The Lawyer Connect

The Lawyer Connect ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก The Lawyer Connect, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, 358 พัฒนาการ 53 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง, Bangkok.

คอมมูนิตี้สำหรับทนายความ
#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว

https://www.instagram.com/thelawyerconnect?igsh=bjlwZzl3azMzN3Jx&utm_source=qr

https://www.tiktok.com/.connect

https://youtube.com/?si=rYn_skfFyoz-o9ti

14/09/2026

“ฆ่าคนตาย แต่ศาลยกฟ้อง”
ฟังดูเหลือเชื่อ… แต่ในกฎหมายอาญา หากการกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยไม่มี
“การรู้สำนึก” ก็อาจไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2590/2562 เป็นอีกคดีที่สะท้อนว่า การวินิจฉัยคดีอาญาไม่ได้ดูเพียงผลที่เกิดขึ้น แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดครบถ้วนด้วย

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #เจาะฎีกา #คําพิพากษาศาลฎีกา #กฎหมายอาญา #มาตรา59 #ทนายความ #ความรู้กฎหมาย #ฎีกา #ข่าว

ประเด็น  #หลวงพ่อโชติ กับความสัมพันธ์ฉันชู้  #สีกา ที่กำลังถูกพูดถึง อาจไม่ได้จบแค่เรื่อง “ผิดพระธรรมวินัย” เพราะในทางกฎ...
11/09/2026

ประเด็น #หลวงพ่อโชติ กับความสัมพันธ์ฉันชู้ #สีกา ที่กำลังถูกพูดถึง อาจไม่ได้จบแค่เรื่อง “ผิดพระธรรมวินัย” เพราะในทางกฎหมาย หากถึงขั้น อาบัติปาราชิก ผลที่ตามมาอาจถึงขั้น ขาดจากความเป็น #พระภิกษุ

ศาลฎีกาที่ 9861/2557 วางแนวไว้ชัดเจนว่า

กรณีพระภิกษุ #เสพเมถุน ถือเป็นการ #ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก และถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุแล้ว

ในคดีนี้ แม้หญิงผู้กล่าวหาจะกลับคำให้การภายหลัง #ศาลฎีกา เห็นว่าต้องพิจารณาความจริงจาก #พยานหลักฐานและพฤติการณ์โดยรวม ไม่ใช่เพียงการกลับคำให้การเพื่อช่วยเหลือ #จำเลย

ที่สำคัญคือ หลังจากคณะสงฆ์มีคำวินิจฉัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำคำวินิจฉัยไปอ่านให้จำเลยฟัง แม้จำเลย ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบ ก็ยังถือว่าได้รับทราบคำวินิจฉัยโดยชอบ

จากนั้นต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง

หากไม่สึกและยังฝ่าฝืน ย่อมมีความผิดตาม #มาตรา26 แห่ง #พรบคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และคดีนี้ #ศาลฎีกา พิพากษากลับให้ลงโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 2 เดือน

ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “พระทำผิดพระธรรมวินัยหรือไม่”

แต่ต้องถามต่อว่า

เมื่อมีคำวินิจฉัยว่าถึงขั้นปาราชิกแล้ว และพระรูปนั้นได้รับทราบคำวินิจฉัยโดยชอบ ยังสามารถ #ครองสมณเพศ ต่อไปได้หรือไม่?

คำตอบตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกานี้คือ ไม่ได้

เพราะผลของปาราชิกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทาง #ศาสนา แต่เมื่อเข้าสู่เงื่อนไขตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ การไม่สึกภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดอาจมี #ความรับผิดทางอาญา ตามมาได้

ฎีกาที่ 9861/2557
มาตรา 26 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #ทนายความ #กฎหมาย #คำพิพากษาศาลฎีกา #ฎีกา #วัดพุทไธศวรรย์ #พระ #พระสงฆ์ #ปาราชิก #พระธรรมวินัย #กฎหมายอาญา

จาก  #เหตุยิงครูสาวเสียชีวิตภายในศูนย์เด็กเล็ก จ.ชลบุรี โดยมีรายงานเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นแฟนซึ่งเป็นตำรวจและอยู่ร...
09/09/2026

จาก #เหตุยิงครูสาวเสียชีวิตภายในศูนย์เด็กเล็ก จ.ชลบุรี โดยมีรายงานเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นแฟนซึ่งเป็นตำรวจและอยู่ระหว่างการติดตามตัว

หากสมมุติว่า อาวุธปืนที่ใช้เป็นปืนส่วนตัวและมีใบอนุญาตถูกต้อง คำถามคือ…

⚖️ เป็น #ตำรวจ คดีต่างจากคนทั่วไปไหม?

1. ฆ่าคนตาย — หลักอาญาเหมือนกัน

หากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาฆ่า อาจเป็นความผิดตาม #ประมวลกฎหมายอาญา #มาตรา288

แต่หากมีพฤติการณ์เข้าข่ายเหตุฉกรรจ์ เช่น #ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อาจต้องพิจารณา #มาตรา289 ตามข้อเท็จจริงของคดี

2. ปืนมีใบอนุญาต ≠ ยิงคนได้

#ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือมีสิทธินำปืนไปยิงผู้อื่น

ดังนั้น หากนำปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายไปก่อเหตุ ก็ยังต้องรับผิดทางอาญาตามการกระทำ และต้องแยกพิจารณาประเด็นความผิดตามกฎหมายอาวุธปืนอีกส่วนหนึ่ง

3. แล้ว “ความเป็นตำรวจ” มีอะไรเพิ่ม?

การเป็น #ตำรวจ ไม่ได้ทำให้โทษฐานฆ่าผู้อื่นหนักขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะหากเป็นปืนส่วนตัวและเหตุเกิดจากเรื่องส่วนตัว

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ #ความรับผิดทางวินัย

ตาม #พรบตำรวจแห่งชาติ2565 #มาตรา111 #มาตรา112 ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่

เช่น #มาตรา112 กำหนดกรณีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงไว้หลายกรณี ได้แก่

•มาตรา112(5) กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือหนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่เป็นความผิดโดย #ประมาท หรือ #ลหุโทษ
•มาตรา 112(6) กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็น #ผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
•มาตรา 112(9) #กระทำหรือละเว้นการกระทำ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

แต่ต้องระวังว่า ไม่ใช่ตำรวจที่กระทำผิดอาญาทุกกรณีจะ #ผิดวินัย ตามมาตรา 112(6) โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณา #ข้อเท็จจริง #พฤติการณ์ และ #กระบวนการทางวินัย เป็นรายกรณี

4. ถูกดำเนินคดีแล้ว ออกจากราชการเลยไหม?

ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า #ออกจากราชการทันที

แต่หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย อาจมีประเด็น มาตรา 121 เกี่ยวกับการ #พักราชการหรือ #ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระหว่างดำเนินการ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการวินิจฉัยว่ามีความผิดวินัยหรือไม่

🔎 สรุป

ปืนถูกกฎหมาย ≠ ยิงคนได้
เป็นตำรวจ ≠ โทษฆ่าคนหนักขึ้นอัตโนมัติ

แต่เมื่อเป็นตำรวจ การกระทำเดียวกันอาจ #ผิดหลายกระทง
ดังนั้น สิ่งที่ #ทนายต้องแยกให้ชัด คือ

“ผิดอาญาอะไร”
“ผิดวินัยหรือไม่”
“และมีผลต่อสถานะการรับราชการอย่างไร”

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #ทนายความ #กฎหมายอาญา

04/09/2026

ปั่นหัวจนอีกฝ่ายไม่เชื่อตัวเอง…ผิดกฎหมายไหม?

Gaslighting ไม่มีข้อหาโดยตรงในไทย แต่พฤติกรรมที่อยู่เบื้องหลัง อาจผิดกฎหมายได้

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #กฎหมายไทย #มาตรา295 #ทนายความ #ข่าว

ชนครั้งเดียว ตาย 2 คน แล้ว “เจตนาฆ่า” ต้องพิสูจน์แยกกันไหม?จากกรณีรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ขณะกำลังชะลอเพื่อกลับรถ จ...
04/09/2026

ชนครั้งเดียว ตาย 2 คน แล้ว “เจตนาฆ่า” ต้องพิสูจน์แยกกันไหม?

จากกรณีรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ขณะกำลังชะลอเพื่อกลับรถ จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ประเด็นที่น่าสนใจทางกฎหมายไม่ใช่เพียงว่า

“ผู้ขับตั้งใจชนหรือไม่?”

แต่ต้องถามต่อว่า “หากเป็นการฆ่าโดยเจตนา เจตนานั้นครอบคลุมผู้ตายทั้ง 2 คนอย่างไร?”

⚖️ คนหนึ่งเป็นเป้าหมาย แต่อีกคนเป็นคนซ้อน
หากพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าผู้ขับมุ่งหมายเอาชีวิตผู้ตายคนหนึ่งโดยตรง ก็อาจเข้าองค์ประกอบความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288

แต่สำหรับผู้ตายอีกคนที่นั่งซ้อนท้าย ต้องพิจารณาต่อว่า ผู้ขับขี่ มีเจตนาต่อชีวิตของบุคคลนั้นด้วยหรือไม่
ตรงนี้มีได้อย่างน้อย 2 แนวทางสำคัญ

หนึ่ง — เจตนาเล็งเห็นผลตามมาตรา 59

หากรู้ว่ารถจักรยานยนต์มีคนอยู่ 2 คน และยังขับพุ่งชนด้วยลักษณะที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าการกระทำนั้นอาจทำให้คนทั้งสองถึงแก่ความตาย ก็อาจถือได้ว่ามีเจตนาฆ่าต่อทั้งสองคน

สอง — เจตนาพลาดตามมาตรา 60

หากพิสูจน์ได้ว่าผู้กระทำมีเจตนาจะฆ่าบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำกลับไปเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาด กฎหมายก็มีหลักให้ถือว่าผู้กระทำมีเจตนาต่อบุคคลที่ได้รับผลร้ายด้วย

🔎 แล้วคดีนี้ล่ะ?

ข้อเท็จจริงที่ต้องจับตาคือ ภาพจากกล้องวงจรปิด ลักษณะการพุ่งชน ความเร็ว ระยะก่อนชน และโอกาสในการหยุดหรือหลบหลีก

ส่วนประเด็น ไม่พบรอยเบรก อาจเป็นพฤติการณ์หนึ่งที่นำมาประกอบการวิเคราะห์ แต่เพียงอย่างเดียวไม่ควรนำไปสรุปทันทีว่าเป็นเจตนาฆ่า

ขณะเดียวกัน หากมีหลักฐานเรื่องความขัดแย้ง การข่มขู่ หรือเหตุการณ์ก่อนหน้า เช่น การขับรถพุ่งชนร้านอาหารของครอบครัวผู้เสียชีวิต ก็อาจเป็นพยานแวดล้อมที่ช่วยให้เห็น มูลเหตุและเจตนา มากขึ้น

แต่ก็ยังต้องแยกให้ออกว่า

“มีเหตุจูงใจ” ไม่เท่ากับ “พิสูจน์เจตนาฆ่าได้แล้ว”

ทั้งหมดต้องนำมาประเมินร่วมกัน

💥 และอีกคำถามทางกฎหมาย

ตาย 2 คน = ฆ่า 2 กรรมเลยหรือไม่?

ก็ยังตอบไม่ได้จากจำนวนผู้เสียชีวิตเพียงอย่างเดียว
เพราะต้องแยกให้ได้ก่อนว่าชนครั้งเดียว อาจทำให้คนตาย 2 คน

แต่ในทางกฎหมาย คำถามไม่ได้มีแค่ “ตายกี่คน?”
หากต้องถามว่า “เจตนาฆ่าครอบคลุมใครบ้าง และการกระทำนั้นเป็นกี่กรรม?”

⚖️ ข่าวหนึ่งเหตุการณ์ อาจมีคำถามทางกฎหมายซ่อนอยู่มากกว่าหนึ่งชั้น

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #กฎหมายอาญา #เจตนาฆ่า #เจตนาเล็งเห็นผล #เจตนาพลาด #หลายกรรม #คดีอาญา #ทนายความ #นักกฎหมาย #กู้ภัย #หึงโหด #อดีตแฟน

ถ้าโพสต์ก่อนหน้าคือ “หมออาจผิดอะไร?”โพสต์นี้ต้องถามต่อว่า“แล้วคนไข้ คลินิก และหลักฐานที่มีอยู่ จะเดินเรื่องทางกฎหมายอย่า...
04/09/2026

ถ้าโพสต์ก่อนหน้าคือ “หมออาจผิดอะไร?”
โพสต์นี้ต้องถามต่อว่า

“แล้วคนไข้ คลินิก และหลักฐานที่มีอยู่ จะเดินเรื่องทางกฎหมายอย่างไร?”

เพราะการที่คลินิกประกาศว่า “เลิกจ้างแพทย์แล้ว” ไม่ได้แปลว่าประเด็นทางกฎหมายทุกอย่างจบลงทันที

🔴 01 | คลินิกไล่หมอออกแล้ว = พ้นความรับผิด?

ไม่จำเป็น

ต้องแยกให้ชัดระหว่าง ความรับผิดของแพทย์ กับ ความรับผิดของคลินิก/นายจ้าง

หากการกระทำของลูกจ้างเกิดขึ้น ในทางการที่จ้าง ต้องพิจารณาหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 425
แต่หากเป็นการกระทำส่วนตัวที่ขาดจากหน้าที่โดยสิ้นเชิง ก็ต้องวิเคราะห์ข้อเท็จจริงกันอีกแบบ

ดังนั้นคำว่า

“ไล่ออกแล้ว เรื่องจบ”

อาจเร็วเกินไปที่จะสรุป

🟠 02 | แล้วถ้าคนไข้ “อัดเสียง” ไว้?

ต้องแยก 2 เรื่องออกจากกัน

🎙️ เก็บไว้เป็นหลักฐาน

กับ

📱 นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ

การมีไฟล์เสียงไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปโพสต์ประจานได้ทุกกรณี
โดยเฉพาะหากมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือมีการตัดต่อ/นำเสนอจนทำให้บริบทเปลี่ยนไป

แต่การนำหลักฐานไปใช้กับ ตำรวจ ทนาย แพทยสภา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาแตกต่างจากการเผยแพร่เพื่อประจาน

คำถามจึงไม่ใช่แค่ “อัดเสียงได้ไหม?”
แต่ต้องถามต่อว่า “อัดไว้ทำอะไร และนำไปใช้ที่ไหน?”

🟡 03 | ถ้าใช้สิทธิ 30 บาทแล้วถูกปฏิบัติไม่เหมาะสม ร้องที่ไหน?

ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องไปจบที่ตำรวจ

สิทธิการรักษา → สปสช.
จริยธรรมแพทย์ → แพทยสภา
มาตรฐานสถานพยาบาล → หน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง
เข้าข่ายความผิดอาญา → ตำรวจ
เกิดความเสียหาย → พิจารณาสิทธิเรียกร้องทางแพ่ง

จึงต้องถามให้ถูกตั้งแต่ต้นว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาประเภทไหน?”
เพราะการเลือกช่องทางผิด อาจทำให้เสียทั้งเวลาและโอกาสในการใช้สิทธิ

🔵 04 | สุดท้าย เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ “หมอ vs คนไข้”

ถ้ามองแบบทนาย เหตุการณ์เดียวอาจต้องแยกออกเป็นหลายชั้น

อาญา
ดูหมิ่น / หมิ่นประมาท / ขู่เข็ญ

แพ่ง
ละเมิด / ความเสียหาย / นายจ้าง

PDPA
การใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

จริยธรรมวิชาชีพ
มาตรฐานการประกอบวิชาชีพ

สถานพยาบาล
หน้าที่ในการกำกับดูแลและจัดการระบบ

🔥 โจทย์สุดท้ายสำหรับทนาย

สมมติว่า
หมอเอาเบอร์จากระบบคนไข้ → โทรตามด่า → มีการข่มขู่ → คนไข้มีไฟล์เสียง → คลินิกไล่หมอออก

ถ้าคุณรับคดีนี้ คุณจะวาง “ประเด็นแรก” อย่างไร?

ไม่ต้องตอบตามข่าว
ลองตอบแบบทนายว่าคุณจะเดินคดีอย่างไร

👇 แลกเปลี่ยนมุมกฎหมายกัน

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #กฎหมาย #กฎหมายการแพทย์ #สิทธิผู้ป่วย #จริยธรรมแพทย์ #ทนายความ #นักกฎหมาย

จากประเด็นข่าวเรื่องการสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่อง “พูดไม่สุภาพ”แต่ถ้าเอาแว่นกฎหมายมาส่...
04/09/2026

จากประเด็นข่าวเรื่องการสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่อง “พูดไม่สุภาพ”
แต่ถ้าเอาแว่นกฎหมายมาส่อง เรื่องอาจซับซ้อนกว่านั้น

เพราะคำถามคือ
คำพูดแบบไหน แค่ไม่สุภาพ และคำพูดแบบไหนอาจกลายเป็นคดี?

🔴 01 | ด่าในแชต = หมิ่นประมาทไหม?

ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น
หมิ่นประมาทตาม ป.อ. มาตรา 326 ต้องมีการใส่ความผู้อื่น ต่อบุคคลที่สาม

ดังนั้น ถ้าเป็นการส่งข้อความด่ากันตรง ๆ ระหว่างหมอกับคนไข้ โดยไม่มีบุคคลที่สามรับรู้ ต้องพิจารณาประเด็นอื่น เช่น ดูหมิ่นตามมาตรา 393 โดยต้องดูถ้อยคำและบริบทของการสื่อสารด้วย

แต่ถ้านำเรื่องของคนไข้ไปพูดกับบุคคลอื่นในลักษณะที่ทำให้เสียชื่อเสียง จึงค่อยเข้าสู่ประเด็น หมิ่นประมาท
และถ้าเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก็อาจต้องพิจารณา มาตรา 328

จำง่าย ๆ

ด่าตรง ๆ ≠ หมิ่นประมาทเสมอ
ใส่ความต่อบุคคลที่สาม → 326
เผยแพร่ต่อสาธารณะ → อาจไป 328

🟠 02 | แล้วถ้าไม่ได้แค่ด่า แต่ “ขู่” ล่ะ?

ตรงนี้เรื่องอาจขยับไปอีกระดับ
หากมีการขู่เข็ญจนทำให้ผู้เสียหายเกิด ความกลัวหรือตกใจ อาจต้องพิจารณา มาตรา 392

แต่ถ้าถึงขั้นข่มขู่เพื่อบังคับให้ผู้เสียหาย ทำ ไม่ทำ หรือยอมต่อสิ่งใด โดยขู่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ก็อาจต้องพิจารณา มาตรา 309

เพราะฉะนั้น…
โทร 33 สาย ไม่ได้แปลว่าผิดทันที

สิ่งที่ต้องถามคือ “โทรมาทำไม และพูดอะไร?”

จำนวนสายเป็นเพียงพฤติการณ์ประกอบ
แต่ เนื้อหาของการสื่อสาร อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม

🟡 03 | แล้วถ้าเอา “เบอร์คนไข้” จากคลินิกมาตามด่า?

นี่เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ

ผู้ป่วยให้เบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อการรักษา นัดหมาย หรือประสานงาน
แต่ถ้าข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น ติดต่อส่วนตัว ด่าทอ หรือกดดัน

คำถามทางกฎหมายจึงกลายเป็น
“ข้อมูลที่ได้มาเพื่อการรักษา เอาไปใช้เรื่องอื่นได้หรือไม่?”

เบอร์โทรศัพท์เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และ ข้อมูลสุขภาพ เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนตาม PDPA

แต่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนว่า
เบอร์ถูกนำมาจากระบบของคลินิกจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้เข้าถึงข้อมูล

🔥 และยังมีอีกเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม

แม้พฤติกรรมหนึ่งอาจไม่ครบองค์ประกอบความผิดอาญา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประเด็นด้านจริยธรรมวิชาชีพ

ข้อบังคับแพทยสภาฯ พ.ศ. 2565 ยังมีหลักเรื่องการประกอบวิชาชีพโดยสุภาพ และการไม่กระทำการที่อาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

ดังนั้นเรื่องเดียวอาจมีทั้ง

อาญา + PDPA + จริยธรรมวิชาชีพ

💬 คำถามถึงทนาย

ถ้าข้อเท็จจริงคือ
หมอเอาเบอร์จากระบบคนไข้ → ส่งข้อความด่า → โทรตามหลายครั้ง → มีข้อความข่มขู่

ถ้าคุณเป็นทนายฝ่ายคนไข้
“หมัดแรก” ที่คุณจะหยิบขึ้นมา คือข้อหาอะไร?

👇 ลองวิเคราะห์กันครับ

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #กฎหมาย #กฎหมายการแพทย์ #สิทธิผู้ป่วย #จริยธรรมแพทย์ #หมิ่นประมาท #ดูหมิ่น #ทนายความ

02/09/2026

ถอนฟ้องแล้ว ฟ้องใหม่ได้ไหม? ⚖️
คำตอบคือ ได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้ทุกกรณี

สิ่งที่ต้องเช็กก่อนถอนฟ้องคือ
⚠️ อายุความ
⚠️ ผลของการถอนฟ้อง
⚠️ มีสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่
⚠️ มีคำพิพากษาตามยอมหรือไม่

เพราะบางกรณี “ฟ้องใหม่” ไม่ใช่ทางออก แต่ต้องใช้สิทธิตาม สัญญาประนีประนอมยอมความ หรือ บังคับคดีตามคำพิพากษา แทน

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #กฎหมาย #ทนายความ #นักกฎหมาย #ทนาย #คดีแพ่ง #ถอนฟ้อง #ฟ้อง #บังคับคดี #ต้าเฟ็ดเฟ่ #ต้า #ข่าว

ทนายรู้คำให้การจำเลยได้อย่างไร?ถ้าข้อมูลในชั้นสอบสวนหลุด ใครต้องรับผิด?จากกรณีที่มีการพูดถึงรายละเอียดคำให้การของจำเลยใน...
02/09/2026

ทนายรู้คำให้การจำเลยได้อย่างไร?

ถ้าข้อมูลในชั้นสอบสวนหลุด ใครต้องรับผิด?

จากกรณีที่มีการพูดถึงรายละเอียดคำให้การของจำเลยในรายการ โหนกระแส จึงเกิดคำถามว่า

“ทนายรู้ข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร?”

เพราะข้อมูลในชั้นสอบสวนมีผลต่อรูปคดี การเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลจึงต้องพิจารณาตามสิทธิและขั้นตอนของกฎหมาย

ป.วิ.อ. มาตรา 131 กำหนดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและพิสูจน์ทั้ง ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา

ขณะเดียวกัน กฎหมายก็รับรองสิทธิของจำเลยในการเตรียมต่อสู้คดี

ป.วิ.อ. มาตรา 173/1 กำหนดกระบวนการตรวจพยานหลักฐานก่อนสืบพยาน และเปิดช่องให้คู่ความยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่ไม่สามารถทราบได้ก่อน หรือจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เพื่อให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

ดังนั้น ต้องแยกให้ออกระหว่าง

“การเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้จำเลยใช้สิทธิต่อสู้คดีตามกฎหมาย”

กับ

“การนำข้อมูลจากการสอบสวนไปเปิดเผยหรือใช้โดยมิชอบ”

สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หากเจ้าพนักงานจงใจช่วยผู้ต้องหา เช่น บิดเบือนการสอบสวน หรือช่วยให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง อาจมีประเด็นตาม ป.อ. มาตรา 200 และหากเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ อาจเกี่ยวข้องกับ มาตรา 157 รวมถึงความผิดทางวินัย

สุดท้ายจึงต้องถามว่า

ข้อมูลมาจากไหน?
ใครเป็นคนเปิดเผย?
เปิดเผยเมื่อใด?
และผู้รับมีสิทธิเข้าถึงหรือไม่?

เพราะกระบวนการยุติธรรมต้องคุ้มครองทั้ง

การค้นหาความจริงของรัฐ
และสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

แต่หากมีการนำข้อมูลออกจากกระบวนการโดยมิชอบ

คนที่ต้องถูกตรวจสอบ อาจไม่ใช่แค่ “คนที่รู้” แต่รวมถึง “คนที่ทำให้รู้”

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #กฎหมาย #กฎหมายอาญา #ปวิอ #ทนายความ #ตำรวจ #สำนวนสอบสวน #กระบวนการยุติธรรม #โหนกระแส #ข่าวกฎหมาย

ฮั้ว สว. จุดชี้ชะตา 14 ก.ย.มาตรา 62 บอกอะไร? กกต.ต้องตัดสินว่า “ผิด” หรือแค่มีหลักฐานพอส่งศาลวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต....
01/09/2026

ฮั้ว สว. จุดชี้ชะตา 14 ก.ย.

มาตรา 62 บอกอะไร? กกต.ต้องตัดสินว่า “ผิด” หรือแค่มีหลักฐานพอส่งศาล

วันที่ 14 กันยายน 2569 กกต.เตรียมลงมติคดีฮั้ว สว. ท่ามกลางข้อถกเถียงว่า ผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คนจะถูกส่งฟ้องต่อศาลทั้งหมด บางส่วน หรือยกคำร้อง

แต่หัวใจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ มาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

เพราะมาตรานี้ไม่ได้วางหลักให้ กกต.ต้องทำหน้าที่เสมือน “ศาล” เพื่อพิสูจน์จนถึงที่สุดว่าใครผิด

แต่กำหนดว่า หากภายหลังประกาศผลการเลือก สว.แล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ ว่าผู้สมัครหรือ “ผู้ใด” กระทำการทุจริต หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นอันทำให้การเลือกไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม กกต.มีหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้ศาลพิจารณาเพิกถอนสิทธิที่กฎหมายกำหนด

คำว่า “ผู้ใด” สำคัญกว่าที่คิด

มาตรา 62 ไม่ได้ใช้เฉพาะคำว่า “ผู้สมัคร” แต่ใช้คำว่า “ผู้ใด”

จึงเป็นประเด็นสำคัญว่า ขอบเขตของบุคคลที่อาจถูกดำเนินการตามมาตรานี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้สมัคร สว. หากแต่ยังครอบคลุมบุคคลอื่นที่มีส่วนร่วม รู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ทำให้การเลือกไม่สุจริตหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี

แล้วหลักฐานต้องถึงระดับไหน?

ประเด็นที่กำลังถูกจับตาคือคำว่า “หลักฐานอันควรเชื่อได้”

ในคดีนี้มีการกล่าวถึงหลักฐานหลายประเภท ทั้งข้อมูลพิกัดโทรศัพท์ การรวมตัวของผู้สมัคร โพยการลงคะแนน ผลคะแนนที่มีรูปแบบสอดคล้องกัน เส้นทางการเงิน รวมถึงพยานบุคคลและหลักฐานการนัดหมาย

เช่น กรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า สว. 40 คนปรากฏพิกัดโทรศัพท์บริเวณโรงแรมพูลแมนในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567

แต่ต้องย้ำว่า

การอยู่สถานที่เดียวกัน ไม่ได้แปลว่ากระทำความผิด

เช่นเดียวกับ

การมีเงินโอน ไม่ได้แปลว่ามีการทุจริต

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ เมื่อเอาหลักฐานแต่ละชิ้นมาประกอบกันแล้ว สามารถเชื่อมโยงให้เห็นพฤติการณ์การทุจริต หรือการรู้เห็นกับการกระทำที่ทำให้การเลือกไม่สุจริตได้หรือไม่

พูดง่าย ๆ คือ

หลักฐานหนึ่งชิ้นอาจเป็นเพียง “จิ๊กซอว์” แต่หลายจิ๊กซอว์ที่เชื่อมโยงกัน อาจทำให้เห็นภาพของพฤติการณ์ทั้งระบบ

ส่งศาล ≠ ตัดสินว่าผิด

นี่คือสิ่งที่ต้องแยกให้ชัด

หาก กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาล ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาผิดทันที

แต่หมายความว่า กกต.เห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักถึงระดับที่ควรนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

ส่วนใครผิด ใครไม่ผิด พยานหลักฐานใดรับฟังได้ และการกระทำเข้าข่ายทุจริตหรือไม่

เป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาต่อไป

ดังนั้น คำถามของวันที่ 14 กันยายนจึงอาจไม่ใช่

“กกต.จะตัดสินว่าใครผิด?”

แต่เป็น

“กกต.เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ถึงระดับที่ต้องนำเรื่องเข้าสู่ศาลหรือไม่?”

และนี่คือจุดสำคัญที่สุดของมาตรา 62

เพราะในคดีที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก การพิสูจน์ว่า “ทุกคนผิด” อาจไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้ กกต.ต้องทำตั้งแต่ต้น

แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ

เมื่อมีหลักฐานถึงเกณฑ์ตามกฎหมายแล้ว กกต.จะใช้อำนาจอย่างไร และเหตุผลในการส่งหรือไม่ส่งเรื่องต่อศาลคืออะไร

14 กันยายนจึงไม่ใช่เพียงวันชี้ชะตาของผู้ถูกกล่าวหา
แต่เป็นวันทดสอบว่า มาตรา 62 จะถูกนำมาใช้กับคดีฮั้ว สว.อย่างไร

#รวมนักกฎหมายไว้ที่เดียว #ฮั้วสว #สว67 #กกต #มาตรา62 #กฎหมายเลือกตั้ง #กฎหมาย #ข่าวกฎหมาย #นักกฎหมาย #ทนายความ

ที่อยู่

358 พัฒนาการ 53 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Lawyer Connectผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์