แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTok

แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTok ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTok, หน่วยงานให้คำปรึกษา, Pleonchit, Bangkok.
(1)

Top TikTok Partner southeast Asia 2026
TikTok Expert 2025-2026

อดีต TikTok Partner ฝั่ง Ads 4 ปี
ที่ปรึกษา brands มากกว่า 500+ แบรนด์
(ติดอันดับ Top GMV ในทุก category)

เชี่ยวชาญ TikTok marketing / GMV Max / Affiliate system

Line OA :

03/05/2026

ชาวยิงแอด FB กำลังตื่นเต้นที่จะมี AI optmize แอดให้ ชาวTikTok ที่ใช้ AI ยิงแอดให้(GMVmax) มาชาตินึงแล้ว มีอะไรจะบอกเพื่อนๆไหม

อวสารการตลาดสายน่าเกลียด (Clickbait)เจอคนจริง เชือดไก่ให้ลิงดู(*Remark ในมุม “กฎหมาย”ใครถูกใครผิด ก็ให้จบกันที่ข้อเท็จจร...
02/05/2026

อวสารการตลาดสายน่าเกลียด (Clickbait)
เจอคนจริง เชือดไก่ให้ลิงดู

(*Remark ในมุม “กฎหมาย”
ใครถูกใครผิด ก็ให้จบกันที่ข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย)

แต่ในมุม “นักการตลาด”
ผมค่อนข้างเห็นด้วยที่ Fitwhey เลือกฟ้อง

ต้องยอมรับตรงๆ ว่า
ช่วงที่ผ่านมา ตลาดอาหารเสริม / สกินแคร์ไทย (T-Beauty)
ไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร

ส่วนหนึ่งเพราะ “content ecosystem” มันเบียว

influ หลายคน
เลือกใช้ clickbait / bait engagement
จั่วหัว drama แรงๆ เอาแบรนด์ดังๆ คนดังๆมาล่อเป้าให้กดฟัง
เพื่อเอายอด เอา reach
ปั้นดราม่า

ผลลัพธ์คือ
มี “แบรนด์จำนวนมาก” เสียหาย
ทั้งๆ ที่บางเคสไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
(อยู่มา 5 ปีกว่า เจอเคสแบรนด์ดีๆ เสียหายกับเรื่องโง่ๆแบบนี้เยอะมากๆๆๆ)

เกมแบบนี้
ระยะสั้นมัน work

แต่ระยะยาว
มัน “กัดกินความเชื่อมั่นทั้งตลาด”

- คนดูไม่เชื่อใคร
- แบรนด์ต้อง defensive มากขึ้น / แบรนด์ดีอยู่ยาก
- content ดีๆ ถูกกลบด้วย drama
- แบรนด์ของห่วย แต่เงินอัดฉีดถึง influ อยู่สบาย


ส่วนตัวผมเลยมองว่า
เคสนี้คือ “จุดตั้งต้นของมาตรฐานใหม่”

ไม่ใช่แค่เรื่องว่าใครผิดใครถูก
แต่เป็นสัญญาณว่า

“เกมปั่น engagement แบบชุ่ยๆ”
มันควรหยุดได้แล้ว

เพราะมีแบรนด์ที่ “เอาจริง”
และ “กล้าฟ้องจริง”

โดยเฉพาะเกมที่
ลากแบรนด์อื่นมาเสียหาย
เพื่อดึง traffic เข้าตัวเอง


ผมไม่ได้บอกว่า
content ต้องนุ่ม ต้อง safe เสมอ

แต่ถ้าจะเล่นแรง
ต้อง “มีหลักฐาน”
ต้อง “รับผิดชอบกับสิ่งที่พูด”

ไม่ใช่เล่น engagment ตัวเองได้
แล้วปล่อยให้คนอื่นรับผลกระทบ


สุดท้าย
ถ้าตลาดนี้จะโตจริง

มันต้องโตบน
“trust” ไม่ใช่ “drama”

เพื่อนๆ มองยังไงกันบ้างครับ
อยากฟังหลายๆ มุมเลย

ปล. feedback Fitwhey ฝากเอาช้อนไว้บนๆทีครับ กว่าจะขุดเจอช้อน และดึงขึ้นมาโครตยากเลย

02/05/2026

Update คิว Consult
พฤษภาคม - เต็ม 🚫
มิถุนายน - เปิดรับคิว ✅
เข้าช่วงตลาดดีแล้ว Book มาปรับแผน วางกลยุทธ์การตลาด cost/ price structure กันได้ครับ

ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ...
02/05/2026

ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ลด fixed cost ไม่ลดตาม.. ผลลัพธ์คือชิบหาย…

————-

อันนี้ดีมากๆ spending inflation ไม่ใช่แค่สำหรับบุคคลนะครับ

จขบ Online นี่ถนัดเลย ขายดีขึ้นจากผู้บริหาร / ตบแต่งสตูล Live สุดแกรม / scale ทีมที่ไม่จำเป็น

จริงๆ หนีได้นะครับ จากประสบการณ์ตรงที่รอดจาก lifestyle inflation มาได้.. ในความคิดผม เรื่องนี้มันป้องกันได้ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันทำงานยังไง เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาทางวินัย…

กับดักแรกสุดที่ต้องป้องกันคือ fixed cost creep.. ไอ้พวกตัวปัญหาทั้งหลายไม่ใช่กาแฟแก้วละ 300 หรือพวกมื้ออาหารแพงๆ… พวกนี้คือ variable cost เราตัดได้ทุกเมื่อ…

ตัวอันตรายจริงๆ คือ.. ค่าเช่าบ้าน/condo ที่ดีขึ้น.. ผ่อนรถใหม่.. ค่าโรงเรียนลูก.. การตัดสินใจพวกนี้ทำครั้งเดียวแต่เราโดนผูกมัดหลายปี… และถอยออกมายากมาก เคยอ่านงานวิจัยอันไหนจำไม่ได้ละ มีบอกอยู่ว่าคนเราจะรู้สึกเจ็บปวดกับการลดมาตรฐานลงมามากกว่าความสุขที่ได้ตอนเรายกระดับขึ้นประมาณสองเท่า… เป็นปกติธรรมชาติที่สมองเราคิดแบบนี้..

กับดักที่ 2 คือ Diderot Effect.. ไม่แน่ใจว่าคนไทยคุ้นกับคำนี้หรือเปล่า เหมือนไม่เคยเห็นคำนี้ผ่านสื่อไทย.. ซึ่ง Denis Diderot นักปรัชญาคนฝรั่งเศสได้รับเสื้อคลุมหรูหราเป็นของขวัญ… แล้วก็รู้สึกว่าของรอบข้างไม่ match.. เลยเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ พรม ทีละชิ้น.. จนเงินหมด… ก็เหมือนกับย้าย condoใหม่แล้วรู้สึกว่า furniture เดิมไม่เข้ากัน.. ซื้อรถใหม่แล้วรู้สึกว่าเสื้อผ้าควร upgrade ด้วย… lifestyle inflation ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ trigger กันต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว…

กับดักที่ 3 คือความสุขจากการยกระดับชีวิตหายไปภายในไม่กี่เดือน… condo ใหม่ที่ตอนแรกเราชอบมากในเดือนแรก.. กลายเป็นแค่ที่นอนปกติในเดือนที่ 3… แต่ค่าเช่าไม่หายไปไหน เราจ่ายราคาถาวรสำหรับความสุขที่เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว และพอชินแล้วก็ต้องการ upgrade ต่อไปอีกเพราะ baseline ถูก reset ไปแล้ว… วน loop ไม่จบ…

และกับดักอีกอันที่อันตราย..
ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ลด fixed cost ไม่ลดตาม.. ผลลัพธ์คือชิบหาย…

ชีวิตปกติก็เหมือนกัน… lifestyle inflation คือการยก fixed cost ของชีวิตตัวเองขึ้นเรื่อยๆ… คนเรายิ่งมาตรฐานชีวิตสูงขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทนรับแรงกระแทกทางการเงินได้น้อยลงเท่านั้น…​​​​​​​​​​​​​​​​

ตกงาน.. ป่วย.. เศรษฐกิจพัง… คนที่มี breakeven สูงจะเจ็บหนักกว่าเสมอ แม้รายได้เดิมจะสูงกว่า…

ดังนั้นความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันแค่ที่รายได้แต่วัดที่ส่วนต่างระหว่างจุดคุ้มทุนกับรายได้จริง… คนรายได้ 100k แต่ breakeven 95k รวยน้อยกว่าคนรายได้ 40k ที่ breakeven 15k มาก… เพราะ 25k ทบต้นได้ง่าย ในขณะที่ 5k แทบทำอะไรไม่ได้…

วิธีแก้ต้องเริ่มที่ระบบ… Pay yourself first แบบโหดๆ ตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ 60-80% ของส่วนที่รายได้เพิ่ม.. เข้า portfolio ลงทุน/บัญชีออม.. ก่อนเงินจะถึงบัญชีหลัก.. เงินที่ไม่เคยผ่านมือเรา ต้านทานกิเลสได้ดีที่สุด

และก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ทุกครั้ง เปลี่ยนคำถามจากจ่ายไหวมั้ย?? เป็น… นี่มันจะยก breakeven ของชีวิตเราขึ้นมาถาวรเท่าไหร่?? คำถามแบบนี้มันบังคับให้เราเห็นต้นทุนที่แท้จริงทุกๆ เดือนต่อๆ ไป

จำไว้ว่า.. รายได้บอกว่าเราหาได้เท่าไหร่… ส่วนต่างระหว่าง breakeven กับรายได้บอกว่าเราร่ำรวยแค่ไหน…

01/05/2026

ไม่ได้สอนแค่ “มือเก๋า”

หลายคนคิดว่า
TikTok Complete GMV Max & Marketing
เหมาะกับคนที่เป็นแบรนด์ใหญ่แล้วเท่านั้น

แต่ความจริงคือ
“มือใหม่” ได้ของกลับไปเยอะมาก

บางคน
จาก “ไม่เคยยิงแอดเลย”
เอาไปใช้ต่อได้ทันที

โพสต์นี้
อยากให้ดู “มุมของมือใหม่” บ้าง

ว่าเขาได้อะไรจากคอร์สนี้
(ดูใน video รีวิวด้านล่างได้เลยครับ)


สิ่งที่มือใหม่ได้จริง

- เข้าใจ TikTok แบบ “ทั้งระบบ” ไม่ใช่แค่กดปุ่มยิง

- รู้ว่า GMV Max ใช้ยังไงให้ “ทำเงิน” ไม่ใช่แค่ได้ยอด

- แยกปัญหาออก อะไรควรแก้ / อะไรคือ noise

- วางโครงสร้าง Brand / Product / Content / Ads ได้ถูกตั้งแต่ต้น


เพราะสุดท้าย

“เริ่มถูก”
สำคัญกว่าการแก้ทีหลัง


Complete GMV Max
ไม่ได้สอนให้แค่ยิงเก่ง

แต่สอนให้
“เข้าใจเกมนี้ทั้งระบบ”

ตั้งแต่วันแรก


ใครที่เป็นมือใหม่
หรือกำลังจะเริ่ม

ลองดูรีวิวก่อนครับ
แล้วค่อยตัดสินใจ


เปิดรอบใหม่
7 มิถุนายน 2026

ราคาพิเศษ 19,500 บาท
จากปกติ 28,000 บาท

แถมคอร์สออนไลน์
มูลค่า 17,500 บาท

* สิทธิเข้าห้อง Consult ต่อทุกอาทิตย์


ถ้าคุณจริงจังกับ TikTok Shop

นี่คือคอร์ส
ที่เจ้าของแบรนด์จำนวนมากเลือกเรียน

สนใจ inbox สำรองที่นั่งครับ

01/05/2026

เข้าเดือนใหม่แล้ว เดือนที่แย่ที่สุด (ทุกปี) ของ E-com ผ่านพ้นไปแล้ว ยินดีด้วยกับผู้รอดชีวิต เตรียมแผน scale กันดีๆ รอรับเดือน 6 (campaignใหญ่กลางปี)และยาวเข้า Mega sale 10.10 11.11 12.12

30/04/2026

ใครอ่านทันดีใจด้วย
เกียมรอเลยครับ โหดแน่นอน

อย่าเพิ่งเบื่อหน้ากันเด้ออ
30/04/2026

อย่าเพิ่งเบื่อหน้ากันเด้ออ

ช่วงนี้เห็นหลายคนหวือหวา TikTok Messaging Ads ที่ยิงเข้า FBจริงๆไม่ใช่ของใหม่ มีมานานเกือบ 2 ปีแล้ว (ส่วนตัวใช้เองค่อนข้...
29/04/2026

ช่วงนี้เห็นหลายคนหวือหวา TikTok Messaging Ads ที่ยิงเข้า FB

จริงๆไม่ใช่ของใหม่ มีมานานเกือบ 2 ปีแล้ว (ส่วนตัวใช้เองค่อนข้างเยอะกับธุรกิจตัวเอง และ คลินิกเพื่อน) เลยแชร์ learning สั้นๆ ก่อน FOMO ไปขาดทุนกัน

1. เลือกได้ว่าจะยิงเข้า TikTok หรือ FB
ใน Ad group มันจะ เลือกได้ว่าจะยิงเข้า TikTok chat หรือ Facebook Messenger

จาก ปสก. ยิงเข้า FB ดีกว่า จัดการแชทง่ายกว่า และ quality คนดีกว่า

2. Optimization goals
มี 2 แบบ คือ click กับ cost per message
แต่ถ้ายิงจาก TikTok เข้า FB จะโดนบังคับเป็น click ซึ่งห่วยมาก เพราะ like comment share ก็นับเป็น click และคิดเงิน

3. วิธีแก้
เอา TikTok ไปผูกกับ third party เช่น ZWIZ.AI หรือ Pancake
จะยิงแบบ cost per message ได้ คุ้มกว่า เพราะคนแค่ engage จะไม่เสียเงิน (เดือนละ ประมาณ 1 พันบาท ไม่แย่มาก)

4. Quality lead
เทียบ Meta (Facebook Messaging Ads) กับ TikTok Messaging Ads Facebook ดีกว่าชัด

TikTok lead ผีเยอะ เด็กเยอะ fake age เยอะ ต่อให้ตั้งอายุใน Ads manager ก็โดนหลอกอยู่ดี

5. คุ้มไหม
ถ้าเป็น skincare / อาหารเสริม / fashion = ไม่คุ้ม เพราะ cost per message แพง + ต้องปิดใน chat อีก CVR ตก ยิงยังไงก็มีโอกาสขาดทุน

6. อะไรคุ้ม
สาย service หรือธุรกิจที่ขายผ่าน TikTok Shop ไม่ได้ แม้ ROI จะต่ำกว่า Meta แต่ได้ audience ใหม่ + ใช้ TikTok video เป็น hook สร้าง touchpoint เช่น เห็นใน TikTok ไม่กด แต่จำแบรนด์ได้ แล้วไปปิดใน FB

สรุป

Objective นี้มีมานานแล้ว แต่ไม่เหมาะกับทุกธุรกิจ
ขายของเป็นชิ้น ยิง TikTok Shop เหมือนเดิมดีกว่า ถ้าไม่เชื่อ ลองไปยิงให้เจ็บเองดู แต่ถ้าเป็น service ลองได้ ยังมี upside

Live ทุเรียนพิมรี่พาย คือที่สุดของคำว่า“Traffic driver + Profit driver” ที่ใช้ได้สมบูรณ์แบบมากผมขอแกะ mechanic นี้ให้ฟัง...
29/04/2026

Live ทุเรียนพิมรี่พาย คือที่สุดของคำว่า
“Traffic driver + Profit driver” ที่ใช้ได้สมบูรณ์แบบมาก

ผมขอแกะ mechanic นี้ให้ฟัง
เป็นประโยชน์สำหรับการเอาไปปรับใช้ Live ของพวกคุณแน่นอน
(Traffic driver & Profit driver เป็น framework ที่ TikTok พยายาม push ให้ top creator ใช้)


Mechanic นี้ต้องมีอย่างน้อย 2 categories

Traffic driver = สินค้าตัวดึงคนเข้า (กำไร/ไม่กำไร ไม่ใช่ประเด็น)
Profit driver = สินค้าตัวทำกำไร


เริ่มจาก Traffic driver

เอาทุเรียนหมอนทอง premium มาล่อในราคา 100 บาท
(จากราคาปกติหลักเกือบพัน)

ใครจะไม่อยากได้
ใครจะไม่อยากเข้ามารอ

แต่ key ของเกมนี้คือ
“ต้องจำกัดจำนวน”

เพื่อไม่ให้ bleed ขาดทุน

ซึ่งแน่นอน
คนกดทันมีน้อยมาก

ใครได้ของดีราคา 100
ก็โชคดีไป


moment สำคัญเกิดตรงนี้

คนดู 500k++
แต่ “ส่วนใหญ่กดไม่ทัน”


Consequence effect เริ่มทำงาน

ความรู้สึก
“เสียดาย”
“พลาดของดี”

กลายเป็น FOMO


พอคนอยู่ใน state นี้
เข้าสู่ mechanic ต่อไป

Profit driver


เปิดขายทุเรียนเกรดรองลงมา
ในราคาที่ “ดูเหมือนดีมาก”

(เหมือนลดหนัก แต่จริงๆ margin ยังอยู่)

ตรงนี้แหละ
ของกลางๆ สามารถขาย “แพงขึ้น” ได้

เพราะ

- อารมณ์คนมาแล้ว
- คนเล่าเก่ง

การตัดสินใจเลยมาจาก “อารมณ์” ไม่ใช่เหตุผล

คนที่ FOMO อยู่แล้ว
พูดอะไร ก็ซื้อได้ง่ายขึ้นทันที


สุดท้าย

Traffic driver = ดึงคน
Profit driver = ทำเงิน

สลับกันไปเรื่อยๆ + ได้กระแสดราม่ามาช่วย amplify อีก


Live เมื่อวาน
นับว่าเป็น case study ที่โหดมาก


ปล.

ส่วนตัวผมชื่นชม ex*****on
เรื่อง Traffic / Profit driver มาก

แต่แอบรู้สึกไม่ค่อย ethic ตรง teaser
ที่บอก “หมอนทอง 100 บาท”

แต่ไม่ได้บอกว่า “มี limited”

ซึ่งเป็น detail เล็กๆ
แต่ impact ใหญ่มากกับ expectation คนดู


ระยะยาว
ผมมองว่าการทำแบบนี้

อาจทำให้คนบางกลุ่ม
“ไม่อยากซื้อออนไลน์”

เพราะรู้สึกว่าคนขาย “บอกไม่หมดตั้งแต่แรก”


กลยุทธ์ Traffic driver / Profit driver
ทำได้ และควรทำ

แต่ควรทำ “อย่างมี ethic”

เช่น
บอก condition ของ Traffic driver
ให้ชัดตั้งแต่ต้น

เพราะสุดท้าย

ยอดขายสำคัญ
แต่ “ความเชื่อใจ”
ใน Long term สำคัญกว่า

คิดเห็นกันอย่างไรกับเรื่องนี้ครับส่วนตัวผมมองอยู่ 2 มุม (ยาวนิดนึง ยาวเลยเหละ)เริ่มจากมุมแรก… มุมที่อยาก “ตำหนิ”เข้าใจว่...
28/04/2026

คิดเห็นกันอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ
ส่วนตัวผมมองอยู่ 2 มุม (ยาวนิดนึง ยาวเลยเหละ)

เริ่มจากมุมแรก… มุมที่อยาก “ตำหนิ”

เข้าใจว่าทำครั้งแรกก็อยากให้ “ปังเลย”
ซึ่งความปังมักถูกตีความเป็น “ยอดขายถล่มทลาย”
และวิธีที่ง่ายที่สุด (และมักง่ายที่สุด) ในการได้ยอดแบบนั้นก็คือ “ลดราคา”

เลยออกมาเป็น
ราคาโหด + volume มหาศาล

ซึ่งมันเลี่ยงไม่ได้เลย
ที่จะไปกระทบราคาตลาด / ราคากลาง
ผลคือโดนทัวร์ลง
ซึ่งส่วนตัวมองว่า ก็สมควรในมุมนี้


เพราะถ้ามองในมุมนักการตลาดจริงๆ

ทุเรียนไทย = good product (คุณภาพระดับโลก)
มี creator ตัวท็อปขาย = good content
มีรัฐมนตรีลงมาเล่นเอง = good credibility

คุณมี 3 goods นี้อยู่ในมือ

ผมมองไม่เห็นเหตุผลเลย
ว่าทำไมต้องลดราคาโหด

แค่ 3 อย่างนี้
ก็ขายได้อยู่แล้ว

และในทางกลับกัน
“ยิ่งขายแพง” ยังช่วยยกระดับราคาตลาดได้ด้วยซ้ำ

อันนี้คือจุดเดียวที่ผมอยากตำหนิ


มุมที่สอง… มุมที่อยาก “ชื่นชม”

พวกเราที่ขายของออนไลน์
บ่นกันตลอด

ค่าธรรมเนียมแพง
แอดแพง
รัฐไม่เข้าใจหน้างาน

ซึ่งมันก็จริง
เพราะคนที่กำกับไม่เคยลงมาเห็นของจริง

แต่ครั้งนี้
รัฐมนตรี + ทีมงาน
ลงมา involve กับ project จริง

ผมมั่นใจว่าเขาจะเห็น painpoint ชัดขึ้นมาก

ทั้งค่าธรรมเนียม
การมองเห็น
และปัญหาขนส่ง

นานๆ จะเห็นผู้บริหารประเทศ
ลงหน้างานแบบนี้

ผมว่า “ควรให้เครดิต”


อีกมุมที่หลายคนอาจไม่ได้มอง

Project ระดับนี้
แทบเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะไม่มีทีม TikTok เข้ามา involve

ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในครั้งแรกๆ
ที่ผู้บริหารประเทศ
กับผู้บริหาร platform
ได้ทำงานร่วมกันจริงๆ

และมันจะส่งผลระยะยาว

เพราะถ้ามีการคุยเรื่องค่าธรรมเนียม
หรือ policy ต่างๆ
โต๊ะเจรจาจะง่ายขึ้นมาก


หลายคนบอกว่า
“เอาเวลารัฐมนตรีไปทำดีลพันล้านไม่ดีกว่าหรอ”

ถ้ามองแค่ 15M
ก็อาจไม่คุ้ม

แต่ถ้ามองลึกกว่านั้น

นี่คือการ “ทำให้ดู”

ว่าการขาย
ไม่จำเป็นต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางเสมอไป

คุณสามารถ live ขายเองได้

และเมื่อเห็นของจริง
มันจะเกิด adoption

เกษตรกรจะเริ่มกล้าขายเอง
เริ่มสนใจ digital / platform
และพัฒนาทักษะใหม่ๆ

ซึ่ง impact ระยะยาว
ใหญ่กว่าเงิน 15M มาก


All in all
ผมมองว่า
the upside outweighs the downside


ปล.
หลายคนที่ตามเพจ จะรู้ว่าผมค่อนข้างซ้ายมาก
แต่อยากจะฝากว่า
ไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นฝั่งไหน
ถ้านโยบายดี ก็ควรชม
ถ้าอะไรควรปรับ ก็ควรช่วยกันชี้
เพื่อให้ประเทศไปต่อได้

เพื่อนๆ คิดยังไงกันบ้างครับ
อยากฟังมุมอื่นๆ มากครับ

ที่อยู่

Pleonchit
Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แอดพังนึกถึงป๊อก - การตลาดเฉพาะทาง TikTokผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์