ที่ปรึกษาด้านการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่ปรึกษาด้านการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและการจัดกา?

ที่ปรึกษาด้าน พรบ. อนุรักษ์พลังงาน
ที่ปรึกษาด้านระบบการจัดการพลังงาน
ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีด้านการอนุรักษ์พลังงาน
ที่ปรึกษาด้านการตรวจวัดและวิเคราะห์ประสิทธิภาพพลังงานในเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ
หน่วยงานจัดทำระบบมาตรฐานด้านการจัดการพลังงาน
หน่วยงานฝึกอบรมต่างๆ และ In-house ตามความต้องการ

30/03/2025

🌊💨⛈ภัยคุกคามจากสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดแรงผลักดันเรื่องภาษีคาร์บอนจากทั่วโลก วันนี้ Carbon Markets Club เลยอยากชวนทุกคนไปสำรวจว่าแต่ละประเทศนำภาษีคาร์บอนไปปรับใช้ในบ้านตัวเองกันอย่างไร พร้อมเรียนรู้ว่ากลไกการสร้างราคาคาร์บอนที่แข็งแรง จะสามารถกระตุ้นการลดการปล่อยมลพิษในภาคขนส่ง พลังงาน ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดจนสามารถสร้างการเปลี่ยนผ่านโลกของเราไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างไร🌎💰💵

ตัวอย่างประเทศที่นำเรื่องภาษีคาร์บอนมาปรับใช้จริง💰🌳♻️
.
🇸🇪 🇫🇮 🇳🇴 สวีเดน ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ เป็นกลุ่มประเทศจากแถบยุโรปเหนือที่นำเรื่องภาษีคาร์บอนมาปรับใช้เป็นกลุ่มแรก ๆ ซึ่งประเทศเหล่านี้ปรับใช้ภาษีคาร์บอนตั้งแต่ในช่วงปี 1990s กระทั่งในปัจจุบันมีช่วงราคาภาษีตั้งแต่ 70-168 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งรายได้ส่วนนี้ถูกนำไปสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืนของประเทศ
🇨🇦 ขณะที่ประเทศแคนาดา ได้ดำเนินระบบการกำหนดราคาคาร์บอนที่สอดคล้องกับหลักการของภาษีคาร์บอนมากที่สุด ผ่านพระราชบัญญัติการกำหนดราคามลพิษจากก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Pollution Pricing Act) โดยเรียกเก็บภาษีครอบคลุมทั้งระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มต้นที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2019 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 128 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกส่งคืนให้แก่จังหวัดต่าง ๆ และประชาชนผ่านการคืนเงิน
🇬🇧 สหราชอาณาจักร เข้าร่วมในโครงการซื้อขายการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรป (EU Emissions Trading Scheme) สำหรับผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก และยังคงเรียกเก็บภาษีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Levy) สำหรับเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมีอัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับเชื้อเพลิงในอาคารเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน โดยผลกระทบจากการกำหนดภาษีจะได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีและการกำหนดเป้าหมายที่ค่อนข้างจำกัด
🇪🇺 ฝั่งของสหภาพยุโรป โครงการซื้อขายการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรป (EU Emissions Trading Scheme - EU ETS) เป็นระบบการกำหนดราคาคาร์บอนข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมภาคไฟฟ้า การผลิต และการเดินทางทางอากาศภายในสหภาพยุโรป โดยบริษัทต่าง ๆ ซื้อโควต้าคาร์บอนรายเดือนในราคาประมูลที่ผันแปร ซึ่งสร้างราคาคาร์บอนที่ซื้อขายได้ โดยราคาในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 99 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ ผลกระทบยังมีข้อจำกัดเนื่องจากความผันผวนของราคาและการยกเว้นที่ค่อนข้างกว้าง
🇯🇵 ขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกอย่างเอเชีย ญี่ปุ่น เป็นประเทศแรกในเอเชียที่นำภาษีคาร์บอนมาใช้ ในปี 2012 โดยใช้รายได้จากภาษีเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานหมุนเวียนและพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และปัจจุบันกำลังปรับปรุงกรอบการกำหนดราคาคาร์บอนของตนเอง ขณะที่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้กำหนดราคาคาร์บอนผ่านระบบการซื้อขายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading System - ETS) สำหรับบริษัทในบางภาคส่วน หรือบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเกินเกณฑ์ที่กำหนด
🇸🇬 ส่วนสิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ออกกฎหมายจัดเก็บภาษีคาร์บอน ตั้งแต่เมื่อปี 2019 สำหรับสถานประกอบการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง โดยมีอัตราภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 50 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2030 ซึ่งรายได้จากภาษีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมาตรการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม
🇹🇭 ขณะที่ประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกนี้เป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อจากสิงคโปร์ โดยคณะรัฐมนตรีของไทยอนุมัติการจัดเก็บภาษีคาร์บอน โดยเบื้องต้นจะมีการกำหนดราคาคาร์บอนที่ 200 บาท/คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกของสินค้า ตลอดจนไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมและค่าครองชีพของประชาชน
🇿🇦 ส่วนแอฟริกาใต้ได้ออกกฎหมายภาษีคาร์บอนสำหรับผู้ปล่อยก๊าซทางตรง (Scope 1) ตั้งแต่กลางปี 2019 เช่นกัน โดยเรียกเก็บประมาณ 8.5 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งรายได้จากภาษีถูกนำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบและโครงการลดการปล่อยมลพิษของภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ภาษีคาร์บอนระดับชาติที่ถูกออกแบบมาอย่างดี และมีการกำหนดราคาการปล่อยมลพิษโดยตรง อาจเป็นเครื่องมือสำคัญทางนโยบายที่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจไปสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ได้ แต่อาจต้องอาศัยมาตรการเสริม เช่น การดูแลผลกระทบทางสังคม การลงทุนในพลังงานสะอาด การกำหนดมาตรฐาน และการร่วมมือกันระหว่างประเทศ เพื่อกระตุ้นนวัตกรรม และลดคาร์บอนให้ทันต่อการรักษาสภาพภูมิอากาศ เพราะนโยบายที่จริงจังและมีความเป็นธรรม สามารถเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านโลกไปสู่ยุคคาร์บอนต่ำได้🌎🌳💚
ขอบคุณข้อมูลจาก : Earth org , fortuneAsia , EastAsiaForum
#ภาษีคาร์บอน

ท่านที่สนใจสามารถแจ้งข้อมูลเบื้องต้นมาได้ทั้งทางเมลล์ ia_chula@hotmail.com หรือ  inbox  นะคะ- โปรแกรมที่ท่านสนใจ- ข้อมูล...
12/11/2024

ท่านที่สนใจสามารถแจ้งข้อมูลเบื้องต้นมาได้ทั้งทางเมลล์ [email protected] หรือ inbox นะคะ
- โปรแกรมที่ท่านสนใจ
- ข้อมูลภาพรวมด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง หรือรายงานการจัดการพลังงาน 1 ปี
- ปัญหาหรือคำแนะนำที่ต้องการเป็นพิเศษ

** การรับรองรายงานการจัดการพลังงาน รับจำนวนจำกัด 4 แห่ง/เดือน เท่านั้น ** สามารถจองคิวล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

03/01/2024
11/04/2023

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน อรุณ สรเทศน์ รำลึก 2566
งานประชุมทางวิชาการ และแถลงข่าวเปิดตัว
โครงการจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS)
ในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566
ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารเจริญวิศวกรรม (อาคาร 4)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม https://forms.gle/fCCqs9oCMrtRujqT8
CBiS จะสนับสนุนให้ SMEs และธุรกิจทุกระดับมี “ความรู้และ ความเข้าใจ” ถึงความสำคัญของเทรนด์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทั้ง “เข้าถึง” การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และสามารถต่อยอดไปสู่การดำเนินการด้วยตัวเองนำไปสู่การลดสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคธุรกิจปัจจุบัน
สามารถรับชมการ Live ผ่านทาง https://www.facebook.com/ChulaEngineering

สิทธิพิเศษสำหรับ SME
30/03/2023

สิทธิพิเศษสำหรับ SME

โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ จัดทำ Carbon footprint และ โครงการ T-VER ผ่านระบบ BDS ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) https://bds.sme.go.th/Sme

โดยสนับสนุนค่าทวนสอบ (เฉพาะนิติบุคคลที่สมัครเข้าระบบ BDS ของสสว.เท่านั้น) และค่าธรรมเนียมสมัครขึ้นทะเบียนและรับรองกับ TGO

รายละเอียดสามารถติดต่อได้ที่ Call Center 1301 หรือ e-mail: [email protected]

#สสว #คาร์บอนฟุตพริ้นท์

03/02/2023

เปิดรับสมัครแล้วกับ "สุดยอดรางวัลด้านการอนุรักษ์
พลังงานไทยระดับสากล" ปี 2566 ซึ่งมีปฏิทินการประกวด
Thailand Energy Awards 2023 และแผนการชี้แจง
หลักเกณฑ์การประกวดเดือน กุมภาพันธ์ 2566 ทั้ง 6
จังหวัด ใครสนใจลงทะเบียนขอรับข้อมูล และเข้ารับฟัง
การชี้แจงตามกำหนดการนี้นะคะ 🇹🇭⚡️

🌍 พระนครศรีอยุธยา (โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท)
วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 8.30 - 12.00 น.

🌍 นครราชสีมา (โรงแรมอิมพีเรียล โฮเทล คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์)
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 8.30 - 12.00 น.

🌍 ชลบุรี (โรงแรมเจปาร์ค ชลบุรี)
วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 8.30 – 12.00 น.

🌍 นนทบุรี (โรงแรม แกรนด์ ริชมอนด์)
วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.30 – 16.00 น.

🌍 สุราษฎร์ธานี (โรงแรมบรรจงบุรี)
วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 8.30 – 12.00 น.

🌍 ลำพูน (โรงแรมแกรนด์ ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน เชียงใหม่)
วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 8.30 – 12.00 น.

วันสุดท้ายของการรับเอกสารการประกวด 28 กุมภาพันธ์ 2566.....
กำหนดการอื่นๆ

พิจารณาผลงานผู้เข้าประกวด Thailand Energy
Awards 2023 (กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2566)

ส่งผลงานประกวด ASEAN Energy Awards 2023 (มีนาคม – เมษายน 2566)

ประกาศผลการประกวด Thailand Energy Awards
2023 (พฤษภาคม 2566)

พิธีมอบรางวัล Thailand Energy Awards 2022
(กรกฎาคม 2566)

พิธีมอบรางวัล ASEAN Energy Awards 2023 (กันยายน 2566)

พิธีมอบรางวัล Thailand Energy Awards 2023 (พฤศจิกายน 2566)...
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 👇👇👇
https://drive.google.com/drive/u/2/folders/1fuWWhhdk2_2tnSRS6zcPFgeE7iu5G-Bo
หรือ scan QR Code ด้านล่างนี้
…………………………………………..
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม, คู่มือการประกวด
https://drive.google.com/drive/folders/1c5buGcMot3V_k2fpnN7T7tcfK3tOEmeL?usp=sharing
…………………………………………..
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กลุ่มประชาสัมพันธ์
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
Tel. 0 2223 0021-9 ต่อ 1655, 1657
Fax.. 0 2225 3785
E-Mail: [email protected]
Website: http://www.thailandenergyaward.com
Facebook : ThailandEnergyawards
Instagram : thailand_energy_awards
Line : (อย่าลืมใส่@ข้างหน้านะคะ).
#สุดยอดรางวัลด้านพลังงานไทยระดับสากล

01/02/2023

#อาคารประหยัดพลังงานมาตรฐานBEC
คู่มือแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน
ตามที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ออกกฎกระทรวง กําหนดประเภท หรือขนาดอาคารและมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการในการออกแบบ อาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2563 ซึ่งปัจจุบันมีผลบังคับใช้แล้ว
กฎกระทรวงดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นกฎหมายเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน ที่จะมีผลต่อการอาคารก่อสร้างทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนของอาคารก่อสร้างใหม่ หรือดัดแปลงที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่2,000ตารางเมตรขึ้นไป ใน 9 ประเภทอาคารได้แก่ สถานศึกษา สํานักงานหรือที่ทําการ ห้างสรรพสินค้า อาคารชุมนุมคน สถานบริการ โรงมหรสพ สถานพยาบาล โรงแรม และอาคารชุด
โดยคู่มือแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน จะประกอบไปด้วยเนื้อหาวิธีการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงฯทั้งในขั้นตอน การขออนุญาตก่อสร้าง และการขออนุญาตเปิดใช้งานอาคาร, เกณฑ์มาตรฐานอาคาร ด้านพลังงานในแต่ละรายระบบ, ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตรวจประเมินค่าอนุรักษ์พลังงาน ในอาคารและแนวทางการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการปฏิบัติสําหรับผู้ประกอบการ วิศวกร สถาปนิก หรือผู้ที่สนใจทั่วไป
ดาวน์โหลด คู่มือแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน
https://2e-building.dede.go.th/sites/default/files/2023-01/guidelines-for-compliance-with-building-energy-code-bec-laws.pdf
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
BEC Center พพ.
โทร 0 2225 2412
https://bec.dede.go.th
#พพ.
#พลังงานDEDE
........................................................................................................................................
ช่องทางในการติดตามข่าวสาร พพ.
Website : https://www.dede.go.th/main.php?filename=index
YouTube : https://www.youtube.com/user/dedefanpage/featured

16/01/2023

#พันธ์มิตรDEDE
พพ. และ ศูนย์อนุรักษ์พลังงานแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังจัดตั้ง “คลินิกพลังงาน” เสริมแกร่งให้กับธุรกิจและองค์กรที่ต้องการปรึกษา /คำแนะนำเรื่องพลังงาน เพื่อให้สามารถประหยัดพลังงานได้ถึงขีดสุด
โดยคลินิกพลังงานจะจัดผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านพลังงานแบบเชิงลึก อาทิ
-โรงงานควบคุม/อาคารควบคุม
-โครงการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ
-เทคนิคระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า
-ระบบแสงสว่าง
-ระบบหม้อไอน้ำ
-ระบบอัดอากาศ
-ระบบปรับอากาศ
-ระบบมอเตอร์
-M&V
-พลังงานแสงอาทิตย์
ติดต่อ "คลินิกพลังงาน" ได้ที่
โทร 0 2621 8531 ต่อ 410
LINE OA :
วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.30 น. -16.00 น.
(ยกเว้นวันหยุดราชการ)
#พพ.
#พลังงานDEDE ........................................................................................................................................
ช่องทางในการติดตามข่าวสาร พพ.
Website : https://www.dede.go.th/main.php?filename=index
YouTube : https://www.youtube.com/user/dedefanpage/featured

02/01/2023

มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ
เพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (คาร์บอนไดร์ออกไซด์) หรือ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกชนิด สุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero GHG ในปี ค.ศ. 2065 ได้สำเร็จ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศที่สามารถขายคาร์บอนเครดิต อบก. และกรมสรรพากร ได้ผลักดันให้เกิดมาตรการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่ธุรกรรมการขายคาร์บอนเครดิตในตลาดแรก โดยกรมสรรพากรได้ประกาศพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 694) พ.ศ. 2563 ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่เกิดจากการขายคาร์บอนเครดิตในประเทศจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อบก. เป็นเวลาสามรอบบัญชีต่อเนื่องกัน ครั้งนั้น อบก. ได้ส่งเสริมให้มีผู้มาขอใช้สิทธิ์ตามประมวลรัษฎากรฯ โดยมีผู้พัฒนาโครงการ “ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) จำนวน 14 โครงการ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ 351,847 tCO2eq/year
จากนั้น อบก. ได้ประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับกรมสรรพากรเพื่อขอปรับปรุงและขยายระยะเวลาบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาฯ ซึ่งนำมาร่างประกาศพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่....) พ.ศ.......... โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาของมาตราการตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีการมีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570
การขยายระยะเวลามาตรการภาษีครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมให้เกิดโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการดำเนินงานและบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เกิดการสร้างแรงจูงใจที่ครอบคลุมภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ รวมถึงเพิ่มมูลค่าคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมให้ตลาดคาร์บอนเครดิตมีสภาพคล่องมากยิ่งขึ้น
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
1. เป็นโครงการ “ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อบก. ตั้งแต่วันที่ พรฎ. มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570
2. คำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของนิติบุคคล
ให้คำนวณตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร โดยนิติบุคคลนั้นต้องคำนวณกำไรสุทธิของรายได้จากการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่ละโครงการแยกออกจากรายได้จากการประกอบกิจการอื่นเป็นระยะเวลาสามรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน
3. นิติบุคคล ที่ประสงค์จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
· ให้แยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้พร้อมทั้งบัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนของแต่ละโครงการ
· ให้ยื่นบัญชีงบดุลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
· ให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกันในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นั้น
#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) -VER #มาตรการภาษี #สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีของโครงการ T-VER

ที่อยู่

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ที่ปรึกษาด้านการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ที่ปรึกษาด้านการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:

แนะนำ

แชร์