12/03/2026
อีลอนกำลังสร้าง “บริษัทที่มีแต่ AI ทำงาน 24 ชั่วโมง” และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของพนักงานออฟฟิศทั่วโลก
มีรายงานว่า Tesla และ xAI กำลังพัฒนาโปรเจกต์ร่วมกันที่เรียกว่า Macrohard หรือ Digital Optimus ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำงานแทนมนุษย์บนคอมพิวเตอร์ได้แทบทั้งหมด แนวคิดหลักคือการสร้างระบบที่สามารถดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และควบคุมเมาส์กับคีย์บอร์ดเพื่อทำงานต่าง ๆ ได้เหมือนมนุษย์จริง ๆ
ในระบบนี้ Grok จะทำหน้าที่เหมือน “สมองใหญ่” ที่มีความเข้าใจโลกในระดับลึก คอยคิด วิเคราะห์ และวางแผน ส่วน Digital Optimus จะทำหน้าที่เป็นตัวปฏิบัติการที่คอยดูวิดีโอของหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ย้อนหลังประมาณ 5 วินาที จากนั้นจึงดำเนินการกดคีย์บอร์ดหรือคลิกเมาส์เพื่อทำงานตามที่ Grok สั่ง
ถ้าอธิบายง่าย ๆ ระบบนี้ทำงานคล้ายสมองมนุษย์สองส่วน โดย Digital Optimus เปรียบเหมือน System 1 ที่ทำงานเร็วและตอบสนองทันที ส่วน Grok เปรียบเหมือน System 2 ที่เป็นส่วนคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจในภาพรวม
สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจคือมันถูกออกแบบให้ทำงานบน Tesla AI4 hardware ที่มีต้นทุนต่ำมากประมาณ $650 และใช้พลังประมวลผลจาก GPU ของ xAI เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ทำให้ระบบสามารถทำงานได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องใช้คลัสเตอร์ขนาดมหึมาเหมือน AI รุ่นก่อน ๆ
ในทางทฤษฎี ระบบแบบนี้สามารถทำงานแทนมนุษย์ในบริษัทได้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ตอบอีเมล เขียนโค้ด หรือจัดการระบบต่าง ๆ ขององค์กร นั่นหมายความว่าในอนาคตอาจมีบริษัทที่ดำเนินงานด้วย AI เป็นหลักและทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาพนักงานมนุษย์เลย
นี่คือเหตุผลที่ชื่อโปรเจกต์ถูกตั้งว่า Macrohard ซึ่งเป็นการเล่นคำล้อกับ Microsoft เพราะแนวคิดของมันคือการสร้าง “บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งองค์กร”
ถ้าเทคโนโลยีลักษณะนี้พัฒนาไปถึงระดับที่ใช้งานจริงได้เต็มรูปแบบ มันอาจกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกการทำงาน และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ งานออฟฟิศจำนวนมากถูกแทนที่ด้วย AI ในอนาคตอันใกล้.
_________
Blink Drive Take
ถ้ามองภาพรวมจริง ๆ ผมยังเชื่อว่า AI ไม่สามารถมาแทนงานของมนุษย์ได้ทุกอาชีพ อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ หลายงานยังต้องใช้ประสบการณ์ การตัดสินใจ และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์อยู่
แต่สำหรับอาชีพบางประเภทที่เป็นงานซ้ำ ๆ หรือค่อนข้างน่าเบื่อ เช่น การเดินเอกสารใน DMV (สำนักงานขนส่ง), การตรวจสอบภาษีย้อนหลังรายปี, การตรวจการบ้านนักเรียน, การกรอกข้อมูลเอกสาร หรือการตอบอีเมลซ้ำ ๆ งานลักษณะนี้มีขั้นตอนชัดเจนและเป็นระบบ จึงมีโอกาสสูงที่ AI จะเข้ามาช่วยทำแทนได้ในอนาคต
ในทางกลับกัน งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือการคิดเชิงลึก เช่น การออกแบบตึกโดยสถาปนิก, การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในงาน R&D, การวิจัยทางวิทยาศาสตร์, หรือการออกแบบระบบวิศวกรรมซับซ้อน งานเหล่านี้ยังไม่สามารถใช้ AI มาแทนได้จริงในตอนนี้ เว้นแต่ว่าจะมีการเอาโมเดล AI มาทดลองแข่งขันกับนักวิจัยแล้วพิสูจน์ได้ว่า AI สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ได้ดีกว่ามนุษย์
สรุปสั้น ๆ คือ
Low skill level job เช่น งานเอกสาร งานคีย์ข้อมูล งานตรวจเอกสาร หรือ call center มีโอกาสสูงที่จะถูก AI เข้ามาแทนที่
แต่ High skill level job เช่น นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร R&D สถาปนิก หรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังต้องพึ่งพาความสามารถของมนุษย์เป็นหลักอยู่ในตอนนี้
ไม่ใช่ว่าจะไม่โดนแทนที่ได้นะครับ
เพียงแต่ AI ตอนนี้ยังไม่ไปถึงระดับ AGI ที่สามารถแทนที่ High skill worker ได้นะครับ