23/05/2025
All-in: บทเรียนจาก Poker เพื่อช่วยพัฒนาในการเทรด -
ช่วงหลังปีใหม่นี้ ผมคิดได้ว่า..
ผมไม่ได้ทำอะไรเรื่องการเทรดมาเกือบ 4 ปีแล้ว
ตั้งแต่ปี 64 ช่วงโควิด ที่กลยุทธ์เทรดเก่าๆ ใช้ไม่ได้หมดเลย..
กราฟมันเปลี่ยนหน้าตาไปหมด.
-------------------------------
ก็เลยคิดว่าปีนี้จะกลับมาฟื้นฟูความถนัดเดิมๆ ของตัวเอง..
ซึ่งผมนึกถึงอย่างแรกเลยก็คือ Poker นั่นแหละครับ..
ไพ่ที่เคยเล่นขำๆ กับลูกศิษย์สมัยก่อน.
-------------------------------
รู้ไหมครับว่า
การเล่น Poker กับการเทรดมันคล้ายกัน..
-------------------------------
เมื่อไม่นานนี้เอง ได้มีโอกาสฝึก Poker กับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ
ที่ชวนมาฝึกด้วยกัน..
จะบอกว่าเก่งกันทุกคนเลย ไม่ใช่แค่เล่นขำๆ แบบเมื่อก่อน.
แต่ละคนมีฝีมือจัดมาก..
ทำให้ผมมีความตั้งใจเลยว่าภายในปี 2568 นี้
ผมต้องได้ไปแข่งรายการ ATP (Asian Poker Tour) ให้ได้!
อยากได้เข้ารอบบ้างก็ยังดี.. ไม่ต้องชนะหรอก
แค่ไม่ตกรอบแรกก็พอใจแล้ว 555.
-------------------------------
-------------------------------
Poker กับการเทรด
-------------------------------
ถ้าถามว่าทำไมต้องกลับมาฝึก Poker.. ผมขอเล่าให้ฟังแบบนี้.
ตอนที่ผมเทรดใหม่ๆ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน
ผมพยายามหา Holy Grail ของการเทรด..
หาเทรดเซตอับที่กำไรสูงๆ ความเสี่ยงน้อยๆ..
ซึ่งแน่นอนครับ มันไม่มีหรอก!
-------------------------------
ผมพยายามพัฒนา Trade Setup ทดสอบแล้วทดสอบอีก
จนได้ระบบที่ทำเงินได้จริง.. แต่นั่นมันก่อนปี 64 นะครับ.
-------------------------------
เพราะหลังจากโควิดมา.. และ Bot Trade เริ่มเยอะขึ้น แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
-------------------------------
กลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ดี กลายเป็นขยะไปเลย..
ผมก็เลยปล่อยเรื่องการลงทุนในตลาดทิ้งไปก่อน
เพราะไม่มีเวลาไปนั่งรื้อระบบใหม่หมด.
-------------------------------
แต่พอกลับมาฝึก Poker ปีนี้ ทำให้ผมถึงได้นึกขึ้นมาว่า..
อ้าว! Poker มันไม่ใช่แค่เกมไพ่ธรรมดา..
มันคือการฝึก MindSet สำหรับ Trader ที่ดีมากๆเลย
เดิมผมเริ่มฝึก Poker เพื่อเอาไว้ฝึก Money Management ที่ดีที่สุด!
และเอาไว้ฝึกการรอคอยจังหวะที่ใช่อีกด้วย.
-------------------------------
แต่จริงๆแล้วมันมากกว่านั้น
-------------------------------
-------------------------------
คิดดูสิครับ.. ทั้งสองอย่างนี้ต้องใช้:
- การประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน
- การควบคุมอารมณ์
- การรอจังหวะที่เหมาะสม
- การจัดการเงินทุน
- การอ่านคู่แข่ง (หรือตลาด)
-------------------------------
มันเหมือนกันเป๊ะเลย!
-------------------------------
และนี่คือบทเรียนสำคัญจาก Poker ที่ผมนำมาใช้กับการเทรด
-------------------------------
-------------------------------
ต้องบอกก่อนว่าปีนี้ผลการฝึก Poker ของผมยังเป็นบวกอยู่นะ..
แต่ผมยังไม่กล้าเล่นใหญ่ อยู่ในระดับเล่นขำๆ ห่างชั้นกับเพื่อนๆที่กำไรขาดทุนหลักแสนหลักล้านอีกเยอะ.. แต่ผมก็ถือว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายที่นำไปใช้กับการเทรดได้จริงๆ.
-------------------------------
1. คิดให้รอบด้านทั้งโอกาสและความเสี่ยง: ไม่ใช่แค่มองด้านเดียว
-------------------------------
ตอนเล่น Poker ถ้าได้ไพ่ AA (Aces - ไพ่คู่ที่ใหญ่ที่สุด) ใจเราก็จะฟูขึ้นมาทันที.. แต่รู้ไหมครับ ผมเคยถือ AA แล้วแพ้คนที่มีแค่ 7-2 (ไพ่ที่ห่วยที่สุด).. เพราะอะไร? เพราะบนโต๊ะออกมาเป็น Straight หรือ Flush ที่เขาได้ ส่วนผมยังคงมีแค่ AA.
นี่สอนผมว่า.. การมั่นใจในไพ่ดีๆ (หรือหุ้นดีๆ) อย่างเดียวไม่พอ.. ต้องดูบริบทรอบข้างด้วย ดูว่าตลาดกำลังเป็นอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า.
-------------------------------
เหมือนตอนผมเทรด
มั่นใจว่าหุ้นพื้นฐานดี แต่ตลาดกำลังขาลง.. หุ้นดีก็ตกได้นะครับ!
(หรือใครจะเถียง... ตลาดหหุ้นไทยพื้นฐานแกร่ง แต่กราฟไม่กราฟเยอะมากครับ)
-------------------------------
-------------------------------
-------------------------------
Poker สอนให้ผมคิดแบบ "What if" ตลอดเวลา..
-------------------------------
What if หรือ "จะเกิดอะไรขึ้นถ้า..."
-------------------------------
What if คู่แข่งมีไพ่ดีกว่า? What if ไพ่ที่จะออกมาทำให้เราแพ้?
-------------------------------
ถ้าเอามาใช้กับการเทรด..
What if ข่าวออกมาไม่ดี? What if ตลาดพลิกตัว?
-------------------------------
-------------------------------
2. อย่ามั่นใจตัวเองเกินไป: โลกสวยคือศัตรูตัวฉกาจ
-------------------------------
ผมจำได้ว่ามีรอบนึงผมชนะติดต่อกันหลายเกม..
รู้สึกว่าตัวเองเทพมาก อ่านไพ่คนอื่นออกหมด..
-------------------------------
แล้วเกมถัดมา ผมก็ All-in ด้วยไพ่ที่ไม่ได้ดีขนาดนั้น
เพราะคิดว่า "กูเทพ".. ผลคือหมดตัวครับ 555.
-------------------------------
Poker สอนให้รู้ว่า..
ความมั่นใจเกินไปทำให้เราตาบอด มองไม่เห็นความเสี่ยงที่แท้จริง..
-------------------------------
ในการเทรดก็เหมือนกัน!!!!
หลายคนทำกำไรติดต่อกันแล้วเริ่มเพิ่ม Lot เพิ่ม Position จนเกินตัว..
สุดท้ายแพ้ทีเดียวก็หมดหนทางกลับ.
-------------------------------
ผมเคยเจอเทรดเดอร์หลายคนเลยครับ
ที่เทรดด้วยความมั่นใจ 200%
ผลคือ.. Margin Call ครับ!
-------------------------------
จำไว้ว่า...
"ตลาดไม่สนใจว่าคุณเทรดมากี่ปี.. ถ้าคุณประมาท มันก็ซัดคุณได้ตลอด."
-------------------------------
-------------------------------
-------------------------------
3. คุณไม่จำเป็นต้องเอาชนะใคร แค่เอาชนะตัวเองก็พอ
-------------------------------
-------------------------------
นี่คือบทเรียนที่ผมชอบที่สุด..
ใน Poker คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกเกม
ไม่ต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดบนโต๊ะ..
แค่คุณเล่นได้ดีกว่าตัวเองเมื่อวาน
มีวินัย รู้จักหมอบเมื่อควรหมอบ
ลุยเมื่อควรลุย.. นั่นก็พอแล้ว.
-------------------------------
ผมเคยนั่งโต๊ะเดียวกับคนที่เล่นมานาน.. แม่งเก่งมาก!
แต่ผมไม่ได้พยายามจะเอาชนะเขา ผมแค่เล่นเกมของผม รอจังหวะของผม..
และรู้ไหมครับ บางทีพวกเขาก็พลาดได้ ถ้าเราอดทนรอ.
-------------------------------
ในการเทรดก็เช่นกัน.. ไม่ต้องไปอิจฉาคนที่กำไรวันละแสน
ไม่ต้องไปเทียบกับใคร..
-------------------------------
แค่คุณทำกำไรได้สม่ำเสมอตามแผนของคุณ
นั่นคือความสำเร็จแล้ว.
-------------------------------
-------------------------------
-------------------------------
4. การรอคอยโอกาสดีๆ สักครั้ง คุ้มค่ากว่าการเก็บแต้มเล็กๆ น้อยๆ
-------------------------------
-------------------------------
ใน Poker มีคำว่า
"Tight is Right" - การเล่นแน่นๆ รอไพ่ดีๆ มักจะชนะในระยะยาว..
ผมเคยลองเล่นทุกไม้ เข้าทุกเกม พยายามเก็บ Pot เล็กๆ น้อยๆ..
รู้ไหมครับผลเป็นยังไง?
เสียค่า Blind ไปเรื่อยๆ จนเงินหมดโดยไม่รู้ตัว.
-------------------------------
แต่พอผมเปลี่ยนมาเล่นแน่น รอแต่ไพ่ดีๆ..
อาจจะเล่น 2-3 ไม้ใน 20 ไม้
แต่พอเล่นทีไรได้ Pot ใหญ่ทุกที.. กำไรโดยรวมดีกว่าเยอะ!
-------------------------------
เอามาเทียบกับการเทรด..
หลายคนพยายาม Scalping เก็บ 5-10 จุดทั้งวัน เทรด 20-30 ออเดอร์..
แต่พอโดน Stop Loss ทีเดียว 50 จุด หายหมดเลย..
-------------------------------
ลองเปลี่ยนมารอ Setup ดีๆ จริงๆ
เทรดแค่ 2-3 ออเดอร์ต่อสัปดาห์
แต่ได้ 100-200 จุดต่อออเดอร์..
ผลลัพธ์ต่างกันมากครับ.
-------------------------------
-------------------------------
-------------------------------
5. จิตวิทยาของตลาด: เมื่อทุกคนมั่นใจ นั่นคือสัญญาณอันตราย
-------------------------------
-------------------------------
สังเกตไหมว่าใน Poker..
เกมที่มีคน All-in กันเยอะที่สุด มักจะมีคนหมดตัวเยอะที่สุดด้วย..
เพราะทุกคนมั่นใจในไพ่ตัวเอง ทุกคนคิดว่าตัวเองจะชนะ..
แต่ลืมไปว่า "ผู้ชนะมีแค่คนเดียว"
-------------------------------
นี่เหมือนกับตอนตลาดบูมเลย..
ทุกคน FOMO (Fear of Missing Out) ทุกคนมั่นใจว่าราคาจะขึ้นไปเรื่อยๆ..
พอทุกคน All-in เข้าไปหมด ตลาดก็พร้อมที่จะพลิกตัวแล้วครับ.
-------------------------------
ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ "traders have a similar first experience"
ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆ ลองเล่น demo, เงินกระดาษ Paper money หรือ Virture Trade แล้ว
คิดว่าเก่ง แต่พอเล่นจริงก็พอร์ตระเบิด..
-------------------------------
Poker ก็เหมือนกัน เล่นไพ่ปลอมกับเล่นเงินจริง.. คนละเรื่องเลยครับ!
(เงินจริงกดดันครับ... เล่นมั่วหมดตัวแน่)
-------------------------------
-------------------------------
การพัฒนา Mindset: สิ่งที่สำคัญกว่าเทคนิค
-------------------------------
อารมณ์: ศัตรูตัวฉกาจของนักเทรด
-------------------------------
-------------------------------
รู้ไหมครับว่า Tilt คืออะไร? ในวงการ Poker หมายถึงการที่เราโมโหจนเล่นพลาด.. ผมเคยเป็นบ่อยมาก โดนดูดไพ่แพ้ทั้งที่ควรชนะ ก็โมโห แล้วก็เล่นแบบไร้สติ.. ผลคือแพ้หนักกว่าเดิม.
-------------------------------
ในการเทรดก็มี Tilt เหมือนกัน.. โดน Stop Loss แล้วอยากเอาคืน ก็เข้าออเดอร์ใหญ่ขึ้น ไม่รอเซตอับ.. เรียกว่า Revenge Trading.. ผมเคยทำจนพอร์ตแทบหมด 555.
-------------------------------
การฝึก Poker ช่วยให้เรารู้จักหยุดเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มขึ้น..
ถ้ารู้สึกโมโห ผมจะลุกออกจากโต๊ะ ไปเดินเล่น ไปกินข้าว
ไปทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเล่นต่อ..
-------------------------------
ถ้าเอามาใช้กับการเทรด เวลาโดน SL 2-3 ออเดอร์ติด
ผมจะปิดคอม ออกจากการจ้องกราฟไปดูอย่างอื่นแทน หรือไม่เทรดต่อในวันนั้น.
-------------------------------
-------------------------------
การยอมรับความพ่ายแพ้: บทเรียนที่มีค่า
-------------------------------
Poker สอนให้ผมรู้ว่า.. การแพ้เป็นส่วนหนึ่งของเกม ไม่มีใครชนะได้ตลอด.. ที่สำคัญคือต้องแพ้ให้เป็น ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควร Fold (หมอบ).
ผมจำได้ว่ามีรอบนึงผมถือ KK (ไพ่คู่ที่ใหญ่เป็นอันดับสอง) แต่บน Flop ออกมาเป็น A (Ace).. ผมรู้ทันทีว่ามีโอกาสสูงที่คู่แข่งจะมี A.. แทนที่จะฝืนเล่นต่อ ผมเลือก Fold ทิ้ง.. และรู้ไหมครับ คู่แข่งมี AA จริงๆ! ถ้าผมฝืนเล่นต่อ ผมคงเสียหนักกว่านี้.
ในการเทรดก็เช่นกัน.. ต้องรู้จัก "cut losses" เมื่อตลาดไม่เป็นไปตามที่คิด การยอมรับขาดทุนเล็กน้อยดีกว่าการฝืนจนขาดทุนยับ.
Stop Loss ไม่ใช่ศัตรู.. แต่เป็นเพื่อนที่ช่วยให้เรามีโอกาสกลับมาเล่นใหม่ในวันพรุ่งนี้.
-------------------------------
-------------------------------
การมีวินัยในการเล่น: สม่ำเสมอคือคำตอบ
-------------------------------
ผมเคยตั้งกฎให้ตัวเองว่า.. จะเล่น Poker ไม่เกินครั้งละ 3 ชั่วโมง ด้วยเงินไม่เกิน 10% ของ Bankroll.. แต่พอเล่นมันส์ๆ ก็ลืมกฎหมด เล่น 5-6 ชั่วโมง ใช้เงินเกือบ 50% ของ Bankroll.. ผลคือ? แพ้หมดครับ! ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด ทั้งขาดสติ.
การมีวินัยสำคัญมาก.. ทั้งใน Poker และการเทรด.
ต้องรู้จัก "sticking to stakes you can afford"
หรือ "อย่าเล่นเกินตัว อย่าใช้เงินที่เสียไม่ได้"
สำหรับผมเลยตั้งกฎใหม่:
- เทรดไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมง
- ใช้เงินไม่เกิน 2% ต่อออเดอร์
- ถ้าขาดทุน 5% ของพอร์ตในวันนั้น หยุดทันที
กฎพวกนี้ช่วยให้ผมเทรดได้นานขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และที่สำคัญ.. ไม่ระเบิดพอร์ต!
-------------------------------
-------------------------------
เทคนิคพิเศษที่ได้จาก Poker มาใช้ในการเทรด
-------------------------------
1. การอ่าน "Tells" - สัญญาณที่บอกใบ้
-------------------------------
ใน Poker เราดูท่าทางคู่แข่ง ดู Betting Pattern ดูว่าเขาเล่นยังไง..
ถ้าเขาเคยเล่นแน่นๆ แต่รอบนี้ดันเบทใหญ่ผิดปกติ อาจจะกำลัง Bluff.
ในการเทรด ผมใช้หลักการเดียวกันในการอ่าน "Market Tells"..
ดู Volume
ดู Price Action
ดูว่าปกติตลาดเคลื่อนไหวยังไง..
ถ้ามี Movement ผิดปกติ + Volume สูงผิดปกติ = มีอะไรกำลังจะเกิดขึ้น.
-------------------------------
-------------------------------
2. Position Sizing - การปรับอไซส์ลงทุน
-------------------------------
Poker สอนผมเรื่อง Pot Odds และการคำนวณว่าควรลงเดิมพันเท่าไหร่..
ถ้า Pot มี 100 บาท และเราต้องจ่าย 20 บาทเพื่อดู เราได้ Odds 5:1..
-------------------------------
ถ้าโอกาสชนะมีมากกว่า 20% ก็คุ้มที่จะเล่น.
เมื่อเอามาใช้กับการเทรด..
มันก็คือค่า RR หรือ Risk:Reward = 1:3 (เสี่ยง 30 จุด เพื่อหวัง 90 จุด)
แปลว่าถ้าเราชนะแค่ 33% เราก็ไม่ขาดทุน..
ถ้า Setup ของเรามี Win Rate 50% ก็ถือว่าดีมาก!
-------------------------------
-------------------------------
3. Game Selection - เลือกสนามที่เหมาะกับเรา
-------------------------------
รู้ไหมว่านักโป๊กเกอร์มืออาชีพ
"never sits at a table without knowing their boundaries"
พวกเขาเลือกโต๊ะที่เหมาะกับ skill และ bankroll.
ไม่มีใครไปเล่นโต๊ะ High Stakes ถ้ายังไม่พร้อม.
ในการเทรดก็เช่นกัน..
อย่าไปเทรด Crypto ถ้าคุณยังไม่เข้าใจ Volatility..
อย่าไปเทรด Options ถ้ายังไม่เข้าใจ ค่า Greeks..
-------------------------------
เลือกตลาดที่เหมาะกับความรู้และประสบการณ์ของเรา.
-------------------------------
-------------------------------
-------------------------------
4. Bankroll Management - หัวใจของการอยู่รอด
-------------------------------
นี่คือบทเรียนสำคัญที่สุด!
ใน Poker เรียกว่า "bankroll management" - หรือการจัดการเงินทุนให้อยู่รอดได้นานที่สุด
ไม่ว่าจะเจอ bad beat หรือ downswing ขนาดไหน.
-------------------------------
กฎทั่วไปคือ:
- Cash Game: มี Bankroll อย่างน้อย 20-30 Buy-ins
- Tournament: มี Bankroll อย่างน้อย 100 Buy-ins
- ไม่เคยเอาเงินทั้งหมดลงในเกมเดียว
-------------------------------
เอามาปรับใช้กับการเทรด:
- มีเงินทุนอย่างน้อย 50 เท่าของ Risk ต่อ Trade
- ไม่ Risk เกิน 2% ต่อ Trade
- มีเงินสำรองสำหรับ Drawdown อย่างน้อย 20%
-------------------------------
-------------------------------
บทเรียนจากประสบการณ์จริง: ความผิดพลาดที่สอนผม
-------------------------------
ครั้งที่ผม Tilt แล้วเสียเงินครึ่งแสน
-------------------------------
ผมขอเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้ว..
วันนั้นผมเทรด Gold โดน Stop Loss 3 ออเดอร์ติด
รวมขาดทุนประมาณ 2 หมื่น..
-------------------------------
ปกติถ้าเป็นผมตอนนี้ คงหยุดแล้ว แต่ตอนนั้นผมโมโหมาก.
-------------------------------
ผมคิดแค่ว่า "ต้องเอาคืนให้ได้!"..
ผมเพิ่ม Lot เป็น 5 เท่า เข้าออเดอร์ทุก 5 นาที ไม่ดู Setup ไม่ดูอะไร..
ผลคือภายใน 2 ชั่วโมง ผมขาดทุนไปเกือบ 5 แสน!
-------------------------------
นั่นเป็นบทเรียนราคาแพง.. แต่มันสอนผมว่า อารมณ์คือศัตรูที่ร้ายที่สุดของนักเทรด.. หลังจากนั้นผมเริ่มฝึก Poker จริงจัง เพราะมันช่วยฝึกการควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก.
-------------------------------
-------------------------------
ครั้งที่ผมรอจังหวะผิด แล้วพลาดกำไรใหญ่
-------------------------------
อีกเรื่องนึงที่ผมไม่ลืม.. ครั้งนึงใน Poker ผมได้ไพ่ QQ (Queens) ซึ่งถือว่าแรงมาก.. แต่มีคนเบทก่อนผม และผมกลัวว่าเขาจะมี AA หรือ KK ผมเลยแค่ Call ไม่ได้ Raise.
Flop ออกมาเป็น Q-7-2 (ผมได้ Three of a Kind!).. แต่ผมยังเล่นช้าๆ กลัวว่าจะไล่คนอื่นหนี.. Turn ออกมาเป็น 8, River เป็น 3.. ผมเพิ่งเริ่มเบทใหญ่ แต่ทุกคน Fold หมด.. ผมได้ Pot เล็กมาก ทั้งที่ควรได้ใหญ่กว่านี้.
-------------------------------
บทเรียนคือ.. การรอจังหวะดีๆ เป็นเรื่องดี แต่เมื่อจังหวะมาถึงแล้ว ต้องกล้าที่จะลงมือ! ในการเทรดก็เช่นกัน ถ้า Setup ดีมากๆ อย่ากลัวที่จะเข้า Position ใหญ่หน่อย (แต่ยังอยู่ใน Risk Management นะ). แต่ใน Poker อย่ากระโตกกระตากไป.. ต้องหมั่นฝึกไม่แสดงออกบ่อยๆ
-------------------------------
-------------------------------
ครั้งที่ผมเรียนรู้ว่า "ความโลภ" ทำลายทุกอย่าง
-------------------------------
มีครั้งนึงผมเล่น Tournament เริ่มต้นด้วย Stack 10,000.. ผมเล่นดีมาก จนมี Stack เป็น 150,000 (Top 3 ของ Table).. แต่แทนที่จะเล่นระวัง ผมกลับโลภ อยากได้ Stack เยอะกว่านี้.
-------------------------------
ผมเริ่มเล่น Loose เข้าเกมบ่อยขึ้น Bluff มากขึ้น..
และแล้วผมก็โดนจับ Bluff ได้ เสีย Stack ใหญ่..
-------------------------------
พยายามเอาคืนแต่ยิ่งเสีย
สุดท้ายตกรอบ ทั้งที่เกือบเข้า Final Table แล้ว.
-------------------------------
เหมือนกับการเทรด.. กี่ครั้งแล้วที่เรามีกำไรดีๆ แต่โลภอยากได้มากกว่านี้ ไม่ยอมปิด Position.. สุดท้ายกำไรกลายเป็นขาดทุน. ความโลภและการขาดวินัยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ "impulse purchases, panic selling" และการตัดสินใจผิดพลาดทางการเงิน.
-------------------------------
-------------------------------
นอกจากนี้ยังมีอีกเยอะครับที่คุณจะได้บทเรียนด้วยตนเองเมื่อเล่น Poker
ผมขอสรุปบทเรียนทั้งหมดที่ได้จาก Poker มาเป็นข้อๆ ให้อ่านง่าย:
-------------------------------
1. Poker ช่วยให้คิดรอบด้านทั้งโอกาสและความเสี่ยง
ไม่ใช่แค่มองว่าไพ่เราดีแค่ไหน แต่ต้องคิดว่ามีโอกาสแพ้ได้ยังไง.. เหมือนการเทรดที่ต้องคิด Risk:Reward ไม่ใช่มองแต่กำไร.
-------------------------------
2. Poker สอนให้อย่ามั่นใจตัวเองเกินไป
ความมั่นใจเกินไปทำให้เราไม่ยอมใช้ Stop Loss เพราะเชื่อว่า "สุดท้ายแล้วเราจะชนะ" ซึ่งอันตรายมาก. ต้องถ่อมตัวเสมอ ตลาดใหญ่กว่าเราเสมอ.
-------------------------------
3. คุณไม่จำเป็นต้องเอาชนะใคร
แค่เอาชนะตัวเองก็พอ.. ไม่ต้องเทียบกับคนอื่น ไม่ต้องอิจฉาใคร มีแผนของตัวเอง เดินตามแผน.
-------------------------------
4. การรอคอยโอกาสดีๆ คุ้มค่ากว่าเก็บแต้มน้อยๆ
Quality over Quantity - เทรดน้อยแต่ดี ดีกว่าเทรดเยอะแต่ขาดทุน.
ความอดทนเป็น "crucial financial skill" การรีบร้อนมักนำไปสู่การขาดทุน.
-------------------------------
5. เข้าใจจิตวิทยาตลาด
เมื่อทุกคนมั่นใจมากเกินไป = สัญญาณอันตราย.. เมื่อทุกคนกลัว = โอกาสอาจมาถึง.
-------------------------------
6. ความมั่นใจโดยไร้การคิดรอบด้าน = อันตราย
มั่นใจได้ แต่ต้องมีเหตุผล มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่มั่นใจเพราะ "รู้สึก" อย่างเดียว.
-------------------------------
7. Poker ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการลงทุน
เมื่อเราเข้าใจ "probability, mindset, risk, and reward" แล้ว
Poker และ Trading ก็ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นธุรกิจ.
-------------------------------
8. การเล่นกับคนที่มีทุนมากกว่า = ท้าทาย
ต้องเลือกจังหวะให้ดี ไม่งั้นจะโดนกดดันด้วยเงิน..
ในการเทรด อย่าสู้กับ Market Maker ถ้าไม่มีข้อได้เปรียบ.
-------------------------------
9. อย่าให้อารมณ์ครอบงำ
หงุดหงิดได้ โกรธได้ แต่อย่าเทรดตอนอารมณ์ไม่ดี..
พักก่อน ใจเย็นก่อน ค่อยกลับมาเทรด.
-------------------------------
10. วิธีชนะคนทุนหนา = รอไพ่ที่ดีจริงๆ
อย่าสู้ทุกเกม เลือกเกมที่เรามีความได้เปรียบชัดเจน..
ในการเทรด = รอ Setup A+ อย่าเทรด Setup B หรือ C.
-------------------------------
11. อย่าใช้เทคนิคเดิมซ้ำบ่อยเกิน
คู่แข่งจะอ่านเกมเราออก..
ในการเทรด ถ้าใช้ Strategy เดิมนานเกิน ตลาดจะปรับตัว ต้อง Adapt ตลอดเวลา.
-------------------------------
12. แพ้ให้เป็น ยอมขาดทุนเมื่อควรยอม
การ "cut losses" เมื่อรู้ว่าผิด ดีกว่าฝืนจนขาดทุนหนัก
"holding onto a weak hand can lead to further losses".
อย่าฝืน อย่าดื้อ ยอมรับความผิดพลาด.
-------------------------------
13. ระวังความเสียดายเมื่อหมอบ
บางทีเราหมอบ แล้วพบว่าถ้าไม่หมอบจะชนะ.. อย่าให้มันทำให้เราเล่นหละหลวมในรอบถัดไป.
-------------------------------
ในการเทรด อย่าเสียดาย Opportunity ที่พลาดไป มันจะมาใหม่เสมอ.
-------------------------------
-------------------------------
14. ใช้สติควบคุมอารมณ์ทุกเกม
การควบคุมอารมณ์เป็น "vital in money management" เพราะ "emotional discipline"
ช่วยให้เราไม่ตัดสินใจผิดพลาด.
"สติคือเพื่อนที่ดีที่สุดของนักเทรด."
-------------------------------
-------------------------------
15. ระวังการเสี่ยงน้อยๆ แต่บ่อยๆ
Call ตาม Big Blind ทุกรอบ ดูเหมือนเสียน้อย แต่รวมๆ แล้วเยอะ..
เหมือนการ Overtrade ที่ เทรดบ่อยเกินไป Commission กิน Port หมด.
-------------------------------
-------------------------------
16. Poker ให้ผลตอบแทนกับผู้ที่เข้าใจตนเอง
ควบคุมตนเอง และเข้าใจผู้อื่น.. จังหวะที่คนอื่นหวั่นไหว = โอกาสของเรา.
การเทรดที่ประสบความสำเร็จต้องการ "patience, money management, and discipline"
ไม่ได้มองแค่ผลระยะสั้น แต่ต้อง "focusing on the long-term statistical effects".
-------------------------------
-------------------------------
สรุป: Poker คือครูที่ดีที่สุดของนักเทรด
-------------------------------
หลังจากกลับมาฝึก Poker อย่างจริงจังในปีนี้ ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นแค่เกมไพ่อีกต่อไป.. มันคือ Mental Gym สำหรับนักเทรด เป็นที่ฝึก Mindset, Risk Management, และ Emotional Control ในคราวเดียวกัน.
-------------------------------
แน่นอนว่าผมยังห่างชั้นกับพวกเซียนล่ารางวัลอีกเยอะ.. ผลกำไรจาก Poker ของผมยังอยู่ในระดับ "เล่นขำๆ" เมื่อเทียบกับคนที่กำไรขาดทุนหลักแสนหลักล้าน.. แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ มันมีค่ามากกว่าเงินที่ได้หรือเสียไป.
-------------------------------
-------------------------------
Poker สอนให้ผมเทรดดีขึ้น..
มีวินัยมากขึ้น อดทนมากขึ้น และที่สำคัญ..
เข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเทรด
เมื่อไหร่ไม่ควร รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง.
-------------------------------
สำหรับใครที่เป็นนักเทรดแล้วอยากพัฒนา Mindset..
ผมแนะนำให้ลองเล่น Poker ดูครับ ไม่ต้องเล่นเงินเยอะ
เริ่มจากเล่นกับเพื่อนๆ เล่นออนไลน์เงินน้อยๆ..
แต่ที่สำคัญคือต้องเล่นจริง เจ็บจริง ถึงจะได้บทเรียนจริง.
-------------------------------
อย่าลืมนะครับ.. Poker กับ Trading มันเหมือนกันตรงที่ว่า
เราไม่ได้เล่นไพ่หรือเทรดกราฟ.. แต่เรากำลังเล่นกับจิตใจของตัวเอง
ถ้าเอาชนะใจตัวเองได้ ก็เอาชนะเกมได้!
ปล. ถ้ามีโอกาสเจอกันที่ ATP ปีหน้า อย่าลืมมาทักกันนะครับ.. 555 🃏💰
-------------------------------