14/09/2025
📌 วันนี้พึ่งเห็นข่าวออกมาว่า ธนาคารในสหรัฐฯ กำลังนั่งอยู่บน Unrealized Losses หรือ ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง มูลค่ากว่า 395 (พัน) ล้านดอลลาร์ ณ ไตรมาส 2 ปี 2025
👉 หลายคนได้ยินตัวเลขนี้แล้วอาจรู้สึกตกใจว่า “ธนาคารสหรัฐฯ กำลังจะล้มละลายเหมือน SVB หรือเปล่า?” แต่ก่อนจะสรุปไปแบบนั้น มาลองทำความเข้าใจกันครับ 👇
--------------------------
🔎 Unrealized Losses คืออะไร?
คือการที่มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ (เช่น พันธบัตร , ตราสารหนี้) ที่ธนาคารถืออยู่ ลดลงต่ำกว่าต้นทุนที่ซื้อมา แต่ยัง ไม่ได้ขายออกมา → เลยยังไม่ใช่ “ขาดทุนจริง”
✅ ตัวอย่างง่ายๆ : ธนาคารซื้อพันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 1.5% ที่ซื้อตอนราคา $1,000 ในปี 2020 (นโยบายดอกเบี้ยที่ 1.5%)
เมื่อถึงปี 2023 ดอกเบี้ยนโยบายตลาดขึ้นเป็น 5% และพันธบัตรเหลืออายุแค่ 7 ปี → ราคาพันธบัตรจะตกเหลือประมาณ $797.50 ประมาณ mark-to-market เหลือ ~$797 → Unrealized Loss ประมาณ $202.50 ต่อพันธบัตร
📌 ถ้าธนาคารยังถือพันธบัตรอยู่จนถึงวันครบกำหนด 10 ปี ธนาคารก็ยังได้เงินต้นคืนที่ 1,000$ + ดอกเบี้ย 1.5% ตามผลตอบแทนหน้าตั๋วในแต่ละปี
(ไม่ได้ขาดทุนจริง)
💡 ทำไมถึงเกิดขึ้นเยอะตอนนี้?
✅ ดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง จากนโยบายทางการเงินของ Fed ได้เพิ่มดอกเบี้ยขึ้นมาหนักตั้งแต่ปี 2022 → ทำให้ราคาพันธบัตรเดิมราคาตก ที่กล่าวเอาไว้แบบตัวอย่าง
✅ พอร์ตใหญ่ – ธนาคารส่วนใหญ่ จะกระจายการลงทุนหลายรูปแบบแต่มีการลงทุนพันธบัตรเป็นสัดส่วนใหญ่ เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและมีสภาพคล่อง
✅ ระบบบัญชี – กราฟที่เห็นแบ่งเป็น
👉 Held-to-Maturity (HTM): ตั้งใจถือจนจบอายุ → ไม่กระทบจริงถ้าไม่ขาย
👉 Available-for-Sale (AFS): มีโอกาสขายได้ → ตัวนี้ถ้าเจอแรงถอนเงิน แล้วสภาพคล่องธนาคารไม่พอ อาจต้องขายออกจริง
-------------------------------
⚖️ ควรเป็นห่วงแค่ไหน?
✅ ถ้าธนาคารไม่ถูกบังคับให้ขาย ก็แค่ “ขาดทุนบนกระดาษ” สุดท้ายถือจนหมดอายุก็ได้เงินคืน
⚠️ แต่ถ้าเกิดเหตุ Bank run แบบปี 2023 (SVB Case) → ต้องขายพอร์ต → กลายเป็น “ขาดทุนจริง” ซึ่งกว่าจะเกิดเหตุแบบนั้นได้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแต่ละธนาคารนั้นได้เสริมสภาพคล่องไว้มากแค่ไหน แต่โดยปกติแล้วธนาคารใหญ่ๆในประเทศ US ได้มีการเสริมสภาพคล่องในอัตราที่ค่อนข้างสูงดังนั้นก็ยังพอเบาใจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งภาครัฐและ Fed เองก็จับตาใกล้ชิด และหลังเหตุการณ์ SVB ก็มีมาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อกันไม่ให้ลุกลามอีกด้วย
📌 สรุปจากข่าว
ข่าว “ขาดทุน 395 พันล้านดอลลาร์” ฟังดูใหญ่โต แต่ไม่ใช่ว่าธนาคารจะเจ๊งทันที เป็นเพียง “ผลขาดทุนทางบัญชี” จากดอกเบี้ยสูงที่กดราคาพันธบัตรลง
ถ้าไม่มีวิกฤติสภาพคล่อง ธนาคารยังอยู่ได้ไม่มีปัญหาใดๆ
👉 ในทางกลับกัน นี่คือโอกาสของคนที่กำลังมองหาการลงทุนในตราสารหนี้ Yield สูง อย่าลืมว่า…พันธบัตรยังเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมีคุณค่าต่อระบบการเงิน
✅ ถ้าถือยาวครบกำหนด ผู้ถือจะได้ต้น+ดอกครบ ตามเงื่อนไขของตราสาร
ในมุมของนักลงทุนทั่วไป ในการลงทุนตราสารหนี้ตลาดรอง การที่ราคาพันธบัตรต่ำลงก็เท่ากับว่า ใครที่ซื้อพันธบัตร US ตอนนี้จะได้ Yield สูงกว่าช่วงก่อนเยอะ เพราะสาเหตุจากราคาที่ พันธบัตรลดลง
และหากนโยบายปลายปีนี้ ได้ปรับนโยบายลดดอกเบี้ยลง เท่ากับนักลงทุนจะได้ผลตอบแทน 2 เด้ง คือทั้ง Yield ของผลตอบแทน และ Premium ของราคาพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ในการเก็งกำไรตลาดรอง