สมาคมนักศึกษาเก่า คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

สมาคมนักศึกษาเก่า คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มาร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเราชาวนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นิด้า ที่นี่..

🔓🔓🔓คำตอบ เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD&IR(ตอน:-งานบริการด่าลูกค้าผิดร้ายแรงหรือไม่)โดย:-ทัศน์พงษ์ สกุลคูการ...
13/09/2023

🔓🔓🔓คำตอบ เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD&IR(ตอน:-งานบริการด่าลูกค้าผิดร้ายแรงหรือไม่)โดย:-ทัศน์พงษ์ สกุลคู

การที่พนักงานซึ่งมีหน้าที่เป็นพนักงานยกกระเป๋าของโรงงานแรมไปพูดกับมัคคุเทศก์หรือไกด์ ซึ่งเป็นแขกของโรงแรมว่า “แขกเลวๆ อย่างนี้ อย่าพามาที่นี่เลย” ก็สืบเนื่องมาจากเพราะเด็กๆ ของกลุ่มแขกที่มาพักซุกซนมากได้นำเอาก้อนหินไปขว้างปานกเป็ดน้ำของโรงแรม แม้จะได้ทำการตักเตือนแล้วก็ไม่เชื่อฟังจึงมีอารมณ์ กรณีแม้ธุรกิจของโรงแรมจะเป็นงานบริการที่ต้องใช้การบริการแก่แขกอย่างดีที่สุด พนักงานต้องพูดจาสุภาพและแสดงกริยามารยาทอ่อนน้อม การกระทำของพนักงานดังกล่าวจึงถือได้ว่าฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับการทำงานของโรงแรม อย่างไรก็ตามแม้ว่าคำพูดดังกล่าวของพนักงานจะไม่เหมาะสม แต่ก็เป็นการกล่าวด้วยมีอารมณ์โดยไม่มีเจตนาทำให้องค์กรเสียหาย หรือเล็งเห็นถึงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับองค์กร ซึ่งองค์กรเองก็ยังไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่ใช่การจงใจทำให้องค์กรได้รับความเสียหายและไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรเป็นกรณีร้ายแรง องค์กรจะเลิกจ้างพนักงานด้วยเหตุนี้จึงต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชย แต่เมื่อพิเคราะห์ตามระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรซึ่งเป็นโรงแรมแล้ว ปรากฏว่า พนักงานยกกระเป๋ามีหน้าที่หลักกำหนดไว้ใน ข้อ 19 ไว้ว่า “ต้องทำดีที่สุดในการักษาชื่อเสียงของโรงแรมนายจ้าง” ดังนั้น การที่พนักงานใช้คำพูดเช่นนั้นกับมัคคุเทศก์หรือไกด์ ซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรมจึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรแล้วและเท่ากับเป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายขององค์กรด้วย การที่องค์กรเลิกจ้างพนักงานด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรไม่ใช่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 3177/2545
🙏🙏🙏ข้อพิจารณา
1.กรณีนี้พนักงานมีเจตนาที่ดีต่อองค์กร และองค์กรยังไม่ได้รับความเสียหาย จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืน ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง เป็นกรณีร้ายแรง การที่โรงแรมเลิกจ้างพนักงานจึงต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าในทางกลับกันทั้งหมดอาจเป็นกรณีร้ายแรงได้ซึ่งนายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
2.จากเหตุผลตามข้อ 1.แม้การกระทำของพนักงานจะไม่ใช่การฝ่าฝืน ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง เป็นกรณีร้ายแรงก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าเป็นการฝ่าฝืน ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง อยู่ดี ดังนั้นการที่ โรงแรมเลิกจ้างพนักงานจึงฟังได้ว่ามีเหตุแห่งการเลิกจ้างที่สมควรไม่ใช่ไม่มีเหตุผลในการเลิกจ้างเลย การเลิกจ้างพนักงานของโรงแรมจึงไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็ธรรม ตามที่พนักงานกล่าวหาโรงแรมจึงไม่ต้องรับพนักงานกลับเข้าทำงาน หรือจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม
สรุป โรงแรมต้องจ่ายเฉพาะค่าชดเชยให้แก่พนักงาน แต่ไม่ต้องรับกลับเข้าทำงานหรือจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม

 #สมาคมนักศึกษาเก่าคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ  #บริษัทสำนักกฎหมายทัศน์พงษ์สกุลคูจำกัดจัด...
26/06/2021

#สมาคมนักศึกษาเก่าคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ #บริษัทสำนักกฎหมายทัศน์พงษ์สกุลคูจำกัดจัด #อบรมสัมนาการกุศลหลักสูตรกฎหมายPDPAการกุศลฟรีชวนผู้ร่วมอบรมทำบุณบริจาค #ศิริราชมูลนิธิกองทุนศิริราชสู้ภัยโควิด #ยอดบริจาคทั้งสิ้น61000บาทอนุโทนาสาธุบุณทุกท่านด้วยครับ
#ขอขอบคุณ
ดร.วัลลภ ใหญ่ยิ่ง นายกส มาคมฯ
ศรีวงศ์ โน ณัฐกานต์ สายัณห์ กัญรวี ตรีสรานนท์ :-ทีมงาน

ทรงพระเจริญ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินีด้วยเกล้าด...
03/06/2021

ทรงพระเจริญ
๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า สมาคมนักศึกษาเก่าคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 #30ที่สุดท้ายขออนุญาตบอกบุณครับสัมนาฟรี.ไม่มีค่าใช้จ่าย.แค่ทำบุณร่วมกัน.ตามกำลังศรัทธา.!!!PDPA สัมนาฟรีการกุศล ร่วมต้าน...
01/06/2021

#30ที่สุดท้าย
ขออนุญาตบอกบุณครับ
สัมนาฟรี.ไม่มีค่าใช้จ่าย.แค่ทำบุณร่วมกัน.ตามกำลังศรัทธา.!!!PDPA สัมนาฟรีการกุศล ร่วมต้านโควิด
เพิ่มเติมความรู้ PDPA แถมได้บุญด้วย

สัมมนาวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 รับจำนวนจำกัด 100 คนเท่านั้น!
9:00-12:00 ผ่าน ZOOM Webinar
โดย อ.ทัศน์พงษ์ สกุลคู
พร้อมตอบคำถาม PDPA และ ข้อสงสัยของทุกท่าน ให้ท่านไปปฏิบัติได้จริงในองค์กร

ค่าสัมมนาฟรีเพียงแค่แนบหลักฐานการบริจาคเป็นเงินบริจาค จำนวนเท่าใดก็ได้ตามกำลังทรัพย์ที่ท่านมี เพื่อช่วยศิริราชมูลนิธิ จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19

ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด)
เลขที่บัญชี 901-3-50034-4

กรุณาแนบหลักฐานการบริจาค และลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSduvnu8h104yHVktDzDeOO1cP92fj41PYbhy5CkfXJUt7ow7Q/viewform

หลังจากลงทะเบียน ท่านจะได้รับ zoom invitation วันที่ 20 มิถุนายน 2564 นะคะ
หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อคุณตุ๊กตาที่ 085-189-1118

อนุโมทนาบุญร่วมกันค่ะ

🔒🔒🔒คำถาม คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD & ER ❤❤❤โดยทัศน์พงษ์  สกุลคูคนในวงการ HR มักจะพูดคุยกันและเชื่อ...
31/05/2021

🔒🔒🔒คำถาม คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD & ER
❤❤❤โดยทัศน์พงษ์ สกุลคู
คนในวงการ HR มักจะพูดคุยกันและเชื่อกันเสมอมาว่าการเปลี่ยนแปลงเกรดประเมินการทำงานของพนักงานซึ่งเกรดประเมินดังกล่าวต้องถูกนำไปใช้ในการพิจารณาค่าจ้าง โบนัสประจำปีของพนักงานในแต่ละปีนั้นเป็นอำนาจการจัดการของนายจ้างหรือบริษัท (management rights) ซึ่งบริษัทหรือนายจ้างสามารถเปลี่ยนแปลงได้เลยในแต่ปีตามความเหมาะสม ความเห็นในเชิงกฎหมายแรงงาน ซึ่งนายจ้าง ลูกจ้างต้องถูกบังคับให้ปฏิบัติตามจะเห็นสอดคล้องกับความเห็นดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด ลองพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ ดูนะครับ
เดิมนายจ้างมีการพิจารณาปรับค่าจ้างและโบนัสประจำปีแบ่งเป็น 3 เกรด ต่อมาปี 2546 นายจ้างแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับฯ เพื่อพิจารณาปรับค่าจ้างและโบนัสประจำปีมาเป็น 5 เกรด โดยมีแนวความคิดที่จะกระจายเกรดให้พนักงานทุกคนได้รับการปรับค่าจ้าง โบนัส ทุกคน ไม่ให้มีใครต้องตกเกรดและงบประมาณการจ่ายของนายจ้างอาจสูงขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งหลังจากแก้ไขแล้ว ลูกจ้างทั้งหมดรวมทั้งโจทก์ในคดีนี้ก็ไม่มีใครทำการโต้แย้งคัดค้าน ลูกจ้างกลับรับเอาผลการพิจารณาค่าจ้าง โบนัสประจำปีที่เปลี่ยนแปลงใหม่เป็น 5 เกรด เรื่อยมา ต่อมาลูกจ้าง (โจทก์) ได้ลาออกเมื่อปี 2562 เพื่อประกอบอาชีพส่วนตัว แต่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงการ 🙏🙏🙏 พิจารณาปรับค่าจ้าง โบนัส ประจำปีตั้งแต่ปี 2546 ที่ผ่านมานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ตนได้รับการปรับเงินจำนวนน้อยลง จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ จึงมาฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อให้นายจ้างคืนเงินส่วนต่างของค่าจ้างและโบนัสที่ขาดหายไป เมื่อเปรียบเทียบกับเกรดเดิม
คดีนี้ ศาลฎีกาได้พิจารณาวินิจฉัยว่า การพิจารณาแก้ไขคู่มือข้อบังคับการประเมินผลการปฏิบัติงานและการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งสำหรับพนักงานระดับบริหารเกี่ยวกับการจัดการจ่ายเงินโบนัสและค่าปรับค่าจ้างประจำปีโดยแบ่งออกเป็น 5 เกรดจากเดิม 3 เกรดนั้น ปรากฏว่านายจ้างแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวลูกจ้างทุกคนรวมทั้งลูกจ้างที่เป็นโจทก์หาได้ทักท้วง หรือโต้แย้งคัดค้านไม่ ตรงกันข้ามกลับรับเอาผลจากการแก้ไขดังกล่าวมาปฏิบัติด้วยดี แม้การแก้ไขจะไม่เป็นคุณต่อตัวเอง ถือได้ว่าเป็นการตกลงให้แก้ไขข้อบังคับซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยปริยายแล้ว คู่มือการประเมินผลการปฏิบัติงานและการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งพนักงานระดับบริหารดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับแก่โจทก์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น เทียบเคียงกับคำพิพากษาฎีกาที่ 8239/2560
ข้อพิจารณา
1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกรดจากเดิม 3 เกรดเป็น 5 เกรด เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณกับลูกจ้าง นายจ้างต้องยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงต่อลูกจ้างหรือได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน โดยมีหลักฐานความยินยอมเป็นหนังสือ เว้นแต่ลูกจ้างไม่คัดค้านฟ้องร้องนายจ้างโดยรับเอาผลการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถือว่าลูกจ้างยินยอมโดยปริยาย
2. เมื่อนายจ้างเปลี่ยนแปลงเกรดตามอข้อ 1. ลูกจ้างอาจแสดงความไม่ยินยอมโดยการทำหนังสือคัดค้านทันที หรือฟ้องร้องต่อศาลทันที ซึ่งไม่ควรทิ้งระยะเวลาเนิ่นนานเกินไปอันอาจถูกมองได้ว่าลูกจ้างยอมรับโดยปริยายตามที่ศาลฎีกาได้พิพากษาไว้

🔒🔒🔒คำถาม คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD & ER ❤❤❤โดยทัศน์พงษ์  สกุลคูช่วงนี้มักจะมีปัญหาสอบถามและพูดคุยก...
28/05/2021

🔒🔒🔒คำถาม คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD & ER
❤❤❤โดยทัศน์พงษ์ สกุลคู

ช่วงนี้มักจะมีปัญหาสอบถามและพูดคุยกันมากกับกรณี พนักงานที่เดินทางมาจากสถานที่เสี่ยงและมีคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการหรืออกคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ของจังหวัดให้กักตัวอยู่ที่บ้านพักเป็นเวลา 14 วัน กรณีนี้ บริษัทฯ จะมีคำสั่งให้พนักงานหยุดพักผ่อนประจำปี หรือลาพักร้อนในช่วงกักตัวได้หรือไม่ โดยบางฝ่ายก็ให้ความเห็นว่าไม่ได้ ไปบังคับพนักงานไม่ได้ บางฝ่ายก็บอกว่าได้เป็นเพราะการกำหนดและจัดวันพักร้อนหรือหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่พนักงานเป็นอำนาจของนายจ้าง เพื่อให้ความชัดเจนต้องมาพิจารณากฎหมายที่กำหนดเรื่องนี้คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 30 “ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้ว ครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่า 6 วันทำงาน ก็ได้
นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิให้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อๆ ไปได้”
จากกฎหมายดังกล่าวข้างต้น หากยังไม่แน่ใจต้องดูคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ซึ่งมีคำพิพากษาในเรื่องนี้ว่า นายจ้างมีหน้าที่ในการเป็นผู้จัดและกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างหรือพนักงาน แม้ลูกจ้างหรือพนักงานจะไม่ทำการขอลาหยุดพักร้อนหรือพักผ่อนประจำปีต่อนายจ้างเองก็ไม่ถือว่าพนักงานหรือลูกจ้างสละสิทธิ์ในการขอหยุดพักร้อนหรือพักผ่อนประจำปี นายจ้างยังคงต้องมีหน้าที่จัดและกำหนดให้ลูกจ้างได้หยุดพักร้อนหรือพักผ่อนประจำปีที่เหลือ ทั้งนี้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 254/2524,2103/2526 ,9117/2546
🙏🙏🙏ข้อพิจารณา : จากกฎหมายและคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่า นายจ้างหรือบริษัทฯ สามารถกำหนดและจัดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีในช่วงเวลาที่ถูกกักตัวตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อฯ ได้ ซึ่งการได้หยุดพักผ่อนประจำปีหรือพักร้อนดังกล่าวลูกจ้างก็จะได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามกฎหมาย ซึ่งย่อมเป็นคุณสำหรับลูกจ้างมากกว่า เพราะหากนายจ้างหรือบริษัทฯไม่กำหนดและจัดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ถูกกักตัว ลูกจ้างหรือพนักงานก็จะไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างในวันที่ถูกกักตัวแต่ให้ขอหนังสือรับรองการหยุดงานจากนายจ้างเพื่อไปรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัยกับประกันสังคมเป็นเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างแทน

🔒🔒🔒คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD & ERเรื่อง:-ไม่ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 นายจ้างไล่ออกได้หรือไม่ ...
19/05/2021

🔒🔒🔒คำตอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่น่าสนใจสำหรับ HROD & ER
เรื่อง:-ไม่ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 นายจ้างไล่ออกได้หรือไม่ โดยทัศน์พงษ์ สกุลคู

มีเพื่อนทาง FB สอบถามปัญหากินใจมาว่า ช่วงนี้ บริษัททุกบริษัทฯ กำหนดนโยบายว่าพนักงานจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัวโควิด-19 ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกรณีพนักงานไปฉีดด้วยตนเองแล้วนำใบรับรองแพทย์มาแสดง หรือบริษัทฯจัดให้โรงพยาบาลมาบริการฉีดวัคซีนให้ถึงโรงงาน ปัญหามีว่ามีพนักงานบางกลุ่มบางคน ไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีนดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม กรณีเช่นนี้บริษัทฯจะทำการเลิกจ้างพนักงานกลุ่มดังกล่าวได้หรือไม่อย่างไร
คำตอบ กรณีตามคำถาม บริษัทฯ เป็นสถานประกอบกิจการที่มีความจำเป็นต้องทำการผลิตจำหน่าย บริการ เพื่อให้เกิดผลกำไรทางธุรกิจตามที่บริษัทฯ ได้ลงทุนประกอบกิจการไว้ ดังนั้น บริษัทจึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางที่ถูกต้องและเป็นธรรมตามกฎหมายจัดการเพื่อให้ตนเองดำเนินธุรกิจต่อไปให้ได้ อีกทั้ง ยังต้องแบกรับภาระช่วยเหลือพนักงานและครอบครัวพนักงานให้สามารถทำงานและมีรายได้ต่อไปได้ ดังนั้น เมื่อมีโรคระบาดไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้น และมีประชาชนติดเชื้อเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มจะขยายจำนวนประชาชนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากพนักงานของบริษัทติดเชื้อก็จะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต การเจ็บป่วยและเป็นผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายของพนักงานและครอบครัว ตลอดจนถึงผู้บริหารและลูกค้าของบริษัทฯ ต่อไป จากผลกระทบดังกล่าวย่อมต้องทำให้บริษัทฯ ต้องหยุดดำเนินกิจการไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้และอาจถึงต้องขาดทุนและต้องปิดกิจการ เมื่อปรากฏว่า รัฐบาลมีวัคชีนป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 และเชิญชวนพร้อมอนุญาตให้ประชาชนรวมทั้งพนักงานของบริษัทฯ สามารถฉีดวัคซีนดังกล่าวได้ เพื่อป้องกันความเสียหายจากโรคไวรัสโควิด-19 ดังกล่าวที่จะเกิดกับพนักงานและบริษัทฯ บริษัทฯ จึงสามารถมีคำสั่งให้พนักงานไปฉีดวัคซีนดังกล่าวได้ และสามารถระบุด้วยว่า หากพนักงานผู้ใดไม่ไปฉีดวัคซีนหรือไม่รับการฉีดวัคซีน บริษัทฯ สามารถเลิกจ้างได้และผู้เขียนมีความเห็นว่า การฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวของบริษัทฯ น่าจะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายเป็นกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 119 (4) เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างลูกจ้างเป็นความสัมพันธ์อันเกิดจากจากสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งลูกจ้างจะต้องพร้อมและสมบูรณ์ในเรื่องสุขภาพร่างกาย ที่จะทำงานให้กับนายจ้างเพื่อเป็นการตอบแทนค่าจ้างจากนายจ้างโดยปราศจากอันตรายทั้งปวงที่จะเกิดจากลูกจ้าง การปฏิเสธฉีดวัคซีนของลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอ้างความจำเป็นใดๆ ที่เพียงพอเท่ากับเป็นการปฏิเสธหรือไม่รับปากว่าลูกจ้างจะไม่กระทำความเสียหายใดๆ ให้แก่นายจ้างของตนหากลูกจ้างติดเชื้อโควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกจ้างย่อมมีเจตนาเล็งเห็นผลได้ว่านายจ้างต้องได้รับความเสียในการบริหารกิจการเนื่องจากพนักงานภายในบริษัทฯไม่กล้าร่วมงานด้วยเพราะกลัวติดโรค ดังนั้น หากบริษัทฯ จะเลิกจ้างพนักงานกลุ่มดังกล่าวที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนตามคำสั่งของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 17 และมาตรา 118 และการเลิกจ้างพนักงานที่ไม่ฉีดวัคซีนของบริษัทฯ นั้น ถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลอันสมควรเพื่อป้องกันความเสียหายของบริษัทฯ ในการประกอบกิจการ ไม่ใช่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 พระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับพนักงานกลับเข้าทำงานคืนหรือไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆ ให้แก่พนักงาน
🤔🤔🤔ข้อสังเกต กรณีนี้เมื่อพนักงานถูกเลิกจ้างแล้วอาจหางานทำใหม่ได้ยาก เพราะ
สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และเกิดการระบาดของเชื้อโควิด ซึ่งไม่น่าจะมีบริษัทใดกล้ารับพนักงานที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน
พฤติการณ์ส่วนตัวของพนักงานดูเหมือนว่าจะเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม
เนื่องจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นเป็นปัญหาที่ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลแรงงาน ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ หรือศาลฎีกาตัดสินไว้ บทความนี้จึงเป็นแนวทางการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น

PDPA สัมนาฟรีการกุศล ร่วมต้านโควิดเพิ่มเติมความรู้ PDPA แถมได้บุญด้วย สัมมนาวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 รับจำนวนจำกัด 1...
16/05/2021

PDPA สัมนาฟรีการกุศล ร่วมต้านโควิด

เพิ่มเติมความรู้ PDPA แถมได้บุญด้วย
สัมมนาวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 รับจำนวนจำกัด 100 คนเท่านั้น!
9:00-12:00 ผ่าน ZOOM Webinar
โดย อ.ทัศน์พงษ์ สกุลคู
พร้อมตอบคำถาม PDPA และ ข้อสงสัยของทุกท่าน ให้ท่านไปปฏิบัติได้จริงในองค์กร
ค่าสัมมนาฟรีเพียงแค่แนบหลักฐานการบริจาคเป็นเงินบริจาค จำนวนเท่าใดก็ได้ตามกำลังทรัพย์ที่ท่านมี เพื่อช่วยศิริราชมูลนิธิ จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19
ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด)
เลขที่บัญชี 901-3-50034-4
กรุณาแนบหลักฐานการบริจาค และลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSduvnu8h104yHVktDzDeOO1cP92fj41PYbhy5CkfXJUt7ow7Q/viewform
หลังจากลงทะเบียน ท่านจะได้รับ zoom invitation วันที่ 20 มิถุนายน 2564 นะคะ
หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อคุณตุ๊กตาที่ 085-189-1118
อนุโมทนาบุญร่วมกันค่ะ

25/11/2020

เนื่องจากทีมงาน HR On-demand กำลังจัดเตรียมฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษาด้าน HR ลงในแพลทฟอร์ม Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand เพื่อให้มีข้อมูลพร้อมก่อนจะเปิดให้บริการ จึงขอเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษาด้าน HR ที่สนใจ ลงทะเบียนข้อมูลประวัติและผลงานของท่าน พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใน 31 ธ.ค. 2563

ประเภทรายบุคคล: https://form.jotform.com/201571922735051
ประเภททีม: https://form.jotform.com/203361174533449

============================
Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand
============================

คือ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลอิสระ กับองค์กรที่ต้องการจะใช้บริการที่ปรึกษา ให้สามารถเข้าถึงที่ปรึกษาได้ง่าย สามารถพูดคุยเจรจาจ้างงานกันได้แบบยืดหยุ่นตามความต้องการ (On-Demand) ได้อย่างสะดวกในที่เดียว ในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยอัตราค่าบริการแบบ Freelance Rate ไม่ใช่ Big Brand Rate โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าองค์กรและที่ปรึกษาได้ประโยชน์สูงสุดในการทำงานร่วมกัน ลูกค้าองค์กรได้รับบริการที่ดีจากที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์หน้างานโดยตรง และ ที่ปรึกษาได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตรงเวลา

Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand บริหารงานโดยทีมงาน HR On-Demand ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการพื้นที่และอำนวยความสะดวก อาทิ การตรวจสอบคัดกรองประวัติและผลงานของที่ปรึกษา, มีบทวิจารณ์ที่โปร่งใส, มีบันทึกการติดตาม และมีระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจบริการสำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องการการดูแลงานขั้นพื้นฐาน เช่น งานเอกสารแบบฟอร์ม-สัญญา-ข้อบังคับการทำงาน-ประกาศ-คำสั่ง, เรียนรู้ Trend ใหม่ ๆ ผ่านบทความ VDO และการแบ่งปันประสบการณ์จากเพื่อนสมาชิก รวมถึงการขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทั้งแบบเร่งด่วนและแบบนัดหมายล่วงหน้า ฯลฯ

สิ่งที่ท่านจะได้รับ:
- อิสระในการทำงานในโครงการที่เชี่ยวชาญ
- อิสระในการเจรจาค่าบริการกับลูกค้าของท่านเอง
- อิสระในการเลือกสถานที่และเวลาทำงาน
- การวางแผนเกษียณอายุในขณะที่มีรายได้และได้ทำงานที่ถนัด

ค่าใช้จ่าย:
- ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม จนกว่าท่านจะได้รับงาน
- ชำระค่าธรรมเนียมเพียง 15% หลังจากลูกค้าของท่านตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว

โปรโมชั่นพิเศษ**
- สำหรับที่ปรึกษาที่ลงทะเบียนเข้าร่วมภายใน 31 ธ.ค. 2563 จะได้รับส่วนลดชำระค่าธรรมเนียมเพียง 10% เมื่อรับงานผ่านเรา จนถึงสิ้นปี 2564

Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand มีกำหนดเปิดให้บริการ ต้นปี 2564 ในช่องทางออนไลน์ผ่าน

เวปไซต์ www.thailandhrmarketplace.com
เพจ https://www.facebook.com/thailandhrmarketplace
กลุ่ม https://www.facebook.com/groups/3725994437434763

สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
Tel/Line: 081-8454587
E-mail: [email protected]

14/11/2020

เตรียม Profile ของท่านให้พร้อมและโปรดติดตามข่าวสารเพื่อเข้าร่วมกับเรา

============================
Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand
============================
คือ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลอิสระ กับองค์กรที่ต้องการจะใช้บริการที่ปรึกษา ให้สามารถเข้าถึงที่ปรึกษาได้ง่าย สามารถพูดคุยเจรจาจ้างงานกันได้แบบยืดหยุ่นตามความต้องการ (On-Demand) ได้อย่างสะดวกในที่เดียว ในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยอัตราค่าบริการแบบ Freelance Rate ไม่ใช่ Big Brand Rate โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าองค์กรและที่ปรึกษาได้ประโยชน์สูงสุดในการทำงานร่วมกัน ลูกค้าองค์กรได้รับบริการที่ดีจากที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์หน้างานโดยตรง และ ที่ปรึกษาได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตรงเวลา

Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand บริหารงานโดยทีมงาน HR On-Demand ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการพื้นที่และอำนวยความสะดวก อาทิ การตรวจสอบคัดกรองประวัติและผลงานของที่ปรึกษา, มีบทวิจารณ์ที่โปร่งใส, มีบันทึกการติดตาม และมีระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจบริการสำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องการการดูแลงานขั้นพื้นฐาน เช่น งานเอกสารแบบฟอร์ม-สัญญา-ข้อบังคับการทำงาน-ประกาศ-คำสั่ง, เรียนรู้ Trend ใหม่ ๆ ผ่านบทความ VDO และการแบ่งปันประสบการณ์จากเพื่อนสมาชิก รวมถึงการขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทั้งแบบเร่งด่วนและแบบนัดหมายล่วงหน้า ฯลฯ

Thailand HR Marketplace Freelance Consultant On-Demand มีกำหนดเปิดให้บริการ ต้นปี 2564 ในช่องทางออนไลน์ผ่าน

เวปไซต์ www.thailandhrmarketplace.com

เพจ https://www.facebook.com/thailandhrmarketplace

กลุ่ม https://www.facebook.com/groups/3725994437434763

ที่อยู่

คณะทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00
เสาร์ 07:00 - 17:00
อาทิตย์ 07:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6627273000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมนักศึกษาเก่า คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมนักศึกษาเก่า คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์:

แนะนำ

แชร์