชา
แฟรนไชส์ร้านชานมไข่มุก 20 บาท + ฟรีไข่มุก เหมาะกับคนที่อยากมีธุรกิจแต่มีงบลงทุนจำกัด เน้นโมเดล "ลงทุนครั้งเดียวจบ" ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ค่าแฟรนไชส์ 30,000 บาท มี 5 รูปแบบให้เลือกลงทุนเริ่มต้น 30,000 – 90,000 บาท ได้อุปกรณ์ + วัตถุดิบพร้อมเปิดร้าน สอนสูตรเครื่องดื่มให้ทุกเมนู ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ก็สร้างธุรกิจได้เปิดร้านได้
รายได้จากการเปิดร้านในตลาดนัดขึ้นอยู่กับสินค้า + บริการ + คุณภาพ และทำเล ในกลุ่มที่ขายดีอาจมีรายได้ต่อวัน 5,000 – 10,000 หรือในกลุ่มร้านขนาดเล็กหรือร้านทั่วไปรายได้เฉลี่ยอาจอยู่ในช่วง 500 – 1,000 แต่ถ้ามองในมุมของการสร้างเป็นอาชีพเสริมก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายต่อเดือนได้มากขึ้น แต่ก็ต้องแลกด้วยการขยันและทุ่มเท และหากวางแผนการตลาดดีๆ อาจเปลี่ยนจากอาชีพเสริมให้กลายเป็นอาชีพหลักในอนาคตได้
╔════════════════════════╗
มีคนทัก "พี่ๆขายแฟรนไชส์มั้ย?" แนะนำ อย่าเพิ่งขาย!
ถามตัวเองก่อนว่าธุรกิจเราทำเป็นแฟรนไชส์ได้มั้ย
#คอร์สแฟรนไชส์ จัมป์อัพ Franchise Jump Up
ปั้นธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มยอดขาย ขยายสาขา
สอนทุกขั้นตอนในการพัฒนาธุรกิจให้เป็นระบบแฟรนไชส์
#สอนการสร้างแฟรนไชส์อย่างถูกต้อง
✅ กลยุทธ์ขยายสาขา สร้างมาตรฐานร้านแฟรนไชส์
✅ วิธีคิดค่าแฟรนไชส์, ค่า Royalty, Marketing Fee
✅ กำไรในต้นทุน-วัตถุดิบในระบบแฟรนไชส์
✅ กฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ Update ปี69
สนใจลงทะเบียน https://shorturl.at/RSrY7
ให้คำปรึกษาแฟรนไชส์ ฟรี!
โทร. 061-2673356 , 089-8955665
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด 🎯
สนใจเรียนทัก LINE id:
คลิก! https://shorturl.asia/g2Ud4
╚════════════════════════╝
#แฟรนไชส์ขายตลาดนัด #แฟรนไชส์ #10แฟรนไชส์ขายตลาดนัด #อาชีพเสริม #เปิดร้านในตลาดนัด #ขายของตลาดนัด

👍 จบไปแล้วเรียบร้อย! สำหรับคอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์วิเคราะห์เป็น • อ่านงบได้ • ลงทุนอย่างมั่นใจที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที...
25/05/2026

👍 จบไปแล้วเรียบร้อย!
สำหรับคอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์วิเคราะห์เป็น • อ่านงบได้ • ลงทุนอย่างมั่นใจ
ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569
😍 การอบรมที่เนื้อหาอัดแน่น เตรียมความพร้อมด้วยความรู้
เพื่อก้าวสู่นักลงทุนแฟรนไชส์ได้อย่างมืออาชีพ
✅ วิเคราะห์แฟรนไชส์ได้
✅ เลือกแฟรนไชส์เป็น
✅ คำนวณกำไร-ขาดทุนถูกต้อง
✅ ไม่ถูกเอาเปรียบในสัญญาแฟรนไชส์
✅ ตัดสินใจลงทุนอย่างมั่นใจ
📌 พร้อมไฮไลท์น่าสนใจ
งานเสวนา “ซื้อแฟรนไชส์ ต้องดูอะไรบ้าง
โดยคุณจตุพล พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอเอสเค บิสซิเนส จำกัด
ที่มาแชร์ประสบการณ์จริง
ในการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ดังถึง 4 แบรนด์
บรรยากาศการเรียนเข้มข้น สนุกสนาน
คอร์สเรียนดีๆที่คนต้องการทำธุรกิจไม่ควรพลาด
หลักสูตรความรู้แน่น เติมเต็มความรู้รอบด้าน
เนื้อหาเจาะลึกพร้อมนำไปใช้ได้จริง
ใครที่พลาดครั้งนี้ไม่เป็นไร! เตรียมพบกับคอร์สใหม่ รุ่น 3 ที่จะเปิดในเร็วๆ นี้
☎️สนใจโทร. 02-101-9187 | 061-2673356
💬 LINE:
#คอร์สแฟรนไชส์ #คอร์สเลือกซื้อแฟรนไชส์ #ไทยแฟรนไชส์ #เลือกแฟรนไชส์ #ลงทุน #วิเคราะห์แฟรนไชส์ #เน้นคุณภาพ #สาระน่ารู้

เตรียมพบเมนูใหม่! แฟรนไชส์ The Black Dragon เตรียมเปิดตัว "ไข่มุกโมจิ" ใหม่ใน 2 เดือนหวังดันยอดขายและตอบโจทย์ผู้บริโภครุ...
25/05/2026

เตรียมพบเมนูใหม่! แฟรนไชส์ The Black Dragon เตรียมเปิดตัว "ไข่มุกโมจิ" ใหม่ใน 2 เดือน
หวังดันยอดขายและตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ชูจุดเด่นวัตถุดิบพรีเมียม เมนูหลากหลาย ราคาจับต้องได้ พร้อมระบบอบรม การตลาดครบวงจร ไม่หักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย ลงทุนเริ่มต้น 99,900 บาท คืนทุนภายใน 6-12 เดือน
.
#ไข่มุกโมจิ #แฟรนไชส์TheBlackDragon #แฟรนไชส์ชาไข่มุก

25/05/2026

ส่อง! ตลาดกาแฟและชาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEA

#ตลาดกาแฟ #คลังเครื่องดื่ม #ชากาแฟ

ที่อยู่

132/3-4 โครงการบี-อเวนิว ซ. พระรามที่ 2 ซอย50 ถ. พระราม2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66898955665

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ Thailand's Franchising Solution & Mediaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ Thailand's Franchising Solution & Media:

แนะนำ

แชร์