Aivito AI ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Aivito AI, บริการด้านธุรกิจ, Bangkok.

17/01/2026

ต้นปี 2026 Satya Nadella แห่ง Microsoft เผยแพร่บทความ Looking Ahead to 2026 พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนถึงความจำเป็นของ “Big AI Reset” การรีเซ็ตเข็มทิศของอุตสาหกรรม AI ครั้งใหญ่ เพื่อพาเทคโนโลยีออกจากการแข่งขันด้านความว้าวและ “AI slop” ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณค่า ไปสู่การสร้าง AI ที่มีประโยชน์ ใช้งานได้จริง และสร้างผลกระทบในโลกความเป็นจริง
Satya Nadella ชี้ว่าโลกได้ผ่านยุค Discovery ซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นเต้นต่อความสามารถใหม่ของ AI มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาเหมือนมนุษย์ การเขียนโค้ด หรือการสร้างคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ และกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Diffusion ที่ AI ต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการใช้งานจริงในวงกว้าง เขาเตือนว่าองค์กรจำนวนมากยังติดอยู่กับ Spectacle เดโมที่ดูน่าตื่นตา แต่กลับขาด Substance หรือผลลัพธ์ที่สามารถเปลี่ยนธุรกิจและชีวิตของผู้คนได้จริง
หัวใจของ Big AI Reset คือการรับมือกับภาวะ Model Overhang เมื่อโมเดล AI พัฒนาเร็วเกินกว่าที่คน ระบบ และโครงสร้างพื้นฐานจะตามทัน ภารกิจของปี 2026 จึงไม่ใช่การเร่งสร้างโมเดลที่ฉลาดหรือซับซ้อนกว่าเดิม แต่คือการเชื่อมช่องว่างระหว่าง “ศักยภาพ” กับ “การใช้งานจริง” ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่
[1] AI ในฐานะ Cognitive Amplifier
AI ควรถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือขยายการคิด การวิเคราะห์ และการตัดสินใจของมนุษย์ ไม่ใช่ตัวแทนที่เข้ามาแทนที่แรงงาน แต่ช่วยให้คนหนึ่งคนทำงานที่ซับซ้อนได้ดีและลึกยิ่งขึ้น
[2] การขยับจาก Models สู่ AI Systems
ผลกระทบในโลกจริงไม่อาจเกิดจากโมเดลเดี่ยวๆ อีกต่อไป องค์กรต้องพัฒนา AI ให้เป็นระบบที่ทำงานร่วมกันได้อย่างน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย เข้าใจบริบท และพร้อมใช้งานในกระบวนการทำงานจริง
[3] การสร้าง Societal Permission
การเติบโตของ AI ขึ้นอยู่กับการยอมรับจากสังคม เทคโนโลยีจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างประโยชน์ต่อผู้คนในวงกว้างอย่างมีความรับผิดชอบ
ท้ายที่สุด Satya Nadella เสนอให้เปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จของ AI จากตัวเลขทางเทคนิค ไปสู่ Human Outcomes ว่าเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างไร ปี 2026 อาจไม่ใช่ปีของ AI ที่ว้าวที่สุด แต่จะเป็นปีของ AI ที่เหมาะกับการใช้จริง สร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างมีความรับผิดชอบ
อ่านบทความเต็มได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์

05/01/2026

หนึ่งปี หนึ่งบทเรียนที่สำคัญที่สุด ของลงทุนแมน

มีเรื่องราว เหตุการณ์มากมาย เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา
ถ้าให้ลงทุนแมน สรุปเหตุการณ์สำคัญ ๆ ใน 1 ปีที่ผ่านมา ก็อาจจะเล่าไม่หมด

แต่ถ้าจะให้สรุปบทเรียนที่สำคัญที่สุด ที่ลงทุนแมน ตกผลึกได้ในปีนี้

นั่นคือคำว่า “Trust”

Trust ในที่นี้หมายถึง ความไว้วางใจ ความเชื่อใจ

ซึ่งสำคัญกว่าเงินทอง เป็นสิ่งที่พยุงและขับเคลื่อนตลาดทุน สังคม และเศรษฐกิจของมนุษย์ มาทุกยุค ทุกสมัย

Trust ทำให้ธุรกิจเติบโต รวมถึงรอดพ้นเมื่อเจอวิกฤติ
ซึ่งผู้บริโภคยอมจ่ายในแบรนด์สินค้าที่พวกเขา Trust มากกว่า แม้จะราคาสูงกว่าก็ตาม

Trust ทำให้ธนาคารยอมปล่อยกู้ กับธุรกิจ เพื่อนำเงินไปขยายกิจการ จนเศรษฐกิจเติบโต

Trust ทำให้นักลงทุน กล้าลงเงินเดิมพัน กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์ จนเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้

Trust เสมือนออกซิเจน ที่สังคม เศรษฐกิจ และอารยธรรมมนุษย์ ขาดไม่ได้

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง หากทำให้คนสงสัย หรือขาด Trust
เวลาจะทำอะไรก็ติดขัด หรือผิดพลาดไปหมด

CEO หรือผู้นำประเทศ แม้เก่งแค่ไหน มีผลงานมามากมาย มีคอนเน็กชันเยอะ แต่ถ้าไม่มี Trust อย่างเช่น ขาดความซื่อสัตย์ ขาดธรรมาภิบาล เมื่อไร

ก็ยากที่จะพาให้ผู้คน เกิดความเต็มใจ หรือร่วมแรงร่วมใจอย่างเต็มที่ เพื่อพาองค์กร พาประเทศ ไปสู่จุดหมาย

หนักไปกว่านั้น คนที่ไม่มี Trust อาจเป็นคนทำลายองค์กรเสียเอง..

แบรนด์ไหน ดูมีพิรุธ ทำธุรกิจไม่โปร่งใส ลูกค้าก็พร้อมหันหลังให้

กิจการดูดี งบการเงินสวย รายได้ กำไร เติบโตต่อเนื่องตลอด แต่ถ้านักลงทุนสงสัยเรื่อง Trust ของผู้บริหารเมื่อไร ราคาหุ้นก็พร้อมดิ่งลงเหว ได้ทุกเมื่อ

ในแง่ของความสัมพันธ์ที่ขาด Trust ไม่ว่าจะมิติคู่รัก ครอบครัว เพื่อนฝูง หรือธุรกิจ ความสัมพันธ์ที่ดีและยืนยาว ก็เกิดขึ้นไม่ได้

ปัญหาอะไรหลาย ๆ อย่างในสังคมและเศรษฐกิจไทย แม้แต่ตลาดทุนไทย ที่ทำให้เราไม่ไปไหน ก็มาจากการขาด Trust

ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล
ผู้คนไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ
ผู้บริโภคไม่เชื่อใจแบรนด์ หรือองค์กรต่าง ๆ
ผู้บริหารทำให้นักลงทุน รู้สึกว่า ไม่น่าไว้วางใจ
ลูกจ้าง รู้สึกไม่ไว้ใจ นายจ้าง
คนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่ ต่างขาด Trust ซึ่งกันและกัน

สิ่งเหล่านี้ ล้วนมีต้นทุนมหาศาลที่ต้องจ่าย และฉุดรั้งไม่ให้เราเดินไปข้างหน้า หรือสร้างอนาคต ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น สแกมเมอร์, ทุนเทา
ก็อาจซ้ำเติมเรื่อง Trust ทำให้ไทยขาดความเชื่อมั่นในสายตาชาวโลก

ต้องบอกว่า การทำลาย Trust สร้างความเจ็บปวดเสมอ..

ทั้งความรู้สึกของผู้คน กลไกทางสังคม และความเสียหายทางเศรษฐกิจ

กลับกัน
การฟื้นฟู และบ่มเพาะ Trust เช่น
การสร้างความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ นักลงทุน
การสร้างกฎระเบียบของตลาดให้ซื่อสัตย์ เป็นธรรม
การสร้างความโปร่งใส ในนโยบายและการใช้จ่ายของภาครัฐ
ฯลฯ

หรือในชีวิตประจำวัน อย่างการทำตามในสิ่งที่เคยพูดไว้
การซื่อสัตย์ต่อกันระหว่างผู้คน

แม้การสร้าง Trust เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้โดยตรงทันที และต้องใช้เวลา แต่อะไรที่ได้มายาก ย่อมมีคุณค่าเสมอ

เพราะในระยะยาว มันจะหล่อเลี้ยงผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของเรา ให้แข็งแรง และรุ่งเรือง กว่าที่เคย

ปัจจุบัน คนเรามักจะทุ่มเท และขวนขวาย เพื่อสะสมเงินทอง สะสมทรัพย์สิน เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ
สะสมชื่อเสียง และคอนเน็กชัน

ซึ่งต่างเป็นสิ่งที่ดี

แต่สิ่งสำคัญอีกอย่าง ที่เรามักหลงลืม หรือมองข้ามไป
ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุน
เพราะช่วยให้เส้นทางการเติบโต ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิต ของเราดีขึ้นได้

นั่นก็คือ การสร้างและสะสม Trust..

คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยบอกไว้ว่า
“Trust is like the air we breathe – when it’s present, nobody really notices
when it’s absent, everybody notices.”

หรือหมายความว่า
“Trust นั้นก็เหมือนอากาศที่เราหายใจ
เวลามีอยู่ เราแทบไม่รู้สึก แต่พอขาดหายไป ทุกคนรู้สึกได้”

นี่คือบทเรียนสำคัญ ที่ลงทุนแมน ตกผลึกได้ในปีนี้

ก่อนจะจบปี บทเรียนที่สำคัญที่สุดของคุณ ที่ได้มาในช่วงปีที่ผ่านมา คืออะไร ?

และปีหน้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ก็คงมี “บทเรียนชีวิต” บทใหม่ ให้เราเรียนรู้ และเติบโต เป็นคนที่ดีขึ้น อีกเหมือนกัน..

“Happy New Year 2026 ครับ”

01/01/2026

HAPPY NEW YEAR
✌️ 💹 👽 🍎 🌈

16/12/2025

Integral AI, a Tokyo-based company founded by former Google veteran Jad Tarifi, has unveiled a new model that can learn entirely new tasks without relying on pre-existing datasets or human intervention.

The company claims this achievement meets its three key qualifiers for Artificial General Intelligence (AGI): autonomous skill learning, safe and reliable mastery, and human-like energy efficiency.

FOR MORE DETAILS LINK IN COMMENTS

10/11/2025

MIT เปิดตัวเทคฯ ‘อ่านความคิด’ สื่อสารได้โดยไม่ต้องพูด
AlterEgo สตาร์ตอัปจาก MIT เปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ที่เปลี่ยน ‘ความคิดในใจ’ ให้กลายเป็นคำสั่งหรือข้อความได้ทันที อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกเรียกว่า near-telepathic wearable ซึ่งอาจพลิกโฉมการสื่อสารของผู้ที่มีข้อจำกัด แต่ก็มาพร้อมคำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในสมอง
เทคโนโลยีของ AlterEgo มุ่งให้ผู้ใช้สามารถ ‘พูด’ โดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมา เพียงแค่คิดคำพูดในใจ อุปกรณ์นี้ก็สามารถจับและถอดรหัสคำพูดเหล่านั้นได้ บริษัทได้ประกาศเปิดตัวอุปกรณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา โดยอธิบายว่าเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้คุณพิมพ์หรือพูดได้โดยตรงผ่านความคิด แค่คุณนึกในใจว่าอยากจะสื่อสารอะไร อุปกรณ์ก็จะจับความคิดนั้นแล้วส่งเป็นข้อความหรือคำสั่งไปให้ทันที
อุปกรณ์นี้แตกต่างจากเทคโนโลยี BCI หลายราย เช่น Neuralink ของ Elon Musk คือไม่ต้องใช้การฝังอุปกรณ์เข้าไปในสมองและไม่ได้อ่านความคิดส่วนตัวของผู้ใช้โดยตรง แต่จะบันทึกเฉพาะสิ่งที่ผู้ใช้ตั้งใจจะพูด ผ่านการกระตุ้นระบบพูดของร่างกายเท่านั้น

22/10/2025

🚀 เมื่อ AI พบกับอวกาศ… และ NVIDIA มอบ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา” ให้ Elon Musk ด้วยตัวเอง!

ภาพนี้โคตรเหนือจริง — Jensen Huang (CEO ของ NVIDIA) เดินผ่านแถววิศวกรในฐาน Starbase ของ SpaceX พร้อมเสียงเชียร์และรอยยิ้ม ก่อนจะถือ “กล่องปริศนา” เข้าไปหา Elon Musk… แล้ววางลงบนโต๊ะในโรงอาหาร

กล่องนั้นคือ NVIDIA DGX Spark
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดเท่ากระดาษพับ น้ำหนักแค่ 1.2 กิโล…
แต่พลัง 1 เพตะฟล็อป! (เทียบเท่าเครื่องใหญ่ทั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์)

😱 เล็กแค่นี้ แต่รันโมเดล AI ขนาด 200,000,000,000 พารามิเตอร์ ได้แบบ Local
ไม่ต้องพึ่ง Cloud ไม่ต้องต่อศูนย์ข้อมูล อยู่บนโต๊ะก็ยิง AI ได้ระดับโลก!

🎬 และภาพตำนานก็เกิดขึ้น
Jensen: “ลองจินตนาการดู… ส่งคอมฯ ที่เล็กที่สุด ไปไว้ข้าง ๆ จรวดที่ใหญ่ที่สุด”
Musk: (หัวเราะ) “จัดไป!”

การมอบ DGX Spark เกิดขึ้นในจังหวะที่ SpaceX กำลังจะทดสอบ Starship ครั้งที่ 11 — ยานขนส่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

AI + จรวด = อนาคตที่โคตรไกลกว่าที่คิด

🧠 DGX Spark = AI Supercomputer ยุคใหม่
ภายในมี…
✅ NVIDIA GB10 Grace Blackwell Superchip
✅ Unified memory 128GB (CPU/GPU ใช้ร่วมกัน)
✅ NVLink-C2C แบนด์วิธแรงกว่า PCIe 5 เท่า
✅ NVIDIA AI Software Stack ครบชุด (Frameworks, Models, NIM microservices)

นี่ไม่ใช่ dev box ธรรมดา
แต่มันคือ Launchpad ของ AI รุ่นถัดไป

🔥 สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า
DGX Spark ไม่ได้ให้แค่ Elon Musk
แต่มันเริ่ม “ลงจอด” ทั่วโลก:

Ollama (Palo Alto) → เปลี่ยนวิธีรัน LLM แบบ Local

NYU Frontier Lab → วิจัย AI เน้นความเป็นส่วนตัว

Zipline → สร้างโดรนขนส่งอัตโนมัติ

ASU → จำลองหุ่นยนต์ที่ Edge

Refik Anadol → ศิลปิน AI ระดับโลก

และต่อไป…
Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo, MSI, GIGABYTE เตรียมปล่อยเวอร์ชันของตัวเอง
Desktop ธรรมดาของเรากำลังจะกลายเป็น AI Launchpad!

🧨 นี่คือจุดเริ่มต้นของ AI นอกดาต้าเซ็นเตอร์
NVIDIA ทำให้ “พลังระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์”
เอื้อมถึงได้จริง
หยิบขึ้นมา เปิดฝา แล้วเริ่มสร้างอนาคตได้เลย

DGX Spark จะวางขาย 15 ตุลาคมนี้บน NVIDIA.com และผ่านพาร์ทเนอร์ทั่วโลก

💭 คำถามชวนคิด
ถ้าคุณมี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พกพา” ที่รัน AI ระดับ 200B ได้…
👉 คุณจะเอาไปสร้างอะไรเป็นอย่างแรก?

#อนาคตมาแล้ว

อ่านต่อ: https://www.overclockzone.com/view-14067

15/10/2025

นักฟิสิกส์ Oxford ส่งข้อมูลควอนตัมข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์สำเร็จ จุดประกายยุค "อินเทอร์เน็ตควอนตัม"
นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการควอนตัม หลังสามารถทำให้ “คอมพิวเตอร์ควอนตัมสองเครื่อง” สามารถทำงานร่วมกันได้เสมือนเป็นเครื่องเดียวกันได้สำเร็จ โดยเชื่อมต่อกันผ่านอนุภาคของ “แสง” แทนที่จะใช้สายไฟ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการรันอัลกอริทึมควอนตัมเต็มรูปแบบข้ามโมดูลที่อยู่ห่างกัน โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Quantum Gate Teleportation”
ความสำเร็จครั้งนี้อาจพลิกโฉมวงการคอมพิวเตอร์ไปตลอดกาล เพราะแทนที่เราจะต้องสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วย "คิวบิต" (Qubit) ที่เปราะบางนับล้านๆ ตัว แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถเชื่อมต่อหน่วยประมวลผลควอนตัมขนาดเล็กเข้าด้วยกันผ่านโฟตอน (Photon) หรืออนุภาคแสงได้แล้ว กลยุทธ์นี้ทำให้ความฝันที่จะสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ขยายขนาดได้จริง ดูใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาทันที
อ่านต่อได้ที่: https://techsauce.co/tech-and-biz/oxford-quantum-computer-teleportation

12/10/2025

เปิดจดหมายของไอน์สไตน์ถึงลูกชาย
เมื่อพ่อบอกว่า “ความสุขและการเรียนรู้”
เกิดจากการหลงใหลในสิ่งที่ทำ
ปี 1915 หลังจากที่ไอน์สไตน์เพิ่งสรุป
“ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป” ได้เพียงสองวัน
เขากลับหันมาหยิบปากกาเขียนจดหมาย
ถึงลูกชายของเขา “ฮันส์ อัลเบิร์ต”
เนื้อหาในจดหมายไม่ได้พูดถึง
สูตรคำนวณหรือวิชาฟิสิกส์ระดับโลก
แต่เป็นบทสนทนาจากพ่อ ที่อยากบอกลูกว่า
กุญแจของความสุขและการเรียนรู้ที่แท้จริง
“คือการจมดิ่งอยู่ในสิ่งที่เรารัก”
เขาเขียนว่า ดีใจที่รู้ว่าลูกชอบเล่นเปียโน
พร้อมให้คำแนะนำที่สำคัญมากๆ กับลูกชาย
“ให้เล่นเพลงที่ลูกชอบ แม้ครูจะไม่ได้สั่งก็ตาม”
เพราะเขาเชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นอย่างดีที่สุด
เมื่อเราทำสิ่งนั้นด้วยความรัก ด้วยความเพลิดเพลิน
และในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง
ไอน์สไตน์บอกไว้ในจดหมายว่า
“สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำอะไรสักอย่าง
ด้วยความเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลย”
ซึ่งแนวคิดนี้ ภายหลังได้รับการอธิบาย
โดยนักจิตวิทยาชื่อดังชาวฮังการี
Mihaly Csikszentmihalyi ตั้งชื่อภาวะนี้ว่า Flow
ภาวะที่เราหลงใหลอยู่กับกิจกรรมใด
กิจกรรมหนึ่งจนไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่
ราวกับหลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่มีเพียงเราและสิ่งที่ทำ
Csikszentmihalyi อธิบายว่า Flow
ไม่ได้หมายถึงความเก่งหรือความพยายาม
แต่คือช่วงเวลาที่เรารู้สึกเต็มเปี่ยม
รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า แม้ไม่มีรางวัล ไม่มีคำชมใดๆ
นอกจากความสุขในระหว่างการลงมือทำ
ย้อนกลับไปดูจดหมายของไอน์สไตน์อีกครั้ง
จะเห็นว่าเขาเข้าใจแนวคิดนี้อย่างลึกซึ้ง
ตั้งแต่ยังไม่มีใครนิยามเป็นทฤษฎี
แม้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์
ผู้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลก
แต่เขากลับเชื่อมั่นว่า
#มนุษย์เราจะมีความสุขได้
#เมื่อได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นตัวเองที่สุด
นอกจากนี้ Csikszentmihalyi ยังย้ำด้วยว่า
เงินสามารถบรรเทาความทุกข์ได้จริง
แต่เมื่อพ้นจุดที่ชีวิตมีความมั่นคงขั้นต่ำแล้ว
เงินที่มากขึ้นไม่ได้แปลว่าความสุขจะเพิ่มขึ้นตาม
สิ่งที่เติมเต็มเราจริงๆ คือ
อารมณ์เชิงบวกที่เกิดจากการมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เรารัก

23/05/2025

Instagram ใช้คนแค่ 13 คนสร้างบริษัทมูลค่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อสิบปีก่อน แต่ในปีหน้า พนักงานแค่คนเดียวก็สามารถสร้างบริษัทมูลค่าเท่านี้ได้แค่มี AI
Dario Amodei ซีอีโอ ของ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI ที่ตอนนี้เพิ่งจะออกเอไอโมเดล Claude 4 รุ่นล่าสุด ได้ออกมาคาดการณ์ว่า บริษัทมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ​ที่มีพนักงานมนุษย์เพียงคนเดียว อาจจะสามารถเกิดขึ้นได้ภายในปี 2026 โดยมีปัจจัยความก้าวหน้าคือ AI โดยเฉพาะ Agent ที่สามารถทำงานสำคัญๆ แทนมนุษย์ได้

22/05/2025

Jony Ive คัมแบ็ก ! OpenAI ปิดดีล 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อบริษัท io คว้าตัว Jony Ive ตำนานดีไซน์เนอร์ Apple ลุยทำฮาร์ดแวร์ AI ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้ โดยเชื่อว่า Steve Jobs จะต้องภูมิใจ
ตามรายงานที่ออกมานั้น OpenAI และทีมงาน io ที่เพิ่งควบรวมเข้ามา ตั้งเป้าจะพัฒนาอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีกำหนดการเปิดตัวให้โลกได้เห็นกันภายในปี 2026
คอนเซ็ปต์หลักของอุปกรณ์นี้คือการพาผู้ใช้ 'ก้าวข้ามหน้าจอ' (beyond screens) และจะช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ AI เพื่อสร้าง 'สิ่งมหัศจรรย์ทุกประเภท

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Aivito AIผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Aivito AI:

แนะนำ

แชร์