แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTok

แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTok ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTok, หน่วยงานให้คำปรึกษา, Pleonchit, Bangkok.

ที่ปรึกษา brands มากกว่า 500+ แบรนด์
(ติดอันดับ Top GMV ในทุก industry)

Top TikTok Partner southeast Asia 2026
TikTok Expert 2025-2026
อดีต TikTok Partner ฝั่ง Ads 4 ปี

เชี่ยวชาญ TikTok marketing / GMV Max / Affiliate system
Line OA :

Client Review รอบนี้หลากหลาย Category แต่โหดๆ เหมือนเดิมครับ 🔥Promthong — ไม่ต้องพูดมาก พรมทอง ก็คือ พรมทอง  เสื้อผ้าผู้...
28/09/2026

Client Review รอบนี้หลากหลาย Category แต่โหดๆ เหมือนเดิมครับ 🔥

Promthong — ไม่ต้องพูดมาก พรมทอง ก็คือ พรมทอง เสื้อผ้าผู้หญิงแบรนด์ Top ของ TikTok มาอย่างยาวนาน รอบนี้โจทย์คือวางระบบ Affiliate และ Ads ให้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะฝั่ง Affiliate ที่พรมทองเตรียม Support นายหน้าแบบเต็มระบบ ใครอยู่สาย Fashion รีบเข้ามาครองตะกร้าได้เลย

Mawin Sport Shop — ร้านเสื้อกีฬาที่ขายดีที่สุดใน TikTok Product ดู Mass และตรงไปตรงมา แต่พอเข้าไปดูจริง เกมนี้แข่งกันหนักทั้งราคา, SKU, Creative Volume และ Affiliate รอบนี้โจทย์ไม่ใช่แค่ขายให้เยอะขึ้น แต่คือการ Positioning แบรนด์ให้หนีจากคู่แข่งขึ้นไปอีกระดับ

Charmiss — แบรนด์เครื่องสำอางที่หลายคนน่าจะคุ้นกันดีจาก Modern Trade อย่าง 7-Eleven มีทั้ง Product และ Reputation ที่แข็งแรงอยู่แล้ว พอเข้ามาลุย TikTok จริงจัง โจทย์เลยไม่ใช่แค่ “ขายยังไง” แต่คือจะ Scale ผ่าน Content + Affiliate + GMV Max ยังไงให้เต็มศักยภาพ และขึ้นเป็น Top Brand ให้เร็วที่สุด

Akane — แบรนด์ Supplement / Collagen ที่ Mass มากๆ ในฝั่ง Facebook รอบนี้มาเตรียม Fundamental และวางระบบตั้งแต่ต้น เพื่อเตรียมลุย TikTok เต็มระบบในปีหน้า

Charlotte — แบรนด์เครื่องสำอางของพี่หนิง อากานันท์ (1M) ที่มีฐานผู้ติดตามแข็งแรงอยู่แล้ว โจทย์ที่น่าสนใจคือจะเปลี่ยน “Follower และ Brand Awareness” ที่มีอยู่ ให้กลายเป็น GMV และต่อยอดไปสู่ Affiliate ยังไง

สิ่งที่สนุกของการ Consult คือ Framework ใหญ่ของการตลาดอาจเหมือนกัน แต่พอเปลี่ยน Category หรือเปลี่ยนจุดแข็งของแบรนด์ วิธีเล่นแทบไม่เหมือนกันเลย

สุดท้ายหน้าที่ของผมไม่ใช่เอาสูตรเดียวไปครอบทุกแบรนด์ แต่คือเข้าใจให้ได้ก่อนว่า “แบรนด์นี้ชนะด้วยอะไร” แล้วค่อยเอา TikTok, Content, Affiliate และ Ads ไปช่วยขยายสิ่งนั้นครับ

ขอบคุณนักเรียนทั้ง 45 ท่านที่มาเรียน Complete GMV Max และการตลาด TikTok ทั้งระบบด้วยกันวันนี้ครับ 🙏🏻เดิมรอบนี้มี 58 ท่าน...
27/09/2026

ขอบคุณนักเรียนทั้ง 45 ท่านที่มาเรียน Complete GMV Max และการตลาด TikTok ทั้งระบบด้วยกันวันนี้ครับ 🙏🏻

เดิมรอบนี้มี 58 ท่าน แต่ด้วยสถานการณ์น้ำท่วม มี 13 ท่านขอเลื่อนไปรอบหน้า สุดท้ายยังมาเรียนกันได้ถึง 45 ท่าน ขอบคุณมากๆ ที่ตั้งใจมากันครับ

วันนี้สอน Late ไปเกือบชั่วโมง ต้องขออภัยด้วยจริงๆ 🙏 เนื้อหารอบนี้ Update เยอะมาก และหลายเรื่องสำคัญกับการทำตลาดช่วงปลายปี เลยอยากให้ทุกคนได้กลับไปครบ และเอาไปปรับใช้กับธุรกิจได้จริงๆ

สุดท้ายขอบคุณ Note จากพี่นักเรียนท่านนี้มากๆ ครับ

สอนมาทั้งวัน คอแตก เสียงพัง พอมาเปิดอ่านแล้วชื่นใจมาก มี Sentimental Value กับคนสอนมากจริงๆครับ 🤍 🤍

ขอบคุณที่ไว้ใจมาเรียนกันครับ แล้วขอให้ทุกคนเอาความรู้วันนี้กลับไปทำยอดกันให้เต็มที่ครับ

🙏🙏

TikTok เริ่มทยอยขยายเวลาจัดส่งให้แล้วครับกทม รามคำแหง-ลาดพร้าว-รังสิต-เพรชบุรี ขนส่งเข้ารับไม่ได้ TikTok ทราบเรื่องแล้ว ...
26/09/2026

TikTok เริ่มทยอยขยายเวลาจัดส่งให้แล้วครับ

กทม รามคำแหง-ลาดพร้าว-รังสิต-เพรชบุรี ขนส่งเข้ารับไม่ได้ TikTok ทราบเรื่องแล้ว คาดว่าจะขยายอีกไม่นานครับ

ประกาศ TikTok Shop ขยายระยะเวลาวันจัดส่งสำหรับร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย

หากผู้ขายไม่สามารถกลับมาทำการจัดการคำสั่งซื้อได้ตามเวลาที่กำหนด แนะนำให้ผู้ขายทำการเปิดโหมดวันหยุด จนกล่าวจะสามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ


น้ำท่วมรอบนี้ อย่างน้อยข้อดีเมื่อเทียบกับรอบหาดใหญ่คือ หลายพื้นที่ยังเข้าไปเตรียมตัวได้ ร้านขายปั๊มน้ำ กระสอบทราย หรืออุ...
26/09/2026

น้ำท่วมรอบนี้ อย่างน้อยข้อดีเมื่อเทียบกับรอบหาดใหญ่คือ หลายพื้นที่ยังเข้าไปเตรียมตัวได้ ร้านขายปั๊มน้ำ กระสอบทราย หรืออุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ก็ยังพอหาได้ครับ

ถ้าคลังสินค้า / Office / โรงงานของใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ผมแนะนำว่า “อย่าลุ้น” ครับ เวลามันมา มันมาเร็วเตรียมไม่ทัน

ยอมลงทุนหลักหมื่น ซื้อทราย ซื้อปั๊มน้ำ จ่าย extra ค่าแรงพนักงาน แล้วรีบเข้าไปติดตั้งไว้ก่อน ถ้าน้ำไม่มาก็ถือว่าดี อุปกรณ์ก็ยังเก็บไว้ใช้รอบหน้าได้ แต่ถ้าน้ำมา เงินหลักหมื่นวันนี้อาจช่วย Hedge ความเสียหายหลักแสนถึงหลักล้านได้

ที่สำคัญ ความเสียหายของธุรกิจไม่ได้จบแค่วันที่น้ำท่วมครับ

น้ำลดแล้ว คนอื่นกลับมาเปิดขายได้ แต่ถ้าสต๊อกเราเสีย เครื่องจักรเสีย Office ใช้ไม่ได้ หรือ Fulfillment หยุด เราอาจขายไม่ได้ต่ออีกหลายอาทิตย์ ตรงนี้ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจอาจแพงกว่าของที่เสียจากน้ำโดยตรงอีก

รอบหาดใหญ่มีหลายเคสให้เห็นแล้วว่า หลังน้ำลด ธุรกิจบางรายไม่ได้กลับมาเดินได้ทันที และเสียโอกาสขายต่อเนื่องอีกนาน

ถ้ามองแบบเจ้าของธุรกิจ นี่ไม่ใช่ “ซื้อของกันน้ำแล้วกลัวเสียเงินฟรี” แต่คือการจ่ายประกันหลักหมื่น เพื่อป้องกัน Downside หลักแสนหรือหลักล้านครับ

ปล. พอจบก็จ้างรถแบกเอาทรายไปบริจาคทิ้ง ปั้มน้ำเก็บไว้ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

25/09/2026

ฝนตกไม่หยุด น้ำเริ่มท่วม มีข่าวความเสียหายเข้ามาเรื่อยๆ คิดว่าคืนวันนี้-พรุ่งนี้ แอดน่าจะแพงแน่ครับ

ช่วงนี้ Attention ของคนจำนวนมากไปอยู่กับการตามข่าวน้ำท่วม พอพฤติกรรมการเสพ Content เปลี่ยน Performance ของ Ads ก็มีโอกาสแกว่งตาม (ก็ไม่มีใครดูแอดอะนะ) ทั้ง CPM, Conversion และการใช้ Budget

แต่ก็คิดว่าดีกว่า BAU เพราะอย่าลืมว่ามี demand ส่วนนึงจากคนที่ add to cart รอ code Payday

เพราะฉะนั้นถ้า GMV Max ไม่ค่อยกินเงิน หรือ ROI เริ่มไม่ดี “อย่าฝืน Scale บูสเยอะไปจนเสีย ROI” ครับ บางวันการไม่ใช้ Budget ก็เป็นการ Optimize เหมือนกัน

เก็บกระสุนไว้ก่อน อีกไม่กี่วันก็เข้า 10.10 ซึ่งเป็น Campaign ใหญ่ ถ้า Demand และ Traffic กลับมา ค่อยซัด Budget ในวันที่มีโอกาสทำเงิน + กำไรได้มากกว่าครับ

24/09/2026

วันนี้ chat แบรนด์ทักมาถามเรื่อง TikTok Pulse กันเยอะ เลยขออธิบาย Product นี้ให้เข้าใจนิดนึง

จริงๆ TikTok Pulse ไม่ใช่ Feature ใหม่
TikTok เปิดตัว Pulse ตั้งแต่ปี 2022 และ Pulse Premiere ตั้งแต่ปี 2023

โจทย์ของ Pulse คือ Contextual Advertising

พูดง่ายๆ คือเอา Ads ของแบรนด์เราไปอยู่ใกล้กับ Content ที่กำลังได้รับความสนใจ โดย Original Pulse สามารถวาง Ads ข้าง Top 4% Trending Content บน TikTok ได้ (CPM สูงจัดๆ)

เพราะฉะนั้น Objective หลักของ Pulse จะอยู่ฝั่ง Upper Funnel เช่น Reach, Awareness และ Brand Recall

แล้วถ้าเป็นแบรนด์ที่เน้นยิง GMV Max ล่ะ?

พูดเลยว่า ถ้าโจทย์คือยอดขาย Pulse แทบไม่ได้เข้ามาแก้ Pain Point ของ GMV Max โดยตรงครับ

เพราะตรงนี้ต้องแยกให้ออกจาก GMV Max และ C-Ads ก่อน เพราะมันทำหน้าที่คนละอย่างกัน

GMV Max = Performance / GMV
C-Ads = Traffic / Conversion / Performance
Pulse = Context / Reach / Awareness

ถ้าวันนี้แบรนด์มี Budget เพิ่มมา 1 ล้านบาท

สำหรับผมคำถามไม่ใช่
“เราจะเอาแบรนด์ไปอยู่ข้าง Content ที่ดังได้อย่างไร?”

แต่คือ
“เงิน 1 ล้านบาทนี้ เอาไปลงตรงไหนถึงสร้าง Incremental GMV ได้มากที่สุด?”

ถ้าเป็นแบรนด์ shop ads ยิงขายที่ Budget ยังมีจำกัด และ Objective หลักยังเป็นยอดขาย ผมยังให้น้ำหนัก C-Ads มากกว่า Pulse ครับ

เพราะ C-Ads อยู่ใกล้กับ Business Outcome (Purchase) ที่เราต้องการมากกว่า ทั้ง Traffic, Conversion และการวัดผลต่อไปถึงยอดขาย

แต่ถ้าเป็นแบรนด์ใหญ่ Performance แข็งแรงอยู่แล้ว มี Budget สำหรับ Upper Funnel แยกชัดเจน และต้องการเพิ่ม Reach / Awareness / Brand Recall

Pulse ก็เป็นอีก Media Product ที่น่าสนใจครับ
(ส่วนตัวที่ดูแลแบรนด์ยอด 30-100m thb ต่อเดือน ผมก็ยังไม่อยากแนะนำให้ใช้ IMHO)

จริงๆ Pulse มีมาหลายปีแล้ว และเปิดให้ Top Brands ใช้งานกันมาพอสมควร

ถ้า Pulse ตอบโจทย์ Performance ได้ดีในแบบเดียวกับ C-Ads เราน่าจะเห็น Success Case ฝั่งยอดขายถูกพูดถึงชัดกว่านี้แล้ว

แต่สิ่งที่เราเห็นจาก Pulse ส่วนใหญ่ยังเป็น KPI ฝั่ง Awareness / Brand Lift ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะนั่นคือสิ่งที่ Product นี้ถูกออกแบบมาให้ทำตั้งแต่แรก

เพราะฉะนั้นสำหรับ E-commerce ส่วนใหญ่ ถ้าต้องเลือกระหว่าง Pulse กับ C-Ads ด้วย Budget ก้อนเดียวกัน

ผมยังเลือก C-Ads ก่อนครับ

ช่วงนี้แบรนด์ใช้ AI ทำ Content และ Ads กันเยอะมาก เหตุผลง่ายๆ คือ “ถูกกว่า เร็วกว่า และทำได้เยอะกว่า”แต่ผมไปอ่าน HBR Res...
22/09/2026

ช่วงนี้แบรนด์ใช้ AI ทำ Content และ Ads กันเยอะมาก เหตุผลง่ายๆ คือ “ถูกกว่า เร็วกว่า และทำได้เยอะกว่า”

แต่ผมไปอ่าน HBR Research ชิ้นหนึ่งแล้วเจอตัวเลขที่น่าสนใจมาก

งานวิจัยที่ทำร่วมกับ Ipsos ให้ผู้บริโภคอเมริกัน 3,000 คนดู Video Ads 20 ตัวจากแบรนด์ใหญ่ โดยครึ่งหนึ่งทำโดยคน และอีกครึ่งทำด้วย AI ทั้งหมด ตั้งแต่ Idea จนถึง Post-production โดยให้ทำงานจาก Marketing Strategy เดียวกัน

ผลคือ คนดู “แยกแทบไม่ออก” ว่าอันไหน AI อันไหนคนทำ

แต่ Performance ที่ออกมาต่างกันมากครับ ******** ผลลัพท์ต่างกันมากๆๆ

โดยเฉลี่ย Ads ที่สร้างด้วย AI มีศักยภาพสร้างยอดขายระยะสั้นต่ำกว่า Human-made Ads 14% และด้าน Long-term Brand Equity ต่ำกว่า 17%

คำถามคือ ถ้า AI ทำภาพสวย ทำ Video ได้ และคนดูยังแยกไม่ออก แล้ว Human ยังสำคัญตรงไหน?

คำตอบของผมคือ “AI เก่งเรื่องการสร้าง แต่ Human ยังเก่งเรื่องการตัดสินใจว่าอะไรควรถูกสร้าง”

AI เก่งมากกับงานที่มี Pattern ชัด มีคำตอบหรือ Framework อยู่แล้ว เช่น Product Demo, Before & After, แตก Content หลาย Version หรือเอา Winning Content เดิมไปต่อยอดอีก 20–30 แบบ

แต่ Human ยังสำคัญมากในส่วนที่ต้องเข้าใจว่า “ทำไมคนถึงซื้อ”

Pain Point ไหนที่ลูกค้ารู้สึกจริง?
ประโยคไหนพูดแล้วสะกิดใจ?
เรื่องไหนกำลังเกิดขึ้นใน Community หรือในประเทศตอนนี้ (เช่น Content กรุงเทพ Native ณ ปัจจุบัน)
มุกแบบไหนที่คนไทยเข้าใจ
หรืออะไรคือ Insight ที่ทุกคนรู้สึก แต่ยังไม่มีใครพูดออกมา?

งานพวกนี้ต้องใช้อารมณ์ ความตลก ความเข้าใจ Culture รวมถึงจังหวะระหว่างการพูดเพื่อเน้นอารมณ์ ซึ่งเป็นจุดที่ Research พบว่า AI ยังทำได้ด้อยกว่า Human

เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นผม ผมจะแบ่งงานชัดๆ

“Human หา Insight และสร้าง Direction → AI ช่วยผลิตและ Scale”

อันนี้ตรงกับสิ่งที่ผมเห็นใน TikTok มากๆ วันนี้ AI ทำให้แบรนด์ผลิต Content 100 ชิ้นได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ GMV Max ไม่ได้สนใจว่าเราผลิต Content ได้ถูกลงกี่ % มันสนใจว่า Content ชิ้นไหน “Hook ได้ ขายได้”

ดังนั้นผมว่า Competitive Advantage ในยุค AI อาจไม่ใช่แค่ ใครใช้ AI เก่งกว่า

แต่อาจเป็น ใครมี Human Insight ที่ดีกว่า แล้วใช้ AI ขยาย Insight นั้นได้เร็วกว่า

ปล.1 Credit ส่วนหนึ่งจาก HBR Research “AI-Generated Ads Perform Worse Than Human-Made Ones—Even When Customers Can’t Tell Them Apart” งานศึกษาร่วมกับ Ipsos

ปล.2 ช่วงนี้ผมเอางานวิชาการจากฝั่งต่างประเทศมาเล่าเยอะหน่อยนะครับ การตลาดกับ AI ปีนี้ไปไวมาก ฝั่งไทยเรามักตามฝรั่งกับจีนอยู่ก้าวนึงเสมอ ถ้าเราศึกษาก่อน เข้าใจก่อน และเอามา Implement ก่อน ผมว่ามีประโยชน์กับธุรกิจมากๆ ครับ

ช่วงหลังเวลาคุยกับแบรนด์ ผมพูดบ่อยมากว่า ถ้าเป้าหมายคือ “ยอดขาย” อย่าดูแค่ความใหญ่ ความดัง หรือจำนวน Follower ของ Presen...
20/09/2026

ช่วงหลังเวลาคุยกับแบรนด์ ผมพูดบ่อยมากว่า ถ้าเป้าหมายคือ “ยอดขาย” อย่าดูแค่ความใหญ่ ความดัง หรือจำนวน Follower ของ Presenter / Influencer ที่เราลงทุนจ้าง

พอดีไปอ่านบทความใน Harvard Business Review เรื่อง “When It Comes to Influencers, Smaller Can Be Better” มี Research ที่ค่อนข้างตรงกับสิ่งที่ผมเห็นใน TikTok ทุกวันนี้ เลยอยากเอามาย่อยแชร์กันครับ

งานวิจัยของ Maximilian Beichert จาก Bocconi University และทีม ศึกษาข้อมูลการซื้อกว่า 1.88 ล้านรายการทั่วโลก

สิ่งที่เจอคือ Nano Influencer ที่มี Follower ต่ำกว่า 10,000 คน ใช้ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ $50 แต่สร้าง Return ได้มากกว่า $1,000 หรือคิดง่ายๆ คือ ROI = 20

ขณะที่ Macro Influencer ที่มี Follower มากกว่า 100,000 คน มีต้นทุนเฉลี่ยมากกว่า $1,000 และสร้าง Return ประมาณ $6,000 หรือ ROI = 6

พูดง่ายๆ คือ “คนใหญ่สร้างยอดขายได้มากกว่า แต่คนเล็กสร้างยอดขายได้คุ้มกว่า (better ROI)”

ไม่ได้แปลว่า Influencer ใหญ่ “ไม่ดี” นะครับ แต่คำถามสำคัญคือ “เราจ้างเขามาทำอะไร?”

ถ้าเป้าหมายคือ Awareness / Reach อยากให้คนจำนวนมากเห็นสินค้า Influencer ใหญ่ยังมีประโยชน์มาก แต่ถ้าเป้าหมายคือ Conversion และ Sales งานวิจัยนี้พบว่า Nano Influencer ทำได้ดีกว่าในเชิง Cost Efficiency เพราะความสัมพันธ์กับคนดูใกล้กว่า มี Engagement มากกว่า และภาษาที่ใช้พูดถึงสินค้ามีความ Personal และ Authentic มากกว่า

อันนี้ตรงกับสิ่งที่ผมเห็นใน TikTok และ Affiliate มากๆ หลายครั้งคนที่ขายของได้ดีที่สุดไม่ใช่ Creator ที่คนตามเป็นล้าน แต่เป็น Creator ตัวเล็กๆ ที่มีคนดูหลักพันหลักหมื่น แต่คนดู “เชื่อ” เวลาเขาพูดอะไรบางอย่าง

สำหรับแบรนด์ ผมเลยมองว่าอย่าเริ่มจากคำถามว่า “Influencer คนนี้มี Follower เท่าไร/ ดังไหม/ หวือหวาไหม?”

แต่ควรเริ่มจาก “เราต้องการ Awareness หรือ Sales?”

เพราะ Influencer ใหญ่ 1 คน กับ Creator เล็ก 100 คน อาจไม่ได้แทนกันได้ และจริงๆ แล้วทำหน้าที่ใน Funnel คนละอย่างกันเลยครับ

source: “When It Comes to Influencers, Smaller Can Be Better” จาก Harvard Business Review อ้างอิงงานวิจัยของ Maximilian Beichert และคณะ, “Revenue Generation Through Influencer Marketing,” Journal of Marketing (2024)

ที่อยู่

Pleonchit
Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTokผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์