ซีเอ็มพี ฟาร์มาซี Cmp Phamacy co.,ltd.

ซีเอ็มพี ฟาร์มาซี  Cmp Phamacy co.,ltd. ผลิตและจำหน่าย เวชภัณฑ์ยารักษาโรค ?

14/09/2026
ภูมิแพ้ แพ้อะไร ทดสอบอย่างไรให้ได้คำตอบภูมิแพ้ คือภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เ...
09/09/2026

ภูมิแพ้ แพ้อะไร ทดสอบอย่างไรให้ได้คำตอบ

ภูมิแพ้ คือภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น คัดจมูก คันจมูก น้ำมูกไหล หอบ หายใจลำบาก รวมถึงอาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ผิวหนังบวม แดง

สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย

ไรฝุ่น/ฝุ่นในบ้าน
อาหารบางชนิด เช่น นมวัว ไข่ ถั่ว กุ้ง
ขนสัตว์
เกสรดอกไม้
ยาหรือสารเคมีบางชนิด
รู้ได้อย่างไรว่า “แพ้อะไร”

1. ซักประวัติอย่างละเอียด

เช่น อาการเกิดเมื่อไร? มักเกิดในสถานการณ์ไหน?

2. วิธีสะกิดทางผิวหนัง (Skin Prick Test)

หยดสารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนัง ใช้เข็มสะกิดเล็กน้อย แล้วดูปฏิกิริยาบวมแดง

3. วิธีตรวจเลือด (Specific IgE test)

วัดการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน เมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้

4. ทดสอบเฉพาะทางในบางราย

เช่น ทดสอบอาหาร หรือยา ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากรู้ว่าร่างกายแพ้อะไร จะสามารถป้องกันการแพ้ และควบคุมอาการได้ ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น

ข้อมูลโดย : รศ.นพ.ฮิโรชิ จันทาภากุล
หน่วยโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก ฝ่ายอายุรศาสตร์
ข้อมูล ณ วันที่ : 9 กันยายน 2569

https://www.facebook.com/share/p/19Ea1KV8JR/?mibextid=wwXIfr
27/08/2026

https://www.facebook.com/share/p/19Ea1KV8JR/?mibextid=wwXIfr

โควิด-19 ยอดสะสมพุ่งเฉียดเกือบ 90,000 คน สถิติ 25 วันแรก ส.ค. พบติดเชื้อทะลักกว่าครึ่งหนึ่งของปี

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 1 ม.ค.-25 ส.ค.2569 จำนวนผู้ติดเชื้อ 87,537 คน เสียชีวิต 13 คน ขณะเดียวกันช่วงวันที่ 1 ส.ค.-26 ส.ค.2569 ผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 40,000 คน คิดเป็น 51.2% ของยอดติดเชื้อทั้งหมดนับตั้งแต่ต้นปี

#โควิด19 #โควิด #ผู้ติดเชื้อโควิด #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ

https://www.facebook.com/share/p/1EgJ2rXggz/?mibextid=wwXIfr
23/08/2026

https://www.facebook.com/share/p/1EgJ2rXggz/?mibextid=wwXIfr

RSV...ไม่ใช่แค่โรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ต้องรักษา แต่คือโรคที่ "ป้องกันได้" 🥰
ขอต้อนรับ ฤดูระบาดของ RSV ในประเทศไทย (ก.ค. - ต.ค. ของทุกปี) นี่คือสิ่งที่ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยระบุไว้อย่างชัดเจน

RSV ป้องกันอย่างไร อาการเป็นอย่างไร เดี๋ยวเล่าให้ฟัง 🩵
ไวรัส อาร์ เอส วี (RSV; Respiratory Syncytial Virus) ได้ยินชื่อก็ขนลุกแล้วสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก
(RSV เป็นหนึ่งในกลุ่มไวรัสที่ทําให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ มักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงกว่า

สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสน้ำมูกหรือน้ำลายของคนที่ติดเชื้อแพร่กระจายได้ง่ายมาก กลุ่มเสี่ยงคือ เด็กเล็ก 0-2 ปี ซึ่งในปี 2568 มีเด็กอายุ 0-4 ปี ประมาณ 40,000 ราย ป่วยเป็น RSV

ส่วนใหญ่แล้วเด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อ RSV เป็นเด็กที่ไม่มีโรคประจําตัว คลอดครบกำหนด แข็งแรงดี
📍รู้อย่างไรว่าลูกติด RSV? สามารถสังเกตและเตรียมรับมือได้ดังนี้ครับ

• อาการ: เด็กมักมีไข้ได้ตั้งแต่ระดับต่ำถึงสูง ไอมีเสมหะ ครืดคราด อ่อนเพลีย กินไม่ได้

• สัญญาณอันตราย: หากพบว่าหายใจเหนื่อย อกบุ๋ม ชายโครงยุบ และ/หรือหายใจเร็วมากกว่า 60 ครั้งต่อนาที(สังเกตหน้าอกลูกจะหอบเร็วเหมือนหายใจทุกวินาที) หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบแพทย์

• ช่วงเวลาอันตราย: ในวันที่ 3-7 ของการติดเชื้อ อาการอาจเริ่มรุนแรงขึ้น
📍ความรุนแรงและน่ากลัวของ RSV อยู่ที่การลุกลามสู่ "โรคปอดอักเสบ" เพราะเชื้อ RSV สามารถลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้เกิด "โรคหลอดลมฝอยอักเสบ" (Bronchiolitis) และ "โรคปอดอักเสบ" (Pneumonia) ซึ่งอันตรายมากในเด็กเล็ก

ลองจินตนาการตามนะครับ โดยปกติทางเดินหายใจของเด็กเล็กจะมีขนาดเล็กจิ๋ว เปรียบเทียบได้ประมาณขนาดของ"หลอดดูดนมกล่อง" (กว้างประมาณ 4 มิลลิเมตรเท่านั้น) เมื่อเกิดการติดเชื้อ RSV ที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง เด็กมักมี "เสมหะ“ สะสมในหลอดลมเล็กๆ ทำให้หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เกิดเสียงวี๊ด ซึ่งเด็กเล็กอาจยังขับเสมหะได้ไม่ดี ทำให้เกิดเสมหะสะสมในทางเดินหายใจ
นอกจากนี้ มีการศึกษาพบว่า การติดเชื้อ RSV รุนแรงจนลงปอดในช่วงวัยเด็กเล็ก อาจมีความเสี่ยงที่เด็กจะหายใจมีเสียงวี๊ดซ้ำและเป็นโรคหอบหืดในอนาคต
📍ที่สำคัญ "ไม่มียารักษาจำเพาะ" สำหรับโรค RSV

การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การเคาะปอด พ่นน้ำเกลือ ดูดเสมหะ ให้ออกซิเจน (จนถึงการใส่ท่อช่วยหายใจเมื่อมีการหายใจล้มเหลว)
✅แต่เรามีวิธีช่วยป้องกันได้โดย

1. การป้องกันในชีวิตประจำวัน เช่น: งดหอมแก้มเด็ก ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย ไม่เอามือเข้าปาก จมูก ตา

2. การป้องกันตั้งแต่ในครรภ์ด้วย "วัคซีน RSV": ปัจจุบันคุณแม่ตั้งครรภ์ (ช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์) สามารถเลือกฉีดวัคซีน RSV เพื่อช่วยให้ร่างกายแม่ส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปให้ลูกน้อยในครรภ์ได้โดยคุณหมอจะแนะนำช่วงเวลาในการฉีดที่เหมาะสมแก่คุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กที่มีกำหนดคลอดในช่วงฤดูกาลระบาดของ RSV ได้รับประโยชน์จากการป้องกันในช่วงที่มีความเสี่ยง

3. การป้องกันด้วย "ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV" (RSV Monoclonal Antibody) สำหรับเด็กแรกเกิด : นี่คือการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปแก่ร่างกายเด็กโดยตรง ไม่ต้องรอร่างกายสร้างเอง โดยมีการศึกษาพบว่า สามารถช่วยป้องกันโรค RSV ระดับรุนแรง และช่วยลดการเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับ RSV ได้
โดยอาการข้างเคียงจากการฉีดทั้ง 2 แบบ อาจจะมีอาการปวดบริเวณที่ฉีดได้
แม่ๆ สามารถปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือกุมารแพทย์ใกล้บ้านได้เลย หรือ ดูข้อมูลการป้องกัน RSV เพิ่มที่
https://www.mamaexpert.com/rsv

ด้วยความปรารถนาดี

#เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ #ภูมิปอดจิ๋วสู้RSV

12/08/2026
11/07/2026

" RSV เมืองโคราช มาแล้วครับ "

เมื่อวานนี้ ที่คลินิกผมแห่งเดียว ประมาณ 3-4 ราย นี่ยังไม่รวม ที่คุณผู้ปกครองเล่าให้ฟังว่า น้องๆที่มีอาการแบบเดียวกันใน ห้องเดียวกันอีกหลายคนที่ลาเรียนไป

เวรช่วงกลางคืน รับผู้ป่วยเด็กอายุ 1 ปีกว่า ติดเชื้อ rsv ลงปอด (RSV pneumonia) เข้ามาเพิ่มอีก 1 ราย
โดยมาจากต่างอำเภอ

RSV มีความสามารถในการแพร่กระจายสูงมากนะครับ คาดการณ์ได้ว่าอีกภายใน 1-2 อาทิตย์น่าจะเต็มไปหมดแล้วครับ

*** ใครเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง ***

หากเป็นเด็กที่คลอดปกติไม่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่กลุ่มที่จะอาการรุนแรงคือ

อายุน้อยกว่า 1 ปี โดยเฉพาะหากน้อยกว่า 6 เดือน อันนี้เสียงอาการรุนแรงจนเข้า ICU มากกว่า

ส่วน ที่อายุ เกิน 2 ปีไปแล้ว มีได้หลายรูปแบบแต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่จะเป็นอาการ ไข้สูง ประมาณ 1-2 วัน น้ำมูกใสไหลเป็นจำนวนมากและไอมีเสมหะ

ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงอาการจะรุนแรงไม่ว่าจะอายุแค่ไหนนั่นคือ

1. มีโรคระบบหายใจเรื้อรัง เช่นหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี โรคปอดเรื้อรังจากการคลอดก่อนกำหนด (BPD)

2. โรคหัวใจที่เสี่ยงต่อการมีน้ำท่วมปอดได้ง่าย และโรคหัวใจชนิดเขียว

3. โรคระบบประสาทที่ทำให้มีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ หรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อมากเกินไป หรือมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อช้ากว่าปกติ อย่างมาก

4. ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

5. ผู้สูงอายุโดยเฉพาะที่เกินกว่า 55 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มจะพบมากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้สูงอายุจะรับบทบาทในการเลี้ยงดูหลาน ที่ไปรับเชื้อมาจากโรงเรียน

*** แนวทางการป้องกัน ***

ก่อนจะไปมองหาเรื่องของวัคซีน หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับเด็กน้อยกว่า 1 ปี สิ่งที่ควรศึกษาคือการป้องกันขั้นพื้นฐาน ที่ควรต้องทำนั่นคือ

1. แยกคนโตที่ป่วย ออกจากเด็กคนเล็ก

2. สวมหน้ากากในน้องคนที่ป่วย โดยเฉพาะเมื่อจะต้องใกล้ชิดกับน้องคนเล็ก

3. ล้างมือด้วย Alcohol สำหรับล้างมือ หรือล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่บ่อยๆ

4. หลีกเลี่ยงการพาน้องๆกลุ่มเสี่ยงสูงดังกล่าว ไปในที่ ที่มีผู้คนแออัดการระบายอากาศไม่ดี

5. อย่าพาเด็กที่ป่วยไปเยี่ยมเด็กเล็ก!!! ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะที่ผมเจอใน ICU
เช่นอายุสัก 1-2 เดือน ติดมาจากที่ที่มาเยี่ยมนี่แหละครับ

การส่งข่าวบอกของผมนี้ไม่ได้ต้องการให้ " ตื่นตระหนก "

แต่อยากให้ทุกคนตระหนักถึง แนวทางการป้องกันและควบคุมโรค

โดยเฉพาะโรงเรียน อนุบาล และสถานรับเลี้ยงเด็ก ณเวลานี้ จะต้องตื่นตัวแล้วครับ

น้องที่ติดเชื้อ rsv จะมีโอกาสปล่อยไวรัสออกสู่ คนรอบข้างได้ในช่วงประมาณ 5 วันแรกนับจากมีไข้

หลังจาก 5 วันไปแล้ว แนวโน้มปริมาณไวรัส แบะโอการแพร่กระจายจะก่อโรคได้มักจะลดลง.... โดยเฉพาะหากเลย 7 วันไปแล้วในเด็กปกติทั่วไป

หากมีการติดเชื้อกันหลายคนภายในห้องเรียน ควรพิจารณาการปิดห้องเรียนเพื่อทำความสะอาด ตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อนะครับ

#หมอจิรรุจน์

เด็กเล็กติดเชื้อ IPD (ไอพีดี) อาจถึงตาย ป้องกันได้ด้วยวัคซีน PCVIPD (ไอพีดี) เป็นการติดเชื้อรุนแรงจากแบคทีเรียนิวโมคอคคั...
11/07/2026

เด็กเล็กติดเชื้อ IPD (ไอพีดี) อาจถึงตาย ป้องกันได้ด้วยวัคซีน PCV

IPD (ไอพีดี) เป็นการติดเชื้อรุนแรงจากแบคทีเรียนิวโมคอคคัส แพร่กระจายผ่าน น้ำมูก น้ำลาย การไอหรือจาม

พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ

เชื้อนี้ทำให้เกิดโรค เช่น

ปอดอักเสบรุนแรง
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
ความรุนแรงของโรค

โอกาสเสียชีวิตสูงถึง 10%

20% มีความพิการถาวร เช่น หูหนวก สมองพิการ พัฒนาการถดถอย

วัคซีน PCV ช่วยป้องกันได้

ลดความเสี่ยงการเกิดโรครุนแรง และการเสียชีวิต
ป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
ลดการแพร่เชื้อไปยังคนในครอบครัว
การให้วัคซีน PCV ในเด็ก

เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปีทุกคน แนะนำให้เริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 2 เดือน
โดยทั่วไปฉีดตามช่วงอายุ เช่น 2 เดือน 4 เดือน และฉีดกระตุ้นช่วงอายุ 12 เดือน
ข้อมูลโดย : ผศ.(พิเศษ) ดร.พญ.วรรษมน จันทรเบญจกุล
ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์
ข้อมูล ณ วันที่ : 11 กรกฎาคม 2569

เข้าใจวัยทอง เพื่อสุขภาพที่ดี และการใช้ชีวิตที่สมดุลวัยทองเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ที่รังไข่จะทำงานลดลงและหยุดสร้าง...
04/07/2026

เข้าใจวัยทอง เพื่อสุขภาพที่ดี และการใช้ชีวิตที่สมดุล

วัยทองเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ที่รังไข่จะทำงานลดลงและหยุดสร้างฮอร์โมนเพศหญิงไปในที่สุด มักเกิดในช่วงอายุ 45 – 55 ปี ส่งผลให้ร่างกายและอารมณ์เปลี่ยนแปลง บางอาการเป็นเรื่องปกติของวัย แต่บางสัญญาณควรใส่ใจเป็นพิเศษ

อาการทั่วไปของวัยทองที่สังเกตได้
- ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือค่อย ๆ หายไป
- ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน รู้สึกว่าใจสั่น
- นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
- ช่องคลอดแห้ง
- น้ำหนักขึ้นง่าย

สัญญาณอันตราย ควรรีบพบแพทย์
- มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ หรือกะปริบกะปรอย
- มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือนแล้วเกิน 12 เดือน
- ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีอาการท้องโตผิดปกติ
- มีอาการร้อนวูบวาบที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการนอนหลับ
- มีอาการวิตกกังวลมาก ซึมเศร้า
- มีอาการแน่นหน้าอกหรือหัวใจเต้นเร็ว ผิดจังหวะ จนรู้สึกผิดปกติ
- เวียนศีรษะหรือมีอาการหน้ามืดบ่อย ๆ
- แผลเรื้อรังที่อวัยวะเพศ ตกขาวผิดปกติ - ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะส่วนล่างบ่อย ๆ
นอกจากนี้ หากมีอาการวัยทอง หรือหมดประจำเดือนเร็วก่อนอายุ 45 ปี ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการประเมินและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ข้อมูลโดย : ผศ.พญ.นลินา ออประยูร
ฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
ข้อมูล ณ วันที่ : 4 กรกฏาคม 2569

29/04/2026

เรื่อง “งดน้ำ งดอาหารก่อนเจาะเลือด” นี่น่าจะเป็นหนึ่งในความสับสนระดับชาติของวงการตรวจสุขภาพเลยก็ว่าได้
หลายคนเวลาพี่ ๆ พยาบาลแจ้งว่า “งดอาหาร 8-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด” หรือบางโรงพยาบาลเขียนมาเลยว่า “งดอาหารและน้ำ” ก็เข้าใจว่า งั้นต้องงดน้ำด้วยสิ เดี๋ยวผลเลือดเพี้ยน
ผลคือบางคนอดทั้งข้าว อดทั้งน้ำ เดินเข้าห้องเจาะเลือดด้วยสภาพปากแห้ง คอแห้ง เลือดข้น เส้นเลือดหายเหมือนมันลาออกจากร่างกายไปแล้ว คนเจาะเลือดก็คลำจนเริ่มสงสัยว่านี่แขนคนหรือแท่นขุดเจาะน้ำมัน ทำไมมันเจาะยากเหลือเกินแม่จ๋า

หมอเวรเลยไปซุยกับพญ.คิ ฤกษ์ชูชิต แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งวิทยา ว.34703 ตอนแกมาออกตรวจที่รพ.รามคำแหงพอดี หลัก ๆ ก็คือการงดอาหาร ไม่ได้แปลว่าต้องงดน้ำเปล่าเสมอไป โดยเฉพาะการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป ถึงจะให้ “งดอาหารและเครื่องดื่มอื่น 8-12 ชั่วโมง” แต่น้ำเปล่าสามารถดื่มได้ตามปกติ เพราะน้ำเปล่าไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมัน ไม่มีโปรตีน ไม่มีครีมเทียม ไม่มีไข่มุก และไม่ได้แอบเป็นมื้อเช้าในร่างโปร่งใส
การดื่มน้ำเปล่าให้พอดี ยังช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ เลือดไม่ข้นเกินไป เจาะเลือดง่ายขึ้น และลดโอกาสที่ค่าบางอย่างจะดูเพี้ยนจากการขาดน้ำได้ด้วย
ปัญหาคือหลายที่ยังใช้คำว่า “งดน้ำงดอาหาร” แบบแพ็กคู่เหมือนโปรบุฟเฟต์ หรือแจ้งต่อกันแบบสั้น ๆ จนคนไข้เข้าใจว่าแม้แต่น้ำเปล่าก็ห้าม ทั้งที่ถ้าเป็นการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป น้ำเปล่ามักดื่มได้ตามปกติ
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งเชื่อคำว่า “งดน้ำ” แบบไม่แยกประเภท และอย่าเพิ่งอดน้ำแบบอัตโนมัติจนตัวเองแห้งเป็นปลาเค็ม วิธีที่ถูกคือถามให้ชัดว่า “น้ำเปล่าดื่มได้ไหม?” ไม่ใช่ถามกว้าง ๆ ว่า “น้ำดื่มได้ไหม?” เพราะคำว่า “น้ำ” ในชีวิตจริงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนหมายถึงน้ำเปล่า บางคนหมายถึงกาแฟ บางคนหมายถึงชาเย็นหวานน้อย แล็บได้ยินแล้วอยากลาออกเหมือนเส้นเลือดในแขน

แต่ขอเบรกตรงนี้ก่อน เพราะนี่คือจุดที่คนชอบตีความพินาศ

“น้ำเปล่า = น้ำเปล่า”

และ "น้ำเปล่า ≠ เครื่องดื่ม"

ไม่ใช่กาแฟดำ
ไม่ใช่ชา
ไม่ใช่นม
ไม่ใช่น้ำเต้าหู้
ไม่ใช่น้ำผลไม้
ไม่ใช่น้ำหวาน
ไม่ใช่เครื่องดื่ม 0 แคลที่รสชาติซับซ้อนเหมือนมีทีม R&D อยู่ข้างหลัง

พอบอกว่า “กินน้ำได้” ไม่ได้แปลว่า “งั้นลาเต้หวานน้อยน่าจะพอไหว”
อันนี้ไม่ใช่

ซึ่งเครื่องดื่มพวกนี้มีโอกาสไปรบกวนผลเลือด โดยเฉพาะค่าน้ำตาล ไขมัน หรือค่าที่ต้องอาศัยการอดอาหารก่อนตรวจ สุดท้ายผลออกมาเพี้ยน แล้วหมอกับห้องแล็บต้องมานั่งเดาว่าตกลง “ร่างกายมีปัญหา” หรือ “เจ้าของร่างแอบซัดชาไทยมาก่อนเจาะเลือด” กันแน่ฟระ

หมอเวรเลยอยากอัปเดตเอาให้ชัดว่าแบบไหนกินน้ำได้ แบบไหนแค่จิบ และแบบไหนห้ามจริง

➡️ ถ้าเป็นเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป
หรือแม้แต่ตรวจเลือดบางชุดที่ต้องงดอาหาร เช่น น้ำตาล ไขมัน หลักใหญ่คือยังต้องงดอาหาร งดชา กาแฟ นม น้ำหวาน น้ำผลไม้ ลูกอม หมากฝรั่ง หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่น้ำเปล่า แต่น้ำเปล่าดื่มได้ตามปกติ ไม่ต้องอดน้ำจนตัวเองแห้งเป็นปลาเค็ม

➡️ ถ้าเป็นอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน
อันนี้จะเริ่มต่างออกไป เพราะไม่ได้ดูแค่เลือด แต่ต้องดูภาพในช่องท้องด้วย โดยทั่วไปจะให้งดอาหาร 6-8 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพื่อไม่ให้อาหารหรือแก๊สในทางเดินอาหารมาบังภาพ แต่ยังดื่มน้ำเปล่าได้น้อย ๆ ประมาณ 1-2 แก้ว หรือ 200-400 มล. ไม่ใช่ซัดน้ำเป็นลิตร แล้วก็ยังต้องเลี่ยงเครื่องดื่มอื่นเหมือนเดิม

➡️ ถ้าเป็นอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง หรือช่องท้องทั้งหมด
สองอันนี้มีจุดร่วมคือหลายครั้งต้องดื่มน้ำให้กระเพาะปัสสาวะมีน้ำ เพื่อช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยมักให้ดื่มประมาณ 500-1,000 มล. ก่อนตรวจ 30-60 นาที และไม่ควรฉี่ก่อนตรวจ
แต่รายละเอียดต่างกันนิดหน่อย คือถ้าตรวจช่องท้องส่วนล่างอย่างเดียว มักกินอาหารได้ตามปกติ แต่ถ้าเป็นช่องท้องทั้งหมด มักต้องงดอาหาร 6-8 ชั่วโมงร่วมด้วย

พูดง่าย ๆ คือบางตรวจต้องการให้ท้องว่าง แต่บางตรวจต้องการให้กระเพาะปัสสาวะเต็มนิด ๆ อย่าเพิ่งงง ร่างกายมนุษย์มันก็จุกจิกแบบนี้แหละ

➡️ แต่ถ้าเป็นผ่าตัด ดมยา ให้ยานอนหลับ ส่องกล้อง หรือหัตถการบางอย่าง

อันนี้อย่าเอากฎเจาะเลือดไปใช้มั่ว ๆ เพราะเหตุผลไม่เหมือนกันแล้ว บางเคสต้องงดน้ำงดอาหารจริง เพื่อป้องกันการสำลักหรือเพื่อความปลอดภัยระหว่างทำหัตถการ และบางการตรวจเฉพาะทาง เช่น water deprivation test ก็เป็นการงดน้ำภายใต้การดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล ไม่ใช่อยู่ ๆ คิดเองว่าอยากทดสอบร่างกายแล้วงดน้ำเล่นที่บ้าน
จำง่าย ๆ คือ

- เจาะเลือดทั่วไป กินน้ำเปล่าได้
- งดอาหารก่อนเจาะเลือด น้ำเปล่าก็ยังมักกินได้
- อัลตราซาวด์บางแบบ กินน้ำได้แค่จิบ บางแบบต้องดื่มน้ำก่อนตรวจ
- แต่ถ้ามีดมยา ผ่าตัด ส่องกล้อง หรือหมอสั่งเฉพาะ ให้ทำตามคำสั่งแพทย์เป๊ะ ๆ

และคำว่า “ทำตามคำสั่ง” ก็ต้องถามให้ชัดด้วยนะ

ถ้าใบเตรียมตัวเขียนว่า “งดน้ำงดอาหาร” แล้วเราจะตรวจแค่เลือดธรรมดา อาจถามย้ำได้เลยว่า

“น้ำเปล่าดื่มได้ไหม?”
“ดื่มได้ถึงกี่โมง?”
“ตรวจนี้มีแค่เจาะเลือด หรือมีหัตถการอื่นด้วย?”

ถามให้เคลียร์ ดีกว่าอดน้ำจนค่าบางอย่างเพี้ยน หรืออีกฝั่งคือคิดเองจนเผลอดื่มอะไรที่ไม่ควรดื่มก่อนตรวจ

--------------------------------------------------
สรุปสุดท้ายแบบสั้นที่สุด:
--------------------------------------------------

น้ำเปล่าดื่มได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะการเจาะเลือดทั่วไป
แต่คำว่าน้ำเปล่า แปลว่าน้ำเปล่าเท่านั้น
ไม่ใช่เครื่องดื่มทุกชนิดที่เป็นของเหลว
อย่าอดน้ำจนร่างพัง

แต่อย่าเนียนเอาชานมไข่มุกเข้าระบบแล้วหลอกหมอบอกว่า “ก็มันเป็นน้ำเหมือนกัน”

อันนี้หมอขำแห้ง ส่วนแล็บขำไม่ออก บอกเลยว่าอาจต้องมาเจาะใหม่อีกรอบนะจ๊ะ

ที่อยู่

33 ซ. จรัญสนิทวงศ์75/1 เขตบางพลัด กรุงเทพ
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:30
เสาร์ 08:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6628804043

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ซีเอ็มพี ฟาร์มาซี Cmp Phamacy co.,ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์