Mark Thawin Elite Authority

Mark Thawin Elite Authority




ที่ผมบอกว่า “เลือกคนผิด”ความจริงคือ ตอนนั้นผม “เลือกคนไม่เป็น”ผมมีเงิน แต่มีอีโก้นำหน้ามีความพราวในความสำเร็จใครเข้ามาชื...
27/08/2026

ที่ผมบอกว่า “เลือกคนผิด”
ความจริงคือ ตอนนั้นผม “เลือกคนไม่เป็น”

ผมมีเงิน แต่มีอีโก้นำหน้า
มีความพราวในความสำเร็จ
ใครเข้ามาชื่นชมหน่อย ก็เปิดใจ
ใครป้อยอหน่อย ก็เชื่อว่าเขาจริงใจกับเรา

บางคนเข้ามาขอโอกาส
บางคนเข้ามาในฐานะเพื่อน
บางคนเอาของที่ตัวเองอยากขายมายัดให้เรา

ผมซื้อหมด

ที่ดินโลเคชั่นที่วันนี้รู้ว่าไม่ควรซื้อ
เพชรคุณภาพที่วันนี้รู้ว่าไม่ควรเลือก
ออกไปกับเพื่อนก็เป็นคนเลี้ยง เป็นคนจ่าย
เพียงเพราะคิดว่า
“เราสะดวกกว่า เราก็จ่ายไป”

เงินไม่ได้ทำให้ผมโง่
แต่เงินทำให้ ความไม่รู้ของผมมีราคาแพงขึ้น

วันนี้ถึงเข้าใจว่า
ยิ่งชีวิตสะดวก ยิ่งต้องเลือกคนให้เป็น
เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาใกล้
กำลังพาเราไปในทิศทางเดียวกับชีวิตที่เราอยากสร้าง

ผมไม่ได้เล่าเพื่อโทษคนเหล่านั้น
เพราะคนที่ต้องเรียนรู้ที่สุดในเรื่องนี้
คือตัวผมเอง



When I say I chose the wrong people,
the truth is — I simply didn’t know how to choose.

I had money, but my ego was leading me.

A little praise made me trust.
A little admiration made me open the door.

Some came for opportunities.
Some came as friends.
Some came with things they wanted to sell me.

And I bought.

Bad-location land.
Low-quality diamonds.
Dinners, outings, expenses — I paid.

Because I kept telling myself:

“My life is easier. I can afford it.”

Money didn’t make me foolish.

It simply made my lack of judgment more expensive.

That became one of my greatest lessons:

The more comfortable your life becomes,
the more carefully you must choose who gets close to it.

I don’t tell this story to blame anyone.

The person who needed to learn the most
was me.

27/08/2026

มีเงิน แต่ไม่มีทิศทาง
คุณไม่ได้กำลังใช้เงิน — คนรอบตัวกำลังช่วยใช้มันแทนคุณ

นี่คือชีวิตมาร์คในอดีต

ใครชวนไปงานก็ไป
ใครชวนซื้อก็ซื้อ
ใครเอาปัญหามาให้ก็ช่วย
ใครเอาของที่ไม่ต้องการมาขาย ก็จ่ายเพราะเกรงใจ

มาร์คเคยคิดว่านี่คือชีวิตของคนที่ “เลือกได้”

แต่วันนี้ถึงเข้าใจว่า
ตอนนั้นมาร์คแทบไม่ได้เลือกอะไรเลย

เมื่อเราไม่เลือกคน
ไม่เลือกเป้าหมาย
ไม่เลือกว่าจะให้เงินรับใช้ชีวิตแบบไหน

คนรอบตัวจะค่อย ๆ ยัดแผนของเขา
เข้ามาเป็นแผนชีวิตของเรา

และที่น่ากลัวคือ
เราจ่ายเงินเองทุกบาท
เพื่อเดินไปบนเส้นทางที่คนอื่นเลือกให้



Money without direction doesn’t create freedom.
It makes you easy to direct.

This was once my life.

Every invitation — I went.
Every suggestion — I bought.
Every problem — I helped solve.
Even things I never wanted, I paid for out of obligation.

I thought having money meant I had choices.

Looking back,
I was barely choosing at all.

When you don’t choose your people,
your purpose,
or what role money should play in your life,

other people’s agendas slowly become your life plan.

And the hardest truth?

You can spend your own money
building a life you never actually chose.

27/08/2026

หลังมีเงิน สิ่งแรกที่ผมพลาด ไม่ใช่ซื้อของผิด
แต่คือ “เลือกคนใกล้ตัวผิด”

ตอนนั้นผมกระหายทุกอย่าง
อยากเด่น อยากดัง อยากมี อยากโชว์
อยากเป็นที่รู้จัก และอยากอยู่ในแสง

พอชีวิตสะดวกขึ้น ใจก็ใหญ่ขึ้น
กล้าขึ้น มั่นใจขึ้น จนบางครั้งกลายเป็นเหิมเกริม
และนั่นคือช่วงที่ผมกลับ มองคนไม่ออกที่สุด

ใครเข้ามาก็คบ
ใครชื่นชมก็เปิดประตูให้
ผมคิดว่าทุกคนเข้ามาเพราะอยากรู้จักผม
แต่ยังแยกไม่ออกว่า
ใครรักเรา ใครรักแสงของเรา และใครเข้ามาเพราะสิ่งที่เรามี

นี่คือบทเรียนที่ผมอยากฝากจากใจ

เมื่อชีวิตคุณเริ่มสูงขึ้น
อย่าเพิ่งเปิดประตูให้ทุกคนเข้ามาใกล้

เพราะวันที่เรามีเงินมากขึ้น
เราอาจมองเห็นโลกกว้างขึ้น
แต่กลับมองเจตนาของคนใกล้ตัวไม่ชัดเท่าเดิม

ผมไม่ได้พูดเพราะผมเก่งเรื่องคน
ผมพูดเพราะผมเคยมองคนผิดมาแล้ว



My first mistake after having money wasn’t buying the wrong things.
It was choosing the wrong people to keep close.

I wanted everything — attention, recognition, status, visibility.

As life became easier, I became bolder and more confident.
And strangely, that was when I became worst at reading people.

I welcomed everyone who came close.
I thought they wanted to know me for who I was.

I couldn’t yet tell the difference between
those who loved me,
those who loved my light,
and those who loved what I had.

So this comes from experience, not superiority:

As your life rises,
don’t give everyone a front-row seat.

I’m not saying this because I’m good at reading people.

I’m saying it because I once wasn’t.

27/08/2026

ผมไม่ได้มาสอน เพราะผมเก่งกว่าใคร
ผมพูด เพราะผมเคยหลงมาก่อน

กว่า 30 ปีก่อน ผมมีเงิน มีความสะดวก
แต่ไม่มีใครบอกว่า เมื่อมีทุกอย่างแล้ว
จะพาชีวิตและจิตใจไปทางไหนต่อ

ผมเคยอวด เคยหยิ่ง เคยกดคน
เคยซื้อเพราะคนบอกให้ซื้อ
ให้เพราะกลัวคนไม่รัก
และใช้สายตาคนอื่นนำทางชีวิต

ผมผิดซ้ำ ๆ และใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเข้าใจว่า

เงินยกระดับความสะดวกได้
แต่ยกระดับจิตใจเราไม่ได้

วันนี้ที่ผมพูด
ไม่ใช่เพื่อตัดสินใคร
แต่เพราะผมเห็นตัวเองในคนที่กำลังเดินขึ้นมา

ถ้าประสบการณ์ที่ผมเคยหลง
ช่วยให้ใครไม่ต้องเสียเวลา 30 ปีเหมือนผม
ทุกความผิดพลาดที่ผ่านมา ก็มีความหมาย



I’m not here to teach because I know better.
I speak because I’ve been lost before.

More than 30 years ago, I had money and comfort,
but no one taught me where to take my life — or my mind — next.

I showed off. I was arrogant. I looked down on people.
I bought things because others told me to.
I gave because I feared rejection.
And I let other people’s eyes guide my life.

It took me decades to understand:

Money can elevate your comfort.
It cannot elevate your character.

I’m not sharing this to judge anyone.
I’m sharing it because I recognize my younger self
in people who are rising today.

If my mistakes can save someone from spending 30 years learning the same lesson,
then none of those mistakes were wasted.

27/08/2026

อย่าคิดแทนสังคมว่า “พาใครไปก็ได้” เพราะคนที่เสียภาพคือเรา

เรื่องนี้มาร์คเคยทำเอง และวันนี้กล้าบอกเลยว่า ไม่ควรทำ

เมื่อก่อนมาร์คมีเงิน อยากออกสังคม แต่บางครั้งไม่มีเพื่อนไป
ใครอยู่ใกล้ตัวก็พาไปหมด
คนช่วยงาน แม่บ้าน เด็กติดตาม หรือคนที่จริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ในบริบทของงานนั้น

ตอนนั้นคิดง่าย ๆ ว่า
“ไม่เห็นเป็นอะไร เราจ่ายเอง แถมเขาได้ประสบการณ์ด้วย”

แต่วันนี้มาร์คเข้าใจว่า เรากำลังคิดแทนคนอื่น

เพราะคนที่มางานสังคม งาน Luxury หรืองานของแบรนด์
บางคนตั้งใจมาเพื่อพบคนที่มีโลก ความสนใจ ประสบการณ์ หรือสถานะทางสังคมใกล้เคียงกัน
เขาไม่ได้มาช้อปปิ้งเหมือนเดินซูเปอร์มาร์เก็ต

เมื่อเราพาคนที่ไม่เหมาะกับบริบทเข้าไปนั่งในฐานะ “เพื่อนร่วมวง”
คนอื่นอาจต้องสนทนา ต้องเข้าสังคม และต้องรับบริบทที่เขาไม่ได้เลือก

เขามีสิทธิ์ไม่รู้สึก Comfortable
และเราก็ไม่มีสิทธิ์คิดแทนเขาว่า “ไม่เป็นไรหรอก”

นี่ไม่ใช่เรื่องว่าใครสูง ใครต่ำ
แม่บ้านก็คืออาชีพหนึ่งที่มีคุณค่า

แต่มนุษย์มีบทบาท และพื้นที่มีบริบท

ความผิดพลาดของมาร์คในอดีตคือ
เอาความเหงาของตัวเองไปแก้ด้วยการหยิบ “ใครก็ได้” มานั่งข้างตัวเอง
แล้วคิดว่าการให้เขาได้เข้าสังคมคือการให้โอกาส

เขาอาจได้ประสบการณ์
แต่ภาพที่สังคมอ่านกลับเป็นภาพของเรา

คนมีเงินใหม่ต้องระวังเรื่องนี้มาก

อย่ามีเงินซื้อของระดับโลก
แต่ยังไม่เรียนรู้ว่า คน สถานที่ เวลา และบทบาท ต้องเลือกให้เหมาะกัน

เพราะการออกสังคมไม่ใช่แค่เรื่องว่า
“ฉันจ่ายไหว ฉันจะพาใครมาก็ได้”

เงินจ่ายค่าโต๊ะได้
แต่ Judgment ต่างหากที่รักษาภาพลักษณ์ของเรา

และบางครั้งสิ่งที่ทำให้ภาพเราดูแพงขึ้น
ไม่ใช่การมีคนเดินตามเยอะ ๆ

แต่คือ รู้ว่าเมื่อไรควรไปคนเดียว
และรู้ว่าใครควรยืนอยู่ข้างเราในแต่ละพื้นที่

27/08/2026

คนเพิ่งมีเงินมักเสียภาพลักษณ์ เพราะ “ความเหงา” โดยไม่รู้ตัว

มาร์คเคยเป็นครับ

มีเงิน พร้อมออกสังคม
อยากเปิดโลก อยากเห็นอะไรใหม่ ๆ
แต่ไม่มีเพื่อนที่เดินอยู่ในโลกเดียวกัน

สุดท้ายใครว่างก็พาไป
คนติดตาม คนช่วยงาน คนรู้จัก
จนบางครั้งเผลอเอา “คนที่เหมาะกับอีกบทบาท”
มานั่งในบทบาทของเพื่อนร่วมสังคม

ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดี
และไม่ใช่เพราะอาชีพใครต่ำกว่าใคร

แต่เพราะ ทุกพื้นที่มีบริบท และทุกบทบาทต้องเลือกให้เหมาะ

มาร์คเคยคิดว่า
เราจ่ายเอง เราให้โอกาสเขา เขาได้เปิดโลกด้วย ดีจะตาย

แต่สิ่งที่มองไม่เห็นคือ
ทุกครั้งที่เราปรากฏตัว เรากำลังส่งข้อมูลว่า “เราเป็นใคร และเราอยู่ท่ามกลางใคร”

คุณแต่งตัวดีแค่ไหน
ซื้อของแพงแค่ไหน
นั่งโต๊ะแพงแค่ไหน

แต่ถ้าคนที่อยู่ข้างคุณไม่เข้าใจกาลเทศะ
ไม่เข้าใจพื้นที่
ไม่รู้วิธีวางตัว

คนไม่ได้อ่านแค่เขา
คนอ่านมาถึงคุณด้วย

นี่คือกับดักที่มาร์คอยากเตือนคนที่เพิ่งมีเงินมาก ๆ

อย่าใช้ความเหงาเลือกคนเข้ามาอยู่ในภาพจำของชีวิต

การออกสังคมไม่ใช่แค่การหาใครสักคนไปนั่งข้าง ๆ
และไม่ใช่การออกไปฆ่าเวลา

ถ้าจะออก จงออกไปเพื่อเปิดโลก
สร้าง Connection
เรียนรู้มาตรฐานใหม่
และพาตัวเองเข้าใกล้คนที่ทำให้เราเติบโตขึ้น

เพราะเงินซื้อโต๊ะให้เราได้
แต่เงินซื้อ “วงที่ใช่” ให้เราไม่ได้

วงที่ใช่ ต้องสร้างจากตัวตน
มาตรฐาน การเลือก และพลังของเราเอง

นี่คือหนึ่งในบทเรียนที่มาร์คเสียทั้งเงินและเวลาเรียนมากับตัวเอง

มีเงินแล้ว อย่ารีบหาคนมานั่งข้าง ๆ
สร้างตัวเองให้มีพลัง จนคนที่ควรนั่งข้างเราเดินเข้ามาเอง

#อ่านโลกใหม่ให้ออก

27/08/2026

ปัญหาไม่ใช่คุณไม่มีของดี
แต่คุณยัง “ส่งภาษา” ออกไปไม่เป็น

หลายคนยังไม่ยอมรับว่า
การปรากฏกาย คือภาษาชนิดหนึ่ง

จึงมองการแต่งกายเป็นแค่เรื่องสวย แพง หรืออวดฐานะ
แล้วถมทุกอย่างที่มีลงบนตัว
โดยไม่เคยถามว่า

สิ่งที่เราเลือก กำลังส่งพลังอะไรออกไป?

ของแพงไม่ได้แปลว่าภาษาจะแพง
ของเยอะไม่ได้แปลว่า Presence จะทรงพลัง
บางครั้งยิ่งถม ยิ่งกลบตัวตน

คนยุคใหม่ต้องฝึก อ่านพลังและเลือกพลัง

อะไรส่งเสริมจุดแข็ง
อะไรสร้างภาพจำ
อะไรยกระดับเรา
อะไรควรตัดออก เพราะกำลังลดทอนพลังโดยไม่รู้ตัว

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พรสวรรค์
มันเทรนได้ ฝึกได้ และพัฒนาได้

เมื่อเลือกเป็น
เงินทุกบาทที่จ่ายจะทำงานหนักขึ้น
ของทุกชิ้นจะมีหน้าที่
และการปรากฏกายทุกครั้งจะกลายเป็นการสื่อสาร

ยุคใหม่ไม่ใช่ยุคของคนที่ “มีอะไรให้อวด”
แต่เป็นยุคของคนที่รู้ว่า “จะเลือกอะไรเพื่อส่งพลัง”

นี่คือความฉลาดของการสื่อสารที่หลายคนยังมองข้าม

27/08/2026

ของจริง ไม่ต้องใช้เวลานานในการอธิบายตัวเอง

การแต่งกายไม่ใช่แค่เรื่อง “สวย” หรือ “แพง”
แต่มันคือ ภาษาของการปรากฏกาย

เราต้องเลือกสิ่งที่ เป็นเรา
เลือกสิ่งที่ขยายจุดแข็ง
ไม่ใช่แต่งเพื่อกลายเป็นคนอื่น

เพราะในโลกยุคใหม่
คนอาจใช้เวลาไม่ถึง 3 วินาที
ในการรับพลังบางอย่างจากเรา

ก่อนเราพูด
ก่อนเราแนะนำตัว
ก่อนใครจะรู้ว่าเรามีเงิน มีตำแหน่ง หรือเก่งแค่ไหน

Presence สื่อสารไปก่อนแล้ว

คนที่ฉลาดในการสื่อสาร
จึงไม่ได้ถมทุกอย่างลงบนตัวเอง
แต่รู้ว่า อะไรควรเลือก อะไรควรตัด และอะไรทำให้คนจำ

เมื่อข้างในเป็นของจริง
และข้างนอกสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน

เราไม่ต้องพยายามดูทรงพลัง
เพราะพลังจะถูกอ่านออกจากการปรากฏกายเอง

นี่คือภาษาใหม่ของคนยุคใหม่
เลือกเป็น สื่อสารเป็น และทำให้คนจำได้โดยไม่ต้องพูดเยอะ

27/08/2026

ยุคนี้ “การปรากฏกาย” คือการสื่อสาร
และทุกการเลือกของเรา กำลังสร้างแบรนด์

ก่อนที่เราจะพูด
คนเห็นเราไปแล้ว
ก่อนที่เราจะอธิบายว่าเราเป็นใคร
หลายอย่างที่เราเลือก กำลังสื่อสารแทนเรา

เสื้อผ้า วิธีพูด วิธีวางตัว
สถานที่ คนที่เราอยู่ด้วย
สิ่งที่เราเลือกใช้
แม้กระทั่งสิ่งที่เราเลือก “ไม่เอา”

ทั้งหมดคือ Branding

มาร์คไม่ได้บอกว่ามาร์คเลือกเก่งกว่าใคร
ตรงกันข้าม ทุกวันนี้มาร์คก็ยังเรียนรู้

เลือกถูกบ้าง ผิดบ้าง
บางอย่างเคยคิดว่าปัง วันนี้กลับรู้สึกว่าไม่ใช่
เพราะโลกเปลี่ยนตลอด และตัวเราก็ต้องพัฒนาตลอด

แต่สิ่งหนึ่งที่มาร์คเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ

ยิ่งเราเข้าใจตัวเอง
เรายิ่งเลือกน้อยลง แต่แม่นขึ้น

ไม่ต้องถมทุกอย่าง
ไม่ต้องพยายามอธิบายตัวเองตลอดเวลา
ไม่ต้องใช้เงินทุกครั้งเพื่อให้คนเห็นว่าเรามีพลัง

เพราะเมื่อทุกการเลือกเริ่มไปในทิศทางเดียวกัน
ตัวตน ภาพจำ และการปรากฏกาย จะเริ่มพูดภาษาเดียวกัน

แล้วชีวิตจะค่อย ๆ ทรงพลังขึ้น
เบาขึ้น
และง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

Presence ไม่ได้เกิดจากการแต่งให้เด่นที่สุด
แต่มันเกิดจากการ “เลือก” จนคนเริ่มจำได้ว่าเราเป็นใคร

AUTHENTICITY คือพลังที่คน “โชนแสง” ต้องมียิ่งคนเห็นคุณมากยิ่งปลอมยากเพราะโลกวันนี้ไม่ได้มองแค่ว่าคุณใส่อะไร มีอะไร หรืออ...
27/08/2026

AUTHENTICITY คือพลังที่คน “โชนแสง” ต้องมี

ยิ่งคนเห็นคุณมาก
ยิ่งปลอมยาก

เพราะโลกวันนี้ไม่ได้มองแค่ว่า
คุณใส่อะไร มีอะไร หรืออยู่ที่ไหน

แต่มองลึกไปถึงว่า
สิ่งที่คุณพูด กับสิ่งที่คุณเป็น มันตรงกันหรือเปล่า

Authenticity ไม่ได้แปลว่า
“ฉันเป็นแบบนี้ ใครจะทำไม”

แต่มันคือการรู้จักตัวเอง
ยอมรับตัวเอง
พัฒนาตัวเอง
และสื่อสารออกมาโดย ไม่ต้องแสดงเป็นคนอื่น

ข่าวดีคือ มันฝึกได้

ยิ่งตัวตนชัด
ยิ่งไม่ต้องพยายามดัง

Visibility ทำให้คนเห็น
Authenticity ทำให้คนเชื่อ
Consistency ทำให้คนจำ
Trust ทำให้โอกาสเดินเข้ามา

โลกใหม่ไม่ได้ต้องการคนที่ดูสมบูรณ์แบบ
แต่ต้องการ คนจริงที่พัฒนาตัวเองเป็น


:::

ที่อยู่

330 ซอย 94, แขวง พลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mark Thawin Elite Authorityผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์