LEAD Business LEADERSHIP and MANAGEMENT development firm for top executives with world-class knowledge and practical experiences

LEADERSHIP and MANAGEMENT Development firm for top executives with Globalization Education.

🖋️ หลักสูตร “MiniMBA รุ่นที่ 4” 🖋️♟️ Business Strategy Transformation ♟️🤝 โดยความร่วมมือระหว่าง สถาบัน ลีด บิซิเนส และ บ...
19/01/2026

🖋️ หลักสูตร “MiniMBA รุ่นที่ 4” 🖋️
♟️ Business Strategy Transformation ♟️

🤝 โดยความร่วมมือระหว่าง สถาบัน ลีด บิซิเนส และ บริษัท Ingenious Lab จํากัด 🤝

🎯 หลักสูตรการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และ การเปลี่ยนแปลง ผ่านเกมจําลองธุรกิจ 🎯

สนุกสนาน ง่ายต่อการเรียนรู้...
สร้างประสบการณ์ที่นําไปใช้ประโยชน์ได้จริง...

บริษัท Ingenious Lab จํากัด ได้พัฒนาออกแบบหลักสูตรแบบเร่งรัด ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบเกมจําลองธุรกิจเสมือนจริง (Business Simulation Game, Digital Tools and Classroom Workshop) สนุกสนาน เข้าใจง่าย สร้างโอกาสใหม่สําหรับผู้บริหาร ในหน่วยงานต่างๆ โดยผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงความสําคัญของเทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลที่จะเน้นการปฏิบัติให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจจริงในระหว่างการอบรม สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับสากลเพื่อน่ามาใช้ได้จริงอย่างสร้างสรรค์ สร้างคุณค่า พร้อมก้าวทันวิกฤตการณ์เศรษฐกิจและยังสามารถแก้ ปัญหารูปแบบการดําเนินธุรกิจที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ได้

✏️ หลักสูตร 9 หัวข้อ ( 12 วัน 72 ชั่วโมงเต็ม ) ✏️
▶️ Chapter 1: Business 101
▶️ Chapter 2: Marketing Strategy & Innovation
▶️ Chapter 3: Basic Financial Model
▶️ Chapter 4: Decoding Al and Ex*****on
▶️ Chapter 5: Close Deal Master
▶️ Chapter 6: Strategy & Transformation
▶️ Chapter 7: Critical Thinking
▶️ Chapter 8: Digital Business law
▶️ Chapter 9: People Management

🎓 Certificate Program
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้จะได้รับวุฒิบัตรรับรอง เมื่อเข้าเรียนอย่างน้อย 80% ของระยะเวลาการอบรมทั้งหมด

👤 คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม
☑️ เจ้าของกิจการ (Entrepreneur)
☑️ ผู้บริหารระดับกลาง และผู้บริหารระดับสูง
☑️ มีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
☑️ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความรู้ด้านการบริหารแต่มีเวลาจํากัด
☑️ ผู้ที่ต้องการ Reskill – Upskill – Newskill ความรู้
☑️ ด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล

⏰ ระยะเวลาในการอบรม
📌 อบรมทุกวันพฤหัส-ศุกร์
📌 เริ่ม 23 เมษายน - 19 มิถุนายน 2569 • เวลา 09:00-16:00 น.
📌 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

💰 ค่าธรรมเนียม
Normal Price : 89,000 บาท/ท่าน
Early Bird : 79,000 บาท/ท่าน
** ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ช่องทางการสมัคร **

📋 สนใจหลักสูตร “MiniMBA : Business Strategy Transformation" สมัครได้ที่ https://forms.gle/FTzU3rtBaJ2CzwPf6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณณัฐวุฒิ จารุนานันท์ (โอ๊ต)
📞 Mobile : 089-816-7412
📧 Email : [email protected]

♟️ It's disruption era...It's time to LEAD and TRANSFORM! ♟️..🎓 จบไปแล้วสำหรับหลักสูตร Executive Leadership Program: LEA...
26/08/2025

♟️ It's disruption era...It's time to LEAD and TRANSFORM! ♟️..
🎓 จบไปแล้วสำหรับหลักสูตร Executive Leadership Program: LEADING into the Future 2025 (ELP) จัดขึ้นระหว่าง 26 มิถุนายน - 16 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพ รัชดา

🎯 หลักสูตรดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารองค์กรชั้นนำ พร้อมกับพัฒนาทักษะสำคัญของผู้นำยุคใหม่ ทั้งในด้านบริหารธุรกิจ บริหารคน และสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับทีมงาน ส่วนงานและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในยุคดิจิทัล

🙏 ทั้งนี้ สถาบัน ลีด บิซิเนส ขอขอบคุณผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำจากทั้งภาครัฐ และเอกชน สำหรับความไว้วางใจที่มีต่อสถาบันฯ และเข้าร่วมหลักสูตรในครั้งนี้

🙏 อีกทั้งขอขอบคุณองค์กร และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ประกอบด้วย

🎤 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด และ คุณณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมเสวนา หัวข้อ "ผู้นำที่ยึด “คนเป็นศูนย์กลาง” ในยุคการเปลี่ยนแปลง" โดยมี คุณสุกานดา พิชากรเอกสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

🎤 คุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด - หัวข้อ "กรณีศึกษาการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน"

🎤 รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญ ด้านเศรษฐศาสตร์และการลงทุน - หัวข้อ "สแกนอนาคตประเทศไทย ผลกระทบและนัยสำคัญ"

🎤 คุณจิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว Business Development, Google for Education, Thailand - หัวข้อ "ภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลกับการสร้างการเปลี่ยนแปลง"

🎤 สถาบันอนาคตไทยศึกษา - หัวข้อ "การวางแผนฉากทัศน์อนาคต"

🎤 คุณสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน ธุรกิจที่ยั่งยืน และการเงินเพื่อสังคม - หัวข้อ "เส้นทางสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน"

🎤 บริษัท อินจีเนียส ซิมมูเลชั่น จํากัด - หัวข้อ "สถานการณ์จำลองทางธุรกิจ"

🎤 และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด สำหรับกิจกรรมศึกษาดูงาน ที่มอบสาระดีๆ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และการบริหารองค์กร..

แล้วพบกันใหม่ในหลักสูตรถัดไป🔜

📍5 ทักษะสำคัญสำหรับผู้นำยุคดิจิทัลสู่ความก้าวหน้าในอาชีพ (5 Digital Leadership Skills That Can Help Advance Your Career)...
20/08/2025

📍5 ทักษะสำคัญสำหรับผู้นำยุคดิจิทัลสู่ความก้าวหน้าในอาชีพ (5 Digital Leadership Skills That Can Help Advance Your Career)📍

จากผลสำรวจของบริษัท Deloitte ที่ปรึกษาด้านการจัดการ พบว่าซีอีโอ 57 เปอร์เซ็นต์วางแผนที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในโมเดลธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโต และนี่คือโอกาสในการแสดงศักยภาพของความเป็นผู้นำและส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพ

หากคุณต้องการสร้าง Impact ต่อองค์กรและก้าวหน้าในหน้าที่การงาน นี่คือทักษะที่คุณจำเป็นต้องมีในการนำพาองค์กรของคุณสู่ความสำเร็จ

🏃1. ความคล่องตัว (Agility)

ความคล่องตัวจะช่วยให้ผู้นำสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ และตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้องค์กรยังคงแข่งขันและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อยู่เสมอ

การเป็นผู้นำยุคดิจิทัลจะต้องฉวยโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นและชี้แนะแนวทางท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในตลาดในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หรือการแข่งขันในระดับโลกที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาด้านความคล่องตัวนั้น ผู้นำควรส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องด้วยการเน้นย้ำถึงโอกาสต่างๆ ที่ทำให้ทีมบรรลุเป้าหมายการพัฒนาทางวิชาชีพได้..

🗣️2. การสื่อสาร (Communication)

การสื่อสารมีความสำคัญอย่างมากต่อความเป็นผู้นำยุคดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางบวกและค่อยเป็นค่อยไปนั้น ส่วนหนึ่งคือการมอบอำนาจให้ทีมทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งต้องอาศัยทักษะการสื่อสารในหลายแง่มุม เช่น การสื่อสารที่ชัดเจนและแม่นยำ การฟังอย่างตั้งใจ การสื่อสารที่โปร่งใส เป็นต้น

ทักษะเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้นำได้รับความไว้วางใจในที่ทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถชี้แนะแนวทางในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนได้อีกด้วย ในทางกลับกัน การสื่อสารที่แย่อาจทำให้เกิดการต่อต้านซึ่งขัดขวางความสำเร็จของแผนกลยุทธ์ที่ได้วางไว้..

🫂3. ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy)
ในฐานะผู้นำ จำเป็นต้องเข้าอกเข้าใจและชี้แนะแนวทางให้กับทีมงาน เพื่อก้าวผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล

ในกระบวนการการสร้างเปลี่ยนแปลงอาจสร้างความตึงเครียดได้ ดังนั้นหากผู้นำสามารถระบุและจัดการกับความเครียดของพนักงานได้อย่างจริงจัง ผู้นำจะสามารถซื้อใจพนักงานให้มาร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานจนสามารถบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ได้..

🤝4. ความร่วมมือจากภายนอก (External Collaboration)

ความร่วมมือสำหรับผู้นำยุคดิจิทัลมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความร่วมมือจากภายนอกองค์กร

ยุคสมัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เกิดการแข่งขันสูงในโลกธุรกิจ ผู้นำควรสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ไม่ว่าจะกับองค์กรหรือหน่วยงานในระบบนิเวศของธุรตัวเอง หรือกับภาคส่วนอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อก้าวนำหน้าในโลกธุรกิจ ดังนั้นสิ่งที่ผู้นำควรทำคือ การหาพันธมิตรที่สามารถขยายมุมมองของทีมและส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม..

🎖️5. ความกล้าหาญ (Courage)
ความกล้าหาญไม่ได้เป็นเพียงสิ่งน่าชื่นชม แต่คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้นำยุคดิจิทัล

จริงอยู่ ในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความเสี่ยงเกิดขึ้นมากมายในหลายมิติ แต่ผู้นำจำเป็นต้องยอมรับความเสี่ยงและตระหนักว่าการไม่กล้าทำอะไรเลยจะขัดขวางความสำเร็จได้ สิ่งที่ทำได้เพื่อให้คุ้นเคยกับการเสี่ยง คือ ให้สร้างสภาพแวดล้อมที่ความผิดพลาดเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้

อย่างไรก็ตาม การกล้าที่จะเสี่ยงไม่ได้ส่งผลให้ประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะฉะนั้นผู้นำต้องเปลี่ยนความคิดจากการที่ต้องรู้คำตอบทั้งหมดมาเป็นการยอมรับความรู้สึกไม่สบายใจในภาวะที่ไม่แน่นอน..

🖋️เรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา:

With an evolving workplace, digital leadership is essential to long-term success. Here are five skills that can help you become a digital leader.

📌"หลักสูตร Executive Leadership Program: LEADING into The Future ประจำปี 2567"📌การเปลี่ยนแปลง ความผันผวน และความไม่แน่นอ...
16/05/2024

📌"หลักสูตร Executive Leadership Program: LEADING into The Future ประจำปี 2567"📌

การเปลี่ยนแปลง ความผันผวน และความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ สังคม ภูมิรัฐศาสตร์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน องค์กรต้องตื่นตัวและปรับเปลี่ยน เพื่ออยู่รอด พร้อมทั้งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันไปพร้อม ๆ กัน ท้ังนี้ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในฐานะ “หางเสือ” คือ ผู้กำหนดทิศทางองค์กร จำเป็นจะต้องมีความรอบรู้ ความสามารถในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ (Business Collaboration) ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถวางแผนฉากทัศน์ (Strategic Foresight) เพื่อรับมือกับความท้าทายและความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และพัฒนาทักษะที่จำเป็น สำหรับการเป็นผู้นำในยุคการเปลี่ยนแปลง ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสมรรถนะสูง

สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงกำหนดจัดหลักสูตร Executive Leadership Program: LEADING into The Future สำหรับผู้บริหารระดับสูงขององค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้บริหารองค์กรชั้นนำในประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะสำคัญของผู้นำยุคปัจจุบันที่สามารถสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงทั้งกับทีมงาน ส่วนงานหรือองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

*************************************************************
ระยะเวลาการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร: 6.5 วัน (รวมศึกษาดูงานภายในประเทศ)
ค่าใช้จ่ายต่อท่าน: 118,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

--- AI and Innovation Program --- by LEAD Business x FounderzCurrently, CHANGE occurs abruptly, leading to technological...
02/05/2024

--- AI and Innovation Program --- by LEAD Business x Founderz

Currently, CHANGE occurs abruptly, leading to technological advancements and forcing organizations to keep up with changes and adapt to survive. Artificial Intelligence or AI is one of emerging and game-changing trends and considered beneficial tool for organizations to stand out from the competition.

LEAD Business Institute, in collaboration with Founderz who is online business school revolutionizing the world’s education, propose AI and Innovation program with the aim to maximize the latest AI tools to increase organizational productivity and unleash employees’ creativity.

The Program is designed with blended learning methodology consisting of 9 modules of cutting-edge contents (100% online) and key point wrap-up sessions (on-site) by the Thai instructor who has hands-on experience in practical AI tool application.

Importantly, the program is certified by LEAD, Founderz and Microsoft.

03/11/2023

🕴ผู้นำจะหลอมรวมผู้คนในช่วงวิกฤตได้อย่างไร 🕴

ไม่ว่าสภาวะใดก็ตาม การพัฒนาคุณสมบัติส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็น การตระหนักรู้ในตนเอง ความไม่ทะนงตน ความเข้าอกเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจจะช่วยให้ผู้นำยกระดับการฟัง การเรียกขวัญกำลังใจ และการผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าได้ แต่ในขณะเกิดวิกฤติ จะต้องเกิดการหลอมรวมผู้คน เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤติไปได้ ซึ่งต้องอาศัยผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น โดมีแนวทางการพัฒนาดังต่อไปนี้:

📌 1. พัฒนามุมมองและตีความสถานการณ์ตามความเป็นจริง – ผู้นำสามารถทำให้ผู้คนไม่รู้สึกโดดเดี่ยวด้วยการแสดงออกถึงความไม่ทะนงตนอย่างจริงใจ พร้อมทั้งสื่อสารถึงความกลัวและความไม่มั่นใจของตนเอง

📌 2. ส่งเสริมการเป็นเจ้าของร่วมกันและการไม่แบ่งแยก – ผู้นำมีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสให้มีการแสดงออกอย่างเสรี พร้อมทั้งรับฟังบุคลากรและส่งเสริมให้เกิดการตอบสนองต่อวิกฤติไปในทิศทางเดียวกัน ผู้นำสามารถปฏิบัติตามแนวทางนี้ได้ด้วยการเปิดใจรับฟังพนักงานทุกคนโดยมีทัศนคติเชิงบวก ไม่ตัดสินล่วงหน้า และยอมรับความหลากหลายในการแสดงออก สิ่งเหล่านี้สามารถบรรเทาความวิตกกังวลและเพิ่มความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรได้

📌 3. ดูแลเอาใจใส่บุคลากรด้วยความเห็นอกเห็นใจ – ผู้นำจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจและความเอาใจใส่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการก้าวผ่านวิกฤติ

📌 4. ร่วมทุกข์ร่วมสุขและนึกภาพอนาคตหลังวิกฤติจบลง – เมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงออกถึงความผิดหวัง ความวิตกกังวล และความกลัวร่วมกันในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติ อาจจะส่งผลให้การพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างคนในองค์กร และสุดท้ายองค์กรก็จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อวิกฤตสิ้นจบลง

นอกจากความสามารถในช่วงวิกฤติของผู้นำแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้นำควรให้ความสำคัญคือ การเติมเต็มความต้องการด้านจิตใจในที่ทำงาน ซึ่งหมายถึงความรู้สึกของการได้รับรางวัลที่มาจากความสำเร็จ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม และความปรารถนาให้งานของพวกเขาน่าสนใจและมีความหมาย

แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: What is psychological?: How can leaders bring their communities together in a crisis?, McKinsey & Company

📌การบริหารความเสี่ยงในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง (Risk Management in Disruptive World)📌ความเสี่ยงคืออะไร… และอะไรคือปัจจัยสำค...
27/10/2023

📌การบริหารความเสี่ยงในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง (Risk Management in Disruptive World)📌

ความเสี่ยงคืออะไร… และอะไรคือปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงในองค์กร

จากรายงานความเสี่ยงประจำปี 2023 โดย World Economic Forum องค์กรทั่วโลกระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นภายใน 2 ปีข้างหน้า ความเสี่ยง 3 อันดับแรก ประกอบด้วย 1. วิกฤตค่าครองชีพ 2. ภัยธรรมชาติและสภาพอากาศสุดขั้ว และ 3. การเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ภาวะสงคราม ซึ่งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในโลกล้วนมีความเชื่อมโยงกัน และอาจส่งผลกระทบต่อองค์กรในแต่ละอุตสาหกรรมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นการมองภาพกว้างและครอบคลุมจึงเป็นสิ่งควรให้ความสำสำคัญอย่างยิ่ง

การบริหารจัดการความเสี่ยงในองค์กรถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสู่ความสำเร็จขององค์กร อย่างที่ Andrew Grove นักธุรกิจและผู้บริหารชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการีได้กล่าวไว้ว่า “พวกหวาดระแวงเท่านั้นที่จะอยู่รอด” (Only the Paranoid Survive) ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญมากสำหรับผู้นำองค์กร และการจัดการความเสี่ยงที่ดีนั้น จะต้องรีบแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเจอปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม อีกทั้งต้องไม่ชะล่าใจและปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นต่อไปจนไม่สามารถวบคุมได้

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)...

ความเสี่ยง หมายถึง ความเป็นไปได้หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจทำให้องค์กรเกิด ความสูญเสีย (Loss) ความเสียหาย (Damage) และความล้มเหลว (Failure)

ในขณะที่ การบริหารความเสี่ยงนั้นคือ การดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งหมด 3 องค์ประกอบด้วยกัน คือ 1. ปัจจัยเสี่ยง 2. ความเสี่ยง และ 3. ผลกระทบ ทั้งนี้สิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นอันดับแรกคือ จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าความเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงนั้นไม่เหมือนกัน โดยปัจจัยเสี่ยงคือ ต้นตอหรือสาเหตุที่แท้จริงของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นนั่นเอง ในการบริหารจัดการ หากไม่สามารถค้นพบต้นตอของปัจจัยเสี่ยง อาจเกิดความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากการไปจัดการกับสิ่งที่ไม่ใช่ต้นตอของปัญหา จะทำให้ปัญหายังคงอยู่ ส่งผลให้สูญเสียทั้งทรัพยากร กำลังคน และกำลังทรัพย์ในการแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น และประเด็นสำคัญของการบริหารความเสี่ยงคือ การตั้งวัตถุประสงค์ (Objective) ในการจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน พร้อมทั้งมีการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมาย

นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง คือ การประเมินความเสี่ยง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติ ประกอบด้วย 1. โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง (Likelihood - L) และ 2. ความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น (Impact - I) โดยการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวจะนำมาซึ่งการจัดลำดับความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง (Risk Prioritization) ในรูปแบบของ Risk Map ที่เป็นเครื่องมือที่แสดงถึงการกระจายตัวของความเสี่ยงที่เรานำมาวิเคราะห์ รวมถึงทำให้ทราบว่าความเสี่ยงใดสำคัญที่สุดที่ต้องจัดการเป็นอันดับแรก พร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องจัดการในลำดับถัด ๆ มา

การจัดการกับความเสี่ยง (Risk Response)...

หากมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้ว ก็จะต้องมีแนวทางสำหรับการจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้น โดยสามารถพิจารณาใช้วิธีการดังต่อไปนี้

📍 Take – ยอมรับความเสี่ยงบ้าง เพราะการลงทุนเพื่อขจัดความเสี่ยงทั้งหมด อาจไม่คุ้มค่า

📍 Treat – ควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

📍 Transfer – การแบ่งให้บุคคลที่สามร่วมรับความเสี่ยง เช่น การประกันภัย

📍 Terminate – หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยง หรือไม่ทำอะไรที่เสี่ยงเลย

📍 Seize – ฉกฉวยโอกาสจากความเสี่ยง

โดย อาจารย์ธนวิทย์ สุทธรัตนกุล
ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาผู้มากประสบการณ์ด้านการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ และโครงสร้างองค์กร

🗝 กุญแจความสำเร็จ กับการบริหารกลยุทธ์องค์กร (Key success factors in strategy management) 🗝การคิดกลยุทธ์ที่ว่ายากแล้ว การ...
12/10/2023

🗝 กุญแจความสำเร็จ กับการบริหารกลยุทธ์องค์กร (Key success factors in strategy management) 🗝

การคิดกลยุทธ์ที่ว่ายากแล้ว การนำกลยุทธ์ไปทำให้สำเร็จถือว่ายากยิ่งกว่า...

จากข้อมูลการสำรวจองค์กรกว่า 500 องค์กร ในรอบ 16 ปีตั้งแต่ปี 2004-2020 ของ Bridge Consulting พบว่าในองค์กรที่มีกลยุทธ์แล้ว มีเพียง 15% เท่านั้น ที่สามารถนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติได้ “สำเร็จ” โดยเกณฑ์ที่ถือว่า “สำเร็จ” นั้นคือ 2 ใน 3 ของกลยุทธ์ที่องค์กรตนเองตั้งไว้

85% ขององค์กรที่มีกลยุทธ์ แต่ไม่ได้สามารถผลักดันกลยุทธ์ได้สำเร็จเป็นส่วนใหญ่นั้น มีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ อันเป็นสาเหตุซ้ำๆ คือ

📍 1. สื่อสารเป้าหมายไม่ชัดเจน บริษัทอาจจะมีวิสัยทัศน์ที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่คนในองค์กรเห็นภาพของเป้าหมายองค์กรไม่ตรงกัน ไม่มีตัวอย่างความสำเร็จที่จับต้องได้จึงทำงานโดยเป้าหมายไม่ใช่จุดเดียวกันอย่างแท้จริง

📍 2. มีกลยุทธ์ แต่ไม่มีแผนปฏิบัติหรือ Action Plan ที่ดีพอ ทำให้ไม่เกิดการปฏิบัติ หรืออาจเป็นแผนที่ทำไม่ได้จริง

📍 3. มีแผนปฏิบัติแต่ไม่เกิดการติดตามหรือผลักดัน สนับสนุนจากผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้อง

🎯 หลักการบริหารจัดการกลยุทธ์ในองค์กร

องค์ประกอบของกลยุทธ์ที่ดีคือ 1. เป้าหมายที่ชัดเจน (End) 2. วิธีการที่นำไปสู่เป้าหมาย (Way) และ 3. แผนการปฏิบัติ (Action) และกระบวนการ การผลักดันกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดี โดยมีขั้นตอนของการสบริหารกลยุทธ์ ทั้งหมด 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

📌 ขั้นที่ 1 - ฉายภาพวิสัยทัศน์ให้เห็นตรงกัน (Business visions & missions' visualization) คือไม่ใช่แค่การกำหนดวิสัยทัศน์ (identify) เท่านั้น ต้องทำให้เกิดภาพของเป้าหมายที่ชัดเจน (Visualization) ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องมีภาพในหัวที่ชัดเจน ในขั้นตอนนี้ หลายองค์กรติดกับดักของตัวเลข คือกำหนดมิติความชัดเจนเชิงปริมาณเป็นหลัก เช่น ยอดขาย หรือ Market share ในความเป็นจริง มิติที่สำคัญมาก ไม่น้อยกว่า หรืออาจจะสำคัญกว่า คือมิติเชิงคุณภาพ หรือคุณค่า เช่น ถ้าคุณทำธุรกิจด้านอาหาร อยากมียอดขายสูงๆ มีตลาดหลายประเทศ พนักงานกลุ่มหนึ่งอาจจะมองภาพการขยายแนว Franchise แบบ Fast food ที่เน้นคุณค่ามาตรฐานของรสชาติและความเร็ว ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง อาจจะเป็น Fine dining ที่แตกต่างไปในแต่ละประเทศ ที่ให้คุณค่าของวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การสร้าง Positioning หรือภาพอนาคตขององค์กรที่ชัดเจนจึงสำคัญ วิธีการที่ใช้กันมากคือการหา Role model หรือ การมี Benchmark ให้คนเห็นตัวอย่าง ควบคู่ไปกับการกำหนดเป้าหมายเชิงตัวเลข

📌 ขั้นที่ 2 - การวิเคราะห์สถานการณ์ การกำหนดกลยุทธ์และการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Situation analysis, strategy formation and targeting) เมื่อเห็นเป้าหมายชัดเจนแล้ว จำเป็นต้องรู้ว่าตอนนี้ เราอยู่ห่างจากเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน หรือการทำ Gap analysis ซึ่งการวิเคราะห์สถานการณ์นั้นจะต้องวิเคราะห์ทั้งมิติภายในและภายนอกโดยอาศัยเครื่องมือการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น การวิเคราะห์ปัจจัยภายในด้วย SWOT, 7S, Value chain analysis หรือการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้วย Pest/Pestel, 4Ps, 5 Forces เป็นต้น และการใช้เครื่องมือแต่ละประเภทจะต้องหยิบใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

ในแง่มุมของการกำหนดกลยุทธ์ ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเป็นจุดเน้นคือ การวิเคราะห์เพื่อหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า (Real Need) และตอบสนองอย่างตรงจุด

📌 ขั้นที่ 3 - การจัดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์และการวางแผนงาน (Strategic initiative prioritization & planning) การจัดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะกลยุทธ์นั้นสำคัญไม่เท่ากัน อาจจะมีบางกลยุทธ์ที่เป็น ‘Do or Die strategy’ ซึ่งหมายถึง ‘ไม่ทำไม่ได้’ หรือบางกลยุทธ์ควรจะต้องทำก่อน ในกรณีที่องค์กรไม่สามารถทุ่มเททั้งเวลาและทรัพยากรในการดำเนินการพร้อมๆ กัน องค์กรต้องตัดสินใจได้ว่าจะทุ่มเททรัพยากรในกลยุทธ์ใด ซึ่งการประเมินความสำคัญของกลยุทธ์จะมีปัจจัย 2 มิติที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความสำคัญ คือ ความเป็นไปได้ (Possibility) และ ผลกระทบ (Impact) กลยุทธ์ที่ Impact สูง และมีความเป็นไปได้สูงจะสำคัญเป็นอันดับต้นที่องค์กรควรลงมือก่อน

📌 ขั้นที่ 4 - ติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด (Performance monitoring and management) การติดตามผลการดำเนินงานถือเป็นกระบวนการที่สำคัญและการกำหนดหมุดหมายหรือ Milestone ตลอดช่วงการดำเนินงาน จะช่วยตรวจสอบการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อปรับตัว แก้ปัญหาและผลักดันงานให้สำเร็จตามผน

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง การจัดการกับ Disruption ด้วยการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้นอาจจะไม่ช่วยทำให้องค์กรอยู่รอด องค์กรจำเป็นต้องสร้างสินค้าบริหารหรือกระบวนการใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือสร้างนวัตกรรมด้านโมเดลธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งสิ่งที่สำคัญในการได้มาซึ่งกลยุทธ์ที่เฉียบคม ไปสู่จุดนั้น จำเป็นต้องอาศัยชุดข้อมูลและประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลายและกว้างขวาง การเรียนรู้จากลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง หรือจากอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นกุญแจสำคัญของการสร้างและผลักดันกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จ

🖋 โดย อาจารย์ชื่นอุษา ชลศึกษ์ จันทรา
อาจารย์พิเศษ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาผู้มากประสบการณ์ด้านการบริหารกลยุทธ์ การจัดการคน และการพัฒนาองค์กร

09/10/2023

📌 คุณสมบัติของผู้นำในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย 📌

องค์กรในทุกอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำงาน ทำให้องค์กรและพนักงานจำเป็นต้องปรับตัวและรับมือกับความท้าทายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้นำคือบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทาง พร้อมกับการบริหารคน เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงและเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจต่อไป

🎯 ผู้นำต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่จะสนับสนุนทีมงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย 🎯

ผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจ (Compassionate Leader) จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรและการมีส่วนร่วมจากพนักงานมากขึ้นและในท้ายที่สุดก็จะทำให้เกิดทีมที่มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความเห็นอกเห็นใจจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น กล่าวคือ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตขึ้นในรูปแบบใดก็ตาม ผู้นำที่พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่พนักงานกลัวและกังวลจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวจากความล้มเหลวและการตัดสินใจในเชิงธุรกิจที่ดีขึ้น ซึ่งในสถานการณ์จริง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะพยายามควบคุมและดำเนินการสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว แต่วิกฤตการณ์จำเป็นต้องมีความเป็นผู้นำแบบพิเศษ ที่มีลักษณะ ‘สงบนิ่งอย่างมีสติ’ ซึ่งถูกอธิบายไว้ในหนังสือที่ชื่อ ‘Deliberate Calm’ ของผู้มากประสบการณ์จาก McKinsey ประกอบด้วย Jacqueline Brassey, Aaron De Smet และ Michiel Kruyt คุณลักษณะดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ยากและสำคัญที่สุด และการเสริมสร้างความสงบนิ่งอย่างมีสตินั้น ผู้นำจะต้องพัฒนาความสามารถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) และการมีสติ (Mindfulness) การวิจัยของ McKinsey พบว่า มีคุณสมบัติ 4 ประการ ที่สามารถลดความเป็นไปได้ในการพยายามควบคุมสิ่งต่างๆ และยอมแพ้ต่อความกลัวตามธรรมชาติของมนุษย์ได้ คุณสมบัติเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้นำพาองค์กรฝ่าวิกฤติไปได้อย่างปลอดภัย คุณสมบัติเหล่านั้น คือ

✏ 1. การตระหนักรู้ (Awareness) – ผู้นำจำเป็นต้องรับรู้และยอมรับว่า ในบางครั้ง ทั้งตัวเราและผู้อื่นอาจตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ โดยไม่ยั้งคิด เพราะฉะนั้นการหาเวลาและสร้างพื้นที่สำหรับการอยู่กับตัวเองและตระหนักรู้ในตนเองโดยการหายใจเข้าลึกๆ และทำใจให้สงบ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

✏ 2. ความเปราะบาง (Vulnerability) – ผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจควรลดความทะนงตนเป็นตัวอย่างให้กับทีมในช่วงวิกฤต ด้วยการไม่แสดงออกถึงความเก่งกาจอยู่ตลอดเวลาและเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ซึ่งจะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว

✏ 3. ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) – ผู้นำควรแสดงความเห็นอกเห็นใจเพื่อเข้าถึงความรู้สึกและสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น

✏ 4. ความเห็นอกเห็นใจ (Compassion) – การแสดงพฤติกรรมด้วยความเห็นอกเห็นใจจะทำให้พนักงานแต่ละคนและทีมรู้สึกการได้รับการเอาใจใส่อย่างแท้จริง และผู้นำจะต้องเปิดใจรับการแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่นด้วย แนวทางปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยให้ผู้นำสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งช่วยให้พวกเขาฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากได้

แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: What is psychological?, McKinsey & Company

21/09/2023

🖋 ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety): อิทธิพลจากผู้นำและการสร้างสภาพแวดล้อม 🖋

📌 ทักษะความเป็นผู้นำมีความสำคัญต่อความปลอดภัยทางจิตใจอย่างไร?

ผลการวิจัยของ McKinsey แสดงให้เห็นว่าการลงทุนสำหรับการพัฒนาความเป็นผู้นำในทุกระดับขององค์กรจะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมที่สามารถส่งเสริมความปลอดภัยทางจิตใจ ผลจากการวิเคราะห์พบว่า พนักงานที่อยู่ในองค์กรที่ลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนภาวะผู้นำ มีแนวโน้มมากกว่า 64 เปอร์เซ็นต์ ที่จะประเมินผู้นำระดับสูงว่ามีการโอบรับความหลากหลายมากกว่า นอกจากนั้น ยังมีทักษะอีกบางประการที่ผู้นำสามารถพัฒนาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางจิตใจในทีม ซึ่งทักษะเหล่านั้นคือ

🎯 1. การสนทนาแบบเปิดเผย (Open-dialogue Skills) - ซึ่งช่วยให้ผู้นำสามารถทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความไม่ลงรอยกันและสามารถพูดคุยหาทางออก เพื่อก้าวผ่านความตึงเครียดในทีมงานได้

🎯 2. การสนับสนุนผลักดัน (Sponsorship) - หรือเรียกได้ว่าเป็นการช่วยให้คนอื่นประสบความสำเร็จก่อนนึกถึงตัวเอง

🎯 3. ความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานการณ์ (Situational Humility) – เป็นการแสดงออกถึงความไม่รู้ในบางเวลา ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณลักษณะของความสงสัยใคร่รู้และกรอบความคิดแบบเติบโตของผู้นำ
ผู้นำสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจได้อย่างไร?

ผู้นำจะทำให้ลูกน้องรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการปฏิบัติและการพูดคุยกับลูกน้องของผู้นำ จากการวิจัยของ McKinsey พบว่า มีรูปแบบความเป็นผู้นำ 3 แบบที่สามารถส่งเสริมบรรยากาศของการเอาใจใส่ได้

🎯 ผู้นำรูปแบบแรก คือ ผู้นำเชิงปรึกษา (Consultative Leadership) ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความปลอดภัยทางจิตใจ โดยผู้นำที่ฝึกฝนความเป็นผู้นำรูปแบบนี้จะคอยหารือกับสมาชิกในทีม ขอความคิดเห็น และพิจารณาความคิดเห็นของพวกเขาอย่างแท้จริง

🎯 ผู้นำแบบต่อมาคือ ผู้นำเชิงสนับสนุน (Supportive Leadership) มีผลทางอ้อมต่อความปลอดภัยทางจิตใจจากการสร้างบรรยากาศเชิงบวกของทีม ผู้นำเชิงสนับสนุนจะแสดงความห่วงใยและสนับสนุนสมาชิกในทีม ไม่เพียงแต่ในฐานะพนักงานเท่านั้น แต่ในฐานะของเพื่อนมนุษย์ด้วย พฤติกรรมเหล่านี้ยังส่งเสริมให้สมาชิกในทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

🎯 ผู้นำแบบสุดท้าย คือ ผู้นำแบบท้าทายปัญญา (Challenging Leadership) เมื่อมีการสร้างบรรยากาศของทีมที่ปลอดภัยและสนับสนุนกันและกันแล้ว รูปแบบความเป็นผู้นำแบบท้าทายในบางครั้งสามารถเสริมสร้างความปลอดภัยทางจิตใจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้ โดยผู้นำที่ท้าทายปัญญาจะขอให้สมาชิกในทีมทบทวนเกี่ยวกับเป้าหมายของงาน และวิธีที่พวกเขาสามารถทำงานมากให้เกินความคาดหวังและเติมเต็มศักยภาพของตน อีกทั้งความเป็นผู้นำแบบท้าทายมีความเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้นของพนักงาน รวมถึงความต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: What is psychological?, McKinsey & Company

📌ผู้นำสามารถฟื้นฟูพลังพนักงานในยามหมดกำลังใจได้อย่างไร📌พนักงานยุคปัจจุบันต้องเจอกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ พ...
06/09/2023

📌ผู้นำสามารถฟื้นฟูพลังพนักงานในยามหมดกำลังใจได้อย่างไร📌

พนักงานยุคปัจจุบันต้องเจอกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ พร้อมกับการเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ ทำให้อุตสาหกรรมทั้งหมดต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามสำหรับแรงงานมนุษย์ ส่งผลให้พนักงานหลายๆ คนรู้สึกกดดันและหมดพลัง จากงานวิจัยพบว่า สัดส่วน 30% ถึง 40% ของขวัญและกำลังใจของทีมงาน ประสิทธิภาพการทำงาน และพฤติกรรมที่แสดงออก (ทั้งดีและไม่ดี) ได้รับอิทธิพลมาจากการกระทำของหัวหน้างาน ดังนั้นหัวหน้าหรือผู้นำในองค์กรจึงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพลังและขวัญกำลังใจของพนักงาน เพื่อนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดี และประสิทธิภาพของทีมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือไม่แน่นอน ซึ่งมีแนวทางสำหรับผู้นำดังนี้

🖊 1. ย้ำเตือนถึงความสำคัญอีกครั้ง

สถานการณ์โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยปัญหามากมาย ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจถดถอยไปจนถึงโรคระบาดที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง เป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจหรือแม้กระทั่งผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำ คือ การเน้นย้ำกับลูกทีมอยู่เรื่อยๆ ว่าเหตุใดงานที่ทีมกำลังทำจึงมีความสำคัญ ซึ่งอาจลงลึกไปถึงขั้นว่าบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนในทีมส่งผลต่อทีมในภาพรวมและส่งผลต่อลูกค้าอย่างไร หรือแม้กระทั่งการชักชวนให้สมาชิกทีมแต่ละคนพูดถึงว่าได้เรียนรู้อะไรจากเพื่อนสมาชิกหรือเห็นคุณค่าที่ได้ทำงานร่วมกันอย่างไร เมื่อผู้นำช่วยให้ทีมงานจดจำและเข้าใจถึงจุดมุ่งหมาย ก็มีแนวโน้มที่พนักงานจะเชื่อว่าพวกเขามีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายของบริษัท ซึ่งสามารถทำให้พนักงานรู้สึกมีพลังอีกครั้ง และแนวทางหนึ่งในการสร้างพลังคือการย้ำเตือนถึงความสำเร็จในอดีตและเชื่อมโยงมันกับวัตถุประสงค์และความสำเร็จในอนาคต รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในทีม เพื่อช่วยให้พวกเขารู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน

🖊 2. รักษาเยียวยาความล้มเหลว

ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า ความสัมพันธ์ของมนุษย์อาจพังทลายลงได้เนื่องจากความเข้าใจผิด ความขัดแย้ง และความล้มเหลว ผู้นำที่ชาญฉลาดช่วยให้ทีมเรียนรู้จากความล้มเหลวและเปลี่ยนให้เป็นบทเรียนอันมีค่า และแนวทางก็คือ ทำให้เกิดความปลอดภัยทางจิตใจและความจริงใจในทีม รวมถึงเปิดกว้าง โปร่งใส ซื่อสัตย์ และกล้าวิพากษ์วิจารณ์ตนเองถึงเรื่องของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมการสนทนาที่เปิดกว้าง ไม่กล่าวโทษกันและกัน ด้วยการยึดหลักของการฟัง การทำความเข้าใจ การให้อภัย และการให้คำมั่นสัญญา ที่จะนำไปสู่การหลอมรวมให้เกิดความร่วมมือและความก้าวหน้าของทีมงาน

🖊 3. เน้นย้ำประเด็นสำคัญอีกครั้ง

สิ่งสำคัญที่ผู้นำควรทำคือ ช่วยให้ทีมเห็นถึงประเด็นสำคัญของการบรรลุเป้าหมายอีกครั้ง โดยการทำให้สมาชิกในทีมเข้าใจถึงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ เมื่อถึงปลายปี (หรือเริ่มต้นปีใหม่) ผู้นำควรพิจารณาจัดให้มีการพูดคุยกัน เพื่อเน้นย้ำถึงกลยุทธ์และเป้าหมายที่ชัดเจนและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้เกิดขึ้นในทีมงาน ดังที่ Michael Porter กล่าวไว้ว่า กลยุทธ์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าสิ่งใดที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งทั้งสองอย่างมีความสำคัญมากพอๆ กัน วัตถุประสงค์หลักของการพูดคุยก็คือ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจภาพรวมของกลยุทธ์ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ ทำไมเราจะต้องทำมัน และจะเดินทางไปสู่จุดหมายอย่างไร ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม เป็นหนึ่งเดียวกัน และแสดงบทบาทของตนเพื่อช่วยให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายร่วมกัน

แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: 3 Ways to Reenergize Your Team When Morale Is Low

Employees everywhere are suffering from chronic low engagement and productivity levels, while stress and burnout continue to rise. Add to this the pressures of economic uncertainty and a potential recession, the threat of artificial intelligence automating jobs and skills and disrupting entire indus...

🎯 ผู้นำชั้นยอดขับเคลื่อนองค์กรอย่างไรในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน 🎯 โลกยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายแ...
21/08/2023

🎯 ผู้นำชั้นยอดขับเคลื่อนองค์กรอย่างไรในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน 🎯

โลกยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายและปัญหาต่างๆ ประดังเข้ามา ทำให้องค์กรทั่วโลกต้องปรับตัวและจัดการกับปัญหาอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น คุณ ทิม ไรอัน ประธานและหุ้นส่วนอาวุโส ของบริษัท PwC สหรัฐอเมริกา ได้มีการพูดคุยกับองค์กรมากกว่าร้อยแห่งในอุตสาหกรรมต่างๆ และได้พบว่าองค์กรที่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับองค์กรอื่นๆ นั้น เป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญ คือ ทีมผู้นำ ที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้…

🖋 1. สร้างวัฒนธรรม “องค์มาเป็นที่หนึ่ง” หรือ “Company-first”

ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจและพนักงาน ไมใช่ผลักดันเฉพาะนโยบายหรือจุดมุ่งหมายส่วนตัว ซีอีโอท่านหนึ่งจากบริษัทที่ดำเนินธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยมกล่าวว่า การเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้นำของเขาก็เหมือนการอยู่ในทีมกีฬา “ทีมต้องมาก่อน ไม่ใช่ยึดติดกับบุคคลที่เป็นดาวเด่น”

🖋 2. คิดและดำเนินงานอย่างสอดประสานทั่วทั้งองค์กร

ซีอีโอท่านหนึ่งของธนาคารดิจิทัลชั้นนำบอกกับคุณทิมว่า กรอบความคิดที่ยึดองค์กรเป็นที่ตั้งนั้นช่วยขับเคลื่อนประสบการณ์ใหม่ของลูกค้า ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำหรับประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กรชั้นนำ พวกเขาบรรลุสิ่งนี้ได้ด้วยการแบ่งปันข้อมูลทั่วทั้งองค์กรและปฏิบัติตามกฎการกำกับดูแลข้อมูลชุดเดียวกัน

🖋 3. มุ่งมั่นสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่

บริษัทที่แข็งแกร่งนั้นให้ความสำคัญกับการพลิกโฉมธุรกิจของตัวเอง ซึ่งซีอีโอจากบริษัทเวชภัณฑ์ได้ใช้โมเดลธุรกิจใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดซื้อขายที่ทันสมัยและนำแพลตฟอร์มการค้ามาใช้ ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง โดยสามารถเพิ่มกำไร ความไว้วางใจและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่คุณค่า

🖋 4. ให้เวลาคนที่ใช่ทำงานยาก

ซีอีโอของบริษัทพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งมอบหมายให้หนึ่งในผู้นำฝ่ายธุรกิจระดับแนวหน้าของบริษัทรับผิดชอบการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในระดับองค์กร แม้ว่ามันยากที่จะให้ผู้นำก้าวออกจากงานที่พวกเขาทำ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นงานยาก แต่ในที่สุดการทุ่มเท เพื่อมุ่งความสนใจไปที่งานยากงานเดียวสามารถสร้างความแตกต่างได้ สุดท้ายบริษัทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถนำไปสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจได้

🖋 5. รวบรวมคนที่มีภูมิหลังและทักษะที่แตกต่างกัน

องค์กรควรสร้างทีมคุณภาพสูง ที่มีความหลากหลาย ซึ่งหมายรวมถึงเพศ ชาติพันธุ์ มุมมอง ภูมิหลัง และชุดทักษะที่หลากหลายด้วย การมีความหลากหลายในกลุ่มผู้นำระดับสูงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เกิดมุมมองที่แตกต่าง ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

🖋 6. ส่งเสริมการถกเถียงอย่างมีวุฒิภาวะ และหลีกเลี่ยงการด้อยค่าผู้นำคนอื่น

ทีมที่ดีจะพูดคุยกันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา รวมทั้งส่งเสริมการถกเถียงเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียอย่างโปร่งใส และหาทางเลือกร่วมกัน ก่อนที่จะเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะใช้เวลาในการหาข้อตกลงเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ต้องการและสิ่งที่ต้องทำในเชิงธุรกิจ เพื่อบรรลุเป้าหมาย

🖋 7. อ่อนน้อมถ่อมตนและไร้อคติ

ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำระดับซีอีโอ และผู้นำระดับอาวุโสในบริษัทใดๆ ก็ตาม เพราะมันถ่ายทอดลงไปยังทุกระดับขององค์กร แม้จะมีความสำเร็จในอดีต แต่ถ้ามัวแต่ยึดติดและทะนงตน จนไม่ใส่ใจโอกาสใหม่ๆ เพื่อก้าวสู่อนาคต ในที่สุดก็จะถูกบริษัทอื่นๆ แซงหน้าไปหมด นอกจากนั้นสิ่งสำคัญคือ การประเมินประสิทธิภาพขององค์กร ณ ปัจจุบันอย่างมีใจเป็นกลาง พร้อมทั้งท้าทายตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันองค์กรให้ก้าวนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ

แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: How the Best Leadership Teams Navigate Uncertain Times, by Tim Ryan, Harvard Business Review

While we don’t know what the rest of the year will bring, it’s reasonable to assume that the headwinds we’re experiencing will continue. This is an environment that will demand — and reward — high-performing leadership teams. Based on his conversations with more than 100 clients across ind...

ที่อยู่

HEAD OFFICE 999/9 OFML 1708, 17th Floor, The Offices At Central World, Rama 1 Road, Patumwan Sub-District, Patumwan District
Bangkok
13300

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6626518291

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ LEAD Businessผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์